ผู้เขียน หัวข้อ: #เจาะข้อสอบนายสิบตำรวจ-สายปราบปราม-สายอำนวยการ #2560-2561 #นสต ปป  (อ่าน 88530 ครั้ง)

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
๕๘. ข้อความต่อไปนี้มีบุพบทและสันธานกี่คำ
คนไทยสมัยโลกาภิวัตน์ได้เปรียบคนไทยรุ่นก่อนในด้านที่มีความรู้กว้างขวาง เพราะสามารถแสวงหา
        ความรู้ได้จากแหล่งต่างๆ ทั้งหนังสือ วิทยุ โทรทัศน์ และคอมพิวเตอร์
ก. บุพบท ๑ คำ สันธาน ๓ คำ
ข. บุพบท ๒ คำ สันธาน ๓ คำ
ค. บุพบท ๑ คำ สันธาน ๔ คำ
ง. บุพบท ๒ คำ สันธาน ๔ คำ
จ. บุพบท ๓ คำ สันธาน ๔ คำ
๕๙. ข้อใดเป็นประโยคความซ้อน
ก. สุภาพสตรีผู้รักสวยรักงามก็ต้องศึกษาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตก่อน
ข. ปัจจุบันระบบอินเทอร์เน็ตมีบทบาทอย่างมากทั้งในหมู่วัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่
ค. ทุกวันนี้เราจะสังเกตเห็นว่ามีอินเทอร์เน็ตคาเฟ่แฝงอยู่ในธุรกิจหลายประเภท
ง. โลกของอินเทอร์เน็ตมีสารประโยชน์ ความบันเทิง ความรู้ และการสื่อสารมากมาย
จ. ในร้านอาหาร โรงแรม สปา ห้างสรรพสินค้า และโรงพยาบาลบางแห่งมีมุมของอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ทั้งนั้น
๖๐.  ข้อใดมีเสียงพยัญชนะท้ายพยางค์ทุกคำ         
ก.  ฉันจะไปเที่ยวทะเลในวันหยุด
ข.  เขาทำงานจนภารโรงปิดห้อง               
ค.  คุณยายเป็นลมเมื่ออ่านจดหมายจบ
ง.  ต้นกล้วยริมรั้วลวดหนามออกเครือแล้ว
จ.  ภาคใต้ได้รับความเสียหายจากคลื่นยักษ์
๖๑. ข้อใดไม่มีคำพ้องความหมาย
         ก. ไอยรา ราชสีห์ กุญชร           
         ข. ลำธาร  ชลาสินธุ์  มัจฉา
         ค. เทเวศร์ อัจฉรา สุรารักษ์           
         ง. สิงขร  เวหาสน์ วนาดร
         จ.  อนงค์  กัลยา  ดรุณี
๖๒.   ข้อใดเขียนคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษได้ถูกต้องทุกคำ
ก. เปอร์เซ็น    พลาสติค    คลินิก
    ข.  ซอส        เต็นท์        เบ็นซิน
    ค.  กร๊าฟ    ช้อค        สปริง
    ง.  สวิตซ์    เชิ๊ต        ดีเปรสชั่น
    จ.  โน้ต      แสตมป์        เค้ก
๖๓.  “สัมพันธภาพระหว่างเขากับเธอถึงจุด...................กันเสียแล้ว”
           ก.  แตกร้าว   
             ข.  แตกหัก
          ค.  แตกดับ   
             ง.  แตกยับ
            จ.  แตกแยก
๖๔.  “ถึงยากจนอย่างไรก็ไม่ว่า        แต่พร้าขัดหลังมาจะยกให้
         อุตส่าห์ทำมาหากินไป        รู้ทำรู้ได้ด้วยง่ายดาย”   
         ผู้กล่าวข้อความนี้เป็นคนอย่างไร
              ก.  ชอบคนจน               
              ข.  ชอบคนว่าง่าย
              ค.  ชอบคนมีความรู้           
              ง.  ชอบคนขยันทำมาหากิน
            จ.  ชอบคนที่มีอุปกรณ์ในการทำมาหากิน
๖๕.    พายุกระพือโหม        คระโครมโครมทุกคืนค่ำ
           กล้ายืนแลกล้าย่ำ        จึ่งรู้กลวิธียืน
           คำประพันธ์นี้ชี้ให้เห็นทรรศนะของผู้เขียนว่าคนที่สามารถดำรงชีวิตให้ดีอยู่ได้นั้นจะต้องมีบุคลิกลักษณะ     
           เช่นไร           
    ก.  มีความแข็งแกร่ง               
             ข.  มีความแข็งขัน
    ค.  มีความแข็งแรง               
              ง.  มีความแข็งกล้า 
             จ.  มีความแข็งกร้าว
๖๖.  ข้อใดใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติได้ชัดเจนที่สุด
    ก.        รอนรอนสุริยโอ้            อัสดง
        เรื่อยเรื่อยลับเมรุลง            ค่ำแล้ว
    ข.        เรียมร่ำน้ำเนตรถ้วม        ถึงพรหม
        พาหมู่สัตว์จ่อมจม            ชีพม้วย
    ค.         ครืนครืนใช่ฟ้าร้อง        เรียมครวญ
        หึ่งหึ่งใช่ลมหวน                พี่ไห้
    ง.        สุริยจันทร์ขจาย            จากโลก  ไปฤๅ
        ไฟแล่นล้างสี่หล้า            ห่อนล้างอาลัย
   
    จ.         เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง        นกบินเฉียงไปทั้งหมู่
        ตัวเดียวมาพลัดคู่                เหมือนพี่อยู่เพียงเอกา
๖๗.  ข้อใดไม่ใช่การแสดงภาพพจน์ด้วยวิธีอุปลักษณ์
    ก.  เป็นเวรกรรมจึงจำจากขอฝาก        ขอฝากมาหยารัศมี
    ข.  แม้เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา        เชยผกาโกสุมปทุมทอง
    ค.  เจ้าเป็นถ้ำอำไพของให้พี่        เป็นราชสีห์สิงสู่เป็นคู่สอง
    ง.  แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ        พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา
    จ.  จะติดตามทรามสงวนนวลละออง    เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชนิดไป   
๖๘.  ข้อใดมีคำอัพภาส
        ก.  เย็นเยียบทุกถิ่นทั่ว ณ ยามพัสสะโปรยปราย
         ข.  พระพายรำเพยพัดมารี่เรื่อยอยู่เฉื่อยฉิว
ค.  พระทัยนางให้หวั่นหวาดพะวงหลัง
                ง. เหมือนหนึ่งน้ำพลอยพร้อยอยู่พรายพราย
             จ.  ยะเหยาะเหย่าทุกฝีย่างไม่หย่อนหยุด
๖๙.  บทกวีต่อไปนี้ เด่นที่สุดในด้านใด
    มีสองขามายืนบนผืนภพ    มีตาครบคู่สมองมาส่องหน
    มีสองมือถือพิทักษ์รักค่าตน    มีกมลมาเพื่อเชื่อตนเอง
              ก.  แนวคิด       
              ข.  อารมณ์
              ค.  โวหาร       
              ง.  จิตนาการ
              จ.  ความคิดสร้างสรรค์
๗๐. ข้อใดแสดงความเชื่อต่างจากข้ออื่น
    ก.  ใต้เตียงเสียงหนูก็กุกกก        แมงมุมทุ่มอกที่ริมฝา
ข.  จับดาบเคยปราบณรงค์รบ        เสร็จครบบริกรรมคาถา
ค.  แล้วทำผงอิทธิเจเข้าเจิมพักตร์        คนเห็นคนทักรักทุกหน้า
    ง.  สีขี้ผึ้งสีปากกินหมากเวทย์        ซึ่งวิเศษสารพัดแก้ขัดสน
    จ.  ที่ทำแค้นกูจะแทนให้ทันตา                  ขอษมาแม่แล้วก็ขับพราย   

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ สอบตำรวจ วุฒ ม.6



1. Grammar
แบบที่ 1 แบบตัวเลือก
Direction : Choose the best answer
1. I had no sooner closed the door ….. somebody started knocking on it.
 a. that  b. so
 c. than d. when
 Answer c. เราใช้คำเชื่อม (Conjunction) “no sooner …… than” ดังนั้นเมื่อมีคำว่า “no sooner…….” จึงต้องใช้ “than” คำตอบจึงเป็นข้อ c. เท่านั้น
2. “I don’t like science fiction.”
 “ ……….. do I.”
 a. Also  b. Either
 c. Both d. Nor
 Answer c.  การกล่าวปฏิเสธเมื่อจะต้องกล่าวซ้ำอีกในประโยคที่ผ่านมาแล้วว่าจะไม่เป็นหรือไม่ทำเช่นนี้ เช่นนั้นอีก เราใช้โครงสร้างที่เป็น Nor, Neither + กริยาช่วย + ประธาน เช่น Nor do I. หรือ Nor do I. หรือ Neither did he. ตัวเลือกจึงเป็นข้อ d.
3.  Either of the women ………capable of looking after the baby.
 a. are  b. is
 c. they are d. she is
 Answer b. การใช้ “Either” เมื่อใช้ร่วมกับคำนาม (Noun) หรือคำสรรพนาม (Pronoun) ที่จะเป็นประธาน (Subject) จะทำให้มีรูปเป็นเอกพจน์ (ศึกษาจาก Grammar เรื่อง Agreement of Subject and Verb) ทำให้ในข้อนี้จะต้องมีกริยาเป็นรูปเอกพจน์ จึงเลือกข้อ b.
4. Hurry up ! ……… for you.
 a. We all wait  b. We all waited
 c. We’ve all waited d. We’ re all waiting
 Answer d. การใช้ข้อความอุทานมักจะบอกให้รู้ว่า ข้อความที่จะตามมาจะเป็นการเน้นให้เห็น Tense ที่จะได้ใช้เป็น Present Continuous Tense เป็นส่วนใหญ่ (ศึกษาจาก Tense เรื่อง Present Continuous Tense คำตอบจึงเป็นข้อ d.
 
5. She’s a very selfish woman, but somehow you can’t help …….her.
 a. liking  b. like
 c. to like d. that likes
 Answer a. เราใช้กริยา “can’t help” เพื่อเป็นสำนวนที่แปลว่า “อดไม่ได้ที่จะ”ซึ่งทำให้ต้องเป็นกริยาที่จะมีกรรมมารับ (transitive Verb) ตามมา จึงต้องใช้คำนามหรือ V.ing ทำให้ตัวเลือกจึงเป็นข้อ a.
6.  Let’s have dinner together ………next week.
 a. some time  b. sometime
 c. sometimes d. some times
 Answer a. เราทราบว่า “time” หมายถึงเวลา แต่ “times” หมายถึง จำนวนครั้งในที่นี้จะต้องแปลว่า “เวลา” และจะหมายถึงบางเวลา จึงไม่ได้คำขยาย “some” เขียนติดกัน ตัวเลือกจึงเป็นข้อ a.
7. The soup tasted ……….
 a. wonderful  b. wonderfully
 c. wonder d. wondering
 Answer a. เราใช้กริยาเชื่อม (linking Verb) ที่จะมีคำขยายเป็น Adjective เท่านั้น เว้นแต่ว่า linking Verb นี้ ได้ให้ความหมายที่เด่นชัดหรือมีการเน้นเพื่อจะเป็นกริยาหลัก (Main Verb) จึงจะใช้ adverb มาขยาย ดังนั้น linking Verb โดยปกติจะใช้ Adjective มาขยายเท่านั้น ตัวเลือกที่เหมาะสมในที่นี้จึงเป็น Adjective คือข้อ a.
8.  Shall we turn ……… the program ?
 a. on to  b. at
 c. in d. off
 Answer d. เราใช้สำนวน “turn off” หมายถึง ปิด เช่น ปิดโทรทัศน์, ปิดวิทยุ และใช้ “turn on” หมายถึง เปิด ดังวิธีการเปิดที่กล่าวมาแล้ว เช่น เปิดวิทยุ, เปิดโทรทัศน์ และในข้อนี้จะมีข้อ d. เหมาะสมที่สุด
9. It is extremely important for children ……. to share things.
 a. learning  b. learned
 c. to learn d. be learning
 Answer c.  เราใช้คำที่เติมนี้นำไปขยาย “important” ให้รู้ว่าสำคัญอย่างไร คือ สำคัญที่จะเรียน ทำให้คำที่เติมจะต้องไปขยาย “important” ซึ่งเป็นคำ Adjective และเราทราบว่า “adverb” จะขยาย “Adjective” เราเห็นกริยา “is” เป็นกริยาช่วย ที่ใช้ทำหน้าที่เป็นกริยาแท้แล้วทำให้กริยาที่ตามมาจะเป็นกริยาไม่แท้ (Non-Finite Verb) ซึ่งถ้านำไปใช้เป็น adverb ก็จะได้แก่ “important” และขยาย Adjective “important” ที่ให้ความหมายเด่นชัด จึงต้องมี “to” มาคั่น คำตอบจึงเป็น “to learn” ที่ข้อ c. นั่นเอง
 
 
10.  Don’t come and see me today. I’d rather you …….tomorrow.
 a. will come  b. have come
 c. came d. come
 Answer c. เราใช้กริยาช่วย “would rather” เพื่อบอกถึงความไม่จริงในขณะที่พูด เพราะเราแปลว่า “อยากที่จะ” ก็จะหมายถึงไม่ได้เป็นอย่างนั้นในขณะที่พูดนั้น ข้อความที่ได้แสดงว่าจะไม่จริง จึงไม่มีโอกาสใช้ Present Tense เลย เพราะ Tense นี้จะต้องเป็นความจริงในปัจจุบันอีกด้วย ทำให้ข้อความที่จะเติมถ้าเป็น Tense ก็ต้องเป็น Past Tense อย่างเห็นได้ชัด เราใช้โครงสร้างแบบ Subjunctive ที่เป็น Past หรือ Past Perfect Subjunctive นั่นเอง ตัวเลือกจึงพิจารณาที่ข้อ c. เท่านั้น
 
แบบที่ 2 แบบเลือกข้อผิด
Direction : Choose the one that is not correct in English.
11. In such a selfish society as ours, a couple needs to study each other before committing.
  a. b. c.
 Themselves to marriage.
  d.
 Answer b. เราทราบว่าประธานในประโยคนี้คือ “a couple” ซึ่งหมายถึง “คู่” จะให้ความหมายที่เป็นพหูพจน์ จึงทำให้กริยาที่ตามมาจะเป็นรูปพหูพจน์ไปด้วย โดยที่ “needs” จะต้องไม่เติม “ s ” นั่นคือข้อ “ b” แก้เป็น “need”
12. John, had studied  his lecture notes thoroughly, was well prepared for the Physics exam.
 a. b. c. d.
 Answer a. ในประโยคนี้จะมีกริยาแท้ (K2) และ K1 (Subject) เพียงอย่างละคำ เราจะทราบว่ากริยาแท้เมื่อตามหลังประธานจะไม่มีเครื่องหมาย Comma คั่นโดยตรง เราจึงใช้เป็นส่วนขยาย ซึ่งในที่นี้จะเป็น Participial phrase คือ “Having studied” ทำให้ข้อ a. ต้องแก้เป็นดังที่กล่าวไว้แล้ว
13.  She was thirsty, so, she refused to drink any soft drink.
  a. b. c. d.
 Answer b. ในประโยคนี้จะแสดงความขัดแย้งของ 2 main clause ทั้ง main clause หน้า และ main clause หลัง เราจึงควรใช้ “but” แทนคำว่า “so” ในข้อ b.
14. American architecture is at is best when it concerns with buildings which have a practical purpose.
  a. b. c. d.
 Answer b. เราทราบใน clause หลังว่าน่าจะใช้เป็น Passive Voice เพราะประธาน “ it ” จะต้องเป็นผู้กระทำ จึงต้องแก้ไขในข้อ b. เป็น “ is concerned with”
15. The ones who have read the book know the answer, but another don’t.
  a.  b. c. d.
 Answer d. เราใช้ “the ones” กับ “the others” เพื่อบอกว่าอย่างหนึ่งหรือคนพวกหนึ่งเป็นอย่างไร แต่อีกจำนวนหนึ่งซึ่งควรจะชี้เฉพาะในกลุ่มที่เรากล่าวมาแล้วในส่วนแรก “the ones” จึงทำให้ในส่วนหลังจะต้องเป็น “the others” เพื่อชี้เฉพาะในเรื่องนั้น และเป็นรูปพหูพจน์อีกด้วย จึงเลือกข้อ d. โดยแท้เป็น “the others”
16.  The scientific revolution of the early 1900’s affected education by change the nature of technology.
   a. b. c. d.
 Answer c. คำที่เติมหรือตามหลัง Preposition จะใช้เป็นคำนามเสียเป็นส่วนใหญ่เพราะ Preposition จะเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคำนามกับคำอื่นๆ ซึ่งอาจจะเป็นคำนามอีกก็ได้ แต่ต้องวางไว้หน้าคำนามเป็นอย่างน้อย และถ้าต้องการที่จะหมายถึงการกระทำที่เน้นอีกด้วย แล้วคำว่า “change” จะต้องใช้เป็น “changing” ทำให้ข้อ c. ต้องแก้เป็น “changing”
17. Translated into terms of psychological theory, association has been thought of as the basis of to learn,
 a. b. c.
 conditioning , and creative thinking.
  d.
 Answer c. เป็นที่ทราบว่า เราใช้คำนามหรือคำสรรพนามหรือ Gerund (V.ing) ตามหลัง Preposition เพราะ Preposition จะเชื่อมคำนามและคำต่างๆ ดังนั้น ในข้อ c. จึงต้องแก้เป็น “learning”.
18.  Farm animals have been regardless by nearly all societies as a valuable economic resource.
  a. b. c.  d.
 Answer b. เราเห็นรูปกริยาในประโยคนี้เป็น Passive Voice เพราะต้องทราบว่าประธานจะต้องเป็นผู้ถูกกระทำ จึงทำให้กริยาหลัก (Main Verb) จะต้องเป็น V3 ดังนั้น “regardless” จะต้องเปลี่ยนเป็น “regarded” ในข้อ b. นี้
19. The government requires the a census be taken every ten years so accurate statistics may be compiled.
  a.  b. c. d.
 Answer  c. ในประโยคนี้เราใช้คำเชื่อม (Conjunction) ว่า “ so ” ซึ่งบอกถึงผลที่จะได้รับ (so) เป็น Conjunction of result แต่จริงๆ ประโยคนี้ต้องการจะบอกถึงความมุ่งหมาย ซึ่งควรใช้ Conjunction of purpose จึงต้องแก้ข้อ c. เป็น “ so that หรือ in order that” เป็นต้น
 
 
 
20. The Hall of Fame at  Newyork University is a national memorial to United States citizens who have
 a. b. c.
 achieved last greatness.
 d.
 Answer d. การบอกลำดับที่ของตัวเลข (Ordinal Number) เช่นที่ 1 หรือที่ 2 เราจะใช้ “ the ” เช่น the first, the second เป็นต้น และถ้าต้องการจะเน้นคำก็ใช้ในลักษณะเดียวกัน จึงทำให้ข้อ d. จะต้องมีการใช้ “ the” ซึ่งเราแก้เป็น “ the last greatness” (ความยิ่งใหญ่ครั้งสุดท้าย)
 
แบบที่ 3 แบบถอดความหรือความเข้าใจประโยค
Direction : Choose the best paragraph of the given statement.
21.  The news of her return caused us no little surprised.
 a. We are not surprised when she returned. 
 b. We knew she had returned but were still surprised.
 c. Her return did surprise us a little.
 d. We were did surprised when we heard she had returned.
 Answer d. เราทราบว่า “little” จะให้ความหมายเป็นปฏิเสธ (Negative meaning) และขณะเดียวกันในประโยคนี้ก็มีคำว่า “no” อยู่แล้ว จึงทำให้เกิดความหมายของปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ จึงได้ออกมาเป็นบอกเล่า (Positive statement) เราจึงรู้ว่าจะไม่เลือกข้อ a. เพราะเป็นปฏิเสธ เราทราบว่า “little” จะต้องตรงข้ามกับความหมายที่แปลว่า “มาก” เพราะ “little” แปลว่า “น้อยมากๆ” ดังนั้น “ no little” จึงได้ความหมายว่า “มากๆ”  ที่คำว่า “greatly” ในข้อ d. นั่นเอง
22.  Some foreigners find Thai food too hot to eat.
 a. Some foreigners love to eat Thai food when it is very hot. 
 b. Some foreigners look for a good place to eat hot Thai food.
 c. Some foreigners cannot eat Thai food because it is very hot.
 d. Some foreigners cannot eat Thai food when it is served hot.
 Answer c. ความหมายของ “too …..to” หมายถึง “มากเกินไปที่จะ” ซึ่งให้ความหมายเป็นปฏิเสธ จะเห็นข้อ a. และข้อ b. เป็นบอกเล่าจึงไม่เลือก ส่วนข้อ d. จะมีคำที่เกินความหมายของโจทย์ที่คำว่า “served” จึงไม่ควรเลือก ดังนั้น ข้อที่ถูกจึงเป็นข้อ c.

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
ข้อสอบนายสิบตำรวจ สายอำนวยการ (3 สิงหาคม 2555)



1. สำนวนสุภาษิตข้อใดไม่เข้าพวก
ก. เข็นครกขึ้นภูเขา                                             ข. ขี่ช้างจับตั๊กแตน
ค. งมเข็มในมหาสมุทร                                       ง. ช้าๆได้พร้าเล่มงาม
ตอบ  ข้อ ง. ช้าๆได้พร้าเล่มงาม
2. โยนลูกเต๋าสองลูกพร้อมกัน  โอกาสที่จะได้ 7 มีเท่าไหร่
ก. 1/8                                                                     ข. 1/6
ค. ¼                                                        ง. 1/10
 ตอบข้อ ข. 1/6 อธิบายคือ มี (1,6),(2,5),(3,4),(4,3),(5,2),(6,1) มี 6 วิธี ใน 36 วิธี คือ 6/36 = 1/6
3. บุคคลใดที่มีโอกาสได้รับสัญชาติไทย
ก. นางเขียวเป็นคนเชื้อชาติไทยแต่ไปคลอดลูกที่เวียดนาม
ข. นางแก้วอพยพเข้าประเทศไทยและคลอดลูก
ค. ลิซ่ามาจากประเทศฝรั่งเศส มาเที่ยวเมืองไทยพร้อมลูกๆ
ง. นางโรสมาแต่งงานกับสามีคนไทย แล้วกลับประเทศออสเตเลีย
ตอบ  ข้อ ก. นางเขียวเป็นคนเชื้อชาติไทยแต่ไปคลอดลูกที่เวียดนาม

4.  จากลำดับเลข 1, 4,9,16,25...... จงเติมตัวเลขในช่องว่าง
ก. 30                                                       ข. 32
ค. 36                                                       ง. 39
 ตอบ ข้อ ค. 36 วิธีคิด 1*1=1 2*2=4 3*3=9 4*4=16 5*5=25 6*6=36
5. คำที่มีความหมายเหมือนคำว่า humid คือข้อใด
ก. hydro                                                ข. Hydrate
ค. hyper                                                 ง. Moist
ตอบข้อ ง. Moist เพราะแปลว่าชื้นเหมือนกัน
6. 1=1
1+3+5=9
1+3+5+7=16
………. .
………. .
1+3+5+7+...+A=121
1+3+5+7+...+49=B
ถ้านำA+Bจะมีค่าเท่าไร
ก. 646                                                                    ข. 546
ค. 664                                                                    ค. 564
ตอบข้อก.646โดยA=21,B=625
จากสูตร((ต+ป)*ท)/2
*ท= ((ป - ต)/2)+1)
ตอบ ค. 0.0625 วิธีคิด ห่างกัน (0.5x0.5) = 0.25 (0.25x0.5) = 0.125 (0.125x0.5) = 0.0625
7. จากสมการ -x^2+6x=9 จงหาคำตอบของX
ก. 3                                                                         ข. 4
ค. 5                                                                         ง. 6
ตอบข้อ ก. 3 วิธีทำใช้สูตรกำลังสองสมบูรณ์ -x^2+6x-9     = 0
                                                                     -1(x^2-6x+9)  = 0
                                                                     (x-3)(x-3) = 0
                                                                                      X   = 3
8. สินค้าราคา 500 บ. ขายไป 400 บ. คิดเป็นส่วนลดกี่เปอร์เซ็นต์
ก. 10%                                                                                   ข. 20%
ค. 25%                                                                                   ง. 30%
ตอบ   ข้อ ข. 20% วิธีคิด 500-400=100
                                    100x100= 10000
              แล้วหารทุน 500               10000= 20%
9. เว็บไซด์ที่หน่วยงานของรัฐใช้  จะลงท้ายด้วยอักษรข้อใด
ก. .co.th                                                                 ข. .ac.th
ค. .or.th                                                                  ง. .go.th
ตอบ  ข้อ ง. .go.th เช่น กระทรวงศึกษาธิการ www.moe.go.th
10. คำว่า พุทธชยันตี  มีกี่พยางค์
ก. 4                                                                         ข. 5
ค. 6                                                                         ง. 7
ตอบข้อ ข. อ่านว่า พุด-ทะ-ชะ-ยัน-ตี
11.    ข้อใด ไม่ใช่  หนังสือสั่งการ
ก.       แถลงการณ์                                                                   ค. ระเบียบ
ข.       คำสั่ง                                                                              ง. ข้อบังคับ
ตอบ   ก. แถลงการณ์         
12.    ชั้นความลับพิมพ์อยู่ตำแหน่งไหน 
ก.       อยู่กึ่งกลางกระดาษด้านบน
ข.       อยู่กึ่งกลางกระดาษด้านล่าง
ค.       อยู่กึ่งกลางกระดาษทั้งบนและล่าง
ง.       อยู่กึ่งกลางกระดาษ
ตอบ   ค. อยู่กึ่งกลางกระดาษทั้งบนและล่าง

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
ข้อสอบ คู่มือ ติวตำรวจวุฒิ ม.6 ปวช. นายสิบตำรวจ ปี 2556



1.  นายแสวงได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นพลตำรวจใหม่และให้ไปปฏิบัติหน้าที่สถานีตำรวจภูธร
 แห่งหนึ่ง นายแสวงต้องการที่จะมีเพื่อนที่จริงใจ นายแสวงต้องใช้หลักธรรมใด
 ก.  อิทธิบาท 4 ข.  สังคหวัตถุ 4
 ค.  อริยสัจ 4 ง.  กาลามสูตร
 ตอบ ข.  สังคหวัตถุ 4 คือ เป็นหลักธรรมที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคน ประกอบด้วย คือ 1. การให้
 เป็นคนเอื้อเฟื้อ 2. ปิยวาจา คือ การกล่าวคำสุภาพ 3. อัตถจริยา คือ การประพฤติ
 และ 4. สมาบัต คือการทำตนเสมอต้นเสมอปลาย
2.  เมื่อตรัสรู้แล้ว ทรงเรียกพระองค์ว่า “ สัมมาสัมพุทธ ” หมายความว่าอย่างไร
 ก.  ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ข.  ผู้ปฏิบัติทางสายกลาง
 ค.  ผู้ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองโดยชอบ ง.  ผู้นำเวไนยสัตว์ ให้พ้นจากกองทุกข์
 ตอบ ค.  สัมมาสัมพุทธ แปลว่า ผู้ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง
3.  บุคคลใดได้ชื่อว่า “ สัมมาทิฐิ ” หรือความเห็นชอบในการดำเนินชีวิตประจำวัน
 ก.  เชื่อว่าการศึกษาเป็นบันไดนำไปสู่ความสำเร็จ
 ข.  คิดจะเลิกเที่ยวกลางคืนและไม่เล่นการพนัน
 ค.  เปิดร้านขายอาหารกลางคืนด้วยความขยันอดทน
 ง.  งดเหล้าในช่วงเข้าพรรษา
 ตอบ ก.  สัมมาทิฐิ (ความเห็นชอบ) มีความเห็นที่ถูกต้อง ตามทำนองคลองธรรม เช่น
 ในเรื่องบาป บุญว่ามีจริง เชื่อว่าการศึกษาเป็นบันไดนำไปสู่ความสำเร็จ
4.  ผู้ที่พยายามเลิกสูบบุหรี่ เลิกกินเหล้า และทำให้สำเร็จ ถือว่ามีอริยมรรคข้อใด
 ก.  สัมมาอาชีวะ (การเลี้ยงชีพชอบ) ข. สัมมากัมมันตะ (การกระทำ)
 ค.  สัมมาวายามะ (ความเพียรพยายาม) ง.  สัมมาทิฐิ (ความเห็นชอบ)
 ตอบ ค.  สัมมาวายามะ (ความเพียรพยายาม) คือ มีความเพียรพยายามที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง
 ดีงามและชอบธรรม
5. ปัญญาที่เกิดขึ้นจากการพิจารณา คือปัญญาประเภทใด
 ก.  ปัญญาแท้ ข.  สตุมยปัญญา
 ค.  จินตามยปัญญา ง. ภาวนามยปัญญา
 ตอบ ค.  จินตามยปัญญา คือ ปัญญาที่เกิดขึ้นจากการคิด พิจารณา ไตร่ตรอง หาเหตุผล
6.  ปัญญาที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติ คือ
 ก.  ปัญญาแท้ ข.  สตุมยปัญญา
 ค.  จินตามยปัญญา ง. ภาวนามยปัญญา
 ตอบ ง. ภาวนามยปัญญา คือ ปัญญาหรือความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติ
7.  ข้อใดเป็น “ปัญญาสิกขา” ตามหลักพระพุทธศาสนา
 ก.  ลูกคิดหาวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายของตน ข.  พ่อแม่ นั่งสมาธิทุกวันก่อนนอน
 ค.  ฆราวาส กำลังท่องศีล 5 ง.  นักกีฬาคิดหาวิธีที่จะเอาชนะคู่ต่อสู้
 ตอบ ก.  ปัญญาสิกขา คือ การศึกษาในเรื่องปัญญา คนที่มีปัญญาจะมีความรู้ ความเข้าใจ
 ในสิ่งต่างๆ ตามสภาพที่เป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข
 ดังนั้น ตามปัญญา ลูกคิดหาวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายของตน จึงเป็นปัญญาสิกขา
 ตามหลักพระพุทธศาสนา
8.  ชาวพุทธที่รู้ดีว่าการดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน และเล่นการพนัน เป็นสาเหตุแห่งความหายนะ
 ถือว่าเป็นผู้มีปัญญาประเภทใด
 ก.  ปัญญารู้จักเหตุและโทษของความเสื่อม (อปายโกศล)
 ข.  ปัญญารู้จักเหตุและประโยชน์ของความเจริญ (อายโกศล)
 ค.  ปัญญารู้จักเหตุและอายความเสื่อมและรู้วิธีสร้างความเจริญ (อุปายโกศล) ง.  ปัญญาที่เกิดจากการฝึกอบรมสมาธิภาวนา (ภาวนามยปัญญา)
  ตอบ ก.  ปัญญารู้จักเหตุแห่งความเสื่อม (อปายโกศล) คือรู้ว่าสิ่งใดเป็นความเสื่อม มีสาเหตุ
 เกิดจากอะไร
9.  ปัญญาที่ได้จากการฟังคำบรรยายและอ่านตำรา เรียกว่า
 ก.  ปัญญาแท้ ข.  สตุมยปัญญา
 ค.  จินตามยปัญญา ง. ภาวนามยปัญญา
 ตอบ ข.  สตุมยปัญญา คือ ปัญญาหรือความรู้ที่เกิดจากการฟังและการอ่าน
10.  ในขณะที่ประเทศปากีสถาน ได้ประสบปัญหาแผ่นดินไหว จนเป็นเหตุตึกถล่มทับผู้คนจำนวนมาก
 และได้มีประเทศต่างๆให้ความช่วยเหลือ ประเทศที่ให้ความช่วยเหลือ ถือว่ายึดถือหลักธรรมตาม
 ข้อใด
 ก.  อิทธิบาท 4 ข.  สังคหวัตถุ 4
 ค.  ธรรม 4 ง.  อคติ 4
 ตอบ ข.  สังคหวัตถุ 4 คือ เป็นหลักธรรมเพื่อการสงเคราะห์ ช่วยเหลือผู้อื่นเป็นหลักธรรม
 ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคน ประกอบด้วย 1. ทาน 2. ปิยวาจา 3. อัตถจริยา 4. สมานัตตา
11.  ผู้ขับขี่รถยนต์ตามท้องถนนหลวง ต้องมีสติรู้ตัวตื่นอยู่เสมอว่ากำลังทำอะไรอยู่ ไม่ใจลอย
 เพื่อป้องกันมิให้เกิดอุบัติเหตุ ถือว่ามี “ อริยมรรค ” ข้อใด
 ก.  สัมมากัมมันตะ (การกระทำชอบ) ข.  สัมมาสังกัปปะ (ความดำริชอบ)
 ค.  สัมมาสมาธิ (ความตั้งใจมั่นชอบ) ง.  สัมมาสติ (ความระลึกชอบ)
 ตอบ ง.  สัมมาสติ ( ความระลึกชอบ) หมายถึง สติรู้ตัวตื่นอยู่เสมอ เช่นรู้ว่าขณะนี้กำลังทำ
 อะไรอยู่ กำลังพูดอะไร กำลังคิดอะไร ทำให้สามารถควบคุมตนเองได้
12.  หลักธรรมตามข้อใดที่ช่วยปลูกฝังให้พลตำรวจเป็นคนมีระเบียบวินัย
 ก.  อิทธิบาท 4 ข. สติ ทมะ ขันติ
 ค. ศีล ศรัทธา จาคะ ง.  อริยสัจ 4
 ตอบ ข.  หลักธรรมที่ช่วยปลูกฝังให้พลตำรวจเป็นคนมีระเบียบวินัย คือ สติ หมายถึง
 ความระลึกได้ ทมะ คือ การฝึกฝนการข่มใจ ฝึกวินัย ปรับตัว รู้จักควบคุมจิตใจ
 ขันติ คือ ความอดทน
13.  สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ เรียกว่าอย่างไร
 ก.  อริยะสัจ 4 ข. การดับกิเลสกองทุกข์โดยสิ้นเชิง
 ค.  โอวาทปาฏิโมกข์ ง.  มรรคมีองค์แปด
 ตอบ ก.  สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ต่อมาได้เรียบเรียงเป็นขั้นตอน เรียกว่าอริยสัจ 4 ได้แก่
 ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค แสดงถึงกระบวนการเกิดทุกข์ และวิธีการดับทุกข์
 ของมนุษย์ เมื่อตรัสรู้แล้วทรงเรียกพระองค์ว่าสัมมาสัมพุทธะ แปลว่า ผู้ตรัสรู้ชอบ
 ด้วยพระองค์เอง
14.  ข้อใดจัดเป็น “ โลกุตตรปัญญา ” ตามแนวทางพระพุทธศาสนา
 ก.  เชี่ยวชาญในวิชาชีพของตนอย่างถึงแก่น
 ข. ฉลาดในศิลปวิทยาการทางโลก
 ค.  รอบรู้ในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
 ง.  รู้เหตุแห่งความเสื่อมและหลีกเลี่ยงให้พ้น
 ตอบ ค.  ปัญญาธรรม (โลกุตตรปัญญา) คือ ปัญญารอบรู้ในหลักธรรมคำสอนของ
 พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งแต่หลักธรรมเบื้องต้นไปจนถึงขั้นสูงสุด
15.  สำหรับพิธีทอดกฐิน ของพุทธศาสนิกชนนั้น ระยะเวลาที่ถวายผ้ากฐิน คือข้อใด
 ก.  เริ่มตั้งแต่วันอาสาฬหบูชา เป็นต้นไป เป็นเวลา 1 เดือน
 ข.  เริ่มตั้งแต่วันเข้าพรรษา เป็นต้นไป เป็นเวลา 1 เดือน
 ค.  เริ่มตั้งแต่วันออกพรรษา เป็นต้นไป เป็นเวลา 1 เดือน
 ง. เริ่มตั้งแต่วันวิสาขบูชา เป็นต้นไป เป็นเวลา 1 เดือน
 ตอบ ค.  ระยะเวลาที่ถวายผ้ากฐิน กำหนดเวลาของพิธีถวายผ้ากฐิน เริ่มตั้งแต่วันออกพรรษา
 เป็นต้นไป เป็นเวลา 1 เดือน (วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12)
16.  ก่อนจะเสด็จออกผนวช มีเทวทูตทั้ง 4 มาปรากฏภายให้พระสิทธัตถะได้เห็นความจริงของ
 ชีวิต คือข้อใด
 ก.  คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะ ข. เด็กทารก หนุ่มสาว วัยกลางคน และคนชรา
 ค.  คนเกิด คนแก่ คนเจ็บ คนตาย ง.  พราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ และศูทร
 ตอบ ก.  เทวทูตทั้ง 4 ซึ่งได้แก่ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะ เป็นสาเหตุที่ทำให้
 พระพุทธเจ้าทรงเสด็จออกผนวช เนื่องจากทรงได้เห็นว่าเป็นความจริงแห่งชีวิต
 ของมนุษย์และต้องการที่จะหลุดพ้นจากสิ่งเหล่านี้
17.  หลักคำสอนในพระพุทธศาสนาเน้นให้ยึด “ ทางสายกลาง ” หมายถึงข้อใด
 ก.  ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายสันโดษ
 ข.  ใช้ปัญญาและความเพียรแก้ไขปัญหาชีวิต
 ค.  ปฏิบัติตามหลักอริยมรรค หรือมรรคมีองค์ 8 
 ง.  ถูกทุกข้อ
 ตอบ ค.  หลักคำสอนในพระพุทธศาสนามีข้อปฏิบัติให้ยึดหลักความพอดี ไม่มาก ไม่น้อย
 ไม่ตึง หรือไม่หย่อนจนเกินไปที่เรียกว่า “ทางสายกลาง” (มัชฌิมาปฏิปทา) ได้แก่
 การปฏิบัติตามหลักอริยมรรค หรือมรรคมีองค์ 8
18.  พระพุทธศาสนาเปรียบ “ปัญญา” ประดุจเป็นแสงสว่างเพราะเหตุใด
 ก.  สร้างความบริบูรณ์ในทรัพย์สิน
 ข.  นำทางชีวิตให้สุขสงบและเจริญรุ่งเรื่อง
 ค.  รักษาตัวให้รอดพ้นจากปากเหยี่ยวปากกา
 ง.  ส่งเสริมความก้าวหน้าทางการศึกษา
 ตอบ ข.  การที่พระพุทธศาสนาเปรียบปัญญาประดุจเป็นแสงสว่างเพราะว่า ปัญญานั้น
 นำทางชีวิตให้สุขสงบและเจริญรุ่งเรือง
19.  ปัญญาที่เกิดจากการคิดค้นด้วยตนเอง คือข้อใด
 ก.  สุตมยปัญญา ข.  จินตามยปัญญา
 ค.  ภาวนามยปัญญา ง.  ถูกทุกข้อ
 ตอบ ข.  ปัญญาที่เกิดจากการคิดค้นด้วยตนเอง เรียกว่า จินตามยปัญญา เป็นการนำสิ่งที่ได้เห็น
 ได้ยิน ได้อ่าน และได้รับรู้จากสื่อต่างๆ นำมาพิจารณาไตร่ตรองด้วยเหตุผล คิดค้น
 และแสวงหาคำตอบด้วยตนเองจนเข้าใจชัดเจนและกลายเป็นปัญญาความรอบรู้
 ที่แท้จริงในเรื่องๆ นั้น
20.  ในกรณีที่ตำรวจเข้าเป็นผู้ไกล่เกลี่ยระหว่างผู้เสียหายกับผู้กระทำผิด ตำรวจดังกล่าวจะมี
 หลักธรรมใด เพื่อให้คู่กรณีได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด
 ก. เมตตา ข.  กรุณา
 ค.  มุทิตา ง.  อุเบกขา
 ตอบ ง.  พรหมวิหาร 4 คือ ธรรมเครื่องอยู่อย่างประเสริฐ เป็นหลักธรรมประจำใจเพื่อ
 ความประพฤติที่บริสุทธิ์ ดำเนินชีวิตตนเอง และปฏิบัติต่อผู้อื่นโดยธรรม
 ประกอบด้วย 1. เมตตา คือ ความรักใคร่ ปรารถนาดี 2. กรุณา คือ สงสาร
 3. มุทิตา คือ ความยินดีในเมื่อผู้อื่นอยู่ดีมีความสุข 4. อุเบกขา คือ วางใจเป็นกลาง
 ดังนั้นตำรวจควรมีอุเบกขาประจำใจ

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
1.    “ประธานกรรมการ”  หมายความว่า
ก.    ประธาน ก.ตร.                ข. ประธาน ก.ตช.
ค. ประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ    ง. ประธาน ตร.
2.    ผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรองจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหมายถึงผู้ใด
ก.    รอง ผบ.ตร.                    ข. จเรตำรวจแห่งชาติ
ค.  ผู้ช่วย ผบ.ตร.                ง. ถูกทุกข้อ
3.    ข้อใด เป็น  คุณสมบัติ ของคณะกรรมการ ก.ต.ช. ผู้ทรงคุณวุฒิ
ก.    มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์
ข.    ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือเป็นที่ปรึกษาของข้าราชการการเมืองหรือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม
ค.    เลขาธิการพรรคไทยรักไทย
ง.    ถูกทุกข้อ

4.    การแต่งตั้งยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร. และให้ทำโดย
ก.    ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ        ข. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
ค. ประกาศพระบรมราชโองการ            ง. ประกาศราชกิจจานุเบกษา
5.    ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ  ประเภทเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจจำนวนห้าคน ต้องเป็นผู้ซึ่งพ้นจากความเป็นข้าราชการตำรวจไปแล้ว
ก.    ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี                ข. ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
ค. เกินหนึ่งปี                    ง. เกินสองปี

6.    เพื่อรักษาความเที่ยงธรรมในการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ให้ ก.ตร. ออกกฎ ก.ตร. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจไว้ให้ชัดเจนแน่นอน กฎ ก.ตร. ดังกล่าวให้มีผลใช้บังคับเมื่อ
ก.    พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข.    พ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ค.    พ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ง.    นับแต่วันถัดจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา

7.    กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ข)  มีวิธีการคัดเลือกอย่างไร
ก.    ให้กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา ๓๐ (๑)เป็นผู้เลือก และให้เสนอขอความเห็นชอบจากผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) .
ข.    ให้กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา ๓๐ (๑) และผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) เป็นผู้เลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
ค.    ให้ผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก)เป็นผู้เลือก และให้เสนอขอความเห็นชอบจาก กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา ๓๐ (๑).
ง.     ถูกทุกข้อ

8.    “กองทุน”  หมายความว่า
ก.    กองทุนเพื่อการสืบสวนคดีอาญา           
ข.    ข. กองทุนเพื่อการสอบสวนคดีอาญา
ค. กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา   
ง. กองทุนเพื่อการสืบสวนสอบสวนและป้องกันปราบปรามคดีอาญา
9.    กรณีที่ ก.ต.ช. เห็นว่ามีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่  ก.ต.ช. จะกำหนดให้ข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ตามวันหยุดราชการตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดก็ได้หรือไม่
ก.    ได้  แต่ต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
ข.    ได้  ไม่ต้องขออนุมัติผู้ใด
ค.    ไม่ได้  เพราะขัดต่อมติของคณะรัฐมนตรีที่ทุกส่วนราชการต้องถือปฏิบัติตาม
ง.    ไม่ได้  เพราะเป็นการขัดต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ

10.    ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนปัจจุบันคือใคร
ก.    พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ              ข. พลตำรวจเอกธานี สมบูรณ์ทรัพย์
ค.  พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี        ง. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์   เตมียาเวส
11.    ข้อใดถือเป็น องค์ประชุมของ ก.ต.ช.
ก.    ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
ข.    ต้องมีกรรมการมาประชุมเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
ค.    ต้องมีกรรมการมาประชุมตั้งแต่หกคนขึ้นไป
ง.    ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ค.

12.    ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก.    สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ข.    สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี
ค.    สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี
ง.    สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี

13.    คณะกรรมการ ก.ต.ช. มีกี่ประเภท
ก.    2 ประเภท        ข. 3 ประเภท        ค.  4 ประเภท        ง. 5 ประเภท

14.    บุคคลใด  ไม่ใช่  คณะกรรมการ ก.ต.ช. โดยตำแหน่ง
ก.    นายอารีย์   วงศ์อารยะ            ข. นายชาญชัย   ลิขิตจิตถะ
ค.  พล.ท.ศิรพงศ์ บุญพัฒน์            ง. นายประกิจ ประจนปัจจนึก

15.    ชั้นข้าราชการตำรวจมีกี่ชั้น
ก.    2 ชั้น        ข. 3 ชั้น        ค. 4 ชั้น        ง. 5 ชั้น

16.    ข้อใด เขียนถูกต้อง
ก.    จ.ส.ต.(ญ)        ข. จ.ส.ต.(หญิง)    ค. จ.ส.ต.หญิง    ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ข.

17.    ผู้ใด ไม่ใช่ กรรมการข้าราชการตำรวจ โดยตำแหน่ง
ก.    เลขาธิการ ก.พ.                ข. เลขาธิการ ก.พ.ร.
ข.    จเรตำรวจ                    ง. ถูกเฉพาะข้อ ข. และ ข้อ ค.

18.    กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา ๓๐ (๑) และผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) ได้ร่วมกันสรรหากรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ข)  โดยสรรหาได้ ร.ต.อ.แดงฯ อายุ 64 ปี อดีตข้าราชการตำรวจซึ่งลาออกจากราชการไปประกอบอาชีพทำนามาได้ 12 ปี  ขอทราบว่า การสรรหา ร.ต.อ.แดงฯ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ก.    ชอบ                ข. ชอบ  ถ้าเป็นมติสองในสาม
ข.    ไม่ชอบ              ง. ไม่ชอบ เพราะต้องเป็นข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรีขึ้นไป

19.    กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ใดสามารถเป็นกรรมการใน ก.ต.ช. ในขณะเดียวกันได้
ก.    นายกรัฐมนตรี                ข. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ค.  เลขาธิการ ก.พ.                ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ข.

20.    ข้อใดกล่าวถูกต้อง  ในการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐(๒) (ก)
ก.    ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งผู้กำกับการ ขึ้นไปเป็นผู้เลือก
ข.    ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ ขึ้นไปเป็นผู้เลือก
ค.    ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่าผู้กำกับการขึ้นไปเป็นผู้เลือก
ง.    ถูกทุกข้อ

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
ข้อสอบนายสิบ ม.6 สายปราบปราม



1.           ความสุขของมนุษย์คือข้อใด
              1.         ความร่ำรวย
              2.         มีบริวารคอยรับใช้
              3.         ความหลุดพ้นจากกิเลส
              4.         การบริจาคทรัพย์
2.           จิตจะมีพลังอำนาจสูงเมื่อใด
              1.         จิตฟุ้งซ่าน
              2.         เมื่อจิตถูกบีบคั้น
              3.         เมื่อจิตใจสบาย
              4.         เมื่อควบคุมจิตได้
3.           วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันใด  ที่มีสาระสำคัญเน้นหลักเกี่ยวกับเรื่อง
          “ ความรักและสันติ”
              1.         วันวิสาขบูชา
              2.         วันมาฆบูชา
              3.         วันอาสาฬหบูชา
              4.         วันเข้าพรรษา
4.           คนที่ชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น  ต้องแก้ด้วยจริยธรรมในข้อใด
              1.         เมตตา
              2.         กรุณา
              3.         เสียสละ
              4.         มีวินัย
5.           การควบคุมตัวเองให้เสมอต้นเสมอปลาย  ควรยึดจริยธรรมในข้อใดเป็น
หลักปฏิบัติ
              1.         มีวินัย                                       3.         ซื่อสัตย์สุจริต
              2.         กตัญญูกตเวที                          4.         ความรับผิดชอบ
             
             
6.           ข้อใดเป็นหลักธรรมคล้องกันทุกศาสนา
              1.         ห้ามฆ่าสัตว์
              2.         ห้ามลักทรัพย์ผู้อื่น
              3.         ห้ามรับประทานอาหารก่อนดวงอาทิตย์ตก
              4.         ห้ามชายแต่งงานกับหญิงเกิน  1  คน
7.           หมวดธรรมใดที่มีชื่อว่า  “ โลกบาล”
              1.         ขันติ – โสรัจจะ
              2.         หิริ – โอตัปปะ
              3.         ฉันทะ – วิริยะ
              4.         เมตตา – กรุณา
8.           การกระทำในข้อใดตรงกับหลักธรรมข้อจาคะที่แท้จริง
              1.         ฉวีให้เงินเพื่อนไปเล่นการพนัน
              2.         สมรเอาบุหรี่มาแจกให้เพื่อน
              3.         สุธีแบ่งอาหารให้เด็กยากจนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
              4.         ศรีสุดาให้ของขวัญเพื่อนและคิดว่าเพื่อนต้องให้ตนบ้าง
9.           ทำไมจึงกล่าวว่า “ การได้เห็นสมณะเป็นมงคลอันอุดม”
              1.         เพราะได้เห็นผู้มีบุญทำให้ใจสบาย
              2.         เพราะจะได้ฝึกสมาธิจากท่าน
              3.         เพราะได้รับคำสั่งสอนจากท่าน
              4.         เพราะจะได้วัตถุมงคลของดีจากท่าน
10.         “ มหาสมุทรที่กว้างใหญ่  แต่ก็ยังอยู่ต่ำกว่าห้วยหนองคลองบึง”
              คำกล่าวข้างต้นนี้มีความหมายใกล้เคียงกับมงคลสูตรข้อใด
              1.         ความอ่อนน้อมถ่อมตน
              2.         ความเป็นผู้ว่าง่าย
              3.         ความอดทน
              4.         การพบปะสมณะ

11.         การที่ท่านตั้งใจจะเป็นตำรวจ  ท่านควรจะต้องเสียสละในเรื่องใดต่อไปนี้
มากที่สุด
              1.         สละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ
              2.         สละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต
              3.         ความอดทน
              4.         การพบปะสมณะ
12.         ตามหลักพุทธศาสนา  สิ่งทั้งปวงในโลกย่อมมีสามัญลักษณะเป็น  3  เรียกว่า
              ไตรลักษณ์ได้แก่อะไร
              1.         สุขเวทนา   ทุกเวทนา   อทุกขมสุขเวทนา
              2.         เวทนา    สัญญา    สังขาร
              3.         วิญญาณ    กุศล   อกุศล
              4.         อนิจจัง   ทุกขัง   อนัตตตา
13.         ตามหลักพุทธศาสนา  เหตุให้เกิดทุกข์คืออะไร
              1.         ตัณหา  3   ได้แก่   กามตัณหา   ภวตัณหา   และวิภวตัณหา
              2.         กิเลส   2   คือ   กิเลสกาม   และวัตถุกาม
              3.         ขันธ์  3   คือ   เวทนา   สัญญา   และสังขาร
              4.         มิจฉาทิฏฐิ   พยาบาท   และอกุศลกรรม
14.         ศีลที่คริสต์ชนถือปฏิบัติเพื่อเป็นเครื่องระลึกว่าพระเยซูเสด็จกลับมาอีก
              ได้แก่ศีลอะไร
              1.         ศีลมหาสนิท                                       
2.         ศีลแก้บาปหรืออภัยบาป
              3.         ศีลล้างบาป                           
4.         ศีลบรรพชาหรือศีลบวช
15.         ธรรมกลุ่มใดที่ไม่ใช่ธรรมของผู้นำ
              1.         ทาน   ศีล   บริจาค
              2.         มัทวะ   ตบะ   อักโกธะ
              3.         อาชวะ   อวิโรธนะ   ขันติ
              4.         สมณทัสสนะ    โสวจตัสสตา   คารวะ

16.         หลักธรรมในพระพุทธศาสนาเป็นอกาลิโก  หมายความว่าอย่างไร
              1.         หลักธรรมเป็นสิ่งซึ่งพระพุทธเจ้าค้นพบและเผยแผ่
              2.         หลักธรรมจะเป็นจริงก็ต่อเมื่อมีการค้นพบ
              3.         หลักธรรมจะเป็นจริงตลอดกาล
              4.         หลักธรรมเป็นสิ่งเดียวกับพุทธพจน์ที่ว่า  “ ผู้ใดเห็นธรรม  ผู้นั้นเห็นเรา”
17.         ลักษณะใดถือว่าเป็นความกตัญญู
              1.         สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
              2.         ช่วยรักษาความสะอาดแก่แผ่นดิน
              3.         ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีของชาติ
              4.         หาทางแก้ไขเมื่อเห็นสิ่งที่เป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมือง
18.         ตำรวจเป็นผู้ที่มีอำนาจและเกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิด  จึงมีโอกาสแสวงหาผลประโยชน์จากการใช้อำนาจหน้าที่  หลักในกุศลธรรมบท  10  ข้อใดป้องกันการกระทำผิดข้างต้นได้ดีที่สุด
              1.         เว้นจากการถือเอาของที่เจ้าของเขาไม่ให้
              2.         เว้นจากการเบียดเบียนผู้อื่นและฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
              3.         เว้นจากการพยาบาทของเวรและทำร้ายผู้อื่น
              4.         เว้นจากการละโมบอยากได้ของผู้อื่นโดยวิธีทุจริต
19.         ต่อไปนี้เป็นมูลเหตุของกำเนิดศาสนา  ยกเว้น  ข้อใด
              1.         ความต้องการความอบอุ่นทางจิตใจ
              2.         ความต้องการความรู้แจ้งในหลักความจริงของชีวิต
              3.         ความต้องการทางสังคมที่จะกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์
              4.         ความต้องการขยายกลุ่มสังคมให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
20.         ประชาชนขาดธรรมข้อใด  ที่ทำให้ภาระการปฏิบัติหน้าที่ของ
ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เพิ่มมากที่สุด
              1.         สัมมาวาจา
              2.         สัมมาสมาธิ
              3.         สัมมาอาชีวะ
              4.         สัมมาวายามะ

21.         “ท่านไม่สามารถลงอาบน้ำในแม่น้ำสายเดียวกันได้ถึงสองครั้ง”  คำกล่าวนี้
              แสดงให้เห็นถึงลักษณะใดแห่งความจริงในพระพุทธศาสนา
              1.         อนัตตลักษณะ
              2.         ทุกขลักษณะ
              3.         สามัญลักษณะ
              4.         อนิจจลักษณะ
22.         สังคมไทยนิยมเลี้ยงดูบิดามารดาและญาติผู้ใหญ่ที่แก่ชราแล้วด้วยตนเอง
            ไม่ว่าจะมีฐานะร่ำรวยหรือยากจนเป็นเพราะเหตุใด
              1.         ความรับผิดชอบต่อครอบครัว
              2.         ความรู้สึกสำนึกในคุณธรรม
              3.         อิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันออก
              4.         ขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย
23.         ข้อใดที่แสดงถึงความหมายของคุณธรรมที่พัฒนาบุคลิกภาพ
              1.         พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักมีวินัย
              2.         พ่อแม่สอนให้ลูกมีความซื่อสัตย์สุจริต
              3.         พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักการอ่อนน้อมถ่อมตน  รับฟังความคิดเห็นของ
ผู้ใหญ่
              4.         พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักทิ้งขยะในที่ที่จัดไว้ให้  ถ้าไม่มีที่ทิ้งให้เผาหรื
ฝังให้เป็นที่เรียบร้อย
24.         “ การกระทำความชั่ว  การทำแต่ความดี  การชำระจิตใจให้ผ่องใส”  ตรง
              กับหลักคำสอนในข้อใด
              1.         ทาน    ศีล    ภาวนา
              2.         ศีล   สมาธิ   ปัญญา
              3.         อโลภะ   อโทสะ   อโมหะ
              4.         กายกรรม    วจีกรรม    มโนกรรม

25.         จริยธรรมข้อใดที่บุคคลไม่ปฏิบัติตามแล้วมีผลเสียหายต่อสังคมมากที่สุด
              1.         สติสัมปชัญญธรรม
              2.         กตัญญูกตเวทิตาธรรม
              3.         หิริโอตตัปปธรรม
              4.         อัปปมาทธรรม
26.         เหตุผลข้อใดสำคัญที่สุดในการก่อให้เกิดศาสนา
              1.         ความกลัว
              2.         ความไม่รู้
              3.         สภาพทางภูมิศาสตร์
              4.         อิทธิพลของบุคคลสำคัญ
27.         ในการพัฒนาบุคลิกภาพและสังคมตามหลักจริยธรรมกุศลกรรมบถ  10  นั้น
              ข้อใดเป็นผลโดยตรง
              1.         บุคลิกภาพสุขุมรอบคอบ
              2.         น่าเคารพนับถือ
              3.         คิดดี   พูดดี   ทำดี
              4.         สุขกาย   สบายใจ
28.         มูลเหตุการเกิดศาสนาที่สำคัญที่สุด  คือข้อใด
              1.         อวิชชา
              2.         ความกลัว
              3.         ความจงรักภักดี
         4.         อิทธิพลของผู้นำ
29.         ความหมายสำคัญของกางเขนในศาสนาคริสต์  คืออะไร
              1.         ศรัทธาที่แรงกล้าในศาสนา
              2.         ความรักต่อพระเจ้าและเพื่อนบ้าน
              3.         ความ เป็นคริสต์ศาสนิกชนที่เคร่งครัด
              4.         การป้องกันอันตรายรบกวนจากปีศาจ

30.         ในทางจริยศาสตร์  “มโนธรรม”   หมายถึงข้อใด
              1.         ความรู้สึกอะไรดี   อะไรชั่ว   ที่ได้รับจากหลักศีลธรรม
              2.         ความรู้สึกอะไรดี   อะไรชั่ว   ที่ได้รับมาจากประสบการณ์
              3.         ความรู้สึกอะไรดี   อะไรชั่ว    ที่ได้รับมาจากจิตสำนึก
              4.         ความรู้สึกอะไรดี   อะไรชั่ว    ที่ได้รับมาจากสังคม
31.         มโนสุจริต  คือข้อใด
              1.         ไม่โลภ
              2.         ไม่พยาบาท
              3.         เห็นชอบตามทำนองคลองธรรม         
              4.         ถูกทุกข้อ
32.         ท่านคิดว่าอาภรณ์หรือเครื่องประดับที่มีค่ามากที่สุดของข้าราชการตำรวจอยู่
ที่ใด
              1.         ความมีวินัย
              2.         มียศสูง  มีบริวารมาก
              3.         มีความรับผิดชอบ
              4.         เป็นผู้ตรงต่อเวลา
33.         “ หากกล่าวโดยกว้างๆ  แล้ว  จุดมุ่งหมายของศาสนาอยู่ที่การแก้ปัญหา
สากลของมนุษย์”  ปัญหาเช่นใดเรียกได้ว่าเป็นปัญหาสากลของมนุษย์
              1.         ปัญหาสงครามและสันติภาพ
              2.         ปัญหาความยากจนและอาชญากรรม
              3.         ปัญหาความสุข  ความทุกข์  ความดี   ความชั่ว  บุญบาปคืออะไร
                          ตายแล้วเกิดอีกหรือไม่
              4.         ปัญหาเสรีภาพและความยุติธรรมในสังคม
34.         ข้อใดจัดเป็นหน้าที่สำคัญที่สุดของบุตรในการบำรุงบิดามารดา
              1.         ดูแลให้ท่านเป็นสุข
              2.         ประพฤติตนเป็นคนดี
              3.         ช่วยเหลือการงานของท่าน
              4.         เมื่อท่านสิ้นชีวิตแล้วทำบุญอุทิศให้ท่าน

35.         “ กาลามสูตร”   เกี่ยวข้องกับเรื่องใด
              1.         การรู้จักต้อนรับแขก
              2.         การศึกษาธรรมะอย่างลึกซึ้ง
              3.         การไม่ปลงใจเชื่อในสิ่งใดง่ายๆ
              4.         การไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งต่าง
36.         พฤติกรรมต่อไปนี้  ข้อใดคือความลำเอียงอันเนื่องมาจาก  “ ฉันทาคติ”
              1.         ให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษกับผู้มาติดต่อข้าราชการ  เพราะบุคคลผู้นั้น
                        บริจาคเงินให้แก่ทางราชการเป็นจำนวนมาก
              2.         ปล่อยตัวผู้ต้องกา  เนื่องจากเกรงกลัวผู้มีอิทธิพลจะลอบทำร้าย
              3.         จับผู้มีอิทธิพล  เพราะไม่ชอบหน้าเป็นการส่วนตัว
              4.         จับผู้ต้องหาทั้งๆ  ที่ยังมีหลักฐานไม่ชัดเจนเพียงพอ
37.         จงเรียงลำดับวันของพระพุทธศาสนา  นับตั้งแต่ต้นปีให้ถูกต้อง
              1.         วันวิสาขบูชา    วันอาสาฬหบูชา     วันเข้าพรรษา    วันมาฆบูชา
              2.         วันมาฆบูชา   วันวิสาขบูชา    วันอาสาฬหบูชา      วันเข้าพรรษา
              3.         วันวิสาขบูชา    วันมาฆบูชา     วันเข้าพรรษา    วันอาสาฬหบูชา
              4.         วันเข้าพรรษา     วันอาสาฬหบูชา    วันมาฆบูชา    วันวิสาขบูชา
38.         ข้อใดจัดเป็นจุดหมายปลายทางสูงสุดของพระพุทธศาสนา
              1.         การบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
              2.         การหลุดพ้นจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง
              3.         การละเว้นความชั่วทั้งปวง
              4.         การตั้งมั่นอยู่ในการทำความดี
39.         ดินแดนชมพูทวีปในสมัยโบราณนั้น  ในปัจจุบันคือดินแดนประเทศอะไร
              1.         เนปาล                                               
2.         ปากีสถาน
              3.         อินเดีย                                                 
4.         รวมทั้งสามประเทศ

40.         ข้อใดที่แสดงให้เห็นว่า  ลัทธิต่างจากศาสนา
              1.         ไม่มีผู้ก่อตั้ง
              2.         ไม่มีพิธีกรรม
              3.         ไม่มีลักษณะศักดิ์สิทธิ์
              4.         ไม่มีคำสั่งสอนเรื่องศีลธรรม

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
ข้อสอบภาษาไทย (เตรียมสอบ พลตำรวจ 2555 วุฒิ ม.6/ปวช)



“ในปัจจุบันนี้มีการโฆษณาสินค้าบุหรี่ที่โรงงานยาสูบผลิตออกมาทางหนังสือพิมพ์ วิทยุและ โทรทัศน์กันอย่างกว้างขวาง ผลของการโฆษณานี้ย่อมมีอิทธิพลจูงใจเยาวชนให้ติดบุหรี่กันมากขึ้นอย่างไม่มีปัญหา จึงเป็นเรื่องที่น่าคิดว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ควรจะมีการควบคุมการโฆษณาสินค้าบุหรี่เพื่อลดการเสพติดบุหรี่ในหมู่เด็กและเยาวชนให้น้อยลงโดยทางอ้อม”
1.ข้อความข้างต้นมีสาระสำคัญอย่างไร
          1)    ควรมีการควบคุมการโฆษณาสินค้าบุหรี่
          2)    การโฆษณามีอิทธิพลเหนือจิตใจเยาวชน
          3)    เยาวชนเสพติดบุหรี่เพราะการโฆษณา
          4)    สื่อมวลชนต่างๆส่งเสริมให้เยาวชนเสพติดบุหรี่

2. จากข้อความข้างต้น ถ้าจะให้ประชาชนเลิกสูบบุหรี่ควรดำเนินการอย่างไร
           1)    ห้ามโฆษณาสินค้าบุหรี่ทางสื่อมวลชนทุกชนิด
           2)    ลดการเสพติดบุหรี่ในหมู่เด็กและเยาวชน
           3)    ห้ามโรงงานยาสูบผลิตบุหรี่ออกมาจำหน่าย
           4)    ควบคุมการโฆษณาสินค้าบุหรี่อย่างกว้างขวาง
 
      ศิลปหัตถกรรมไทยนั้นมีประวัติย้อนหลังไปยาวนานนับเป็นพันปี จากหลักฐานโบราณวัตถุที่ขุดพบในประเทศของเรา เช่นสิ่งของเครื่องใช้ขุดพบที่บ้านเก่า ตำบลจระเข้เผือก อำเภอเมือง จังหวัด      กาญจนบุรี หรือเครื่องปั้นดินเผาขุดพบที่บ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ที่มีรูปทรงแปลกตา และลวดลายการเขียนสีวิจิตรพิสดาร จัดเป็นศิลปหัตถกรรมล้ำค่าซึ่งนักประวัติศาสตร์ และนักโบราณคดีเชื่อกันว่า ดินแดนประเทศไทยของเรานี้เคยเป็นที่อยู่ของกลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมอันสูงส่ง ชนกลุ่มนี้ประกอบด้วยหลายเชื้อชาติรวมทั้งคนไทย ซึ่งจากหลักฐานที่พบใหม่เชื่อว่าชาติไทยของเรามีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ในบริเวณนี้มิได้อพยพมาจากที่ใด และศิลปหัตถกรรมในดินแดนนี้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่บรรพบุรุษไทยสร้างไว้จนตกทอดเป็นสมบัติแห่งความภูมิใจถึงปัจจุบัน
3.  ข้อความนี้กล่าวถึงสิ่งใดเป็นสำคัญ
          1)    กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมสูงส่ง       
          2)    โบราณวัตถุในประเทศไทย
          3)    ความภูมิใจในศิลปหัตถกรรม     
          4)    การทำงานของนักโบราณคดี
 
4.  ข้อใดถูกต้องตามเนื้อหานี้
          1)    ชนชาติไทยอพยพจากที่อื่นมาตั้งมั่นในประเทศไทย
           2)    คนไทยได้รับมรดกตกทอดจากชนชาติที่มีวัฒนธรรมสูง
           3)    คนเชื้อชาติต่าง ๆ รวมทั้งคนไทยมีวัฒนธรรมสูงส่งมานานนับพันปี
           4)    ประเทศไทยเคยเป็นที่อยู่ของกลุ่มชนหลายเชื้อชาตินอกจากคนไทย

5. ข้อใดจำเป็นต้องใช้คำภาษาต่างประเทศ
          1)   วันนี้สมศรีจะไปรับค่าสปอนเซอร์ที่บริษัทคุณป้าซึ่งอยู่ที่ถนนสาทร
          2)  สมปองจะใช้หนี้เรา ถ้าเธอได้เปอร์เซ็นต์จากการจำหน่ายเครื่องสำอาง
          3)    ทุกครั้งที่ไปกินข้าวนอกบ้าน คุณแม่จะให้ค่าทิปแก่พนักงาน
          4)   บริษัทของชูศักดิ์เป็นผู้แทนจำหน่ายลิฟต์แก้วแห่งเดียวในประเทศไทย

6.  ข้อใดไม่ใช่ประโยคความซ้อน
          1)   สิ่งที่เขาตั้งใจกระทำให้พ่อแม่  คือการตั้งใจเรียนและการเป็นคนดี
          2)   สะพานแห่งใหม่ที่เพิ่งจะเปิดใช้ช่วยจราจรคล่องตัวขึ้น
          3)   ตึกแถวริมถนนใหญ่ที่หน้าบ้านฉันถูกทุบทิ้งไปแล้ว
          4)   เขาขายรถยนต์คันที่ถูกรางวัลกาชาดไปเมื่อวานนี้

7. ข้อใดใช้ราชาศัพท์ถูกต้อง
         สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ................ นำ ................ ทั้งสองไปเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
          1)   เสด็จฯ  พระราชอาคันตุกะ                             
           2)  ทรงพระราชดำเนิน  พระราชอาคันตุกะ
           3)   ทรงพระดำเนิน  พระราชอาคันตุกะ                               
           4)  เสด็จพระดำเนิน  พระราชอาคันตุกะ

8.  จงเรียงลำดับข้อความต่อไปนี้ตามระดับของภาษาโดยเริ่มจากภาษาระดับ ทางการ กึ่งทางการ ไม่เป็นทางการ และกันเอง
       (1)ทำไมผู้หญิงที่มีลูกแล้วถึงอ้วน  สาเหตุที่คนมัก นึกไม่ถึงคือแม่เสียดายของที่ลูกกินเหลือ
       (2)ผู้หญิงที่ปล่อยให้พุงพลุ้ยเป็นพะโล้อย่างนี้ นอกจากจะดูไม่ได้แล้วยังจะตายไวเสียด้วย
       (3)การประชุมวิชาการเรื่องโรคอ้วนครั้งนี้  จัดขึ้นเนื่องจากโรคอ้วนเป็นปัญหาทางสุขภาพ ที่ทุก
            ประเทศทั่วโลกกำลังประสบอยู่
       (4)การลดน้ำหนักด้วยวิธีง่ายๆ นั้น เราจะต้องควบคุมอาหารและหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง
          1)  4., 1., 3. และ 2.                                           
          2)  2.     3., 1., 2. และ 4.
          3)  3., 4., 1. และ 2.                                           
          4)  4., 1., 2. และ 3         
 
9. ข้อใดใช้ภาษากระชับ
          1)   เคล็ดลับในการทำแกงส้มไม่ให้มีกลิ่นคาวคือ ต้องใส่ปลาในแกงขณะที่น้ำแกงกำลังเดือด
          2)   นำพริกใส่ครก โขลกเบา ๆ พอให้เม็ดพริกแตกไม่ต้องให้ละเอียดมาก
          3)   มีผู้กล่าวว่าคนที่กินผักกินปลาเป็นประจำจะไม่ค่อยเป็นโรคหัวใจ
          4)   นำเนื้อหมูสับใส่ครกตำคลุกรวมให้เป็นเนื้อเดียวกัน

10.  ข้อใดเป็นน้ำเสียงของผู้กล่าวข้อความต่อไปนี้
               “ความผิดพลาดครั้งนี้เกิดจากความชุ่ยของกรรมการสรรหาที่เป็นตัวแทนพรรคการเมือง ดันทุรังสวมบทศรีธนญชัยตีความกฎหมายเข้าทางตนเอง โดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายและความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”
          1)    ไม่พอใจคณะกรรมการสรรหา
          2)    ไม่พอใจการสรรหาที่ไม่เป็นธรรม
          3)    ไม่พอใจที่นักการเมืองเข้าข้างตนเอง
          4)    ไม่พอใจการตีความกฎหมายของนักการเมือง
11.  ข้อใด ไม่ จำเป็นต้องใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ
          1)   เขาคิดจะปลูกบ้านแบบบังกะโลสักหลังหนึ่ง
          2)   เขาจัดฉลากได้เบอร์หนึ่ง จึงต้องพูดหน้าชั้นเป็นคนแรก
          3)   นักศึกษาปีที่ 1 ซ้อมร้องเพลงเชียร์ทุกเย็นตลอดเดือนนี้
          4)   มหาวิทยาลัยจะจ่ายเงินเป็นเช็ค ถ้าจำนวนเงินเกิน 5,000 บาท

12. ข้อใดใช้สำนวนถูกต้อง
         1)   เรื่องมันล่วงเลยมาตั้งนานแล้ว คุณจะแกว่งเท้าหาเสี้ยนให้กลับเป็นเรื่องราวขึ้นมาทำไมอีก
         2)   มีข่าวความไม่สงบเกิดขึ้นทีไร ชาวบ้านก็ซื้อสินค้าไปตุนกันจนแทบหมดห้าง วันนี้ห้างเลยเงียบเป็นเป่าสาก
         3)   เป็นลูกผู้หญิงต้องละเมียดละไม จะหยิบจับอะไรก็ให้เบามือหน่อย ข้าวของจะได้ไม่เสียหายเหมือนที่ว่าบัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น
         4)   คุณมีตำแหน่งใหญ่ขึ้นมาอย่างนี้ อย่าเชื่อคำพูดหรือคำสนับสนุนของคนที่อยู่แวดล้อมให้มากนักพวกลูกขุนพลอยพยักจะทำให้คุณลำบาก
 
13.   ข้อความต่อไปนี้เป็นโวหารชนิดใด
                “สารอาหารในข้าวกล้องจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและช่วยป้องกันโรคอ้วน ข้าวกล้องมีสารเส้นใยมากกว่าข้าวขาว 8 เท่า ข้าวกล้องจะช่วยดูดซับไขมันและน้ำตาลในอาหารแล้วขับออกมาเป็นกากอาหาร ทำให้ไขมันและน้ำตาลซึมเข้ากระแสเลือดน้อยลง”
          1)    บรรยายโวหาร                                   
          2)  พรรณนาโวหาร
          3)    อธิบายโวหาร                                   
          4)  สาธกโวหาร

14.  ข้อใดสอดคล้องกับสาระในข้อความต่อไปนี้มากที่สุด
               “คนที่ประสบความสำเร็จนั้นคือคนที่ไม่เพียงแต่เพลิดเพลินชื่นชมกับความคิดของคน หากแต่ถลกแขนเสื้อลงลุยงานอย่างแท้จริงด้วย”
         1)   ความสำเร็จเกิดจากความฝัน
         2)   ความสำเร็จเกิดจากการปฏิบัติจริง
         3)   ความสำเร็จเกิดจากการคิดและทำจริง
         4)   ความสำเร็จเกิดจากความพอใจและความมุ่งมั่น

15.   ข้อใดเป็นเจตนาที่ชัดเจนที่สุดของผู้กล่าวข้อความต่อไปนี้
               “มนุษย์ทุกคนมีความต้องการเป็นพื้นฐาน เมื่อใดคุณไม่มีความต้องการ คุณก็ไม่ต้องเอาชนะ แต่ถ้าคุณยังมีความต้องการ แล้วคุณจะทำอย่างไร ให้ได้สิ่งที่คุณต้องการ”
         1)   ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์ยังตัดกิเลสไม่ได้
         2)   แนะนำให้คนทำทุกสิ่งตามที่ต้องการ
         3)   กระตุ้นให้คนหาวิธีสนองความปรารถนาของคน
         4)   บอกให้ทราบว่ามนุษย์มีความทะยานอยากไม่สิ้นสุด

16.   ข้อใดใช้คำฟุ่มเฟือย
         1)   ความเครียดนับวันจะเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาสังคมถึงขั้นวิกฤต
         2)  ปัญหาสุขภาพจิตเป็นผลจากความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ
         3)   ผู้คนในหลายประเทศกำลังให้ความสนใจในการใช้สมุนไพรลดความเครียด
         4)   สมุนไพรคลายเครียดมีทั้งที่เป็นอาหารเครื่องดื่ม เช่น ชาชงสมุนไพรชนิดต่างๆ และน้ำมันหอมระเหย
 
17.   ข้อใดเป็นความคิดของผู้เขียนข้อความต่อไปนี้
               “การศึกษาที่ดีควรเป็นการศึกษาที่กระตุ้นให้ผู้เรียนช่างสังเกต รู้จักคิด รู้จักตั้งคำถาม และรู้จักใช้เหตุผล ไม่ใช่สักแต่เป็นฝ่ายรับอย่างเดียว”
         1)   ผู้สอนต้องสอนให้ผู้เรียนมีความรู้ คิดเป็น ถามเป็น และมีเหตุผล
         2)   ผู้เรียนต้องรู้จักสังเกต คิด ถาม และใช้เหตุผลตามที่ครูสอน
         3)   ผู้สอนมีหน้าที่สอนให้ผู้เรียนคิด  ไม่ใช้สอนแต่เนื้อหาวิชาเท่านั้น
         4)   ผู้เรียนควรเรียนรู้ด้วยตนเองนอกเหนือจากที่ครูสอน

18.   ข้อใดสะกดผิดทุกคำ
         1)    ก๊าซ  แก๊ส  น้ำมันก้าด                               
         2)  โคมา  เอ็กซเรย์  โควต้า
         3)    คอนแวน  ชอล์ค  คอนเสิร์ต                     
         4)  นิวเคลียร์  นิวเคลียส  นิวตรอน

19.   ข้อใดอ่านผิด
         1)    สมรรถภาพ อ่านว่า สะ–หมัด–ถะ–พาบ
         2)    ปราชัย อ่านว่า ปะ – รา – ไช
         3)    ปัจนึก  อ่านว่า  ปัด – จะ – หนึก
         4)    มณฑก  อ่านว่า  มน – ทก

20.   สีสังเคราะห์ที่ใส่ในอาหารเป็นสารเคมีที่คนทำขึ้น ต้องระวังว่าสีสังเคราะห์นั้นมี..........หรือไม่  เมื่อกินเข้าไปดังนั้นคณะกรรมการอาหารและยาของทุกประเทศจึงต้อ4..........โดยประกาศว่าสีอะไรบ้างที่..........ให้เติมลงในอาหารได้ ถึงกระนั้นก็ยังมีคน..........ฝ่าฝืนเติมสีที่กินไม่ได้ลงในอาหาร
         1)    อันตราย  ดูแล อนุมัติ  เห็นแก่ตัว
         2)    พิษภัย  ควบคุม  อนุญาต  เห็นแก่ได้
         3)    พิษ  กวดขัน  อนุโลม  มักง่าย
         4)    ภัย  เข้มงวด  ยินยอม  มักได้

21.   เด็กคนนี้เป็นคน..........ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน อีกไม่ช้าก็คงเปลี่ยนงานใหม่ทั้งมีใจ..........เดี๋ยวต้องการจะเข้าเรียนต่อ เดี๋ยวไม่ต้องการ
          1)    หยิบหย่ง  รวนเร                                 
          2)  เกียจคร้าน  โลเล
          3)    จับจด  รวนเร                                               
          4)  สำรวย  เหลาะแหละ
 
22.        “เราจะเรียกร้องเราย่อมต้องการให้เขา.........
       ถ้าเราชี้แจงเราย่อมต้องการให้เขา..........
       ถ้าเราขอร้องเราย่อมต้องการให้เขา...........
        ถ้าเราวิงวอนเราย่อมต้องการให้เขา..........
         1)    สนใจ  เข้าใจ  ตามใจ  กลับใจ               
         2)  สนใจ  เข้าใจ  เห็นใจ  เปลี่ยนใจ
         3)    เข้าใจ  สนใจ  กลับใจ  เปลี่ยนใจ           
         4)  เข้าใจ  สนใจ  เห็นใจ  กลับใจ

23.   สำนวนในข้อใดที่มีความหมายอยู่ในแนวเดียวกันทั้งหมด
         1)    ตาบอดได้แว่น  ไก่ได้พลอย  กิ้งก่าได้ทอง
         2)    เหยียบเรือสองแคม  คาบลูกคาบดอก จับปลาสองมือ
         3)    ดาบสองคม  หนามยอกอก  หอกข้างแคร่
         4)    หน้าเนื้อใจเสือ  ปากหวานก้นเปรี้ยว ชีปล่อยปลาแห้ง
               ศัพท์ว่า “ปัญญา” นั้น               แปลและรู้กันก็คือ
         ความรอบรู้  จักรู้ตาม                     ควรจะรู้จากอะไรใด
         รู้ได้รู้ให้เด่น                                  ใช้ก็ให้เป็นประโยชน์ไป
         ย่อมเป็นปัญญาใน                        ทุกสถานหมายเสมือนกัน
         สิ่งเช่นเห็นด้วยตา                        ยินกะหูมาประมวลสรรพ์
         ทราบได้ด้วยใจอัน                         เกี่ยวกะอาจรู้เจริญไว

24. “ปัญญา” ตามความคิดของผู้แต่งตรงกับข้อใด
         1)    รอบรู้                                               
         2)  รู้ลึกซึ้ง
         3)    รู้ด้วยใจ                                           
         4)  รู้เฉพาะทาง

25.  ข้อใดเป็นจุดมุ่งหมายของผู้แต่ง
         1)    แสดงทรรศนะ                               
         2)  โน้มน้าวใจ
         3)    ให้ความรู้                                       
         4)  เสนอความจริง

26. ในข้อความต่อไปนี้ มีที่สะกดผิดกี่คำ
               “พายุพัดกระหน่ำรุนแรงขึ้น กลาสีเรือพยายามช่วยผู้โดยสารอย่างเต็มที่ ทองโปรยพยายามจะยืนขึ้นแต่ขาของเธอเป็นตะคิวเสียแล้ว ผู้โดยสารส่วนใหญ่เฮโลไปที่กาบเรือ ดังนั้นเมื่อคลื่นลูกใหญ่ซัดเข้ามาปะทะเรือก็จมลง”
         1)  1  คำ                                                               
         2)  2  คำ
         3)  3  คำ                                                               
         4)  4  คำ           
 
27. คำในข้อใดอ่านออกเสียงได้ทั้งสองอย่าง
         1)    ผลิต  อ่านว่า  ผลิด หรือ ผะ-หลิด
         2)    เอิกเกริก  อ่านว่า เอิก – เกริก หรือ เอิก – กะ – เหริก
         3)    ภาชนะ  อ่านว่า พา – ชะ – นะ หรือ พาด – ชะ – นะ
         4)    คุณวุฒิ  อ่านว่า คุน – นะ – วุด หรือ คุน – วุด – ทิ

28. ข้อใดจำเป็นต้องใช้คำทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
         1)   โรงพิมพ์ส่งงานพิมพ์มาให้ตรวจปรู๊ฟที่สองแล้ว
         2)   ห้างสรรพสินค้าที่เปิดใหม่มักจะมีของแถมแจกฟรีแก่ลูกค้า
         3)   นักศึกษาที่เรียนที่ได้เกรดเอห้าวิชาในเทอมใดจะได้รับการยกเว้นค่าหน่วยกิตในเทอมต่อไป
         4)   นักกีฬาวีลแชร์ของไทยได้เหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาคนพิการที่ประเทศออสเตรเลีย

29. ข้อใดเป็นการเขียนแบบอธิบาย
         1)   เมื่อออกนอกตัวกรุงเทพมหานคร  อาคารบ้านเรือนและรถราค่อยบางตาลง
         2)   มัคคุเทศก์นำนักท่องเที่ยวลงจากรถมาชมแปลงนาสาธิตของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
         3)   การทำนาเริ่มด้วยการดายหญ้าและไถนาเตรียมดินก่อนลงมือหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว
         4)   ต้นข้าวซึ่งบรรดาชาวนาดูแลเอาใจใส่พากันงอกงามอวดรวงสีทองสะพรั่ง

                “เราทุกคนปล่อยปละละเลยให้โลกตกลงสู่ที่ต่ำ ไม่ประคับประคอบค้ำจุนไว้ด้วยพลังที่เข้มแข็ง พลังที่จะประคับประคองโลกได้ต้องเป็นพลังของความดีเท่านั้น ไม่ใช่พลังอื่นใดทั้งสิ้น ความดีมีมากมายหลายประการแต่อาจรวมลงได้ในจุดสำคัญที่สุดคือพลังของเมตตาที่จะค้ำจุนโลกได้ โลกจะลอยเด่นเป็นสง่าสว่างไสวไกลทุกข์ไกลร้อนนานาประการด้วยพลังค้ำจุนเมตตา”
30.   ข้อใดคือจุดมุ่งหมายของผู้เขียน
         1)  บอกกล่าว                                                       
         2)  แนะนำ
         3)  ติเตียน                                                             
         4)  ตักเตือน

31. ข้อใดมีคำซ้ำที่แสดงความหมายต่างจากข้ออื่น
         1)    แม่นวดแป้งแล้วปั้นเป็นลูกกลมๆ
         2)    แยกๆ กันไปกินอาหารจะได้ออกรถเร็วขึ้น
         3)    สมพรอยากย้ายบ้านไปอยู่ใกล้ๆ ที่ทำงาน     
         4)    อายุเกิน 80 แล้วยังชอบใส่เสื้อผ้าสีสดๆ
 
32. ข้อใด ไม่ มีคำพ้องความหมาย
         1)    ไอยรา  ราชสีห์  กุญชร                             
         2)  ลำธาร  ชลาสินธุ์  มัจฉา
         3)    เทเวศร์  อัจฉรา  สุรารักษ์                         
         4)  สิงขร  เวหาสน์  วนาดร

33. ข้อใดใช้สำนวนพังเพยได้ถูกต้อง
         1)    พอลืมตาอ้าปากได้  ทุกคนก็รู้สึกหิวข้าวทันที
         2)    คนสมัยนี้ชอบกินข้าวแดงแกงร้อนเพราะเป็นอาหารสุขภาพ
         3)    หลังเลิกเรียนแม่จะเตรียมข้าวใหม่ปลามันไว้ให้ลูกกิน
         4)    การลงทุนต้องดูจังหวะ เมื่อโอกาสดีน้ำขึ้นให้รีบตักจะได้กำไรงาม

34. ข้อใดใช้สำนวนผิด
          1)    วารุณีไม่ชอบทำงานเพราะเธอเป็นคนประเภทถนิมสร้อย
          2)    ผู้ใหญ่จะสอนเสมอว่าเวรกรรมนั้นจะส่งผลต่อผู้ทำเหมือนกงเกวียนกำเกวียน
          3)    เขาเอาใจออกห่างโดยไปเข้ากับศัตรูของเรา
          4)  ความรู้ที่เธอสอนเขานั้นยากเกินที่เขาจะรับได้เหมือนกับสีซอให้ควายฟัง

35. ข้อใดใช้สำนวนพังเพยไม่ถูกต้อง
          1)    อย่าทำงานอย่างแก้ผ้าเอาหน้ารอด
          2)    เขาทำตัวเหมือนงูเห่าที่เนรคุณคนที่เคยช่วยเหลือ
          3)    พวกหมาเห่าใบตองแห้งพอเจอของจริงก็หนีหมด
          4)    นักเรียนมีหนังสือดีแต่ไม่ยอมอ่าน  ก็เหมือนไก่ได้พลอย

36. ข้อใดเป็นการโน้มน้าวใจ
          1) สื่อมวลชนต้องเร่งเร้าให้ผู้คนดำรงชีวิตอยู่อย่างประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย
           2)    ประชาชนต้องดำรงชีวิตอย่างประหยัด ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร
           3)    ข้าราชการจะต้องทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ประหยัดเงินทุกบาททุกสตางค์ของรัฐ
           4)    หากทุกฝ่ายร่วมมืออย่างเต็มความสามารถ ประเทศของเราก็คงพ้นวิกฤตการณ์

37.   ข้อใดไม่ใช่แนวคิดที่ปรากฏในข้อความต่อไปนี้
               “ถ้าคนประพฤติอย่างเช่นสัตว์ดิรัจฉานแล้วจะไม่มีประโยชน์อันใดยิ่งกว่าสัตว์ดิรัจฉานบางพวกไปอีก เพราะฉะนั้นจงอุตสาหะที่จะเรียนวิชาเข้ามาเป็นกำลังที่จะทำตัวให้ดีกว่าสัตว์ดิรัจฉานให้จงได้”
          1)    คนควรศึกษาเล่าเรียนให้ชีวิตมีประโยชน์
          2)    คนที่ไร้ค่าก็เหมือนสัตว์ดิรัจฉานบางพวก
          3)    วิชาความรู้ทำให้คนต่างจากสัตว์ดิรัจฉาน
          4)    ความขยันหมั่นเพียรเป็นวิถีทางสร้างค่าของชีวิต
 
38.   ข้อใดเป็นประโยคที่สมบูรณ์
          1)    หนึ่งในบรรดาสารพิษหรือสารเคมีที่นำมาใช้ในอุตสาหกรรมเพื่อการผลิตภาชนะบรรจุอาหาร
          2)    เมื่อท่านทราบแล้วว่าอันตรายจากการบริโภคอาหารที่ใส่ถุงกระดาษหนังสือพิมพ์มีมากเพียงใด
          3)  องค์การอนามัยโลกซึ่งชี้ปัญหาการขาดแคลนธาตุไอโอดีนว่ามักจะมีในประชากรที่อาศัย   
อยู่บริเวณเทือกเขา
          4)  การที่จะขจัดโรคขาดสารอาหารในเด็กให้ หมดไปจำเป็นต้องรณรงค์ให้เฝ้าระวังโภชนาการของเด็กเป็นประจำ

39.  ข้อใดเป็นสาระสำคัญของคำประพันธ์ต่อไปนี้
                 “เวรมาทันแล้ว           จึงจำแคล้วแก้วโกมล
         ให้แค้นแสนสุดทน              ทุกข์ถึงเจ้าเศร้าเสียดาย”
          1)       ความอาลัยรักที่ระงับได้ด้วยกฎแห่งกรรมและอุเบกขา
          2)       ความขัดแย้งกับโชคชะตาที่ทำให้ทุกข์ทรมานใจอย่างสาหัส
          3)       ความขัดแย้งที่ต้องยอมรับความจริงกับความอัดอั้นและทุกข์ใจ
          4)       ความเด็ดเดี่ยวเพราะอาศัยหลักศาสนาช่วยหักห้ามใจคลายทุกข์

40. คำประพันธ์ต่อไปนี้มีแนวคิดหลักที่เด่นชัดตามข้อใด
               พรากหายใช่พรากร้าง          นิรันดร์กาล
         มีพรากมีพบพาน                        เพื่อนพ้อง
         ชิงโศกโศกพาผลาญ                   เผาจิต
         วันหนึ่งนั้นจักต้อง                       กลับร้ายกลายดี
          1)    แนะให้ตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท
          2)    ให้เชื่อมั่นว่าคนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้
          3)    ปลอบใจว่าสุขทุกข์คือธรรมชาติของชีวิต
          4)    ให้กำลังใจว่าชีวิตนี้ยังมีหวัง

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
41. คำในข้อใดอ่านอย่างคำสมาส
          1)  นเรศวร                                                           
          2)  รินทร์
          3)  ผลิตผล                                                             
          4)  ธันวาคม

42. ข้อใดใช้คำราชาศัพท์ได้ถูกต้อง
          1)    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯทรงเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรตามกำหนดการ
          2)    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯทรงเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรตามหมายกำหนดการ
          3)    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรตามหมายกำหนดการ
          4)    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯเสด็จฯมาพระราชทานปริญญาบัตรตามกำหนดการ
 
43. ข้อใดใช้คำได้ถูกต้อง
          1)    นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเป็นอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
          2)    นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเป็นราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
          3)    นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเป็นพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
          4)    นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเป็นพระคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

44. ข้อใดใช้คำราชาศัพท์คำว่า “ตาย”สำหรับสมเด็จพระสังฆราชได้ถูกต้อง
          1)   สิ้นชีพิตักษัย                                                   
          2)  สิ้นพระชนม์
          3)   ถึงแก่อนิจกรรม                                             
          4)  ถึงแก่อสัญกรรม

45. ข้อใดมีคำที่สะกดผิด
          1)    พฤกษานานาพรรณส่งกลิ่นขจายตรลบไปทั่วบริเวณ
          2)    จักจั่นเรไรส่งเสียงกรีดร้องก้องไพรยามอาทิตย์อัสดง
          3)    ความมืดโรยตัวครอบคลุมไปทั่วดูวังเวงจนน่าอัศจรรย์ใจ
          4)    ทุกชีวิตที่เคยคึกคนองต่างหลับใหลมิรู้สมประดี

46. คำในข้อใดออกเสียงต่างจากพวก
          1)  บัณเฑาะว์                                                       
          2)  บัณฑิต
          3)  มณฑป                                                       
          4)  มณฑก

47. ข้อใดอ่านถูกต้อง
          1)  สวัสดิการ (สะ-วัด-ดิ-กาน)                       
          2)  อุบัติเหตุ (อุ-บัด-เหด)
          3)  ปรากฏการณ์ (ปรา-กด-กาน)                 
          4)  คุนวุฒิ (คุณ-นะ-วุด)

48. พระราชินี มีคำสั่งใช้ว่าอย่างไร
          1)  พระบรมราชโองการ                                 
          2)  พระราชเสาวนีย์
          3)  พระบรมราโชวาท                                     
          4)  พระราชดำรัส

49. คำในข้อใดเป็นคำประสม
          1)   ตะกร้า                                                       
          2)  เร็วๆ
          3)   หลังคา                                                             
          4)  ข้อ 1 และ 3

50. ประโยคข้อใดมีความหมายไม่ชัดเจน
          1)    พ่อเลี้ยงของฉันเป็นคนดี       
          2)    เขานั่งรถไปกับเพื่อนสองคน
          3)    ตำรวจกำลังสอบสวนผู้ต้องหา
          4)    คุณไม่น่าขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่
 
51. ข้อใดให้ภาพพจน์ในด้านความรู้สึกมากที่สุด
          1)    พิศดูหมู่มัจฉา                    ว่ายแหวกมาในสาคร
          2)    แมลงภู่คู่เคียงว่าย               เห็นคล้ายคล้ายน่าชมเชย
          3)    เนื้ออ่อนอ่อนแต่ชื่อ               เนื้อน้องหรืออ่อนทั้งกาย
          4)    ปลาเสือเหลืองที่ตา              เลื่อมแหลมกว่าปลาทั้งปวง

52. “แม่แปรก”ข้อใดอ่านถูกต้อง
          1) แม่-ปะ-แหรก                             
          2) แม่-ปะ-แรก
          3) แม่-ปะ-หรก                               
          4) แม่-แป-รก

53. ข้อใดใช้ลักษณนามถูกต้อง “งาช้าง   หวี”
          1) กิ่ง   เล่ม                                   
          2) งา   ด้าม
          3) อัน   เล่ม                                   
          4) ท่อน   อัน

54. จงเลือกสำนวนไทยประเภทที่มีเสียงสัมผัส
          1) ต้นไม้ตายเพราะลูก                       
          2) ข้าวแดงแกงร้อน
          3) กินปูนร้อนท้อง                             
          4) ชี้นกเป็นไม้
55. ข้อใดมีลักษณะนามถูกต้อง “ลูกหนี้  คดี”
          1) คน   ราย                                   
          2) ราย   เรื่อง
          3) เจ้า   ราย                                 
          4) คน   คดี

56. ราชาศัพท์ที่แปลว่า “ต้องการ”สำหรับพระเจ้าแผ่นดินใช้ว่าอย่างไร
          1) มีพระประสงค์                             
          2) มีพระราชประสงค์
          3) ทรงต้องพระราชประสงค์                 
          4) ต้องพระราชประสงค์

57. “คนที่ไม่น่าไว้วางใจเพราะทำตัวกลับกลอกโลเล  ทำตนเข้าด้วยทั้งสองฝ่าย” ตรงกับสำนวนข้อใด
          1) นกสองหัว                                 
          2) ชักแม่น้ำทั้งห้า
          3) ติเรือทั้งโกลน                             
          4) ชักน้ำเข้าลึก  ชักศึกเข้าบ้าน

58. พระเจ้าแผ่นดิน “ทรงศีล”หมายความว่า
          1) ถือศีล                                       
          2) จำศีล
          3) รับศีล                                       
          4) ฟังศีล

59. ข้อใดมีวรรณยุกต์ครบทั้ง 5 เสียง
          1) เป็นทุ่งนาแฝกแซมขึ้นแกมกัน           
          2) กระเด็นพร่างพราวราวกับพลอย
          3) ออกสุดบ้านฝ่ายทวารอรัญวา           
          4) ระลอกซัดสาดกระเซ็นขึ้น เต้นหยอย

60. ข้อใดมีคำราชาศัพท์ที่เกิดจากการประสม
          1) ซับพระพักตร์                             
          2) ห้องเครื่อง
          3) เสด็จพระราชดำเนิน                       
          4) พระราชธิดา
 
61.   “ฉันจะแจ้งความว่าเธอ.........เข้ามาในบ้านฉันยามวิกาล”
          1) ล่วงล้ำ                                     
          2) ข้ามเขตหวงห้ามยามวิกาล
          3) บุกรุก                                       
          4) รุกล้ำ

62.   ผู้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดแต่ซ่อนความฉลาดนั้นไว้ยังไม่แสดงออกมาเมื่อยังไม่ถึงเวลาอันสมควรตรงกับสำนวน
          1) ชักใบให้เรือเสีย                                     
          2) คมในฝัก
          3) ไข่ในหิน                                   
          4) เพชรในตม

63.  “ชักชวนผู้อื่นให้ใจรวนเรเปลี่ยนการประทำที่ดีอยู่แล้วให้ผิดแนวไป”ตรงกับสำนวนข้อใด
          1) เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม                 
          2) ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน
          3) คนคบพาลพาลพาไปหาผิด             
          4) ชักใบให้เรือเสีย

64. ข้อใดไม่ใช่คำสมาสทั้ง 2 คำ
          1) วัฒนธรรม  อักษรศาสตร์               
          2) พุทธรัตนะ  ทิพโสดา
          3) ราชบุตร    สังฆทาน                     
          4) ราชวัง  ผลไม้

65.   ข้อความข้อใดต่อไปนี้ที่แสดงความรู้สึกผิดหวังและเศร้าใจ
          1) โกรธยิ่งนัก   แค้นยิ่งนัก  แค้นเจ้ายาเสพติด เอาไปเผาทิ้งลงทะเล                           
          2) เพราะเราไม่เข้าใจกัน  จึงไม่มีฉันและไม่มีเธอ เพราะเราไม่เข้าใจกันนะเออ
          3) ไม่อยากจะคิดสงสาร  ไม่อยากจะคิดสงสาร เมื่อเห็นสาวจันทร์มองเพลิน มีแฟนแล้วเขาก็เมิน
          4) เธอเป็นนางพิมพ์ของใครมาก่อน  คนทั่วทั้งนครเขาก็รู้ทั่วกัน  ฉันรักเธอแน่นอนมิเคยนึกหวั่น

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
แนวข้อสอบประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ.2553



จรรยาบรรณตำรวจ
1. การพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคลทุกระดับ คำนึงถึงเรื่องใด
ก. พฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว
ข. ความสามารถ การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว
ค. ความรู้ การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว
ง. ความอาวุโส การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว

ตอบ ก. พฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว
ข้อ 4 ในการพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคล ทั้งในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการหรือหน่วยเทียบเท่ากองบัญชาการ กองบังคับการ กองกำกับการ สถานีตำรวจ และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ควรคำนึงถึงพฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าวด้วย

2. กรอบแห่งการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการตำรวจคืออะไร
ก.จรรยาบรรณตำรวจตามกฏศีลธรรม
ข.จริยธรรมและจรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือนด้วย
ค.ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ ก.ตร.
ง.ถูกหมด

ตอบ ค.ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ ก.ตร.
ข้อ 2 ให้ใช้ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ ก.ตร.นี้ เป็นกรอบแห่งการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการตำรวจ

3. กฎ ก.ตร. เรื่องประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ นี้ ให้ใช้บังคับเมื่อใด?
ก.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันมีพระราชโองการ
ข.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ก.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกฤษฏีกา
ก.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศกฏกระทรวง

ตอบ ข.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
กฎ ก.ตร. นี้ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

4. หน่วยงานระดับใดบ้างที่ควรคำนึงพฤติกรรม การปฏิบัติตนตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ เมื่อมีการพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคล ?
ก.ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ข.ระดับกองบัญชาการหรือหน่วยเทียบเท่ากองบัญชาการ กองบังคับการ
ค.ระดับกองกำกับการ สถานีตำรวจ และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น
ง.ทุกระดับ

ตอบ ง.ทุกระดับ

ข้อ 4 ในการพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคล ทั้งในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการหรือหน่วยเทียบเท่ากองบัญชาการ กองบังคับการ กองกำกับการ สถานีตำรวจ และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ควรคำนึงถึงพฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าวด้วย

5.หน่วยใดทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณธรรมของข้าราชการตำรวจ ?
ก.โรงเรียนพระปริยยัติธรรมทุกแห่ง
ข.ศูนย์วัฒธรรมแห่งประเทศไทย
ค.กระทรวงศึกษาธิการ
ง.กองบัญชาการศึกษา

ตอบ. ง.กองบัญชาการศึกษา

ให้กองบัญชาการศึกษาทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณธรรมของข้าราชการตำรวจ มีหน้าที่กำหนดตัวชี้วัดและหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานและข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ รวมทั้งรณรงค์ ส่งเสริม ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ กำหนดหลักสูตร พัฒนาและฝึกอบรมข้าราชการตำรวจเกี่ยวกับจริยธรรมและจรรยาบรรณ รวมทั้งสร้างเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมจริยธรรมและจรรยาบรรณของข้าราชการตำรวจให้เทียบเท่าระดับสากล


6.หากผู้บังคับบัญชาไม่สอดส่องดูแลการประพฤติตามประมวลจริยธรรมของผู้ใต้บังคับบัญชาให้ถือว่าใครเป็นผู้จงใจละเมิดฝ่าฝื่นประมวลจริยธรรม
ก. ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสอดส่องดูแล
ข.ให้จเรตำรวจแห่งชาติรับหน้าที่ติดตาม
ค.ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชานั้นจงใจละเมิด หรือ ฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมนั้น
ง.ถูกหมด

ตอง ค.

7. จเรตำรวจมีหน้าที่และอำนาจอย่างไรบ้าง?
ก.ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ
ข.ให้ความเป็นธรรมในการร้องทุกข์ผู้ใต้บังคับบัญชา
ค.ทำหน้าที่แทน ผบ.ตร.ทุกอย่างที่มอบหมาย
ง.ถูกหมด

ตอบ ก.

8.สตช.วางระเบียบเกี่ยวกับการรายงานดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในกี่วันนับแต่ กฎ ก.ตร.นี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา?
ก. 7 วัน ข. 15 วัน ค.30 วัน ง.45 วัน

ตอบ ง.45 (9 – 10 )

9.การสอดส่องดูแลการรักษาประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจเป็นหน้าที่ของใคร
ก. จเรตำรวจแห่งชาติ ข.ผบ.ตร. ค.ผู้บังคับบัญชาทุกคน ง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตอบ ค.( ข้อ 9

10.สถาบันการฝึกอบรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องนำประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจไปกำหนดเป็นเรื่องใด?
ก.กำหนดเป็นระเบียบในอำนาจหน้าที่เพื่อใช้บังคับตำรวจ
ข.กำหนดเป็นกฎ กระทรวงเพื่อความรับผิดชอบ ในการปฏิบัติตนของตำรวจทุกหน่วย
ค.กำหนดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
ง.กำหนดเป็นระเบียบปฏิบัติเพื่อความรับผิดชอบ ผู้บังคับบัญชา

ตอบ ค.กำหนดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
กฎ ก.ตร.
ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553
1.    กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553 มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดกี่วัน
ก. 30 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    ข. 45 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    ค. 60 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    ง. 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ตอบ  ค.   60 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
2.    ในการแต่ตั้งข้าราชการตำรวจตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
    ก. ควรคำนึง พฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคล
    ข. พิจารณาจากความรู้ความสามารถ
    ค. ต้องผ่านอบรมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ
    ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ  ก. ควรคำนึง พฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคล
3.    หน่วยงานใดทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณภาพของข้าราชการตำรวจ
    ก. กองบัญชาการศึกษา                ข. สถาบันฝึกอบรม
    ค. จเรตำรวจแห่งชาติ                ง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตอบ   ก. กองบัญชาการศึกษา
4.    กองบัญชาการศึกษามีหน้าที่อะไร
ก.    กำหนดชี้วัดและหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานข้าราชการตำรวจที่ประพฤติดีเยี่ยม
ข.    รณรงค์ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่กำหนดกำหนดหลักสูตรพัฒนาและฝึกอบรมข้าราชการตำรวจเกี่ยวกับจริยธรรมและจรรยาบรรณ
ค.    สร้างเครื่องข่ายทั้งภายในและภายนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อส่งเสริมจริยธรรมและจรรยาบรรณของข้าราชการตำรวจ
    ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.ถูกทุกข้อ
5.    การประกาศเชิดชูเกียรติข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานใด
    ก. จเรตำรวจแห่งชาติ                ข. ก.ตร.
    ค. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ            ง. ผู้อำนวยการกองบัญชาการศึกษา
ตอบ   ข. ก.ตร.
6.    การประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานและข้าราชการตำรวจในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจต้องกระทำเมื่อใด
    ก. ทุกๆ 3 เดือน                ข. ทุกๆ  6 เดือน
    ค. ทุกๆ 1 ปี                ง. ทุกๆ  2 ปี
ตอบ  ค. ทุกๆ 1 ปี
7.    หน่วยงานใดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทีต้องนำประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจไปกำหนดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอน
    ก.  จเรตำรวจแห่งชาติ                ข. กองบัญชาการศึกษา
    ค. สถานบันการฝึกอบรม                ง. ทุกหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตอบ   ค. สถานบันการฝึกอบรม   
8.    หน่วยงานใดมีอำนาจและหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
    ก.  จเรตำรวจแห่งชาติ                ข. กองบัญชาการศึกษา
    ค. สถานบันการฝึกอบรม                ง. ทุกหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตอบ   ก. จเรตำรวจแห่งชาติ
9.    หน่วยงานใดมีหน้าที่สอดส่องดูแลการรักษาประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
    ก.  จเรตำรวจแห่งชาติ                ข. กองบัญชาการศึกษา
    ค. สถานบันการฝึกอบรม                ง. ทุกหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตอบ   ก.จเรตำรวจแห่งชาติ
10.    ข้อใดคืออำนาจและหน้าที่ของจเรตำรวจแห่งชาติ
    ก. ให้คำปรึกษาและแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
    ข. จัดทำคู่มือและคำอธิบายแนวทางปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม
    ค. สอดส่องดูแลการักษาประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
    ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง. ถูกทุกข้อ

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
แนวข้อสอบ พรบ.ตํารวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 แก้ไขเพิ่มเติม



แนวข้อสอบ
พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547
********************
 
1. ผู้รักษาการตาม พ.ศ. 2547 ปัจจุบันได้แก่
                ก. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ                                               ข. พล.ต.อ. พัชวาท วงศ์สุวรรณ
                ค. นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ                                              ง.  นายเชาวรัตน์ ชาญวีรกุล
ตอบข้อ ค. นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ
2. ข้อใดเป็นอำนาจหน้าที่ของ สตช.
                ก.  ถปภ. องค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ฯ                   
                ข. ดูแลควบคุมและกำกับการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติตาม ป. วิอาญา
                ค. ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางอาญา                   
                ง. ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ  ง. ถูกทุกข้อ
3. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แบ่งส่วนราชการออกเป็นกี่ส่วน
                ก.  2 ส่วน                                           
ข.  3  ส่วน
                ค.  4  ส่วน                                           
ง.  กี่ส่วนก็ได้แล้วแต่ดุลยพินิจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ตอบข้อ ก.  2 ส่วน ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 10 บัญญัติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติแบ่งส่วนราชการออกเป็น 2 ส่วน คือ  1. สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  2. กองบัญชาการ
4. ใครเป็นอธิบดีกรมตำรวจคนแรกและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนแรก
                ก. พล. ท. พระวรางศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ , พล.ต.อ. ประชา  พรหมนอก                       
                ข. พล. ต.อ.เผ่า  ศรียานนท์ , พล.ต.อ. พรศักดิ์  ดุรรงค์วิบูลย์
                ค. พล.ต.อ. ไสว ไสวแสนยากร  , พล.ต.อ. ประชา  พรหมนอก                           
                ง. พล.ต.ท. พระยาอธิปกรณ์ประกาศ , พล.ต.อ. พจน์  บุณยะจินดา
ตอบข้อ ก. พล. ท. พระวรางศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ , พล.ต.อ. ประชา  พรหมนอก
 
 
5. “ ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยจะทำไม่ได้ ในทางที่ไม่ขัดต่อ ศีลธรรม ขนบธรรมเนียม
     ประเพณี อันดีงามและกฎหมายบ้านเมือง ” เป็นคำกล่าวของใคร
 ก. พล. ต.อ. เผ่า ศรียานนท์                              ข. จอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์
                ค. พระยามโนปกรณ์นิติธาดา                          ง.  พล.ต.อ. หลวงชาติตระการโกศล
ตอบข้อ ก. พล. ต.อ. เผ่า ศรียานนท์
6. “ ก.ต.ช. ” ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ย่อมาจากอะไร
 ก.  คณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ                   ข. คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
                ค. คณะกรรมการาชการตำรวจ                         ง. คณะกรรมการกรมตำรวจแห่งชาติ
ตอบข้อ  ข. ตามพ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 16 บัญญัติ “ ให้มีคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ คณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า  ก.ด.ช .”
7. บุคคลใดเป็นผู้บังคับข้าราชการตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
 ก. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ                          ข. นายกรัฐมนตรี
                ค. จเรตำรวจแห่งชาติ                                         ง. ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ ข.  ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 11 สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าส่วนราชการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้  (2) เป็นผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รองจากนายกรัฐมนตรี นั่นก็หมายความว่า นายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
8. คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ มีบุคคลใดดำรงตำแหน่งเป็น ประฐานกรรมการ
 ก. นายกรัฐมนตรี                                                                ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย       
                ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม                              ง. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ตอบข้อ ก.  ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ  มาตรา 17 กำหนดให้นายกรัฐมนตรีประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
9. บุคคลตามข้อใดเป็นกรรมการโดยที่ตำแหน่งของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
 ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย                           ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
                ค. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ                                          ง. ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ ง.  ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ  มาตรา 17 กำหนดให้นายกรัฐมนตรีประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ  ประกอบด้วย  นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ปลัดกระทรวงยุติธรรมเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติเป็นกรรมการโยตำแหน่ง
 
10. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ มีทั้งหมดกี่คน
 ก.  3  คน                                                                              ข.  4  คน
                ค.   7  คน                                                                             ง.  10  คน
ตอบข้อ  ข. ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ  มาตรา 17 กำหนดให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติมีทั้งหมด  4 คน
11. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ต้องมีอายุตามข้อใด
 ก.  มีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปีบริบูรณ์                                      ข.  มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์
                ค. มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบูรณ์                                       ง. มีอายุไม่ต่ำกว่า 45 ปีบริบูรณ์
ตอบข้อ  ค. ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ  มาตรา 20 กำหนดให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบูรณ์
12. ข้อใดคือคุณลักษณะต้องห้าม ของการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ
       คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
 ก. มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์                                     ข. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
                ค. ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดๆ ในพรรคการเมือง        ง. ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ  ง. ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ  มาตรา 20 ได้กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ของการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติไว้ หลายประการ อาทิเช่น อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบูรณ์  มีสัญชาติไทยโดยการเกิด  ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดๆ ในพรรคการเมือง
13. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ มีวาระ การดำรงตำแหน่งคราวละ
      กี่ปี
 ก.   2  ปี                                                                                                ข. 3  ปี
                ค.   4  ปี                                                                                                ง.   6  ปี               
ตอบข้อ  ค.  ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ  มาตรา 21 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติมีวาระ การดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้แต่จะดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้
 
14. ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร หากว่ามีการ
       แต่งตั้งตำรวจยศชั้นว่าที่พันตำรวจโทเป็นการชั่วคราว บุคคลใดดังต่อไปนี้ที่จะเป็นผู้มีอำนาจสั่ง
       แต่งตั้ง
 ก. นายกรัฐมนตรี                                               
                ข. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติโดยได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี
                ค. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ                         
                ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ตอบข้อ ค.  ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 26วรรคท้าย ในระหว่างที่ยังไม่ประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร จะแต่งตั้งว่าที่ยศตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นการชั่วคราวก็ได้ โดยให้ผู้มีอำนาจดังต่อไปนี้สั่งแต่งตั้ง
1. แต่งตั้งว่าที่ยศพลตำรวจตรีขึ้นไปให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
2. ตั้งแต่ว่าที่ยศร้อยตำรวจตรีขึ้นไปแต่ไม่สูงกว่าว่าที่ยศพันตำรวจเอก ให้ผู้บัญชาการตำรวจ
แห่งชาติ เป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
15. ข้อใดเป็นหน้าที่ของ ก.ตร.
 ก. กำหนดนโยบายและมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจและจัดระบบ
                   ราชการ        ตำรวจ                   
                ข. ออก กฎ ก.ตร. ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ หรือมีมติเกี่ยวกับการบริหารงาน
                  บุคคล
                ค. ออกระเบียบให้ สตช. รายงานเกี่ยวกับการสอบ การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนชั้น เงินเดือน
                   การดำเนินการ วินัย การออกจากราชการ
                ง.  ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ ง.  ถูกทุกข้อ
�� #�����P�้านกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนให้ยื่นต่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนภายในเจ็ดวันนับแต่วันรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือคำสั่งให้สืบสวนหรือทราบเหตุแห่งการคัดค้าน
8. การแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือสั่งให้ผู้ใดทำการสืบสวน  ประธานกรรมการหรือผู้สืบสวน  ต้องมีตำแหน่งและยศในระดับใด
ก. ไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา
ข. ถ้าเป็นราชการบริการส่วนกลาง  ประธานกรรมการหรือผู้ทำการสืบสวนต้องมียศไม่ต่ำกว่าพันตำรวจตรี
ค. ถ้าเป็นราชการส่วนภูมิภาคต้องมียศไม่ต่ำกว่าร้อยตำรวจเอก
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ
                ข้อ ๙  การแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือสั่งให้ผู้ใดทำการสืบสวน  ประธานกรรมการหรือผู้สืบสวน  ต้องมีตำแหน่งและยศไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา  และนอกจากนั้นถ้าเป็นราชการบริหารส่วนกลางประธานกรรมการหรือผู้ทำการสืบสวนต้องมียศไม่ต่ำกว่าพันตำรวจตรี  ถ้าเป็นราชการส่วนภูมิภาคต้องมียศไม่ต่ำกว่าร้อยตำรวจเอก
9. กรณีการสืบสวนข้อเท็จจริงหากสืบสวนไม่เสร็จและขออนุมัติขยายเวลาออกไปอีกหลายครั้งจนครั้งสุดท้าย  หากมีความจำเป็นจะขยายระยะเวลสืบสวนออกไปเกินกว่าสามสิบวัน  ให้เสนอขออนุมัติต่อใคร
ก. ผู้สั่งแต่งตั้งกรรมการสืบสวน
ข. ผู้บังคับบัญชาที่มอบหมาย
ค. ผู้บังคับบัญชาโดยตรง
ง. ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง
ตอบ       ง.  ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชึ้นหนึ่ง
                ในการสืบสวนเพิ่มเติมตาม ข้อ ๓๕ (๒)  ให้ดำเนินการสืบสวนให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันรับทราบคำสั่ง  หากครบกำหนดสามสืบวันแล้วยังสืบสวนไม่แล้วเสร็จให้ขออนุมัติขยายเวลาต่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวน  ให้ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนพิจารณาอนุมัติได้ตามความจำเป็น  แต่ทั้งนี้ห้ามมิให้ขยายระยะเวลาสืบสวนต่อไปอีกเกินกว่าสามสิบวัน  หากมีความจำเป็นจะขยายระยะเวลาสืบสวนออกไปเกินกว่าสามสิบวัน  ให้เสนอขออนุมัติต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง
10. ในกรณีแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน  ให้มีคณะกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการประจำอย่างน้อยกี่คน  และประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยเท่าใด
ก. หกคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยสามคน
ข. ห้าคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยสามคน
ค. สี่คน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง
ง. สามคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง
ตอบ       ง.  สามคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง
                ในกรณีแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน  ให้มีคณะกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการประจำอย่างน้อยสามคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง  โดยให้มีเลขานุการหนึ่งคน  เลขานุการอาจแต่งตั้งจากกรรมการสืบสวนคนใดคนหนึ่งก็ได้  ในกรณีจำเป็นจะให้มีผู้ช่วยเลขานุการก็ได้
                ให้นำ ข้อ ๑๒  ข้อ ๒๑  และ ข้อ ๒๒  มาใช้บังคับกับเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการโดยอนุโลม
11. คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนมีหน้าที่ตามข้อใด
ก. สามารถให้บุคคลอื่นเข้าร่วมทำการสืบสวนได้
ข. จัดทำบันทึกการปฏิบัติงานที่มีการสืบสวนไว้ทุกครั้ง
ค. รวบรวมประวัติของผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ
                ข้อ ๑๓  คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนมีหน้าที่
(๑) สืบสวนตามหลักเกณฑ์  วิธีการ  และระยะเวลาที่กำหนดในกฎ ก.ตร. นี้  เพื่อแสวงหาความจริงในเรื่องที่กล่าวหาและดูแลให้บังเกิดความยุติธรรมตลอดการสืบสวน
(๒) รวบรวมประวัติของผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กล่าวหาเท่าที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณา
(๓) จัดทำบันทึกการปฏิบัติงานที่มีการสืบสวนไว้ทุกครั้ง
(๔) ห้ามมิให้บุคคลอื่นเข้าร่วมทำการสืบสวน
12. การสืบสวนข้อเท็จจริง  คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดอย่างไร
ก. ไม่เกิน 15 วัน
ข. ไม่เกิน 30 วัน
ค. ไม่เกิน 60 วัน
ง. ไม่เกิน 90 วัน
ตอบ       ค.  ไม่เกิน 60 วัน
 สืบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดแต่งทั้งนี้ต้องไม่เกินหกสืบวันนับแต่วันที่ประธานกรรมการหรือผู้สืบสวนได้รับทราบคำสั่ง  หากครบกำหนดหกสิบวันแล้วยังไม่แล้วเสร็จ  ให้ขออนุมัติขยายเวลาต่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวน  ให้ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนพิจารณาอนุมัติได้ตามความจำเป็น  แต่ทั้งนี้ห้ามมิให้ขยายระยะเวลาสืบสวนต่อไปอีกเกินหกสิบวัน  หากมีความจำเป็นจะขยายระยะเวลาสืบสวนออกไปเกินกว่าหกสิบวัน  ให้เสนอขออนุมัติต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
เฉลยข้อสอบตำรวจ 10 มิย. 55



งานสารบรรณ  20  ข้อ วันที่  10  มิถุนายน  2555
 
1. หนังสือภายในใช้ในกรณี ผู้บังสั่งการผู้ใต้  ผู้ใต้เสนอผู้บัง  และระดับต่ำกว่ากรมติดต่อกัน ข้อใหนที่ต่ำกว่ากรมน่าจะเป็นสนง.ปปส.กับ สนง.ปปง
2. ไม่ใช่หนังสือสั่งการ ตอบ แถลงการณ์
3.  ชั้นความลับพิมพ์อยู่ตำแหน่งไหน  ตอบ  อยู่กึ่งกลางกระดาษทั้งบนและล่าง
4. ด่วน ตอบ ปฏิบัติเร็วกว่าปกติเท่าที่จะทำได้
5.  ระเบียบงานสารบรรณ2526 ไม่บังคับหน่วยงาน ใด  ตอบ มหาลัยเอกชน
6.หนังสือที่ปฏิบัติโดยเร็ว ตอบ  ด่วนมาก
7. วันที่ของหนังสือราชการภายนอก ตอบ  10 มิถุนายน2555
8. ข้อความสุดท้ายของหนังสือราชการ คือ   ตอบ  โทร.โทรสาร
9.หนังสือที่เป็นหนังสือรับรองมีข้อความว่า   ตอบ  "หนังสือฉบับนี้ให้ไว้เพื่อรับรองว่า"
10.การเรียงลำดับ ในการประชุม ข้อเนีย ตอบ   1.เรื่องที่ประธานแจ้ง 2.รับรองรายงาน 3.เรื่องที่เสนอ 4.เสนอเพื่อพิจารณา  5. เรื่องอื่นๆๆ
11. เรียงลำดับของหนังสือราชการ   ตอบ   เรื่อง -เรียน-อ้างถึง-สิ่งที่ส่งมาด้วย
12. การรับหนังสือจากบุคคลภายนอก ใครเป็นผู้รับ  ตอบ  หน่วยงานสารบรรณกลาง
13. หัวข้อ 1.1.1 ถ้ามีข้อย่อย       ตอบ    1.1.1.1
14. การเก็บหนังสือราชการถึง มีข้อความอย่างไร  ตอบ  เก็บถึง พ.ศ.................
15. ข้อใดไม่ใช่คำลงท้ายคำลงท้ายหนังสือราชการ ตอบ แล้วแต่จะโปรด
16. การมีหนังสือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ตอบ  เรียน  ขอแสดงความนับถือ
17. ตราประทับลงรับมี  ตอบ  ส่วนราชการ
18. หนังสือที่ต้องปฏิบัติโดยเร็วอยู่บริเวณใด   ตอบ  ให้เห็นได้ชัดบนหนังสือและบนซอง
19.
20.
งานสารบรรณ  20  ข้อ วันที่  10  มิถุนายน  2555
 
1. หนังสือภายในใช้ในกรณี ผู้บังสั่งการผู้ใต้  ผู้ใต้เสนอผู้บัง  และระดับต่ำกว่ากรมติดต่อกัน ข้อใหนที่ต่ำกว่ากรมน่าจะเป็นสนง.ปปส.กับ สนง.ปปง
2. ไม่ใช่หนังสือสั่งการ ตอบ แถลงการณ์
3.  ชั้นความลับพิมพ์อยู่ตำแหน่งไหน  ตอบ  อยู่กึ่งกลางกระดาษทั้งบนและล่าง
4. ด่วน ตอบ ปฏิบัติเร็วกว่าปกติเท่าที่จะทำได้
5.  ระเบียบงานสารบรรณ2526 ไม่บังคับหน่วยงาน ใด  ตอบ มหาลัยเอกชน
6.หนังสือที่ปฏิบัติโดยเร็ว ตอบ  ด่วนมาก
7. วันที่ของหนังสือราชการภายนอก ตอบ  10 มิถุนายน2555
8. ข้อความสุดท้ายของหนังสือราชการ คือ   ตอบ  โทร.โทรสาร
9.หนังสือที่เป็นหนังสือรับรองมีข้อความว่า   ตอบ  "หนังสือฉบับนี้ให้ไว้เพื่อรับรองว่า"
10.การเรียงลำดับ ในการประชุม ข้อเนีย ตอบ   1.เรื่องที่ประธานแจ้ง 2.รับรองรายงาน 3.เรื่องที่เสนอ 4.เสนอเพื่อพิจารณา  5. เรื่องอื่นๆๆ
11. เรียงลำดับของหนังสือราชการ   ตอบ   เรื่อง -เรียน-อ้างถึง-สิ่งที่ส่งมาด้วย
12. การรับหนังสือจากบุคคลภายนอก ใครเป็นผู้รับ  ตอบ  หน่วยงานสารบรรณกลาง
13. หัวข้อ 1.1.1 ถ้ามีข้อย่อย       ตอบ    1.1.1.1
14. การเก็บหนังสือราชการถึง มีข้อความอย่างไร  ตอบ  เก็บถึง พ.ศ.................
15. ข้อใดไม่ใช่คำลงท้ายคำลงท้ายหนังสือราชการ ตอบ แล้วแต่จะโปรด
16. การมีหนังสือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ตอบ  เรียน  ขอแสดงความนับถือ
17. ตราประทับลงรับมี  ตอบ  ส่วนราชการ
18. หนังสือที่ต้องปฏิบัติโดยเร็วอยู่บริเวณใด   ตอบ  ให้เห็นได้ชัดบนหนังสือและบนซอง

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
สรุป ระเบียบงานสารบรรณ  สอบสาย อก.2 อก.4



งานสารบรรณ
...................................
 
ความหมายของงานสารบรรณ
            "งานสารบรรณ" คือ งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร เริ่มตั้งแต่ การจัดทำ การรับ  การส่ง  การเก็บรักษา  การยืม  และการทำลายเอกสาร
ขอบข่ายของงานสารบรรณ
            จากความหมายของ "งานสารบรรณ" ทำให้สามารถเห็นถึงขั้นตอนและขอบข่ายของงานสารบรรณว่า เกี่ยวข้องกับเรื่องใดบ้าง เริ่มตั้งแต่
 
 
การผลิตหรือจัดทำเอกสาร (พิจารณา-คิด-ร่าง เขียน ตรวจร่าง-พิมพ์ ทาน สำเนา-เสนอ-ลงนาม)
การส่ง (ตรวจสอบ-ลงทะเบียน-ลงวันเดือนปี-บรรจุซอง-นำส่ง)
การรับ (ตรวจ-ลงทะเบียน-แจกจ่าย)
การเก็บ รักษา และการยืม
การทำลาย
การปฏิบัติงานตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2526
            ปัจจุบันนี้ การปฏิบัติงานสารบรรณของส่วนราชการต่าง ๆ ถือปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2526 ระเบียบฯ นี้ใช้บังคับกับส่วนราชการอันได้แก่ กระทรวง ทบวง กรมหรือหน่วยงานอื่นของรัฐทั้งที่อยู่ในราชการบริหารส่วนกลาง(กระทรวง ทบวง กรม)  ราชการบริหารส่วนภูมิภาค(จังหวัด อำเภอ)  ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น(กรุงเทพมหานคร เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) เมืองพัทยา)และส่วนราชการที่ประจำอยู่ในต่างประเทศด้วย แต่ไม่บังคับใช้กับรัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้ ผู้รักษาการตามระเบียบฯ ดังกล่าว ได้แก่ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ความหมายของหนังสือราชการ
            หนังสือราชการ คือ เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ ได้แก่ 1) หนังสือที่มีไปมาระหว่างส่วนราชการ  2) หนังสือที่ส่วนราชการมีไปถึงหน่วยงานภายนอกซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือที่มีไปถึงบุคคลภายนอก 3) หนังสือที่หน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือบุคคลภายนอกมีมาถึง    ส่วนราชการ 4) เอกสารที่ทางราชการจัดทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานในราชการ 5) เอกสารที่ทาง     ราชการจัดทำขึ้นตามกฎหมาย ระเบียบหรือข้อบังคับ รวมถึง เอกสารที่ประชาชนทั่วไปมีมาถึง ส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รับไว้เป็นหลักฐานก็จัดว่าเป็นหนังสือราชการด้วย
ชนิดของหนังสือราชการ
   
 

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
         หนังสือราชการมี 6 ชนิด คือ 1) หนังสือภายนอก 2) หนังสือภายใน 3) หนังสือประทับตรา 4) หนังสือสั่งการ 5) หนังสือประชาสัมพันธ์ และ 6) หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ
หนังสือภายนอก คือ หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธี โดยใช้กระดาษ    ตราครุฑ เป็นหนังสือติดต่อระหว่างส่วนราชการ หรือส่วนราชการมีถึงหน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่    ส่วนราชการหรือที่มีถึงบุคคลภายนอก
หนังสือภายใน คือ หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีน้อยกว่าหนังสือ     ภายนอก เป็นหนังสือติดต่อภายในกระทรวง ทบวง กรมหรือจังหวัดเดียวกัน ใช้กระดาษบันทึก   ข้อความ  (การใช้หนังสือภายใน ส่วนราชการมักนิยมใช้เฉพาะเรื่องที่ติดต่อภายในกรมเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ หากมีหนังสือไปต่างกรมแม้อยู่ในกระทรวงเดียวกันมักนิยมใช้หนังสือราชการ     ภายนอก)
 
ความแตกต่างระหว่างหนังสือภายในกับหนังสือภายนอก
หนังสือภายใน มีความเป็นแบบพิธีน้อยกว่า กล่าวคือ ไม่ต้องลงที่ตั้ง ไม่มี     หัวข้ออ้างอิง หรือสิ่งที่ส่งมาด้วยเป็นหัวข้อแยกออกมาและไม่ต้องมีคำลงท้ายโดยถือหลักความเป็นกันเอง เนื่องจากเป็นการติดต่อระหว่างหน่วยงานในกระทรวง ทบวง กรมหรือจังหวัดเดียวกัน      ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว หรือเป็นหน่วยงานในสังกัดเดียวกัน
            ข. ขอบเขตการใช้หนังสือภายนอก ใช้ได้ทุกกรณี แต่หนังสือภายในจะใช้ได้เฉพาะการติดต่องานของหน่วยงานภายในกระทรวง ทบวง กรมหรือจังหวัดเดียวกันเท่านั้น จะใช้หนังสือภายในติดต่อกับหน่วยงานเอกชนที่มิใช่ส่วนราชการหรือกับบุคคลภายนอกไม่ได้
หนังสือประทับตรา คือ หนังสือที่ใช้ประทับตราแทนการลงชื่อของหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป โดยให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกองหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก     หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไปเป็นผู้รับผิดชอบลงชื่อย่อกำกับตรา  หนังสือประทับตราให้ใช้ได้ทั้งระหว่างส่วนราชการกับส่วนราชการ และระหว่างส่วนราชการกับบุคคลภายนอกเฉพาะกรณีที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
หนังสือสั่งการ มี 3 ชนิด ได้แก่ คำสั่ง ระเบียบ และข้อบังคับ
คำสั่ง คือ บรรดาข้อความที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย  ให้ใช้กระดาษตราครุฑ
ระเบียบ คือ บรรดาข้อความที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ได้วางไว้โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายหรือไม่ก็ได้ เพื่อถือเป็นหลักปฏิบัติงานเป็นการประจำ  ให้ใช้กระดาษตราครุฑ
ข้อบังคับ คือ บรรดาข้อความที่ผู้มีอำนาจหน้าที่กำหนดให้ใช้ โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายที่บัญญัติให้กระทำได้  ให้ใช้กระดาษตราครุฑ
 
 
หนังสือประชาสัมพันธ์ มี 3 ชนิด ได้แก่ ประกาศ แถลงการณ์ และข่าว
 
ประกาศ คือ บรรดาข้อความที่ทางราชการประกาศ หรือชี้แจงให้ทราบ หรือแนะแนวทางปฏิบัติ  ให้ใช้กระดาษตราครุฑ
 
แถลงการณ์ คือบรรดาข้อความที่ทางราชการแถลงเพื่อทำความ เข้าใจในกิจการของทางราชการ หรือเหตุการณ์ หรือกรณีใด ๆ ให้ทราบชัดเจนโดยทั่วกัน              ให้ใช้กระดาษครุฑ
ข่าว คือ บรรดาข้อความที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพร่ให้ทราบ
หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ คือ หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นนอกจากที่กล่าวแล้วข้างต้น หรือหนังสือที่หน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือบุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการ และส่วนราชการรับไว้เป็นหลักฐานของทางราชการ มี 4 ชนิด คือ หนังสือรับรอง รายงานการประชุม บันทึกและหนังสืออื่น
หนังสือรับรอง คือ หนังสือที่ส่วนราชการออกให้เพื่อรับรองแก่บุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงานเพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใดให้ปรากฏแก่บุคคลโดยทั่วไป ไม่จำเพาะเจาะจง  ให้ใช้กระดาษครุฑ
รายงานการประชุม คือ การบันทึกความคิดเห็นของผู้มาประชุม     ผู้เข้าร่วมประชุมและมติของที่ประชุมไว้เป็นหลักฐาน
บันทึก คือ ข้อความซึ่งผู้ใต้บังคับบัญชาเสนอต่อผู้บังคับบัญชา หรือผู้บังคับบัญชาสั่งการแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือข้อความที่เจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานระดับต่ำกว่า ส่วนราชการระดับกรมติดต่อกันในการปฏิบัติราชการ โดยปกติให้ใช้กระดาษบันทึกข้อความ
หนังสืออื่น คือ หนังสือหรือเอกสารอื่นใดที่เกิดขึ้นเนื่องจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นหลักฐานในทางราชการ ซึ่งรวมถึงภาพถ่าย ฟิล์ม แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพด้วย หรือหนังสือของบุคคลภายนอกที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ได้รับเข้าทะเบียนรับหนังสือของทางราชการแล้ว มีรูปแบบตามที่กระทรวง ทบวง กรมจะกำหนดขึ้นใช้ตามความเหมาะสม เว้นแต่มีแบบตามกฎหมายเฉพาะเรื่องให้ทำตามแบบ เช่น โฉนด แผนที่ แบบ   แผนผัง สัญญา คำร้อง เป็นต้น
      หนังสือที่จัดทำขึ้นโดยปกติให้มีสำเนาคู่ฉบับเก็บไว้ที่ต้นเรื่อง 1 ฉบับ และให้มีสำเนาเก็บไว้ที่หน่วยงานสารบรรณกลาง 1 ฉบับ สำเนาคู่ฉบับให้ผู้ลงชื่อลงลายมือชื่อหรือลายมือชื่อย่อ และให้ผู้ร่าง ผู้พิมพ์และผู้ตรวจ ลงลายมือชื่อหรือลายมือชื่อย่อไว้ที่ข้างท้ายขอบล่างด้านขวาของหนังสือ
      หนังสือเวียน คือ หนังสือที่มีถึงผู้รับเป็นจำนวนมาก มีใจความอย่างเดียวกัน ให้เพิ่มพยัญชนะ ว หน้าเลขทะเบียนหนังสือส่งซึ่งกำหนดเป็นเลขที่หนังสือเวียนโดยเฉพาะ เริ่มตั้งแต่เลข 1 เรียงเป็นลำดับไปจนถึงสิ้นปีปฏิทิน หรือใช้เลขที่ของหนังสือทั่วไปตามแบบหนังสือภายนอกอย่างหนึ่งอย่างใด
      การปฏิบัติต่อหนังสือเวียน เมื่อผู้รับได้รับหนังสือเวียนแล้วเห็นว่า เรื่องนั้นจะต้องให้หน่วยงานหรือบุคคลในบังคับบัญชาในระดับต่าง ๆ ได้รับทราบด้วย ก็ให้มีหน้าที่จัดทำสำเนาหรือจัดส่งให้หน่วยงานหรือบุคคลเหล่านั้นโดยเร็ว
เบ็ดเตล็ด
การระบุชั้นความเร็วของหนังสือราชการ
      หนังสือที่ต้องปฏิบัติให้เร็วกว่าปกติ เป็นหนังสือที่ต้องจัดส่งและดำเนินการทางสารบรรณด้วยความรวดเร็วเป็นพิเศษ แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
 
 
 
ด่วนที่สุด ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติในทันทีที่ได้รับหนังสือนั้น
ด่วนมาก ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยเร็ว
ด่วน ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเร็วกว่าปกติเท่าที่จะทำได้
            ทั้งนี้ ให้ระบุชั้นความเร็วด้วยอักษรสีแดง
            ในกรณีที่ต้องการให้หนังสือส่งถึงผู้รับภายในเวลาที่กำหนด ให้ระบุคำว่า ด่วนภายในแล้วลง วัน เดือน ปี และกำหนดเวลาที่ต้องการให้หนังสือไปถึงผู้รับ ซึ่งระบุหน้าซองภายในเวลาที่กำหนด
            เรื่องราชการที่จะดำเนินการหรือสั่งการด้วยหนังสือไม่ทัน ให้ส่งข้อความทางเครื่องมือสื่อสาร เช่น โทรเลข วิทยุโทรเลข โทรพิมพ์ โทรศัพท์ วิทยุสื่อสาร วิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ เป็นต้น และให้ผู้รับปฏิบัติเช่นเดียวกับได้รับหนังสือ ในกรณีที่จำเป็นต้องยืนยันเป็นหนังสือ ให้ทำหนังสือยืนยันตามไปทันที
หนังสือราชการลับ
            สำหรับหนังสือราชการลับ ในระเบียบงานสารบรรณไม่ได้กล่าวถึงแนวทางปฏิบัติในเรื่องนี้ เพราะระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ.2517 กำหนดให้ส่วน     ราชการถือปฏิบัติอยู่แล้ว โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับหนังสือราชการลับ ได้กำหนดชั้นความลับของหนังสือออกเป็น 4 ชั้น คือ ลับที่สุด ลับมาก ลับและปกปิด
ลับที่สุด  ได้แก่ ความลับที่มีความสำคัญที่สุดเกี่ยวกับข่าวสาร วัตถุหรือบุคคลซึ่งหากความลับดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วนรั่วไหลไปถึงบุคคลผู้ไม่มีหน้าที่ได้ทราบ จะ   ทำให้เกิดความเสียหายหรือเป็นภยันตรายต่อความมั่นคง ความปลอดภัย หรือความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติหรือพันธมิตรอย่างร้ายแรงที่สุด
ลับมาก ได้แก่ ความลับที่มีความสำคัญมากเกี่ยวกับข่าวสาร วัตถุหรือบุคคล ซึ่งถ้าหากความลับดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วนรั่วไหลไปถึงบุคคลที่ไม่มีหน้าที่ได้ทราบ จะทำให้เกิดความเสียหายหรือเป็นภยันตรายต่อความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศชาติหรือพันธมิตรหรือความเรียบร้อยภายในราชอาณาจักรอย่างร้ายแรง
ลับ ได้แก่ ความลับที่มีความสำคัญเกี่ยวกับข่าวสาร วัตถุหรือบุคคล ซึ่ง     ถ้าหากความลับดังกล่าวทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนรั่วไหลไปถึงบุคคลผู้ไม่มีหน้าที่ได้ทราบจะทำให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ หรือเกียรติภูมิของประเทศชาติหรือพันธมิตรได้
ปกปิด ได้แก่ ความลับซึ่งไม่พึงเปิดเผยให้ผู้ไม่มีหน้าที่ได้ทราบโดยสงวนไว้ ให้ทราบเฉพาะบุคคลที่มีหน้าที่ต้องทราบเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการเท่านั้น
 
      การปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือราชการลับ
การลงทะเบียนเอกสารลับ ส่วนราชการต้องลงหลักฐานในทะเบียนเอกสารลับเพื่อควบคุมการรับ การดำเนินการ การส่ง การเก็บรักษา และการแจกจ่ายเอกสารลับให้เป็นไปโดยถูกต้อง และให้หัวหน้าส่วนราชการดังกล่าวแต่งตั้งบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจและได้ผ่านการตรวจสอบประวัติ และพฤติการณ์ตามชั้นความลับที่จำเป็นต้องปฏิบัติ เป็นเจ้าหน้าที่ควบคุม       รับผิดชอบ เรียกว่า "นายทะเบียนเอกสารลับ" และ "ผู้ช่วยนายทะเบียนเอกสารลับ" ของส่วน    ราชการนั้น ๆ
การแสดงชั้นความลับของเอกสารที่เป็นความลับ โดยปกติให้ประทับหรือเขียนตัวอักษรตามชั้นความลับที่กึ่งกลางหน้ากระดาษทั้งด้านบนและด้านล่างของทุกหน้าเอกสารที่มีชั้นความลับนั้น ตัวอักษรต้องให้มีขนาดโตกว่าตัวอักษรธรรมดา และใช้สีแดงหรือสีอื่นที่เห็น  เด่นชัด
การบรรจุซอง
เอกสารชั้นลับที่สุดและลับมาก จะต้องบรรจุซองหรือห่อทึบแสงสองชั้นอย่างมั่นคง เอกสารดังกล่าวต้องบรรจุอยู่ในซองหรือห่อชั้นใน พร้อมด้วยใบรับเอกสารลับตามแบบที่กำหนดไว้ในระเบียบ แต่ใบรับเอกสารลับไม่ต้องกำหนดชั้นความลับ ให้ระบุแต่เพียงเอกสาร วัน เดือน ปี จำนวน และหมายเลขฉบับของเอกสาร และให้มีข้อความอื่นเท่าที่จำเป็นต้องใช้    หลักฐานเท่านั้น ห้ามเขียนชื่อเรื่องไว้ในใบรับเอกสารลับ ใบรับเอกสารลับนี้จะต้องส่งคืนส่วน    ราชการผู้ส่งเอกสารลับโดยเร็วที่สุด และส่วนราชการผู้ส่งเอกสารนั้นจะต้องเก็บรักษาใบรับเอกสารลับนี้ไว้จนกว่าจะได้รับเอกสารลับกลับคืน หรือเอกสารลับถูกทำลายหรือยกเลิกชั้นความลับแล้ว บนซองหรือห่อชั้นในให้จ่าหน้าโดยลงเลขที่เอกสาร ชื่อ หรือตำแหน่งผู้รับ และส่วนราชการของ     ผู้ส่ง พร้อมทั้งทำเครื่องหมาย "ลับที่สุf" หรือ "ลับมาก" ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนซองหรือห่อชั้นนอกนั้นห้ามทำเครื่องหมายแสดงชั้นความลับ
เอกสารชั้นลับ จะต้องบรรจุซองหรือห่อสองชั้นอย่างมั่นคง ซองหรือห่อชั้นนอกต้องทึบแสง หากต้องการใบรับเอกสารลับก็ให้บรรจุใบรับนั้นไว้ในซองหรือห่อชั้นใน  ร่วมกับเอกสารด้วย
เอกสารชั้นปกปิด จะบรรจุซองหรือห่อทึบแสงชั้นเดียวก็ได้ โดยให้ปฏิบัติเหมือนเป็นซองชั้นนอก หากต้องการใบรับเอกสารลับก็ให้บรรจุใบรับไว้ในซอง
การปิดผนึก เอกสารชั้นลับที่สุดและลับมาก ผู้ปิดผนึกคือบุคคลผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับของเอกสาร หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย หรือนายทะเบียนเอกสารลับ หรือผู้ช่วย นายทะเบียนเอกสารลับของส่วนราชการนั้น ส่วนเอกสารชั้นลับ ผู้ปิดผนึกคือบุคคลดังกล่าวแล้วหรือข้าราชการชั้นตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไปผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเอกสารนั้น สำหรับเอกสารชั้นปกปิด จะใช้ข้าราชการชั้นจัตวาหรือเทียบเท่าที่ได้รับความไว้วางใจเป็นผู้ปิดผนึกก็ได้ การปิดผนึกให้ผู้  ปิดผนึกลงลายมือชื่อกำกับไว้บนรอยที่ปิดผนึกของซองหรือห่อชั้นใน แล้วใช้แถบกาวชนิดใสปิดทับบนลายมือชื่อและเครื่องหมายแสดงชั้นความลับอีกอย่างหนึ่ง
การ ส่งเอกสารลับ เอกสารชั้นลับที่สุดและลับมาก ให้ส่งตรงต่อนายทะเบียนเอกสารหรือผู้ช่วยนายทะเบียนเอกสารลับเพื่อลงทะเบียน เอกสารลับเสียก่อน ไม่ว่าจ่าหน้าซองหรือห่อของเอกสารนั้นจะระบุชื่อหรือตำแหน่งก็ตาม เว้นแต่เมื่อมีเหตุผลเป็นพิเศษจึงยอมให้ส่งตรงต่อผู้รับตามจ่าหน้าซองให้ เป็นผู้รับเอกสารได้ ส่วนการส่งเอกสารชั้นลับและปกปิดก็ปฏิบัติเช่นเดียวกันเว้นแต่จะส่งผ่านเจ้า หน้าที่รับส่งหนังสือราชการธรรมดาไปยังนายทะเบียนเอกสารลับหรือผู้ช่วยนาย ทะเบียนเอกสารลับก็ได้ หรือมีเหตุผลพิเศษจึงยอมให้ส่งตรงผู้รับ เช่นเดียวกับเอกสารลับที่สุดและลับมาก
การรับ เอกสารชั้นลับที่สุดและลับมากที่จ่าหน้าซองหรือห่อชั้นในระบุถึงชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ หรือระบุชื่อพร้อมกับระบุตำแหน่ง แล้วให้บุคคลนั้นหรือผู้ได้รับ มอบหมายจากผู้นั้นโดยตรงเป็นผู้เปิดซอง และลงชื่อในใบรับเอกสารลับ แล้วให้นำเอกสารไปลงทะเบียนเอกสารลับที่นายทะเบียนเอกสารลับหรือผู้ช่วยนายทะเบียนเอกสารลับเสียก่อน จึง  ดำเนินการต่อไปได้ ถ้าเป็นกรณีเร่งด่วนอาจดำเนินการไปก่อนได้แล้วให้นำมาลงทะเบียนในโอกาสแรก ถ้าจ่าหน้าซองหรือห่อชั้นในระบุถึงตำแหน่ง ก็ให้ผู้ครองตำแหน่งหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก        ผู้ครองตำแหน่งนั้นหรือนายทะเบียนเอกสารลับหรือผู้ช่วยฯที่มีสิทธิเข้าถึงเอกสารลับที่สุด และลับมากเป็นผู้เปิดซองและลงชื่อในใบรับเอกสารลับ แล้วให้ดำเนินการลงทะเบียนเช่นเดียวกัน เมื่อลงทะเบียนแล้วให้นำเอกสารนั้นส่งมอบโดยตรงให้แก่บุคคลที่ถูกระบุชื่อโดยเร็ว แต่ถ้าเป็นเอกสารที่ระบุตำแหน่งแล้วก็อาจพิจารณามอบให้แก่ส่วนราชการที่มีหน้าที่ดำเนินการในชั้นต้น แทนบุคคลที่ถูกระบุตำแหน่งนั้นดำเนินการก่อน  ในกรณีที่บุคคลที่เอกสารนั้นระบุชื่อหรือตำแหน่งยังไม่สามารถดำเนินการต่อเอกสารได้ในทันที ให้นำเอกสารนั้นมาเก็บไว้ตามระเบียบการเก็บรักษาเอกสารลับที่สุดและลับมาก  ส่วนเอกสารชั้นลับและปกปิดที่จ่าหน้าซองหรือห่อชั้นในถึงตำแหน่ง ให้บุคคลผู้ครองตำแหน่งนั้นหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายหรือนายทะเบียนเอกสารลับหรือผู้ช่วยฯ เป็น ผู้เปิดซองหรือห่อและลงชื่อในใบรับเอกสารลับ ถ้ามีแต่ซองหรือห่อชั้นในจ่าหน้าระบุถึงชื่อบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ หรือระบุชื่อพร้อมกับระบุตำแหน่งแล้ว บุคคลผู้ถูกระบุชื่อที่หน้าซองหรือผู้ได้รับ      มอบหมายโดยตรงเท่านั้นเป็นผู้เปิดและลงชื่อในใบรับเอกสารลับ สำหรับเอกสารชั้นปกปิดที่ซองหรือห่อชั้นเดียว ให้เจ้าหน้าที่ผู้เปิดซองหรือห่อ ส่งเอกสารนั้นให้แก่นายทะเบียนเอกสารลับหรือ    ผู้ช่วยฯ ทันที
 
หนังสือราชการภาษาอังกฤษ (ภาคผนวก 4 แห่งระเบียบฯ)
      หนังสือราชการภาษาอังกฤษ แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ หนังสือที่ลงชื่อและหนังสือที่มิต้องลงชื่อ
      หนังสือที่ลงชื่อ มี 3 ชนิด ได้แก่
หนังสือราชการที่เป็นแบบพิธี (First Person Formal Note) มี 2 แบบ คือ แบบที่ใช้ในการติดต่อทางการทูตระหว่างส่วนราชการไทยกับส่วนราชการต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ และแบบที่ใช้ในการติดต่อระหว่างส่วนราชการไทยกับหน่วยงานทั่วไป
หนังสือราชการที่ไม่เป็นแบบพิธี (First Person Informal Note) ใช้ใน 2 กรณี คือ ส่วนราชการไทยมีไปถึงส่วนราชการต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ และ     ส่วนราชการไทยมีไปถึงหน่วยงานเอกชน เป็นหนังสือที่เขียนโดยใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 และต้อง   ลงชื่อ ใช้สำหรับเรื่องที่มีความสำคัญลดหลั่นมาจากหนังสือราชการที่เป็นแบบพิธี เช่น การสืบถามข้อความหรือขอทราบข้อเท็จจริงบางประการ นอกจากนั้น อาจใช้ติดต่อกับส่วนราชการ           ต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศในกรณีที่ประสงค์จะเน้นความสัมพันธ์ส่วนบุคคล
หนังสือกลาง ( Third Person Note หรือ Note Verbale) คือ หนังสือราชการที่ใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 และประทับตราชื่อส่วนราชการ โดยหัวหน้าส่วนราชการระดับกองหรือผู้ที่หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไปมอบหมาย หนังสือประเภทนี้เป็นหนังสือที่ส่วนราชการไทยใช้ติดต่อกับส่วนราชการต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ โดยทั่วไปให้เขียนจากหน่วยงานถึงหน่วยงาน แต่ในบางกรณีอาจเขียนจากตำแหน่งถึงตำแหน่งก็ได้
 
หนังสือที่มิต้องลงชื่อ มี 2 ชนิด ได้แก่
บันทึกช่วยจำ ( Aide-Memoire) คือ หนังสือที่ใช้สำหรับยืนยันข้อความในเรื่องที่ได้สนทนา เช่น ชี้แจงข้อเท็จจริง ขอร้องเรื่องต่าง ๆ หรือประท้วงด้วยวาจา หรือแสดงท่าทีให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ โดยปกติใช้ยื่นให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งหรืออาจส่งไปโดยมีหนังสือนำส่งก็ได้
บันทึก ( Memorandum) คือ หนังสือที่ใช้สำหรับแถลงรายละเอียดหรือแสดงข้อเท็จจริง ให้ความเห็นหรือโต้แย้งหรือแสดงท่าที โดยปกติใช้ยื่นให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งหรืออาจส่งไปโดยมีหนังสือนำส่งก็ได้
 
การรับและส่งหนังสือ
      การรับหนังสือ
      การรับหนังสือ ได้แก่ การรับและเปิดซองหนังสือ ลงเวลา ลงทะเบียน และควบคุมจำหน่ายหนังสือที่ได้รับเข้ามาจากภายนอก ไปให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและติดตามเรื่อง
      ขั้นตอนในการรับหนังสือ
 
 
ตรวจสอบหนังสือที่เข้ามา
แยกประเภทหนังสือ
จัดลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนเพื่อดำเนินการก่อนหลัง
เปิดซองและตรวจเอกสาร
ประทับตรารับหนังสือ
ลงทะเบียนรับหนังสือ
ส่งหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการ
 
การส่งหนังสือ
            หนังสือที่จะส่งออกไปนอกหน่วยงาน ได้แก่ หนังสือที่หน่วยงานเจ้าของเรื่องทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว และนำเสนอผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจลงนามเพื่อดำเนินการส่งออก
            ขั้นตอนในการส่งหนังสือ
หน่วยงานเจ้าของเรื่องตรวจสอบความเรียบร้อย เช่น ผู้บังคับบัญชาลงนามเรียบร้อยแล้ว เอกสารที่จะส่งไปด้วยครบถ้วน เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยแล้วให้ส่งเรื่องให้ หน่วยงานสารบรรณกลางเพื่อส่งออก
 
 
 
ลงทะเบียนส่งหนังสือในทะเบียนหนังสือส่ง
ลงเลขที่และวันเดือนปีในหนังสือที่จะส่งอออก และสำเนาคู่ฉบับให้ตรงกับเลขทะเบียนส่งและวันเดือนปีในทะเบียนหนังสือส่ง ตามข้อ 2
ตรวจสอบความเรียบร้อย
บรรจุซอง ปิดผนึกและจ่าหน้าซอง
นำส่งผู้รับทางไปรษณีย์หรือโดยเจ้าหน้าที่นำสาร
คืนสำเนาคู่ฉบับพร้อมต้นเรื่องให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องหรือหน่วยเก็บ
 
การเก็บรักษา  และทำลายหนังสือ
      การเก็บหนังสือ
      แบ่งประเภทการเก็บออกเป็น 3 ประเภท คือ การเก็บระหว่างปฏิบัติ การเก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ และการเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว
      การเก็บระหว่างปฏิบัติ คือ การเก็บหนังสือที่ยังปฏิบัติไม่เสร็จ ให้อยู่ในความ     รับผิดชอบของเจ้าของเรื่อง
      การเก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ คือ การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่จำเป็นจะต้องใช้ในการตรวจสอบเป็นประจำ ไม่สะดวกในการส่งไปเก็บยังหน่วยเก็บของ     ส่วนราชการตามระเบียบสารบรรณ ให้เจ้าของเรื่องเก็บเป็นเอกเทศ
      การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว คือ การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว และไม่มีอะไรที่จะต้องปฏิบัติต่อไปอีก การเก็บหนังสือประเภทนี้เป็นการเก็บไว้เพื่อรอการทำลายและความถี่ในการนำมาใช้งานมีไม่มากนัก และเพื่อเป็นการลดภาระของเจ้าของเรื่องผู้ปฏิบัติให้มีเวลาทำเรื่องที่ยังไม่สิ้นกระแสการดำเนินการ และเพื่อให้มีหน่วยที่ทำหน้าที่เรื่องนี้โดยเฉพาะ ระเบียบงานสารบรรณจึงกำหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์เก็บ หรือหน่วยเก็บกลางเพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบงานด้านนี้ให้แก่หน่วยงานในสังกัด
      อายุการเก็บหนังสือ
      ระเบียบงานสารบรรณได้กำหนดอายุการเก็บหนังสือไว้ว่า โดยปกติให้เก็บหนังสือต่าง ๆ ไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี เว้นแต่หนังสือดังต่อไปนี้
หนังสือต้องสงวนเป็นความลับ ให้ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ
หนังสือที่เป็นหลักฐานทางอรรถคดี สำนวนของศาลหรือของพนักงานสอบสวนหรือหนังสืออื่นใดที่ได้มีกฎหมายหรือระเบียบแบบแผนกำหนดไว้เป็นพิเศษแล้ว การเก็บให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนว่าด้วยการนั้น
หนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี สถิติ หลักฐานหรือเรื่องที่ต้องใช้สำหรับศึกษาค้นคว้า หรือหนังสืออื่นในลักษณะเดียวกัน ให้เก็บไว้เป็นหลักฐานทางราชการตลอดไป หรือตามที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากรกำหนด
หนังสือที่ได้ปฏิบัติงานเสร็จสิ้นแล้ว และเป็นคู่สำเนาที่มีต้นเรื่องจะค้นได้จาก  ที่อื่นให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี
หนังสือที่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญซึ่งไม่มีความสำคัญและเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 1 ปี
      6. หนังสือที่เกี่ยวกับการเงินซึ่งมิใช่เอกสารสิทธิ โดยปกติหนังสือทางการเงินต้องเก็บไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี บางกรณีหรือบางเรื่องแม้จะครบกำหนด 10 ปีแล้ว อาจจะยังไม่สามารถขอทำลายได้ เนื่องจากยังต้องเก็บไว้เพื่อรอการตรวจสอบหรือเก็บไว้เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ตาม  ในกรณีหนังสือที่เกี่ยวกับการเงินซึ่งมิใช่เอกสารสิทธิ หากเห็นว่า ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บไว้ถึง 10 ปี ให้ทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเพื่อขอทำลายได้
การยืม
      การยืมหนังสือที่ส่งเก็บแล้ว มีหลักเกณฑ์ให้ปฏิบัติดังนี้
 
ผู้ยืมจะต้องแจ้งให้ทราบว่า เรื่องที่ยืมนั้นจะนำไปใช้ในราชการใด
ผู้ยืมจะต้องมอบหลักฐานการยืมให้เจ้าหน้าที่เก็บ แล้วลงชื่อรับเรื่องที่ยืมไว้ในบัตรยืมหนังสือและเจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานการยืม เรียงลำดับ วันที่ เดือน ปี ไว้เพื่อติดตาม  ทวงถาม ส่วนบัตรยืมหนังสือนั้นให้เก็บไว้แทนหนังสือที่ถูกยืมไป
การยืมหนังสือระหว่างส่วนราชการ ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไปหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
การยืมหนังสือภายในส่วนราชการเดียวกัน ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับแผนกขึ้นไปหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกยืมหนังสือ เว้นแต่จะให้ดู หรือคัดลอกหนังสือ ทั้งนี้ จะต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไปหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายก่อน
 
การทำลายหนังสือ
      หนังสือราชการที่หมดความจำเป็นในการใช้งาน และเก็บไว้จนครบอายุการเก็บตามที่ระเบียบสารบรรณกำหนดแล้ว เพื่อมิให้เป็นภาระแก่ส่วนราชการ จำเป็นต้องนำออกไปทำลายเพื่อช่วยให้ส่วนราชการต่าง ๆ มีสถานที่เก็บหนังสือได้ต่อไป
      ขั้นตอนการทำลายหนังสือ
ภายใน 60 วัน หลังจากวันสิ้นปีปฏิทิน ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการเก็บหนังสือ สำรวจที่ครบกำหนดอายุการเก็บในปีนั้น ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่เก็บไว้เองหรือที่ฝากเก็บไว้ที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร แล้วจัดทำบัญชีหนังสือขอทำลายเสนอหัวหน้า           ส่วนราชการระดับกรมเพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการทำลายหนังสือ
ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม แต่งตั้งคณะกรรมการทำลายหนังสือ ประกอบด้วย ประธานกรรมการและกรรมการอีกอย่างน้อยสองคน โดยปกติให้แต่งตั้งจาก          ข้าราชการ ตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป คณะกรรมการทำลายหนังสือมีหน้าที่ ดังนี้
พิจารณาหนังสือที่จะขอทำลายตามบัญชีหนังสือขอทำลาย  หนังสือที่จะทำลายได้ต้องครบอายุการเก็บแล้วตามประเภทของหนังสือนั้น ๆ ถ้าเป็นหนังสือที่มีอายุการเก็บยังไม่ครบกำหนด ต้องเก็บไว้ให้ครบอายุเสียก่อน
กรณีที่หนังสือนั้นครบอายุการเก็บแล้ว และคณะกรรมการมีความเห็นว่า หนังสือนั้นยังไม่ควรทำลาย และควรจะขยายเวลาการจัดเก็บไว้ ให้ลงความเห็นว่า จะขยายเวลาการเก็บไว้ถึงเมื่อใด ในช่อง "การพิจารณา" ของบัญชีหนังสือขอทำลาย แล้วให้แก้ไขอายุการเก็บในตรากำหนดเก็บหนังสือ โดยให้ประธานกรรมการทำลายหนังสือลงลายมือชื่อกำกับการแก้ไข
ในกรณีที่คณะกรรมการมีความเห็นว่า หนังสือเรื่องใดควรทำลาย ให้กรอกเครื่องหมายกากบาท ลงในช่อง "การพิจารณา"
เสนอรายงานผลการพิจารณา พร้อมกับบันทึกความเห็นแย้งของคณะกรรมการ(ถ้ามี)ต่อหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม หรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณีเพื่อพิจารณาสั่งการ
ควบคุมการทำลายหนังสือซึ่งผู้มีอำนาจอนุมัติให้ทำลายได้แล้ว
ทำบันทึกลงนามร่วมกันรายงานให้ผู้มีอำนาจอนุมัติทราบว่า ได้ทำลายหนังสือแล้ว
            วิธีการทำลายหนังสือ
 
 
โดยการเผา
  โดยวิธีอื่นที่จะไม่ให้หนังสือนั้นอ่านเป็นเรื่องได้ ซึ่งอาจทำได้หลายวิธี เช่น ฉีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ หรือเข้าเครื่องย่อย หั่นเป็นฝอย ตัด หรือ ต้ม เป็นต้น

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook