ผู้เขียน หัวข้อ: [>เปิดสอบ<] #แนวข้อสอบ #การไฟฟ้าผลิตแห่งประเทศไทย #กฟผ #egat  (อ่าน 3105 ครั้ง)

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook

ข่าวเปิดสอบ หนังสืออ่าน เตรียมสอบ คู่มือ แนวข้อสอบ แนวข้อสอบการไฟฟ้าผลิตแห่งประเทศไทย  กฟผ. ใหม่ล่าสุด  2560 ชัวร์สุดๆ พร้อมเฉลย


!!!!!+ข่าวประกาศรับสมัครสอบ+!!!! CLICK >>>>
<<<<แนวข้อสอบการไฟฟ้าผลิตแห่งประเทศไทย  กฟผ.>>>>
รับสมัครงานบุคคลภายนอก อัตราท้องถิ่น ปี 2560

     • ประกาศรับสมัครงาน กฟผ. อัตราท้องถิ่น 08/05/2560

https://www.egat.co.th/images/recruitment/2560/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99/29-2560.pdf


สั่งซื้อแนวข้อสอบได้ที่  หรือสอบถามได้ บริการเป็นกันเอง
คุณศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน  (คุณอั๋น)
Tel : 0981081851
http://line.me/ti/p/%40qod6536c
Line @ : @qod6536c ใส่ "@"ด้วยนะครับ
Line id : 0981081851   
E-Mail : k_sakhiran@hotmail.com
Face Book : www.facebook.com/sheetthai.z



จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบ แนวข้อสอบการไฟฟ้าผลิตแห่งประเทศไทย  กฟผ
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ ใหม่ล่าสุด

ความรู้เกี่ยวกับการไฟฟ้าผลิตแห่งประเทศไทย  [[กฟผ.]]
รวมแนวข้อสอบเกี่ยวกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
รวมแนวข้อสอบความถนัดทางเชาว์ปัญญา ( Aptitude Test ) 
รวมแนวข้อสอบเชาวน์ปัญญาและความถนัด Aptitude
รวมแนวข้อสอบลักษณะนิสัย ( Personality Test )
รวมแนวข้อสอบภาษาอังกฤษ (English Language Test )
พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ความสามารถด้านตัวเลขและความสามารถในการใช้ภาษาไทย
เทคนิคการสอบสัมภาษณ์


(+++เลือกตามตำแหน่งที่สอบ+++)


- วิศวกรไฟฟ้า
- วิศวกรโยธา
- วิศวกรเครื่องกล
- วิศวกรคอมพิวเตอร์
- วิศวกรสื่อสาร
- นักวิชาการ (ด้านตรวจสอบ)
- นักวิชาการ (ด้านเศรษฐกิจ)
- นักวิชาการ (ด้านแผนงาน)
- นักวิชาการ (ด้านความปลอดภัย)
- นักวิทยาศาสตร์การแพทย์
- นักบัญชี - นักการเงิน
- นักประมวลผลข้อมูล
- นักประชาสัมพันธ์
- นักกายภาพบำบัด
- นักรังสีการแพทย์
- นักบริหารงานพัสดุ
- นักฝึกอบรม
- นิติกร
- สถาปนิก
- เลขานุการ
- บุคลากร
- พยาบาลวิชาการ
- พนักงานธุรการ
- พนักงานธุรการ
- พนักงานตรวจสอบ   
- พนักงานจัดหาพัสดุ   
- พนักงานพัสดุ
- พนักงานบัญชี
- พนักงานโสตทัศนูปกรณ์   
- พนักงานรักษาความปลอดภัย   
- พนักงานประมวลผลข้อมูล
- ช่างเทคนิคสายอากาศ   
- ช่างเทคนิคสายใต้ดิน     
- พนักงานใช้เครื่องมือกล   
- พนักงานงานขับยานพาหนะ   
- พนักงานสนาม
- ช่างเทคนิคไฟฟ้า   
- ช่างเทคนิคโยธา   
- ช่างเทคนิคโลหะ
- ช่างเทคนิคเครื่องกล   
- ช่างเทคนิคอิเล็กทรอนิกส์
- ช่างเทคนิคสายอากาศ
- ช่างเทคนิคสายใต้ดิน   
- ช่างเทคนิคโยธา
- ช่างเทคนิคโลหะ   
- ช่างเทคนิคเครื่องกล   
- ช่างเทคนิคไฟฟ้า 



#รวมสุดยอดแนวข้อสอบและไฟล์เอกสาร  #หนังสือคู่มืออ่านสอบหนังสืออ่านสอบ #เก็งเอกสารติวข้อสอบคู่มือสอบ #ติวสอบข้อสอบเก่า
#เปิดสอบงานราชการงานรัฐวิสาหกิจอัพเดทล่าสุดสำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปติวและไม่มีเวลาไปหาซื้อหนังสือ
#ข่าวเปิดสอบงานราชการ #เตรียมสอบราชการ #อัพเดทที่สุด #ปี #2559 #59








*** จำหน่าย แนวข้อสอบทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง สอบถามได้
*** ไฟล์แนวข้อสอบ ราคา 399 บาท {จัดส่งทางอีเมล์}  สามารถเอาไปปริ้น อ่านได้เลย หรือ เปิดใน Computer, Smart Phone, Tablet ได้
*** หนังสืออ่านสอบ แถม แผ่น CD VCD หรือ MP3 (บรรยายเนื้อหา 1 เรื่อง) ราคา 999 บาท จัดส่งทางไปรษณีย์ {ร่วมค่าจัดส่ง EMS แล้ว}
** ใส่เศษสตางค์เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ การโอนเงิน  ตัวอย่างเช่น 399.05, 399.50 , 399.77 **

ช่องทางการชำระเงิน สั่งซื้อแนวข้อสอบ

ธนาคารไทยพาณิชย์   
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 404-045-7465
ธนาคารกสิกรไทย 
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 011-298-4070
ธนาคารกรุงไทย 
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 984-402-4080
ธนาคารกรุงเทพ   
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 475-403-1682



+++ Tel : 0981081851
+++ Line me : http://line.me/ti/p/%40qod6536c

+++ Line @ : @qod6536c ใส่ "@" ด้วยนะครับ
+++ Line ID : 0981081851   
+++ E-Mail : k_sakhiran@hotmail.com
+++ Face Book : www.facebook.com/sheetthai.z



1 แนวข้อสอบทำการจัดส่งภายในวันที่โอนเงิน ไม่เกิน "เที่ยงคืน" (ในกรณีโอนเงินก่อน 18.00 น.)
2 โปรดตรวจสอบที่กล่องขาเข้า [Inbox] และ อีเมล์ลล์ขยะ [Junk Mail]
3 หากยังไม่ได้รับ กรุณาติดต่อกลับมาที่  098-1081851 หรือทางอีเมล์
4 กรุณาเก็บหลักฐานการโอนเงินไว้ด้วย


&&& รายละเอียดที่ต้องแจ้งหลังจากโอนเงิน &&&
1. แจ้ง เวลาที่โอน ( ดูในใบ สลิป หรือ ใบ Pay in จากธนาคารเป็นหลักเท่านั้น )
2. แจ้ง ชื่อหน่วยงาน และตำแหน่ง ที่จะสั่งซื้อ
3. แจ้ง E-Mail (ในกรณีที่สั่งเป็นไฟล์)
4. แจ้ง ชื่อที่อยู่ เบอร์โทร (ในกรณีที่สั่งเป็นหนังสือ)



#ข่าวเปิดสอบ #หนังสือ #คู่มือ #เตรียมสอบ #เก็งข้อสอบ #ติวสอบ #แนวข้อสอบ #กฟผ. #2559
เตรียมสอบ คู่มือ แนวข้อสอบ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 20, 2017, 11:04:31 pm โดย sakhiran »



ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
แนวข้อสอบ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ข้อใดคือเว็ปไซด์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ก. http:// www.mea.or.th                                                 ค. http:// www.egat.or.th
ข. http:// www.egat.go.th                                                                ง. http:// www.pea.or.th
ตอบ   ค. http:// www.egat.or.th
ข้อใดคือชื่อภาษาอังกฤษของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
Electricity Generating Authority of Thailand
Electricity Authority of Thailand
Provincial Electricity Authority
Metropolitan Electricity Authority
ตอบ    ก. Electricity Generating Authority of Thailand  (EGAT)
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีชื่อย่อว่าอะไร
กปน. ค. กฟผ.
กฟน. ง. กฟภ.
ตอบ   ค. กฟผ.
ผู้ว่าการ กฟผ. คนแรกคือใคร
นายเกษม จาติกวณิช ค. นายสุทัศน์    ปัทมสิริวัฒน์
นายสมชัย สัจจพงษ์                                              ง. นายพรชัย รุจิประภา
ตอบ  ก. นายเกษม จาติกวณิช
ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย คนปัจจุบันคือใคร
นายฐานิสต์ เจนถนอมม้า                                        ค.นายพระนาย   สุวรรณรัฐ
นายสมชัย สัจจพงษ์                                              ง. นายสุทัศน์    ปัทมสิริวัฒน์
ตอบ  ง. นายสุทัศน์    ปัทมสิริวัฒน์
กฟผ. ก่อตั้งขึ้นเมื่อใด
1 มกราคม 2501                                                         ค. 1 พฤษภาคม  2493
3 ตุลาคม  2514                                                          ง. 1 พฤษภาคม  2512
ตอบ    ง. 1 พฤษภาคม  2512
กฟผ. เป็นหน่วยงานประเภทใด
รัฐบาล ค.เอกชน
รัฐวิสาหกิจ                                                                 ง.หน่วยงานอิสระ
ตอบ   ข.รัฐวิสาหกิจ
กฟผ. ได้จัดตั้งขึ้นโดยการรวมหน่วยงานใดเข้าด้วยกัน
การไฟฟ้ายันฮี ค. การไฟฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือ
การลิกไนท์ ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง. ถูกทุกข้อ
กฟผ.  จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511 โดยการรวมหน่วยงาน ด้านการผลิตและส่งพลังงานไฟฟ้า 3 แห่ง ได้แก่ การไฟฟ้ายันฮี การลิกไนท์ และการไฟฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าเป็นหน่วยงานเดียวกัน  มีฐานะเป็นนิติบุคคลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2512
กฟ.อน. ย่อมาจากอะไร
การลิกไนท์ ค. การไฟฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือ
การไฟฟ้ายันฮี ง. การไฟฟ้าตะวันออก
ตอบ  ค. การไฟฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือ
การลิกไนท์ ( กลน.) การไฟฟ้ายันฮี (กฟย.) และการไฟฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือ (กฟ. อน.)
ข้อใดคือหน้าที่ของ กฟผ.
จัดหาพลังงานไฟฟ้าแก่ประชาชนโดยการผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้านครหลวง
จัดหาพลังงานไฟฟ้าแก่ประชาชนโดยการผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
จัดหาพลังงานไฟฟ้าแก่ประชาชนโดยการผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้พลังงานไฟฟ้ารายอื่นตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งประเทศใกล้เคียง
ถูกทุกข้อ
ตอบ   ง.ถูกทุกข้อ
“เป็นองค์การชั้นนำในกิจการไฟฟ้าในระดับสากล”คือสิ่งใดของ  กฟผ.
วิสัยทัศน์ ค. ยุทธศาสตร์
พันธกิจ ง. ค่านิยม
ตอบ    ก. วิสัยทัศน์
               
วิสัยทัศน์  กฟผ. คือ “เป็นองค์การชั้นนำในกิจการไฟฟ้าในระดับสากล” โดยมีเป้าหมายของการเป็นองค์การชั้นนำรวม 5 ด้าน ประกอบด้วย
Good Corporate Governance
เป็นองค์การที่มีธรรมาภิบาล
High Performance Organization
เป็นองค์การที่มีการบริหารงานที่ดีมีประสิทธิภาพสูง
Operational Excellence
เป็นองค์การที่มีประสิทธิภาพการดำเนินงานเป็นเลิศ
National Pride
เป็นองค์การที่สังคมไว้วางใจและเป็นความภูมิใจของชาติ
Financial Viability
เป็นองค์การที่มีฐานะการเงินมั่นคงเพียงพอต่อการขยายงาน
ผลิต จัดหาให้ได้มา จัดส่ง จำหน่าย พลังงานไฟฟ้า และประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่อง รวมถึงการผลิตและขายลิกไนต์ คือสิ่งใดของ กฟผ.
วิสัยทัศน์ ค. ยุทธศาสตร์
พันธกิจ ง. ค่านิยม
ตอบ   ข.พันธกิจ
ข้อใดคือทิศทางยุทธศาสตร์ของ  กฟผ.
เสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก
สร้างการเจริญเติบโตจากธุรกิจเกี่ยวเนื่อง
เป็นองค์การที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ห่วงใยสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม
ถูกทุกข้อ
ตอบ   ง.ถูกทุกข้อ
ทิศทางยุทธศาสตร์ของ  กฟผ.   ได้แก่
เสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก
สร้างการเจริญเติบโตจากธุรกิจเกี่ยวเนื่อง
เป็นองค์การที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ห่วงใยสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม
เป็นองค์การสมรรถนะสูงที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
ใครเป็นประธานในคณะกรรมการ  กฟผ.
นายพรชัย รุจิประภา                                 ค. นายพระนาย   สุวรรณรัฐ
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์                                       ง. นายวีระยุทธ    เอี่ยมอำภา
ตอบ  ก.นายพรชัย รุจิประภา
คณะกรรมการ  กฟผ. มีกี่คน
15 คน                                                                           ค. ไม่เกิน  10  คน
10 คน                                                                           ง. ไม่เกิน  15  คน
ตอบ   ค. ไม่เกิน  10  คน
ข้อใดคืออำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ กฟผ.
วางนโยบายและควบคุมดูแลกิจการของ กฟผ.
ออกระเบียบหรือข้อบังคับเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
กำหนดราคาขายพลังงานไฟฟ้า ลิกไนท์ วัตถุเคมีจากลิกไนท์และวัสดุอุปกรณ์
ถูกทุกข้อ
ตอบ   ง. ถูกทุกข้อ
ปัจจุบัน (ปี 2556) กฟผ. มีอายุครบรอบกี่ปี
42 ปี                                                                              ค. 44  ปี
43 ปี                                                                              ง. 45  ปี
ตอบ   ค. 44  ปี
“รักองค์การ มุ่งงานเลิศ เทิดคุณธรรม”  คือสิ่งใดของ  กฟผ.
ค่านิยม ค. ยุทธศาสตร์
พันธกิจ ง. วัฒนธรรม
ตอบ   ง. วัฒนธรรม
– รักองค์การ หมายถึง
ผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีความรักผูกพันต่อองค์การ มีความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่ง ใจเดียวกัน มีวินัย มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เสียสละ ทุ่มเท อุทิศตนเพื่อ องค์การ ซื่อสัตย์สุจริต รักษาผลประโยชน์และปกป้องชื่อเสียงขององค์การทุกวิถีทาง
– มุ่งงานเลิศ หมายถึง
ผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกล มีการวางแผนงานที่ดีและมุ่งกระทำการด้วยความตั้งใจ ขยันหมั่นเพียร โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ สังคม สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยเป็นสำคัญ พัฒนาตนและพัฒนางานสม่ำเสมอ เพื่อให้ผลงานมี คุณภาพ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นที่ยอมรับของประชาชน หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
– เทิดคุณธรรม หมายถึง
กฟผ. ยกย่องชมเชยผู้ประพฤติปฏิบัติตนดีงาม สนับสนุนผู้ปฏิบัติงาน ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรมและมีคุณธรรม ประกอบคุณงามความดีให้แก่ประเทศชาติ และ กฟผ. ขจัดการแสวงหาผลประโยชน์และความประพฤติชั่วทั้งปวง ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ปฏิบัติงานและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้ไดผู้หนึ่งหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง
กฟผ. สังกัดกระทรวงใด
กระทรวงพลังงาน                                                     ค. กระทรวงมหาดไทย
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา                             ง. กระทรวงพาณิชย์
ตอบ   ก.กระทรวงพลังงาน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คนปัจจุบันคือใคร
ก.  นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์                                             ค.นายไพวงษ์ เตชะณรงค์
ข.  นายฐานิสร์   เทียนทอง                                              ง. นายพงษ์ศักดิ์  รักตพงศ์ไพศาล
ตอบ  ง. นายพงษ์ศักดิ์  รักตพงศ์ไพศาล

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
แนวข้อสอบ
พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  พ.ศ. ๒๕๑๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
 
1. พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  พ.ศ. ๒๕๑๑  ให้ไว้ ณ วันใด
ก. ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๑                                      ค. ๓o พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๑
ข. ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๑                                  ง. ๓๑ ธันวาคม  พ.ศ. ๒๕๑๑
ตอบ   ข. ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๑
2. พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  พ.ศ. ๒๕๑๑  ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อใด
ก. ๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๑                                      ค. ๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๑
ข. ๓ พฤศจิกายน ๒๕๑๑                                       ง. ๕ พฤศจิกายน ๒๕๑๑
ตอบ   ก. ๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๑
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
3. พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  มีกี่ฉบับ
ก. 2  ฉบับ                                                                  ค.  4  ฉบับ
ข. 3  ฉบับ                                                                  ง.  5  ฉบับ
ตอบ   ก. 2  ฉบับ          ได้แก่
พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๑
พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๗
พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๐
พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๓๕
4. พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  พ.ศ. ๒๕๑๑  มีกี่หมวด กี่มาตรา
ก. 5  หมวด   58  มาตรา                                        ค.  6  หมวด  59  มาตรา
ข. 5  หมวด   59  มาตรา                                        ง.  6  หมวด  60  มาตรา
ตอบ   ค.  6  หมวด  59  มาตรา
5. ใครคือผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  พ.ศ. ๒๕๑๑
ก. ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ข. คณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย      ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ตอบ   ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
 
