ผู้เขียน หัวข้อ: เน้นๆ##แนวข้อสอบ กรมป่าไม้  (อ่าน 269 ครั้ง)

ออฟไลน์ patai

  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 94
    • ดูรายละเอียด



  • Share on your facebook
เน้นๆ##แนวข้อสอบ กรมป่าไม้
« เมื่อ: มีนาคม 25, 2016, 12:11:51 pm »
กรมป่าไม้เปิดรับสมัครสอบพนักงานราชการ 124 อัตรา
กรมป่าไม้เปิดรับสมัครสอบเป็นพนักงานราชการ จำนวน 124 อัตรา รับสมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 5 - 18 เมษายน 2559


ประกาศกรมป่าไม้ เรื่อง รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป สังกัดกรมป่าไม้ ประจำปีงบประมาณ 2559

ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครสอบ
1. ตำแหน่ง นักวิชาการป่าไม้ จำนวน 50 อัตรา
2. ตำแหน่ง นักวิชาการเผยแพร่ จำนวน 3 อัตรา
3. ตำแหน่ง นิติกร จำนวน 7 อัตรา
4. ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป จำนวน 5 อัตรา
5. ตำแหน่ง ผู้ช่วยนักวิจัย จำนวน 12 อัตรา
6. ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์ จำนวน 2 อัตรา
7. ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่เครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 4 อัตรา
8. ตำแหน่ง ช่างเทคนิค จำนวน 1 อัตราง
9. ตำแหน่ง เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี จำนวน 5 อัตรา
10. ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ จำนวน 1 อัตรา
11. ตำแหน่ง เจ้าพนักงานการเกษตร จำนวน 1 อัตรา
12. ตำแหน่ง ช่างศิลป์ จำนวน 1 อัตรา
13. ตำแหน่ง ช่างไฟฟ้า จำนวน 2 อัตรา
14. ตำแหน่ง ช่างสำรวจ จำนวน 5 อัตรา
15. ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ธุรการ (ปวช) จำนวน 2 อัตรา
16. ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล จำนวน 2 อัตรา
17. ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่การเกษตร จำนวน 2 อัตรา
18. ตำแหน่ง พนักงานขับเคลื่องจักรขนาดเบา จำนวน 1 อัตรา
19. ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ธุรการ (ม.3) จำนวน 4 อัตรา
20. ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ตรวจป่า จำนวน 5 อัตรา
21. ตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่การเกษตร จำนวน 9 อัตรา

การรับสมัครสอบ
ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 5 - 18 เมษายน 2559 ที่เว็บไซต์ http://job.forest.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ


ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์ สนใจสั่งซื้อมาที่  โทร 089-4064509 คุณอ๊อฟ Line : 089-4064509  ในราคาเพียงชุดละ  399 บาท
เป็นหนังสือส่ง EMS + mp3 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  ราคา999 บาท
กรุณาชำระค่าสินค้าและบริการ
เลขที่บัญชี 659-2-08460-9 ธ.กสิกรไทย
  ชื่อบัญชีอารีย์ ไชยธงรัตน์   ออมทรัพย์
โอนเงินแล้วแจ้งที่  off_01aree@hotmail.com



ออฟไลน์ patai

  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 94
    • ดูรายละเอียด



  • Share on your facebook
Re: เน้นๆ##แนวข้อสอบ กรมป่าไม้
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 25, 2016, 01:41:24 pm »
แนวข้อสอบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทุกตำแหน่ง
แนวข้อสอบนักวิชาการป่าไม้ รวม 80 ข้อ
1. ข้อใดคือหลักในการอนุรักษ์สัตว์ป่า
ก. การใช้กฎหมายควบคุม
ข. การสงวนแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า
ค. การเพาะพันธุ์เพิ่ม
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
การอนุรักษสัตว์ป่า
สัตว์ป่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถทำให้เพิ่มจำนวนมากขึ้นได้ แต่ถ้าหากสัตว์ป่าชนิดใดสูญพันธุ์ไป
แล้ว จะไม่สามารถสร้างพันธุ์ของสัตว์ป่าชนิดนั้นขึ้นมาได้อีก การอนุรักษ์สัตว์จึงควรมีหลักดังนี้
1. การใช้กฎหมายควบคุม
2. การสงวนแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า
3. การเพาะพันธุ์เพิ่ม
4. การค้นคว้าวิจัยทางวิชาการ
5. การใช้ประโยชน์จากสัตว์ตรงตามหลักการอนุรัก์ทรัพยากร
2. ประโยชน์ของทรัพยากรป่าไม้มีกี่ประเภท อะไรบ้าง
ก. 1 ประเภท ได้แก่ ประโยชน์เฉพาะส่วน
ข. 2 ประเภท ได้แก่ ประโยชน์ทางตรง และประโยชน์ทางอ้อม
ค. 3 ประเภท ได้แก่ ประโยชน์ทางตรง ประโยชน์ทางอ้อม และประโยชน์เฉพาะส่วน
ง. 4 ประเภท ได้แก่ ประโยชน์ทางตรง ประโยชน์ทางอ้อม ประโยชน์บนดิน และประโยชน์ผิวดิน
ตอบ ข. 2 ประเภท ได้แก่ ประโยชน์ทางตรง และประโยชน์ทางอ้อม
ประโยชน์ของทรัพยากรป่าไม้
1. ประโยชน์ทางตรง เช่น การนำไม้มาสร้างบ้านและใช้ทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ (กระดาษ เฟอร์นิเจอร์) การนำส่วน
ต่างๆ ของพืชมาเป็นอาหาร (ผล ใบ ราก) การนำไม้บางชนิดมาสกัดหรือทำยารักษาโรคต่างๆ นอกจากนี้ยังนำไม้มา
เป็นวัตถุดิบในการทำเชือก (เถาวัลย์) เป็นต้น
2. ประโยชน์ทางอ้อม เช่น ป่าไม้เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร ช่วยให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ทำให้เกิดความ
ชุ่มชื้นและควบคุมสภาวะอากาศ ลดภาวะโลกร้อนเป็นแหล่งพักผ่อนและศึกษาหาความรู้ ช่วยบรรเทาความรุนแรงของ
ลมพายุและป้องกันอุทกภัย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการกัดเซาะและพัดพาหน้าดินด้วย
3. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือ
ก. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว
ข. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาค้อ
ค. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองหัวคู
ง. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์
ตอบ ค. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองหัวคู
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองแวง จังหวัดชัยภูมิ
- เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก จังหวัดบุรีรัมย์
- เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์
- เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองหัวคู จังหวัดอุดรธานี
- เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขลงหลง จังหวัดหนองคาย
- เขตห้ามล่าสัตว์ป่าลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์
4. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขลงหลงอยู่ในจังหวัดอะไรทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ก. จังหวัดหนองคาย
ข. จังหวัดอุดรธานี
ค. จังหวัดชัยภูมิ
ง. จังหวัดบุรีรัมย์
ตอบ ก. จังหวัดหนองคาย
ดูคำอธิบายข้อข้างต้น
5. ข้อใดคือประโยชน์ของป่าแดง
ก. เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของละอง หรือละมั่ง
ข. เป็นที่หลบซ่อนคุ้มกันภัย
ค. ช่วยรักษาต้นน้ำลำธารและดุลย์ธรรมชาติ
ง. เนื้อไม้ใช้ในการก่อสร้าง
ตอบ ก. เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของละอง หรือละมั่ง
แม้ว่าป่าแดงจะประกอบด้วยพันธุ์ไม้ผลัดใบเป็นส่วนใหญ่และมีไฟป่าหน้าแล้ง จึงให้ประโยชน์ในแง่ของการ
รักษาต้นน้ำลำธารไม่ดีเท่าที่ควร แต่ป่าแดงก็สามารถอำนวยประโยชน์ให้แก่สัตว์ป่าอย่างยิ่ง และเป็นแหล่งที่อยู่อาสัย
สำคัญของละองหรือละมั่ง เนื้อทราย เก้ง กวาง วัวแดง กระต่ายป่า และนกป่าหลายชนิด เช่น นกแก้ว นกขุนทอง
และนกหัวขวานชนิดต่างๆ
6. โครงการพัฒนาต้นน้ำหน่วยที่ 1 คือที่ใด
ก. ห้วยทุ่งจ๊อ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
ข. อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน
ค. แม่ตาช้าง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
ง. ดอยมูเซอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
ตอบ ก. ห้วยทุ่งจ๊อ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
การดำเนินงานสนองพระราชดำริ
ในการอนุรักษ์ต้นน้ำลำธารที่เสื่อมโทรมมีหลานหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินงานสนองพระราชดำริด้วย
วิธีการต่างๆ กัน ได้แก่ การอนุรักษ์ป่า การอนุรักษ์ดินและน้ำโดยทางพืชร่วมกันการก่อสร้างคันดินหรือสร้างขั้นบันได
รวมทั้งวิธีการก่อสร้างฝายปิดกั้นทางน้ำในบริเวณพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ดังต่อไปนี้
กรมป่าไม้ได้จัดตั้งและดำเนินงานโครงการพัฒนาต้นน้ำตามแนวพระราชดำเริหลายหน่วยกระจายอยู่ตาม
ท้องที่จังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือมีการปลูกเสริมป่าไม้เพื่ออนุรักษ์ต้นน้ำลำธารในบริเวณที่เสื่อมโทรมและสนองพระราช
ดำริในการจัดให้ชาวไทยภูเขาได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านพัฒนาชาวเขา โดยมีที่ดินถาวรสำหรับทำมาหากินเพื่อป้องกันและ
ลดปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อใช้พื้นที่ทำไร่เลื่อนลอย ในพื้นที่จัดสรรให้เพาะปลูกเหล่านี้มีการปรับพื้นที่เป็นนาขั้น
บันไดเพื่อปลูกข้าวหรือก่อสร้างคันดินชะลอความเร็วของน้ำที่ไหลบ่ามาตามผิวดิน แล้วใช้ปลูกพืชเศรษฐกิจอันเป็นการ
อนุรักษ์พื้นที่ต้นน้ำลำธารอย่างถูกต้องตามหลักการดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เช่น
- โครงการพัฒนาต้นน้ำหน่วยที่ 1 ห้วยทุ่งจ๊อ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
- โครงการพัฒนาต้นน้ำหน่วยที่ 27 อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน
- โครงการพัฒนาต้นน้ำหน่วยที่ 29 แม่ตาช้าง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- โครงการพัฒนาต้นน้ำหน่วยที่ 32 ดอยมูเซอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
- โครงการพัฒนาต้นน้ำหน่วยที่ 34 ขุนงาว อำเภองาว จังหวัดลำปาง
7. โครงการพัฒนาต้นน้ำหน่วยที่ 29 คือที่ใด
ก. ห้วยทุ่งจ๊อ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
ข. อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน
ค. แม่ตาช้าง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
ง. ดอยมูเซอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
ตอบ ค. แม่ตาช้าง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
ดูคำอธิบายข้อข้างต้น
8. บุคคลใดเป็นผู้รักษาการพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ข. ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ง. ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตอบ ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504
มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้อำนาจแต่ง
ตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจา
นุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

9. ป่าเบญจพรรณมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า
ก. ป่าผลัดใบสามฤดู
ข. ป่าผลัดใบผสม
ค. ป่าผลัดใบลูกผสม
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ ข. ป่าผลัดใบผสม
ป่าเบญจพรรณ (Mixed Deciduous
Forest)
บางครั้งเราเรียกป่าเบญจพรรณว่า “ป่าผลัดใบผสม” เนื่องจากเป็นป่าที่มีไม้ชนิดต่างๆ ขึ้นอยู่มากและส่วน
ใหญ่เป็นพันธุ์ไม้ชนิดผลัดใบ แม้ว่าป่าเบญจพรรณจะมีลักษณะค่อนข้างโปร่งในหน้าแล้งและเกิดไฟป่าลุกไหม้เช่นเกีย
วกับป่าแดง แต่โดยที่ป่าชนิดนี้มักจะเกิดตามเนินเขา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทรายหน้าดินลึกและมีความอุดม
สมบูรณ์กว่าบริเวณป่าแดง ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่จึงมีขนาดใหญ่และขนาดกลางหลายชนิด ทำให้ป่าดูแน่นทึบและเขียวชอุ่มใน
ฤดูฝนดูไม่แตกต่างกับป่าดงดิบ
10. ป่าเบญจพรรณมีลักษณะคล้ายคลึงกับป่าประเภทใด
ก. ป่าชายเลน
ข. ป่าดงดิบเขา
ค. ป่าดงดิบ
ง. ป่าแดง
ตอบ ค. ป่าดงดิบ
ดูคำอธิบายข้อข้างต้น
11. ผู้ที่ฝ่าฝืนนำสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์พาหนะเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ จะต้องระวางโทษตามข้อใด
ก. ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
ข. ปรับไม่เกินสองพันบาท
ค. จำคุกไม่เกินสามเดือน
ง. จำคุกไม่เกินสี่เดือน
ตอบ ก. ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504
มาตรา 16 ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ ห้ามมิให้บุคคลใด
(6) ปิดหรือทำให้กีดขวางแก่ทางน้ำหรือทางบก
(7) เก็บหา นำออกไป ทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพซึ่งกล้วยไม้ น้ำผึ้ง ครั่ง ถ่านไม้
เปลือกไม้ หรือมูลค้างคาว
(9) นำยานพาหนะเข้าออก หรือชขับขี่ยานพาหนะในทางที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก
พนักงานเจ้าหน้าที่
(10) นำอากาศยานขึ้นลงในที่ที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
(11) นำหรือปล่อยปศุสัตว์เข้าไป
มาตรา 25 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 16 (6) (7) (9) (10) (11) มาตรา 17 หรือ มาตรา 18 ต้องระวางโทษ
จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
12. ข้อใดต่อไปนี้คือข้อห้ามภายในอุทยานแห่งชาติ
ก. ปิดหรือทำให้กีดขวางแก่ทางน้ำหรือทางบก
ข. ทิ้งสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิงซึ่งอาจทำให้เกิดเพลิง
ค. เข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
มาตรา 16 ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ ห้ามมิให้บุคคลใด
(1) ยึดถือหรือครอบครองที่ดิน รวมตลอดถึงก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า
(2) ปิดหรือทำให้กีดขวางแก่ทางน้ำหรือทางบก
(3) ทิ้งสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิงซึ่งอาจทำให้เกิดเพลิง
(4) ส่งเสียงอือฉาวหรือกระทำการอื่นอันเป็นการรบกวน หรือเป็นที่เดือนร้อนรำคาญแก่คนหรือสัตว์
(5) เข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
(6) นำยานพาหนะเข้าออก หรือขับขี่ยานพาหนะในทางที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงาน
เจ้าหน้าที่
ฯลฯ
13. วิธีการอนุรักษ์ต้นน้ำลำธารคือ
ก. การอนุรักษ์ป่าไม้
ข. การอนุรักษ์ดิน
ค. การอนุรักษ์น้ำ
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
วิธีการอนุรักษ์ต้นน้ำลำธาร
การอนุรักษ์ต้นน้ำลำธาร หมายถึง การใช้ การดูแลรักษาและปรับปรุงพื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในบริเวณ
พื้นที่ต้นน้ำลำธารที่สำคัญ ได้แก่ ป่าไม้ ดิน และน้ำ ด้วยวิธิการที่เหมาะสมโดยให้มีการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ
แต่น้อยแล้วได้รับประโยชน์คุ้มค่าอีกทั้งยังรวมถึงการป้องกันและรักษาทรัพยากรธรรมชาติบางอย่างซึ่งถูกทำลายให้มี
คุณภาพดีดังเดิมหรือดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย ถ้าพบว่าบริเวณใดของพื้นที่ต้นน้ำลำธารมีความเสื่อมโทรมเกิดขึ้นจะต้องรีบ
ดำเนินการปรับปรุงฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมเหล่านั้นให้คืนสภาพโดยเร็วที่สุดเสมอ วิธีการอนุรักษ์ต้นน้ำลำธาร โดยทั่วไป
ประกอบด้วยการอนุรักษ์ป่าไม้ร่วมกับการอนุรักษ์ดินและน้ำ
14. ประเทศไทยมีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าเพียงฉบับเดียวคือ
ก. พระราชบัญญัติคุ้มครองช้างป่า พ.ศ. 2504
ข. พระราชบัญญัติการรักษาช้างป่า ร.ศ. 119
ค. พระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ป่า ร.ศ. 119
ง. พระราชบัญญัติการรักษาสมดุลธรรมชาติ พ.ศ. 2504
ตอบ ข. พระราชบัญญัติการรักษาช้างป่า ร.ศ.119
พ.ศ. 2443 - ประเทศไทยมีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าเพียงฉบับเดียว คือ พระราชบัญญัติการรักษาช้างป่า ร.ศ.119 แต่
กฎหมายฉบับนี้มีเนื้อหาเพื่อรักษาช้างป่าอย่างเดียว
- ในสมัยนั้นการล่าสัตว์ของชาวชนบทถือเป็นเรื่องปกติ
- คนเมือง การล่าสัตว์เพื่อเอาเขา หรือหนัง ถือเป็นเกมกีฬาชนิดหนึ่ง
15. การสัตว์ของคนประเภทใด เป็นการล่าสัตว์ถือเป็นเกมกีฬาชนิดหนึ่ง
ก. ชาวชนบท
ข. คนเมือง
ค. คนชั้นสูง
ง. นักการเมือง
ตอบ ข. คนเมือง
ดูคำอธิบายข้อข้างต้น
16. อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งห้ามการค้าชนิดสัตว์และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ มีชื่อภาษา
อังกฤษว่าอย่างไร
ก. CIWFF
ข. CISWF
ค. CITES
ง. CIESW
ตอบ ค. CITES
นอกจากประเทศไทยจะได้มีการอนุรักษ์พื้นที่ไว้ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และมีมาตรการควบคุมการล่า
สัตว์ป่าแล้ว ยังได้ให้ความร่วมมือกับประชาคมโลกในการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่าด้วยการเข้าเป็นสมาชิกอนุสัญญาว่า
ด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endanger
Species of Wild Fauna and Flora : CITES) ที่เป็นความร่วมมือของสมาชิกในการที่จะร่วมกันควบคุมและป้องกันการ
ค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ ตลอดจนเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญาความหลากหมายทางชีวภาพและอนุสัญญา RAMSAR ว่า
ด้วยการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำในการอนุรักษ์ชนิดและชนิดถิ่นที่อยู่อาศัยและสัตว์ป่าเหล่านั้น
17. ป่าประเภทใดที่มีไฟป่าเป็นประจำ
ก. ป่าแดง
ข. ป่าเบญจพรรณ
ค. ป่าดงดิบ
ง. ป่าชายเลน
ตอบ ก. ป่าแดง
ป่าแดง ป่าแพ หรือป่าเต็งรัง (Dry Dipterocarp Forest) พบขึ้นสลับกับป่าเบญจพรรณ ลักษณะเป็นป่า
โปร่ง มีต้นไม้ขนาดเล็กและขนาดกลาง ไม้เด่นอันเป็นไม้ดัชนีประกอบด้วยไม้ในวงศ์ยาง ฤดูแล้งจะผลัดใบและมีไฟป่า
เป็นประจำ ป่าเต็งรังมีถิ่นกระจายโดยกว้างๆ ซ้อนทับกันอยู่กับป่าเบญจพรรณ แต่อาจแคบกว่าเล็กน้อยทั้งนี้เนื่องจากมี
ปัจจัยกำหนดที่เกี่ยวข้องกับความแห้งแล้ง มีปรากฎตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรีขึ้นไปจนถึงเหนือสุดในจังหวัดเชียงราย ป่า
ชนิดนี้เป็นสังคมพืชเด่นในทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนใหญ่ปรากฎสลับกันไปกับป่าเบญจพรรณ ในพื้นที่ที่มี
ความแห้งแล้งจัด กักเก็บน้ำได้แล้ว เช่น บนสันเนิน พื้นที่ราบเป็นทรายจัดหรือบนดินลูกรังที่มีชั้นของลูกรังตื้น ตั้งแต่
ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 50-1,000 เมตร
18. หลักวิชาการในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้คือ
ก. พื้นที่ป่าอนุรักษ์
ข. พื้นที่ป่าสงวน
ค. พื้นที่ป่าเพาะพันธุ์
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ก. พื้นที่ป่าอนุรักษ์
การจัดการทรัพยากรป่าไม้
จากการที่พื้นที่ป่าไม้ลดลงอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนานัปการและผลิตผลป่าไม้ลดลง ใน
ขณะที่ความต้องการใช้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องอาศัยหลักวิชาการในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าอย่างจริงจัง
โดยแยกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่
1. พื้นที่ป่าอนุรักษ์ ประกอบด้วยพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร หรือพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
การจัดการควรมุ่งเน้นที่จะรักษาไว้สำหรับเป็นป่าป้องกันภัยหรือเป็นป่าอเนกประสงค์ให้มากที่สุด เนื่องจากเป็นป่า
สาธารณประโยชน์โดยในการบริหารการจัดการจะต้องให้ความสำคัญระดับสูงต่อการป้องกันรักษาป่าที่ยังมีสภาพสมบูรณ์
ส่วนบริเวณที่มีสภาพเสื่อมโทรม โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ควรรีบเร่งแก้ไขปรับปรุงให้มีสภาพดียิ่งขึ้น
2. พื้นที่ป่าเศรษฐกิจ ในชั้นต้นจะต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันรักษาป่า ทั้งที่เป็นธรรมชาติและสวนป่า
รวมทั้งหาวิธีเพิ่มผลิตผลของป่าไม้ในเนื้อที่ป่าที่เหลืออยู่นี้ให้อำนวยประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่ประเทศชาติ
และประชาชนให้มากที่สุด
19. ห้ามมิให้บุคคลใดกระทำให้หลักเขต ป้าย เครื่องหมายอื่นๆ เคลื่อนที่ ลบเลือน เสียหาย หรือไร้
ประโยชน์ ยกเว้นข้อใด
ก. พนักงานเจ้าหน้าที่
ข. อธิบดีกรมป่าไม้
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ง. คณะรัฐมนตรี
ตอบ ก. พนักงานเจ้าหน้าที่
พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504
มาตรา 17 ห้ามมิให้บุคคลใดกระทำให้หลักเขต ป้าย หรือเครื่องหมายอื่นๆ ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มี
ตามพระราชบัญญัตินี้เคลื่อนที่ ลบเลือน เสียหาย หรือไร้ประโยชน์
มาตรา 19 บทบัญญัติใน มาตรา 16 และ มาตรา 17 มิให้ใช้บังคับแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการไป
เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติ หรือการศึกษา หรือวิจัยทางวิชาการ หรือเพื่ออำนวย
ความสะดวกในการทัศนาจร หรือการพักอาศัย หรือเพื่ออำนวยความปลอดภัยหรือให้ความรู้แก่ประชาชน ทั้งนี้ ต้อง
เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติของรัฐมนตรี
20. ข้อใดมิใช่ประโยชน์ทางตรงของป่าไม้
ก. เชื้อเพลิง
ข. วัตถุเคมี
ค. บรรเทาอุทกภัย
ง. ยารักษาโรค
ตอบ ค. บรรเทาอุทกภัย
ประโยชน์ทางตรงของป่าไม้
1. ไม้ เป็นผลิตผลจากป่าและนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายตั้งแต่โบราณกาล เนื่องจากมีคุณสมบัติเฉพาะตัวซึ่งบาง
ครั้งใช้สิ่งอื่นทดแทนไม่ได้ ไม้จึงยังคงเป็นที่นิยมใช้อย่างกว้างขวาง
2. เชื้อเพลิง ที่ได้จากป่าคือฟืนและถ่านใช้ในการหุงต้ม และใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม
3. วัตถุเคมี ที่ได้จากไม้ ได้แก่ เซลลูโลสและลิกนิน เซลลูโลสใช้ในการทำกระดาษ ไหมเทียม วัตถุระเบิด
น้ำตาล แอลกอฮอล์ และยีสต์ ส่วนลิกนินใช้ในการทำวานิลา น้ำหอม เครื่องสำอาง ยาถนอมอาหารไม่ให้บูดเน่า
และยารักษาโรคผิวหนัง
4. อาหาร มนุษย์ได้อาหารหลายอย่างจากป่า เช่น ดอก ผล ใบ เมล็ด หน่อไม้ เห็ด มันต่างๆ และอาหาร
ที่ได้จากสัตว์ป่า
5. ยารักษาโรค ที่ได้จากป่าที่สำคัญมีสมุนไพร

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
รายละเอียดประกอบด้วย
- สรุประเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547
- เกี่ยวกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
ข้อสอบความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง
- ตำแหน่งนักวิชาการป่าไม้
- ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
- ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ
- ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่การเงิน

ออฟไลน์ patai

  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 94
    • ดูรายละเอียด



  • Share on your facebook
Re: เน้นๆ##แนวข้อสอบ กรมป่าไม้
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 26, 2016, 03:48:30 pm »
ตัวอย่าง คู่มือสอบ แนวข้อสอบ ข้อสอบ กรมป่าไม้
1.กสิกรรมหมายถึงอะไร
       (1) การทำไร่ข้าวโพด                                        (2) การทำนา             
       (3) การทำสวนผลไม้                                         (4) ถูกทุกข้อ
             
2.ดินพลุพบมากในภาคใด
       (1) ภาคเหนือ                                                 (2) ภาคใต้       
       (3) ภาคกลาง                                                 (4) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
3.การทำนาปรังมักจะทำกันในฤดูใด
       (1) กลางฤดูฝน                                                (2) ต้นฤดูแล้ง           
       (3) ต้นฤดูฝน                                                  (4) ปลายฤดูแล้ง
             
4.สารโรทีโนนและไพรีธรินมีประโยชน์เหมือนกันอย่างหนึ่ง คือ       
       (1)ใช้กำจัดแมลง                                               (2) ใช้กำจัดวัชพืช     
       (3)ใช้เพิ่มการติดผล (ไม้)                                     (4)ใช้กำจัดเชื้อรา
             
6.การทำให้พืชใบเลี้ยงคู่แตกยอดมากขึ้นทำได้โดย
       (1) เด็ดยอดทิ้ง                                                (2) ใช้สารเคมี           
       (3) ให้น้ำมากขึ้น                                              (4) ให้ปุ๋ยมากขึ้น
             
7.Wind Break ใช้ทำอะไร                                                       
       (1)ป้องกันแมลงศัตรูพืช                                     (2) ป้องกันลมหนาว   
       (3) ป้องกันลมพัดแรง ๆ                                     (4) ป้องกันลมร้อน
 
8.ดอกไม้ที่ให้ผลได้ดีหลายชนิด ยกเว้น                                       
       (1) ดอกตัวผู้                                                    (2) ดอกไม่สมบูรณ์   
       (3) ดอกตัวเมีย                                                 (4) ดอกไม่สมบูรณ์เพศ
             
9.โดยทั่ว ๆ ไปใบมีหน้าที่หลาย ๆ อย่าง ยกเว้น
       (1) คายน้ำ                                                     (2) สะสมอาหาร         
       (3) สร้างอาหาร                                               (4) แลกเปลี่ยนแก๊ส
              10.   เนื้อเยื่อชนิดใดที่ทำหน้าที่ในการสังเคราะห์แสง
       (1) Epidermis                                                 (2) Xylem                 
       (3) Spongy Cells                                            (4) Phloem
             
11.ท่อลำเลียงน้ำและอาหารของใบอยู่ที่ใด
       (1) ตัวใบ                                                       (2) ก้านใบ               
       (3) เส้นใบ                                                      (4) ข้อ 3 และ 4
             
12.ผลแห้งที่แตกได้ ได้แก่อะไร
       (1) ลำไย                                                        (2) ทุเรียน               
       (3) เกาลัด                                                      (4) ข้าวเจ้า
             
13.ไม้กระดานที่ใช้ทำบ้านได้มาจากส่วนใดของพืช
       (1) Xylem                                                      (2) Phloem               
       (3) Meristem                                                  (4) Bark
             
14.   ชาวนาบอกกับเกษตรอำเภอว่า “ผมจะใช้ที่นาของผมปลูกข้าวไว้กินครับ” อยากทราบว่าเป็นการเกษตรแบบใด
       (1) Agro-Industry                                            (2) Agribisiness
       (3) Off-Crop                                                   (4) Subsistence Farming
 
15.ข้อใดเป็นการเกษตรแบบผสม                                               
       (1) ปลูกถั่วเหลืองเพื่อทำน้ำมัน                          (2)เลี้ยงเป็ดและขายไข่เป็ด     
       (3) ปลูกผักและเลี้ยงไก่                                     (4)ข้อ 2 และ 3
             
16.การเกษตรแบบใดที่สามารถเพิ่มผลผลิตได้สูงสุด                       
       (1) การเกษตรแบบผสม                                     (2) การปลูกพืชสืบฤดู
       (3) การปลูกพืชหมุนเวียน                                   (4) การทำไร่ - นาผสม
             
17.ตัวอย่างของการทำการเกษตรแบบ Subsistence Farming มีหลายอย่าง ยกเว้น
       (1) การเพาะเห็ดไว้ขาย                                  (2) การเลี้ยงไก่ไว้บริโภค
       (3) การปลูกผักไว้บริโภค                                (4) การปลูกไม้ดอกไว้ประดับบ้าน
 
18.การปลูกมะเขือเทศเพื่อนำไปทำน้ำมะเขือเทศกระป๋องส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ เป็นการทำเกษตรแบบใด
       (1) Agro-Industry                                    (2) Diversified Farming
       (3) Multiple Cropping                              (4) Vegetable Growing
             
19.อุปสรรคของการทำนาปรังคืออะไร
       (1) ภาวะตลาดของผลผลิตไม่ดี                    (2) ปุ๋ยมีน้อยและมีราคาแพง
       (3) พื้นที่การเกษตรมีน้ำไม่พอใช้                 (4) ยาฆ่าแมลงและวัชพืชมีน้อย
 
20.ถ้าเรามีพื้นที่ดินขนาด 4 x 6 เมตร เราควรทำแปลงปลูกพืชสวนครัวขนาดมาตรฐานได้กี่แปลง
       (1) 2 แปลง                                                     (2) 3 แปลง               
       (3) 4 แปลง                                                     (4) 5 แปลง
 

ออฟไลน์ patai

  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 94
    • ดูรายละเอียด



  • Share on your facebook
Re: เน้นๆ##แนวข้อสอบ กรมป่าไม้
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 26, 2016, 03:49:07 pm »
ตัวอย่าง คู่มือสอบ แนวข้อสอบ ข้อสอบ กรมป่าไม้
แนวข้อสอบพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484
 
1. ข้อใดกล่าวถึงประเภทของไม้หวงห้ามได้ถูกต้อง
ก. ไม้หวงห้ามธรรมดา และไม้หวงห้ามพิเศษ
ข. ไม้หวงห้ามธรรมดา และไม้หวงห้ามจำกัด
ค. ไม้หวงห้ามธรรมดา ไม้หวงห้ามจำกัด และไม้หวงห้ามพิเศษ
ง. ไม้หวงห้ามธรรมดา ไม้หวงห้ามห้ามตัด ไม้หวงห้ามพิเศษ
 
ตอบ ก. ไม้หวงห้ามธรรมดา และไม้หวงห้ามพิเศษ
ไม้หวงห้ามมีสองประเภท คือ
ประเภท ก. ไม้หวงห้ามธรรมดา ได้แก่ไม้ซึ่งการทำไม้จะต้องได้รับอนุญาตจาก
พนักงานเจ้าหน้าที่หรือได้รับ สัมปทานตามความในพระราชบัญญัตินี้
ประเภท ข. ไม้หวงห้ามพิเศษ ได้แก่ไม้หายากหรือไม้ที่ควรสงวนซึ่งไม่อนุญาตให้ทำ
ไม้ เว้นแต่รัฐมนตรีจะได้อนุญาตในกรณีพิเศษ
 
2. ไม้สักและไม้ยางทั่วไปในราชอาณาจักรไม่ว่าจะขึ้นอยู่ที่ใด ให้จัดเป็นไม้ใด
ก. ไม้หวงห้ามประเภท ก.
ข. ไม้หวงห้ามประเภท ข.
ค. ไม้หวงห้ามประเภท ค.
ง. ไม้หวงห้ามประเภท ง.
 
ตอบ ก. ไม้หวงห้ามประเภท ก.
ไม้สักและไม้ยางทั่วไปในราชอาณาจักรไม่ว่าจะขึ้นอยู่ที่ใดเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก.
 
3.หากผู้รับสัมปทานประสงค์จะนำเครื่องมือ เครื่องใช้ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะ หรือ
เครื่องจักรกลใด ๆ ที่ตนมิได้เป็นเจ้าของเข้าไปในเขตป่าที่ได้รับอนุญาตหรือในเขตสัมปทาน
ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่ากี่วัน
ก. เจ็ดวัน                       ข. สิบห้าวัน
ค. สามสิบวัน                  ง. สี่สิบห้าวัน
 
ตอบ ค. สามสิบวัน
ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตจะนำเครื่องมือ เครื่องใช้ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะ หรือ
เครื่องจักรกลใด ๆ ที่ตนมิได้เป็นเจ้าของเข้าไปในเขตป่าที่ได้รับอนุญาตหรือในเขตสัมปทาน
ผู้รับอนุญาตหรือผู้รับสัมปทานดังกล่าวต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้าเป็นเวลา
ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด
 
4. ผู้รับอนุญาตทำไม้ต้องเสียค่าภาคหลวงอย่างไร
ก. ต้นหรือท่อนละห้าสิบสตางค์
ข.ต้นหรือท่อนละหนึ่งบาท
ค. ต้นหรือท่อนละหนึ่งบาทห้าสิบสตางค์
ง. ต้นหรือท่อนละสองบาท
 
ตอบ ง. ต้นหรือท่อนละสองบาท
ต้องชำระค่าภาคหลวงล่วงหน้า ต้นหรือท่อนละสองบาท เมื่อรับใบอนุญาตจาก
พนักงานเจ้าหน้าที่ เว้นแต่ในท้องที่ใดที่คณะกรมการจังหวัดได้ประกาศโดยรับอนุมัติจาก
รัฐมนตรี ให้งดเว้นไม่ต้องเรียกเก็บเงินค่าภาคหลวงล่วงหน้าหรือให้ลดอัตราค่าภาคหลวง
ล่วงหน้าลงจากอัตราที่กำหนดนี้ ก็ให้เป็นไปตามประกาศของคณะกรมการจังหวัดนั้น ๆ
 
5. การทำไม้ใดไม่ต้องเสียค่าภาคหลวงล่วงหน้า
ก. การทำไม้ฟืน
ข. การทำไม้เผาถ่าน
ค. ถูกทั้ง ข้อ ก.และข้อ ข.
ง. ไม่มีข้อใดกล่าวถูกต้อง
 
ตอบ ค. ถูกทั้ง ข้อ ก.และข้อ ข.
การทำไม้ฟืน หรือทำไม้เผาถ่าน ไม่ต้องเสียค่าภาคหลวงล่วงหน้า
 
6. การชำระค่าภาคหลวงต้องชำระให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลาใด นับแต่วันที่พนักงาน
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งจำนวนค่าภาคหลวงให้ทราบ
ก. เจ็ดวัน                ข. สิบห้าวัน
ค. สามสิบวัน           ง. สี่สิบห้าวัน
 
ตอบ ค. สามสิบวัน
ต้องชำระค่าภาคหลวงให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันที่พนักงาน
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งจำนวนค่าภาคหลวงให้ทราบ
 
7. ผู้ใดนำไม้สักที่เคยอยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือเคยอยู่ในสภาพเป็นเครื่องใช้ และพ้น
จากสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือเครื่องใช้มาแล้วเกินกว่ากี่ปี เคลื่อนย้ายออกนอกเขตจังหวัด
ซึ่งเป็นที่ตั้งสิ่งปลูกสร้างหรือเป็นที่ประกอบเครื่องใช้นั้น ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงาน
เจ้าหน้าที่ แต่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
ก. หนึ่งปี             ข. สองปี
ค. สามปี             ง. ห้าปี
 
ตอบ ง. ห้าปี
ผู้ใดนำไม้สักที่เคยอยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือเคยอยู่ในสภาพเป็นเครื่องใช้ และ
พ้นจากสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือเครื่องใช้มาแล้วกว่าห้าปี เคลื่อนย้ายออกนอกเขตจังหวัด
ซึ่งเป็นที่ตั้งสิ่งปลูกสร้างหรือเป็นที่ประกอบเครื่องใช้นั้น ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงาน
เจ้าหน้าที่ แต่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
 
8. ผู้ใดนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่เข้าเขตด่านป่าไม้ ต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่าน
ป่าไม้นั้นโดยแสดงใบเบิกทางกำกับไม้หรือของป่า หรือหนังสือกำกับไม้แปรรูปที่นำมานั้น
ภายในกำหนดกี่วันนับแต่วันที่เข้าเขตด่าน
ก. หนึ่งวัน           ข. สองวัน
ค. สามวัน           ง. ห้าวัน
 
ตอบ ง. ห้าวัน
ผู้ใดนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่เข้าเขตด่านป่าไม้ ต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำ
ด่านป่าไม้นั้นโดยแสดงใบเบิกทางกำกับไม้หรือของป่า หรือหนังสือกำกับไม้แปรรูปที่นำมา
นั้น แล้วแต่กรณี ภายในกำหนดห้าวันนับแต่วันที่เข้าเขตด่าน เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได
ตรวจสอบและอนุญาตเป็นหนังสือให้ผ่านด่านได้แล้ว จึงให้นำไม้หรือของป่านั้นไปได้
 
9.ทุกปีในเดือนใด เมื่อมีไม้ไหลลอยมาตกอยู่ในความครอบครองของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้
พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศโฆษณาให้เจ้าของเรียกเอาภายในเวลากำหนด
ก. เดือนมกราคม และเดือนพฤษภาคม
ข. เดือนกุมภาพันธ์ และเดือนสิงหาคม
ค. เดือนมีนาคม และเดือนกันยายน
ง. เดือนเมษายนและเดือนพฤศจิกายน
 
ตอบ ข. เดือนกุมภาพันธ์ และเดือนสิงหาคม
ทุกปีในเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนสิงหาคม เมื่อมีไม้ไหลลอยมาตกอยู่ในความ
ครอบครองของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศโฆษณาให้เจ้าของเรียกเอา
ภายในเวลากำหนด แต่มิให้กำหนดน้อยกว่าเก้าสิบวัน นับแต่วันประกาศ
 
10.ทุกปีในเดือนที่กำหนด เมื่อมีไม้ไหลลอยมาตกอยู่ในความครอบครองของพนักงาน
เจ้าหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศโฆษณาให้เจ้าของเรียกเอาภายในเวลากำหนด แต่มิ
ให้กำหนดน้อยกว่ากี่วัน นับแต่วันประกาศ
ก. เจ็ดวัน               ข. สิบห้าวัน
ค. สามสิบวัน          ง. หกสิบวัน
 
ตอบ ค. สามสิบวัน
พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้คืนไม้ไหลลอยให้แก่ผู้ที่อ้างสิทธิในไม้นั้น เมื่อ
พนักงานเจ้าหน้าที่พอใจในหลักฐานที่ผู้นั้นนำมาแสดง ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งเป็นอย่างอื่น
และผู้อ้างสิทธิไม่พอใจในคำสั่ง ผู้นั้นต้องไปร้องต่อศาลภายในกำหนดเวลาสามสิบวัน นับแต่
วันทราบคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ถ้าไม่ร้องภายในกำหนดผู้นั้นหมดสิทธิว่ากล่าวต่อไป