ผู้เขียน หัวข้อ: ##เก็งข้อสอบ##กรมป่าไม้  (อ่าน 148 ครั้ง)

ออฟไลน์ patai

  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 94
    • ดูรายละเอียด



  • Share on your facebook
##เก็งข้อสอบ##กรมป่าไม้
« เมื่อ: มีนาคม 31, 2017, 04:44:37 pm »



กรมป่าไม้ เปิดรับสมัครสอบเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ จำนวน 30 อัตรา รับสมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม - 19 เมษายน 2560


ประกาศกรมป่าไม้ เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ


ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครสอบ
ตำแหน่ง เจ้าพนักงานป่าไม้ปฏิบัติงาน
จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก 30 อัตรา
อัตราเงินเดือนระหว่าง 9,400 -10,340 บาท





คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
1. ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือคุณวุฒิที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาเกษตรศาสตร์
2. ต้องเป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของ ก.พ. ระดับ ปวช. ขึ้นไป


การรับสมัครสอบ
ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม - 19 เมษายน 2560 ที่เว็บไซต์ https://forest.job.thai.com/ ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ

จำหน่ายแนวข้อสอบ
ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์ สนใจสั่งซื้อมาที่  โทร 089-4064509 คุณอ๊อฟ Line : 089-4064509  ในราคาเพียงชุดละ  399 บาท
เป็นหนังสือส่ง EMS + mp3 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  ราคา999 บาท
กรุณาชำระค่าสินค้าและบริการ
เลขที่บัญชี 659-2-08460-9 ธ.กสิกรไทย
  ชื่อบัญชีอารีย์ ไชยธงรัตน์   ออมทรัพย์
โอนเงินแล้วแจ้งที่  off_01aree@hotmail.com



ออฟไลน์ patai

  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 94
    • ดูรายละเอียด



  • Share on your facebook
Re: ##เก็งข้อสอบ##กรมป่าไม้
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 31, 2017, 04:52:04 pm »
แนวข้อสอบพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียวเท่านั้น
ข้อที่ 1. ที่ดินที่ยังไม่ได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดินคือ ?
ก. ที่อนุรักษ์
ข. ที่ดินหลวง
ค. สถานที่ราชการ
ง. ป่า

ข้อที่ 2. หลังจากประกาศใช้พระราชบัญญัตินี้แล้ว มีผลทำให้พระราชบัญญัติใดถูกยกเลิกใช้งาน ?
ก. พระราชบัญญัติรักษาต้นไม้สัก ร.ศ. 116
ข. พระราชบัญญัติป้องกันการลักลอบตีตราไม้ ร.ศ. 117
ค. พระราชบัญญัติป้องกันการลักลอบชักลากไม้สักที่ยังมิได้เสียค่าตอและภาษี ร.ศ. 118
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 3. ข้อใดให้ความหมายของ “ตราประทับไม้” ตามพระราชบัญญัตินี้ได้ชัดเจนที่สุด ?
ก. ตราของในหลวง
ข. ตราประทับใด ๆ นอกจากรูปรอยที่เป็นตัวเลข ไว้ที่ไม้ ซึ่งอยู่ภายใต้ความควบคุมแห่งพระราชบัญญัตินี้
ค. ต้นไม้ที่มีเครื่องหมายใด ๆ นอกจากรูปรอยที่เป็นตัวเลข ไว้ที่ไม้ ซึ่งอยู่ภายใต้ความควบคุมแห่งพระราชบัญญัตินี้
ง. วัตถุใดอันประดิษฐ์ขึ้นเพื่อให้เกิดเป็นรูปรอย หรือเครื่องหมายใด ๆ นอกจากรูปรอยที่เป็นตัวเลข ไว้ที่ไม้ ซึ่งอยู่ภายใต้ความควบคุมแห่งพระราชบัญญัตินี้

ข้อที่ 4. ไม้หวงห้ามตามพระราชบัญญัตินี้มีทั้งหมดกี่ประเภท ?
ก. สองประเภท คือ ประเภท ก. และ ประเภท ข.
ข. สามประเภท คือ ประเภท ก. ประเภท ข. และ ประเภท ค.
ค. สี่ประเภท คือ ประเภท ก. ประเภท ข. ประเภท ค. และ ประเภท ง.
ง. ห้าประเภท คือ ประเภท ก. ประเภท ข. ประเภท ค. ประเภท ง. และ ประเภท ฉ.

ข้อที่ 5. ไม้หวงห้ามพิเศษจัดเป็นไม้หวงห้ามประเภทใด ?
ก. ประเภท ก.
ข. ประเภท ข.
ค. ประเภท ค.
ง. ประเภท ง.

ข้อที่ 6. ไม้สักและไม้ยางทั่วไปในราชอาณาจักรไม่ว่าจะขึ้นอยู่ที่ใดให้เป็นไม้หวงห้ามประเภทใด ?
ก. ประเภท ก.
ข. ประเภท ข.
ค. ประเภท ค.
ง. ประเภท ง.

ข้อที่ 7. หากผู้ใดต้องการทำไม้ หรือเจาะ หรือสับ หรือเผา หรือทำอันตรายด้วยประการใด ๆ กับไม้หวงห้าม ต้องได้รับอนุญาตจากบุคคลตามข้อใด ?
ก. พนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัตินี้
ข. นายอำเภอท้องที่
ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ง. รัฐมนตรี ตามพระราชบัญญัตินี้

ข้อที่ 8. ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตตามมาตรา 11 ประสงค์จะนำเครื่องมือ เครื่องใช้ที่ตนไม่ได้เป็นเจ้าของเข้าไปในเขตป่าที่ได้รับอนุญาต ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่ากี่วัน ?
ก. เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
ข. เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
ค. เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหกสิบวัน
ง. เป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน

ข้อที่ 9. ผู้รับอนุญาตทำไม้สามารถทำไม้ที่ไม่มีรอยตราอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ประทับไว้ได้หรือไม่ ?
ก. ไม่ได้ ตามมาตรา 11
ข. ไม่ได้ ตามมาตรา 12
ค. ได้ ตามมาตรา 11 เว้นแต่จะได้มีข้อความระบุอนุญาตไว้ในใบอนุญาต
ง. ได้ ตามมาตรา 12 เว้นแต่จะได้มีข้อความระบุอนุญาตไว้ในใบอนุญาต

ข้อที่ 10. ผู้รับอนุญาตทำไม้สามารถทำไม้ที่มีขนาดต่ำกว่าขนาดจำกัดได้ในกรณีใด ?
ก. ทุกกรณี
ข. มีเหตุภัยพิบัติสาธารณะ หรือมีเหตุจำเป็นที่เห็นสมควรช่วยเหลือราษฎรเป็นกรณีพิเศษ
ค. รัฐมนตรีอนุญาต
ง. ถูกทั้งข้อ ข และ ค

ข้อที่ 11. ผู้รับอนุญาตทำไม้ต้องชำระค่าภาคหลวงล่วงหน้า ต้นหรือท่อนละกี่บาท ?
ก. ต้นหรือท่อนละสองบาท
ข. ต้นหรือท่อนละยี่สิบบาท
ค. ต้นหรือท่อนละสองร้อยบาท
ง. ต้นหรือท่อนละสองพันบาท

ข้อที่ 12. จากข้อที่ 11 ผู้รับอนุญาตต้องชำระค่าภาคหลวงให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดกี่วันนับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งจำนวนค่าภาคหลวงให้ทราบ ?
ก. ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งจำนวนค่าภาคหลวงให้ทราบ
ข. ภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งจำนวนค่าภาคหลวงให้ทราบ
ค. ภายในกำหนดสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งจำนวนค่าภาคหลวงให้ทราบ
ง. ภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งจำนวนค่าภาคหลวงให้ทราบ

ข้อที่ 13. การชำระค่าภาคหลวงสำหรับไม้หวงห้ามที่ผู้รับอนุญาตขอชำระในกรณีไม้นั้นได้แปรรูปแล้วต้องเป็นไปตามข้อใด ?
ก. สามารถชำระได้ตามปกติ
ข. ชำระตามปริมาตรของไม้แปรรูป ในอัตราสองเท่าค่าภาคหลวงที่กำหนดไว้สำหรับไม้ชนิดนั้น ๆ
ค. ชำระตามปริมาตรของไม้แปรรูป ในอัตราสามเท่าค่าภาคหลวงที่กำหนดไว้สำหรับไม้ชนิดนั้น ๆ
ง. ชำระตามปริมาตรของไม้แปรรูป ในอัตราสี่เท่าค่าภาคหลวงที่กำหนดไว้สำหรับไม้ชนิดนั้น ๆ

ข้อที่ 14. บทบัญญัติในส่วนที่สองการทำไม้หวงห้าม ของพระราชบัญญัตินี้ไม่ให้บังคับใช้ในกรณีตามข้อใด ?
ก. ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่จัดกระทำไปเพื่อประโยชน์ในการบำรุงป่าการค้นคว้าหรือการทดลองในทางวิชาการ
ข. ในกรณีที่ผู้เก็บหาเศษไม้ปลายไม้ตายแห้ง อันมีลักษณะเป็นไม้ฟืนซึ่งมิใช่ไม้สักหรือไม้หวงห้ามประเภท ข.
ค. ในกรณีที่ลักลอบแอบตัดชิ้นส่วนไม้หวงห้ามประเภท ข. ไปเพื่อตกแต่งบ้าน
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข

ข้อที่ 15. หมวดที่สอง ส่วนที่สี่ตามพระราชบัญญัตินี้กล่าวถึงอะไร ?
ก. ไม้ที่มิใช่ไม้หวงห้าม
ข. ของป่าหวงห้าม
ค. การยกเว้นค่าภาคหลวง
ง. การทำไม้หวงห้าม

ข้อที่ 16. ผู้ใดนำไม้ที่ไม่ใช่ไม้หวงห้ามเข้าเขตด่านป่าไม้ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามอัตราที่รัฐมนตรีกำหนด ยกเว้นในกรณีใด ?
ก. นำไปเพื่อใช้สอยส่วนตัวภายในเขตท้องที่จังหวัดที่ทำไม้นั้น
ข. นำไปเพื่อใช้สอยส่วนตัวภายนอกเขตท้องที่จังหวัดที่ทำไม้นั้น
ค. นำไปเพื่อใช้ในธุรกิจในเขตท้องที่จังหวัดที่ทำไม้นั้น
ง. นำไปเพื่อใช้ในธุรกิจในภายนอกเขตท้องที่จังหวัดที่ทำไม้นั้น

ข้อที่ 17. จากข้อที่ 16 รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมไม่เกินลูกบาศก์เมตรละกี่บาท ?
ก. ไม่เกินลูกบาศก์เมตรละสิบบาท
ข. ไม่เกินลูกบาศก์เมตรละยี่สิบบาท
ค. ไม่เกินลูกบาศก์เมตรละสามสิบบาท
ง. ไม่เกินลูกบาศก์เมตรละสี่สิบบาท

ข้อที่ 18. ผู้ใดต้องการเก็บหาของป่าหวงห้าม ต้องดำเนินการตามข้อใด ?
ก. ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
ข. ต้องเสียค่าภาคหลวง
ค. ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในการอนุญาต
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 19. ตราประทับไม้ของเอกชน จะใช้ประทับไม้ได้ในกรณีใด ?
ก. เมื่อเจ้าของตราได้นำจดทะเบียนและได้รับอนุญาตแล้ว
ข. เมื่อเจ้าของตราเสียภาษีแล้ว
ค. เมื่อเจ้าของตราจ่ายเงินแล้ว
ง. เมื่อเจ้าของตรามีใบกำหับภาษีแล้ว

ข้อที่ 20. ผู้ขอรับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรกลต้องมีคุณสมบัติตามข้อใด ?
ก. เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
ข. เป็นบุคคลล้มละลาย
ค. อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต หรือไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต
ง. เป็นเจ้าของโรงงานแปรรูป

ข้อที่ 21. ผู้รับอนุญาตตามาตราที่ 51 จะมีไม้ไว้ในครอบครองในสถานที่ที่ได้รับอนุญาตของตนได้ในกรณีตามข้อใด ?
ก. ไม้ที่ไม่ได้ชำระค่าภาคหลวงและค่าบำรุงป่า
ข. ไม้ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ และพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ได้ประทับตราแสดงว่าเป็นไม้ที่ทำได้โดยไม่ต้องเสียค่าภาคหลวงไว้แล้ว
ค. ไม้ที่ได้รับซื้อจากทางราชการป่าไม้ ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประทับตรารัฐบาลขายไว้แล้ว
ง. ไม้ที่ไม่ได้แปรรูปของผู้รับอนุญาตตามความในหมวดนี้

แนวข้อสอบพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พุทธศักราช 2507

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียวเท่านั้น
ข้อที่ 1. ป่าที่ได้กำหนดให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้คือป่าตามข้อใด ?
ก. ป่าสน
ข. ป่าดงดิบชื้น
ค. ป่าดงดิบแล้ง
ง. ป่าสงวนแห่งชาติ

ข้อที่ 2. “ของป่า” ตามพระราชบัญญัตินี้คือ ?
ก. ไม้ฟืน ถ่าน เปลือกไม้ ใบไม้ ดอกไม้ เมล็ด ผลไม้ หน่อไม้ ชันไม้ และยางไม้
ข. หญ้า อ้อ พง แขม ปรือ คา กก กระจูด กล้วยไม้ กูด เห็ด และพืชอื่น
ค. ซากสัตว์ ไข่ หนัง เขา นอ งา กราม ขนาย กระดูก ขน รังนก ครั่ง รังผึ้ง น้ำผึ้งและมูลค้างคาว
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 3. บุคคลตามข้อใดรักษาการตามระเบียบนี้ ?
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ข้อที่ 4. กรรมการสำหรับป่าสงวนแห่งชาติตามมาตราที่ 10 มีอำนาจหน้าที่ตามข้อใด ?
ก. ควบคุมให้การเป็นไปตามมาตรา 3 และมาตรา 7
ข. ดำเนินการสอบสวนและวินิจฉัยคำร้องตามมาตรา 11
ค. มีหนังสือเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำ หรือให้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องในการสอบสวนตามมาตรา 11
ง. ตั้งอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

ข้อที่ 5. จากข้อที่ 4 กรรมการสำหรับป่าสงวนแห่งชาติมีบุคคลตามข้อใดเป็นสมาชิก ?
ก. ผู้แทนกรมการปกครอง
ข. ผู้แทนกรมทางหลวง
ค. ผู้แทนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
ง. ผู้แทนกรมการขนส่ง

ข้อที่ 6. บุคคลทั่วไปไม่สามารถดำเนินการตามข้อใดในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ?
ก. ยึดถือครอบครองทำประโยชน์
ข. สร้างอยู่อาศัยในที่ดิน
ค. แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 7. จากข้อที่ 6 จะสามารถดำเนินการได้ในกรณีตามข้อใด ?
ก. ทำไม้หรือเก็บหาของป่า ตามมาตรา 11
ข. เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยตามมาตรา 12 มาตรา 12 ทวิ หรือมาตรา 12 ตรี
ค. ทำไม้หวงห้ามหรือเก็บหาของป่าหวงห้ามตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้
ง. ใช้ประโยชน์ตามมาตรา 8 หรือกระทำการตามมาตรา 7 หรือมาตรา 10

ข้อที่ 8. การทำไม้หรือเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติจะกระทำได้เมื่อได้รับใบอนุญาตจากบุคคลตามข้อใด ?
ก. รัฐมนตรีกว่าการกระทรวงการคลัง
ข. รัฐมนตรีกว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ค. อธิบดีกรมการท่องเที่ยว
ง. พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้

ข้อที่ 9. การเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติคราวละไม่น้อยกว่าห้าปีแต่ไม่เกินสามสิบปีในกรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตเป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ต้องได้รับอนุญาติจากบุคคลตามข้อใด ?
ก. อธิบดีกรมป่าไม้
ข. อธิบดีกรมการท่องเที่ยว
ค. รัฐมนตรีตามระเบียบนี้
ง. ผิดทุกข้อ

ข้อที่ 10. มาตราที่ 17 เพื่อประโยชน์ในข้อใดอธิบดีมีอำนาจอนุญาตเป็นหนังสือแก่กระทรวง ทบวง กรมหรือบุคคลอื่นใดให้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดในเขตป่าสงวนแห่งชาติได้ ?
ก. เพื่อประโยชน์ในเชิงการพัฒนาเศรษฐกิจ
ข. เพื่อประโยชน์ในเชิงการค้าและการพาณิชย์
ค. เพื่อประโยชน์ในการศึกษาหรือวิจัยทางวิชาการ
ง. เพื่อประโยชน์ในกิจกรรมสันทนาการของกระทรวง ทบวง กรม ของรัฐ

ข้อที่ 11. เมื่อได้กำหนดป่าใดเป็นป่าสงวนแห่งชาติและรัฐมนตรีได้แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาตินั้นแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ตามข้อใด ?
ก. สั่งให้ผู้หนึ่งผู้ใดออกจากป่าสงวนแห่งชาติ
ข. สั่งเป็นหนังสือให้ผู้กระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้
ค. ยึด ทำลาย รื้อถอน แก้ไขหรือทำประการอื่น เมื่อผู้กระทำผิดไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 12. หากผู้ใดกระทำความผิดหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ไม้สัก ไม้ยาง ไม้สนเขาหรือไม้หวงห้ามประเภท ข. ตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ ต้องถูกดำเนินการตามข้อใด ?
ก. ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี
ข. ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เก้าเดือนถึงยี่สิบปี
ค. ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบห้าปี
ง. ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท

แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับกรมป่าไม้ [ชุดที่ 1]

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
ข้อที่ 1. ในปัจจุบันกรมป่าไม้มีหน้าที่อารักขาคุ้มครองและจัดการทรัพยากรป่าไม้ประมาณกี่ไร่ ?
ก. ประมาณ 38 ล้านไร่
ข. ประมาณ 56 ล้านไร่
ค. ประมาณ 77 ล้านไร่
ง. ประมาณ 98 ล้านไร่

ข้อที่ 2. กรมป่าไม้สังกัดกระทรวงใด ?
ก. กระทรวงการคลัง
ข. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ค. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ง. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ข้อที่ 3. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสถาปนากรมป่าไม้ขึ้นในปีใด ?
ก. พ.ศ. 2419
ข. พ.ศ. 2429
ค. พ.ศ. 2439
ง. พ.ศ. 2449

ข้อที่ 4. บุคคลใดที่รัฐบาลได้ยืมตัวจากรัฐบาลอินเดีย มาช่วยบริหารราชการป่าไม้ในฐานะเจ้ากรมระหว่างปี พ.ศ. 2439 ถึง พ.ศ. 2466 ?
ก. Mr. H. Slade
ข. Mr. Tottenham
ค. Mr. W.F. Lloyd
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 5. อธิบดีกรมป่าไม้ที่เป็นคนไทยคนแรกคือบุคคลตามข้อใด ?
ก. พระยาดรุพันธ์พิทักษ์
ข. พระยาพิทักษ์ป่า
ค. เจ้าพระยาพิทักษ์ป่าดรุพันธ์
ง. พระยาธรรมรงค์

ข้อที่ 6. ข้อใดจัดเป็นวันสำคัญทางป่าไม้ของไทย ?
ก. วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ
ข. วันต้นไม้ประจำปีของชาติ
ค. วันคล้ายวันสถาปนากรมป่าไม้
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 7. วันคล้ายวันสถาปนากรมป่าไม้ของไทยตรงกับวันที่เท่าไหร่ของทุกๆ ปี ?
ก. วันที่ 14 มกราคม ของทุกปี
ข. ตรงกับวันวิสาขบูชา ของทุกปี
ค. วันที่ 18 กันยายน ของทุกปี
ง. วันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี

ข้อที่ 8. ข้อใดคือวิสัยทัศน์กรมป่าไม้ ?
ก. เป็นหน่วยงานที่ดูและรักษาป่าไม้ในประเทศไทยโดยบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ
ข. เป็นองค์กรที่ดำเนินเกี่ยวกับป่าไม้ชั้นนำของเอเชีย และ บริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ
ค. เป็นหน่วยงานที่ดำเนินเกี่ยวกับป่าไม้ชั้นนำของเอเชีย และ บริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ
ง. เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ

ข้อที่ 9. ข้อใดคืออำนาจหน้าที่ของกรมป่าไม้ ?
ก. วางแผน และประสานงานเกี่ยวกับการปลูกป่าเพื่อการฟื้นฟูสภาพป่า และระบบนิเวศ
ข. ส่งเสริมชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการปลูกป่า การจัดการป่าชุมชน และการปลูกสร้างสวนป่าเชิงเศรษฐกิจ
ค. ศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ ผลิตผลป่าไม้และผลิตภัณฑ์ไม้
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 10. ข้อใดไม่ใช่ประเด็นยุทธศาสตร์ตามแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี ของกรมป่าไม้ ?
ก. การบริหารจัดการองค์กรณ์ให้เป็นผู้นำในด้านการดูแลรักษาธรรมชาติของทวีปเอเชีย
ข. การบริหารจัดการและการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรธรรมชาติ โดยการมีส่วนร่วมและมีบูรณาการในทุกระดับ
ค. การบริหารจัดการเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ความหลากหลาย ทางชีวภาพอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม
ง. การอนุรักษ์และจัดการการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติเป็น ไปอย่างสมดุลและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน

ข้อที่ 11. “ทรัพยากรป่าไม้ และที่ดินป่า ไม้ได้รับการปกป้องดูแลรักษาและฟื้นฟูให้มีความอุดมสมบรูณ์เพื่อเป็ ฐานการพัฒนาประเทศและการใช้ประโยชน์ของประชาชนอย่างเหมาะสม” จัดเป็นเป้าประสงค์ของประเด็นยุทธศาสตร์ในข้อใด ?
ก. การบริหารจัดการไปสู่ความเป็นเลิศ
ข. การบริหารจัดการและการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรธรรมชาติ โดยการมีส่วนร่วมและมีบูรณาการในทุกระดับ
ค. การบริหารจัดการเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ความหลากหลาย ทางชีวภาพอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม
ง. การอนุรักษ์และจัดการการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติเป็น ไปอย่างสมดุลและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน

ข้อที่ 12. วิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มคุณค่าการใช้ทรัพยากรป่าไม้และชีวภาพอย่างยั่งยืน จัดเป็นกลยุทธหลักของประเด็นยุทธศาสตร์ ตามแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี กรมป่าไม้ ในข้อใด ?
ก. การบริหารจัดการไปสู่ความเป็นเลิศ
ข. การบริหารจัดการและการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรธรรมชาติ โดยการมีส่วนร่วมและมีบูรณาการในทุกระดับ
ค. การบริหารจัดการเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ความหลากหลาย ทางชีวภาพอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม
ง. การอนุรักษ์และจัดการการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติเป็น ไปอย่างสมดุลและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน

ข้อที่ 13. ก่อนสถาปนากรมป่าไม้เจ้าผู้ครองนครใดได้ยืดถึอเอาว่า ป่าไม้ในเขตท้องที่เป็นทรัพย์สินของตน ?
ก. นครเชียงใหม่
ข. นครลำพูน
ค. นครลำปาง
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 14. นโยบายป่าไม้แห่งชาติถูกจัดทำขึ้นเพื่ออะไร ?
ก. เพื่อให้การจัดการและพัฒนาทรัพยากรป่าไม้ สามารถกระทำ โดยต่อเนื่อง
ข. เพื่อให้การจัดการป่าไม้เป็นไปอย่างง่ายดายยิ่งขึ้น
ค. เพื่อให้รัฐบาบลสามารถดูและและพัฒนาทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน
ง. เพื่อให้กรมป่าไม้สามารถดูและและพัฒนาทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน

ข้อที่ 15. ตามนโยบายป่าไม้แห่งชาติได้กำหนดให้มีพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศในอัตราร้อยละเท่าไหร่ ?
ก. ร้อยละ 20
ข. ร้อยละ 30
ค. ร้อยละ 40
ง. ร้อยละ 50

ข้อที่ 16. ข้อใดคือเว็บไซต์ของกรมป่าไม้ ?
ก. www.dnp.go.th
ข. www.egat.co.th
ค. www.rd.go.th
ง. www.forest.go.th