 
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน*รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
6. “การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย” เรียกโดยย่อว่าอะไร
ก. กฟท.                                                                      ค. กฟฟ.
ข. กฟผ.                                                                      ง. กฟภ.
ตอบ   ข. กฟผ.           
มาตรา ๖ ให้จัดตั้งการไฟฟ้าขึ้น เรียกว่า “การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย” เรียกโดยย่อว่า “กฟผ.” และให้เป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
(๑) ผลิต จัดให้ได้มา จัดส่งหรือจำหน่ายซึ่งพลังงานไฟฟ้าให้แก่
                    (ก) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือการไฟฟ้าอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
(ข) ผู้ใช้พลังงานไฟฟ้าตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
(ค) ประเทศใกล้เคียง
(๒) ดำเนินงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า แหล่งพลังงานอันได้มาจากธรรมชาติ เช่น น้ำ ลม ความร้อนธรรมชาติ แสงแดด แร่ธาตุ หรือเชื้อเพลิงเป็นต้นว่า น้ำมัน ถ่านหิน หรือก๊าซ รวมทั้งพลังงานปรมาณู เพื่อการผลิตพลังงานไฟฟ้า และงานอื่นที่ส่งเสริมกิจการของ กฟผ.
(๒ ทวิ) ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าและธุรกิจอื่นที่เกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับกิจการของ กฟผ. หรือร่วมทุนกับบุคคลอื่นเพื่อดำเนินการดังกล่าว
(๓) ผลิตและขายลิกไนท์ หรือวัตถุเคมีจากลิกไนท์หรือโดยอาศัยลิกไนท์หรือร่วมทุนกับบุคคลอื่นเพื่อดำเนินการดังกล่าว

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
1. ข้อใดคือเว็ปไซด์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ก. http:// www.mea.or.th                                                   ค. http:// www.egat.or.th
ข. http:// www.egat.go.th                                                  ง. http:// www.pea.or.th
ตอบ   ค. http:// www.egat.or.th
2. ข้อใดคือชื่อภาษาอังกฤษของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ก. Electricity Generating Authority of Thailand
ข. Electricity  Authority of Thailand
ค. Provincial Electricity Authority
ง. Metropolitan Electricity Authority
ตอบ    ก. Electricity Generating Authority of Thailand  (EGAT)
3. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีชื่อย่อว่าอะไร
ก. กปน.                                                                              ค. กฟผ.
ข. กฟน.                                                                              ง. กฟภ.
ตอบ   ค. กฟผ.
4. ผู้ว่าการ กฟผ. คนแรกคือใคร
ก. นายเกษม จาติกวณิช                                                   ค. นายสุทัศน์    ปัทมสิริวัฒน์
ข. นายสมชัย     สัจจพงษ์                                                ง. นายพรชัย รุจิประภา     
ตอบ  ก. นายเกษม จาติกวณิช
5. ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย คนปัจจุบันคือใคร
ก. นายฐานิสต์  เจนถนอมม้า                                          ค.นายพระนาย   สุวรรณรัฐ
ข. นายสมชัย     สัจจพงษ์                                 ง. นายสุทัศน์    ปัทมสิริวัฒน์
ตอบ  ง. นายสุทัศน์    ปัทมสิริวัฒน์
6. กฟผ. ก่อตั้งขึ้นเมื่อใด
ก. 1  มกราคม 2501                                                          ค. 1 พฤษภาคม  2493
ข. 3  ตุลาคม  2514                                                            ง. 1 พฤษภาคม  2512
ตอบ    ง. 1 พฤษภาคม  2512

7. กฟผ. เป็นหน่วยงานประเภทใด
ก. รัฐบาล                                                                           ค.เอกชน                                             
ข. รัฐวิสาหกิจ                                                                   ง.หน่วยงานอิสระ             
ตอบ   ข.รัฐวิสาหกิจ 

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
ความรู้เกี่ยวกับ
การไฟฟ้าผลิตแห่งประเทศไทย : กฟผ.
Electricity Generating Authority of Thailand : EGAT

วิสัยทัศน์ / พันธกิจ / ค่านิยมองค์การ / ทิศทางยุทธศาสตร์
วิสัยทัศน์
                เป็นองค์การชั้นนำในกิจการไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวข้องในระดับสากล
พันธกิจ
                ให้บริการด้านพลังงานที่มี่คุณภาพ  เชื่อถือได้  ในราคาที่เหมาะสม  เป็นธรรม  และรักษาสมดุลกับสังคมและสิ่งแวดล้อม  เพื่อสรรค์สร้างพัฒนาคุณภาพชีวิต  และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ

ค่านิยมองค์การ
1. ตั้งมั่นในความเป็นธรรม
2. ยึดมั่นในคุณธรรม
3. สำนึกในความรับผิดชอบและหน้าที่
4. เคารพในคุณค่าของคน
5. มุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและการทำงานเป็นทีม
ทิศทางยุทธศาสตร์
1. พัฒนาองค์การสู่ความเป็นเลิศ
2.เสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก
3. สร้างความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน
4. เป็นองค์การที่ห่วงใยสังคมและสิ่งแวดล้อม
5. เป็นองค์การที่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง
โครงสร้างการจัดการองค์การ
                ตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  พ.ศ. 2511 กำหนดให้มีคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( คณะกรรมการ กฟผ.)  ประกอบด้วยประธานกรรมการ และกรรมการอื่นๆอีกไม่เกิน 10 ท่านรวมทั้งผู้ว่าการซึ่งเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง รวมเป็น  11  ท่าน
                คณะกรรมการ กฟผ.  ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี  เพื่อทำหน้าที่วางนโยบายและควบคุมดูแลทั่วไป  ซึ่งกิจการของ กฟผ. และเพื่อให้การบริหารจัดการองค์การเป็นไปอย่างโปร่งใส  ตามหลักการกำกับดุแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) คณะกรรมการ กฟผ. จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อกลั่นกรองงานของคณะกรรมการ กฟผ. ได้แก่  คณะกรรมการกลั่นกรองของคณะกรรมการ กฟผ. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง  คระกรรมการสรรหารองผู้ว่าการและคณะกรรมการสรรหาผู้ช่วยผู้ว่าการและผู้อำนวยการฝ่าย
                อนึ่ง  ระหว่างวันที่ 1 มกราคม –   22   มีนาคม  2549  กฟผ. มีสภาพเป็น บมจ.กฟผ. และจากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่  23  มีนาคม พ.ศ. 2549 เป็นผลให้ กฟผ. กลับมีสถานะเช่นเดิม
 
รายนามคณะผู้บริหารระดับสูงของ  กฟผ.
โครงสร้างผู้บริหารระดับสูงของ กฟผ. (ปรับใหม่แล้ว)
นายสุทัศน์  ปัทมสิริวัฒน์ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและกรรมการ กฟผ.
                                                                (โดยตำแหน่ง) และทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการ กฟผ.
นางสินีนาถ  สิทธิรัตนรังสี                               ผู้บริหารใหญ่ด้านการเงิน (CFO)
นายชโลทร  หาญศักดิ์วงศ์                               รองผู้ว่าการการประจำสำนักผู้ว่าการฯ (รวสก.)
นายนพพร  พันแสงดาว                                    รองผู้ว่าการการประจำสำนักผู้ว่าการฯ (รวสก.)
นายพฤติชัย  จงเลิศวณิชกุล                             รองผู้ว่าการการประจำสำนักผู้ว่าการฯ (รวสก.)
นายสหัส  ประทักษ์นุกูล                                   รองผู้ว่าการนโยบายและแผน (รวผ.)
                                                                                การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
นางสินีนาถ  สิทธิรัตนรังสี                              รองผู้ว่าการบัญชีและการเงิน (รวบ.)
                                                                                การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
นายวิรัช  กาญจนพิบูลย์                                    รองผู้ว่าการบริหาร (รวห.)
                                                                                การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
นายบรรพต  แสงเขียว                                       รองผู้ว่ากิจการสังคมและสิ่งแวดล้อม (รวศ.)
                                                                                การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
นายสมบูรณ์  อารยะสกุล                                  รองผู้ว่าการพัฒนา (รวพ.)
                                                                                การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
นายสุรศักดิ์  ศุภวิฑิตพัฒนา                            รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า (รวฟ.)
                                                                                การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
นายธนากร  พลูทวี                                             รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง (รวช.)
                                                                                การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
นายรัตนพงษ์  จงดำเกิง                                    รองผู้ว่าการระบบส่ง (รวส.)
                                                                                การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
 
คณะกรรมการบริหารของ  กฟผ. (ปรับใหม่แล้ว)
 
ลำดับที่                        รายนามกรรมการ                                      ตำแหน่ง                      วันที่ได้รับแต่งตั้ง
     1                       นายพรชัย  รุจิประภา                              ประธานกรรมการ                        28  ต.ค. 2551     
     2                       พลเอกอภิชาต  เพ็ญกิตติ                                   กรรมการ                               28  ต.ค. 2551     
     3                       นายพีระพล  ไตรทศาวิทย์                 กรรมการ                               28  ต.ค. 2551
     4                       นายจุลสิงห์  วสันตสิงห์                                    กรรมการ                               28  ต.ค. 2551
     5                       นายวิฑูรย์  สิมะโชคดี                                        กรรมการ                               28  ต.ค. 2551
     6                       นายอาคม  เติมพิทยาไพสิฐ                              กรรมการ                               28  ต.ค. 2551
     7                       นายเกษมสันต์  จิณณวาโส                               กรรมการ                               28  ต.ค. 2551
     8                       นายแล  ดิลกวิทยรัตน์                                        กรรมการ                               28  ต.ค. 2551
     9                       นายสุทัศน์  ปัทมสิริวัฒน์                กรรมการและเลขานุการ                    29  ต.ค. 2552
                                ผู้ว่าการ กฟผ. (กรรมการโดยตำแหน่ง)
                                ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการ กฟผ.
                ลำดับที่ 1 – 8                        แต่งตั้งโดย มติคณะรัฐมนตรี  เมื่อวันที่  28  ต.ค.  2551
                ลำดับที่ 9                               แต่งตั้งโดย มติคณะรัฐมนตรี  เมื่อวันที่  29  ต.ค.  2552

องค์ประกอบและการแต่งตั้งคณะกรรมการ กฟผ.
องค์ประกอบและการสรรหา แต่งตั้ง ถอดถอน หรือพ้นจากตำแหน่งคณะกรรมการ กฟผ.ตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติ  การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  พ.ศ. 2511 ประกอบกับพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518  สรุปสาระสำคัญดังนี้
1. คณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  ประกอบด้วย ประธานกรรมการ
และกรรมการอื่นอีกไม่เกินสิบคนรวมทั้งผู้ว่าการซึ่งเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ให้คณะรัฐมนตรี
เป็นผู้แต่งตั้งประธานกรรมการ  และกรรมการอื่นซึ่งมิใช่กรรมการโดยตำแหน่ง
2. ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งที่มิใช่กรรมการโดย
ตำแหน่งอยู่ในตำแหน่งคราวละ 3 ปี ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งอีก
3. นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรี
แต่งตั้งจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อ ตาย ลาออก คณะรัฐมนตรีไล่ออก และเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม
                เมื่อประธานกรรมการหรือกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นประธานกรรมการ  หรือกรรมการแทนได้
                ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามวรรคสองอยู่ในตำแหน่งตามวาระของประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งแทน

ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ กฟผ.
ภายใต้พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511  คณะกรรมการ กฟผ. มีอำนาจหน้าที่วางนโยบาย และควบคุมดูแลทั่วไปซึ่งกิจการของ กฟผ. รวมทั้งออกระเบียบและข้อบังคับ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์การ เช่น
1. ออกระเบียบหรือข้อบังคับการดำเนินกิจการของคณะกรรมการ กฟผ.
2. ออกระเบียบหรือข้อบังคับการจัดแบ่งส่วนงานและวิธีปฏิบัติงาน
3. กำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือนหรือค่าจ้างของพนักงานหรือลูกจ้าง
4. ควบคุมดูแลจัดให้มีเงินสำรองและเป็นค่าใช้จ่ายในการขยายกิจการและลงทุน
5. ให้ความเห็นชอบการบรรจุ แต่งตั้ง เลื่อนลด ตัดเงินเดือนค่าจ้าง ลงโทษทางวินัยสำหรับพนักงานชั้นผู้อำนวยการฝ่ายหรือเทียบเท่าขึ้นไป
 
การประชุมคณะกรรมการ กฟผ.
คณะกรรมการมีกำหนดประชุมโดยปกติเป็นประจำทุกวันศุกร์ที่สี่ของเดือน  และอาจมีการประชุมคณะกรรมการเพิ่มเติมตามความเหมาะสม  โดยเลขานุการคณะกรรมการ กฟผ. จัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมระเบียบวาระการประชุมและเอกสารประกอบให้กรรมการก่อนการประชุม 5 วันทำการเว้นแต่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนเพื่อให้คณะกรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอโดยมีการจดบันทึกการประชุมเป็นลายลักษณ์อีกษรอย่างครบถ้วนและจัดเก็บรายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการจัดส่งให้กระทรวงการคลัง  และพร้อมให้คณะกรรมการและผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้
ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ว่าการ
ผู้ว่าการมรหน้าที่บริหารกิจการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511 ตามนโยบายของรัฐบาลระเบียบหรือข้อบังคับของ  กฟผ.  รวมทั้งมติคณะกรรมการ กฟฟ.  และมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้าง
ประวัติความเป็นมา
                กฟผ. จัดขึ้นตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511  โดยการรวมหน่วยงาน  ด้านการผลิตและส่งงานไฟฟ้า 3 แห่ง  ได้แก่  การไฟฟ้ายันฮี  การลิกไนท์  และการไฟฟ้ตะวันออกเฉียงเหนือ  เข้าเป็นหน่วยงานเดียวกัน  มีฐานะเป็นนิติบุคคลตั้งแต่วันที่ 1  พฤษภาคม  2512 เรียกชื่อย่อว่า “กฟผ.”  พระราชบัญญัติฉบับนี้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหลายครั้ง  โดยครั้งล่าสุดได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่  12  มีนาคม  2553  มีสาระสำคัญโดยสรุปคือ  ไห้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  สามารถดำเนินธุรกิจเกี่ยวกบพลังงานไฟฟ้าหรือร่วมทุนกับบุคคลอื่นเพื่อดำเนินธุรกิจดังกล่าว  และให้มีอำนาจใช้สอยและครอบครองอสังหาริมทรัพย์เพื่อสำรวจหาแหล่งพลังงาน ตลอดจนสถานที่สำหรับใช้ในการผลิตหรือพัฒนาพลังงานไฟฟ้าโดยใช้ค่าทดแทนที่เป็นธรรม  และให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขที่เกี่ยวกับคุณภาพไฟฟ้า  เทคนิคทางวิศวกรรม  และความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า  ในกรณีที่เอกชนประสงค์จะเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  การไฟฟ้านครหลวง  หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค  กฟผ. มีสิทธิเพิ่มวงเงินในการกู้ยืมและในการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์  คณะกรรมการมีอำนาจจำหน่ายทรัพย์สินออกจากบัญชีได้ทุกกรณีโดยไม่จำกัดวงเงินโดยสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ   เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ  ส่วนสาระสำคัญที่ยังคงเดิม  คือ  คณะรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งประธานคณะกรรมการกับกรรมการ (ซึ่งต้องไม่มีตำแหน่งทางการเมือง)  และคณะกรรมการเหล่านี้เป็นผู้แต่งตั้งผู้ว่าการ กฟผ.  จึงเป็นวิสาหกิจสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี  มีรัฐมนตรีคอยกำกับดูแลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้  ในเดือยมิถุนายน 2535  กฟผ.  นำเสนอต่อรัฐบาลขอเข้าโครงการรัฐวิสาหกิจที่ดีและผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีให้เป็นรัฐวิสาหกิจที่ดี  เมื่อวันที่  30  สิงหาคม  2537  การนี้จะส่งผลให้ กฟผ. มีความคล่องตัวในการบริหารงานมากขึ้น  ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาล  ที่ต้องการลดบทบาทการควบคุมรัฐวิสาหกิจลงให้น้อยที่สุดและสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจมีความสามารถที่จะแข่งขันกับธุรกิจเอกชน
           กฟผ. ได้รับรางวัลจากการประกาศรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นประจำปี 2549  ของกระทรวงการคลัง
2 รางวัล  ได้แก่
          1. รางวัลการบริหารจัดการองค์กรดีเด่น  ซึ่งได้รับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน  และ
          2. รางวัลรัฐวิสาหกิจที่มีโครงการเพื่อสังคมดีเด่น

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
วิสัยทัศน์ของแบรนด์  กฟผ.
กฟผ.เป็นหน่วยงานชั้นนำที่เสริมสร้างระบบเศรษฐกิจและเอื้ออำนวยความเป็นอยู่ให้สะดวก
และมีคุณภาพมากขึ้น  อันนำมาซึ่งความสำเร็จและความผาสุกของทุกชีวิต
บุคลิกภาพของแบรนด์
· ความเป็นมืออาชีพ (เป็นธรรม, ขยันขันแข็ง,ใจกว้าง  พร้อมรับฟังผู้อื่น, มีประสิทธิภาพ)
· สร้างสรรค์ (มีพลังสร้างสรรค์, เป็นคลังความรู้, มีความเป็นสากลและทันสมัย,มองการณ์ไกล)
· คล่องตัว (มีความสามารถหลากหลาย,ยืดหยุ่น ปรับตัวง่าย
· เอื้ออาทร (มีมิตรไมตรี,ห่วงใยใส่ใจ, เข้าถึงง่าย, ทุ่มเท)
· เชื่อใจได้ (เป็นที่ไว้วางใจ, พึงพาได้, โปร่งใส,เป็นที่ยอมรับ
การวางตำแหน่งแบรนด์ กฟผ.
ดีกว่าหน่วยงานด้านธุรกิจพลังงานขนาดใหญ่ทั้งหลายในภูมิภาคสำหรับผู้ที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีการสร้างสรรค์วัตกรรม  ในราคาที่สามารถซื้อและวางใจได้ในคุณภาพ  รวมทั้งบริการที่เป็นมิตรจากหน่วยงานที่ดำเนินการอย่างโปร่งใส  เป็นที่เชื่อถือ  และยอมรับของสังคมเพราะ กฟผ.พร้อมสรรด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง  ทีมงานที่เปี่ยมด้วยศักยภาพและประสบการณ์อย่างมืออาชีพ  ซึ่งยึดมั่นในความเอื้ออาทรต่อสังคม  สิ่งแวดล้อม  ลูกค้า  และพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่มมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  อันนำมาซึ่งความสุขและความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
การกู้ระบบไฟฟ้า   
หมายถึงการเดินเครื่องขึ้นมาในสภาวะที่ไม่มีไฟฟ้าใช้งาน อาจจะใช้พลังงานจากเครื่องยนต์ดีเซล หรือพลังงานจากน้ำมาเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แล้วใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้านั้นจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับระบบไฟฟ้าต่อไป Black Start จะได้เห็นเมื่อเกิดเหตุการณ์ Blackout ขึ้นในระบบ
การบำรุงรักษาสายส่งโดยไม่ดับไฟ   
การบำรุงรักษาสายส่งโดยไม่ดับไฟ โดยระหว่างที่ปฏิบัติงานผู้ปฏิบัติงานจะสัมผัสกับสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า ที่ยังจ่ายกระแสไฟฟ้าอยู่โดยตรง ดังนั้น ผู้ปฏิบัติงานจึงมีศักย์ทางไฟฟ้าเท่ากันกับสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์นั้น โดยที่ช่างสายจะต้องสวมใส่ชุดตัวนำไฟฟ้า (conductive suit) และที่สำคัญช่างสายต้องมีระยะห่างที่ปลอดภัยจากพื้นดินและโครงสร้างของเสาสายส่งหรือระบบกราวด์การซ่อมสายส่งไฟฟ้าด้วยวิธีการ bare hand ไม่ใช่การใช้มือเปล่าซ่อมสายไฟฟ้าอย่างที่รูปศัพท์บอกหรือเข้าใจกันทั่วไป การบำรุงรักษาสายส่งไฟฟ้าด้วยวิธีการ bare hand เป็นทางเลือกหนึ่งของช่างสาย เมื่อต้องซ่อมสายไฟฟ้าขณะที่โหลดหรือความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือเมื่อเครื่องมือฉนวนที่มีอยู่มีขนาดใหญ่ทำให้ไม่สะดวกในการปฏิบัติงาน รวมทั้งเมื่อระบบไม่สามารถรองรับการจ่ายพลังงานไฟฟ้าได้ทำให้เกิดการหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้าในกรณีบำรุงรักษาสายส่งด้วยวิธีการดับไฟ การซ่อมสายส่งด้วยวิธีการ bare hand เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการบำรุงรักษาสายส่งโดยไม่ดับไฟ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการบำรุงรักษาสายส่งด้วยวิธีการ bare hand จะประกอบไปด้วยเครื่องมือฉนวน (hot sticks) และเชือกฉนวน (non conductive rope) การซ่อมสายส่งไฟฟ้าด้วยวิธีการ bare hand ไม่ใช่การใช้มือเปล่าซ่อมสายไฟฟ้าอย่างที่รูปศัพท์บอกหรือเข้าใจกันทั่วไป การบำรุงรักษาสายส่งไฟฟ้าด้วยวิธีการ bare hand เป็นทางเลือกหนึ่งของช่างสาย เมื่อต้องซ่อมสายไฟฟ้าขณะที่โหลดหรือความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือเมื่อเครื่องมือฉนวนที่มีอยู่มีขนาดใหญ่ทำให้ไม่สะดวกในการปฏิบัติงาน รวมทั้งเมื่อระบบไม่สามารถรองรับการจ่ายพลังงานไฟฟ้าได้ทำให้เกิดการหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้าในกรณีบำรุงรักษาสายส่งด้วยวิธีการดับไฟ การซ่อมสายส่งด้วยวิธีการ bare hand เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการบำรุงรักษาสายส่งโดยไม่ดับไฟ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการบำรุงรักษาสายส่งด้วยวิธีการ bare hand จะประกอบไปด้วยเครื่องมือฉนวน (hot sticks) และเชือกฉนวน (non conductive rope)
การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ   
การประเมินผลกระทบทางสุขภาพหมายถึง กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในสังคมที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันพิจารณาถึงผลกระทบทางสุขภาพ โดยมีการประยุกต์ใช้แนวทางและเครื่องมือที่หลากหลายในการระบุ คาดการณ์ และพิจารณาถึงผลกระทบด้านสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นแล้วกับประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เนื่องจากการดำเนินนโยบาย แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยหวังผลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างเสริมและคุ้มครองสุขภาพของทุกคนในสังคม
การพยายากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า   
การ พยากรณ์ค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด (Peak) (เป็นค่าสูงสุดของความต้องการไฟฟ้า มีหน่วยเป็น เมกะวัตต์) และค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้า (Energy) (เป็นปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ในแต่ละชั่วโมงตลอดทั้งปี มีหน่วยเป็นล้านหน่วย หรือ กิกะวัตต์-ชั่วโมง) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยสมมติฐานที่สำคัญที่ใช้ในการพยากรณ์คืออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของ ประเทศ (GDP)
กำลังผลิตติดตั้ง   
ความสามารถในการผลิตไฟฟ้าสูงสุดของโรงไฟฟ้าในระบบ เมื่อจ่ายไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นค่าที่ได้จากการทดสอบการเดินเครื่องครั้งแรกภายหลังก่อสร้างโรงไฟฟ้าเสร็จใหม่ (New and Cleaned Condition) และโดยปกติแล้วหากไม่มีการลงทุนปรับปรุงโรงไฟฟ้าในอนาคตอีก ความสามารถ
กำลังผลิตต่ำสุดที่สามารดเดินเครื่องได้   
การเดินเครื่องของของโรงไฟฟ้าทั่วไป จะเดินอยู่ในช่วงที่กำหนด คือจากค่าต่ำสุด (Minimum) ถึงค่าสูงสุด Maximum เช่นโรงไฟฟ้า RB-T1 สามารถเดินเครื่องได้ที่ 280 – 700 MW หากว่าปัจจุบันกำลังเดินเครื่องอยู่ที่ 500 MW นั่นหมายความว่า จะสามารถลดกำลังผลิตของ RB-T1 ลงได้อีก 500 – 280 = 220 MW ค่า 220 MW นี้ เราเรียกว่า MW to Minimum แต่ในระบบไฟฟ้ามีโรงไฟฟ้ากระจัดกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก ค่า MW to Minimum ของโรงไฟฟ้าทุกๆโรงเมื่อนำมารวมกัน จะเป็นตัวเลขที่ช่วยให้พนักงานศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าแห่งชาติตัดสินใจปลดโรงไฟฟ้าออกจากระบบเพิ่มเติมได้หรือไม่ โดยการเปรียบเทียบกับแผนการเดินเครื่องที่ทำไว้ล่วงหน้า
กำลังผลิตพึ่งได้   
กำลังผลิตสูงสุดซึ่งระบบสามารถผลิตไฟฟ้าได้ ในช่วงระยะเวลาหนึ่งภายใต้สภาวะแวดล้อมที่จำกัด จะคิดจากกำลังผลิตที่สามารถผลิตได้จริงของโรงไฟฟ้าแต่ละโรง เนื่องจากโรงไฟฟ้าแต่ละโรงไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เต็มกำลังผลิตติดตั้งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกำลังผลิตที่พึ่งได้จะต่ำกว่ากำลังผลิตติดตั้งตามประเภทของโรงไฟฟ้า เช่น โรงไฟฟ้าพลังน้ำ มีกำลังผลิตที่จ่ายคิดตามปริมาณน้ำในแต่ละเดือน
กำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง   
กำลังผลิตไฟฟ้าที่วางแผนให้มีมากกว่าปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในเวลาปกติจำนวนหนึ่ง เนื่องจากในการวางแผนการผลิตไฟฟ้าจะต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ อย่างรอบคอบ อาทิ ความต้องการไฟฟ้าที่อาจเพิ่มสูงกว่าการพยากรณ์การหยุดซ่อมโรงไฟฟ้า การเสื่อมสภาพของโรงไฟฟ้า ความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิง ข้อจำกัดของระบบส่งในแต่ละพื้นที่ และลักษณะทางเทคนิคของโรงไฟฟ้าแต่ละประเภท รวมถึงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าต้องใช้เวลานานถ้าหากมีกำลังผลิตสำรองไม่เพียงพอกับความต้องการอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศได้
กิโลวัตต์   
เป็นหน่วยวัดกำลังไฟฟ้า หนึ่งกิโลวัตต์มีค่าเท่ากับหนึ่งพันวัตต์,  (1 กิโลวัตต์  = 1,000 วัตต์  =  1 × 103  วัตต์)
กิโลวัตต์ - ชั่วโมง   
หน่วยวัดความสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า หนึ่งกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นปริมาณพลังงานที่ถูกใช้ในอัตรา 1,000 วัตต์เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ตัวอย่าง : หลอดไฟหลอดละ 100 วัตต์ จำนวน 10 หลอด  รวม 100 x 10 = 1,000 วัตต์ , 1 กิโลวัตต์ × 1 ชั่วโมง = 1000วัตต์ × 3600วินาที = 3.6 ล้านจูล หรือที่เรียกทั่วไปว่า ใช้ไฟ 1 หน่วย
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการไฟฟ้า(กกพ.)   
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการไฟฟ้า (กกพ.) เป็นหน่วยงานอิสระ มีหน้าที่ในการกำกับดูแลอัตราค่าบริการของผู้ประกอบกิจการไฟฟ้า กำหนดมาตรการส่งเสริมการแข่งขัน และป้องกันการใช้อำนาจผูกขาดในทางมิชอบ กำหนดวิธีการและกำกับการแข่งขันการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ กำกับดูแลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบกิจการไฟฟ้า กำหนดและกำกับดูแลมาตรฐานทางวิชาการและความปลอดภัยของการประกอบกิจการไฟฟ้า
ความต้องการใช้พลังไฟฟ้าสูงสุด   
ความต้องการใช้พลังไฟฟ้าสูงสุด ณ ช่วงเวลาหนึ่ง
ความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า   
“ความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า” ซึ่งประกอบด้วยความเพียงพอและความมั่นคงในระบบ ความเพียงพอหมายถึงความสามารถของระบบไฟฟ้าในการจัดส่งพลังงานไฟฟ้าสนองตอบความต้องการของผู้ใช้ไฟได้ตลอดเวลา รวมถึงจัดให้มีการวางแผนการผลิตและหยุดซ่อมโรงไฟฟ้าอย่างเหมาะสม ส่วนความมั่นคงจะหมายถึงความสามารถในการจัดการแก้ไขเหตุขัดข้องที่เกิดขึ้นในระบบไฟฟ้า เช่น การเกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือการสูญเสียพลังไฟฟ้าฉุกเฉิน เช่น มีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่หลุดออกจากระบบ เป็นต้น ความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้านับวันมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในการผลิตและจัดส่งไฟฟ้า เนื่องจากไฟฟ้าเป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เหตุขัดข้องใดๆ ที่เกิดขึ้นในระบบไฟฟ้า จึงสามารถสร้างความเสียหายอย่างมากต่อการดำเนินงานภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
ค่าความพร้อมจ่าย   
ค่าบำรุงรักษา อุปกรณ์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ให้อยู่ในสภาพพร้อมที่จะดำเนินการจ่ายไฟ เฉพาะเดือนที่ได้รับแจ้งให้เตรียมพร้อมจ่าย
ค่าพลังงานไฟฟ้า   
ค่าพลังงานไฟฟ้าที่จ่ายตามพลังงานไฟฟ้าที่จ่ายจริง
ค่าไฟฟ้าผันแปร   
ค่าไฟฟ้า ผันแปร หรือ ค่า Ft เดิมย่อมาจากคำว่า Float time มีความหมายว่า การลอยค่าของ ต้นทุนการผลิตไฟฟ้า ที่การไฟฟ้าไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ราคาเชื้อเพลิง อัตราเงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นต้น ตามช่วงเวลาต่างๆ ที่ใช้เป็นกรอบในการคำนวณ เนื่องจากตั้งแต่เดือนตุลาคม 2548 เป็นต้นมา ได้มีการเปลี่ยนแปลงปัจจัยที่ใช้ในการคำนวณสูตร Ft ให้คงเหลือเพียง ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. และค่าซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชนและประเทศเพื่อนบ้าน เท่านั้นที่ กฟผ.ไม่สามารถควบคุมได้ และสามารถนำไปคำนวณในสูตร Ft ดังนั้น สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จึงได้ประสานงานกับการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง เพื่อเปลี่ยนคำย่อของค่า Ft ให้สอดคล้องกับสูตรปัจจุบัน ดังนี้ Ft ย่อมาจากคำว่า Fuel Adjustment Charge (at the given time) (ที่มาจาก http://www.eppo.go.th/power/ft.html)
ดัชนีความถี่ที่เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ ณ   
เป็นดัชนีสากลที่ใช้วัดความถี่ หรือจำนวนครั้ง ที่เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ ณ จุดจ่ายไฟของผู้ใช้ไฟฟ้าแต่ละราย เมื่อเทียบกับจำนวนจุดจ่ายไฟทั้งหมดในระบบไฟฟ้า ค่าเฉลี่ยที่ดีที่สุดจะเป็นจำนวนครั้งของการเกิดไฟฟ้าดับที่ต่ำที่สุด เช่น ในปี 2547 ระบบไฟฟ้า กฟผ. มีจุดจ่ายไฟให้แก่ลูกค้าคือ การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และลูกค้าตรง รวมจำนวน 500 จุด จำนวนครั้งที่เกิดไฟฟ้าดับ ณ จุดจ่ายไฟของลูกค้ามีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.431 หมายความว่า จุดจ่ายไฟแต่ละจุดมีโอกาสเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับได้เพียงไม่ถึงหนึ่งครั้งเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าระบบจ่ายไฟฟ้ามีความมั่นคงสูง มีแรงดันสม่ำเสมอ และรักษาความถี่มาตรฐานคือ 50 เฮิร์ซ ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนคำว่าเหตุการณ์ไฟฟ้าดับในที่นี้จะหมายถึงการขอดับไฟเพื่อปฏิบัติงาน หรือการเกิดเหตุขัดข้องในระบบไฟฟ้า ซึ่งจะไม่รวมถึงเหตุการณ์ไฟฟ้าดับอันเกิดจากภัยธรรมชาติ
ดัชนีระยะเวลาเฉลี่ยที่จุดจ่ายไฟแต่ละจุดเ   
เป็นดัชนีสากลที่ใช้วัดระยะเวลาเฉลี่ยที่จุดจ่ายไฟแต่ละจุดเกิดไฟฟ้าดับ มีหน่วยเป็นนาทีต่อจุดจ่ายไฟ ระยะเวลาเฉลี่ยที่สั้นที่สุดคือค่าเฉลี่ยที่ดีที่สุด เช่นในรอบปี 2547 ระบบไฟฟ้า บมจ. กฟผ. มีจุดจ่ายไฟให้ลูกค้าคือ การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และลูกค้าตรงจำนวน 500 จุดจ่ายไฟ ระยะเวลาที่จุดจ่ายไฟแต่ละจุดเกิดไฟฟ้าดับ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 25.338 นาที หมายความว่า หากเกิดไฟฟ้าดับ อันเกิดจากเหตุขัดข้องในระบบไฟฟ้า จุดจ่ายไฟแต่ละจุดจะเกิดไฟฟ้าดับนานประมาณ 25 นาที ซึ่งแสดงว่าระบบจ่ายไฟฟ้ายังคงมีความมั่นคงสูง และแม้จะเกิดไฟฟ้าดับก็จะดับไม่นาน เป็นต้น
ตัวประกอบโรงไฟฟ้า   
สัดส่วนของพลังงานที่ผลิตได้ในช่วงเวลาหนึ่งต่อพลังงานที่คาดว่าจะผลิตได้เต็มตามศักยภาพในช่วงเวลาทั้งหมด โดยทั่วไปจะคิดเทียบเท่ากับการผลิตไฟฟ้าเต็มศักยภาพใน 1 ปี โดยปกติทั่วไป ซึ่ง Plant Factor จะมีค่าต่ำกว่า 100 % เสมอ
ต้นทุนหน่วยสุดท้าย   
ราคาค่าไฟฟ้าคิดเป็นต่อหน่วยถัดไป เพื่อจ่ายให้กับผู้ผลิตไฟฟ้าสำหรับเพิ่มกำลังการผลิต ราคาค่าไฟฟ้าต่อหน่วยถัดไปจะสะท้อนถึงราคาค่าไฟฟ้าต่อหน่วยที่แพงที่สุดที่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อค่าไฟฟ้าผันแปร (Fuel Adjustment หรือ Ft) ค่า Maginal Cost นี้ ขึ้นอยู่กับปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าและกำลังผลิตในระบบไฟฟ้า ณ ขณะนั้น
ผู้ผลิตไฟฟ้านอกสัญญา หรือผู้ผลิตไฟฟ้าไว   
ผู้ผลิตไฟฟ้านอกสัญญา หรือผู้ผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เอง หรือขายให้ลูกค้าภายในของตนเองโดย ไม่ขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็กมาก   
ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็กมาก ที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าที่ขายเข้าระบบต่ำกว่า 10 เมกะวัตต์
ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก   
ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก ที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าที่ขายเข้าระบบ 10-90 เมกะวัตต์
ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่   
ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ ที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าที่ขายเข้าระบบไม่ต่ำกว่า 90 เมกะวัตต์
พลังงานไฟฟ้าที่ระบบส่งจ่ายให้แก่ผู้ใช้ไฟ   
ประกอบด้วยทั้งพลังงานไฟฟ้าที่ กฟผ. จ่ายให้แก่ลูกค้าตามจุดจ่ายไฟฟ้า รวมถึงพลังงานไฟฟ้าที่ กฟผ. จ่ายให้แก่กิจการของตนเอง เช่น ใช้ในกิจการเหมือง (Mae Moh Mine), ใช้ในการสูบกลับ (Pump), ใช้ในสำนักงานใหญ่ (Headquarter) และใช้ในพื้นที่พักอาศัยหรือสำนักงานในสถาน

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
ประวัติกิจการไฟฟ้าไทย
เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2427 ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง นับเป็นการเริ่มต้นการมีไฟฟ้าของไทยมาตั้งแต่บัดนั้น

ไฟฟ้า...เริ่มให้ความสว่างไสวเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2422 ที่เมนโลปาร์ค รัฐนิวเจอร์ซี สหรัฐอเมริกา ต่อมาในปี พ.ศ. 2425 ได้มีการสร้างระบบไฟฟ้าแสงสว่างที่ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษและที่สถานีเพิร์ลสตรีท ตอนใต้กรุงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา

ไฟฟ้ามาสู่สยาม
บุคคลสำคัญที่นำไฟฟ้ามาสู่ประเทศไทย คือ จอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต) ซึ่งขณะนั้นยังมีบรรดาศักดิ์เป็น “ เจ้าหมื่นไวยวรนารถ” โดยนำเงินที่ได้มาจากการขายที่ดินให้กับสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชเทวี จำนวน 180 ชั่ง หรือ 14,400 บาท ไปซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 2 เครื่อง จากประเทศอังกฤษและเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2427 ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้มีการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นการมีไฟฟ้าของไทยมาตั้งแต่บัดนั้น

ตั้งบริษัทผลิตไฟฟ้า
ปี พ.ศ. 2440 หลวงพินิจจักรภัณฑ์ (นายแฉล้ม) ร่วมกับ นายเลียว นาดี ชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของเจ้าหมื่นไวยวรนารถ ได้ก่อตั้งบริษัท บางกอก อิเล็กตริกไลท์ ซินดิเคท (The Bangkok Electric Light Syndicate) ผลิตไฟฟ้าและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าแก่ประชาชน แต่เนื่องจากรายได้กับรายจ่ายไม่คุ้มกันจึงได้โอนกิจการให้กับ นายเวสเตน โฮลซ์ ชาวเดนมาร์ก จาก บริษัท ไฟฟ้าสยาม จำกัด(The Siam Electricity Co.,Ltd.) รับไปดำเนินการต่อ ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เมื่อปี พ.ศ. 2431 รัฐบาลได้ให้สัมปทานการเดินรถรางกับชาวเดนมาร์กในกรุงเทพฯ ซึ่งรถรางในเวลานั้นยังต้องใช้ม้าลากเนื่องจากยังไม่มีไฟฟ้าใช้ หลังจากนั้นเพียง 6 ปีคือ ปี พ.ศ. 2437 การเดินรถรางจึงเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าแทน

โรงไฟฟ้าวัดเลียบ
บริษัท ไฟฟ้าสยาม จำกัด (The Siam Electricity Co., Ltd.) ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2441 โดยจดทะเบียนที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก มี นายอ๊อก เวสเตน โฮลซ์ (Mr. Aage Westenholz) เป็นผู้ดำเนินการ นับเป็นชาวต่างประเทศรุ่นบุกเบิกเกี่ยวกับไฟฟ้าในเมืองหลวงของประเทศสยาม ซึ่งสถานที่ทำการของบริษัทฯและโรงไฟฟ้าตั้งอยู่ในบริเวณที่ดินของวัดราชบูรณะราชวรวิหาร (วัดเลียบ) จึงได้รับการเรียกขานกันว่า “ โรงไฟฟ้าวัดเลียบ ” เป็น โรงไฟฟ้าชนิดพลังไอน้ำ (พลังความร้อน) ใช้ไม้ฟืน ถ่านหิน น้ำมัน และแกลบเป็นเชื้อเพลิง การดำเนินกิจการของบริษัท ไฟฟ้าสยาม จำกัด มีความเจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับและในปี พ.ศ. 2451 ได้มีการรวมกิจการของ บริษัท รถรางบางกอก จำกัด มาไว้ด้วยกัน

โรงไฟฟ้าสามเสน
ปี พ.ศ. 2455 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้โปรดเกล้าฯให้ เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เสนาบดีกระทรวงนครบาล ดำเนินการสร้างการประปาและโรงไฟฟ้า ที่สามเสนไปพร้อมๆกัน โดยโรงไฟฟ้าสามเสนได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและเดินเครื่องจำหน่ายไฟฟ้าได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2457 ใช้ชื่อว่า “ การไฟฟ้าหลวงสามเสน ” เป็นรัฐพาณิชย์ ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย ต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ กองไฟฟ้าหลวงสามเสน ”

แบ่งพื้นที่รับผิดชอบ
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2457 เป็นต้นมา กิจการไฟฟ้าเริ่มเป็นปึกแผ่นประชาชนในพระนคร และธนบุรีมีกระแสไฟฟ้าใช้อย่างกว้างขวาง โดยบริษัทไฟฟ้าสยาม จำกัด (โรงไฟฟ้าวัดเลียบ) รับผิดชอบจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่พื้นที่บริเวณตอนใต้ของคลองบางลำภู และคลองบางกอกน้อย ส่วนบริเวณตอนเหนือของคลองดังกล่าวให้กองไฟฟ้าหลวงสามเสน (โรงไฟฟ้าสามเสน) รับผิดชอบ

ไฟฟ้าสู่ภูมิภาค
เมื่อปี พ.ศ. 2452 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระบรมราชโองการประกาศใช้พระราชบัญญัติสุขาภิบาลทั่วราชอาณาจักร ร.ศ.127 กระทรวงมหาดไทยสมัยนั้นเห็นว่าสุขาภิบาลตามหัวเมืองต่างๆ ที่มีประชาชนหนาแน่น ควรจะจัดสร้างโรงไฟฟ้าขึ้น ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2472 ทางราชการ จึงได้จัดตั้ง “แผนกไฟฟ้า” ขึ้น ใน กองบุราภิบาล กรมสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่สำรวจและจัดให้มีไฟฟ้าใช้ตามสุขาภิบาลต่างๆ ที่สมควร สุขาภิบาลเมืองราชบุรีได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าและจำหน่ายกระแสไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2470 ต่อมาภายหลังได้โอนกิจการมาอยู่ในความควบคุมของแผนกไฟฟ้า และได้สั่งซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามาเพิ่มเติมอีก 1 เครื่อง เมื่อปี พ.ศ. 2473 นอกจากนั้นสุขาภิบาลเมืองนครปฐมได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นโดยได้รับสัมปทาน เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2472 เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2473 ในราคาค่าไฟฟ้าหน่วยละ 1.80 บาท และดำเนินกิจการได้ 25 ปี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็น ระบอบประชาธิปไตยในปี พ.ศ. 2475 กิจการไฟฟ้าได้ขยายไปยังสุขาภิบาลอีกหลายแห่ง อาทิ เช่น ปราจีนบุรี , ภูเก็ต , นครนายก , ชลบุรี ,บ้านโป่ง , จันทบุรี และเชียงใหม่ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2477 ได้มีการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ และได้ จัดตั้ง กรมโยธาเทศบาลขึ้น แผนกไฟฟ้า จึงได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น กองไฟฟ้า สังกัดกรมโยธาเทศบาล

ไฟฟ้าระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2
สงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในยุโรป เมื่อปี พ.ศ. 2482 และในปีเดียวกันซึ่งตรงกับ รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 “ ประเทศสยาม ” ได้มีการ เปลี่ยนชื่อเป็น “ ประเทศไทย ” เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 รวมทั้ง “ บริษัท ไฟฟ้าสยาม จำกัด ” ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ บริษัท ไฟฟ้าไทย คอร์ปอเรชั่น จำกัด ” (Thai Electric Corporation Limited)เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2482 ด้วยเช่นกัน โดยได้ดำเนินกิจการด้วยดีมาตลอดจน หมดสัมปทาน เมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2492 ช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามได้ลุกลามมายังประเทศไทย และเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2488 โรงไฟฟ้าวัดเลียบและโรงไฟฟ้าสามเสน ได้ถูกเครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโจมตีทิ้งระเบิดจนเสียหายใช้การไม่ได้ ทำให้พระนครและธนบุรีตกอยู่ในความมืดมิด ประชาชนไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ ต่อมา บริษัท ไฟฟ้าไทย คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้จัดการซ่อมโรงไฟฟ้าวัดเลียบ ที่ได้รับความเสียหายไม่มากนักให้ใช้การได้ โดยใช้เวลาเพียง 2 เดือนเศษ สำหรับโรงไฟฟ้าสามเสน ถูกระเบิดทำลายเสียหายยับเยิน การดำเนินการซ่อมโรงไฟฟ้าสามเสนต้องใช้เวลาถึง 4 ปี จึง สามารถเดินเครื่องจ่ายไฟฟ้าได้เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2492 สำหรับในต่างจังหวัด กองไฟฟ้า กรมโยธาเทศบาล ได้ทำการซ่อมแซมโรงไฟฟ้าที่ ได้รับความเสียหายจากการถูกระเบิดระหว่างสงคราม และบูรณะโรงไฟฟ้าของเทศบาลต่างๆ

ไฟฟ้าหลังสงคราม
ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง บ้านเมืองได้รับการบูรณะฟื้นฟูและมีการขยายตัวเจริญขึ้นในทุกด้าน ทำให้ต้องเผชิญกับปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอ รัฐบาลในช่วงเวลานั้นได้พยายาม แก้ไขปัญหาพลังงานไฟฟ้าทุกวิถีทาง โดยมอบหมายให้มีการสำรวจหาแหล่งทรัพยากรพลังงาน ซึ่งกรมชลประทานรับผิดชอบการสำรวจด้านพลังน้ำ และกรมทรัพยากรธรณีรับผิดชอบการสำรวจถ่านลิกไนต์ รวมทั้งในระยะเวลาต่อมาได้มีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบด้านไฟฟ้าตามลำดับ ดังนี้

วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2493 ได้จัดตั้ง “ การไฟฟ้ากรุงเทพฯ” เพื่อรับกิจการของ บริษัท ไฟฟ้าไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งหมดอายุสัมปทาน
ปี พ.ศ. 2494 จัดตั้ง “ คณะกรรมการพิจารณาสร้างโรงไฟฟ้าทั่วราชอาณาจักร ” ซึ่งต่อมาใน ปี พ.ศ. 2495 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ คณะกรรมการไฟฟ้าและพลังงานแห่งประเทศไทย ” และในปี พ.ศ. 2496 ได้เปลี่ยนเป็น “ สำนักงานพลังงานแห่งชาติ ” ปัจจุบันมีฐานะเป็น สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน
เมื่อปี พ.ศ. 2497 จัดตั้ง “ องค์การพลังงานไฟฟ้าลิกไนท์ ” ซึ่งต่อมาปลายปี พ.ศ. 2503 ได้ยกฐานะเป็น “การลิกไนท์” (กลน.) รับผิดชอบผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าในภาคใต้
ปี พ.ศ. 2497 จัดตั้ง “องค์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค” ซึ่งต่อมาได้รับการยกฐานะ เป็น “ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค " (กฟภ.) เมื่อปี พ.ศ. 2503 รับผิดชอบการจำหน่ายไฟฟ้าทั่วประเทศไทย ยกเว้นในเขตของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
เมื่อปี พ.ศ. 2500 ได้มีการจัดตั้ง “การไฟฟ้ายันฮี” (กฟย.) รับผิดชอบการผลิตไฟฟ้าให้ภาคกลางกับภาคเหนือ โดย กฟย. ได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนภูมิพล ที่ จังหวัดตาก และก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อน (พลังไอน้ำ) ขนาดใหญ่มีกำลังผลิต 75  Glossary Link เมกะวัตต์ ที่อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ปัจจุบันเรียกว่า “โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ” ซึ่งนับว่าเป็นโรงไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในขณะนั้น เริ่มเดินเครื่องจ่ายกระแสไฟฟ้าได้เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2504 โดย ส่งกระแสไฟฟ้าไปตามสายส่งไฟฟ้าแรงสูงเชื่อมโยงกับโรงไฟฟ้าสามเสน
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2501 ได้มีการจัดตั้ง” การไฟฟ้านครหลวง ” (กฟน.)ขึ้น โดยรวมกิจการของการไฟฟ้ากรุงเทพฯ และกองไฟฟ้าหลวงสามเสน รับผิดชอบการจำหน่ายไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ(พระนคร ธนบุรี) นนทบุรี และสมุทรปราการ
เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2502 การลิกไนท์ (กลน.) ได้ก่อสร้างโรงจักรแม่เมาะ ที่จังหวัดลำปาง ขนาด 6.25  Glossary Link เมกะวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง แล้วเสร็จโดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้ใช้ถ่านลิกไนต์จากเหมืองแม่เมาะเป็นเชื้อเพลิงและเชื่อมโยงกับตัวจังหวัด ด้วยสายส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาดแรงดันไฟฟ้า 69 กิโลโวลต์ ซึ่งนับว่าเป็นสายส่งไฟฟ้าแรงสูงสายแรกของไทย ทำให้จังหวัดลำปางมีไฟฟ้าใช้อย่างมั่นคง ต่อมาได้ต่อเชื่อมสายส่งไฟฟ้าไปใช้งานก่อสร้างเขื่อนภูมิพล ที่จังหวัดตาก และยังได้ก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าเชื่อมต่อจากจังหวัดลำปางไปยังจังหวัดลำพูน และจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย
ไฟฟ้ายุคพัฒนา
ประเทศไทยเริ่มใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 ซึ่งเป็นเวลาที่โรงไฟฟ้าพระนครเหนือก่อสร้างแล้วเสร็จและเดินเครื่องจ่ายไฟฟ้า ทำให้ภาวะขาดแคลนไฟฟ้าในเขตพระนครและธนบุรียุติลง ต่อมาได้มีพิธีเปิดโรงไฟฟ้าในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2504 โดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี ในสมัยนั้นเป็นประธานพิธีร่วมกับรองประธานาธิบดีลินคอน บี. จอห์นสัน ของสหรัฐอเมริกา จากสถานการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว การไฟฟ้ายันฮี (กฟย.) จึงได้ดำเนินการก่อสร้างหน่วยผลิตไฟฟ้าเครื่องที่ 2 ที่โรงไฟฟ้าพระนครเหนือในต้นปี พ.ศ. 2505 ซึ่งสามารถดำเนินการแล้วเสร็จและจ่ายไฟฟ้าได้กลางปี พ.ศ. 2506

ตั้ง กฟ.อน.
ในปี พ.ศ. 2505 รัฐบาลได้จัดตั้ง “การไฟฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือ” (กฟ.อน.) ขึ้นเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย โดยในระยะแรกได้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนอุบลรัตน์ ที่จังหวัดขอนแก่นและเขื่อนน้ำพุงที่จังหวัดสกลนคร

โรงไฟฟ้าภาคใต้
สำหรับภาคใต้ การลิกไนท์ (กลน.) ได้เปิดเหมืองลิกไนต์ที่จังหวัดกระบี่และก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่ โดยนำถ่านลิกไนต์มาใช้เป็นเชื้อเพลิง สามารถเดินเครื่องจ่ายไฟฟ้าได้ในปี พ.ศ.2507 และได้เชื่อมโยงสายส่งไฟฟ้าแรงสูงจากโรงไฟฟ้ากระบี่ไปยังจังหวัดต่างๆ ผลิตไฟฟ้าส่งให้ได้ถึง 7 จังหวัด ทั้งนี้โรงไฟฟ้ากระบี่ ได้ยุติการใช้งานไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2538

โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนภูมิพล
การไฟฟ้ายันฮี (กฟย.) ได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ ที่อำเภอสามเงา จังหวัด ตาก ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 7 ปี มีสายส่งเชื่อมโยงกับจังหวัดต่างๆและได้เดินเครื่องจ่ายไฟฟ้าให้แก่ภาคเหนือ คือ จังหวัดลำปาง ลำพูนและเชียงใหม่ ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามว่า “ เขื่อนภูมิพล ” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ยังได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินในพิธีเปิดเขื่อนและโรงไฟฟ้า เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2507

โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก
ปี พ.ศ. 2512 กิจการไฟฟ้ายังเป็นระบบไฟฟ้าขนาดเล็กๆ อยู่อีกมาก กล่าวคือมีไฟฟ้าสัมปทานเอกชนประมาณ 70 แห่ง และมีโรงไฟฟ้าดีเซลขนาดเล็กที่จ่ายไฟฟ้าให้ชุมชนตอนช่วงหัวค่ำ ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดูแลอยู่อีกประมาณ 350 แห่ง นอกจากการเพิ่มหน่วยผลิตพลังความร้อนเครื่องที่ 3 ที่โรงไฟฟ้าพระนครเหนือแล้ว ยังมีแหล่งผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กอื่นๆ ได้แก่ โรงไฟฟ้าดีเซลที่จังหวัดภูเก็ต โรงไฟฟ้ากังหันแก๊ส ที่จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดอุดรธานี รวมทั้งได้มีการติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันแก๊สใน พื้นที่นครหลวง เช่น ที่บางกะปิ 1 เครื่อง บางกอกน้อย 1 เครื่อง และพระนครใต้ (อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ) 2 เครื่อง

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
1.      กระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างกายมนุษย์ 28-80 มิลลิแอมป์ ร่างกายของมนุษย์เกิดปฏิกิริยาอย่างไร
         ก.   กล้ามเนื้อเกร็ง
         ข.   หัวใจล้มเหลว
         ค.   ผิวหนังไหม้
         ง.   แค่รู้สึกกลัว
         ตอบ  ก.
2.      เครื่องมือวัดความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างจุดสองจุด มีชื่อเรียกว่าอะไร
         ก.   แอมมิเตอร์
         ข.   โวลต์มิเตอร์
         ค.   โอห์มมิเตอร์
         ง.   วัตต์มิเตอร์
         ตอบ  ข.
3.      ข้อใดไม่ใช่การไบอัสทรานซิสเตอร์
         ก.   ไบอัสคงที่
         ข.   ไบอัสคู่
         ค.   ไบอัสตัวเอง
         ง.   ไบอัสแบบแบ่งแรงดัน
ตอบ  ข.
4.      จากรูปมีค่าความจุเท่าใด
       
         ก.   50
         ข.   60
         ค.   70
         ง.   80
         ตอบ  ค.
5.      ขดลวดอาเมเจอร์ของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงมีหน้าที่อะไร
         ก.   สร้างอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้า
         ข.   สร้างกระแสไฟฟ้า
         ค.   ใช้ลดความเร็วมอเตอร์
         ง.   ใช้เพิ่มแรงดันไฟฟ้า
         ตอบ   ก.
6.      ความเร็วของมอเตอร์ไฟตรงขึ้นอยู่กับอะไร
         ก.   ควบคุมกระแสที่ผ่านขดลวดอาเมเจอร์
         ข.   ปรับแรงดันที่จ่ายให้มอเตอร์
         ค.   ควบคุมการหมุน
         ง.   การสลับทิศทางการหมุน
ตอบ  ข.
7.      ปัจจุบันใช้การควบคุมมอเตอร์ด้วยวงจรอะไร
         ก.   วงจรพัลซ์วิธมอดูเลเตอร์
         ข.   วงจรบีเลเตอร์
         ค.   วงจรสวิตซ์เลเตอร์
         ง.   วงจรดูเลเตอร์
         ตอบ  ก.
8.      ไดโอตชนิดใดที่ใช้ในวงจรรักษาแรงดันไฟฟ้า
         ก.   ไดโอตเปล่งแสง
         ข.   ไดโอดกำลัง
         ค.   ใช้ในวงจรแปลงไฟสลับเป็นไฟตรง             
         ง.   ใช้ในงานแหล่งจ่ายกำลัง
         ตอบ  ง.
9.      Clapper Relay เป็นชื่อของรีเลย์ชนิดใด
         ก.   รีดสวิตซ์
         ข.   ไร้รีเลย์
         ค.   อาร์เมเจอร์รีเลย์
         ง.   โซลิสเตตรีเลย์
         ตอบ  ค.
10.    การต่อโวลต์มิเตอร์เพื่อวัดแรงดันไฟฟ้าที่ตกคร่อมอุปกรณ์ใดๆ จะต้องต่อแบบใด
         ก.   ต่อแบบอันดับ
         ข.   ต่อแบบขนาน
         ค.   ต่อได้ทั้งสองแบบ
         ง.   ต่อแบบขนาน และต้องปลดแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้าออกจากวงจร
         ตอบ   ก.
11.    เครื่องวัดไฟฟ้าสามารถบ่ายเบนเข็มมัลติมิเตอร์ได้เกิดจากสาเหตุใดๆ
         ก.   จ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าไปที่ขั้วบอกและขั้วลบ
         ข.   แรงดันตกคร่อมขดลวด
         ค.   ความต้านทานตกคร่อมโหลด
         ง.   จ่ายกระแสไฟฟ้าผ่านตัวต้านทาน
         ตอบ  ง.
12.    เครื่องวัดไฟฟ้าเกิดแรงบิดอยู่ 3 แบบคืออะไรบ้าง
         ก.   บ่ายเบน, บิดควบคุม, บิดแดมพ์
         ข.   บิดบ่ายเบน, บิดคร่อม, บิดไฟฟ้า
         ค.   บิดสถิต, บิดไฟฟ้า, บิดแดมพ์
         ง.   แรงบิดบ่ายเบน, แรงบิดแรนดรอม, แรงบิดคร่อม
         ตอบ  ก.
13.    แอมมิเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ใช้การขยายย่านวัดโดยการต่อแบบใด
         ก.   แบบอนุกรม
         ข.   แบบผสม
         ค.   แบบขนาน
         ง.   แบบอนุกรม-ขนาน
ตอบ   ค.
14.    การตรวจสอบคาปาซิเตอร์ สามารถใช้มัลติมิเตอร์ตรวจสอบได้โดย
         ก.   ทำการตั้งย่านวัด R×10 เข็มจะขึ้นค่อยๆลง
         ข.   ทำการตั้งย่านวัด DCv×50 เข็มจะค้าง
         ค.   ทำการตั้งย่านวัด Dcma×25 เข็มจะขึ้นละค่อยๆลง
         ง.   ทำการตั้งย่านวัด ACV×220 เข็มจะขึ้น-ลง
         ตอบ  ก.
15.    ก่อนการทำการวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง ตกคร่อมโหลด ต้องทำสิ่งใดก่อนจะปฏิบัติ
         ก.   ตรวจสอบแหล่งจ่ายไฟฟ้า
         ข.   ตรวจสอบขั้วบวก-ลบ
         ค.   ทำการตรวจสอบขั้วต่อสายไฟ
         ง.   ตรวจโหลด
         ตอบ  ก.
16.    ทำการวัดค่าแรงดันที่ตกคร่อมตัวต้านทาน 100 โอห์ม แหล่งจ่าย 15V ต้องปรับย่านวัดที่ย่านใด
         ก.   ปรับย่านวัด Dcma
         ข.   ปรับย่านวัด DCV
         ค.   ปรับย่านวัด ACV
         ง.   ปรับย่านวัด Hz
         ตอบ  ข.
17.    ในการทดสอบตัวเก็บประจุโดยใช้โอห์มมิเตอร์ทำการวัดค่าผลปรากฏว่าเข็มของโอห์มมิเตอร์ไม่ขึ้นเลย จะสรุปว่าตัวเก็บประจุตัวนั้นเป็นเช่นไร
         ก.   ตัวเก็บประจุขาด
         ข.   ตัวเก็บประจุชอร์ต
         ค.   ตัวเก็บประจุรั่ว
         ง.   ตัวเก็บประจุดี
         ตอบ  ก.
18.    ข้อใดไม่ใช่ค่าพื้นฐานที่มัลติมิเตอร์สามารถทำการวัดได้
         ก.   วัดแรงดันไฟตรง
         ข.   วัดค่าความต้านทาน
         ค.   วัดแรงดันไฟสลับ
         ง.   วัดค่ากระแสไฟสลับ
         ตอบ  ง.
19.    การวัดค่าแรงดันตกคร่อมความต้านทาน จะต้องนำมัลติมิเตอร์มากระทำในลักษณะใด
         ก.   ต่ออนุกรมกับวงจร
         ข.   ต่อขนานกับโหลด
         ค.   ต่ออนุกรมกับโหลด
         ง.   ต่อในลักษณะผสม
         ตอบ  ข.
20.    วงจรอนุกรมประกอบด้วย R1 = 5 , R2 = 3  อยากทราบว่า R3 จะต้องมีค่าเท่าใดจึงจะทำให้ วงจรมีค่าความต้านทานรวมเป็น 18
         ก.   3
         ข.   5
         ค.   8
         ง.   10
         ตอบ  ง.

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ (กฟผ.) เปิดสอบ 2557
1. “ Did  you  do  the  shopping  all  right ?   Did you get any good meat? ”
“ Now,  don’t  fuss.  I  got  a  good  piece  off beef,  and  it  wasn’t  too  expensive
either , ….. these  days. ”
a.   as  the  meat  price                                     b.   as meat  prices  go
c.   that  meat  costs                                          d.   because of  the  meat  price
ตอบ ข้อ b ในที่นี้  prices  เป็น N. , price go แปลว่า  ราคาสูงขึ้น
2.  “The train’s going to stop soon.  We must get out immediately.”
“ All right.  I’ll get out ….. it stops. ”
a.   unless                                                             b.   until
c.   as long as                                                      d.   as soon as
ตอบ  ข้อ d   as soon as = ทันที  เมื่อใช้  as soon as  นำหน้า  adv.  Clause ที่แสดงเวลาและการกระทำหลังคำแสดงเวลาจะต้องใช้ present simple ประโยคแรกมี immediately อยู่จึงควรใช้ as soon as เพื่อให้ใจความสอดคล้องกัน
3. “Have you ever visited John ?  I’ve heard he’s moved to Chiengmai. ”
“ Oh, yes.  His  house  is ….. delightful. ”
a.   quite  really  unbelievable                        b.   quite  unbelievable  really
c.   really  quite  unbelievable                        d.   really  quite  unbelievable
ตอบ  ข้อ d            really  ควรอยู่หน้า quite
4.            “ I  live  in  Bangkok  with  my  relatives. ”
“Oh, ………. ? ”
a.   when  did  you  live  there                     
b.   when  have  you  been  living  there
c.   how  long  have  you  been  living  there
d.   how  many  year  did  you  live  there
 ตอบ  ข้อ c  how long ใช้กับ present perfect และใช้กับระยะเวลา
5. ….. six cans of beer,  Wichai handed his car – keys to one of his friends.
a.   Drinking                                                        b.   To drink
c.   Being drunk                                                 d.   Having drunk
ตอบ  ข้อ d            V.  ที่ขึ้นต้นประโยคจะได้เป็น  V. ไม่แท้เสมอ  ได้แก่  V. ing  ประธานเป็นผู้กระทำ  และ V.3  ประธานถูกกระทำ  ในที่นี้ประธานเป็นผู้กระทำจึงใช้V.ing
ในรูป perfect participle สำหรับการกระทำแรกที่เสร็จก่อน
6. Young people should not ….. as a mass ….. on to set right the ills of society for which they are not responsible.
a. consider , to call
b. consider , to be called
c. be considered , to be called
d. be considered , to call
ตอบ  ข้อ d  to call on =  to appeal to  เรียกร้อง (คนหนุ่มสาวไม่ควรถูกพิจารณาใน
ฐานะกลุ่มคนที่เรียกร้องให้สภาพสังคมดีขึ้นซึ่งเขาไม่มีหน้าที่รับผิดชอบ)
7. ….. they knew that their opponents had been playing well recently , they knew that were in for a hard match.
a.   Though                                                          b.   Since
c.   However                                                        d.  Moreover
ตอบ  ข้อ b   since  อาจใช้ในความหมายโดยที่  , เพราะว่าเป็นคำเชื่อ  clause  ที่แสดง
สาเหตุของการกระทำตามด้วยประโยค
8. Although students use figures of speech quite well when speaking , they seem to have ….. difficulty with them in writing.
a.   too                                                                   b.  enough
c.   more                                                               d.   so
 ตอบ  ข้อ c            more เป็นการเปรียบเทียบกับประโยคแรกว่ายากกว่า
9. A financial crisis often has the effect of making many people ….. to more stable and prosperous lands.
a.   decide to emigrate                                      b.   decided to emigrate
c.   to decide to emigrate                                 d.   to decide emigrate
 ตอบ  ข้อ a            make + กรรม + infinitive  ไม่มี  to = กรรมเป็นผู้กระทำ
10. Peter is spending too much time on girls, ….. is not good for his work.
a.   who                                                                 b.   which
c.   that                                                                  d.   it
ตอบ  ข้อ b            which แทน spending too much time on girls
11. ….. I have to work to pay for my college tuition, I don’t have time for many social events.
a.   Besides                                                           b.   Because
c.   Although                                                       d.   Even
ตอบ  ข้อ b            Because นำหน้า adv.  Clause แสดงสาเหตุ
12. In ordinary conversation I concentrate my gaze ….. both eyes of the person addressing me.
a.   in                                                                     b.   on
c.   at                                                                     d.   to
ตอบ  ข้อ b            concentrate  ใช้กับ  prep.  on แปลว่า  จดจ่อ
13. Before the widespread availability of telephones and personal transportation over good roads, handwritten letters, both personal and business, ….. the principal means of communication.
a.   to be                                                               b.   were
c.   would be                                                       d.   having been
ตอบ  ข้อ b            ประธานเป็นพหูพจน์  คือ  both personal and business hand written
Letters และเป็น past simple tense ธรรมดา
14. When some of ….. employees did not go out on ….. strike, there was tension between the striking and nonstriking workers.
a.   - , the                                                             b.   - , -
c.   the , the                                                         d.   the , -
ตอบ  ข้อ d            some of + the + N.  นับไม่ได้และนับได้พหูพจน์ , strike ใช้คู่กับ on โดยไม่
มี  article กั้น
15.          It has been hypothesized that differences in the behavior of the sexes may be ….. differences in metabolism.
a.   due                                                                  b.   up to
c.   alike to                                                           d.   in addition to
ตอบ  ข้อ a            due to = เพราะ , เนื่องมาจาก
16. There are many inconveniences that you have to put ….. when you go camping.
a.   off to                                                              b.   away from
c.   out from                                                        d.   up with
ตอบ  ข้อ d            put up with = นำไปด้วย
17.  Wilson, you ….. more patient with that customer ; I’m sure that selling him the rocking – horse was quite a possibility.
a.   must be                                                          b.   might be
c.   can have been                                              d.   should have been
ตอบ  ข้อ d            should have been more patient = ควรจะมีความอดทนกว่านี้ (ความจริง
เขาไม่มีความอดทน)
18.I think you’d better sort ….. the things you want to keep and the things you want to throw …. Before we leave.
a.   out , away                                                     b.   with , out
c.   away , out                                                     d.   of , away
ตอบ  ข้อ a            sort out = คัดเลือก , throw away = โยนทิ้ง  แต่ throw out = โยนออกไป
19.  The announcement that all the flights from Singapore ….. because of the heavy rain …. the waiting passengers.
a. were delayed , was greatly disappointed
b. had delayed , was greatly disappointing
c. were delayed , greatly disappointed
d. were delaying , had greatly been disappointed
 ตอบ  ข้อ c            disappointed เป็น V. แท้ของประธาน  the announcement ประโยคหลัก
คือ  The announcement greatly disappointed the waiting passengers
ส่วนในอนุประโยคเป็น passive voice จึงใช้ were delayed
20.  They prefer that I …..
a. do not serve them about anything alcoholic
b. had not served them anything alcoholic
c. have not served them anything alcoholic
d. not serve them anything alcoholic
 ตอบ  ข้อ d            เป็น present subjunctive รูปการใช้ subject + prefer + that + subject +
V.1 (ไม่มี s) ในที่นี้ละ should¬ Note: propose that , recommend that , suggest that , require that ก็ใช้เช่นเดียวกัน
 
PART II
EXPRESSION
 
A. Directions:     In   each  group  of  sentences  below , choose  the  alternative
that is  meaningful  and  grammatically  correct.
21.         a.   Improve our pronunciation , we should practice.
                 b.   To practice can improve our pronunciation
 c.  We can improve our pronunciation by practicing;
                d.  For practice , we can improve our pronunciation.
 ตอบ  ข้อ c
22.          He doesn’t mind coming on Friday but it’s more convenient for him to come on Saturday.  This means :
a. He’d prefer Saturday than Friday.
b. He’d rather come on Saturday.
c. He’d better come on Saturday.
d. He’d like coming on Saturday.
 ตอบ  ข้อ c   would rather = อยากจะ
23.          a.   After working for a long time, he felt tired very much.
                b.   Feeling so much tired after he worked for a long time.
                c.   He felt very tired after working for a long time.
                d.   Working for a long time, he felt much tired. 
 ตอบ  ข้อ c  feel เป็น V. ที่ตามด้วย  adj.  ได้เหมือน  V. to be  ระหว่าง  adj. และ V.
สามารถมี  adv.  ที่ขยาย  adj. มาแทรกได้  very เป็น adv. of degree
(adv. ที่บอกระดับความมากน้อย)  จะวางหน้าคำที่มันขยาย คือ tired
24.          a.  The teacher explained  me until I understood the lesson.
                b.   The lesson was explained until I had understood.
                c.   The teacher explained the lesson until it had understood.
                d.   I had not understood the lesson until the teacher explained it.
 ตอบ  ข้อ d
25.          a.   Kawi won the first prize ; Panee , the second.
                b.   Kawi and Panee won the first and second prizes respectfully.
                c.   Respectively Kawi wond the first prize and the second went to Panee.
                d.   The first and second prizes were won by Kawi and Panee with respect.
 ตอบ  ข้อ a           
26.          a.   She does not enjoy both watching TV, going shopping, and reading.
                b.   She does not enjoy either watching TV, going shopping, or reading.
                c.   She enjoys neither watching TV, going shopping, or reading.
                d.   She never enjoys watching TV, going shopping, or reading.
 ตอบ  ข้อ c     neither  ใช้กับ  N.  มากกว่า 2 ขึ้นไปได้
27.          a.   Working in this room is pleasant.
                b.   This room is pleasant to work.
                c.   To work is pleasant in this room
                d.   It is pleasant by working in this room.
 ตอบ  ข้อ a           
28.          a.   Except that Mrs. Watson is nearly seventy five, she is in good health.
                b.   Even though Mrs. Watson is in good health, she is nearly seventy five.
                c.   However Mrs. Watson is nearly seventy five, she is in good health.
                d.   Mrs. Watson is nearly seventy five.  She is in good health, though.
 ตอบ  ข้อ d     thought = ถึงแม้ว่า , ทั้ง ๆ ที่  +  clause  สามารถวาง ๆ ไว้ท้ายประโยคได้ถ้าใช้ however แทนที่จะเอา  however วางหน้า adj. หรือ adv.  ที่มาเน้นอยู่หน้าประธาน
29.          a.  To increase welfare, to minimize suffering, and to improve education  are  our goals. 
                b.  It is our goals of increasing welfare, to minimize suffering, and improving
                c.  Our goals are as follows : (1) increase welfare, (2) to minimize suffering,
                   and (3) improve education.
                d. Our goals are to be like this follows: (1) to increase welfare, (2) to minimize suffering, and
     (3)  improve education.
ตอบ  ข้อ a
30.          a.  It is possible for him that he will pass the entrance examination. 
                b.  It encourages him that he is possible to pass the entrance examination.
                c.  The fact that he might pass the entrance examination is encouraged by  him.
                d.  The possibility that he will pass the entrance examination encourages him.
 
 ตอบ  ข้อ d

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
B. Directions :    Each  of  the  following  is  comprised  of  a  set  of  four
                              statements.  Choose  the  alternative  that  shows  the  best
                              logical  sequence.

31.          A.   It was very heavy.
                B.   Give me that bid stone !  the man shouted.
                C.   The old man took the stone and stood near the net.
                D.   Boon picked it up and carried it to him.
 a.  B, D, A, C                                                    b.   C, A, D, B
 c.   B, C, A, D                                                   d.   A, C, B, D
ตอบ  ข้อ a

32.          A.   Unlike the English browns, the French striped or the American plain, Thai bags tell a story.
                 B.   Some have been most intriguing.
                 C.   Thai bags are special.
                 D.   For the past two months I’ve been collecting bags.
                 a.   D, C, B, A                                                                   b.   B, A, D, C
                 b.   C, B, D, A                                                                  d.   D, B, C, A
ตอบ  ข้อ d

33.          A.   I thanked him and went on my way.
                B.   He knew a lot about cars, and together we made it go again.
                C.   Another car stopped by me, and the driver got out and helped me with my car.
                D.   Once when I was about half way to Burton Hill, the car stopped on theRoad.
                a.   A, B, D, C                                                                    b.   D, C, A, B
                c.   C, B, A, D                                                                    d.   D, C, B, A
 ตอบ  ข้อ d

34.          A.   But this one was to tell me that he couldn’t marry me.
B.   I always loved getting his letters – they made me very happy.
C.   One day I got a letter from him.
D.   There was someone else and they were going to be married quite quickly.
a.   B, C, A, D                                                                    b .   C, A, D, B
c.   C, B, A, D                                                                    d.   A, D, B, C
 ตอบ   ข้อ c

35.          A.   The telescope, for example, was invented to allow him to took at
                       faraway objects.
                B.   Through the years, he has invented many instruments to help him see
                       better and understand more.
                C.   To see the very small things in the world, the microscope was
                      developed.
                D.   Men has always been interested in extending the range of his senses
                        and the power of his mind.
                a.  B, A, C, D                                                                     b.   D, B, A, C
                c.   D, C, B, A                                                                    d.   A, B, D, C
 ตอบ  ข้อ b

36.          A.   The ancient Egyptians used a brush made from reeds, and dipped it
                        into and ink made from a mixture of lampblack and water.
                B.   The Chinese also used a brush, lampblack, and water.
                C.   Various instruments and fluids have been used for writing manuscripts
                        through the ages.
                D.   They used the brush much as we do a pen.
                a.   A, B, C, D                                                                    b.   C, A, D, B
                c.   B, A, C, D                                                                    d.   C, D, B, A
 ตอบ   ข้อ b

 
37.          A.   His mother gave him two dollars to buy some food at the school
                       canteen during the recess.
                B.   To start with, he woke up late and had to go to school without having
        had anything to eat.
                C.   Tuesday, 1st December, was an unlucky day for Peter Chung, aged 12.
                D.   Unfortunately, Peter left the money on a table at home.
                a.  B, C, A, D                                                                     b.   C, D, A, B
                c.   D, B, A, C                                                                    d.   C, B, A, D
 ตอบ   ข้อ d

38.          A.   It can gain much of its meaning and considerable power from the
                       Surrounding sentences.
                 B.   Sentences can surprise you.
                 C.   Used with other sentences, that same sentence can come alive.
                 D.   Looked at in isolation, a single sentence may be uninteresting, even
                        Boring .
                 a.    B, C, D, A                                                                 b.   A, B, C, D
                 c.    B, D, C, A                                                                 d.   C, D, A, B
 ตอบ   ข้อ c

39.          A.   I should perhaps add “reasonableness” too.
                B.   For the latter, we are indebted to the industry, skill and intelligence of
                   our people.
                C.   To provide goods at the right prices we have to keep our costs low and
                    our production high.
                D.   The former is difficult because of freight costs and the shortage of land.
                a.   C, D, B, A                                                                    b.   A, D, B, C
                c.   C, A, D, B                                                                    d.   D, B, C, A
 ตอบ   ข้อ a

40.          A.   By accepting a particular philosophy, a person can begin to seek
                       certain goals and to direct his behavior.
                 B.   Philosophy has great value in our complicated world.
                 C.   Philosophy can provide them with a reasoned framework withing which
                        to think.
                 D.   Many persons have no real foundation or set of beliefs.
                 a. B, A, C, D                                                                     b.   B, D, C, A
                 c.   C, A, D, B                                                                   d.   D, B, A, C
 ตอบ  ข้อ b
 
C. Directions :    Parts  of  the  sentences  in  the  following  passage  have  been
                                replaced  by  numbered  blanks.   Read  the  passage  for
                                understanding  of  the  whole, and  then  from  the  choices
                                given  choose  the  phrase  which  you  think  gives  the  best
                                meaning  for  each  blank.  (10 marks)
 
                A rainbow of paper umbrellas photographed in the sate afternoon sun is
...(41)... the mysterious Orient in the latest Eastman Kodak Colorama on
display in Grand Central Terminal, New York City :
                The exotic scene…(42)… on a band–painted umbrella, was photographed
By …(43)… using 120 Kodacolor film.
                …(44)… garlands of flowers, graceful birds or placid village scenes,
…(45)… more as a fashion statement than anything else.  Women display them
to accentuate their outfits more than …(46)… from the rain.  They are also used
as decorative objects in the home.
                The everyday models …(47)… which are a big favorite with tourists, are
Produced with bamboo frames, skillfully assembled without nails or glue and
covered …(48)… hand – made paper …(49)… They are then beautifully painted
be hand.  Some owners are so proud of prized parasols …(50)… them up
during a downpour.

41.          a.  to have transported the commuters towards.
b.  transporting of commuters from
c.  transporting commuters to
d.  transported by the commuters for
 ตอบ   ข้อ d

42.          a.  that has shown a young girl applying expertly the finishing of the touches.
                b.  showed a Thai young girl applying expertly the finishing of the touches.
 c.  showing a Thai young girl to expertly apply the finished touches.
                d.  which shows a young Thai girl expertly applying the finishing touches.
 ตอบ   ข้อ d     adj.  clause  ที่ขยายการกระทำในประโยคหน้าจะต้องมี , เสมอ  และ adj.
                clause ที่มี , ใช้  which (that ใช้กับ adj.  clause ที่มี , ไม่ได้)  adj.  clause
                adj.  ที่บอกอายุ = a young Thai girl

43.          a.  Steve Kelly of Kodak of Photographic Illustrations Department.
                b.  Steve Kelly of Kodak’s Photographic Illustrations Department.
                c.  Kodak’s Steve Kelly at Photographic Illustrations Department.
 d.  Steve Kelly in Photographic Illustrations Department of Kodak.
ตอบ   ข้อ b

44.          a.  The picturesque, for the umbrellas featured.
                b.  The umbrellas with picturesque featured.
                c.  The umbrellas of picturesque to featured.
                d.  The picturesque umbrellas, featuring.
 ตอบ    ข้อ d     picturesque เป็น adj. = สวย , น่าดู , garland = มาลัย

45.          a.  are used by Thai women
                b.  Thai women would have
c.  Thai women have been using
                d.  could have been used by Thai women
 ตอบ   ข้อ a

46.          a.  protecting them.                                          b.  to protect them.
                c.  it will protect them.                                    d.  they will protect them.
 ตอบ   ข้อ b   (accentuate = เน้นหนัก , outfit = เครื่องใช้ในการเดินทาง)

47.          a.  that are to sell at the marketplace.
                b.  have sold at the marketplace.
                c.  sold in the marketplace.
                d.  sell in the marketplace.
 ตอบ     ข้อ c   ประธานตัวเดียวมี V. แท้ได้ตัวเดียว  V. ตัวอื่นต้องเป็น  V. ไม่แท้และเป็น
Passive  จึงใช้  V.3

48.          a.  in colorful                                                     b.  by a color
                c.  colorfully of                                                  d.  with the color of
 ตอบ   ข้อ a         

49.          a.  to dye all of the rainbow’s hues.
                b.  dyed all the hues of the rainbow.
                c.  dyeing all of the rainbow’s hues.
                d.  that has dyed all the hues of the rainbow.
 ตอบ       ข้อ b     เพราะ  hand – made paper  กระทำเองไม่ได้  ต้องถูกกระทำ จึงใช้ V.ไม่แท้
                                 ช่อง 3

50.          a.  ,for they wouldn’t dare to open.
                b.  so they wouldn’t have dared open.
 c.  ,for they wouldn’t dare opening.
 d.  that they wouldn’t dare open.
 ตอบ     ข้อ d        (so + adj. หรือ adv. หรือ (adj. + n.) + that เป็น adv.  clause แสดงผล
(parasol = ร่มกันแดด , downpour = ฝนห่าใหญ่)
 
PART III
READING COMPREHENSION
 
Directions :         Read  the  passage  below  and  answer  the  questions  which
                                follow each passage.  Make  sure  that  your  answers  are
                                based  on  the  information  appearing  in  the  passage.

Passage One
                Famine means a state of extreme hunger due to an insufficient supply of food suffered by the population of an area.  Natural causes, such as crop failures caused by adverse climatic conditions, have, since time immemorial, produced famine conditions, Droughts, floods, excessive rainfall, cold summers, and over – long winters are common cause of crop failure, as are plagues of locusts, other production and to create conditions which may result in famine after the failure off a single crop.
                In ancient societies, famines were of more frequent occurrence because of primitive methods of food production and storage.  Medieval Europe was no less liable to such suffering than China, India, and other countries of eastern Asia ; both continents were equally devoid of efficient communication and transportation in one locality could not ordinarily be the inhabitants of a locality only 100 miles and reliance chiefly on neighboring farm lands for food supply created conditions only too favorable to the outbreak of famine in big cities.

PART III READING COMPREHENSION
PASSAGE I
                ความอดอยากเป็นภาวะที่ขาดแคลน  อาจะมีสาเหตุมาจากพืชผลให้ผลผลิตต่ำเนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศไม่อำนวย ความแห้งแล้ง , น้ำท่วม, ฝนตกมากเกินไปและฤดูหนาวอันยาวนานก็เป็นสาเหตุทำให้ได้ผลผลิตต่ำพอ ๆ กับการระบาดของตั๊กแตนแมลง และหนูประชากรที่เพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดขาดความสมดุลกับผลิตผลทางเกษตรกรรมซึ่งจะเป็นผลทำให้เกิดความอดอยากตามมา
                ในสังคมสมัยโบราณจะเกิดการขาดแคลนอาหารบ่อย ๆ เนื่องมาจากวิธีการเก็บและถนอมอาหารที่ค่อนข้างล้าสมัย  แถบยุโรปตอนกลางเองก็อดอยากไม่แพ้ประเทศจีน , อินเดียและประเทศในเอเชียตะวันออกทั้ง 2 ทวีปนี้ไม่มีการคมนาคมสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเป็นผลให้ขาดแคลนอาหารในบริเวณหนึ่งไม่สามารถรับความช่วยเหลือทันท่วงทีจากบริเวณใกล้เคียงที่มีอาหารสมบูรณ์ทั้ง ๆ ที่ห่างกันเพียง 100 ไมล์   การเจริญของตัวเมืองพร้อม ๆ กับผลิตผลจากนาข้าวบริเวณใกล้เคียงจะให้ผลดีเฉพาะเมื่อเกิดภาวะขาดแคลนอาหารในเมืองใหญ่เท่านั้น

51.          According to the passage “ famine ” is …..
a. The greatest hunger which is caused by a lack of food.
b. Extreme hunger caused by the wrong kind of food.
c. A population with underproduction of food.
d. A decrease in the food supply for the area.
ตอบ   ข้อ a

52.          Which of the following is not usually classified under “ adverse climatic conditions ? ”
a. Floods and excessive rainfall.
b. Unusually long winters.
c. Long periods of extremely dry weather.
d. Swarms of locusts and other insects.
ตอบ   ข้อ c

53.          The writer gives all of the following as causes for famines except ….
a. Floods
b. overproduction
c. excessive rainfall
d. too many people in one are
 ตอบ   ข้อ b

54.          “….. since time immemorial ….” (line 3 – 4) means “ a time ….. ”
a. which has to be remembered.
b. going back beyond the reach of memory.
c. in one remaining civilization.
d. in memory of our ancestors.
ตอบ   ข้อ b

55.          “ Droughts ”  (line 4) means …..
a. rain in the wrong season.
b. too much rain.
c. excessive dryness.
d. windstorms.
ตอบ   ข้อ  c

56.          One reason why famine could not be relieved on either continent was because of ….
a. lack of agricultural production
b. inadequate means of getting news or goods from place to place.
c. lack of motivation among the farmers.
d. lack of activity among the local people.
ตอบ   ข้อ b

57.          Famine in big cities was the result of all of the following except …..
a. dependency on adjoining farm lands for food.
b. having many people in a city not producing food.
c. a sudden growth of neighboring farm lands.
d. lack of good food production and storage facilities.
 ตอบ   ข้อ   c
Passage Two
                He lay there in the darkness hearing the voice of father sternly warning him and Lamin never to wander off anywhere alone ; Kunta desperately wished that he had heeded his father’s warnings.  His heart sank with the thought that he would never again be able to listen to his father, that for the rest of whatever was going to be his life, he was going to have to think for himself.
                “ All thing are the will of Allah ! ”  That statement – which had begun with the alcala *  - went from mouth to ear, and when it came to Kunta from the man lying on his left side, he turned his head to whisper the words to his Wolof shackle mate.  After a moment, Kunta realized that the Wolof hadn’t whispered the word on to the next man, and after wondering for a while why not, he thought that perhaps he hadn’t said them clearly, so he started to whisper the message once again.  But abruptly the Wolof spat out loudly enough to be heard across the darkness cam several loud exclamations of agreement with the Wolof, and arguments broke out here and there.
                Kunta was deeply shaken.  The shocked realization that he lay with a pagan burned into his brain, faith in Allah being as precious to him as life itself.  Until now he had respected the friendship and the wise opinions of his older shacklemate.  But now Kunta knew that there could never be any more companionship between them.

PASSAGE II
เขาหมอบเงียบอยู่ในความมืด  นึกถึงคำของพ่อที่เตือนไม่ให้เขาและลามีนออกไปข้างนอกเพียงลำพัง   คุนต้าคิดอย่างหมดหวังว่าเขาควรจะเชื่อฟังคำเตือนของพ่อ  ใจเขาวูบลงเมื่อคิดว่าตั้งแต่นี้ต่อไปจะไม่ได้ยินเสียงของพ่ออีก  ไม่ว่าชีวิตเขาจะเป็นอย่างไร  เขาต้องพึ่งตัวเองเท่านั้น
                “ทุกสิ่งเป็นการดลบันดาลของพระอาหล่า”   ประโยคนี้ตั้งต้นจาก alcala กระซิบจากปากเข้าหูต่อกันไปเรื่อย ๆ จนถึงคุนต้า   เขาหันไปกระซิบกับ  Wolof  เพื่อนร่วมชะตาเดียวกับเขาคอยอยู่ครู่หนึ่งคุนต้าสังเกตเห็นว่า  Wolof  อาจไม่ได้ยินคำที่เขากระซิบ  เขาจึงกระซิบใหม่อีกครั้ง   แต่ทันใดนั้น  Wolof  ได้สบถคำพูดออกมาดัง ๆ พอได้ยินกันไปทั่วว่า  “ถ้าพระอาหล่าพอใจอย่างนี้  จงสาปแช่งให้ฉันเป็นปีศาจเถอะ”    เสียงพึมพำเห็นด้วยดังมาจากทุกแห่งในความมืด  และการโต้เถียงก็ได้ระเบิดขึ้น
                คุนต้า  ช็อคและสั่นไปทั้งตัวเมื่อคิดได้ว่า  กำลังหมอบใกล้กับพวกนอกศาสนา   ความเชื่อมั่นศรัทธาในพระอาหล่าเป็นสิ่งที่มีค่าพอ ๆ กับชีวิตของเขา  จนกระทั่งบัดนี้เขาจึงเกิดความนับถือ  เคารพในความเห็นที่ฉลาดของผู้อาวุโส  แต่เดี๋ยวนี้คุนต้ารู้ว่าจะไม่มีมิตรภาพความเป็นเพื่อนระหว่างเขาเหล่านั้นอีก
* alcala = sort of elder counselor

58.          “ Kunta desperately wished that he had heeded his father’s warning ”  (line 2 – 3) means ….
a. Kunta knew that his wishes could come true.
b. Kunta wished that his rather had warned him.
c. Kunta hopelessly wished that his father would warm him again.
d. Kunta had not taken his father’s warnings.
ตอบ   ข้อ d

59.          In the darkness, Kunta ….
a. listened to his father’s voice.
b. remembered hearing his father’s warning.
c. thought his father spoke but it was the Wolof.
d. was talking with his father and Lamin.
ตอบ   ข้อ  b

60.          Which of the followings is true?
a. Kunta obeyed his father in everything.
b. Kunta wondered what his father said.
c. Kunta disobeyed his father by going off by himself.
d. Kunta and Lamin always did things together.
ตอบ   ข้อ  c

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
1.     ในขณะที่ท่านเดินทางกลับบ้านจะได้พบเห็นหญิงขอทานคนหนึ่งอุ้มเด็กมานั่งขอทานอยู่บนสะพานลอย
    คนข้ามทุกวัน และท่านยังสังเกตเห็นอีกว่าในแต่ละวันหญิงขอทานคนนี้ไม่ได้อุ้มเด็กคนเดิมมาขอทานด้วย
    แต่เด็กที่อุ้มมามักมีหน้าตาเปลี่ยนไปไม่ซ้ำกันเลย ท่านมีความเห็นว่าอย่างไร
    ก.    ให้เงินไปเพราะสงสารหญิงขอทานที่มีลูกหลายคนต้องเลี้ยงดู
    ข.    ให้เงินไป เพราะสงสารเด็ก
    ค.    หากพบเห็นอีกจะโทรแจ้งเจ้าหน้าที่
    ง.    จะไม่ให้เงิน เพราะเป็นการส่งเสริมการค้ามนุษย์
2.    ท่านคิดว่าการที่รถแท็กซี่จอดรับผู้โดยสารบริเวณป้ายรถโดยสารประจำทางเป็นอย่างไร
    ก.    คนทำมาหากินเรื่องเล็กน้อยไม่น่าเป็นอะไร   
    ข.    เป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการ
ค.    คนขับรถแท็กซี่ไม่ควรจอดรับผู้โดยสารบริเวณป้ายรถโดยสารประจำทาง
ง.    เป็นความเห็นแก่ตัวของกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียวทำให้รถติด
3.    ท่านคิดอย่างไรเกี่ยวกับการลงแขกเกี่ยวข้าว
    ก.    หากมีความสามัคคีกันแล้วไม่ว่าจะทำสิ่งใดย่อมประสบความสำเร็จ
    ข.    เป็นประเพณีที่กำลังจะเลือนหายไปจากสังคมไทย
    ค.    สมัยนี้คงไม่มีใครมาลงแขกเกี่ยวข้าวแล้ว เพราะคนเห็นแก่ตัวกันมากขึ้น
    ง.    การลงแขกเกี่ยวข้าวนั้นใช้ได้ดีในยุคที่ไม่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามา
4.    ในขณะที่ท่านกำลังต่อแถวเพื่อรับเงินจำนวน 2,000 บาท ที่รัฐบาลแจกให้ประชาชนทุกคนอยู่นั้น ได้เกิดการแซงแถวกันขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่โมโหเป็นอย่างมาก ต่อว่าผู้ที่แซงแถวจนเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกัน ท่านจะทำอย่างไร
    ก.    เป็นคนกลางช่วยไกล่เกลี่ย    ข.    ยืนดูเฉยๆ
ค.   แจ้งตำรวจให้มาช่วยไกล่เกลี่ย    ง.    ตัดปัญหาไม่รับเงินที่รัฐบาลแจก

5.    ท่านคิดว่านักเรียนที่พูดจาไม่สุภาพนั้น บุคคลที่ได้พบเห็นจะคิดอย่างไร
    ก.    เป็นเรื่องธรรมดาของวัยรุ่น    ข.    คงได้รับการอบรมสั่งสอนที่ไม่ดี
    ค.    คงสนิทกับผู้ที่พูดด้วย    ง.    นักเรียนคนนี้น่าจะมีฐานะยากจน
6.    หากท่านมีความจำเป็นที่ต้องรีบข้ามถนน เพราะจวนจะถึงเวลาเข้าห้องสอบแล้ว ระหว่างที่ข้ามถนนได้พบกับชายชราตาบอดผู้หนึ่งที่กำลังข้ามถนนอยู่เช่นกัน ท่าจะทำอย่างไร
    ก.    พาชายชราตาบอดข้ามถนนไปพร้อมๆ กับตน   
    ข.    ข้ามไปเลยไม่สนใจ
    ค.    แจ้งตำรวจให้มาช่วยชายชราตาบอดข้ามถนน
     ง.    เรียกคนอื่นที่กำลังข้ามถนนอยู่ให้ช่วยพาชายชราตาบอดข้ามถนน
7.    นายแดงกำลังขับรถเพื่อที่จะส่งลูกสาวไปโรงเรียนในตอนเช้า แต่ต้องหยุดรถเพื่อรอสัญญาณไฟจราจร โดย    ไม่มีรถขับสวนผ่านมาเลย ประกอบกับลูกสาวปวดอุจจาระพอดี นายแดงควรทำอย่างไร
    ก.    รอสัญญาณไฟเพื่อความปลอดภัย    ข.   ขับไปเลยทันทีเพราะไม่มีรถสวนมา
    ค.    รอสัญญาณไฟเพราะปฏิบัติตามกฎจราจร    ง.   บอกให้ลูกลงจากรถทันทีเพื่อไปหาห้องน้ำเอง
8.    นายเคี่ยวเมื่ออารมณ์ไม่ดีมักระเบิดอารมณ์ใส่ผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ท่านคิดว่าการกระทำนี้เป็นอย่างไร
    ก.    ดีแล้วที่ไม่เก็บกดเอาไว้    ข.   นายเคี่ยวยังขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์
    ค.   เป็นคนเอาแต่ใจตนเอง    ง.   เป็นคนตรงไปตรงมา
9.       ถ้ามีผู้หญิงคนหนึ่งจูงลูกมาหาท่านในขณะที่ท่านกำลังรอคิวซื้อบัตรชมภาพยนตร์ ท่านจะทำอย่างไร
ก.   ซื้อเพิ่มให้อีก 2 ใบ   
ข.   ปฏิเสธอย่างสุภาพ
ค.   ให้ผู้หญิงคนนั้นมายืนแทนที่ท่านแล้วท่านเดินไปต่อท้ายแถว
ง.   ไม่สนใจทำทีเป็นมองไม่เห็น
10.  ท่านคิดอย่างไรกับคำกล่าวที่ว่าอย่าดูหมิ่นดูแคลน
    ก.    เพราะสักวันหนึ่งเขาอาจได้ดีกว่าเรา    ข.   คงไม่มีใครทำได้
    ค.    เพราะจะทำให้เขาปรับปรุงตัวได้ดีขึ้น      ง.    เพราะอาจวันหนึ่งไม่แน่เราอาจต้องพึ่งพาเขา
11.    บริษัทสองแห่ง มีการแข่งขันกันประมูลราคาสินค้ากัน โดยที่ปริษัทแห่งแรกมีคุณภาพสินค้าดีกว่าบริษัทแห่ง
ที่สอง แต่บริษัทแห่งที่สองติดสินบนกรรมการไว้ หากท่านเป็นผู้ตัดสินให้บริษัทแห่งแรกชนะการประมูลแล้วสัปดาห์ต่อมาบริษัทแห่งแรกได้นำเงินจำนวนหนึ่งมาให้ท่านพร้อมกับบอกกับท่านว่า นี่ไม่ใช่สินบนแต่อยากให้ท่านรับไว้เป็นรางวัลสำหรับความซื่อตรงของท่าน ท่านจะทำอย่างไร
    ก.    รับไว้เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจ    ข.    ปฏิเสธไม่รับ
    ค.    รับไว้เพื่อไปแบ่งกับกรรมการท่านอื่น    ง.    ไม่รับ แต่บอกให้นำไปบริจาคแก่องค์กรการกุศล
12.     หากแม่ของท่านเป็นโรคมะเร็งแต่ยังไม่ทราบว่าตนเป็นโรคอะไร ท่านคิดว่าจะบอกแม่ของท่านหรือไม่
    ก.    ปรึกษากับญาติพี่น้องก่อน   
    ข.   บอก เพราะจะได้ทราบอาการเอาไว้
    ค.    ไม่บอก เพราะอาจทำให้อาการทรุดหนักลงไปอีก
    ง.    ดูอาการของแม่ก่อนว่า หากท่านทราบแล้วจะรับได้หรือไม่
13.    ท่านคิดว่านักกีฬาโอลิมปิกต้องใช้จริยธรรมด้านใดสูงที่สุด
    ก.    ใช้ความอดทนในการฝึกซ้อม    ข.   ให้ความซื่อสัตย์ในการแข่งขัน
ค.    ให้ความมีน้ำใจกับผู้แข่งขัน    ง.    มีมนุษยสัมพันธ์กับผู้อื่น
14.    ท่านคิดว่าหากมีคนมาบอกว่าไม่ควรให้เงินขอทาน
    ก.    คิดว่าให้ไปเพราะสงสาร    ข.    คิดว่าให้ไปคงจะมีสักคนที่ได้ประโยชน์
    ค.    คิดว่าจะดูให้ดีๆ ก่อนให้    ง.    คิดว่าคนบอกเช่นนั้นเป็นคนไม่มีน้ำใจ


15.    หากท่านเป็นญาติของผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย โดยแพทย์ได้บอกอาการของผู้ป่วยแก่ท่านแล้ว เพียงแต่ว่ายังไม่ได้บอกผู้ป่วยให้ทราบ ซึ่งผู้ป่วยเองก็อยากทราบอาการของตนว่าเป็นอย่างไร ส่วนตัวท่านไม่ต้องการให้แพทย์บอกอาการแก่ผู้ป่วย ท่านคิดว่าแพทย์ควรทำอย่างไร
    ก.    ให้ผู้ป่วยและญาติคุยกันให้เรียบร้อยแล้วค่อยว่ากันอีกครั้ง   
    ข.      ถ้าผู้ป่วยต้องการทราบอาการของตนจริงๆ ก็ควรบอก
       ค.   ไม่ควรบอก เพราะจะทำให้อาการของผู้ป่วยทรุดลงไปอีก
    ง.    ควรบอกเพราะเป็นสิทธิของผู้ป่วย

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
แบบทดสอบลักษณะนิสัย ( Personality Test) จุฬา ออก
แบบวิเคราะห์สภาวะจิต
 แบบวิเคราะห์นี้มีด้วยกัน  17 ข้อ แต่ละข้อมีตัวเลือกไม่เท่ากัน บางข้อมี 5 ตัวเลือก
( ก ข ค ง จ ) บางข้อมี 3 ตัวเลือก ( ก ข ค ) และบางข้อมี 2 ตัวเลือก ( ก และ ข )
  โปรดพิจารณาข้อความแต่ละข้อแล้วให้น้ำหนักคะแนนตัวเลือกตามความคิดเห็นของท่าน
 หากตัวเลือกใครตรงกับความจริงหรือความคิดเห็นของท่านมากที่สุด ให้ 2  คะแนน ตัวเลือกใดที่ท่านคิดว่ามีความสำคัญรองลงมาให้คะแนน  1 และหากไม่ตรงกับความเป็นจริงในชีวิตของท่านเลยให้  0  โดยเขียนคะแนนลงในช่องว่างหน้าตัวเลือกนั้นๆ
 ในแต่ละข้อ คะแนน  2 และ  1 ใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
1.  หากไม่คำนึงถึงรายได้ ท่านอยากประกอบอาชีพอะไร
 ................  ก. ประกอบอาชีพตามความฝัน
 ................  ข. งานให้บริการแก่ผู้อื่น เช่น  งานการกุศล งานสังคมสงเคราะห์
 งานประชาสัมพันธ์
 ................  ค. ประกอบอาชีพที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
2. ท่านคิดว่าอะไรเป็นสาเหตุให้ผู้อื่นชอบท่าน
 ................  ก. ท่านมีความห่วงใยและเป็นที่พึ่งของเขาได้
 ................  ข. ท่านเป็นคนมีเหตุผลและมีความจริงใจต่อเขา
 ................  ค. ท่านเป็นคนมีอารมณ์ดี เป็นกันเองในการทำงาน
3. เมื่อสมาชิกในครอบครัวของท่านประสบปัญหายุ่งยากหรือวิตกกังวลมากๆ ท่านปฏิบัติ
ต่อเขาอย่างไร
 ................  ก. แสดงความห่วงใย ให้เวลารับฟังความรู้สึกของเขา แต่ไม่ให้
 คำแนะนำหรือสั่งสอนแต่อย่างไร
 ................  ข. รับฟังปัญหาของเขาอย่างจริงใจ แต่ไม่แนะอะไร เว้นแต่เขาขอ
 คำแนะนำจากท่านเป็นพิเศษ
 ................  ค. ชักชวนให้ทำกิจกรรมคลายเครียดอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้อารมณ์
 ของเขาดีขึ้น
4. เมื่อมีใครวิพากษ์วิจารณ์ข้อบกพร่องหรือความผิดพลาดของท่าน ท่านจะปฏิบัติต่อเขา
อย่างไร
 ................  ก. รับฟังเขาด้วยอาการสงบ ก่อนที่จะพูดอะไรออกไป
 ................  ข. ทำไปตามสถานการณ์นั้นๆ มองในแง่ขำขันเสียบ้าง ไม่วิตกกังวลอะไรนัก
 ................  ค. พยายามชี้แจงความจำเป็นที่ต้องผิดพลาดหากรู้สึกว่า หากเหตุผลยาก
 ก็ขออภัยในความผิดพลาดนั้น
5. เมื่อนึกถึงรัฐบาลหรือนักการเมืองของประเทศเราแล้วท่านรู้สึกอย่างไร
 ................  ก. เบื่อหน่ายต่อความสับสนและความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น
 ................  ข. ทำตามความคิดเห็นของตนเองที่คิดว่าดีที่สุดไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร
 ................  ค. รู้สึกว่า มันเป็นเรื่องที่เกินกำลังสติปัญญาของท่าน
6. ทุกคนมีปัญหาและมีสาเหตุของปัญหาต่างๆ กัน ท่านคิดว่าปัญหาของท่านส่วนใหญ่มา
จากอะไร
 ................  ก. การพยายามให้ผู้อื่นปฏิบัติตามที่ท่านคิดว่าเขาน่าจะปฏิบัติ
 ................  ข. การที่ท่านขาดความกล้าและความเชื่อมั่นในตนเอง
7.  เมื่อท่านเห็นใครก็ตาม ทำในสิ่งที่ท่านคิดว่าไม่ถูกต้องโดยปกติ ท่านจะปฏิบัติต่อเขา
 อย่างไร
 ................  ก. ชี้ความผิดพลาดชัดเจน และแนะนำวิธีทำที่ถูกต้องแก่เขา
 ................  ข. ปรึกษากันด้วยความหวังดี ช่วยให้เขาเข้าใจถึงวิธีการที่ถูกต้อง
8. ท่านคิดว่าอะไรเป็นสาเหตุให้คนเราประสบความสำเร็จสูงสุด
 ................  ก. ความขยันหมั่นเพียร และความรับผิดชอบ
 ................  ข. การปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่และความต้องการของตน
 ................  ค. มีความกล้า มีความเชื่อมั่นที่จะคิดและทำอะไรๆ ด้วยตนเอง
9. เราเกิดมาชาติหนึ่ง  ควรใช้ชีวิตให้คุ้มค่า  ท่านคิดว่าคนที่ใช้ชีวิตคุ้มค่าที่สุด  คือคนประเภทใด
 ................  ก. แก้ปัญหาให้สอดคล้องกับความเป็นจริงตามธรรมชาติ
 ................  ข. รู้จักตัดความวิตกกังวลในปัญหาเล็กๆน้อยๆ ที่เกี่ยวกับความรู้สึกของผู้อื่น
10. คนส่วนใหญ่จะมีสุขภาพดีขึ้นหากว่าเขา
 ................  ก. เสริมสร้างสมรรถภาพทางกายอยู่เสมอ
 ................  ข. ยอมรับและภูมิใจในตนเอง
11. เมื่อใดก็ตามทำผิด เขาควรจะ...
 ................  ก. ใช้ความผิดนั้นเป็นบทเรียน
 ................  ข. รู้จักอภัยในความผิดพลาดของตนเอง
12. หากท่านต้องดูแลเด็กอายุ 4 ขวบ 3 คน ในช่วงเวลา 2 ชั่วโมง เพื่อให้แม่ของเด็กไปจ่าย
ตลาด ท่านจะปฏิบัติตัวอย่างไร
 ................  ก. ช่วยเด็กหาสิ่งที่น่าสนใจและสนุกๆ ทำตามประสาเด็ก
 ................  ข. คอยดูแลระวังไม่ให้เด็กเล่นจนเกินอันตราย
 ................  ค. ร่วมเล่นกับเด็ก
13.  ท่านได้วางแผนไว้หลายสัปดาห์แล้วที่จะไปพักผ่อนสุดสัปดาห์กับสามีภรรยาคู่หนึ่ง แต่
ในที่สุดสามีภรรยาคู่นั้นโทรศัพท์มาบอกงด ท่านจะทำอย่างไร
................  ก. ไปพักผ่อนตามที่ตั้งใจไว้โดยไม่ต้องมีสามีภรรยาคู่นั้น หรือหาอะไร
 สนุกๆ ทำเป็นการชดเชย
 ................  ข. พยายามชักจูงเกลี้ยกล่อมสามีภรรยาคู่นั้นให้เปลี่ยนใจและไปพักผ่อน
 ตามที่ตกลงไว้
14. ในงานเลี้ยงครั้งหนึ่งมีแขกคนหนึ่งทำไอศกรีมหกรดเสื้อของท่านโดยไม่ตั้งใจ ท่านจะทำ
อย่างไร
 ................  ก. ทำความสะอาดเสื้อของท่านทันทีและร่วมสนุกต่อไป
 ................  ข. แสดงความไม่พอใจในความซุ่มซ่ามของแขกคนนั้น
15.  ในสายตาคนอื่น ท่านคิดว่า เขามองท่านว่าเป็นคนเช่นไร
 ................  ก. เข้มแข็งมั่นคง เด็ดเดี่ยว
 ................  ข. เข้าใจความรู้สึกผู้อื่น เมตตากรุณา น่ารัก
 ................  ค. ยุติธรรม  มีคุณธรรม เชื่อมั่นในตนเอง
 ................  ง. เป็นกันเอง ยิ้มแย้มแจ่มใส ตรงไปตรงมา
 ................  จ. คล้อยตาม ร่วมมือ ดื้อรั้นในบางคราว
16. เมื่อท่านย้อนมองตนเอง ท่านรู้สึกว่าท่านเป็นคนอย่างไร
 ................  ก. ท่านมักจะวิพากษ์วิจารณ์การกระทำและความคิดเห็นของผู้อื่นบ่อยๆ
 ................  ข. ท่านเป็นคนมีความละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของผู้อื่น ไม่ทำอะไรที่
 บาดใจใครๆ
 ................  ค. ท่านเป็นนักฟังที่ดี
 ................  ง. ท่านเป็นที่สนุกสนานและเป็นกันเอง
 ................  จ. ท่านไม่มั่นใจในตนเองเท่าที่ควร
17. ทุกคนย่อมมีจุดด้อยและจุดเด่น ท่านคิดว่าลักษณะที่เด่นของท่านคืออะไร
 ................  ก. มีความรู้ความสามารถในการทำงานของตนดี
 ................  ข. มีความจริงใจและความสามารถชักจูงโน้มน้าวให้ผู้อื่นทำงานดีขึ้น
 ................  ค. มีความสามารถและประเมินสถานการณ์และตัดสินใจได้ดี
 ................  ง. มีความสามารถหาความสุข สนุกสนานได้เสมอ
 ................  จ. มีความภักดีต่อผู้อื่น ซึ่งตรงต่ออุดมคติ เอาตัวรอดได้

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
แบบทดสอบลักษณะนิสัย

1.บุคคลิกภาพของคุณเป็นอย่างไร?

( I ) ชอบสันโดษ , คิดก่อน ทำ , มีแรงบันดาลใจหรือความคิดจากตัวเอง เป็นใหญ่

(E) ชอบเข้าสังคม , ชอบไปงาน สังสรรค์ , ทำก่อนคิด , มีแรงบันดาลใจหรือความคิดจาก คน. สิ่งของ , สิ่งแวดล้อมเป็นส่วน ใหญ่


2.เมื่อคุณมีข้อมูลที่ต้อง พิจารณา คุณจะพิจารณาข้อมูลเหล่านั้นอย่าง ไร?

(S) ดูถึงรายละเอียดของ ข้อมูล , ดูถึงปัญหา ปัจจุบัน , ดูถึงหลักความเป็น จริง

(N) ดูถึงภาพรวมหรือข้อสรุปของ ข้อมูล , คาดการณ์ล่วงหน้า , ดูถึงความน่าจะเป็นที่จะเกิด ขึ้น


3.คุณใช้อะไรในการตัดสินใจกับ ปัญหา? (ตัดสินโดยสัญชาตญาณของคุณ)

(T) ใช้เหตุผลในการตัดสิน ใจ , ใช้หลักตรรกวิทยาความถูกต้อง , คิดถึงผลที่จะตามมาจากการตัดสินใจ

(F) ใช้ความรู้สึกในการตัดสิน ใจ , ตัดสินใจจากความ ชอบ ความต้องการ , คิดถึงความต้องการ และการตอบสนองของ ตน


4.คุณมีวิธีการดำเนินชีวิตอย่างไร?

(J) ชอบวางแผนในการใช้ชีวิตประจำ วัน , ชอบตั้งเป้าหมายระยะเวลา วันที่ในการทำ , ชอบตัดสินใจเพื่อให้จบปัญหา

(P) ยอมรับการเปลี่ยนแปลงกับสิ่งรอบ ตัว , ไม่ยึดติด , มีความยืดหยุ่นต่อ สถานการณ์ , รับฟังความคิดผู้ อื่น




วิธีการดูเฉลย : ก้อเลือกตัวอักษรภาษาอังกฤษ หน้าข้อที่เลือกแล้วนำมาเรียงกัน

ISTJ - The Duty Fulfiller " ผู้สำเร็จ "
- มีสมาธิสูง , เงียบ , เป็นคนรักครอบครัว
- ละเอียด , จริงจัง และ ไว้ ใจ ได้
- ทำงานหนัก , เจ้าระเบียบ และ มีความรับผิดชอบสูง
- อาจจะทำให้ถูกเอาเปรียบได้ เพราะความ ที่เขาซื่อสัตย์และเป็นที่พึ่ง ได้
- ไม่เก่งเรื่องของความ รู้สึก


ISTP - The Mechanic " ช่างเครื่อง "
- เงียบ , ชอบผจญ ภัย และ กีฬา
- ชอบเสี่ยง , เป็นตัวของตัว เอง , แก้ปัญหาเก่ง
- มองโลกในแง่ดี แต่อาจโกรธง่ายตอน เครียด
- ปกติไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรให้คนอื่น อยู่ทั้งดีและไม่ดี


ISFJ - The Nurturer " ผู้ดูแล "
- เงียบ , ใจ ดี , มีสติ
- มีความรับผิดชอบ แก่ภาระและ หน้าที่
- คิดถึงคนอื่นก่อน ตัว , จำคนเก่ง
- เสียกำลังใจเมื่อถูก วิจารณ์
- ชอบเก็บความรู้สึกไว้กับตัว เอง


ISFP - The Artist " ศิลปิน "
- เงียบ , ใจ ดี , จริงจัง และ อ่อน ไหว
- ไม่ชอบการโต้ แย้ง , ไม่ชอบระเบียบ
- ความคิดสร้างสรรค์ และ ไม่เหมือน ใคร , รักขอบสวยของงาม
- เข้าใจยาก , เปิดเผยตัวเอง กับคนใกล้ชิดเท่านั้น
- ใช้ชีวิตอย่างจริง จัง

INFJ - The Protector " ผู้ป้องกัน "
- ความคิดสร้าง สรรค์ , อ่อนไหว , เป็นตัวของตัว เอง
- เก่งเรื่องคน และ สถานการณ์
- เป็นคนลึกซึ้ง ,ซับ ซ้อน , ชอบความเป็นส่วน ตัว
- เข้าใจยาก , มีความมั่นใจใน ตัวเองสูง , ดื้อรั้นต่อความคิดของผู้ อื่น
- ไม่ชอบการโต้ แย้ง


INFP - The Idealist " นักอุดมการณ์ "
- เงียบ , ซื่อ สัตย์ , ชอบอุดมการณ์
- ชอบช่วยเหลือ และ เข้าใจคน อื่น
- ไม่ชอบการโต้ แย้ง
- ซื่อสัตย์ต่อตน เอง
- มีความคิดสร้าง สรรค์


INTJ - The Scientist " นัก วิทยาศาสตร์ "
- ฉลาด . มุ่ง มั่น , ไม่เหมือนใคร
- เป็นผู้นำที่ดี , มีความมั่นใจ สูง , มองการณ์ไกล
- ชอบคิดคนเดียว และ ชอบอยู่คน เดียว , ชอบด่วนสรุป , ไม่ชอบราย ละเอียด , คิดว่าตนเองถูก เสมอ
- บอกความรู้สึกไม่ เก่ง , จะมีปัญหากับความสัมพันธ์ที่ใกล้ ชิด


INTP - The Thinker " นักคิด "
- ความคิดสร้าง สรรค์ , เป็นตัวของตัว เอง , มีเหตุมีผล และ มีความสามารถสูง
- ไม่อยากถูกนำหรือนำคน อื่น , ไม่ชอบระเบียบ
- ใช้เวลาในหัวตัวเอง มาก , ไม่อยู่กับเนื้อกับ ตัว
- เงียบ , ไม่ค่อยรู้ว่า คน อื่นรู้สึกยังไง
- มีอารมณ์ซับ ซ้อน , ไม่อยู่นิ่ง และ แปรปรวน

ESTP - The Doer " ผู้กระทำ "
- เป็น มิตร , ยืดหยุ่นง่าย , เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นเก่ง
- ไม่ชอบคำอธิบาย แต่ต้องการแค่ ผลลัพธ์
- ใช้ชีวิตที่สนุกสนาน จึงทำให้ผ่านไป เร็ว
- รักสนุก , สามารถทำร้าย จิต ใจผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว
- ไม่ชอบเคารพกฎ ระเบียบ
- เบื่อง่าย



ESTJ - The Guardian " ผู้พิทักษ์ "
- มีระเบียบ , ซื่อ ตรง , ตรงไปตรงมา
- มีความมั่นใจในตัว เอง , มีความสามารถ . ทำงาน หนัก , เป็นผู้นำ
- ชอบความปลอดภัย และ ความสงบ สุข
- บอกความรู้สึก และ ความห่วงใยไม่ เก่ง

ESFP - The Performer " ผู้แสดง "
- อยู่คนเดียวในโลกไม่ ได้ , มีมนุษยสัมพันธ์ ดี ,รักสนุก และ ทำงานเป็นทีมได้ ดี
- มองโลกในแง่ดี , ต้อนรับทุกคน แต่ ก็เกลียดทุกคนได้เหมือน กัน
- ไม่ชอบงานประจำ , คิดมากเวลา เครียด
- รักสวยรักงาม

ESFJ - The Caregiver " นักใส่ใจ "
- มีน้ำใจ , คน ชอบ , มีสติ , มีความรับผิด ชอบ
- เก่งเรื่องคน , เข้า ใจ , สนใจ และ ปรับตามคน ได้
- ชอบให้คนชอบ , ชอบบริการผู้ อื่นก่อนตนเอง
- รักสงบ และ ความ ปลอดภัย , ไว้ใจได้ , กระตือรือร้น
- อ่อนไหว , ต้องการการเห็น ด้วยจากผู้อื่น

ENFP - The Inspirer " ผู้มีแรงบันดาล ใจ "
- มีความคิดสร้าง สรรค์ , กระตือรือร้น , ยืดหยุ่น
- ต้อนรับไอเดียใหม่ ๆ เสมอ แต่จะเบื่อ กับรายละเอียด
- มีมนุษยสัมพันธ์ ดี , ชอบให้คนชอบ แต่ก็สามารถหลอกใช้ผู้อื่นได้ ด้วย
- เป็นคนร่าเริง และ ชอบเป็นอิสระ


ENFJ - The Giver " ผู้ให้ "
- มีมนุษยสัมพันธ์ดี มาก , ห่วงใยความรู้สึกของผู้อื่นเสมอ
- ไม่ชอบอยู่คน เดียว , ต้องการอยู่กับผู้อื่นตลอด เวลา
- มีความสามารถที่จะทำในสิ่งที่เขาชอบ หลาย ๆ อย่าง
- มีความมั่นใจในตัว เอง , เจ้าระเบียบ

ENTP - The Visionary " ผู้มีวิสัยทัศน์"
- มีความคิดสร้าง สรรค์ , ฉลาด , แก้ปัญหา เก่ง
- ชอบไอเดียใหม่ , ไม่ชอบทำอะไร ซ้ำ ๆ
- ชอบคุย , คุย เก่ง , หัวไว
- ไม่สนใจเรื่องความรู้สึก แต่เพียงจะ ให้งานสำเร็จ
- บางครั้งอาจจะเคร่งครัดกับคนรอบ ข้าง


ENTJ - The Executive " ผู้บริหาร "
- เป็นผู้นำตั้งแต่ เกิด , พูดต่อหน้าคน เก่ง , ฉลาด , มีความรู้
- เห็นความสำคัญในความรู้ และ ความ สามารถ , ไม่มีความอดทนกับคนทำงานไม่ เก่ง
- แก้ปัญหาเก่ง , สามารถเข้าใจ ปัญหาซับซ้อน
- เจ้ากี้เจ้าการ , ไม่มีความอด ทน , เด็ดขาด , น่าเกรงขาม


1.    เวลาช่วงไหนที่คุณจะรู้สึก ดี
a) ตอน เช้า
b) ตอนบ่าย ๆ หรือเย็นๆ
c) ตอน ดึกๆ

2. ปกติคุณจะมีท่าทางการเดินแบบ ไหน
a) เดินเร็ว ก้าวยาวๆ
b) เดินเร็ว แต่ก้าวสั้นๆ
c) เดินไม่ค่อยเร็ว มองตรงไปข้างหน้า
d) เดินไม่ค่อยเร็ว ก้มหน้า
e) เดินค่อนข้างช้า

3. เวลาคุยกับใครคุณทำท่า
a) ยืนกอด อก
b) ยืนกุม มือ
c) เท้าสะเอว 1 ข้างหรือทั้ง 2 ข้าง
d) แตะหรือผลักคนที่คุยด้วย

4. ท่านั่งสบายๆของคุณเป็นยัง ไง
a) เอาขาพับเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง หรือนั่งพับเพียบ
b) นั่งไขว่ห้าง c) ยืดขา ตรง
d) นั่งทับขาข้างใดข้างหนึ่ง

5. เมื่อมีอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกถูกใจหรือขำมาก คุณแสดงออกอย่างไร
a) หัวเราะดังๆอย่างพอใจ
b) หัวเราะ แต่ไม่ดังมาก !
c) หัวเราะแบบไม่มีเสียง
d) ยิ้มแบบอายๆ

6. เมื่อไปงานเลี้ยง
a) เข้าไปอย่างเป็นที่สนใจทุกคนต้องรู้ว่าคุณมา แล้ว
b) เข้าไปเงียบๆมงหาคนที่ รู้จัก!
c) เข้าไปอย่างเงียบที่สุดพยายามไม่เป็นที่ สนใจ

7. คุณทำงานอย่างหนัก ทุ่มเทมากๆ แต่ถูกขัดจังหวะคุณ ...
a) หยุดพักเพื่อผ่อนคลาย
b) รู้สึกหงุดหงิด ฉุนเฉียว รำคาญ
c) รู้สึกก้ำ กึ่ง 2 ข้อข้างบน

8. ชอบสีอะไรมากที่สุดต่อไป นี้
a) สีแดง หรือ สีส้ม
b) สีดำ
c) สีเหลือง หรือ! สีฟ้า
d) สี เขียว
e) สีน้ำเงิน หรือ > สีม่วง
f) สี ขาว
g) สีน้ำตาล หรือ สีเทา

9. ตอนที่คุณอยู่บนเตียงช่วงเวลาสุดท้ายก่อนที่คุณจะหลับ คุณนอนในลักษณะไหน
a) นอนหงายธรรมดา
b) นอน คว่ำ
c) เอียงข้าง นอนขด
d) นอนเอาหัวทับแขน
e) นอนคลุมโปง

10. คุณมักฝันว่าคุณ ...
a) กำลังหล่นหรือดิ่งลงไป เรื่อยๆ
b) กำลังต่อสู้ หรือดิ้นรน
c) กำลังค้นหาอะไรสักอย่างหรือใครสัก คน
d) กำลังบินหรือกำลังลอยอยู่
e) คุณไม่ค่อยฝัน
f) คุณมักฝันถึงแต่สิ่งที่ดี

POINTS:
1. (a) 2 (b) 4 (c) 6
2. (a) 6 (b) 4 (c) 7 (d) 2 (e) 1
3. (a) 4 (b) 2 (c) 5 (d) 7 (e) 6
4. (a) 4 (b) 6 (c) 2 (d) 1
5. (a) 6 (b) 4 (c) 3 (d) 5 (e) 2
6. (a) 6 (b) 4 (c) 2
7. (a) 6 (b) 2 (c) 4
8. (a) 6 (b) 7 (c) 5 (d) ! 4 (e) 3 (f) 2 (g) 1
9. (a) 7 (b) 6 (c) 4 (d) 2 (e) 1!
10. (a) 4 (b) 2 (c) 3 (d) 5 (e) 6 (f) 1

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
ชุดแรก Aptitude Test
ตุ้ยสูงกว่าเต๋า แต่เตี้ยกว่าต๋อย ติ๋มเตี้ยกว่าตุ้ย สรุปว่า
 1) ตุ้ยสูงที่สุด
 2) เต๋าเตี้ยที่สุด
 3) ติ๋มเตี้ยที่สุด
 4) ต๋อยสูงที่สุด
เมื่อวานซึนเป็นวันพุธ วันมะรึนเป็นวันที่ 18 วันที่ 25 จะเป็นวันอะไร
 1) อาทิตย์  2) จันทร์
 3) ศุกร์ 4) เสาร์
คนทุกคนถ้าวิ่งแล้วเหงื่อออก ถ้าเหงื่อออกแล้วจะดื่มน้ำ ธงชัยวิ่ง สรุปได้ว่า
 1) ธงชัยดื่มน้ำ 2) ธงเหงื่อออก
 3) ธงชัยไม่ดื่มน้ำ 4) ยังสรุปแน่นอนไม่ได้
ไทยพีบีเอส สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 สถานีโทรทัศน์ช่อง 7
 1) ภาพและเสียง  2) ความบันเทิง 3) สโลแกน 4) สื่อมวลชน
หมวกกันน๊อก : มอเตอร์ไซด์ à ? : ?
 1) ยางรถยนต์ : รถยนต์ 2) กล่องเก็บเงินของกระเป๋ารถเมล์ : รถเมล์
 3) ห่วงยาง : เรือ  4) ที่สูบลม : รถจักรยาน
เมื่อนำ 2 ไปลบจาก a จะมีค่าเท่ากับ 7 และถ้านำ 2 ไปบวกกับ b จะมีค่าเท่ากับ a จง หาว่า a มีค่าเท่าใด 
 2) 9  3) 11 4) 15
เมื่อ 10 ปีแล้ว น้อยอายุ x ปี อีก a ปี น้อยจะอายุเท่าใด
 1) ( x – 10 ) + a ปี 2) x – 12 - a ปี
 3) ( 10 – x ) + a ปี 4)  x- 12 - a ปี
. มะม่วงต้นนี้ดกทั้งปี
 1) ใหญ่  2) มาก 3) น้อย 4) เล็ก
27, 32, 39, 48, 59, ..................
 ก. 69 ข. 67
 ค. 70 ง. 72
108 43 100 39 92 ...............
 ก. 84  ข. 35
 ค. 86 ง. 72
ถ้า 6 * 2 = 38
 และ 4 * 7 = 23
 แล้ว 5 * 1 = ?
  ก. 26 ข. 27
 ค. 31 ง. 35
แอลกอฮอล์ 50% 5 ลิตร ผสมกับแอลกอฮอล์ 30% 15 ลิตร อยากทราบว่าแอลกอฮอล์ผสมจะมีความ
 เข้มข้นกี่เปอร์เซ็นต์
 ก. 25% ข. 30%
 ค. 35% ง. 40%
แดงมีเงินเป็น 2 เท่า ของดำ ดำมีเงินเป็น  ของเขียวมีเงิน 200 บาท แดงมีเงินเท่าไร
 ก. 150  ข. 200
 ค. 250  ง. 500
ข้อสอบภาษาอังกฤษ  (English Language Test )
I had no sooner closed the door ….. somebody started knocking on it.
 a. that  b. so
 c. than d. when
2. “I don’t like science fiction.”
 “ ……….. do I.”
 a. Also  b. Either
 c. Both d. Nor
3.  Either of the women ………capable of looking after the baby.
 a. are  b. is
 c. they are d. she is
4. Hurry up ! ……… for you.
 a. We all wait  b. We all waited
 c. We’ve all waited d. We’ re all waiting
5. She’s a very selfish woman, but somehow you can’t help …….her.
 a. liking  b. like
 c. to like d. that likes
6.  Let’s have dinner together ………next week.
 a. some time  b. sometime
 c. sometimes d. some times
7. The soup tasted ……….
 a. wonderful  b. wonderfully
 c. wonder d. wondering
8.  Shall we turn  ……… the program ?
 a. on to  b. at
 c. in d. off
9. It is extremely important for children ……. to share things.
 a. learning  b. learned
 c. to learn d. be learning
10.  Don’t come and see me today. I’d rather you …….tomorrow.
 a. will come  b. have come
 c. came d. come
           
ข้าพเจ้าเป็นบุคคลที่.........
1. สนุกกับงาน  0 1 2 3 4
2. ลูกน้องทุกคนดูจะเกรงใจเกินไป ไม่กล้าแสดงความเห็น 0 1 2 3 4
ค้านกับข้าพเจ้า
3. เมื่อประสงค์สิ่งใดที่คิดว่าถูกต้อง ต้องทำให้ได้ 0 1 2 3 4
4. ลูกน้องหลายคน ดูเหมือนเขาไม่เข้าใจข้าพเจ้า  0 1 2 3 4
5. ในแต่ละวันจำเป็นต้องสาละวนกับเรื่องต่างๆ หลายเรื่อง 0 1 2 3 4
จนทำให้รู้สึกเครียดและสับสน
6. คอยพิจารณาทบทวนการทำงานของลูกน้องว่าเขาทำไปถูกต้อง 0 1 2 3 4
ตามเกณฑ์ที่วางไว้หรือไม่
7. ใช้เวลาในแต่ละวันอย่างมีค่า 0 1 2 3 4
8. ในวงสนทนาส่วนมากเห็นเพื่อนๆ เขาคุยสนุกกว่า  0 1 2 3 4
ข้าพเจ้าจึงเงียบเป็นผู้ฟังมากกว่า
9. สภาพที่ทำงานค่อนข้างวุ่นวาย หาความสงบไม่ได้ 0 1 2 3 4