ผู้เขียน หัวข้อ: รวมแนวข้อสอบ นายร้อยตำรวจหญิง บุคคลภายนอกหญิง ม.6 นรต.หญิง รร.นรต.  (อ่าน 1281 ครั้ง)

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
!!!มาแล้ว!!!แนวข้อสอบ แนวข้อสอบนายร้อยตำรวจหญิง บุคคลภายนอกหญิง ม.6 นรต.หญิง รร.นรต. ข่าวเปิดสอบ หนังสืออ่าน เตรียมสอบ คู่มือ ใหม่ล่าสุด 58 59 ชัวร์สุดๆ พร้อมเฉลย
 
สั่งซื้อแนวข้อสอบได้ที่  หรือสอบถามได้ บริการเป็นกันเอง
คุณศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน  (คุณอั๋น)
Tel : 0981081851
line id : 0981081851   
E-Mail : k_sakhiran@hotmail.com





#หนังสืออ่านสอบรวบรวมจากหนังสือมากกว่าสิบเล่มและแนวข้อสอบจริง
#แนวข้อสอบรายละเอียดภายในไฟล์ประกอบด้วย #แนวข้อสอบทุกวิชาที่ใช้สอบของแต่ละหน่วยงาน
#ติวสอบรวมแนวข้อสอบเก่าดีดีและข้อสอบที่ออกบ่อยมากพร้อมเฉลย
#แนวข้อสอบ #แนวข้อสอบนายร้อยตำรวจหญิง บุคคลภายนอกหญิง ม.6 นรต.หญิง รร.นรต. อัพเดท ใหม่ล่าสุด59
#แนวข้อสอบนายร้อยตำรวจหญิง บุคคลภายนอกหญิง ม.6 นรต.หญิง รร.นรต. 59 เปิดสอบอ่านคล่องเข้าใจง่ายแม่นยำ ตรงประเด็น เต็มๆ
#แนวข้อสอบ เก็งแนวข้อสอบนายร้อยตำรวจหญิง บุคคลภายนอกหญิง ม.6 นรต.หญิง รร.นรต. 59โดนเต็มๆ ครอบคลุม ทุกเนื้อหาที่เปิดสอบ
#E-BOOK #จำหน่าย #ขาย ข้อสอบ #เก็งข้อสอบ #หนังสืออ่านสอบ #คู่มือ#แนวข้อสอบ#ตัวอย่างข้อสอบออนไลน์


!!!!!+ประกาศสอบ+!!!!

<<<โรงเรียนนายร้อยตำรวจ>>>

เปิดรับสมัครสอบนายร้อยตำรวจหญิง ประจำปี 2559 จำนวน 57 คน รับสมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2558 - 15 มกราคม 2559

ประกาศโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เรื่อง รับสมัครและสอบคัดเลือกบุคคลภายนอก (หญิง) เข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ ประจำปี 2559

จำนวนที่รับ
รับจากบุคคลทั่วไป เพศหญิง จำนวน 57 คน

คุณสมบัติ
- เป็นหญิงโสด
- อายุ 16 - 21 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันปิดรับสมัคร
- วุฒิการศึกษา ม.6 หรือเทียบเท่า
- สูงไม่น้อยกว่า 160 ซม.

การรับสมัครสอบ
สมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2558 - 15 มกราคม 2559 ที่เว็บไซต์ http://www.admission.rpca.ac.th/ ตลอด 24 ชั่วโมง




จำหน่ายเอกสาร #แนวข้อสอบนายร้อยตำรวจหญิง โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ใหม่ล่าสุด ชัวร์สุดๆ
ประกอบด้วย รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ


ไฟล์แนวข้อสอบ ราคา 399 บาท {จัดส่งทางอีเมล์}  สามารถเอาไปปริ้น อ่านได้เลย หรือ เปิดใน Computer, Smart Phone, Tablet ได้
นายร้อยตำรวจหญิง (ม.6)
1 แนวข้อสอบคณิตศาสตร์
2 สรุปวิชาคณิตศาสตร์
3 สรุปวิชาภาษาไทย
4 แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
5 แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
6 แนวข้อสอบวิชาวิทยาศาสตร์
7 แนวข้อสอบนายร้อยตำรวจหญิง


DVD เตรียมสอบตำรวจที่กำลังเปิดสอบ ทั่วประเทศ สำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปติวและการติวสอบต้องใช้เวลาและเงินจำนวนมาก
แต่จะดีไหมถ้าท่านสามารถติวสอบเองได้เองหรือบางท่านอาจจะไม่มีเวลาอ่านหนังสือ ขี้เกียจอ่านหนังสือ ท่านก็สามารถเอาไฟล์ MP3
จากแผ่นนี้ไปลงใน มือถือ ipad iphone ใช้ฟังในรถยนต์ หรือฟังควบคู่กับการทำกิจกรรมต่างๆ ท่านก็สามารถจำได้เท่ากับการอ่าน
VCD/MP3 ติวสอบตำรวจ ชั้นสัญญาบัตร บุคคลภายนอก
DVD ชุดเตรียมสอบนักเรียนนายร้อยตำรวจ ราคา 2,500 บาท
ประกอบด้วย

VCD คณิตศาสตร์
- เศษส่วนและทศนิยม, เลขยกกำลังและจำนวนจริง, การแก้สมการและอสมการตัวแปรเดียว
- ทฤษฎีบทปีทาโกรัส, การแยกตัวประกอบพหุนาม, สมการกำลังสองและพาราโบลา
- การแปรผัน, พื้นที่ผิวและปริมาตร, ระบบสมการเชิงเส้น, ตรีโกณมิติ
- สถิติ, ความน่าจะเป็น, เศษส่วนของพหุนาม
VCD วิทยาศาสตร์
- สารและสมบัติของสาร
- แสงและเลนส์, เสียงและวงจรไฟฟ้า
- โลกและการเปลี่ยนแปลงและธรณีภาค
- สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
VCD ภาษาไทย
- การใช้ภาษา
- ความเข้าใจภาษา
VCD ภาษาอังกฤษเบื้อต้น
MP3 เทคนิคการเดาคำศัพท์ภาษาอังกฤษ


(+++เลือกตามตำแหน่งที่สอบ+++)


แนวข้อสอบนายร้อยตำรวจหญิง
บุคคลภายนอกหญิง ม.6
นรต.หญิง
รร.นรต.



*******************************


#รวมสุดยอดแนวข้อสอบและไฟล์เอกสาร  #หนังสือคู่มืออ่านสอบหนังสืออ่านสอบ #เก็งเอกสารติวข้อสอบคู่มือสอบ #ติวสอบข้อสอบเก่า
#เปิดสอบงานราชการงานรัฐวิสาหกิจอัพเดทล่าสุดสำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปติวและไม่มีเวลาไปหาซื้อหนังสือ
#ข่าวเปิดสอบงานราชการ #เตรียมสอบราชการ #อัพเดทที่สุด #ปี #58 #59






*** จำหน่าย แนวข้อสอบทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง สอบถามได้
*** ไฟล์แนวข้อสอบ ราคา 399 บาท {จัดส่งทางอีเมล์}  สามารถเอาไปปริ้น อ่านได้เลย หรือ เปิดใน Computer, Smart Phone, Tablet ได้
*** หนังสืออ่านสอบ แถม แผ่น CD VCD หรือ MP3 (บรรยายเนื้อหา 1 เรื่อง) ราคา 999 บาท จัดส่งทางไปรษณีย์ {ร่วมค่าจัดส่ง EMS แล้ว}

$$$ กรุณาชำระเงินที่ : ธนาคารไทยพาณิชย์   
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 404-045-7465

$$$ โอนเงินชำระเสร็จแล้ว แจ้งที่  คุณศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน  (คุณอั๋น)

+++ Tel : 0981081851
+++ Line ID : 0981081851   
+++ E-Mail : k_sakhiran@hotmail.com

+++ Face Book : www.facebook.com/sheetthai.z


1 แนวข้อสอบทำการจัดส่งภายในวันที่โอนเงิน ไม่เกิน "เที่ยงคืน" (ในกรณีโอนเงินก่อน 18.00 น.)
2 โปรดตรวจสอบที่กล่องขาเข้า [Inbox] และ  อีเมล์ลล์ขยะ [Junk Mail]
3 หากยังไม่ได้รับ กรุณาติดต่อกลับมาที่  098-1081851 หรือทางอีเมล์
4 กรุณาเก็บหลักฐานการโอนเงินไว้ด้วย


&&& รายละเอียดที่ต้องแจ้งหลังจากโอนเงิน &&&
1. แจ้ง เวลาที่โอน ( ดูในใบ สลิป หรือ ใบ Pay in จากธนาคารเป็นหลักเท่านั้น )
2. แจ้ง ชื่อหน่วยงาน และตำแหน่ง ที่จะสั่งซื้อ
3. แจ้ง E-Mail (ในกรณีที่สั่งเป็นไฟล์)
4. แจ้ง ชื่อที่อยู่ เบอร์โทร (ในกรณีที่สั่งเป็นหนังสือ)



#ข่าวเปิดสอบ #หนังสือ #คู่มือ #เตรียมสอบ #เก็งข้อสอบ #ติวสอบ #แนวข้อสอบ #แนวข้อสอบนายร้อยตำรวจหญิง
#บุคคลภายนอกหญิง #ม.6 #นรต.หญิง #รร.นรต.



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 14, 2016, 12:10:45 pm โดย sakhiran »







ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
แนวข้อสอบ  กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง
พ.ศ. ๒๕๔๗
1. กรณีใดที่ต้องทำการสืบสวนข้อเท็จริง
ก. ผู้บังคับบัญชามีเหตุอันควรสงสัยว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัย
ข. ส่วนราชการอื่นหรือหน่วยงานอื่นแจ้งมาให้ทราบว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัยหรือสงสัยกระทำผิดวินัย
ค. กรณีอื่นๆ ที่ผู้บังคับบัญชาหรือจเรตำรวจเห็นควรให้มีการสืบสวนข้อเท็จจริง
ง. ทุกข้อมีกล่าวมาต้องมีการสืบสวนข้อเท็จจริง
ตอบ       ง.  ทุกข้อมีกล่าวมาต้องมีการสืบสวนข้อเท็จจริง
                ข้อ ๔  ภายใต้บังคับ ข้อ ๒  กรณีที่ควรทำการสืบสวนข้อเท็จจริง  ได้แก่
(๑) ผู้บังคับบัญชามีเหตุอันควรสงสัยว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัย
(๒) มีผู้ร้องเรียนกล่าวหาว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัยโดยผู้ร้องเรียนนั้นได้แจ้งชื่อและที่อยู่ของตนเองเป็นที่แน่นอน  พร้อมทั้งระบุพฤติการณ์แห่งกรณีที่กล่าวหาว่าข้าราชการตำรวจกระทำผิดวินัยนั้น
(๓) ส่วนราชการอื่นหรือหน่วยงานอื่นแจ้งมาให้ทราบว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัยหรือสงสัยกระทำผิดวินัยฯลฯ
2. การประชุมกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงข้อใดกล่าวถูก
ก. ต้องมีประธานเข้าร่วมประชุมด้วยไม่มีข้อยกเว้น
ข. หากประธานไม่สามารถมาประชุมได้  ให้รองนายกฯ เข้ามาประชุมแทนได้
ค. นายกฯ สามารถมอบอำนาจให้ใครมาเป็นประธานก็ได้
ง. หากประธานไม่สามารถมาประชุมได้  ให้กรรมการที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่แทน
ตอบ       ง.  หากประธานไม่สามารถมาประชุมได้  ให้กรรมการที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่แทน
                การประชุมคณะกรรมการสืบสวนต้องมีประธานกรรมการอยู่ร่วมประชุมด้วย  แต่ในกรณีจำเป็นที่ประธานกรรมการไม่สามารถเข้าประชุมได้  ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่แทน
3. ในกรณีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดหรือต้องรับผิดในคดีที่เกี่ยวกับเรื่องที่สืบสวน  ถ้าคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฎตามคำพิพากษาได้ความประจักษ์ชัดอยู่แล้ว  จึงถือเอาคำพิพากษานั้นเป็นพยานหลักฐานโดยไม่ต้องสืบสวน  แต่ทั้งนื้ทั้งนั้นคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนต้องทำอย่างไร
ก. ไม่ต้องดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น
ข. แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบและแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาตามที่ปรากฎในคำพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ
ค. ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาคนปัจจุบันดำเนินการแจ้ง
ง. ทำรายงานและสรุปคดี
ตอบ       ข.  แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบและแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาตามที่ปรากฎในคำพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ
                ข้อ ๒๘  ในกรณีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดหรือต้องรับผิดในคดีที่เกี่ยวกับเรื่องที่สืบสวน  ถ้าคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฎตามคำพิพากษาได้ความประจักษ์ชัดอยู่แล้ว  ให้ถือเอาคำพิพากษานั้นเป็นพยานหลักฐานโดยไม่ต้องสืบสวนต่อไปได้  แต่ต้องแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบและแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาตามที่ปรากฎในคำพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ  ทั้งนี้ ให้นำข้อ ๑๘ วรรคสอง  วรรคสาม  วรรคสี่  วรรคห้า  วรรคหก  และวรรคเจ็ด  มาใช้บังคับโดยอนุโลม
4. การประชุมกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงต้องมีกรรมการสืบสวนมาประชุมไม่น้อยกว่ากี่คน
ก. ไม่น้อยกว่าสามคน
ข. ไม่น้อยกว่าห้าคนและไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสืบสวนทั้งหมด
ค. ไม่น้อยกว่าสี่คนและไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสืบสวนทั้งหมด
ง. ไม่น้อยกว่าสามคนและไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสืบสวนทั้งหมด
ตอบ       ง.  ไม่น้อยกว่าสามคนและไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสืบสวนทั้งหมด
                การประชุมคณะกรรมการสืบสวนตาม ข้อ ๑๘ และ ข้อ ๓๐  ต้องมีกรรมการสืบสวนมาประชุมไม่น้อยกว่าสามคนและไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสืบสวนทั้งหมด
5. การสืบสวนข้อเท็จจริง  มีความหมายที่ถูกต้องตามข้อใด
ก. การแสวงหาข้อเท็จจริงและซึ่งผู้มีหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่
ข. การแสวงหาหลักฐานซึ่งผู้มีหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่เพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งพฤติการณ์และการกระทำนั้นว่าเกิดขึ้นจากการกระทำของข้าราชการตำรวจผู้ใด
ค. การแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานซึ่งผู้มีหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่เพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งพฤติการณ์และการกระทำนั้นว่าเกิดขึ้นจากการกระทำของข้าราชการตำรวจผู้ใดหรือข้าราชการตำรวจผู้ซึ่งมีเหตุอันสมควรสงสัยหรือถูกร้องเรียนหรือถูกกล่าวโทษว่าได้กระทำผิดวินัยหรือไม่ประการใด
ง. ถูกทุก ข้อ ก. ข. และ ค.
ตอบ       ค.  การแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานซึ่งผู้มีหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่เพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งพฤติการณ์และการกระทำนั้นว่าเกิดขึ้นจากการกระทำของข้าราชการตำรวจผู้ใดหรือข้าราชการตำรวจผู้ซึ่งมีเหตุอันสมควรสงสัยหรือถูกร้องเรียนหรือถูกกล่าวโทษว่าได้กระทำผิดวินัยหรือไม่ประการใด
                ข้อ ๓  การสืบสวนข้อเท็จจริง  หมายถึง  การแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานซึ่งผู้มีหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่  เพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งพฤติการณ์และการกระทำนั้นว่าเกิดขึ้นจากการกระทำของข้าราชการตำรวจผู้ใดหรือข้าราชการตำรวจผู้ซึ่งมีเหตุอันสมควรสงสัยหรือถูกร้องเรียนหรือถูกกล่าวโทษว่าได้กระทำผิดวินัยหรือไม่ประการใด
6. ในกรณีสืบสวนแล้วเป็นมูลความผิดทางอาญาในความผิดฐานเรียกรับสินบนด้วย  ผกก.คลองตัน จะดำเนินการอย่างไรต่อไป
ก. เสนอสำนวนการสืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อให้สำนักงานจเรตำรวจตรวจสอบต่อไป
ข. สั่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ค. เสนอรองผู้บังคับการในฐานะผู้บังคับบัญชาถัดขึ้นไปชั้นหนึ่งพิจารณา
ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. ข. และ ค.
ตอบ       ง.  ถูกทั้ง ข้อ ก. ข. และ ค.
7. ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิคัดค้านกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวน  โดยให้ทำเป็นหนังสือแสดงข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการคัดค้านไว้ในหนังสือคัดค้านด้วย  จะต้องยื่นต่อบุคคลใด
ก. ประธานกรรมการสืบสวน  หรือผู้สั่งให้สืบสวนแล้วแต่กรณี
ข. ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน  หรือผู้สั่งให้สืบสวนแล้วแต่กรณี
ค. ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น
ง. จเรตำรวจ
ตอบ       ข.  ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน  หรือผู้สั่งให้สืบสวนแล้วแต่กรณี
                การคัดค้านให้ทำเป็นหนังสือแสดงข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการคัดค้านไว้ในหนังสือคัดค้านด้วยว่าจะทำให้การสืบสวนไม่ได้ความจริงและความยุติธรรมอย่างไร  การคัดค้านผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวน  ให้ยื่นต่อผู้บังคับบัญชาเหนือผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนขึ้นไปชั้นหนึ่ง  การคัดค้านกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนให้ยื่นต่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนภายในเจ็ดวันนับแต่วันรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือคำสั่งให้สืบสวนหรือทราบเหตุแห่งการคัดค้าน
8. การแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือสั่งให้ผู้ใดทำการสืบสวน  ประธานกรรมการหรือผู้สืบสวน  ต้องมีตำแหน่งและยศในระดับใด
ก. ไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา
ข. ถ้าเป็นราชการบริการส่วนกลาง  ประธานกรรมการหรือผู้ทำการสืบสวนต้องมียศไม่ต่ำกว่าพันตำรวจตรี
ค. ถ้าเป็นราชการส่วนภูมิภาคต้องมียศไม่ต่ำกว่าร้อยตำรวจเอก
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ
                ข้อ ๙  การแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือสั่งให้ผู้ใดทำการสืบสวน  ประธานกรรมการหรือผู้สืบสวน  ต้องมีตำแหน่งและยศไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา  และนอกจากนั้นถ้าเป็นราชการบริหารส่วนกลางประธานกรรมการหรือผู้ทำการสืบสวนต้องมียศไม่ต่ำกว่าพันตำรวจตรี  ถ้าเป็นราชการส่วนภูมิภาคต้องมียศไม่ต่ำกว่าร้อยตำรวจเอก
9. กรณีการสืบสวนข้อเท็จจริงหากสืบสวนไม่เสร็จและขออนุมัติขยายเวลาออกไปอีกหลายครั้งจนครั้งสุดท้าย  หากมีความจำเป็นจะขยายระยะเวลสืบสวนออกไปเกินกว่าสามสิบวัน  ให้เสนอขออนุมัติต่อใคร
ก. ผู้สั่งแต่งตั้งกรรมการสืบสวน
ข. ผู้บังคับบัญชาที่มอบหมาย
ค. ผู้บังคับบัญชาโดยตรง
ง. ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง
ตอบ       ง.  ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชึ้นหนึ่ง
                ในการสืบสวนเพิ่มเติมตาม ข้อ ๓๕ (๒)  ให้ดำเนินการสืบสวนให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันรับทราบคำสั่ง  หากครบกำหนดสามสืบวันแล้วยังสืบสวนไม่แล้วเสร็จให้ขออนุมัติขยายเวลาต่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวน  ให้ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนพิจารณาอนุมัติได้ตามความจำเป็น  แต่ทั้งนี้ห้ามมิให้ขยายระยะเวลาสืบสวนต่อไปอีกเกินกว่าสามสิบวัน  หากมีความจำเป็นจะขยายระยะเวลาสืบสวนออกไปเกินกว่าสามสิบวัน  ให้เสนอขออนุมัติต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง





ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
กฎ ก.ตร.
ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553
1. กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553 มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดกี่วัน
ก. 30 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
                ข. 45 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
                ค. 60 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
                ง. 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ตอบ  ค.  60 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
2. ในการแต่ตั้งข้าราชการตำรวจตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
                ก. ควรคำนึง พฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคล
                ข. พิจารณาจากความรู้ความสามารถ
                ค. ต้องผ่านอบรมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ
                ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ  ก. ควรคำนึง พฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคล
3. หน่วยงานใดทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณภาพของข้าราชการตำรวจ
                ก. กองบัญชาการศึกษา                                                      ข. สถาบันฝึกอบรม
                ค. จเรตำรวจแห่งชาติ                                                         ง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตอบ   ก. กองบัญชาการศึกษา
4. กองบัญชาการศึกษามีหน้าที่อะไร
ก. กำหนดชี้วัดและหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานข้าราชการตำรวจที่ประพฤติดีเยี่ยม
ข. รณรงค์ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่กำหนดกำหนดหลักสูตรพัฒนาและฝึกอบรมข้าราชการตำรวจเกี่ยวกับจริยธรรมและจรรยาบรรณ
ค. สร้างเครื่องข่ายทั้งภายในและภายนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อส่งเสริมจริยธรรมและจรรยาบรรณของข้าราชการตำรวจ
                ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.ถูกทุกข้อ
5. การประกาศเชิดชูเกียรติข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานใด
                ก. จเรตำรวจแห่งชาติ                                                         ข. ก.ตร.
                ค. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ                                          ง. ผู้อำนวยการกองบัญชาการศึกษา
ตอบ   ข. ก.ตร.
6. การประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานและข้าราชการตำรวจในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจต้องกระทำเมื่อใด
                ก. ทุกๆ 3 เดือน                                                   ข. ทุกๆ  6 เดือน
                ค. ทุกๆ 1 ปี                                                          ง. ทุกๆ  2 ปี
ตอบ  ค. ทุกๆ 1 ปี
7. หน่วยงานใดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทีต้องนำประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจไปกำหนดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอน
                ก.  จเรตำรวจแห่งชาติ                                                        ข. กองบัญชาการศึกษา
                ค. สถานบันการฝึกอบรม                                                  ง. ทุกหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตอบ   ค. สถานบันการฝึกอบรม     
8. หน่วยงานใดมีอำนาจและหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
                ก.  จเรตำรวจแห่งชาติ                                                        ข. กองบัญชาการศึกษา
                ค. สถานบันการฝึกอบรม                                                  ง. ทุกหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตอบ   ก. จเรตำรวจแห่งชาติ
9. หน่วยงานใดมีหน้าที่สอดส่องดูแลการรักษาประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
                ก.  จเรตำรวจแห่งชาติ                                                        ข. กองบัญชาการศึกษา
                ค. สถานบันการฝึกอบรม                                                  ง. ทุกหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตอบ   ก.จเรตำรวจแห่งชาติ
10. ข้อใดคืออำนาจและหน้าที่ของจเรตำรวจแห่งชาติ
                ก. ให้คำปรึกษาและแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
                ข. จัดทำคู่มือและคำอธิบายแนวทางปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม
                ค. สอดส่องดูแลการักษาประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
                ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง. ถูกทุกข้อ





ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
1. ผู้รักษาการตาม พ.ศ. 2547 ปัจจุบันได้แก่
                ก. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ                                               ข. พล.ต.อ. พัชวาท วงศ์สุวรรณ
                ค. นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ                                              ง.  นายเชาวรัตน์ ชาญวีรกุล
ตอบข้อ ค. นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ
2. ข้อใดเป็นอำนาจหน้าที่ของ สตช.
                ก.  ถปภ. องค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ฯ                   
                ข. ดูแลควบคุมและกำกับการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติตาม ป. วิอาญา
                ค. ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางอาญา                   
                ง. ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ  ง. ถูกทุกข้อ
3. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แบ่งส่วนราชการออกเป็นกี่ส่วน
                ก.  2 ส่วน                                           
ข.  3  ส่วน
                ค.  4  ส่วน                                           
ง.  กี่ส่วนก็ได้แล้วแต่ดุลยพินิจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ตอบข้อ ก.  2 ส่วน ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 10 บัญญัติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติแบ่งส่วนราชการออกเป็น 2 ส่วน คือ  1. สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  2. กองบัญชาการ
4. ใครเป็นอธิบดีกรมตำรวจคนแรกและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนแรก
                ก. พล. ท. พระวรางศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ , พล.ต.อ. ประชา  พรหมนอก                       
                ข. พล. ต.อ.เผ่า  ศรียานนท์ , พล.ต.อ. พรศักดิ์  ดุรรงค์วิบูลย์
                ค. พล.ต.อ. ไสว ไสวแสนยากร  , พล.ต.อ. ประชา  พรหมนอก                           
                ง. พล.ต.ท. พระยาอธิปกรณ์ประกาศ , พล.ต.อ. พจน์  บุณยะจินดา
ตอบข้อ ก. พล. ท. พระวรางศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ , พล.ต.อ. ประชา  พรหมนอก
 
 
5. “ ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยจะทำไม่ได้ ในทางที่ไม่ขัดต่อ ศีลธรรม ขนบธรรมเนียม
     ประเพณี อันดีงามและกฎหมายบ้านเมือง ” เป็นคำกล่าวของใคร
 ก. พล. ต.อ. เผ่า ศรียานนท์                              ข. จอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์
                ค. พระยามโนปกรณ์นิติธาดา                          ง.  พล.ต.อ. หลวงชาติตระการโกศล
ตอบข้อ ก. พล. ต.อ. เผ่า ศรียานนท์
6. “ ก.ต.ช. ” ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ย่อมาจากอะไร
 ก.  คณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ                   ข. คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
                ค. คณะกรรมการาชการตำรวจ                         ง. คณะกรรมการกรมตำรวจแห่งชาติ
ตอบข้อ  ข. ตามพ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 16 บัญญัติ “ ให้มีคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ คณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า  ก.ด.ช .”
7. บุคคลใดเป็นผู้บังคับข้าราชการตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
 ก. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ                          ข. นายกรัฐมนตรี
                ค. จเรตำรวจแห่งชาติ                                         ง. ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ ข.  ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 11 สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าส่วนราชการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้  (2) เป็นผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รองจากนายกรัฐมนตรี นั่นก็หมายความว่า นายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
8. คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ มีบุคคลใดดำรงตำแหน่งเป็น ประฐานกรรมการ
 ก. นายกรัฐมนตรี                                                                ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย       
                ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม                              ง. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ตอบข้อ ก.  ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ  มาตรา 17 กำหนดให้นายกรัฐมนตรีประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
9. บุคคลตามข้อใดเป็นกรรมการโดยที่ตำแหน่งของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
 ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย                           ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
                ค. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ                                          ง. ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ ง.  ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ  มาตรา 17 กำหนดให้นายกรัฐมนตรีประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ  ประกอบด้วย  นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ปลัดกระทรวงยุติธรรมเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติเป็นกรรมการโยตำแหน่ง
 
10. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ มีทั้งหมดกี่คน
 ก.  3  คน                                                                              ข.  4  คน
                ค.   7  คน                                                                             ง.  10  คน
ตอบข้อ  ข. ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ  มาตรา 17 กำหนดให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติมีทั้งหมด  4 คน





ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
. ข้อใดไม่ใช่ “ส่วนราชการ” ตามความหมายใน พ.ร.ฎ.ฯ  การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี  พ.ศ.
๒๕๔๖
ก.    กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น                                  ข.    จังหวัดเชียงใหม่
ค.  กระทรวงยุติธรรม                                                                        ง.    เทศบาลเมืองสารคาม
( เฉลย   ข.    จังหวัดเชียงใหม่ )
2. ข้อใด ไม่ใช่ เป้าหมายหลักของการบริหารบ้านเมืองที่ดี  ที่ระบุใน พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี  พ.ศ. ๒๕๔๖
ก.    เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
ข.    เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
ค.    มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ
ง.    เกิดความสมานฉันท์ของคนในประเทศ
( เฉลย   ง.    เกิดความสมานฉันท์ของคนในประเทศ )
3. ข้อใดไม่ใช่เป้าหมายของการบริหารราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
ก.    เพื่อให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน
ข.    เพื่อความสงบและปลอดภัยชองสังคมส่วนรวม
ค.    เพื่อความมั่นคงแห่งรัฐ
ง.    เกิดประโยชน์สูงสุดของประเทศ
( เฉลย   ข.    เพื่อความสงบและปลอดภัยชองสังคมส่วนรวม )
4. หน่วยงานใดไม่มีหน้าที่ในการจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดิน
ก.    สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ข.    สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ค.    สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ง.    สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
( เฉลย   ง.    สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง )
5. การโอนงบประมาณจากภารกิจหนึ่ง  สามารถกระทำได้เฉพาะกรณีใด
ก.    เมื่อรัฐมนตรีอนุมัติตามที่หัวหน้าส่วนราชการเสนอ
ข.    เมื่องานหรือภารกิจใดไม่อาจดำเนินการตามวัตถุประสงค์ต่อไปได้
ค.    เมื่องบประมาณของภารกิจใหม่ไม่พอเพียง
ง.    ถูกทุกข้อ
( เฉลย   ง.    ถูกทุกข้อ )
6. การโอนงบประมาณจากภารกิจหนึ่งตามที่กำหนดในแผนปฏิบัติราชการไปใช้ในภารกิจใหม่ที่มิได้กำหนดในแผนปฏิบัติราชการ  จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากใคร
ก.    คณะรัฐมนตรี                                                             ข.    สำนักงบประมาณ
ค.    รัฐมนตรี                                                                      ง.    รัฐมนตรีและ  ก.พ.ร.
( เฉลย   ข.    สำนักงบประมาณ )
7. ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีพ้นขากตำแหน่ง  ใครมีหน้าที่สรุปผลปฏิบัติราชการและใหเข้อมูลต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่
ก.    รัฐมนตรี                                                                      ข.    หัวหน้าส่วนราชการ
ค.    ก.พ.ร.                                                                          ง.   คณะรัฐมนตรี
( เฉลย   ข.    หัวหน้าส่วนราชการ )
8. ให้ส่วนราชการจัดทำบัญชีต้นทุนในการบริการสาธารณะแต่ละประเภทขึ้น  ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่หน่วยงานใดเป็นผู้กำหนด
ก.    สำนักงบประมาณ                                                      ข.    กรมบัญชีกลาง
ค.    กระทรวงการคลัง                                                      ง.    ทุกข้อถูกหมด
( เฉลย   ข.    กรมบัญชีกลาง )
9. ในกระทรวงใดๆ ใครมีหน้าที่ ที่จะต้องจัดให้ส่วนราชการภายในกระทรวงที่รับผิดชอบปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริการประชาชนร่วมกันจัดตั้งศูนย์บริการร่วม
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวง                           ข. คณะรัฐมนตรี
ค. ปลัดกระทรวง                                                              ง. นายกรัฐมนตรี
( เฉลย   ค.    ปลัดกระทรวง )
10. ในกรณีที่สำนักคณะกรรมการกฤษฎีกา  เสนอแนะต่อส่วนราชการให้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมาย  กฎ  ระเบียบ  ข้อบังคับ  หรือประกาศ  ที่อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการนั้น  แต่ส่วนราชการนั้นไม่เห็นด้วย กับคำเสนอแนะของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  ให้เสนอเรื่องต่อใครเป็นผู้เพื่อพิจารณาวินิจฉัย
ก.    คณะรัฐมนตรี                                                             ข.    เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ค.    เลขาธิการ  ก.พ.ร.                                                     ง.    ถูกทุกข้อ
( เฉลย   ก.    คณะรัฐมนตรี )
11. ส่วนราชการต้องมีการปรับปรุงหรือจัดให้มีกฎหมาย  กฎ  ระเบียบ  ข้อบังคับหรือประกาศขึ้นใหม่  เพื่อ
ก.    ให้ทันสมัยและเหมาะสมกับสภาวการณ์
ข.    ให้สอดคล้องกับความจำเป็นทางเศรษฐกิจ  สังคม  และความมั่นคงของประเทศ
ค.    คำนึงถึงความสะดวกรวดเร็วและลดภาระของประชาชนเป็นสำคัญ
ง.    ข้อ  ก, ข  และ  ค  ประกอบกัน
( เฉลย   ง.    ข้อ  ก, ข  และ  ค  ประกอบกัน )
12. ระบบเครือข่ายสารสนเทศกลาง  จัดทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่ประชาชนในการติดต่อกับส่วนราชการ  จัดทำขึ้นโดยกระทรวงใด
ก.    กระทรวงศึกษาธิการ                                 ข.   กระทรวงคมนาคม
ค.   สำนักนายกรัฐมนตรี                                  ง.    กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
( เฉลย   ง.    กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร )
13. ข้อใดไม่ต้องประกาศให้ประชาชนทราบและสามารถตรวจสอบได้
ก.    งบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการนั้นในแต่ละปี
ข.    รายการเกี่ยวกับการจัดซื้อ  หรือจัดจ้างที่ดำเนินในแต่ละปีของส่วนราชการนั้น
ค.    ข้อพิจารณาอนุมัติให้จัดซื้อจัดจ้าง
ง.    สัญญาใดๆที่ได้มีการอนุมัติให้จัดซื้อหรือจัดจ้างแล้ว
( เฉลย   ง.    สัญญาใดๆที่ได้มีการอนุมัติให้จัดซื้อหรือจัดจ้างแล้ว )
14. ส่วนราชการอาจจัดให้มีการประเมินภาพรวมของผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับหรือหน่วยงานในส่วนราชการก็ได้  ทั้งนี้การประเมินดังกล่าวต้องกระทำตามข้อใด
ก.    ต้องประเมินโดยบุคคลภายนอกเท่านั้น
ข.    ต้องกระทำเป็นอย่างเปิดเผยและเป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งความสามัคคีของข้าราชการ
ค.    ต้องกระทำเป็นความลับและเป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งความสามัคคีของข้าราชการ
ง.    ต้องประเมินโดยผู้บังคับบัญชาและกระทำโดยเปิดเผย
( เฉลย   ข.    ต้องกระทำเป็นอย่างเปิดเผยและเป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งความสามัคคีของข้าราชการ )
15. การกำหนดให้ส่วนราชการต้องปฏิบัติการใดนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้  เพื่อให้การบริหารราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐต้องกำหนดโดยใคร
ก.    ก.พ.ร.
ข.    ก.พ.ร.  โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
ค.    ก.พ.ร.  โดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรี
ง.    หัวหน้าส่วนราชการเท่านั้น





ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
๑. ดาบตำรวจแดงได้ไปหลอกนางสายและสามีว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อในบัญชีดำเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ หากให้เงินจำนวน ๓๐๕.๐๐๐ บาท แก่ดาบตำรวจแดง จะไม่มีชื่อในบัญชีดำและไม่ถูกดำเนินคดี นางสายจึงได้มอบเงินจำนานดังกล่าวให้ดาบตำรวจแดง นางสายมีอำนาจฟ้องคดีอาญาดาบตำรวจแดงหรือไม่
 ก. ฟ้องได้ เพราะนางสายเป็นผู้เสียหาย
 ข. ฟ้องไม่ได้ เพราะนางสายมิใช่ผู้เสียหาย
 ค. ฟ้องได้ เพราะเป็นความผิดต่อแผ่นดิน
 ง. ฟ้องไม่ได้ เพราะเป็นความผิดต่อส่วนตัว ต้องร้องทุกข์ก่อน
๒. ความผิดใดที่ราษฎรอาจเป็นผู้เสียหาย
 ก. ความผิดตามประมวลรัษฎากร
 ข. ความผิดฐานขัดขืนหมายหรือคำสั่งศาลให้มาให้ถ้อยคำ
 ค. ความผิดตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาหาร
 ง. ความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
๓. บุตรของนายขาวถูกนายเสียขับรถชนตาย นายขาวจึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายเสือ ร.ต.ต.ดำ ได้จดบันทึกคำให้การของพยานที่เห็นเหตุการณ์ไม่ตรงกับความเป็นจริง เจตนาช่วยให้นายเสือซึ่งเป็นญาติของตนได้รับโทษน้อยลง นายขาวจึงได้ยื่นฟ้อง ร.ต.ต.ดำ ตาม ป.อ.มาตรา ๑๕๗,๒๐๐ นายขาวมีอำนาจฟ้องหรือไม่
 ก. ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะผุ้เสียหายที่แท้จริงตายเสียก่อนร้องทุกข์
 ข. ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะมิใช่ความผิดที่เกี่ยวข้องกับการทำให้บุตรของนายขาวตาย
 ค. มีอำนาจฟ้อง เพราะนายขาวเป็นผู้เสียหายโดยตรง
 ง. มีอำนาจฟ้อง เพราะนายขาวเป็นผู้มีอำนาจจัดการแทนบุตร
๔. นาย ก. ได้กระทำผิดฐานฆ่าผุ้อื่น เหตุเกิดที่จังหวัดนนทบุรี จากนั้น นาย ก. ได้หลบหนีไปอยู่จังหวัดปทุมธานี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมนาย ก. ได้ที่จังหวัดปทุมธานี ปรากฏว่านาย ข. เพื่อนของนาย ก. ได้มาขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจมิให้จับกุมนาย ก. การกระทำของนาย ข. จึงเป็นความผิดฐานขัดขวางเจ้าพนักงาน ดังนี้ พนักงานอัยการจะยื่นฟ้องนาย ก. ฐานฆ่าผู้อื่น และยื่นฟ้องนาย ข. ฐานขัดขวางเจ้าพนักงาน ต่อศาลใดจะสะดวก
 ก. ยื่นฟ้องนาย ก. และนาย ข. ต่อศาลจังหวัดปทุมธานี
 ข. ยื่นฟ้องนาย ก. ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี และยื่นฟ้องนาย ข. ต่อศาลจังหวัดปทุมธานี จากนั้น
 ขอให้ศาลจังหวัดปทุมธานีโอนคดีมาพิจารณารวมกันที่ศาลจังหวัดนนทบุรี
 ค. ยื่นฟ้องนาย ก. และนาย ข. ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี
 ง. ยื่นฟ้องนาย ก. ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี และยื่นฟ้องนาย ข. ต่อศาลจังหวัดปทุมธานี
๕. ความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทย พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคือ
 ก. พนักงานสอบสวนกองปราบปราน
 ข. พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ
 ค. อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทน
 ง. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
๖. ใครเป็นผู้มีอำนาจออกหมายเรียก
 ก. พนักงานสืบสวนและพนักงานสอบสวน
 ข. พนักงานสืบสวนและตำรวจชั้นผู้ใหญ่
 ค. พนักงานฝ่ายปกครองชั้นผู้ใหญ่และพนักงานสอบสวน
 ง. พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ และศาล
๗. พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนนายแดงที่บ้านของนายแดงเอง จะเรียกนายแดงมาสอบปากคำไว้เป็นพยานโดยไม่ต้องออกหมายเรียกได้หรือไม่
 ก. ได้ เพราะพนักงานสอบสวนเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่
 ข. ได้ เพระพนักงานสอบสวนไปสอบสวนทำการสอบสวนด้วยตนเอง
 ค. ไม่ได้ เพราะต้องออกหมายเรียกเสมอ
 ง. ไม่ได้ เพราะพนักงานสอบสวนมิใช่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่
๘. หมายอาญาได้แก่หมายดังต่อไปนี้
 ก. จับ ขัง ควบคุม ค้น จำคุก
 ข. จับ เรียก ค้น จำคุก และปล่อยตัวชั่วคราว
 ค. จับ ควบคุม ค้น ขัง และปล่อย
 ง. จับ ขัง จำคำ และค้น
๙. ใครเป็นผู้มีอำนาจค้นตาม ป.วิ อาญา
 ก. พนักงานอัยการและศาล
 ข. พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ
 ค. พนักงานฝ่ายปกครองและพนักงานอัยการ
 ง. พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจและพนักงานสอบสวน
๑๐. ในกรณีที่ศาลมีอำนาจสั่งขังได้หลายครั้งแต่ละครั้งสามารถสั่งขังได้ครั้งละกี่วัน
 ก. ๒๔ วัน ข. ๘๔ วัน
 ค. ๔๘ วัน ง. ไม่เกิน ๑๒ วัน
๑๑. ผู้มีสิทธิได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวได้แก่ใคร
 ก. ผู้เข้ามามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนเพราะมีข่าวทางหนังสือพิมพ์ว่าถูกดำเนินคดี
 ข. ผู้ต้องหาที่ปรากฏตัวต่อพนักงานสอบสวน
 ค. ผู้ต้องหาที่ถูกจับแล้วหรือจำเลย
 ง. ผู้ต้องหาแม้ยังไม่ถูกจับก็ขอให้ปล่อยชั่วคราวได้
๑๒. สาระสำคัญประการหนึ่งของคำร้องทุกข์คืออะไร
 ก. บุคคลอื่นได้กล่าวหาว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้นซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ตน
 ข. ผู้เสียหายได้กล่าวหาว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้นซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ตน
 ค. ผู้เสียหายหรือบุคคลอื่นได้กล่าวหาว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้น ซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ตน
 ง. บุคคลอื่นกล่าวหาโดยมีเจตนาให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ
๑๓. เจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งจะเป็นผู้รับคำร้องทุกข์กฎหมายกำหนดไว้คือบุคคลใด
 ก. พนักงานสอบสวนเท่านั้น
 ข. พนักงานสืบสวนสอบสวนและตำรวจ
 ค. พนักงานสอบสวนและตำรวจ
 ง. พนักงานสอบสวน พนักงานฝ่ายปกครองและตำรวจ
๑๔. ในการสอบสวนคดี ถ้าการใดในการสอบสวนอยู่นอกเขตอำนาจ พนักงานสอบสวนจะกระทำได้หรือไม่
 ก. ไม่ได้ เพราะกฎหมายบังคับไว้เด็ดขาด
 ข. ไม่ได้ เพราะจะทำให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน
 ค. ได้ โดยส่งประเด็นไปให้พนักงานสอบสวนซึ่งมีอำนาจทำการนั้นจัดการให้
 ง. ได้ โดยเฉพาะไปสอบสวนประเด็นใดซึ่งเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยในการสอบสวน
๑๕. ในการดำเนินการสอบสวน กฎหมายกำหนดให้ดำเนินการสอบสวนไว้อย่างไร
 ก. โดยมิชักช้า ข. โดยทันที
 ค. โดยพลัน ง. ตามที่เห็นสมควร
๑๖. ก่อนแจ้งข้อหาให้ผู้ต้องหาทราบ กฎหมายกำหนดให้พนักงานสอบสวนต้องแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบถึงเรื่องอะไรก่อน
 ก. ฐานความผิดตามที่มีผู้กล่าวหา
 ข. การกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าผู้ต้องหากระทำผิด
 ค. ตัวบุคคลที่ได้รับความเสียหาย
 ง. รายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลและสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด
๑๗. สำนวนการสอบสวนที่พนักงานสอบสวนเห็นว่าสอบสวนเสร็จแล้ว แต่ไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด จะต้องทำความเห็นในสำนวนอย่างไร
 ก. สั่งไม่ฟ้อง
 ข. สั่งยุติ
 ค. งดการสอบสวนหรือให้งดการสอบสวน
 ง. สั่งสอบสวนเพิ่มเติม
๑๘. หลังจากได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหาฐานฆ่าคนโดยเจตนาแล้ว นายคงประจักษ์พยานเข้าพบพนักงานสอบสวนแจ้งว่าตนถูกพวกผู้ต้องหาจับตัวไปคุมขังไว้ในเซฟเฮาส์แห่งหนึ่งเพิ่งปล่อยตัวมา เมื่อมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาแล้ว เช่นนี้ จะทำการสอบสวนผู้ต้องหาใหม่ได้หรือไม่
 ก. ไม่ได้ เพราะมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องงแล้ว
 ข. ไม่ได้ เพราะคำให้การของนายคงมิใช่พยานหลักฐานใหม่
 ค. ไม่ได้ เพราะกรณียังเป็นที่น่าสงสัยว่านายคงจะเป็นพยานหลักฐานใหม่หรือไม่
 ง. ได้ เพราะนายคงเป็นประจักษ์พยาน และเป้นพยานหลักฐานใหม่อันสำคัญแก่คดี  ซึ่งน่าจะทำ
 ให้ศาลลงโทษผู้ต้องหาได้
๑๙. ตอนเช้ามืดมีผู้พบศพชายคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่บนลานดินกลางหมู่บ้าน ไม่มีใครรู้จักชายคนนี้และไม่ปรากฏร่องรอยบาดแผลตามร่างกาย การตายแบบนี้ต้องทำการชันสูตรพลิกศพหรือไม่
 ก. ไม่ต้อง เพราะไม่เป็นการตายผิดธรรมชาติ
 ข. ไม่ต้อง เพราะไม่ได้เกิดจากการกระทำผิดอาญา
 ค. ต้อง เพราะถือว่าเป็นการตายโดยมิปรากฏเหตุ
 ง. ต้อง เพราะผู้ตายอาจมีประกันชีวิตไว้
๒๐. นักโทษชายดำเป็นโรคกระเพาะอักเสบก่อนติดคุก อาการกำเริบต้องเข้านอนโรงพยานบาลของเรือนจำ ในที่สุดก็ตายที่โรงพยาบาล การตายนี้ต้องทำการชันสูตรพลิกศพหรือไม่
 ก. ไม่ต้อง เพราะไม่เป็นการตายผิดธรรมชาติ
 ข. ไม่ต้อง เพราะไม่มีใครทำร้ายตาย
 ค. ต้อง เพราะเป็นการตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน
 ง. ต้อง เพราะต้องรายงานให้ศาลทราบ
๒๑. ศาลที่จะรับฟ้องคดีอาญานั้นโดยหลักการ หมายถึงศาลใด
 ก. ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีโดยเฉพาะเท่านั้น
 ข. ศาลชั้นต้นแห่งท้องที่ที่จำเลยถูกสอบสวน
 ค. ศาลชั้นต้นที่มีเขตท้องที่และมีอำนาจเหนือคดีอาญาเรื่องนั้น
 ง. ศาลชั้นต้นแห่งท้องที่ที่จำเลยถูกจับ
๒๒. หลักสำคัญของคำฟ้องคดีอาญา คืออะไร
 ก. คำฟ้องคดีอาญาจะต้องทำเป็นหนังสือแต่ไม่ต้องทำตามแบบเพราะกฎหมายมิได้กำหนดแบบไว้
 ข. ฟ้องคดีอาญาจะต้องทำเป็นหนังสือและต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้ด้วย
 ค. คำฟ้องคดีอาญาจะทำเป็นหนังสือหรือฟ้องด้วยวาจาก็ได้
 ง. คำฟ้องคดีอาญาจะต้องใช้แบบพิมพ์คำฟ้องของศาลเท่านั้น
๒๓. ข้อใดคือหลักเกณฑ์ในการที่พนักงานอัยการจะขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับผู้เสียหาย
 ก. ต้องเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว
 ข. ต้องเป็นคดีความผิดต่อแผนดิน
 ค. ต้องยื่นก่อนคดีเสร็จเด็ดขาด
 ง. ต้องเป้นคดีความผิดต่อแผ่นดินและต้องยื่นก่อนคดีเสร็จเด็ดขาด
๒๔. คดีอาญาเลิกกัน อาจเกิดขึ้นในกรณีใด
 ก. เมื่อผู้กระทำผิดถึงแก่ความตาย
 ข. กรณีที่เป็นพฤติการณ์ที่ทำให้สิทธิการฟ้องคดีอาญาระงับ
 ค. เมื่อมีการชำระค่าปรับขึ้นสูงหรือตามจำนวนที่เปรียบเทียบปรับ
  ง. คดีขาดอายุความ
๒๕. ความผิดอาญาเรื่องหนึ่งเป็นกรณีไม่แน่ว่าพนักงานสอบสวนคนใดในระหว่างหลายจังหวัด จะเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ หากมีปัญหาเช่นนี้ต้องให้ผู้ใดเป็นผู้ชี้ขาด
 ก. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
 ข. รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
 ค. ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้อง
 ง. อัยการสูงสุดหรือผู้ทำการแทน
๒๖. ข้อใดไม่ใช่ที่สาธารณสถาน
 ก. ห้องโถงในสถานการค้าประเวณีผิดกฎหมาย เวลารับแขกมาเที่ยว
 ข. รถยนต์โดยสารสาธารณะขณะที่รับส่งคนโดยสาร
 ค. สถานที่ราชการในเวลาเปิดทำการ
 ง. ห้องพักในโรงแรม
( เฉลย ง )
๒๗. คดีเรื่องหนึ่ง พนักงานสอบสวนเห็นว่าพยานกลัวอันตราย จึงได้นัดพยานไปทำการสอบสวนอยู่ในโรงแรม พนักงานสอบสวนมีอำนาจทำได้หรือไม่
 ก. ทำไม่ได้ เพราะไม่ใช่สถานที่ราชการ
 ข. ทำไม่ได้ เพราะต้องสอบสวนโดยเปิดเผยต่อหน้าผู้ต้องหา
 ค. ทำได้ เพราะพนักงานสอบสวนจะทำหารสอบสวนที่ใดก็ได้
 ง. ทำได้ หากโรงแรมนั้นอยู่ในเขตอำนาจตน
๒๘. นางสาวเหมียวอายุ ๑๖ ปี ถูกนายจอมภพข่มขืนกระทำชำเรา (ยอมความได้) จึงได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้นางอารีย์ มารดาตนฟัง นางอารีย์จึงได้ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายจอมภพ ต่อมานายจอมภพทราบว่านางอารีย์ติดการพนันมีหนี้สินมาก จึงได้เสนอเงินให้นางอารีย์จำนวนสงแสนบาท เพื่อให้นางอารีย์ไปถอนคำร้องทุกข์ นางอารีย์ถามนางสาวเหมียวแล้ว นางสาวเหมียวไม่ยอมเพราะต้องการให้นายจอมภพได้รับโทษ แต่นางอารีย์กลับไปถอนคำร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนได้ให้ถอนคำร้องทุกข์ไป การถอนคำร้องทุกข์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
 ก. ชอบ เพรานางอารีย์เป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของนางสาวเหมียวซึ่งเป็นผู้เยาว์ ย่อมมีอำนาจ
 จัดการแทนผู้เสียหาย
 ข. ชอบ เพราะนางอารีย์เป็นผู้ร้องทุกข์
 ค. ไม่ชอบ เพราะขัดการความประสงค์ของนางสาวเหมียว
 ง. ชอบ เพราะเป้นความผิดต่อส่วนตัว
๒๙. กรณีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดแล้ว ข้อใดต่อไปนี้ถูก
 ก. ผู้เสียหายไม่อาจนำคดีนั้นไปฟ้องต่อศาลได้
 ข. ห้ามมิให้สอบสวนเกี่ยวกับผู้ต้องหาในเรื่องเดียวกันนั้นอีก
 ค. ผู้เสียหายอาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่ออัยการสูงสุดได้
 ง. พนักงานสอบสวนฟ้องคดีนั้นเองในฐานะผู้เสียหายก็ได้
๓๐. ในวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์หลงลืม ตัวโจทก์เองและทนายโจทก์ไม่ได้ไปศาล หากท่านเป็นศาลจะดำเนินกระบวนการพิจารณาอย่างไร
 ก. จำหน่ายคดี
 ข. ต้องเลื่อนคดีอย่างเดียว
 ค. ยกฟ้อง
 ง. ไม่มีข้อถูก





ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
1.    พยานบุคคลที่พนักงานสอบสวนมิได้ทำการสสอบสวน อัยการโจทก์จะ
ก. อ้างพยานบุคคลนั้นเป็นพยานมิได้ เพราะยังมิได้มีการสอบสวนจากพนักงานสอบสวน
ข. อ้างพยานบุคคลนั้นเป็นพยานบุคคลได้ จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากศาล
ค. อ้างเป็นพยานบุคคลได้ แม้พนักงานสอบสวนมิได้สอบสวนเพราะไม่มีกฎหมายห้าม
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ (ค.)
2.    ในคดีอาญา
ก. จำเลยจะต้องให้การว่ารับหรือปฏิเสธ เพื่อพิสูจน์ว่าตนเองบริสุทธิ์เสมอ
ข. จำเลยจะต้องนำพยานหลักฐานเข้าสืบ เพื่อพิสูจน์ว่าตนเองบริสุทธิ์ก่อน
ค. จำเลยให้การหรือไม่ให้การก็ได้ โจทก์มีหน้าที่จะต้องนำสืบ เพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลย 
     ก่อน
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ (ค.)
3.     คำให้การของพยานที่ให้การต่อพนักงานสอบสวนแล้ว ต่อมาพยานได้ตายลงไม่สามารถมาให้การในชั้นศาลได้ คำให้การของเขา
ก. เป็นพยานโดยตรง                 ข. เป็นพยานบอกเล่า
ค. เป็นพยานชั้นหนึ่ง                 ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ (ข.)
4.    สิ่งใดต่อไปนี้ที่ศาลรับรู้เอง
ก. ถ้อยคำภาษาไทย                 ข. ธรรมเนียม ประเพณี ที่รู้กันอยู่ทั่วไป
ค. สิ่งธรรมดาธรรมชาติ                 ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ง.)
5.    คำของผู้ตายที่ยบอกเล่าแก่ผู้อื่นในนข้อใดที่ศาลรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
ก. สอนป่วยหนักรู้ตัวว่าจะตาย บอกสีว่าได้เห็นจำเลยเป็นคนฆ่านายดำ ต่อมาสอนถึงแก่ความ
     ตาย
ข. นางมาลีถูกรถชน พูดกับนายชุมสามีที่โรงพยาบาลว่า “ฉันตายแน่ ๆ ฉันผิดเอง คนขับแท็กซี่
     เขาไม่ ผิดหรอก” ต่อมานางมาลีก็ตาย
ค. นายแก่นถูกคนร้ายยิงด้วยอาวุธปืนไปให้การต่อพนักงานสอบสวนว่านายเข้มเป็นคนร้ายแล้ว
     นายแก่นถึงแก่ความตาย
ง. คดีแดงฆ่าดำ ขาวซึ่งนอนป่วยหนักใกล้จะสิ้นใจ กล่าวว่า “ข้าพเจ้านายขาวเองเป็นผู้ฆ่านายดำ
     มิใช่แดง” แล้วขาวก็สิ้นใจตาย
ตอบ  ข.
            ข้อสังเกต หลักการรับฟังพยาน กรณีนี้มีคือ 1. ต้องเป็นคดีอาญาเกี่ยวกับการทำให้ผู้กล่าวตาย 2 ผู้ตายต้องเป็นบุคคลที่สามารถเป็นพยานได้หากรอดชีวิต 3. ผู้ตายจะต้องกล่าวในขณะรู้สึกหมดหวัง
6.    ข้อใดเป็นสิทธิของพยานที่จะไม่ยอมเบิกวามเนื่องจากคำถามองคู่ความ
ก. เป็นคำถามที่หมิ่นประมาทพยาน ข. เป็นคำถามที่เกี่ยวกับประเด็น
ค. เป็นคำถามที่จะทำให้ผู้พิพากษาตุลาการต้องเบิกความถึงการพิจารณาพิพากษาคดี
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ค.
ตอบ (ก.) ข้อสังเกต ตามมาตรา 118 วิแพ่ง
7.    พยานข้อใดมีสิทธิไม่ต้องสาบานหรือปฏิญาณตนก่อนเบิกความ
ก. พราหมณ์                   ข. พระไทย                ค. บุคคลอายุ 14 ปี               ง. ถูกเฉพาะข้อ ข, ค
ตอบ (ข.)
8.    ในแง่กระบวนวิธีพิจารณา จำเป็นที่จะต้องมีประเด็นเกิดขึ้นเพื่อวินิจฉัย เมื่อเกิดประเด็น จึงมีปัญหาว่าจำเลยจะยอมรับหรือปฏิเสธในประเด็นนั้น ในคดีอาญา ถ้าจำเลยปฏิเสธหรือเฉย จะถือว่า
ก. จำเลยไม่ยอมรับ โจทก์ต้องนำสืบ
ข. จำเลยไม่ยอมรับ แต่ไม่จำเป็นต้องนำสืบอีก
ค. ถือว่าเป็นการยอมรับแล้ว เพราะมีหลักฐานถูกมัดไม่จำเป็นต้องนำสืบอีก
ง. ศาลต้องส่งสำนวนให้พนักงานสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ได้พยานหลักฐานเพิ่มขึ้นจน
     พอใจ
ตอบ (ก.)
9.    คดีที่ศาลจะต้องพิเคราะห์ทุกคดีเพื่อวินิจฉัยพิพากษานั้น สิ่งที่จะต้องพิเคราะห์คือ
ก. ข้อเท็จจริง                     ข. ข้อกฎหมาย
ค. ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย             ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ (ค.)
10.    หลักที่ว่ากฎหมายเป็นสิ่งที่ศาลต้องรับรู้เองนั้น หมายความเฉพาะกฎหมายไทยเท่านั้น คือ
ก. พระราชบัญญัติ                 ข. พระราชกำหนด
ค. พระบรมราชโองการ                 ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ง.)
ข้อสังเกต พระบรมราชโองการ ถือเป็นกฎหมายด้วย ในระบบสมบูรณาญาสิทธิราช
11.    บุคคลชนิดใด ที่เป็นพยานศาลไม่ได้
ก. บุคคลซึ่งต้องตกเป็นจำเลยในคดีอาญา
ข. บุคคลที่ไม่สามารถเข้าใจคำถามทั้งไม่สมควรจะให้การตามข้อถามได้
ค. เด็กอายุ 3 ขวบ คนชราอายุ 90 ปี
ง. ข้อ ก. และ ข. ถูก
ตอบ (ข.)
          ข้อสังเกต มาตรา 95 วิแพ่ง ที่ไม่เลือกข้อ ก. เพราะ จำเลยอาจอ้างตนเองพยานได้
12.    พนักงานสอบสวนเมื่อรับคำร้องทุกข์หรือคำแจ้งความกล่าวโทษไว้แล้ว ก็จะดำเนินการสอบสวนตามวิธีการที่บัญญัติไว้ เพื่อ
ก. ให้รู้ว่ามีความผิดอาญาเกิดขึ้นจริงหรือไม่
ข. ให้รู้ว่าใครเป็นผู้กระทำผิด
ค. ดำเนินการให้ได้ตัวผู้กระทำผิดมาสอบสวนแล้วทำสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงาน
    อัยการ เพื่อฟ้องผู้กระทำผิดนั้นต่อศาล
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ง.)





ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
สัญญาบัตรสายปราปราม ปี 2555 (11 มี.ค. 55)
แนวข้อสอบ พ.ร.บ. + 3 กฎ
 
1. ผบ.ตร.แต่งตั้งยศ ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
ตอบ   ร.ต.ต.ขึ้นไปแต่ไม่สูงกว่า   พ.ต.อ.
2. ข้อใดเป็นหน้าที่ของ ก.ตร
ตอบ  รายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาปรับปรุงขั้นเงินเดือน
3. ผู้ใดไม่มีสิทธิเลือกกรรมการข้าราชการตำราจผู้ทรงคุณวุฒิ
ตอบ   พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ
4. ข้าราชการตำรวจถึงแก่ความตาย
ตอบ   คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ
5. เงินเพิ่มค่าครองชีพตามภาวะเศรษฐกิจ  ตราขึ้นเป็นกฏหมายใด
ตอบ   พระราชกฤษฎีกา
6. ข้อใดมิใช่อำนาจของก.ตร
ตอบ   กำหนดประเด็นหรือข้อสำคัญที่ต้องการทราบสั่งไปให้ผู้บังคับบัญชาสอบสวนเพิ่มเติม
7. การขอลาออกไปสมัครรับเลือกตั้งมีผลนับตั้งแต่วันใด
ตอบ   ผู้นั้นขอลาออก
8. การอุทธรณ์ที่ถูกต้อง  คือ
ตอบ  ผบช.สั่งให้ออกจากราชการ ให้อุทธรณ์ต่อ ก.ตร.
9. ผู้ใดแต่งกายคล้ายเครื่องแบบตำรวจในเขตประกาศกฎอัยการศึก มีโทษอย่างไร
ตอบ   จำคุก 1-10 ปี
10. ใครเป็นผู้อนุมัตินำเงินค่าเปรียบเทียบฯ
ตอบ    คณะรัฐมนตรี
11. การตรวจเงินแผ่นดินจะต้องรายงานผลการตรวจสอบบัญชีของกองทุนเสนอต่อใคร
ตอบ   กระทรวงการคลัง
12. คณะกรรมการพิจารณาการประเมินมีหน้าที่อย่างไร
ตอบ   พิจารณาคำร้องทุกข์ ผู้ที่เห็นว่าการประเมินของตนไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง
13. การปฏิบัติเช่นไร ถือว่าเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์สุจริต และยึดมั่นในศีลธรรม
ตอบ   ไม่รับของขวัญฯ
14. ข้อใดมิใช่ค่านิยมหลัก
ตอบ    อุทิศตนไม่หลีกเลี่ยงเกี่ยงงาน
15. การคัดค้านกรรมการฯจะต้องยื่นต่อใคร
ตอบ  ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ภายใน7วันนับแต่วันรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฯ





ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ สอบตำรวจ วุฒ ม.6

แชร์กระทู้นี้

1. Grammar
แบบที่ 1 แบบตัวเลือก
Direction : Choose the best answer
1. I had no sooner closed the door ….. somebody started knocking on it.
 a. that  b. so
 c. than d. when
 Answer c. เราใช้คำเชื่อม (Conjunction) “no sooner …… than” ดังนั้นเมื่อมีคำว่า “no sooner…….” จึงต้องใช้ “than” คำตอบจึงเป็นข้อ c. เท่านั้น
2. “I don’t like science fiction.”
 “ ……….. do I.”
 a. Also  b. Either
 c. Both d. Nor
 Answer c.  การกล่าวปฏิเสธเมื่อจะต้องกล่าวซ้ำอีกในประโยคที่ผ่านมาแล้วว่าจะไม่เป็นหรือไม่ทำเช่นนี้ เช่นนั้นอีก เราใช้โครงสร้างที่เป็น Nor, Neither + กริยาช่วย + ประธาน เช่น Nor do I. หรือ Nor do I. หรือ Neither did he. ตัวเลือกจึงเป็นข้อ d.
3.  Either of the women ………capable of looking after the baby.
 a. are  b. is
 c. they are d. she is
 Answer b. การใช้ “Either” เมื่อใช้ร่วมกับคำนาม (Noun) หรือคำสรรพนาม (Pronoun) ที่จะเป็นประธาน (Subject) จะทำให้มีรูปเป็นเอกพจน์ (ศึกษาจาก Grammar เรื่อง Agreement of Subject and Verb) ทำให้ในข้อนี้จะต้องมีกริยาเป็นรูปเอกพจน์ จึงเลือกข้อ b.
4. Hurry up ! ……… for you.
 a. We all wait  b. We all waited
 c. We’ve all waited d. We’ re all waiting
 Answer d. การใช้ข้อความอุทานมักจะบอกให้รู้ว่า ข้อความที่จะตามมาจะเป็นการเน้นให้เห็น Tense ที่จะได้ใช้เป็น Present Continuous Tense เป็นส่วนใหญ่ (ศึกษาจาก Tense เรื่อง Present Continuous Tense คำตอบจึงเป็นข้อ d.
 
5. She’s a very selfish woman, but somehow you can’t help …….her.
 a. liking  b. like
 c. to like d. that likes
 Answer a. เราใช้กริยา “can’t help” เพื่อเป็นสำนวนที่แปลว่า “อดไม่ได้ที่จะ”ซึ่งทำให้ต้องเป็นกริยาที่จะมีกรรมมารับ (transitive Verb) ตามมา จึงต้องใช้คำนามหรือ V.ing ทำให้ตัวเลือกจึงเป็นข้อ a.
6.  Let’s have dinner together ………next week.
 a. some time  b. sometime
 c. sometimes d. some times
 Answer a. เราทราบว่า “time” หมายถึงเวลา แต่ “times” หมายถึง จำนวนครั้งในที่นี้จะต้องแปลว่า “เวลา” และจะหมายถึงบางเวลา จึงไม่ได้คำขยาย “some” เขียนติดกัน ตัวเลือกจึงเป็นข้อ a.
7. The soup tasted ……….
 a. wonderful  b. wonderfully
 c. wonder d. wondering
 Answer a. เราใช้กริยาเชื่อม (linking Verb) ที่จะมีคำขยายเป็น Adjective เท่านั้น เว้นแต่ว่า linking Verb นี้ ได้ให้ความหมายที่เด่นชัดหรือมีการเน้นเพื่อจะเป็นกริยาหลัก (Main Verb) จึงจะใช้ adverb มาขยาย ดังนั้น linking Verb โดยปกติจะใช้ Adjective มาขยายเท่านั้น ตัวเลือกที่เหมาะสมในที่นี้จึงเป็น Adjective คือข้อ a.
8.  Shall we turn ……… the program ?
 a. on to  b. at
 c. in d. off
 Answer d. เราใช้สำนวน “turn off” หมายถึง ปิด เช่น ปิดโทรทัศน์, ปิดวิทยุ และใช้ “turn on” หมายถึง เปิด ดังวิธีการเปิดที่กล่าวมาแล้ว เช่น เปิดวิทยุ, เปิดโทรทัศน์ และในข้อนี้จะมีข้อ d. เหมาะสมที่สุด
9. It is extremely important for children ……. to share things.
 a. learning  b. learned
 c. to learn d. be learning
 Answer c.  เราใช้คำที่เติมนี้นำไปขยาย “important” ให้รู้ว่าสำคัญอย่างไร คือ สำคัญที่จะเรียน ทำให้คำที่เติมจะต้องไปขยาย “important” ซึ่งเป็นคำ Adjective และเราทราบว่า “adverb” จะขยาย “Adjective” เราเห็นกริยา “is” เป็นกริยาช่วย ที่ใช้ทำหน้าที่เป็นกริยาแท้แล้วทำให้กริยาที่ตามมาจะเป็นกริยาไม่แท้ (Non-Finite Verb) ซึ่งถ้านำไปใช้เป็น adverb ก็จะได้แก่ “important” และขยาย Adjective “important” ที่ให้ความหมายเด่นชัด จึงต้องมี “to” มาคั่น คำตอบจึงเป็น “to learn” ที่ข้อ c. นั่นเอง
 
 
10.  Don’t come and see me today. I’d rather you …….tomorrow.
 a. will come  b. have come
 c. came d. come
 Answer c. เราใช้กริยาช่วย “would rather” เพื่อบอกถึงความไม่จริงในขณะที่พูด เพราะเราแปลว่า “อยากที่จะ” ก็จะหมายถึงไม่ได้เป็นอย่างนั้นในขณะที่พูดนั้น ข้อความที่ได้แสดงว่าจะไม่จริง จึงไม่มีโอกาสใช้ Present Tense เลย เพราะ Tense นี้จะต้องเป็นความจริงในปัจจุบันอีกด้วย ทำให้ข้อความที่จะเติมถ้าเป็น Tense ก็ต้องเป็น Past Tense อย่างเห็นได้ชัด เราใช้โครงสร้างแบบ Subjunctive ที่เป็น Past หรือ Past Perfect Subjunctive นั่นเอง ตัวเลือกจึงพิจารณาที่ข้อ c. เท่านั้น
 
แบบที่ 2 แบบเลือกข้อผิด
Direction : Choose the one that is not correct in English.
11. In such a selfish society as ours, a couple needs to study each other before committing.
  a. b. c.
 Themselves to marriage.
  d.
 Answer b. เราทราบว่าประธานในประโยคนี้คือ “a couple” ซึ่งหมายถึง “คู่” จะให้ความหมายที่เป็นพหูพจน์ จึงทำให้กริยาที่ตามมาจะเป็นรูปพหูพจน์ไปด้วย โดยที่ “needs” จะต้องไม่เติม “ s ” นั่นคือข้อ “ b” แก้เป็น “need”
12. John, had studied  his lecture notes thoroughly, was well prepared for the Physics exam.
 a. b. c. d.
 Answer a. ในประโยคนี้จะมีกริยาแท้ (K2) และ K1 (Subject) เพียงอย่างละคำ เราจะทราบว่ากริยาแท้เมื่อตามหลังประธานจะไม่มีเครื่องหมาย Comma คั่นโดยตรง เราจึงใช้เป็นส่วนขยาย ซึ่งในที่นี้จะเป็น Participial phrase คือ “Having studied” ทำให้ข้อ a. ต้องแก้เป็นดังที่กล่าวไว้แล้ว
13.  She was thirsty, so, she refused to drink any soft drink.
  a. b. c. d.
 Answer b. ในประโยคนี้จะแสดงความขัดแย้งของ 2 main clause ทั้ง main clause หน้า และ main clause หลัง เราจึงควรใช้ “but” แทนคำว่า “so” ในข้อ b.
14. American architecture is at is best when it concerns with buildings which have a practical purpose.
  a. b. c. d.
 Answer b. เราทราบใน clause หลังว่าน่าจะใช้เป็น Passive Voice เพราะประธาน “ it ” จะต้องเป็นผู้กระทำ จึงต้องแก้ไขในข้อ b. เป็น “ is concerned with”
15. The ones who have read the book know the answer, but another don’t.
  a.  b. c. d.
 Answer d. เราใช้ “the ones” กับ “the others” เพื่อบอกว่าอย่างหนึ่งหรือคนพวกหนึ่งเป็นอย่างไร แต่อีกจำนวนหนึ่งซึ่งควรจะชี้เฉพาะในกลุ่มที่เรากล่าวมาแล้วในส่วนแรก “the ones” จึงทำให้ในส่วนหลังจะต้องเป็น “the others” เพื่อชี้เฉพาะในเรื่องนั้น และเป็นรูปพหูพจน์อีกด้วย จึงเลือกข้อ d. โดยแท้เป็น “the others”
16.  The scientific revolution of the early 1900’s affected education by change the nature of technology.
   a. b. c. d.
 Answer c. คำที่เติมหรือตามหลัง Preposition จะใช้เป็นคำนามเสียเป็นส่วนใหญ่เพราะ Preposition จะเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคำนามกับคำอื่นๆ ซึ่งอาจจะเป็นคำนามอีกก็ได้ แต่ต้องวางไว้หน้าคำนามเป็นอย่างน้อย และถ้าต้องการที่จะหมายถึงการกระทำที่เน้นอีกด้วย แล้วคำว่า “change” จะต้องใช้เป็น “changing” ทำให้ข้อ c. ต้องแก้เป็น “changing”
17. Translated into terms of psychological theory, association has been thought of as the basis of to learn,
 a. b. c.
 conditioning , and creative thinking.
  d.
 Answer c. เป็นที่ทราบว่า เราใช้คำนามหรือคำสรรพนามหรือ Gerund (V.ing) ตามหลัง Preposition เพราะ Preposition จะเชื่อมคำนามและคำต่างๆ ดังนั้น ในข้อ c. จึงต้องแก้เป็น “learning”.
18.  Farm animals have been regardless by nearly all societies as a valuable economic resource.
  a. b. c.  d.
 Answer b. เราเห็นรูปกริยาในประโยคนี้เป็น Passive Voice เพราะต้องทราบว่าประธานจะต้องเป็นผู้ถูกกระทำ จึงทำให้กริยาหลัก (Main Verb) จะต้องเป็น V3 ดังนั้น “regardless” จะต้องเปลี่ยนเป็น “regarded” ในข้อ b. นี้
19. The government requires the a census be taken every ten years so accurate statistics may be compiled.
  a.  b. c. d.
 Answer  c. ในประโยคนี้เราใช้คำเชื่อม (Conjunction) ว่า “ so ” ซึ่งบอกถึงผลที่จะได้รับ (so) เป็น Conjunction of result แต่จริงๆ ประโยคนี้ต้องการจะบอกถึงความมุ่งหมาย ซึ่งควรใช้ Conjunction of purpose จึงต้องแก้ข้อ c. เป็น “ so that หรือ in order that” เป็นต้น
 
 
 
20. The Hall of Fame at  Newyork University is a national memorial to United States citizens who have
 a. b. c.
 achieved last greatness.
 d.
 Answer d. การบอกลำดับที่ของตัวเลข (Ordinal Number) เช่นที่ 1 หรือที่ 2 เราจะใช้ “ the ” เช่น the first, the second เป็นต้น และถ้าต้องการจะเน้นคำก็ใช้ในลักษณะเดียวกัน จึงทำให้ข้อ d. จะต้องมีการใช้ “ the” ซึ่งเราแก้เป็น “ the last greatness” (ความยิ่งใหญ่ครั้งสุดท้าย)
 
แบบที่ 3 แบบถอดความหรือความเข้าใจประโยค
Direction : Choose the best paragraph of the given statement.
21.  The news of her return caused us no little surprised.
 a. We are not surprised when she returned. 
 b. We knew she had returned but were still surprised.
 c. Her return did surprise us a little.
 d. We were did surprised when we heard she had returned.
 Answer d. เราทราบว่า “little” จะให้ความหมายเป็นปฏิเสธ (Negative meaning) และขณะเดียวกันในประโยคนี้ก็มีคำว่า “no” อยู่แล้ว จึงทำให้เกิดความหมายของปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ จึงได้ออกมาเป็นบอกเล่า (Positive statement) เราจึงรู้ว่าจะไม่เลือกข้อ a. เพราะเป็นปฏิเสธ เราทราบว่า “little” จะต้องตรงข้ามกับความหมายที่แปลว่า “มาก” เพราะ “little” แปลว่า “น้อยมากๆ” ดังนั้น “ no little” จึงได้ความหมายว่า “มากๆ”  ที่คำว่า “greatly” ในข้อ d. นั่นเอง
22.  Some foreigners find Thai food too hot to eat.
 a. Some foreigners love to eat Thai food when it is very hot. 
 b. Some foreigners look for a good place to eat hot Thai food.
 c. Some foreigners cannot eat Thai food because it is very hot.
 d. Some foreigners cannot eat Thai food when it is served hot.
 Answer c. ความหมายของ “too …..to” หมายถึง “มากเกินไปที่จะ” ซึ่งให้ความหมายเป็นปฏิเสธ จะเห็นข้อ a. และข้อ b. เป็นบอกเล่าจึงไม่เลือก ส่วนข้อ d. จะมีคำที่เกินความหมายของโจทย์ที่คำว่า “served” จึงไม่ควรเลือก ดังนั้น ข้อที่ถูกจึงเป็นข้อ c.





ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
แนวข้อสอบตำรวจนายร้อยสัญญาบัตร ที่ออกบ่อยๆ

แชร์กระทู้นี้

พ.ร.บ.ตำรวจ
1. ผู้ที่จะเป็นเลขา ก.ต.ช. จะต้องมียศระดับใด                                   
ตอบ  พล.ต.ท.
2. หน่วยงานใดเป็นผู้กำหนดวันหยุดนอกเหนือจาก ครม.                                             
ตอบ  ก.ต.ช.
3. ข้อใดไม่ใช่โทษทางวินัย                                                                   
ตอบ  ให้ออก
4. การออกจากตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ จะต้องมีอายุกี่ปี                                     
ตอบ  อายุ 70  ปี
5. ไม่ใช่คุณสมบัติ ผู้ทรงคุณวุฒิ                                                           
ตอบ  วุฒิปริญญาตรี (ม.20)
6. กรรมการ 6 คน ร้องให้ประชุม ต้องประชุมภายในกี่วัน
ตอบ  7 วัน
7. ผู้ทรงคุณวุฒิ ใน ก.ตร. มีวาระการดำรงตำแหน่งกี่ปี                                                   
ตอบ   4 ปี
8. กรณี ก.ตร.เห็นว่าไม่ปฏิบัติตาม  จะต้องแจ้งต่อใคร                     
ตอบ    นายกรัฐมนตรี
9. ข้อใด ไม่ใช่ วินัยร้ายแรง                                                 
ตอบ   แตกสามัคคี
10. ข้อใดคือการทำทัณฑกรรม                                                               
ตอบ  ทำงานโยธา
11. รตอ. รอง สว.สส. ขอลาออก ต้องยื่นต่อใคร                 
ตอบ  สว.สส.
12. ให้หน่วยงานใดตรวจสอบงบการเงินและบัญชี         
ตอบ  สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
13. ประธาน ส่วนภูมิภาคคือใคร                                                           
ตอบ   ร.ต.อ.
14. ระยะเวลาของการสืบสวน คือกี่วัน                                                 
ตอบ  ภายใน 60 วันนับจากวันที่ทราบ
15. การนับระยะเวลาวันหยุด ทำอย่างไร                                                                             
ตอบ   ถ้าวันสุดท้ายแห่งระเวลาตรงวันหยุดราชการให้นับวันเริ่มทำการใหม่เป็นวันสุดท้ายแห่งระยะเวลานั้น
16. ใครมีหน้าที่ในการสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหา                 
ตอบ  นำทนายหรือที่ปรึกษาเข้าได้ไม่เกิน 1 คน
17. ข้าราชการต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตและยืดมั่นในศีลธรรม
ตอบ  เกิดมลทินมัวหมองต่อตำแหน่งหน้าที่
18. ข้อใด ไม่ใช่ ค่านิยมหลัก                                                   
ตอบ   ข่มใจตัวเอง
19. ผู้มีอำนาจให้คำปรึกษาและแนะนำ คือใคร                 
ตอบ  จเรตำรวจแห่งชาติ
20. การประเมินบนพื้นฐาน มีจุดมุ่งหมายอะไร                                 
ตอบ   ผลสำเร็จและผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นหลัก





ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
ข้อสอบกฎก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553
1. กฎก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดกี่วัน
                ก. 30วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
                ข. 45วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
                ค. 60วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
                ง. 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ตอบ  ค.
2.ในการแต่ตั้งข้าราชการตำรวจตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
                ก. ควรคำนึง พฤติกรรมการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคล
                ข. พิจารณาจากความรู้ความสามารถ
                ค.ต้องผ่านอบรมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ
                ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ  ก.
3.หน่วยงานใดทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณภาพของข้าราชการตำรวจ
                ก. กองบัญชาการศึกษา                                                       ข.สถาบันฝึกอบรม
                ค. จเรตำรวจแห่งชาติ                                                          ง.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตอบ   ก.
4.กองบัญชาการศึกษามีหน้าที่อะไร
                ก. กำหนดชี้วัดและหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานข้าราชการตำรวจที่ประพฤติดีเยี่ยม
                ข. รณรงค์ประชาสัมพันธ์เผยแพร่กำหนดกำหนดหลักสูตรพัฒนาและฝึกอบรมข้าราชการตำรวจ   เกี่ยวกับจริยธรรมและจรรยาบรรณ
                ค.สร้างเครื่องข่ายทั้งภายในและภายนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อส่งเสริมจริยธรรมและ        จรรยาบรรณของข้าราชการตำรวจ
                ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.
5.การประกาศเชิดชูเกียรติข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานใด
                ก. จเรตำรวจแห่งชาติ                                                          ข.ก.ตร.
                ค. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ                                          ง.ผู้อำนวยการกองบัญชาการศึกษา
ตอบ   ข.
6.การประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานและข้าราชการตำรวจในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจต้องกระทำเมื่อใด
                ก. ทุกๆ 3 เดือน                                                    ข.ทุกๆ  6 เดือน
                ค. ทุกๆ 1 ปี                                                           ง.ทุกๆ  2 ปี
ตอบ ค.
7.หน่วยงานใดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทีต้องนำประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจไปกำหนดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอน
                ก.  จเรตำรวจแห่งชาติ                                                         ข. กองบัญชาการศึกษา
                ค. สถานบันการฝึกอบรม                                                   ง.ทุกหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตอบ   ค.
8.หน่วยงานใดมีอำนาจและหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
                ก.  จเรตำรวจแห่งชาติ                                                         ข. กองบัญชาการศึกษา
                ค. สถานบันการฝึกอบรม                                                   ง.ทุกหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตอบ   ก.
9.หน่วยงานใดมีหน้าที่สอดส่องดูแลการรักษาประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
                ก.  จเรตำรวจแห่งชาติ                                                         ข. กองบัญชาการศึกษา
                ค. สถานบันการฝึกอบรม                                                   ง.ทุกหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตอบ   ก.
10.ข้อใดคืออำนาจและหน้าที่ของจเรตำรวจแห่งชาติ
                ก. ให้คำปรึกษาและแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
                ข. จัดทำคู่มือและคำอธิบายแนวทางปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม
                ค.สอดส่องดูแลการักษาประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
                ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.
11.หากข้าราชการตำรวจผู้ใดละเด ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจจนเป็นที่เสื่อมเสียแก่ชื่อเสียงและเกียรติภูมิของสำนักงานตำรวจแห่งชาติข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
ก. ให้จเรตำรวจแห่งชาติรายงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและแจ้งผู้บังคับบัญชาในระดับ 
    กองบัญชาการหรือหน่วยงานเทียบเท่ากองบัญชาการสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามอำนาจ 
    หน้าที่
                ข. จเรตำรวจแห่งชาติรายงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง     ทันที
                ค.จเรตำรวจแห่งชาติมีอำนาจสั่งให้ข้าราชตำรวจดังกล่าวหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะได้รายานให้       
    ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทราบ
                ง.จเรตำรวจแห่งชาติรายงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อให้ทำคำสั่งถึงข้าราชการตำรวจ
    ดังกล่าวให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าจะมีการสอบสวนเสร็จ
ตอบ ก.
12.หากพบว่าหน่วยงานตำรวจใดละเมิน ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจหากเห็นสมควรจเรตำรวจแห่งชาติจะมอบหมายให้ใครไปกำกับและติดตามการสอบข้อเท็จจริง
                ก. รองจเรตำรวจแห่งชาติ                                                  ข.จเรตำรวจแห่งชาติ
                ค. รองจเรตำรวจ                                                                  ง.ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.
13.ใครมีอำนาจและหน้าที่สนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
                ก. จเรตำรวจแห่งแห่งชาติ                                                 ข.ผู้บัญชาการกองการกองการศึกษา
                ค.ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานทุกระดับ                               ง.ผู้กำกับการสถานีตำรวจ
ตอบ  ค.
14.หากผู้บังคับบัญชาหน่วยงานใดพบว่ามีการละเมิด ฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจและไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
                ก. จเรตำรวจแห่งชาติมีอำนาจสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที
                ข. ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชานั้นจงใจไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
                ค. จเรตำรวจแห่งชาติโดยความเห็นชอบของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจสั่งให้หยุดปฏิบัติ หน้าที่ได้ทันที
                ง.ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชานั้นกระทำผิดวินัยร้ายแรง
ตอบ  ข.