ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อสอบโดนๆ!!! สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  (อ่าน 859 ครั้ง)

ออฟไลน์ patai

  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 94
    • ดูรายละเอียด



  • Share on your facebook
ข้อสอบโดนๆ!!! สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
« เมื่อ: ธันวาคม 28, 2015, 10:05:08 pm »

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับสมัครและคัดเลือกข้าราชการตำรวจชั้นประทวนเข้ารับการฝึกอบรม เพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจ ชั้นสัญญาบัตร พ.ศ. ๒๕๕๘ จำนวน ๕๐๐ อัตรา รับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ธ.ค. ๕๘ - ๑๒ ม.ค. ๕๙
เข้ารับการฝึกอบรม เพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร พ.ศ. ๒๕๕๘


เอกสารทั่วไป
1.การทำลายเอกสารที่เกี่ยวกับการสอบ
2.มติ ก.ตร.ครั้งที่ 6/2552 (กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคุณวุฒิปริญญาทางสังคมศาสตร์)
3.หลักเกณฑ์การพิจารณากรณีเป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย
4.การตรวจร่างประกาศรับสมัคร
5.สิทธิได้รับคะแนนเพิ่มพิเศษ เมื่อมีกรณีเปิดรับสมัครคัดเลือกหรือสอบแข่งขัน


กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการทดสอบความรู้ความสามารถด้วยวิธีสอบข้อเขียน
1.พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547
2.พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
3.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
4.กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2551
5.กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553
6.กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2556
7.ประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 54 งานสารบรรณ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
 onion-4:
http://rcm.edupol.org/NewWeb/download/bpol.pdf

ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์ สนใจสั่งซื้อมาที่  โทร 089-4064509 คุณอ๊อฟ Line : 089-4064509  ในราคาเพียงชุดละ  399 บาท
เป็นหนังสือส่ง EMS + mp3 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  ราคา999 บาท
กรุณาชำระค่าสินค้าและบริการ
เลขที่บัญชี 659-2-08460-9 ธ.กสิกรไทย
  ชื่อบัญชีอารีย์ ไชยธงรัตน์   ออมทรัพย์
โอนเงินแล้วแจ้งที่  off_01aree@hotmail.com


รายละเอียดบางส่วน

http://rcm.edupol.org/NewWeb/download/Law/%E0%B8%9E.%E0%B8%A3.%E0%B8%9A.%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%202547.pdf
http://rcm.edupol.org/NewWeb/download/Law/%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%202546.pdf



 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 28, 2015, 10:11:54 pm โดย patai »



ออฟไลน์ patai

  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 94
    • ดูรายละเอียด



  • Share on your facebook
Re: ข้อสอบโดนๆ!!! สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2015, 10:05:33 pm »
แนวข้อสอบเทคโนโลยีสารสนเทศเบื้องต้น

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียวเท่านั้น
ข้อที่ 1. ข้อใดให้คำนิยามเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ชัดเจนที่สุด
ก. การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์
ข. การติดต่อสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไป
ค. ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข

ข้อที่ 2. ข้อใดคือเครื่องจักรอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับสารสนเทศ
ก. เครื่องคอมพิวเตอร์
ข. เครื่องเอทีเอ็ม (Automatic Teller Machine : ATM)
ค. I Phone
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 3. เราสามารถแบ่งลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศออกเป็นกี่ลักษณะ
ก. 2 ลักษณะ
ข. 3 ลักษณะ
ค. 4 ลักษณะ
ง. 5 ลักษณะ

ข้อที่ 4. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดเก็บเงินสด จองตั๋วเครื่องบิน จัดเป็นลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศในข้อใด
ก. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
ข. เทคโนโลยีสารสนเทศเปลี่ยนรูปแบบการบริการเป็นแบบกระจาย
ค. เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งที่จำเป็น สำหรับการดำเนินการในหน่วยงานต่าง ๆ
ง. เทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวข้องกับคนทุกระดับ

ข้อที่ 5. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการใช้ควบคุมเครื่องปรับอากาศ ใช้ควมคุมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน จัดเป็นผลของเทคโนโลยีสารสนเทศ ในด้านใด
ก. เทคโนโลยีสารสนเทศเสริมสร้างความเท่าเทียมในสังคมและการกระจายโอกาส
ข. เทคโนโลยีสารสนเทศการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ค. เทคโนโลยีสารสนเทศกับการเรียนการสอนในโรงเรียน
ง. เทคโนโลยีสารสนเทศกับการป้องกันประเทศ

ข้อที่ 6. Information Technology Support Systems หรือเรียกโดยย่อว่า (IT Support Systems) คือ
ก. ระบบสนับสนุนเทคโนโลยีสารสนเทศ
ข. ระบบป้องกันเทคโนโลยีสารสนเทศ
ค. ระบบการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
ง. ระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ

ข้อที่ 7. ข้อใดคือข้อดีของManagement Information Systems หรือ (MIS)
ก. สนับสนุนการนำข้อมูลต่างๆมาใช้ในเทคโนโลยีสารสนเทศ
ข. สนับสนุนการป้องกันความปลอดภัย ในระบบเครือขายในองค์กร
ค. สนับสนุนการขาย
ง. สนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร

ข้อที่ 8. ข้อใดคือข้อดีของManagement Information Systems หรือ (MIS)
ก. สนับสนุนการนำข้อมูลต่างๆมาใช้ในเทคโนโลยีสารสนเทศ
ข. สนับสนุนการป้องกันความปลอดภัย ในระบบเครือขายในองค์กร
ค. สนับสนุนการขาย
ง. สนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร

แนวข้อสอบสังคม วัฒนธรรมและจริยธรรม

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียวเท่านั้น
ข้อที่ 1. ข้อใดคือคุณลักษณะตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง
ก. ความพอประมาณ
ข. ความมีเหตุผล
ค. การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว
ง. ถุกทุกข้อ

ข้อที่ 2. ข้อใดให้ความหมายของ "ความพอประมาณ" ตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงได้ชัดเจนที่สุด
ก. ความพอดีที่ไม่น้อยเกิดไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ
ข. การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้นจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ
ค. การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล
ง. การเตรียมตัวให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล

ข้อที่ 3. การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้นจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ คือ
ก. ความพอประมาณ
ข. ความมีเหตุผล
ค. การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว
ง. ถุกทุกข้อ

ข้อที่ 4. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีหลักพิจารณาอยู่กี่ส่วน
ก. มีหลักพิจารณาอยู่ 2ส่วน
ข. มีหลักพิจารณาอยู่ 3ส่วน
ค. มีหลักพิจารณาอยู่ 4ส่วน
ง. มีหลักพิจารณาอยู่ 5ส่วน

ข้อที่ 5. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงถูกประมวลและกลั่นกรองจากพระราชดำรัสของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำไปเผยแพร่ เมื่อวันที่เท่าไหร่
ก. เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2540
ข. เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2542
ค. เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2540
ง. เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2542

ข้อที่ 6. ข้อใดคือแนวพระราชดำริในการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง
ก. ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายในทุกด้าน ลดละความฟุ่มเฟือยในการใช้ชีวิต
ข. แก่งแย่งเพื่อผลประโยชน์และแข่งขันกันในทางการค้าแบบต่อสู้กันอย่างรุนแรง
ค. หาทางให้ชีวิตหลุดพ้นจากความทุกข์ยาก ด้วยการหาผลประโยชน์จากการค้าขาย
ง. ยึดถือการประกอบอาชีพค้าขาย หาผลประโยชน์จากการค้าขาย

ข้อที่ 7. ข้อใดคือความเสี่ยงที่เกษตรกรมักพบเป็นประจำ ในการทำเกษตรกรรม
ก. ความเสี่ยงด้านราคาสินค้าเกษตร
ข. ความเสี่ยงในราคาและการพึ่งพาปัจจัยการผลิตสมัยใหม่จากต่างประเทศ
ค. ความเสี่ยงด้านน้ำ ฝนทิ้งช่วง ฝนแล้ง
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 8. จากปัญหาความเสี่ยงที่เกษตรกรผู้ทำเกษตรกรรมมักพบเป็นประจำ จะสามารถแก้ปัญหาตามทฤษฎีการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างไร
ก. ต้องหาแนวทางหรือหลักการในการบริหารการจัดการที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ข. ต้องหาแนวทางหรือหลักการในการบริหารการจัดการที่ดินและน้ำ เพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ค. ต้องหาแนวทางหรือหลักการมากู้เงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ย และทำระบบบริหารจัดการดินและน้ำให้ยั่งยืน
ง. ต้องหาแนวทางหรือหลักการมาบริหารจัดการฝนให้ตกตามฤดูกาลโดยมีน้ำดีตลอดปี เพื่อความเสี่ยงด้านน้ำ ฝนทิ้งช่วง ฝนแล้ง

ข้อที่ 9. "พอประมาณ" ในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาปรับใช้กับการพัฒนาบุคลากรในองค์กรหรือส่วนราชการอย่างไร
ก. พนักงานควรรู้จักให้โอกาสแก่บุคคลในองค์กร ในสิ่งที่สมควรได้ หรือตามความสามารถของพนักงานอย่างแท้จริง และรู้จักให้บุคลากรมีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเองด้วยตนเองด้วย เพื่อให้บุคลากรสามารถพึ่งตนเองได้ด้วยเช่นกัน
ข. พนักงานควรคำนึงเหตุปัจจัยที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบ การใช้เหตุผลในการบริหารคน และการตัดสินใจต่าง ๆ อย่างรอบคอบมากกว่าใช้อารมณ์ส่วนตัว และเป็นธรรม
ค. พนักงานควรตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆอย่างเหมาะ สม ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์หรือความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้น ในทางดีหรือร้าย
ง. พนักงานควรมีความเชื่อว่าการพัฒนาต้องมีความยั่งยืน เสมอภาค เคารพธรรมชาติและใช้ทรัพยากรธรรมชาติด้วยความระมัดระวัง ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป ในทุกเรื่องและมุ่งหวังประโยชน์ระยะยาวมากกว่าระยะสั้น

ข้อที่ 10. หลักธรรมใดเหมาะกับนโยบายปรองดอง ในปัจจุบัน
ก. ขันติธรรม
ข. วิริยธรรม
ค. สุจิรตธรรม
ง. ถุกทุกข้อ

ข้อที่ 11. ข้อใดให้ความหมายของ "วัฒนธรรม" ตาม พระราชบัญญัติ วัฒนธรรมแห่งชาติพุทธศักราช 2485 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2486 ได้ชัดเจนที่สุด
ก. วัฒนธรรม คือสิ่งที่มนุษย์ยึดถือ และปฏิบัติตามกันเป็นรุ่นๆ
ข. วัฒนธรรม คือสิ่งที่กระทำสืบต่อกันมาช้านาน
ค. วัฒนธรรม คือ ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของมนุษย์
ง. วัฒนธรรม คือ ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความกลมเกลียวก้าวหน้าของชาติ และศีลธรรมอันดีของประชาชน

ข้อที่ 12. ข้อใดคือลักษณะของวัฒนธรรม
ก. วัฒนธรรมเป็นวิถีชีวิต หรือเป็นแบบแผนของการดำเนินชีวิตของมนุษย์ มนุษย์เกิดในสังคมใดก็จะเรียนรู้และซึมซับในวัฒนธรรมของสังคมที่ตนเองอาศัย อยู่ ดังนั้น วัฒนธรรมในแต่ละสังคมจึงแตกต่างกัน
ข. วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ควบคุมสังคม สร้างความเป็นระเบียบ เรียบร้อย ให้แก่สังคม เพราะในวัฒนธรรมจะมีทั้งความศรัทธา ความเชื่อ ค่านิยม บรรทัดฐาน เป็นต้น ตลอดจน ผลตอบแทนในการปฏิบัติและบทลงโทษเมื่อฝ่าฝืน
ค. วัฒนธรรม คือ ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของมนุษย์
ง. วัฒนธรรม คือ ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความกลมเกลียวก้าวหน้าของชาติ และศีลธรรมอันดีของประชาชน

ข้อที่ 13. Cultural diffusion คือ
ก. สิ่งแวดล้อมทางภูมิศาสตร์
ข. ระบบการเกษตรกรรม
ค. ค่านิยม
ง. การเผยแพร่ทางวัฒนธรรม

ข้อที่ 14. วัฒนธรรมไทยมีที่มาจากปัจจัยที่สำคัญตามข้อใด
ก. ระบบการเกษตรกรรม
ข. สิ่งที่สั่งสอนกันมา
ค. การบังคับ
ง. พระมหากษัตริย์

ออฟไลน์ patai

  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 94
    • ดูรายละเอียด



  • Share on your facebook
Re: ข้อสอบโดนๆ!!! สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2015, 10:09:08 pm »
แนวข้อสอบตํารวจ วุฒิ ม.6 ข้อสอบความสามารถทั่วไป

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียวเท่านั้น
ความรู้เกี่ยวกับนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557
ข้อที่ 1. ตามนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ข้อใดคือวิสัยทัศน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ?
ก. เป็นตำรวจมืออาชีพเพื่อความผาสุกของประชาชน
ข. มุ่งพัฒนาและเสริมสร้างให้ข้าราชการตำรวจ เทิดทูนและจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ   ศาสนาและพระมหากษัตริย์
ค. เป็นตำรวจมืออาชีพยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
ง. เป็นตำรวจที่ประชาชนเชื่อมั่น   ศรัทธาและเป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริง

ข้อที่ 2. ตามเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มุ่งพัฒนาและเสริมสร้างให้ข้าราชการตำรวจมีค่านิยมตามข้อใด ?
ก. เป็นตำรวจที่ปกป้องเทิดทูนและจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์
ข. เป็นตำรวจมืออาชีพยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
ค. เป็นตำรวจที่ประชาชนเชื่อมั่น ศรัทธาและเป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริง
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 3. ข้อใดไม่ใช่นโยบายในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ?
ก. เพิ่มความเข้มในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามนโยบาย รัฐบาล โดยยึดกฎหมายและหลักนิติธรรม
ข. ดําเนินมาตรการยึดทรัพย์กับผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดตามกฎหมายโดยเคร่งครัด
ค. ประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อดําเนินการป้องกัน การแพร่ระบาดยาเสพติดในชุมชน สถานศึกษา และสถานประกอบการทุกประเภท รวมทั้งการพัฒนา ครูตํารวจ D.A.R.E.
ง. ไม่ดําเนินการทางอาญาและวินัยกับข้าราชการตํารวจท่ีเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ข้อที่ 4. การพัฒนาระบบงานสายตรวจให้มีความพร้อม และมีประสิทธิภาพในการระงับเหตุและบริการประชาชนด้วยความรวดเร็ว จัดอยู่ในนโยนายทั่วไปตามข้อใด ?
ก. นโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
ข. นโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
ค. นโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมเฉพาะทาง
ง. นโยบายปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักธรรมาภิบาล

ข้อที่ 5. จากนโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมเฉพาะทาง ข้อใดไม่ใช่ นโยบายด้านการก่อการร้าย ?
ก. พัฒนาและเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือของ สํานักงานตรวจคนเข้าเมืองและสํานักงานพิสูจน์หลักฐานตํารวจให้สามารถตรวจสอบ ข้อมูลลายนิ้วมือและบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข. ส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและต่างประเทศในการต่อต้านการก่อการร้าย
ค. จัดระเบียบสังคมตามอํานาจหน้าที่และเข้มงวดกวดขันในการปราบปรามอบายมุขทุกประเภท
ง. ปราบปรามอาชญากรรมท่ีเกิดขึ้นกับนักท่องเท่ียว ด้วยการระดม กวาดล้างอาชญากรรมตามห้วงเวลาที่เหมาะสม

ข้อที่ 6. จากนโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมเฉพาะทาง ข้อใดคือนโยบายด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ?
ก. ศึกษาและนําระบบการตรวจจับการกระทําความผิดทางคอมพิวเตอร์ โดยใช้เทคโนโลยีมาเสริมการปราบปรามและใช้มาตรการทางกฎหมายมาบังคับใช้อย่าง จริงจัง
ข. พัฒนาระบบการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Cyber Crime) ภายใต้กรอบที่กฎหมายกําหนด โดยให้ความสําคัญเรื่องการเคารพสิทธิในการสื่อสารและเสรีภาพในการแสดงความ คิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ
ค. เพิ่มประสิทธิภาพในการสืบสวนสอบสวน ดําเนินคดี การรวบรวมพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ และนิติวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์ โดยพัฒนา องค์ความรู้ให้แก่บุคลากรและจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัยให้เหมาะสมกับ การปฏิบัติงาน
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 7. การพัฒนาระบบการรับแจ้งเหตุของศูนย์รับแจ้งเหตุ (OneStopCrisisCenter) จัดอยู่ในนโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมเฉพาะ ทาง ด้านใด ?
ก. การบริหารจัดการอาชญากรรมเฉพาะทาง
ข. อาชญากรรมต่อเด็กสตรีและการค้ามนุษย์
ค. อาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ง. การก่อการร้าย

ข้อที่ 8. การพัฒนาระบบฐานข้อมูล เชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในควบคุมสั่งการ จัดอยู่ในนโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมเฉพาะ ทาง ด้านใด ?
ก. การบริหารจัดการอาชญากรรมเฉพาะทาง
ข. อาชญากรรมต่อเด็กสตรีและการค้ามนุษย์
ค. อาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ง. การก่อการร้าย

ข้อที่ 9. ข้อใดไม่ใช่ นโยบายด้านการพัฒนางานสถานีตํารวจและหน่วยบริการประชาชน ?
ก. ให้ความสําคัญแก่สถานีตํารวจ ซึ่งถือเป็นหัวใจและยุทธศาสตร์ (จุดแตกหัก) ในการอํานวยความยุติธรรม การให้บริการและช่วยเหลือประชาชน
ข. ให้ความสําคัญกับการกระจายทรัพยากรการบริหารไปยังสถานีตํารวจ และหน่วยบริการประชาชน
ค. เพิ่มขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติ ในลักษณะการบริการหลายๆ จุด
ง. สร้างเครือข่ายกับทุกภาคส่วนในการให้บริการและช่วยเหลือประชาชน

ข้อที่ 10. ข้อใดคือนโยบายในการการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ?
ก. ควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยการยุติเหตุร้ายรายวันและความ รุนแรงเน้นการปฏิบัติด้วยมาตรการเชิงรุกมากขึ้นเพื่อจํากัดเสรีการปฏบัติของ ฝ่ายตรงข้าม
ข. พัฒนาขีดความสามารถของหน่วยให้มีความพร้อมและความเข้มแข็ง เน้นการสร้างทีมสืบสวนสอบสวนและพิสูจนห์ลกัฐานโดยยึดหลักกฎหมายและสิทธ มินษุยชน
ค. ขจัดปัญหาภัยแทรกซ้อนที่มีความเชื่อมโยงและหรือสนับสนุน กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 11. ข้อใดไม่ใช่ ในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ตามตามนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ?
ก. ปรับโครงสร้างการจัดหน่วยตํารวจที่เกี่ยวข้อง ให้มีมาตรฐานการ ปฏิบัติงานสอดรับกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
ข. พัฒนาระบบฐานข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเชื่อมโยงภายในประเทศ
ค. เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงาน ประชาชนและชุมชนในพื้นที่ตามแนวชายแดน
ง. ประสานงานเพื่อเตรียมการจัดตั้งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตํารวจอาเซียน

ความรู้เกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC)
ข้อที่ 12. กำหนดเริ่มเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” (ASEAN Economic Community : AEC) ถูกเลื่อนจากวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2015 (พ.ศ. 2558) เป็นวันที่เท่าไหร่ ?
ก. วันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2015
ข. วันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2016
ค. วันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2017
ง. วันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2018

ข้อที่ 13. จากข้อที่ 12 ข้อใดคือเหตุผลในการเลื่อนเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” (ASEAN Economic Community : AEC) ?
ก. มีปัญหาเกี่ยวกับข้อตกลงและกฎระเบียบเกี่ยวกับวีซ่าและการผ่านแดน
ข. มีปัญหาเกี่ยวกับกฎระเบียบว่าด้วยการลงทุนระหว่างกัน
ค. มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรการที่จะรับมือกับการลักลอบขนยาเสพติด
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 14. กรมขนส่งทางบกได้บรรลุข้อตกลงธุรกิจเดินรถข้ามประเทศรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) กับประเทศใด ?
ก. ประเทศพม่า
ข. ประเทศลาว
ค. ประเทศมาเลเซีย
ง. ประเทศกัมพูชา

ข้อที่ 15. ข้อใดคือเป้าหมายสำคัญของการเป็น AEC ?
ก. การเป็นตลาดเดียวและฐานการผลิตร่วม
ข. การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจอาเซียน
ค. การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 16. ข้อใดคือผลกระทบเชิงบวกของ AEC กับอุตสาหกรรมของไทย ?
ก. สินค้าของประเทศอาเซียนอื่นเข้าสู่ตลาดไทยได้โดยไม่มีภาระภาษี
ข. การเคลื่อนย้ายแรงงานได้อย่างเสรี
ค. ตลาดสินค้าในประเทศ (Domestic Market) ยังไม่มีการป้องกัน
ง. เพิ่มอำนาจการต่อรองของไทยในเวทีการค้าโลก

ข้อที่ 17. ข้อใดคือผลกระทบเชิงลบของ AEC กับอุตสาหกรรมของไทย ?
ก. สินค้าของประเทศอาเซียนอื่นเข้าสู่ตลาดไทยได้โดยไม่มีภาระภาษี
ข. ต้นทุนในการผลิตของไทยต่ำลง สามารถนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางที่ใช้ในการผลิต ได้ในราคาที่ถูกลง
ค. เป็นการสร้างเสริมโอกาสการลงทุนเมื่อประเทศอาเซียนมีการเคลื่อนย้ายเงินทุนได้เสรีมากยิ่งขึ้น
ง. เพิ่มพูนขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย เมื่อมีการใช้ทรัพยากรการผลิตร่วมกัน/เป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกับอาเซียนอื่น ๆ



แนวข้อสอบเก่าเทคโนโลยีสารสนเทศ ชุดที่ 1

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียง 1 ข้อ
ข้อที่ 1. ข้อใดคือองค์ประกอบที่สำคัญ ที่ทำให้เกิดการเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ก. คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (File Server)
ข. ช่องทางการสื่อสาร (Communication Chanel)
ค. สถานีงาน (Workstation or Terminal)
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 2. ข้อใดมิใช่อุปกรณ์ในเครือข่าย (Network Operation System) คอมพิวเตอร์
ก. การ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย (Network Interface Card :NIC)
ข. โมเด็ม ( Modem : Modulator Demodulator)
ค. หน้าจอ LCD
ง. ฮับ ( Hub)

ข้อที่ 3. ข้อใดกล่าวถึงโครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (TOPOLOGY) ได้ถูกต้อง
ก. bus topology : ถ้ามีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายมากเกินไป จะมีการส่งข้อมูลชนกันมากจนเป็นปัญหา
ข. ring topology : ทิศทางการส่งข้อมูลจะเป็นทิศทางเดียวกันเสมอ จากเครื่องหนึ่งจนถึงปลายทาง
ค. bus topology : ทิศทางการส่งข้อมูลจะเป็นทิศทางเดียวกันเสมอ จากเครื่องหนึ่งจนถึงปลายทาง
ง. ring topology : ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเสียก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบโดยรวม

ข้อที่ 4. ข้อใดบอกถึงข้อดีของแต่ละโครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (TOPOLOGY) ได้ถูกต้อง
ก. bus topology : ใช้สื่อนำข้อมูลน้อย ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย
ข. ring topology : ใช้สายเคเบิ้ลน้อย และถ้าตัดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เสียออกจากระบบ ก็จะไม่   ส่งผลต่อการทำงานของระบบเครือข่ายนี้
ค. star topology : ถ้าต้องการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ก็สามารถทำได้ง่ายและไม่กระทบต่อเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในระบบ
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 5. ข้อใดบอกถึงสัญญาณข้อมูลชนิดดิจิทัล (Digital Signal) ได้ถูกต้อง
ก. รูปสัญญาณของสัญญาณมีความเปลี่ยนแปลงที่ไม่ปะติดปะต่อ
ข. 14,400 bps หมายถึง มีความเร็วในการส่งข้อมูลจำนวน 14,4001 บิตในระยะเวลา 1 นาที
ค. มีลักษณะเป็นคลื่นไซน์ (Sine Wave)
ง. เฮิรตซ์ (Hertz) คือหน่วยวัดความถี่ของสัญญาณข้อมูลแบบดิจิทัล

ข้อที่ 6. คุณสมบัติของสายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) ตรงตามข้อใด
ก. เป็นสื่อนำข้อมูลแบบไร้สาย (Wireless Media)
ข. มีความถี่ในการส่งข้อมูลประมาณ 100 MHz ถึง500 MHz
ค. ราคาต่ำกว่าสายบิดเกลียว
ง. ถูกทุกข้อ

ข้อที่ 7. เครื่องพิมพ์ชนิดพล็อตเตอร์ (plotter) เหมาะกับอาชีพใดมากที่สุด
ก. สถาปนิก   ข. ตำรวจ
ค. นักเขียน   ง. แพทย์

ข้อที่ 8. ข้อใดมิใช่องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ
ก. ฮาร์ดแวร์   ข. ซอฟต์แวร์
ค. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน   ง. กระดาษ

ข้อที่ 9. ข้อใดคือตัวอย่างของซอฟต์แวร์ระบบ
ก. ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์
ข. ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน
ค. ซอฟต์แวร์นำเสนอข้อมูล
ง. ซอฟต์แวร์กราฟิก

ข้อที่ 10. ข้อใดให้ความหมายของระบบสารสนเทศได้ถูกต้อง ชัดเจนที่สุด
ก. เป็นการทำงานร่วมกันเพื่อกำหนด รวบรวม จัดเก็บข้อมูล ประมวลผลข้อมูลเพื่อสร้างสารสนเทศ
ข. ชุดขององค์ประกอบที่ทำหน้าที่รวบรวม ประมวลผล จัดเก็บ และแจกจ่ายสารสนเทศ
ค. ระบบคอมพิวเตอร์ที่จัดเก็บข้อมูล และประมวลผลเป็นสารสนเทศ ที่ต้องอาศัยฐานข้อมูล
ง. ชุดของกระบวนการ บุคคล และเครื่องมือ ที่จะเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ

ข้อที่ 11. สมุดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ (Spreadsheet ) จัดเป็นระบบสารสนเทศประเภทใด
ก. Office Automatic System หรือ OAS
ข. Transaction Processing System หรือ TPS
ค. Executive Informaion Systyem หรือ EIS
ง. Decision Support System หรือ DSS

ข้อที่ 12. Central Processing Unit : CPU คือ
ก. หน่วยรับข้อมูล
ข. หน่วยประมวลผลกลาง
ค. หน่วยแสดงผล
ง. หน่วยความจำชั่วคราว

ข้อที่ 13. ข้อใดให้ความหมายของ “ซอฟต์แวร์ระบบ” ได้ชัดเจนที่สุด
ก. คือ ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานด้านต่างๆ ตามความต้องการของผู้ใช้ เช่น ซอฟต์แวร์กราฟิก ซอฟต์แวร์ประมวลคำ ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน ซอฟต์แวร์นำเสนอข้อมูล
ข. คือ ซอฟต์แวร์ที่ใช้จัดการกับระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีอยู่ในระบบ เช่น ระบบปฏิบัติการวินโดว์ส ระบบปฏิบัติการดอส ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์
ค. คือ ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในงานด้านต่างๆ รวมไปถึง ใช้จัดการกับระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีอยู่ในระบบ
ง. คือ ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการป้องกันระบบ ไม่ให้มีผู้บุกรุกเข้ามาในระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ

ข้อที่ 14. “Graphical User Interface : GUI” คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร
ก. เป็นส่วนประสานกราฟิกกับผู้ใช้ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานซอฟต์แวร์ได้ง่ายขึ้น
ข. เป็นซอฟต์แวร์ที่ประสานกราฟิกกับผู้ใช้ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งงานซอร์ฟแวร์ผ่านรูปแบบที่เป็นกราฟฟิก
ค. เป็นระบบป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์
ง. เป็นฮาร์ดแวร์ที่ประสานกราฟิกกับผู้ใช้ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งงานฮาร์ดแวร์ผ่านรูปแบบที่เป็นกราฟฟิก

ข้อที่ 15. Electronic Data Interchange คือ
ก. ระบบข่ายงานที่เชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ระหว่างกันทั่วองค์กร
ข. การสื่อสารข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน โดยอาศัยสัญญาณข้อมูลข่าวสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบข่ายงาน
ค. การรวมตัวกันของระบบข่ายงานที่กระจายอยู่ทั่วโลก จนกลายเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่
ง. ระบบที่ไม่ใช้กระดาษบทบาทที่สำคัญอีกบทบาทหนึ่งคือการให้บริการข้อมูล

ข้อที่ 16. ในการสื่อสารระดับต่าง ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ระดับที่มีความเกี่ยวข้องกับการรับข้อมูลเป็นบิต ซึ่งเกี่ยวข้องกับระดับแรงดันไฟฟ้าช่วงความถี่ คาบเวลา เรียกการสื่อสารในระดับนั้นว่าอะไร
ก. ระดับฟิสิคัล (Physical Layer)
ข. ระดับดาต้าลิงค์ (Data Link Layer)
ค. ระดับเนตเวอร์ค (Network Layer)
ง. ผิดทุกข้อ

ออฟไลน์ patai

  • Global Moderator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 94
    • ดูรายละเอียด



  • Share on your facebook
Re: ข้อสอบโดนๆ!!! สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2015, 10:09:51 pm »

แนวข้อสอบเก่าจริยธรรมและกฎหมายที่ประชาชนควรรู้

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
ข้อที่ 1. นายสมพรได้หายตัวไปจากจังหวัดชุมพรซึ่งเป็นภูมิลำเนาของตนโดยที่ไม่มีใครรู้ แน่ว่านายสมพรหายตัวยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ตลอดระยะเวลา 5 ปี ดังนั้นบุคคลใดที่มีอำนาในการร้องขอให้ศาลสั่งนายสมพรเป็นคนสาบสูญ
ก. พนักงานสอบสวน
ข. ผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการ
ค. พนักงานฝ่ายปกครอง
ง. ทนายความ

ข้อที่ 2. หากเอกต้องการซื้อช้างของโทเอกต้องทำอย่างไรจึงจะทำให้การซื้อขายช้างดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย
ก. ทำเป็นหนังสือ
ข. จดทะเบียน
ค. มีหลักฐานเป็นหนังสือ
ง. ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

ข้อที่ 3. สนขายที่ดินให้แก่สิทธิ์โดยทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยในสัญญาซื้อขายที่ดินฉบับดังกล่าวมีข้อตกลงว่าสนผู้ขายสามารถที่จะไถ่ ที่ดินดังกล่าวได้สัญญาซื้อขายดังกล่าวเป็นสัญญาซื้อขายประเภทใด
ก. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด
ข. สัญญาจะซื้อจะขาย
ค. สัญญาขายฝาก
ง. สัญญาเช่าซื้อ

ข้อที่ 4. วินัยทำสัญญาให้อนุชาเช่าบ้านเป็นเวลา 3 ปี ต่อมาวินัยได้ขายบ้านหลังนั้นให้อมร เมื่ออมรทราบว่าบ้านหลังดังกล่าววินัยได้ให้อนุชาเช่าอมรต้องการให้อนุชาออก จากบ้านอมรจึงได้ฟ้องขับไล่อนุชาให้ออกจากบ้านหลังดังกล่าวได้หรือไม่
ก. ได้ เพราะ กรรมสิทธิ์ในบ้านดังกล่าวเป็นของอมรแล้ว
ข. ได้ เพราะ สัญญาเช่าระงับลงแล้ว
ค. ไม่ได้ เพราะ สัญญาเช่ายังคงผูกพันผู้รับโอนอยู่จนกว่าจะครบกำหนดระยะเวลา
ง. ได้ เพราะ เมื่ออมรรับโอนกรรมสิทธิ์แล้วสิทธิต่างๆที่บุคคลภายนอกผูกพันอยู่กับผู้รับโอนย่อมระงับไป

ข้อที่ 5. อุทัยเช่าบ้านของสุทินโดยไม่ได้ทำสัญญาเช่าเป็นเวลา 1 ปี โดยตกลงชำระค่าเช่ากันเดือนละ12,000บาท ต่อมาอุทัยได้ค้างชำระค่าเช่าบ้านเป็นเวลา 3 เดือน เป็นเงิน 36,000 บาท สุทินก็ได้ติดตามทวงถามเงินค่าเช่าแต่อุทัยก็ได้ปฏิเสธ ดังนั้นสุทินจะฟ้องร้องบังคับคดีได้หรือไม่
ก. ได้ เพราะแม้ไม่ได้ทำสัญญาเช่ากันไว้ก็สามารถฟ้องร้องบังคับคดีกันได้
ข. ไม่ได้ เพราะการเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ
ค. ได้ เพราะเพียงแต่ผู้ให้เช่าให้ผู้เช่าเข้าอาศัยในอสังหาริมทรัพย์ก็ฟ้องร้องบังคับคดีได้แล้ว
ง. ได้ เพราะ เมื่อผู้เช่าขอเช่าอสังหาริมทรัพย์และผู้ให้เช่าอนุญาตให้เช่า สัญญาเช่าก็เกิดไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือก็สามารถฟ้องร้องบังคับ คดีได้

ข้อที่ 6. รณตกลงเช่าซื้อรถไถนาของขาวเป็นเงิน 400,000 บาทโดยตกลงชำระเป็นงวดๆละ 20,000 บาทโดยมิได้ทำเป็นหนังสือ การเช่าซื้อรถไถของรณกับขาวมีผลเป็นอย่างไร
ก. โมฆะ
ข. โมฆียะ
ค. สมบูรณ์
ง. ไม่มีข้อถูก

ข้อที่ 7. สมพรกู้เงินแดงเป็นเงิน 1900 บาท เมื่อถึงกำหนดชำระเงินสมพรไม่ยอมชำระแดงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้หรือไม่
ก. ไม่ได้ เพราะสัญญาไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ
ข. ได้ เพราะการกู้เงินที่ไม่เกิน 2000 แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็ฟ้องร้องบังคับคดีได้
ค. ไม่ได้ เพราะกฎหมายกำหนดว่าการกู้ยืมเงินต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ
ง. ไม่มีข้อถูก

ข้อที่ 8. หากนายพิชัยต้องการจะนำที่ดินของตนไปจำนองต่อพลพิชัยต้องกระทำอย่างไรจึงจะทำให้สัญญาจำนองชอบด้วยกฎหมาย
ก. ทำเป็นหนังสือ
ข. มีหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใดลงลายชื่อผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญ
ค. ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ง. จดทะเบียน

ข้อที่ 9. นายสมพรทำประกันวินาศภัยกับบริษัทสุพจน์ประกันภัยไว้ ต่อมาระหว่างสัญญาประกันภัยได้เกิดไฟไหม้บ้านสมพร ต่อมาสมพรได้ติดต่อกับบริษัทให้ใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่ทางบริษัทกลับเพิกเฉยไม่ยอมชำระ สมพรจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ภายในเวลากี่ปี
ก. 10 ปีนับแต่วันวินาศภัย
ข. 1 ปีนับแต่วันวินาศภัย
ค. 5 ปีนับแต่วันวินาศภัย
ง. 2 ปีนับแต่วันวินาศภัย

ข้อที่ 10. สุริยาทำประกันชีวิตแบบอาศัยเหตุมรณะกับทิพยประกันภัยต่อมา สุริยาได้กระทำอัตตวินิบาตด้วยใจสมัครภายใน 2 ปีนับแต่วันทำสัญญากรณีดังกล่าวทิพยประกันภัยต้องใช้เงินประกันหรือไม่
ก. ต้องจ่ายเงินประกันชีวิตเพราะสัญญาประกันชีวิตสมบูรณ์แล้ว
ข. ไม่ต้องจ่ายเงินประกันชีวิตเพราะผู้เอาประกันชีวิตได้กระทำอัตตวินิจบาตด้วยใจสมัคร
ค. ต้องจ่ายเงินประกันชีวิตเพราะผู้แม้ว่าผู้เอาประกันภัยได้กระทำอัตตวินิจบาต ด้วยใจสมัครก็ตามแต่มิได้กระทำภายในระยะเวลา 1 ปีอันเป็นข้อยกเว้นที่บริษัทไม่ต้องจ่ายเงิน
ง. ต้องจ่ายเงินประกันชีวิตเพราะผู้เอาประกันชีวิตทำสัญญาประกันชีวิตโดยอาศัยเหตุมรณะ

ข้อที่ 11. นายอเนกทำการหมั้นกับเด็กหญิงออยอายุ 13ปี การหมั้นระหว่างนายเอนกกับเด็กหญิงออยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ก. ชอบเพราะเป็นการหมั้นระหว่างชายกับหญิง
ข. ไม่ชอบเพราะการหมั้นจะต้องกระทำต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์แล้ว
ค. ชอบเพราะการหมั้นไม่ได้กำหนดอายุเอาไว้
ง. ไม่ชอบด้วนกฎหมายเพราะการหมั้นจะสมบูรณ์ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุ 15 ปีบริบูรณ์

ข้อที่ 12. สมศักดิ์ได้หมั้นกับแดงต่อมาสมศักดิ์ได้กระทำการข่มขืนขาวด้วยเหตุนี้แดงจะบอกเลิกสัญญาหมั้นได้หรือไม่
ก. ไม่ได้ เพราะการกระทำเมื่อหมั้นแล้วย่อมผูกพันทั้งสองฝ่ายจนกว่าจะสมรส
ข. ได้ เพราะ การกระทำของสมศักดิ์เป็นการกระทำชั่วอย่างร้ายแรงของคู่หมั้น
ค. ไม่ได้เพราะการกระทำของสมศักดิ์ไม่ถือว่าเป็นการกระทำชั่วอย่างร้ายแรง
ง. ไม่ได้ เพราะการหมั้นดังกล่าวมีผลสมบูรณ์แล้วแม้คู่หมั้นจะกระทำการผิดสัญญาสัญญาหมั้นก็ยังคงสมบูรณ์

ข้อที่ 13. การสมรสที่เป็นโมฆียะสิ้นสุดลงเมื่อใด
ก. เมื่อฝ่ายชายฟ้องหย่า
ข. เมื่อฝ่ายหญิงฟ้องหย่า
ค. เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงหย่า
ง. เมื่อศาลพิพากษาให้เพิกถอน

ข้อที่ 14. นายสมพรได้สมรสกับนางสาวกรวิกาโดยสำคัญผิดคิดว่านางสาวกรวิกาเป็นนางสาวกร วิการซึ่งเป็นคนที่ตนหลงรัก ต่อมาหลังจากที่นายสมพรได้ทำการสมรสกับนางสาวกรวิกาแล้วก็มาทราบความจริงว่า หญิงที่ตนสมรสด้วยมิใช่นางสาวกรวิการ ดังนี้หากนายสมพรจะขอเพิกถอนการสมรสเพราะเหตุสำคัญผิดตัวคู่สมรสจะต้องกระทำ ภายในกี่วัน
ก. 30 วัน
ข. 40 วัน
ค. 60 วัน
ง. 90 วัน

ข้อที่ 15. สำรวมตกลงหย่ากับเสงี่ยมโดยที่ทั้งสองฝ่ายตกลงยินยอมกันแต่โดยดี กรณีดังกล่าวหากจะให้การหย่ากันโดยชอบด้วยกฎหมายทั้งสองฝ่ายจะต้องกระทำ อย่างไรจึงจะชอบด้วยกฎหมาย
ก. มีหลักฐานเป็นหนังสือ
ข. ทำเป็นหนังสือ
ค. ทำเป็นหนังสือและมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อยสองคน
ง. มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญ

แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2556

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียง 1 ข้อ
ข้อที่ 1. ข้อใดให้ความหมายของ “การสืบสวนข้อเท็จจริง” ตามกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2556 ได้ชัดเจนที่สุด ?
ก. การแสวงหาข้อเท็จจริงของข้าราชการตํารวจ
ข. การแสวงหาพยานหลักฐานของข้าราชการตํารวจ
ค. การแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของข้าราชการตํารวจ
ง. การแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของข้าราชการตํารวจว่าได้กระทําผิดวินัยตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่อย่างไร

ข้อที่ 2. ในการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือสั่งให้ผู้ใดทําการสืบสวน ประธานกรรมการหรือผู้สืบสวนต้องเป็นบุคคลตามข้อใด ?
ก. ผู้รู้เห็นเหตุการณ์ในเรื่องที่สืบสวน
ข. รัฐมนตรี
ค. ข้าราชการตํารวจชั้นสัญญาบัตรที่มีตําแหน่งและยศไม่ต่ํากว่าผู้ถูกกล่าวหา
ง. เจรตำรวจ

ข้อที่ 3. ในกรณีที่คณะกรรมการสืบสวนได้แจ้งคําสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาต้องชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องที่ถูกกล่าวหา ต่อประธานกรรมการสืบสวนภายในกี่วันนับตั้งแต่วันที่รับทราบคําสั่ง ?
ก. ภายในสามวันนับแต่วันที่รับทราบคําสั่ง
ข. ภายในห้าวันนับแต่วันที่รับทราบคําสั่ง
ค. ภายในสิบวันนับแต่วันที่รับทราบคําสั่ง
ง. ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่รับทราบคําสั่ง

ข้อที่ 4. คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนไม่มีหน้าที่ ตามข้อใด ?
ก. สืบสวนตามหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาที่กําหนดในกฎ ก.ตร. นี้ เพื่อแสวงหาความจริง ในเรื่องที่กล่าวหาและดูแลให้บังเกิดความยุติธรรมตลอดการสืบสวน
ข. รวบรวมประวัติของผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กล่าวหาเท่าที่จําเป็นเพื่อประกอบการพิจารณา
ค. จัดทําบันทึกการปฏิบัติงานที่มีการสืบสวนไว้ทุกครั้ง
ง. ให้บุคคลอื่นเข้าร่วมทําการสืบสวนเพื่อเป็นพยาน

ข้อที่ 5. ในกรณีที่การลงมติของที่ประชุมคณะกรรมการสืบสวนมีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ตัดสินชี้ขาดด้วยวิธีใด ?
ก. ให้นำเสนอเรื่องที่ประชุมแก่ ผบ.ตร. เพื่อให้ทำการชี้ขาด
ข. ให้นำเสนอเรื่องที่ประชุมแก่รัฐมนตรีเพื่อให้ทำการชี้ขาด
ค. ให้บันทึกการประชุดเสนอผู้บังคับบัญชาชั้นถัดไปเพื่อให้ทำการชี้ขาด
ง. ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาดการประชุม

ข้อที่ 6. ในการนําเอกสารหรือวัตถุมาใช้เป็นพยานหลักฐานในสํานวนการสืบสวน คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนต้องบันทึกอย่างไร ?
ก. ไม่ต้องบันทึก
ข. ให้บันทึกไว้ด้วย ว่าได้มาอย่างไร
ค. ให้บันทึกไว้ด้วย ว่าได้มาอย่างไร และจากผู้ใด
ง. ให้บันทึกไว้ด้วย ว่าได้มาอย่างไร จากผู้ใด และเมื่อใด

ข้อที่ 7. ในกรณีที่คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนเห็นว่ามีมูลที่ควรกล่าวหาผู้กระทำผิด คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนต้องดำเนินการตามข้อใด ?
ก. เรียกผู้ถูกกล่าวหา มาพบเพื่อแจ้งเรื่องที่ถูกกล่าวหา
ข. แจ้งให้ศาลออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหา
ค. ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา
ง. สั่งขังผู้ถูกกล่าวหา

ข้อที่ 8. ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาให้ถ้อยคํารับสารภาพว่าได้กระทําการตามที่ถูกกล่าวหาให้คณะกรรมการ สืบสวนหรือผู้สืบสวน ดำเนินการตามข้อใด ?
ก. แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบว่าการกระทําของผู้ถูกกล่าวหาเป็นความผิดวินัยกรณีใด ตามมาตราใด
ข. แจ้งให้ศาลออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหา พร้อมทั้งดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา
ค. ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา ตามความผิดที่ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำ
ง. สั่งขังผู้ถูกกล่าวหาไว้ก่อน แล้วจึงแจ้งผู้ถูกกล่าวหาทราบว่าการกระทําของผู้ถูกกล่าวหาเป็นความผิดวินัยกรณีใด ตามมาตราใด และ ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา ตามความผิดที่ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำ

ข้อที่ 9. ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมรับสารภาพ และต้องการยื่นคําชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเป็นหนังสือ ผู้ถูกกล่าวต้องยื่นหนังสือชี้แจงภายในกี่วัน ?
ก. ภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเรื่องที่ถูกกล่าวหา
ข. ภายในห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเรื่องที่ถูกกล่าวหา
ค. ภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเรื่องที่ถูกกล่าวหา
ง. ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเรื่องที่ถูกกล่าวหา

ข้อที่ 10. ในการสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาและพยานของคณะกรรมการสืบสวนต้องมีกรรมการ สืบสวนไม่น้อยกว่ากี่คน จึงจะสืบสวนได้ ?
ก. ต้องมีกรรมการสืบสวนไม่น้อยกว่าสองคนจึงจะสืบสวนได้
ข. ต้องมีกรรมการสืบสวนไม่น้อยกว่าสามคนจึงจะสืบสวนได้
ค. ต้องมีกรรมการสืบสวนไม่น้อยกว่าสี่คนจึงจะสืบสวนได้
ง. ต้องมีกรรมการสืบสวนไม่น้อยกว่าห้าคนจึงจะสืบสวนได้

ข้อที่ 11. การสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาและพยาน คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนต้องบันทึกถ้อยคําตามแบบใด ?
ก. แบบ สส.3 ที่ ก.ตร. กําหนด
ข. แบบ สส.4 ที่ ก.ตร. กําหนด
ค. แบบ สส.5 ที่ ก.ตร. กําหนด
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข

ข้อที่ 12. หากคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนสงสัยว่าผู้ถูกกล่าวหากระทําผิด วินัยในเรื่องอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในคําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือคําสั่งให้สืบสวน ให้ประธาน กรรมการหรือผู้สืบสวน ทำตามข้อใด ?
ก. ไม่ต้องทำอะไร
ข. ให้รายงานไปยังผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนโดยเร็ว
ค. ให้เขียนบันทึกเป็นรายงานไว้ตามแบบ สส.๓ ที่ ก.ตร. กําหนด แนบไปกับบันทึกการสืบสวน
ง. ให้เขียนบันทึกเป็นรายงานไว้ตามแบบ สส.๓ หรือแบบ สส.๔ ที่ ก.ตร. กําหนด แนบไปกับบันทึกการสืบสวน

ข้อที่ 13. หากในระหว่างการสืบสวนมีการสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาไปอยู่นอกบังคับบัญชาของผู้สั่งให้สืบสวน ให้คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนทําตามข้อใด ?
ก. ให้เลิกทำการสืบสวน
ข. ให้คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนทําการสืบสวนต่อไป จนเสร็จ
ค. ให้คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนทําการสืบสวนต่อไป จนเสร็จ แล้วทํารายงานการสืบสวนเสนอต่อผู้สั่งแต่งตั้ง
ง. ให้คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนทําการสืบสวนต่อไป จนเสร็จ แล้วทํารายงานการสืบสวนเสนอต่อผู้สั่งแต่งตั้ง และให้ผู้สั่งแต่งต้ั้ง ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาคนใหม่ของผู้ถูกกล่าวหา

ข้อที่ 14. แบบ สส.๒ ใช้สำหรับบันทึกตามข้อใด ?
ก. บันทึกการแจ้งเรื่องที่ถูกกล่าวหาหรือถูกร้องเรียนตามข้อ ๑๙
ข. บันทึกถ้อยคําของผู้ถูกกล่าวหา
ค. บันทึกถ้อยคําพยาน
ง. รายงานการสืบสวน

ข้อที่ 15. เมื่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนได้รับความเห็นและผลการสืบสวนข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการสืบสวนแล้ว ปรากฏว่าผลการสืบสวนไม่มีมูล ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนมีอำนาจหน้าที่ตามข้อใด ?
ก. ตรวจสอบความถูกต้องของสํานวนการสืบสวนตามข้อ ๓๗ ข้อ ๓๘ และข้อ ๓๙
ข. ส่ังให้คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนดําเนินการสืบสวนเพ่ิ่มเติมได้ หากปรากฏว่า การสืบสวนเรื่องนั้น ๆ ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์เพียงพอที่จะพิจารณาสั่งการได้
ค. สั่งยุติเรื่อง
ง. ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป