ผู้เขียน หัวข้อ: #แนวข้อสอบครูธุรการ #ครูผู้ช่วย #เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ สพป สพม อบจเทศบาล  (อ่าน 30105 ครั้ง)

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook

ข่าวเปิดสอบ เฉลยแนวข้อสอบครูธุรการ ครูผู้ช่วย เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. สพป. สพม. อบจ. เทศบาล ทุกเขต #2560 #ใหม่ล่าสุด #60 ประจำปี 2560 ข่าวเปิดสอบ หนังสืออ่าน เตรียมสอบ คู่มือ ใหม่ล่าสุด 2560 60 ชัวร์สุดๆ พร้อมเฉลย  ทุกตำแหน่ง หนังสืออ่าน เตรียมสอบ คู่มือแนวข้อสอบ  2560 ชัวร์สุดๆ พร้อมเฉลย


!!!!!+ข่าวประกาศรับสมัครสอบ+!!!! CLICK >>>> https://www.facebook.com/sheetthai.teacher/

+ครบเครื่องเรื่องแนวข้อสอบครูธุรการ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. สพป. สพม. อบจ. เทศบาล ทุกเขต
++[ www.ข้อสอบไทย.com ]++แนวข้อสอบ^^ครูธุรการ>>+ติวสอบ+<<>>[Sure100%]


สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

เรื่อง การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ. 2559

 

กำหนดการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ. 2559 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

1. ประกาศรับสมัครสอบแข่งขัน  :  ภายในวันที่ 8 สิงหาคม 2559

2. รับสมัครสอบแข่งขัน  :  วันที่ 15 - 21 สิงหาคม 2559

3. ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบแข่งขัน  :  ภายในวันที่ 1 กันยายน 2559

4. สอบข้อเขียน

ภาค ก. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม และอุดมการณ์ของความเป็นครู มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา และมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน  :  วันที่ 17 กันยายน 2559

ภาค ข. ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง  :  วันที่ 18 กันยายน 2559

5. สอบสัมภาษณ์

ภาค ค. ความเหมาะสมกับตำแหน่งและวิชาชีพ   :  วันที่ 19 กันยายน 2559

6. ประกาศผลการสอบแข่งขัน  :  ภายในวันที่ 29 กันยายน 2559



#ไฟล์ PDF หรือหนังสืออ่านสอบ รวบรวมจากหนังสือมากกว่าสิบเล่ม และแนวข้อสอบจริง พร้อมเฉลย
#แนวข้อสอบรายละเอียดภายในไฟล์ประกอบด้วย #แนวข้อสอบทุกวิชาที่ใช้สอบของแต่ละหน่วยงาน
#ติวสอบรวมแนวข้อสอบเก่าดีดีและข้อสอบที่ออกบ่อยมากพร้อมเฉลย โดนเต็มๆ ครอบคลุม ทุกเนื้อหาที่เปิดสอบ
#อัพเดทแนวข้อสอบ #ครูธุรการ #เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน #อัพเดทใหม่ล่าสุด #59
#เฉลยแนวข้อสอบ #สพฐ. สพป. สพม. อบจ. เทศบาล ทุกเขต #59 เปิดสอบอ่านคล่องเข้าใจง่ายแม่นยำ ตรงประเด็น เต็มๆ
#E-BOOK #จำหน่ายแนวข้อสอบ #ขายแนวข้อสอบ #ติวข้อสอบ #เก็งข้อสอบ #หนังสืออ่านสอบ #คู่มือเตรียมสอบ #แนวข้อสอบ #ตัวอย่างข้อสอบเน้นๆ

สั่งซื้อแนวข้อสอบได้ที่  หรือสอบถามได้ บริการเป็นกันเอง
คุณศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน  (คุณอั๋น)
Tel : 0981081851
http://line.me/ti/p/%40qod6536c
Line @ : @qod6536c ใส่ "@"ด้วยนะครับ
Line id : 0981081851   
E-Mail : k_sakhiran@hotmail.com
Face Book : www.facebook.com/sheetthai.z



#แนวข้อสอบ #หนังสือ+MP3 #เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน ทุกเขตพื้นที่ ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ-รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ-และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก



1 แนวข้อสอบ การเมืองเศรษฐกิจ ปัจจุบัน
2 นโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
3 แนวข้อสอบวัฒนธรรมไทยและประเพณีท้องถิ่น
4 คุณธรรมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพครู ล่าสุด
5 แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
6 แนวข้อสอบ พรบ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
7 แนวข้อสอบ พรบ ระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
8  แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ
9  แนวข้อสอบคณิตศาสตร์ ความสามารถด้านตัวเลข
10  แนวข้อสอบภาษาไทย
11 ความสามารถด้านเหตุผล
12 แนวข้อสอบว่าด้วยระเบียบการลา ของข้าราชการ พ.ศ. 2555
13 แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับระเบียบงานสารบรรณฯ พศ 2526 และแก้ไขเพิ่มเติม
14 สรุป + แนวข้อสอบพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
15 แนวข้อสอบความรู้งานธุรการ
16 ความรู้เกี่ยวกับระเบียบงานสารบรรณฯ
17 ความรู้เกี่ยวกับการเขียนหนังสือหนังสือราชการและโต้ตอบเอกสารราชการฯ



จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบ ภาค ก. ครูผู้ช่วย ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบ ภาค ก. ครูผู้ช่วย ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
ภาค ก. ชุดละ 399 รวมแนวข้อสอบ 1000 ข้อ
ความรอบรู้
-  แนวข้อสอบสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และเหตุการณ์ปัจจุบัน
-  นโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน
-  แนวข้อสอบวัฒนธรรมไทย และขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการ
-  แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
-  แนวข้อสอบระเบียบบริหารกระทรวงศึกษาธิการ
-  แนวข้อสอบกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทำงการศึกษา
-  แนวข้อสอบกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
-  แนวข้อสอบกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก
-  แนวข้อสอบ พ.ร.บ.การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ
-  แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ
ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวินัย คุณธรรมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพครู
-  แนวข้อสอบวินัยและการรักษาวินัย
-  แนวข้อสอบคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม
-   แนวข้อสอบมาตรฐานวิชาชีพ
-  แนวข้อสอบจรรยาบรรณวิชาชีพครู
-  แนวข้อสอบสมรรถนะวิชาชีพครู
ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์ 399-
ส่ง EMS ทางไปรษณีย์ เป็นหนังสือ + Mp3  พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา  ราคา 999 บาท

ภาค ข. ชุดละ 399 รวมแนวข้อสอบ 1000 ข้อ

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบ ภาค ข. ครูผู้ช่วย ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ


ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาการศึกษา
-  แนวข้อสอบหลักสูตรและการพัฒนาหลักสูตร
-  แนวข้อสอบการจัดการเรียนรู้
-  แนวข้อสอบจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว
-  แนวข้อสอบการพัฒนาผู้เรียน
-  แนวข้อสอบการบริหารจัดการชั้นเรียน
-  แนวข้อสอบการวิจัยทางการศึกษา
-  แนวข้อสอบสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีทำงการศึกษา
-  แนวข้อสอบการวัดและประเมินผลการศึกษา
ส่ง EMS ทางไปรษณีย์ เป็นหนังสือ + Mp3  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  ราคา 999 บาท



(+++เลือกตามตำแหน่งที่สอบ+++)

ครูผู้ช่วย
ครูธุรการ
เจ้าหน้าที่ธุรการ
ธุรการโรงเรียน

ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาเอก (เลือกวิชาเอกที่จะสอบ)

เอกภาษาไทย
เอกภาษาอังกฤษ
เอกคณิตศาสตร์
เอกสังคม
เอกพลศึกษา
เอกวิทยาศาสตร์
เอกเคมี
เอกชีววิทยา
เอกฟิสิกส์
เอกอื่นๆ




ข้อสอบไทย.คอม ศูนย์ข้อสอบไทย แนวข้อสอบเก่า อ่านฟรี พร้อมเฉลย ใหม่ล่าสุด งานราชการ ก.พ. อบต. ครู ตำรวจ ธนาคาร ธกส. รัฐวิสาหกิจ ?
แนวข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ คู่มือสอบ ติวสอบ หาข้อสอบ เก็งข้อสอบ ข้อสอบเก่า แจกข้อสอบ ข้อสอบลับ ข่าวการสอบ เปิดสอบ





วิธีการสั่งซื้อ



กดเพิ่มเพื่อน หรือ สแกน QR CODE LINE @



กดเพิ่มเพื่อน หรือ สแกน QR CODE LINE @

*** จำหน่าย แนวข้อสอบทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง สอบถามได้
*** ไฟล์แนวข้อสอบ ราคา 399 บาท {จัดส่งทางอีเมล์}  สามารถเอาไปปริ้น อ่านได้เลย หรือ เปิดใน Computer, Smart Phone, Tablet ได้
*** หนังสืออ่านสอบ แถม แผ่น CD VCD หรือ MP3 (บรรยายเนื้อหา 1 เรื่อง) ราคา 999 บาท จัดส่งทางไปรษณีย์ {ร่วมค่าจัดส่ง EMS แล้ว}
** ใส่เศษสตางค์เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ การโอนเงิน  ตัวอย่างเช่น 399.05, 399.50 , 399.77 **

ช่องทางการชำระเงิน สั่งซื้อแนวข้อสอบ

ธนาคารไทยพาณิชย์   
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 404-045-7465
ธนาคารกสิกรไทย 
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 011-298-4070
ธนาคารกรุงไทย 
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 984-402-4080



+++ Tel : 0981081851
+++ Line me : http://line.me/ti/p/%40qod6536c

+++ Line @ : @qod6536c ใส่ "@" ด้วยนะครับ 
+++ E-Mail : k_sakhiran@hotmail.com
+++ Web Site : www.sheetthai.net
+++ Face Book : www.facebook.com/sheetthai.z



1 แนวข้อสอบทำการจัดส่งภายในวันที่โอนเงิน ไม่เกิน "เที่ยงคืน" (ในกรณีโอนเงินก่อน 18.00 น.)
2 โปรดตรวจสอบที่กล่องขาเข้า [Inbox] และ อีเมล์ลล์ขยะ [Junk Mail]
3 หากยังไม่ได้รับ กรุณาติดต่อกลับมาที่  098-1081851 หรือทางอีเมล์
4 กรุณาเก็บหลักฐานการโอนเงินไว้ด้วย


&&& รายละเอียดที่ต้องแจ้งหลังจากโอนเงิน &&&
1. แจ้ง เวลาที่โอน ( ดูในใบ สลิป หรือ ใบ Pay in จากธนาคารเป็นหลักเท่านั้น )
2. แจ้ง ชื่อหน่วยงาน และตำแหน่ง ที่จะสั่งซื้อ
3. แจ้ง E-Mail (ในกรณีที่สั่งเป็นไฟล์)
4. แจ้ง ชื่อที่อยู่ เบอร์โทร (ในกรณีที่สั่งเป็นหนังสือ)



#ข่าวเปิดสอบ #หนังสือ #คู่มือ #เตรียมสอบ #เก็งข้อสอบ #ติวสอบ #แนวข้อสอบ  #อัพเดทแนวข้อสอบ #ครูธุรการ #เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน #อัพเดทใหม่ล่าสุด #59

<<<<<<ขอให้โชคดีทุกท่าน>>>>>>>


1. สำนักนายกรัฐมนตรี  เทียบได้กับส่วนราชการใด
ก. กระทรวง
ข. ทบวง
ค. กรม
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ       ก.  กระทรวง
2. ส่วนราชการใดไม่ใช่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ก. เขตเทศบาล
ข. อำเภอ
ค. เขตเมืองพัทยา
ง. ชุมชน
ตอบ       ข.  อำเภอ
3. องค์ประกอบคณะกรรมการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กกศ.) มาจากที่ใด
ก. โดยตำแหน่ง
ข. โดยการแต่งตั้ง
ค. โดยการเลือกตั้ง
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ
4. ผู้บังคับบัญชาสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คือใคร
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ข. รัฐมนตรีว่าการกะรทรวงการคลัง
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ตอบ       ค.  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
               
5. ผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งองค์ประกอบคณะกรรมการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ก. คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ค. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ง. นายกรัฐมนตรี
ตอบ       ก.  คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา   
6. รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบันคือใคร
ก. นายชูชาติ หาญสวัสดิ์
ข. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ
ค. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล
ง. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ
จ. ตอบค.  นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล   5  สิงหาคม 2554
7. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษามีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร
ก. รัฐสภาครู
ข. สภาครู
ค. รัฐสภา
ง. คุรุสภา
ตอบ       ง.  คุรุสภา
8. ฐานะของคุรุสภาคือ
ก. นิติบุคคลภายใต้กำกับของสำนักนายกรัฐมนตรี
ข. นิติบุคคลภายใต้กำกับของกระทรวงศึกษาธิการ
ค. นิติบุคคลภายใต้กำกับของกระทรวงยุติธรรม
ง. นิติบุคคลสังกัดข้าราชการพลเรือนฝ่ายรัฐสภา
ตอบ       ข.  นิติบุคคลภายใต้กำกับของกระทรวงศึกษาธิการ
 
9. บุคคลในข้อใดไม่จำเป็นต้องมีใบประกอบวิชาชีพครู
ก. ลูกจ้างชั่วคราว
ข. ผู้สนับสนุนการศึกษา
ค. นักวิชาการ
ง. นักการภารโรง
ตอบ       ข.  ผู้สนับสนุนการศึกษา
10. คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษาเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า
ก. คขบ.
ข. กขบ.
ค. คกข.
ง. กคศ.
ตอบ       ง.  กคศ.
11. การกำหนดตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการต้องคำนึงถึงเรื่องใด
ก. ความรับผิดชอบ
ข. คุณภาพปริมาณ
ค. ความยากง่ายของงาน
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ
12. ส่วนราชการๆ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานใด
ก. คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
ข. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
ค. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาข้าราชการครู
ง. คณะกรรมการพัฒนาวิชาชีพ
ตอบ       ข.  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
 
13. ข้อใดไม่ใช่หลักการบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546
ก. การบริหารราชการส่วนภูมิภาค
ข. การบริหารราชการจังหวัด
ค. การบริหารราชการระดับประเทศ
ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง
ตอบ       ก.  การบริหารราชการส่วนภูมิภาค
14. การเสนอนบาย  แผนการศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐานการศึกษา ให้เสนอต่อใคร
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. รองนายกรัฐมนตรี
ค. คณะรัฐมนตรี
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ       ค.  คณะรัฐมนตรี
15. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ถือว่าเป็น
ก. ข้าราชการสายอำนวยการ
ข. ข้าราชการประจำ
ค. ข้าราชการพลเรือน
ง. ข้าราชการพลเรือนสามัญ
ตอบ       ง.  ข้าราชการพลเรือนสามัญ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 21, 2017, 11:05:23 pm โดย sakhiran »



ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
หนังสือ คู่มือ เตรียมสอบ #แนวข้อสอบครูธุรการ #เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ สพป สพม อบจ เทศบาล ชัวร์สุดๆ พร้อมเฉลย


ครูธุรการ #เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ สพป สพม อบจ เทศบาล

#ไฟล์ PDF หรือหนังสืออ่านสอบ รวบรวมจากหนังสือมากกว่าสิบเล่ม และแนวข้อสอบจริง พร้อมเฉลย
#แนวข้อสอบรายละเอียดภายในไฟล์ประกอบด้วย #แนวข้อสอบทุกวิชาที่ใช้สอบของแต่ละหน่วยงาน
#ติวสอบรวมแนวข้อสอบเก่าดีดีและข้อสอบที่ออกบ่อยมากพร้อมเฉลย โดนเต็มๆ ครอบคลุม ทุกเนื้อหาที่เปิดสอบ
#อัพเดทแนวข้อสอบ#แนวข้อสอบครูธุรการ #เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน #อัพเดทใหม่ล่าสุด #60
#เฉลยแนวข้อสอบ เปิดสอบอ่านคล่องเข้าใจง่ายแม่นยำ ตรงประเด็น เต็มๆ
#E-BOOK #จำหน่ายแนวข้อสอบ #ขายแนวข้อสอบ #ติวข้อสอบ #เก็งข้อสอบ
#หนังสืออ่านสอบ #คู่มือเตรียมสอบ #แนวข้อสอบ #ตัวอย่างข้อสอบเน้นๆ


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบ สรุปแนวข้อสอบจำหน่ายเอกสารติวแนวข้อสอบ #แนวข้อสอบครูธุรการ #เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน อัพเดทใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ


1 แนวข้อสอบ การเมืองเศรษฐกิจ ปัจจุบัน
2 นโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
3 แนวข้อสอบวัฒนธรรมไทยและประเพณีท้องถิ่น
4 คุณธรรมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพครู ล่าสุด
5 แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
6 แนวข้อสอบ พรบ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
7 แนวข้อสอบ พรบ ระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
8  แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ
9  แนวข้อสอบคณิตศาสตร์ ความสามารถด้านตัวเลข
10  แนวข้อสอบภาษาไทย
11 ความสามารถด้านเหตุผล
12 แนวข้อสอบว่าด้วยระเบียบการลา ของข้าราชการ พ.ศ. 2555
13 แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับระเบียบงานสารบรรณฯ พศ 2526 และแก้ไขเพิ่มเติม
14 สรุป + แนวข้อสอบพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
15 แนวข้อสอบความรู้งานธุรการ
16 ความรู้เกี่ยวกับระเบียบงานสารบรรณฯ
17 ความรู้เกี่ยวกับการเขียนหนังสือหนังสือราชการและโต้ตอบเอกสารราชการฯ


สั่งซื้อแนวข้อสอบได้ที่  หรือสอบถามได้ บริการเป็นกันเอง
คุณศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน  (คุณอั๋น)
Tel : 0981081851
http://line.me/ti/p/%40qod6536c
Line @ : @qod6536c ใส่ "@"ด้วยนะครับ
E-Mail : k_sakhiran@hotmail.com
Face Book : www.facebook.com/sheetthai.z




ข้อสอบไทย.คอม ศูนย์ข้อสอบไทย แนวข้อสอบเก่า อ่านฟรี พร้อมเฉลย ใหม่ล่าสุด งานราชการ ก.พ. อบต. ครู ตำรวจ ธนาคาร ธกส. รัฐวิสาหกิจ ?
แนวข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ คู่มือสอบ ติวสอบ หาข้อสอบ เก็งข้อสอบ ข้อสอบเก่า แจกข้อสอบ ข้อสอบลับ ข่าวการสอบ เปิดสอบ





วิธีการสั่งซื้อ



กดเพิ่มเพื่อน หรือ สแกน QR CODE LINE @



กดเพิ่มเพื่อน หรือ สแกน QR CODE LINE @




*** จำหน่าย แนวข้อสอบทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง สอบถามได้
*** ไฟล์แนวข้อสอบ ราคา 399 บาท {จัดส่งทางอีเมล์}  สามารถเอาไปปริ้น อ่านได้เลย หรือ เปิดใน Computer, Smart Phone, Tablet ได้
*** หนังสืออ่านสอบ แถม แผ่น CD VCD หรือ MP3 (บรรยายเนื้อหา 1 เรื่อง) ราคา 999 บาท จัดส่งทางไปรษณีย์ {ร่วมค่าจัดส่ง EMS แล้ว}
** ใส่เศษสตางค์เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ การโอนเงิน  ตัวอย่างเช่น 399.05, 399.50 , 399.77 **

ช่องทางการชำระเงิน สั่งซื้อแนวข้อสอบ

ธนาคารไทยพาณิชย์   
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 404-045-7465
ธนาคารกสิกรไทย 
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 011-298-4070
ธนาคารกรุงไทย 
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 984-402-4080



+++ Tel : 0981081851
+++ Line me : http://line.me/ti/p/%40qod6536c

+++ Line @ : @qod6536c ใส่ "@" ด้วยนะครับ 
+++ E-Mail : k_sakhiran@hotmail.com
+++ Face Book : www.facebook.com/sheetthai.z



1 แนวข้อสอบทำการจัดส่งภายในวันที่โอนเงิน ไม่เกิน "เที่ยงคืน" (ในกรณีโอนเงินก่อน 18.00 น.)
2 โปรดตรวจสอบที่กล่องขาเข้า [Inbox] และ อีเมล์ลล์ขยะ [Junk Mail]
3 หากยังไม่ได้รับ กรุณาติดต่อกลับมาที่  098-1081851 หรือทางอีเมล์ k_sakhiran@hotmail.com
4 กรุณาเก็บหลักฐานการโอนเงินไว้ด้วย


&&& รายละเอียดที่ต้องแจ้งหลังจากโอนเงิน &&&
1. แจ้ง เวลาที่โอน ( ดูในใบ สลิป หรือ ใบ Pay in จากธนาคารเป็นหลักเท่านั้น )
2. แจ้ง ชื่อหน่วยงาน และตำแหน่ง ที่จะสั่งซื้อ
3. แจ้ง E-Mail (ในกรณีที่สั่งเป็นไฟล์)
4. แจ้ง ชื่อที่อยู่ เบอร์โทร (ในกรณีที่สั่งเป็นหนังสือ)



#ข่าวเปิดสอบ #หนังสือ #คู่มือ #เตรียมสอบ #เก็งข้อสอบ #ติวสอบ #แนวข้อสอบ
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดนครพนม
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดสกลนคร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดมุกดาหาร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดอุบลราชธานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดหนองคาย
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดอำนาจเจริญ
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดหนองบัวลำภู
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดศรีสะเกษ
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดอุดรธานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดยโสธร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดเลย
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดกาฬสินธุ์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดร้อยเอ็ด
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดมหาสารคาม
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดสุรินทร์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดขอนแก่น
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดบุรีรัมย์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดเพชรบูรณ์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดชัยภูมิ
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดนครราชสีมา

แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดเชียงใหม่
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัด-เชียงราย
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดแม่ฮ่องสอน
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดพะเยา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดลำพูน
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดน่าน
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดลำปาง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดแพร่
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดอุตรดิตถ์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดตาก
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดพิษณุโลก
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดกำแพงเพชร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดพิจิตร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดนครสวรรค์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดอุทัยธานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดชัยนาท
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดลพบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดสิงห์บุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดปราจีนบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดสระบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดนครนายก
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดอ่างทอง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดราชบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดสุพรรณบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดอยุธยา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดสมุทรสงคราม
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดสมุทรสาคร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดสระแก้ว
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดตราด
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดจันทบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดระยอง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดชลบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดฉะเชิงเทรา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดเพชรบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดชุมพร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดระนอง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดสุราษฎร์ธานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดนครศรีธรรมราช
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดพังงา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดกระบี่
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดตรัง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดพัทลุง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดภูเก็ต
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ.   จังหวัดสงขลา




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 12, 2017, 11:51:45 pm โดย sakhiran »

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
. ข้อใดคือกฎหมายสำหรับการบริหารงานบุคคล
ก. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ                               
ข. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
ค. พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ง. พรบเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งและเงินวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทาง
การศึกษา
2. ข้อใดเป็นระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
ก. ส่วนกลาง ส่วนเขตพื้นที่ ส่วนภูมิภาค
ข. ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค สถานศึกษา
ค. ส่วนกลาง ส่วนเขตพื้นที่ ส่วนท้องถิ่น
ง. ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น
3. ส่วนราชการใดต่อไปนี้ไม่เป็นนิติบุคคล
ก. กรมที่ดิน                                                           ข. จังหวัดนครราชสีมา
ค. อำเภอโนนไทย                                               ง. อบต.ไทยเจริญ
4. สพฐ. คือส่วนราชการใด
ก. สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. สำนักงานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
5. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)เป็นหน่วยงานอยู่ใน ส่วนราชการใดตามระเบียบบริหารราชการ
กระทรวงศึกษาธิการ
ก. ส่วนกลาง                                                         ข. ส่วนภูมิภาค
ค. ส่วนเขตพื้นที่การศึกษา                 ง. ส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคล
 
6. มีหน้าที่ในการจัดทำมาตรฐานและหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. กระทรวงศึกษาธิการ
ข. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. สถานศึกษาหรือโรงเรียน
7. ปัจจุบันสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีกี่แห่ง
ก. 175 แห่ง                                                           ข. 178 แห่ง
ค. 256 แห่ง                                                           ง. 295 แห่ง
8. ส่วนราชการในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาคือ
ก. งานบริหารงานบุคคล                                    ข. กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา
ค. ฝ่ายนิเทศการศึกษา                                         ง. กลุ่มงานแผนและนโยบาย
ถูกทุกข้อ
9. ส่วนราชการตามข้อ 8 มีบทบาทในเรื่องใด
ก. การเจ้าหน้าที่                                                   
ข. การส่งเสริมกิจการนักเรียน
ค. การประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา
ง. การจัดระบบข้อมูลสารสนเทศ
10. องค์คณะบริหารที่เป็นคณะกรรมการบริหารงานในบทบาทหน้าที่ของเขตพื้นที่การศึกษามีทั้งหมด
กี่คณะ
ก. 1 คณะ                                                               ข. 2 คณะ
ค. 3 คณะ                                                               ง. 4 คณะ
11. อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา เป็นองค์คณะบุคคลมีหน้าที่ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบการบริหาร
งานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษา มีจำนวนกี่คน
ก. 9 คน                                                                  ข. 12 คน
ค. 15 คน                                                                ง. 27 คน
12. องค์กรกลางในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ก. คุรุสภา                                                              ข. กระทรวงศึกษาธิการ
ค. ก.ค.ศ.                                                                ง. อ.ก.ค.ศ.
13. องค์คณะบริหารงานบุคคลระดับเขตพื้นที่การศึกษาที่มีบทบาทในการศึกษาวิเคราะห์วิจัยติตาม
ประเมินผลการจัดการศึกษาของโรงเรียน
ก. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
ข. อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา
ค. คณะกรรมการติดตามตรวจสอบประเมินผลและนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่
ง. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
14. ใครเป็นประธาน ก.ค.ศ.
ก. ผู้ทรงคุณวุฒิ
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ค. รองนายกรัฐมนตรีที่นายยกรัฐมนตรีมอบหมาย
ง. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
15. ข้อใดคือตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น
ก. ครูผู้ช่วย                                                            ข. ครู
ค. ผู้อำนวยการสถานศึกษา                                ง. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน 3
16. ผู้มีหน้าที่ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุแต่งตั้งบุคลากรทางการศึกษาอื่น
ก. ผู้อำนวยการสถานศึกษา                                ข. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา                       ง. อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
17. ผู้มีอำนาจในการบรรจุแต่งตั้งบุคลากรทางการศึกษาอื่นในสพท.
ก. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ข. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา
ง. ผอ.สพท.โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศเขตพื้นที่การศึกษา
18. เมื่อได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นบุคลากร 3 ใน สพท.จะต้องทดลองปฏิบัติหน้าที่นานเท่าใด
ก. 3 เดือน                                                              ข. 6 เดือน
ค. 1 ปี                                                                     ง. 2 ปี
19. การไปดำรงตำแหน่งเดิมในส่วนราชการเดียวกัน
ก. การย้าย                                                              ข. การโอน
ค. การไปช่วยราชการ                                         ง. การเปลี่ยนตำแหน่ง
20. ข้อปฏิบัติหรือข้อห้ามสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ก. ระเบียบ                                                             ข. กติกา
ค. วินัย                                                                   ง. จรรยาบรรณ
21. ไม่ใช่วินัยร้ายแรงสำหรับบุคลากรทางการศึกษา
ก. ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ                  ข. ซื้อขายตำแหน่ง
ค. รับจ้างทำผลงานราชการ                               ง. ขาดราชการ
22. ไม่ใช่โทษทางวินัยของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ก. ตักเตือน                                                            ข. ภาคทัณฑ์
ค. ตัดเงินเดือน                                                     ง. ลดขั้นเงินเดือน
23. ผู้มีอำนาจลงโทษบุคลากรทางการศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ก. หัวหน้ากลุ่ม หรือ ฝ่าย
ข. รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
24. เมื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นบุคลากรทางการศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะได้รับเงินเดือนตาม
ข้อใด
ก. ครูผู้ช่วย                                                            ข. อันดับค.ศ.1
ค. อันดับ ค.ศ.2                                                     ง. ตามบัญชีเงินเดือนข้าราชการพลเรือน
25. หน่วยงานที่ไม่เป็นนิติบุคคล
ก. กระทรวง                                                          ข. กรม
ค. อำเภอ                                                                ง. อบจ.
26. เงินเดือนตามบัญชอัตราเงินเดือนที่ปรับใหม่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2550
ก. เพิ่มขึ้นจากเดิม ร้อยละ3                                ข. เพิ่มขึ้นจากเดิม ร้อยละ 4
ค. เพิ่มขึ้นจากเดิม ร้อยละ 5                               ง. เพิ่มขึ้นจากเดิม ร้อยละ 10
27. เป้าหมายสูงสุดของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีคือข้อใด
ก. เกิดประโยชน์สุขต่อประชาชน                   ข. ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ค. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่า             ง. เกิดสัมฤทธิผลต่อภารกิจ
28. หลักกฎหมายจัดอยู่ในหลักธรรมมาภิบาลข้อใด
ก. หลักนิติธรรม                                                   ข. หลักคุณธรรม
ค. หลักการมีส่วนร่วม                                         ง. หลักความคุ้มค่า
29. หลักธรรมมาภิบาลมีกี่ประการ
ก. 4 ประการ                                                         ข. 5 ประการ
ค. 6 ประการ                                                         ง. 7 ประการ
30. ตามระบบการจัดองค์กรของรัฐประเทศไทยฝ่ายใดมีหน้าที่ออกกฎหมาย
ก. ฝ่ายนิติบัญญัติ                                 ข. ฝ่ายบริหาร
ค. ฝ่ายตุลาการ                                                      ง. คณะรัฐมนตรี
31. ศาลที่มีหน้าที่พิจารณาคดีทางการปกครอง
ก. ศาลยุติธรรม                                                     ข. ศาลปกครอง
ค. ศาลทหาร                                                         ง. ศาลรัฐธรรมนูญ
 
 
32. ข้อใดไม่เป็นหน่วยงานทางการปกครอง
ก. โรงเรียน                                                           ข. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค                                   ง. มูลนิธิร่วมกตัญญู
33. กรณีที่ผู้เสียหายสามารถฟ้องศาลปกครอง ไม่ได้
ก. ถูกละเมิดโดยหน่วยงานราชการ
ข. ถูกละเมิดโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
ค. ถูกละเมิดโดยเอกชน
ง. หน่วยงานราชการเพิกเฉยหรือละเลยต่อการร้องขอ
34. ข้อใดเป็นคำสั่งทางการปกครอง
ก. คำสั่งลงโทษทางวินัย                                     ข. สัญญาซื้อจ้าง
ค. กฎ                                                                      ง. หนังสือสั่งการ
35. คำสั่งทางการปกครองมีผลเมื่อใด
ก. เมื่ออกคำสั่ง                                                     ข. เมื่อส่งคำสั่ง
ค. เมื่อรับทราบคำสั่ง                                           ง. เมื่อได้รับแจ้ง
36. หากเอกชนจะฟ้องหน่วยงานจะต้องยื่นต่อศาลปกครองภายในกี่วันนับแต่วันที่รู้เหตุแห่งการฟ้อง
คดี
ก. 15 วัน                                                                ข. 30 วัน
ค. 60 วัน                                                                ง. 90 วัน
37. กรณีไม่พอใจผลการพิจารณาตามข้อ 36 จะต้องอุทธรณ์ภายในกี่วัน
ก. 15 วัน                                                                ข. 30 วัน
ค. 60 วัน                                                                ง. 90 วัน
38. ผลของคำสั่งทางการปกครองที่ทำให้คำสั่งนั้นสิ้นผล
ก. สั่งการ                                                               ข. ยกเลิก
ค. เพิกถอน                                                           ง. แก้ไข
39. หากเจ้าหน้าที่รัฐทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายแต่เป็นกระทำการละเมิดต่อเอกชน เอกชนผู้เสียหาย
จะต้องฟ้องร้องค่าเสียหายจากผู้ใด
ก. เจ้าหน้าที่                                                          ข. ส่วนราชการหรือหน่วยงาน
ค. กระทรวงเจ้าสังกัด                                         ง. กระทรวงการคลัง
40. หากส่วนราชการต้องจ่ายค่าเสียหายต่อเอกชนกรณีละเมิดและหน่วยงานราชการต้องไล่เบี้ยจาก
เจ้าหน้าที่ได้กรณีใด
ก. ความผิดชัดแจ้ง                                               ข. ปฏิบัติตามหน้าที่
ค. ไม่มีเจตนาหรือจงใจ                                      ง. ประมาท เลินเล่ออย่างร้ายแรง
41. ผู้บังคับบัญชาสูงสุดในสำนักงานเขตพื้นที่ ได้แก่
ก. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ข. รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. หัวหน้ากลุ่มหรือฝ่าย
42. ไม่ใช่ส่วนราชการในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ก. ส่งเสริมการจัดการศึกษา                                               ข. ส่งเสริมการศึกษาเอกชน
ค. นิเทศติดตามผลการจัดการศึกษา                  ง. ส่งเสริมประสิทธิภาพการศึกษา
43. ส่วนราชการในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การ
ศึกษา
ก. การบริหารงานบุคคล                                                     ข. ส่งเสริมการจัดการศึกษา
ค. ส่งเสริมการศึกษาเอกชน                                              ง. ตรวจสอบภายใน
44. ส่วนราชการใดที่กำหนดใหม่ให้มีทุกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ก. การบริหารงานบุคคล                                                     ข. ส่งเสริมการจัดการศึกษา
ค. ส่งเสริมการจัดการศึกษาเอกชน                                  ง. ส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา
45. กลุ่มบุคลากรทางการศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่ทางการศึกษาใดมีจำนวนมากที่สุด
ก. รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา         ข. ศึกษานิเทศก์
ค. เจ้าหน้าที่ธุรการ                                                              ง. เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
46. บุคลากรทางการศึกษาอื่นในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตำแหน่งใดที่กำหนดให้มีทุกส่วนราชการ
ก. เจ้าพนักงานธุรการ                                                         ข. เจ้าหน้าที่ธุรการ
ค. บุคลากร                                                                            ง. เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
47. บุคลากรในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากลุ่มใดไม่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ
ก. ผอ. สพท.                                                                          ข. รอง ผอ.สพท.
ค. ศึกษานิเทศก์                                                                    ง. เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
48. อัตรากำลังบุคลากรทางการศึกษาอื่นในส่วนราชการใดของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีมาก
ที่สุด
ก. อำนวยการ                                                                        ข. บุคคล
ค. นโยบายและแผน                                                           ง. ส่งเสริมการจัดการศึกษา
49. ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตำแหน่งใดที่กำหนดให้มีมากที่สุดในสำนักงานเขตพื้นที่การ
ศึกษา
ก. เจ้าหน้าที่ธุรการ                                                              ข. บุคลากร
ค. เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน                         ง. นักวิชาการศึกษา
50. ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่กำหนดไว้ในสถานศึกษาที่มีนักเรียน 800 คนขึ้นไป
ก. เจ้าหน้าที่ธุรการ                                              ข. เจ้าพนักงานธุรการ
ค. เจ้าหน้าที่พัสดุ                                 ง. เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
แนวข้อสอบครูธุรการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
แนวข้อสอบครูธุรการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
แนวข้อสอบครูธุรการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
แนวข้อสอบครูธุรการ องค์การบริหารส่วนจังหวัด
แนวข้อสอบครูธุรการ เทศบาล
แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่ธุรการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่ธุรการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่ธุรการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่ธุรการ องค์การบริหารส่วนจังหวัด
แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่ธุรการ เทศบาล
แนวข้อสอบครูธุรการโรงเรียน
แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่ธุรการ โรงเรียน
แนวข้อสอบ โครงการคืนครูให้นักเรียน
แนวข้อสอบ ลูกจ้างชั่วคราวปฏิบัติงานธุรการโรงเรียน
แนวข้อสอบ อัตราจ้างปฏิบัติงานธุรการโรงเรียน
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน
แนวข้อสอบ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน
แนวข้อสอบ ธุรการโรงเรียน โครงการคืนครูให้นักเรียน
แนวข้อสอบ ครูธรการ โครงการคืนครูให้นักเรียน
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน โครงการคืนครูให้นักเรียน
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดกระบี่
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดกรุงเทพมหานคร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดกาญจนบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดกาฬสินธุ์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดกำแพงเพชร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดขอนแก่น
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดจันทบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดฉะเชิงเทรา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดชลบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดชัยนาท
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดชัยภูมิ
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดชุมพร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดตรัง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดตราด
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดตาก
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดนครนายก
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดนครปฐม
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดนครพนม
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดนครราชสีมา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดนครศรีธรรมราช
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดนครสวรรค์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดนนทบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดนราธิวาส
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดน่าน
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดบึงกาฬ
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดบุรีรัมย์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดปทุมธานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดปราจีนบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดปัตตานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดพะเยา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดพังงา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดพัทลุง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดพิจิตร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดพิษณุโลก
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดภูเก็ต
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดมหาสารคาม
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดมุกดาหาร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดยะลา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดยโสธร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดระนอง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดระยอง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดราชบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดร้อยเอ็ด
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดลพบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดลำปาง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดลำพูน
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดศรีสะเกษ
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดสกลนคร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดสงขลา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดสตูล
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดสมุทรปราการ
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดสมุทรสงคราม
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดสมุทรสาคร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดสระบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดสระแก้ว
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดสิงห์บุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดสุพรรณบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดสุราษฎร์ธานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดสุรินทร์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดสุโขทัย
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดหนองคาย
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดหนองบัวลำภู
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดอำนาจเจริญ
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดอุดรธานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดอุตรดิตถ์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดอุทัยธานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดอุบลราชธานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดอ่างทอง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดเชียงราย
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดเชียงใหม่
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดเพชรบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดเพชรบูรณ์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดเลย
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดแพร่
แนวข้อสอบครูธุรการ สพฐ. จังหวัดแม่ฮ่องสอน
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดกระบี่
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดกรุงเทพมหานคร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดกาญจนบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดกาฬสินธุ์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดกำแพงเพชร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดขอนแก่น
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดจันทบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดฉะเชิงเทรา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดชลบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดชัยนาท
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดชัยภูมิ
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดชุมพร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดตรัง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดตราด
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดตาก
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดนครนายก
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดนครปฐม
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดนครพนม
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดนครราชสีมา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดนครศรีธรรมราช
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดนครสวรรค์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดนนทบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดนราธิวาส
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดน่าน
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดบึงกาฬ
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดบุรีรัมย์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดปทุมธานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดปราจีนบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดปัตตานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดพะเยา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดพังงา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดพัทลุง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดพิจิตร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดพิษณุโลก
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดภูเก็ต
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดมหาสารคาม
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดมุกดาหาร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดยะลา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดยโสธร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดระนอง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดระยอง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดราชบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดร้อยเอ็ด
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดลพบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดลำปาง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดลำพูน
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดศรีสะเกษ
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดสกลนคร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดสงขลา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดสตูล
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดสมุทรปราการ
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดสมุทรสงคราม
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดสมุทรสาคร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดสระบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดสระแก้ว
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดสิงห์บุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดสุพรรณบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดสุราษฎร์ธานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดสุรินทร์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดสุโขทัย
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดหนองคาย
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดหนองบัวลำภู
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดอำนาจเจริญ
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดอุดรธานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดอุตรดิตถ์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดอุทัยธานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดอุบลราชธานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดอ่างทอง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดเชียงราย
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดเชียงใหม่
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดเพชรบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดเพชรบูรณ์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดเลย
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดแพร่
แนวข้อสอบครูธุรการ สพป. จังหวัดแม่ฮ่องสอน
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดกระบี่
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดกรุงเทพมหานคร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดกาญจนบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดกาฬสินธุ์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดกำแพงเพชร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดขอนแก่น
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดจันทบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดฉะเชิงเทรา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดชลบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดชัยนาท
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดชัยภูมิ
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดชุมพร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดตรัง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดตราด
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดตาก
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดนครนายก
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดนครปฐม
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดนครพนม
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดนครราชสีมา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดนครศรีธรรมราช
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดนครสวรรค์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดนนทบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดนราธิวาส
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดน่าน
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดบึงกาฬ
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดบุรีรัมย์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดปทุมธานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดปราจีนบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดปัตตานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดพะเยา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดพังงา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดพัทลุง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดพิจิตร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดพิษณุโลก
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดภูเก็ต
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดมหาสารคาม
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดมุกดาหาร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดยะลา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดยโสธร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดระนอง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดระยอง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดราชบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดร้อยเอ็ด
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดลพบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดลำปาง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดลำพูน
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดศรีสะเกษ
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดสกลนคร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดสงขลา
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดสตูล
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดสมุทรปราการ
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดสมุทรสงคราม
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดสมุทรสาคร
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดสระบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดสระแก้ว
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดสิงห์บุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดสุพรรณบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดสุราษฎร์ธานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดสุรินทร์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดสุโขทัย
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดหนองคาย
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดหนองบัวลำภู
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดอำนาจเจริญ
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดอุดรธานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดอุตรดิตถ์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดอุทัยธานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดอุบลราชธานี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดอ่างทอง
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดเชียงราย
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดเชียงใหม่
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดเพชรบุรี
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดเพชรบูรณ์
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดเลย
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดแพร่
แนวข้อสอบครูธุรการ สพม. จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดกระบี่
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดกรุงเทพมหานคร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดกาญจนบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดกาฬสินธุ์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดกำแพงเพชร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดขอนแก่น
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดจันทบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดฉะเชิงเทรา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดชลบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดชัยนาท
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดชัยภูมิ
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดชุมพร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดตรัง
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดตราด
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดตาก
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดนครนายก
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดนครปฐม
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดนครพนม
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดนครราชสีมา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดนครศรีธรรมราช
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดนครสวรรค์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดนนทบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดนราธิวาส
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดน่าน
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดบึงกาฬ
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดบุรีรัมย์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดปทุมธานี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดปราจีนบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดปัตตานี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดพะเยา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดพังงา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดพัทลุง
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดพิจิตร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดพิษณุโลก
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดภูเก็ต
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดมหาสารคาม
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดมุกดาหาร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดยะลา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดยโสธร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดระนอง
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดระยอง
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดราชบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดร้อยเอ็ด
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดลพบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดลำปาง
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดลำพูน
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดศรีสะเกษ
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดสกลนคร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดสงขลา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดสตูล
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดสมุทรปราการ
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดสมุทรสงคราม
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดสมุทรสาคร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดสระบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดสระแก้ว
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดสิงห์บุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดสุพรรณบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดสุราษฎร์ธานี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดสุรินทร์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดสุโขทัย
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดหนองคาย
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดหนองบัวลำภู
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดอำนาจเจริญ
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดอุดรธานี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดอุตรดิตถ์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดอุทัยธานี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดอุบลราชธานี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดอ่างทอง
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดเชียงราย
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดเชียงใหม่
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดเพชรบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดเพชรบูรณ์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดเลย
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดแพร่
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพฐ. จังหวัดแม่ฮ่องสอน
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดกระบี่
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดกรุงเทพมหานคร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดกาญจนบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดกาฬสินธุ์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดกำแพงเพชร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดขอนแก่น
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดจันทบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดฉะเชิงเทรา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดชลบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดชัยนาท
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดชัยภูมิ
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดชุมพร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดตรัง
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดตราด
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดตาก
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดนครนายก
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดนครปฐม
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดนครพนม
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดนครราชสีมา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดนครศรีธรรมราช
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดนครสวรรค์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดนนทบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดนราธิวาส
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดน่าน
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดบึงกาฬ
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดบุรีรัมย์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดปทุมธานี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดปราจีนบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดปัตตานี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดพะเยา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดพังงา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดพัทลุง
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดพิจิตร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดพิษณุโลก
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดภูเก็ต
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดมหาสารคาม
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดมุกดาหาร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดยะลา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดยโสธร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดระนอง
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดระยอง
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดราชบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดร้อยเอ็ด
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดลพบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดลำปาง
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดลำพูน
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดศรีสะเกษ
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดสกลนคร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดสงขลา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดสตูล
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดสมุทรปราการ
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดสมุทรสงคราม
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดสมุทรสาคร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดสระบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดสระแก้ว
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดสิงห์บุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดสุพรรณบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดสุราษฎร์ธานี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดสุรินทร์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดสุโขทัย
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดหนองคาย
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดหนองบัวลำภู
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดอำนาจเจริญ
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดอุดรธานี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดอุตรดิตถ์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดอุทัยธานี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดอุบลราชธานี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดอ่างทอง
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดเชียงราย
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดเชียงใหม่
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดเพชรบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดเพชรบูรณ์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดเลย
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดแพร่
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพป. จังหวัดแม่ฮ่องสอน
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดกระบี่
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดกรุงเทพมหานคร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดกาญจนบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดกาฬสินธุ์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดกำแพงเพชร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดขอนแก่น
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดจันทบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดฉะเชิงเทรา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดชลบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดชัยนาท
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดชัยภูมิ
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดชุมพร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดตรัง
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดตราด
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดตาก
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดนครนายก
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดนครปฐม
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดนครพนม
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดนครราชสีมา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดนครศรีธรรมราช
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดนครสวรรค์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดนนทบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดนราธิวาส
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดน่าน
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดบึงกาฬ
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดบุรีรัมย์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดปทุมธานี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดปราจีนบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดปัตตานี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดพะเยา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดพังงา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดพัทลุง
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดพิจิตร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดพิษณุโลก
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดภูเก็ต
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดมหาสารคาม
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดมุกดาหาร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดยะลา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดยโสธร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดระนอง
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดระยอง
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดราชบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดร้อยเอ็ด
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดลพบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดลำปาง
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดลำพูน
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดศรีสะเกษ
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดสกลนคร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดสงขลา
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดสตูล
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดสมุทรปราการ
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดสมุทรสงคราม
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดสมุทรสาคร
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดสระบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดสระแก้ว
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดสิงห์บุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดสุพรรณบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดสุราษฎร์ธานี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดสุรินทร์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดสุโขทัย
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดหนองคาย
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดหนองบัวลำภู
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดอำนาจเจริญ
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดอุดรธานี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดอุตรดิตถ์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดอุทัยธานี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดอุบลราชธานี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดอ่างทอง
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดเชียงราย
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดเชียงใหม่
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดเพชรบุรี
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดเพชรบูรณ์
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดเลย
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดแพร่
แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน สพม. จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
วามรู้ทั่วไปเกี่ยวกับแนวปฏิบัติในสถานศึกษา

1.  ข้อใดคือเวลาทำงานของสถานศึกษา ?
                ก. ๐๘.๐๐- ๑๖.๐๐  น.                           ข. ๐๘.๓๐ – ๑๖.๐๐ น.
                ค. ๐๘.๐๐ – ๑๖.๓๐ น.                              ง. ๐๘.๓๐ – ๑๖.๓๐ น.

2.  ข้อใดกล่าวผิด  ?

                ก. เวลาหยุดกลางวันของสถานศึกษา คือ ๑๒.๐๐ – ๑๓.๐๐ น.
                ข. วันหยุดราชการเต็มวันของสถานศึกษา คือวันเสาร์ วันอาทิตย์
                ค. หลักสูตรกำหนดเวลาเลิกเรียนถึง ๑๕.๐๐ น. และถือว่าเป็นเวลาเลิกงานของครู
                ง. สถานศึกษาต้องทำงานสัปดาห์ละ ๓๕  ชั่วโมง

3.  ข้อใดถือว่าเป็นวันทำงานปกติของสถานศึกษา ?
                ก. วันที่ทำการสอนชดเชย                 ข. วันจันทร์ถึงวันศุกร์
                ค. วันปิดภาคเรียนแต่ราชการจำเป็น               ง. ถูกทุกข้อ

4.  ข้อใดคือวันเปิดภาคเรียนของสถานศึกษา ?
                ก. วันที่ ๑  พฤษภาคม                               ข. วันที่ ๑๕ พฤษภาคม
                ค.วันที่ ๑๖  พฤษภาคม                              ง. วันที่ ๑๗ พฤษภาคม

5.  ผู้บังคับบัญชาของพนักงานธุรการโรงเรียนคือใคร ?
                ก. ครูธุรการเดิม                                     ข. ครูทุกคน
                ค. ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา            ง. ผู้อำนวยการโรงเรียน

6. ข้อใดเป็นครุภัณฑ์ ?
                ก. เครื่องตัดหญ้าราคา ๔,๕๐๐  บาท
                ข. โทรศัพท์มือถือราคา ๓,๕๐๐  บาท
                ค. โทรสาร  ราคา ๖,๕๐๐  บาท
                ง. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ราคา ๗,๕๐๐  บาท

7. โรงเรียนได้รับงบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐  บาท จะจัดซื้อโดยวิธีใด ?
                ก. ตกลงราคา                                       ข. สอบราคา
                ค. ประกวดราคา                                     ง. พิเศษ

8. การจัดซื้อจัดจ้างแบบ Electronic  ข้อใดถูกต้อง
                ก. ๑๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป
                ข. ๕๐๐,๐๐๐  บาทขึ้นไป
                ค. ๑,๐๐๐,๐๐๐  บาทขึ้นไป
                ง.  ๒,๐๐๐,๐๐๐  บาทขึ้นไป

9. GFMIS  หมายถึงข้อใด ?
                ก. โครงการควบคุมการเบิกจ่ายเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
                ข. โครงการประกวดราคาด้วยระบบอีเล็กทรอนิกส์
                ค. โครงการรายงานทางการเงินของรัฐบาลด้วยอิเล็กทรอนิกส์
                ง. โครงการปรับเปลี่ยนการเงินการคลังภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

10. พัสดุ  หมายถึงข้อใด ?
                ก. การบริหารและการจัดการเกี่ยวกับพัสดุ
                ข. การสนองความต้องการของหน่วยงาน
                ค. วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
                ง.วิธีดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
1. ข้อใดคือกฎหมายสำหรับการบริหารงานบุคคล
ก. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ                               
ข. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
ค. พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ง. พรบเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งและเงินวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

2. ข้อใดเป็นระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
ก. ส่วนกลาง ส่วนเขตพื้นที่ ส่วนภูมิภาค
ข. ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค สถานศึกษา
ค. ส่วนกลาง ส่วนเขตพื้นที่ ส่วนท้องถิ่น
ง. ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น

3. ส่วนราชการใดต่อไปนี้ไม่เป็นนิติบุคคล
ก. กรมที่ดิน                                                           
ข. จังหวัดนครราชสีมา
ค. อำเภอโนนไทย                                               
ง. อบต.ไทยเจริญ

4. สพฐ. คือส่วนราชการใด
ก. สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. สำนักงานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

5. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)เป็นหน่วยงานอยู่ใน ส่วนราชการใดตามระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
ก. ส่วนกลาง                                                         
ข. ส่วนภูมิภาค
ค. ส่วนเขตพื้นที่การศึกษา                 
ง. ส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคล

6. มีหน้าที่ในการจัดทำมาตรฐานและหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. กระทรวงศึกษาธิการ
ข. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. สถานศึกษาหรือโรงเรียน

7. ปัจจุบันสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีกี่แห่ง
ก. 175 แห่ง                                                           
ข. 178 แห่ง
ค. 256 แห่ง                                                           
ง. 295 แห่ง

8. ส่วนราชการในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาคือ
ก. งานบริหารงานบุคคล                                   
ข. กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา
ค. ฝ่ายนิเทศการศึกษา                                         
ง. กลุ่มงานแผนและนโยบายถูกทุกข้อ

9. ส่วนราชการตามข้อ 8 มีบทบาทในเรื่องใด
ก. การเจ้าหน้าที่                                                 
ข. การส่งเสริมกิจการนักเรียน
ค. การประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา
ง. การจัดระบบข้อมูลสารสนเทศ

10. องค์คณะบริหารที่เป็นคณะกรรมการบริหารงานในบทบาทหน้าที่ของเขตพื้นที่การศึกษามีทั้งหมดกี่คณะ
ก. 1 คณะ                                                               
ข. 2 คณะ
ค. 3 คณะ                                                               
ง. 4 คณะ

11. อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา เป็นองค์คณะบุคคลมีหน้าที่ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษา มีจำนวนกี่คน
ก. 9 คน                                                                 
ข. 12 คน
ค. 15 คน                                                               
ง. 27 คน

12. องค์กรกลางในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ก. คุรุสภา                                                             
ข. กระทรวงศึกษาธิการ
ค. ก.ค.ศ.                                                               
ง. อ.ก.ค.ศ.

13. องค์คณะบริหารงานบุคคลระดับเขตพื้นที่การศึกษาที่มีบทบาทในการศึกษาวิเคราะห์วิจัยติตามประเมินผลการจัดการศึกษาของโรงเรียน
ก. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
ข. อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา
ค. คณะกรรมการติดตามตรวจสอบประเมินผลและนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่
ง. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

14. ใครเป็นประธาน ก.ค.ศ.
ก. ผู้ทรงคุณวุฒิ
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ค. รองนายกรัฐมนตรีที่นายยกรัฐมนตรีมอบหมาย
ง. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

15. ข้อใดคือตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น
ก. ครูผู้ช่วย                                                           
ข. ครู
ค. ผู้อำนวยการสถานศึกษา                               
ง. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน 3

16. ผู้มีหน้าที่ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุแต่งตั้งบุคลากรทางการศึกษาอื่น
ก. ผู้อำนวยการสถานศึกษา                               
ข. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา                       
ง. อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

17. ผู้มีอำนาจในการบรรจุแต่งตั้งบุคลากรทางการศึกษาอื่นในสพท.
ก. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ข. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา
ง. ผอ.สพท.โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศเขตพื้นที่การศึกษา

18. เมื่อได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นบุคลากร 3 ใน สพท.จะต้องทดลองปฏิบัติหน้าที่นานเท่าใด
ก. 3 เดือน                                                             
ข. 6 เดือน
ค. 1 ปี                                                                     
ง. 2 ปี

19. การไปดำรงตำแหน่งเดิมในส่วนราชการเดียวกัน
ก. การย้าย                                                             
ข. การโอน
ค. การไปช่วยราชการ                                         
ง. การเปลี่ยนตำแหน่ง

20. ข้อปฏิบัติหรือข้อห้ามสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ก. ระเบียบ                                                             
ข. กติกา
ค. วินัย                                                                   
ง. จรรยาบรรณ

21. ไม่ใช่วินัยร้ายแรงสำหรับบุคลากรทางการศึกษา
ก. ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ                 
ข. ซื้อขายตำแหน่ง
ค. รับจ้างทำผลงานราชการ                               
ง. ขาดราชการ

22. ไม่ใช่โทษทางวินัยของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ก. ตักเตือน                                                           
ข. ภาคทัณฑ์
ค. ตัดเงินเดือน                                                     
ง. ลดขั้นเงินเดือน

23. ผู้มีอำนาจลงโทษบุคลากรทางการศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ก. หัวหน้ากลุ่ม หรือ ฝ่าย
ข. รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

24. เมื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นบุคลากรทางการศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะได้รับเงินเดือนตามข้อใด
ก. ครูผู้ช่วย                                                           
ข. อันดับค.ศ.1
ค. อันดับ ค.ศ.2                                                     
ง. ตามบัญชีเงินเดือนข้าราชการพลเรือน

25. หน่วยงานที่ไม่เป็นนิติบุคคล
ก. กระทรวง                                                         
ข. กรม
ค. อำเภอ                                                               
ง. อบจ.

26. เงินเดือนตามบัญชอัตราเงินเดือนที่ปรับใหม่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2550
ก. เพิ่มขึ้นจากเดิม ร้อยละ3                               
ข. เพิ่มขึ้นจากเดิม ร้อยละ 4
ค. เพิ่มขึ้นจากเดิม ร้อยละ 5                               
ง. เพิ่มขึ้นจากเดิม ร้อยละ 10

27. เป้าหมายสูงสุดของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีคือข้อใด
ก. เกิดประโยชน์สุขต่อประชาชน                   
ข. ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ค. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่า             
ง. เกิดสัมฤทธิผลต่อภารกิจ

28. หลักกฎหมายจัดอยู่ในหลักธรรมมาภิบาลข้อใด
ก. หลักนิติธรรม                                                   
ข. หลักคุณธรรม
ค. หลักการมีส่วนร่วม                                         
ง. หลักความคุ้มค่า

29. หลักธรรมมาภิบาลมีกี่ประการ
ก. 4 ประการ                                                         
ข. 5 ประการ
ค. 6 ประการ                                                         
ง. 7 ประการ

30. ตามระบบการจัดองค์กรของรัฐประเทศไทยฝ่ายใดมีหน้าที่ออกกฎหมาย
ก. ฝ่ายนิติบัญญัติ                                 
ข. ฝ่ายบริหาร
ค. ฝ่ายตุลาการ                                                     
ง. คณะรัฐมนตรี

31. ศาลที่มีหน้าที่พิจารณาคดีทางการปกครอง
ก. ศาลยุติธรรม                                                     
ข. ศาลปกครอง
ค. ศาลทหาร                                                         
ง. ศาลรัฐธรรมนูญ

32. ข้อใดไม่เป็นหน่วยงานทางการปกครอง
ก. โรงเรียน                                                           
ข. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค                                   
ง. มูลนิธิร่วมกตัญญู

33. กรณีที่ผู้เสียหายสามารถฟ้องศาลปกครอง ไม่ได้
ก. ถูกละเมิดโดยหน่วยงานราชการ
ข. ถูกละเมิดโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
ค. ถูกละเมิดโดยเอกชน
ง. หน่วยงานราชการเพิกเฉยหรือละเลยต่อการร้องขอ

34. ข้อใดเป็นคำสั่งทางการปกครอง
ก. คำสั่งลงโทษทางวินัย                                     
ข. สัญญาซื้อจ้าง
ค. กฎ                                                                     
ง. หนังสือสั่งการ

35. คำสั่งทางการปกครองมีผลเมื่อใด
ก. เมื่ออกคำสั่ง                                                     
ข. เมื่อส่งคำสั่ง
ค. เมื่อรับทราบคำสั่ง                                           
ง. เมื่อได้รับแจ้ง

36. หากเอกชนจะฟ้องหน่วยงานจะต้องยื่นต่อศาลปกครองภายในกี่วันนับแต่วันที่รู้เหตุแห่งการฟ้องคดี
ก. 15 วัน                                                               
ข. 30 วัน
ค. 60 วัน                                                               
ง. 90 วัน

37. กรณีไม่พอใจผลการพิจารณาตามข้อ 36 จะต้องอุทธรณ์ภายในกี่วัน
ก. 15 วัน                                                               
ข. 30 วัน
ค. 60 วัน                                                               
ง. 90 วัน

38. ผลของคำสั่งทางการปกครองที่ทำให้คำสั่งนั้นสิ้นผล
ก. สั่งการ                                                               
ข. ยกเลิก
ค. เพิกถอน                                                           
ง. แก้ไข

39. หากเจ้าหน้าที่รัฐทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายแต่เป็นกระทำการละเมิดต่อเอกชน เอกชนผู้เสียหายจะต้องฟ้องร้องค่าเสียหายจากผู้ใด
ก. เจ้าหน้าที่                                                         
ข. ส่วนราชการหรือหน่วยงาน
ค. กระทรวงเจ้าสังกัด                                         
ง. กระทรวงการคลัง

40. หากส่วนราชการต้องจ่ายค่าเสียหายต่อเอกชนกรณีละเมิดและหน่วยงานราชการต้องไล่เบี้ยจากเจ้าหน้าที่ได้กรณีใด
ก. ความผิดชัดแจ้ง                                               
ข. ปฏิบัติตามหน้าที่
ค. ไม่มีเจตนาหรือจงใจ                                     
ง. ประมาท เลินเล่ออย่างร้ายแรง

41. ผู้บังคับบัญชาสูงสุดในสำนักงานเขตพื้นที่ ได้แก่
ก. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ข. รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. หัวหน้ากลุ่มหรือฝ่าย

42. ไม่ใช่ส่วนราชการในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ก. ส่งเสริมการจัดการศึกษา                                               
ข. ส่งเสริมการศึกษาเอกชน
ค. นิเทศติดตามผลการจัดการศึกษา                 
ง. ส่งเสริมประสิทธิภาพการศึกษา

43. ส่วนราชการในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ก. การบริหารงานบุคคล                                                     
ข. ส่งเสริมการจัดการศึกษา
ค. ส่งเสริมการศึกษาเอกชน                                             
ง. ตรวจสอบภายใน

44. ส่วนราชการใดที่กำหนดใหม่ให้มีทุกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ก. การบริหารงานบุคคล                                                     
ข. ส่งเสริมการจัดการศึกษา
ค. ส่งเสริมการจัดการศึกษาเอกชน                                 
ง. ส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา

45. กลุ่มบุคลากรทางการศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่ทางการศึกษาใดมีจำนวนมากที่สุด
ก. รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา         
ข. ศึกษานิเทศก์
ค. เจ้าหน้าที่ธุรการ                                                             
ง. เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป

46. บุคลากรทางการศึกษาอื่นในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตำแหน่งใดที่กำหนดให้มีทุกส่วนราชการ
ก. เจ้าพนักงานธุรการ                                                         
ข. เจ้าหน้าที่ธุรการ
ค. บุคลากร                                                                           
ง. เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป

47. บุคลากรในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากลุ่มใดไม่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ
ก. ผอ. สพท.                                                                         
ข. รอง ผอ.สพท.
ค. ศึกษานิเทศก์                                                                   
ง. เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป

48. อัตรากำลังบุคลากรทางการศึกษาอื่นในส่วนราชการใดของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีมากที่สุด
ก. อำนวยการ                                                                       
ข. บุคคล
ค. นโยบายและแผน                                                           
ง. ส่งเสริมการจัดการศึกษา

49. ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตำแหน่งใดที่กำหนดให้มีมากที่สุดในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ก. เจ้าหน้าที่ธุรการ                                                             
ข. บุคลากร
ค. เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน                         
ง. นักวิชาการศึกษา

50. ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่กำหนดไว้ในสถานศึกษาที่มีนักเรียน 800 คนขึ้นไป
ก. เจ้าหน้าที่ธุรการ                                             
ข. เจ้าพนักงานธุรการ
ค. เจ้าหน้าที่พัสดุ                                 
ง. เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
ข้อสอบภาค ข  ตำแหน่งธุรการปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน สพฐ.
แนวข้อสอบครูผู้ช่วย พรบ.รบ.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และที่เกี่ยวข้อง

1. ข้อใด คือหลักการของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
ก. ให้มีกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา
ข. ให้มีกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ค. ให้มีกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา
ง. ให้เป็นกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา

2. เหตุผลสำคัญที่ต้องตราพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
ก. มาตรา 54 หมวด 7 ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้บัญญัติขึ้น
ข. เพื่อให้มีระบบข้าราชการครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาขึ้นมาใหม่
ค. ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรกลางเดียวกัน
ง. เพื่อกระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลสู่เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา

3. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มีผลบังคับใช้เมื่อใด
ก. 23 พฤศจิกายน 2547
ข. 23 ธันวาคม 2547
ค. 24 พฤศจิกายน 2547
ง. 24 ธันวาคม 2547

4. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ส่งผลให้ยกเลิกกฎหมายฉบับใด
ก. พระราชบัญญัติคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2523 และแก้ไขเพิ่มเติม
ข. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูพ.ศ. 2523 และแก้ไขเพิ่มเติม
ค. พระราชบัญญัติครู พ.ศ. 2488 และแก้ไขเพิ่มเติม
ง. ถูกทุกข้อ

5. ข้อใด ไม่ใช่บุคลากรทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
ก. ครู
ข. ผู้บริหารสถานศึกษา
ค. ผู้บริหารการศึกษา
ง. ผู้สนับสนุนการศึกษาทำหน้าที่บริการ

6. ข้อใด ไม่ใช่หน่วยงานทางการศึกษาพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ. ศ. 2547
ก. สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐ
ข. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. สำนักงานการศึกษานอกโรงเรียน
ง. หน่วยงานตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด

7. คณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เรียกชื่อย่อว่า ก.ค.ศ ซึ่งมีทั้งหมด 21 คน มีใครเป็นรองประธานกรรมการ
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. เลขาธิการ ก.ค.ศ
ง. ผู้ที่คณะกรรมการเลือก

8. เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมการก.ค.ศ. มีจำนวนเท่าใด
             ก. 2 คน
            ข. ไม่เกิน 2 คน
            ค. 3 คน
            ง. ไม่เกิน 3 คน

9. กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน ก.ค.ศ. ซึ่งมีจำนวน 7 คน กลุ่มใดที่มีจำนวนแตกต่างไปจากพวก
            ก. ผู้แทน ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา
            ข. ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา
            ค. ผู้แทนข้าราชการครู
            ง. ผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่น

10. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ค.ศ.ซึ่ง ครม.แต่งตั้งจำนวน 7 คน ไม่ได้แต่งตั้งจากบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในด้านใด
            ก. ด้านการศึกษา ด้านการศึกษาพิเศษ หรือด้านกฎหมาย
            ข. ด้านการบริการจัดการภาครัฐ ด้านการบริหารองค์กร หรือการบริหารงานบุคคล
            ค. ด้านบริหารธุรกิจ หรือด้านเศรษฐศาสตร์
            ง. ด้านรัฐศาสตร์ การเมืองการปกครอง

11. กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่นใน ก.ค.ศ. ต้องมีคุณสมบัติด้านวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ตามข้อใด
ก. ไม่กำหนดคุณวุฒิแต่มีประสบการณ์ด้านสนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า 5 ปี
ข. คุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีและมีประสบการณ์ด้านสนับสนุนไม่น้อยกว่า 5 ปี
ค. คุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีและมีประสบการณ์ ด้านสนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า 15 ปี
ง. คุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษาและ มีประสบการณ์สนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า 15 ปี

12. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน ก.ค.ศ.มีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละกี่ปี และเป็นได้กี่วาระ
ก. คราวละ 3 ปี/เป็นได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน
ข. คราวละ 3 ปี/เป็นติดต่อกันกี่วาระก็ได้
ค. คราวละ 4 ปี/เป็นได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน
ง. คราวละ 4 ปี/เป็นติดต่อกันกี่วาระก็ได้

13. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน ก.ค.ศ.
ก. พ้นจากตำแหน่งตามวาระ
ข. ขาดคุณสมบัติหรือพ้นจากการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ค. ตาย หรือ ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ
ง. ถอดถอนโดยคณะรัฐมนตรีตามมติ ก.ค.ศ.ด้วยคะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการ

14. การแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ เพื่อทำหน้าที่พิจารณาในเรื่องใดของ ก.ค.ศ. ที่กำหนดเงื่อนไขให้ตั้งจากกรรมการ ก.ค.ศ. ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอย่างน้อยสองคน และคณะกรรมการ ก.ค.ศ.ซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนอนุกรรมการทั้งหมด
ก. การสรรหา บรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นกรณีพิเศษ
ข. การพิจารณาวินิจฉัยตีความปัญหาที่เกิดจากการใช้บังคับกฎหมาย
ค. การดำเนินการเรื่องวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์และการร้องทุกข์
ง. ถูกทุกข้อ

15. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้แทนผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาแตกต่างจากกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นคณะกรรมการใน ก.ค.ศ. ด้านใด
ก. ด้านการมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและไม่เคยถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ
ข. ด้านประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่
ค. ด้านเป็นผู้ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ ยุติธรรม
ง. ด้านการไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณและการประกอบอาชีพ

16. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
ก. เสนอแนะให้คำปรึกษาแก่นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการผลิตและการบริหารบุคคล
ข. กำหนดนโยบายวางแผน กำหนดเกณฑ์อัตรากำลัง
ค. เสนอแนะให้คำปรึกษาแก่ ครม.เกี่ยวกับการปรับปรุงค่าครองชีพสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูล
ง. ออกกฎ ก.ค.ศ. ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการบริหารงานบุคคล

17. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
ก. พัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการ มาตรฐานการบริหารบุคคล พิทักษ์ระบบคุณธรรม
ข. กำหนดวิธีการเงื่อนไขการจ้างเพื่อบรรจุแต่งตั้งบุคคลรวมทั้งกำหนดค่าตอบแทน
ค. ส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาเสริมสร้างขวัญกำลังใจ สวัสดิการ สิทธิประโยชน์
ง. เสนอแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาต่อรัฐมนตรี

18. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
ก. กำหนดมาตรฐาน พิจารณาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ
ข. กำกับ ดูแล ติดตาม ตรวจสอบประเมินผลการบริหารงานบุคคล
ค. รายงานต่อรัฐมนตรีกรณีส่วนราชการอ.ก.ค.ศ. เขตฯ คณะกรรมการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
ง. รับรองคุณวุฒิผู้ได้รับปริญญาประกาศนียบัตรทางการศึกษา

19. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.

ก. ส่งเสริมสนับสนุน ประสานงานและให้คำปรึกษา แนะนำการบริหารงานบุคคลแก่เขตพื้นที่การศึกษา
ข. กำหนดค่าธรรมเนียมต่างๆที่ต้องดำเนินการตาม พระราชบัญญัตินี้
ค. จัดทำทะเบียนประวัติและควบคุมการเกษียณอายุราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ง. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

20. สำนักงาน ก.ค.ศ.มีฐานะเป็นกรมอยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อบุคคลใด
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. นายกรัฐมนตรี
ค. ปลัดกระทรวง
ง. คณะรัฐมนตรี

21. ข้อใดไม่ไช่อำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ก.ค.ศ.
ก. พัฒนาข้อมูลและจัดทำแผนอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ข. กำกับติดตามตรวจสอบการปฏิบัติของหน่วยงานทางการศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา
ค. จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ง. พัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการ มาตรฐานการบริหารบุคคล พิทักษ์ระบบคุณธรรม

22. ใครเป็นประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา
ก. ผู้ที่ ก.ค.ศ.แต่งตั้ง
ข. ผู้ที่เป็นตัวแทน ก.ค.ศ.
ค. ผู้ที่ได้รับการเลือกจากอนุกรรมการ
ง. กรรมการโดยตำแหน่งคนใดคนหนึ่ง

23. องค์ประกอบของคณะอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาคือข้อใด
ก. ประธาน อนุกรรมการโดยตำแหน่งอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ข. อนุกรรมการโดยตำแหน่ง อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ
ค. ประธาน อนุกรรมการโดยตำแหน่งอนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ
ง. ประธาน อนุกรรมการโดยตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ และอนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ

24. อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.ค.ศ. ต้องมีบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษานั้นจำนวนเท่าใด
ก. 1 คน
ข. อย่างน้อย 1 คน
ค. 2 คน
ง. อย่างน้อย 2 คน

25. อนุกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน อ.ก.ค.ศ. ได้มาโดยวิธีใด
ก. การคัดเลือก
ข. การสรรหา
ค. การเลือกตั้ง
ง. วิธีการอื่น ตามที่ ก.ค.ศ กำหนด

26. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
ก. อนุกรรมการเมื่อรวมกับประธานแล้วมีจำนวน 9 คน
ข. อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้จากผู้มีความรู้สามารถและประสบการณ์ด้านการศึกษาและด้านอื่น
ค. อนุกรรมการผู้แทนครูและบุคลากรทางการศึกษามีได้ไม่เกิน 1 คน
ง. ผู้ที่จัดให้มีการได้มาของอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคือผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา

27. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯ
ก. ให้ความเห็นชอบการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ข. ให้ความเห็นชอบการพิจารณาความดีความชอบของครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา
ค. จัดทำและพัฒนามาตรฐานข้อมูลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ง. ให้ความเห็นชอบการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาที่ไม่ใช่อำนาจหน้าที่สถานศึกษา

28. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ก. เป็นผู้บริหารราชการและเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในเขตพื้นที่การศึกษา
ข. รับผิดชอบการปฏิบัติราชการที่เป็นอำนาจหน้าที่ของอ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
ค. เสนอแนะการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ง. จัดทำทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

29. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ก. จัดทำแผนและส่งเสริมการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ข. พิจารณาความดีความชอบของผู้บริหาร ร.ร.ข้าราชการ และลูกจ้างประจำในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. จัดทำมาตรฐานคุณภาพงาน กำหนดภาระงานขั้นต่ำและเกณฑ์ประเมินผลงานข้าราชการ
ง. จัดทำรายงานการบริหารงานบุคคลเสนอต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

30. ข้อใดคืออำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษา
ก. กำกับ ดูแล ติดตาม และประเมินผลการบริหารงานบุคคลของสถานศึกษา
ข. กำหนดความต้องการอัตรากำลังและตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ค. เสนอความคิดเห็นการบริหารงานบุคคลต่อผู้บริหารสถานศึกษา
ง. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาและตามที่ ก.ค.ศ.มอบหมาย

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
ตัวอย่างแนวข้อสอบนักจัดการงานทั่วไป  สอบครูธุรการ 2554

1.     การเก็บรวบรวมข้อมูลสนามที่สำคัญและใช้กันทั่วไปได้แก่
        ก.    การสังเกต การสัมภาษณ์  การใช้แบบสอบถาม             ข.    การสังเกต  การสัมภาษณ์  การทดลอง
        ค.    การสัมภาษณ์  การใช้แบบสอบถาม การทดลอง           ง.     การสังเกต การทดลอง การใช้แบบสอบถาม
        จ.     การรายงาน การทดลอง การใช้แบบสอบถาม

        ตอบ       ก.  การสังเกต การสัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม

2.     ข้อใดไม่ใช่หลักของการสังเกตที่ดี
        ก.    การสังเกตต้องมีการบันทึกรายละเอียดข้อเท็จจริง
        ข.    ผู้สังเกตควรฝึกให้มีทักษะในการใช้เครื่องมือบันทึกผล
        ค.    ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่จะสังเกตก่อนการสังเกต
        ง.     มีความสอดคล้องระหว่างสิ่งที่จะสังเกตกับปัญหาที่จะวิจัย
        จ.     ข้อ ค.  และ  ง.

        ตอบ       ค.  ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่จะสังเกตก่อนการสังเกต

3.     ข้อใดเป็นข้อจำกัดหรือจุดอ่อนของการสังเกต
        ก.    ช่วยให้ได้ข้อจำกัดหรือจุดอ่อนของการสังเกต
        ข.    ช่วยให้ได้ข้อเท็จจริงที่เป็นผลพลอยได้
        ค.    ไม่สามารถเก็บข้อมูลได้ทั่วถึงทุกแง่ทุกมุมของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
        ง.     เมื่อรู้ตัวว่าถูกสังเกต อาจจะเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ตรงกับความเป็นจริง

        จ.     ข้อ  ค.  และ  ง. ถูก

        ตอบ       จ.  ข้อ  ค.  และ  ง.  ถูก

4.     คุณลักษณะข้อใดที่ผู้สัมภาษณ์ไม่มีก็ได้
        ก.    พูดชัดเจน แจ่มใส  ใช้ภาษาที่ถูกต้อง
        ข.    สามารถสร้างบรรยากาศของความไว้วางใจ
        ค.    ถ้าการสัมภาษณ์ต้องใช้ภาษาอื่นผู้สัมภาษณ์ควรจะพูดสัมภาษณ์
        ง.     รู้จักจดบันทึกการสัมภาษณ์ให้เป็นระเบียบ            จ.    ไม่มีข้อถูก

        ตอบ       จ.  ไม่มีข้อถูก

5.     คำถามที่ผู้สัมภาษณ์ไม่ควรใช้คือข้อใด
        ก.    คำถามแบบกว้างๆ                                                               ข.    ถามให้ตรงจุดที่สุด
        ค.    คำถามยั่วยุให้อยากตอบ                                                     ง.    คำถามที่มีลักษณะติดต่อกันเป็นลูกโซ่

        ตอบ       ก.  ไม่ควรใช้คำถามแบบกว้างๆ หรือแบบครอบจักรวาล

6.     ข้อใดมิใช่ลักษณะการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structured Interview)
        ก.    กำหนดหรือเตรียมคำถามไว้ล่วงหน้า
        ข.    เป็นแบบสัมภาษณ์หรือแบบสอบถามซึ่งมีแนวคำถามไว้ให้เลือก
        ค.    ผู้สัมภาษณ์เปิดโอกาสให้ผู้ถูกสัมภาษณ์ได้แสดงความคิดเห็นของตนเอง
        ง.     ใช้คำถามกับผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนเหมือนกันหมด

        จ.     ข้อ ข.  และ ง.

        ตอบ       ก.  เป็นการสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง (Structured Interview)

7.     หลักการสัมภาษณ์ควรปฏิบัติตามข้อใดเป็นประการแรก
        ก.    ศึกษาในเรื่องที่ตนจะไปสัมภาษณ์                                   ข.    ศึกษาประวัติส่วนตัวของผู้ให้สัมภาษณ์
        ค.    เลือกผู้ให้สัมภาษณ์อย่างรอบคอบ                                   ง.    ผู้ให้สัมภาษณ์มีอคติต่อเรื่องที่จะสัมภาษณ์เพียงใด
        จ.     สร้างความสัมพันธ์กับผู้ให้สัมภาษณ์

        ตอบ       ก.  ศึกษาในเรื่องที่ตนจะไปสัมภาษณ์

8.     ผู้สัมภาษณ์ไม่ควรปฏิบัติในการสัมภาษณ์ตามข้อใด
        ก.    ศึกษาประวัติของผู้ให้สัมภาษณ์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน
        ข.    ไม่สัมภาษณ์ผู้ที่มีอคติต่อเรื่องที่จะสัมภาษณ์
        ค.    สร้างความสัมพันธ์ เป็นกันเองกับผู้ให้สัมภาษณ์
        ง.     ไม่จำเป็นต้องสร้างคำถามไว้ล่วงหน้า
        จ.     ไม่ถามในสิ่งที่ผู้ให้สัมภาษณ์ไม่ต้องการตอบ

        ตอบ       ง.  คำถามที่ใช้ในการสัมภาษณ์ต้องมีการวางแผนและอาจต้องสร้างคำถามไว้ล่วงหน้า

9.     ข้อใดไม่ควรปฏิบัติในการสัมภาษณ์
        ก.    ให้ผู้ให้สัมภาษณ์พูดมากกว่าฟัง                                       ข.    ไม่ควรใช้คำถามนำ
        ค.    ตะล่อมให้ผู้ให้สัมภาษณ์ตอบในประเด็น                      ง.    ไม่แสดงอาการเบื่อหน่ายให้ผู้สัมภาษณ์เห็น
        จ.     ไม่มีข้อถูก

        ตอบ       จ.  ไม่มีข้อถูก

10.  การบันทึกผลสัมภาษณ์มีหลักการปฏิบัติตามข้อใด
        ก.    บันทึกผลทันที                                                                     ข.    บันทึกระหว่างการสัมภาษณ์
        ค.    บันทึกหลังการสัมภาษณ์เสร็จใหม่ๆ                               ง.    บันทึกตามที่สะดวก
        จ.     ข้อ  ก.  ข้อ  ข.  และข้อ  ค.

        ตอบ       จ.  บันทึกผลทันที อาจบันทึกระหว่างการสัมภาษณ์ หรือหลังการสัมภาษณ์เสร็จใหม่ๆ ไม่ควรทิ้งไว้นาน อาจหลงลืมหรือคลาดเคลื่อนได้

11.  ข้อความในการบันทึกผลสัมภาษณ์ ควรประกอบด้วยอะไรบ้าง
        ก.    ชื่อและที่อยู่ของผู้ให้สัมภาษณ์                                         ข.    วัน  เดือน  ปี ที่สัมภาษณ์
        ค.    ผลการสัมภาษณ์                                                                  ง.    สรุปผลการสัมภาษณ์
        จ.     ถูกทุกข้อ

        ตอบ       จ.  ถูกทุกข้อ

12.  ข้อใดมิใช่ข้อดีของการสัมภาษณ์
        ก.    สิ้นเปลืองเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่ายน้อย                 
        ข.    ช่วยให้รู้ข้อเท็จจริงบางเพิ่มเติมในขณะสัมภาษณ์
        ค.    สามารถเก็บข้อมูลได้จากบุคคลทุกประเภท ทุกเพศ ทุกวัย
        ง.     สามารถหาข้อเท็จจริงที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งแอบแฝงอยู่ได้
        จ.     เมื่อมีข้อข้องใจหรือไม่เข้าใจคำถามก็สามารถทำความเข้าใจกันได้

        ตอบ       ก.  ข้อจำกัดของการสัมภาษณ์มักจะสิ้นเปลืองเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่ายน้อย

13.  ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์จะเชื่อถือได้เพียงใด ขึ้นอยู่กับข้อใด
        ก.    เวลา                                                                                        ข.    ค่าใช้จ่าย
        ค.    ผู้สัมภาษณ์                                                                            ง.    ผู้ให้สัมภาษณ์               จ.  ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ค.  ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์จะเชื่อถือได้เพียงใด ขึ้นอยู่กับความรู้และประสบการณ์ของผู้สัมภาษณ์เป็นส่วนใหญ่

14.  ข้อดีของแบบสอบถามแบบปลายเปิด (Open-ended Questionnaire)  คือข้อใด
        ก.    สร้างคำถามได้ง่าย                                                               ข.    ผู้ตอบมีโอกาสใช้ความคิดได้อย่างเสรี
        ค.    ได้ข้อมูลที่เป็นความคิดเห็น ทัศนคติ                               ง.    ข้อ  ก.  และ  ข.
        จ.     ถูกทุกข้อ

        ตอบ       จ.  ถูกทุกข้อ

15.  ข้อจำกัดของแบบสอบถามแบบปลายเปิด  (Open-ended Questionnaire)  คือข้อใด
        ก.    ไม่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ตอบ                                       ข.    รวบรวมคำตอบยาก
        ค.    ผู้ตอบไม่มีโอกาสใช้ความคิดได้อย่างเสรี                       ง.    ข้อ  ก.  และ  ข.
        จ.     ถูกทุกข้อ

        ตอบ       ง.  ข้อ  ก.  และ  ข.

16.  ข้อใดมิใช่ข้อดีของแบบสอบถามแบบปลายเปิด  (Close-ended Questionnaire)  คือข้อใด
        ก.    ผู้ตอบ ตอบได้เร็ว                                                                 ข.    ได้คำตอบตรงกับปัญหาที่ต้องการ
        ค.    คำตอบมีความเชื่อถือสูง                                                     ง.    สร้างแบบสอบถามได้ยาก
        จ.     ไม่มีข้อถูก

        ตอบ       ง.  สร้างแบบสอบถามได้ยาก

17.  ข้อใดเป็นข้อจำกัดของแบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูล
        ก.    ขาดการติดต่อกับกลุ่มตัวอย่างโดยตรง (ส่งไปรษณีย์)
        ข.    มีลักษณะยืดหยุ่นน้อย
        ค.    ความลำเอียงของผู้สร้างแบบสอบถาม
        ง.     ข้อ  ก.  และ  ข.
        จ.     ข้อ  ก.  ข้อ  ข.  และข้อ  ค.

        ตอบ       จ.  ข้อ  ก.  ข้อ ข.  และข้อ  ค.

18.  การเก็บรวบรวมข้อมูลสนาม ทำได้โดยวิธีใด
        ก.    การสังเกต                                                                             ข.    การสัมภาษณ์
        ค.    การใช้แบบสอบถาม                                                           ง.    ข้อ  ก.  และ  ข.
        จ.     ข้อ  ก.  ข้อ  ข.  และข้อ  ค.

        ตอบ       ค.  การใช้แบบสอบถาม

19.  ถ้าประชากรเป็นเกษตรกร ควรใช้การเก็บรวบรวมข้อมูลวิธีใด
        ก.    การสังเกต                                                                             ข.    การสัมภาษณ์
        ค.    การใช้แบบสอบถาม                                                           ง.    ข้อ  ก.  และ  ข.
        จ.     ข้อ  ก.  ข้อ  ข.  และข้อ  ค.

        ตอบ       ข.  การสัมภาษณ์

20.  การเก็บรวบรวมข้อมูลกลุ่มตัวอย่างที่มีขนาดใหญ่และประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย ควรใช้การเก็บรวบรวมข้อมูลวิธีใด
        ก.    การสังเกต                                                                             ข.    การสัมภาษณ์
        ค.    การใช้แบบสอบถาม                                                           ง.    ข้อ  ก.  และ  ข.
        จ.     ข้อ  ก.  ข้อ  ข.  และข้อ  ค.

        ตอบ       ค.  การใช้แบบสอบถาม

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
แนวข้อสอบวิชาคอมพิวเตอร์

1. MIS หมายถึงข้อใด ?
 ก. ยุคแรกของคอมพิวเตอร์  ข. ยุคที่คอมพิวเตอร์เฟื่องฟู
 ค. ยุคอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์  ง. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ

2. ข้อใดกล่าวถึงสารสนเทศได้ถูกต้อง ?
 ก. นำข้อมูลอย่างเดียวจัดเก็บไว้
 ข. เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันเพื่อจุดมุ่งหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง
 ค.นำข้อมูลมารวมกันไว้
 ง.ถูกทุกข้อ

3. โปรแกรมระบบทำหน้าที่อะไร?
 ก. ติดต่อประสานงานกับส่วนประกอบต่างๆ ของคอมพิวเตอร์
 ข. ส่งข้อมูลจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง
 ค. การนำเสนอผลมายังอุปกรณ์แสดงผล
 ง. ควบคุมการแปรอักษรต่าง ๆ

4. RAM มีความสามารถอย่างไร ?
 ก. อ่านและเขียนข้อมูลได้แบบสุ่ม
 ข. จดจำข้อมูลเวลาไฟดับ
 ค. จำข้อมูลชั่วคราวได้เป็นจำนวนมาก
 ง. ดึงข้อมูลที่ส่งเข้ามาแล้วทำการสแกน

5. ICON คืออะไร ?
 ก. ความสามารถในการค้นหาข้อมูล
 ข. การเลือกข้อมูลแล้วสามารถเจาะเข้าไปในข้อมูลได้อีก
 ค. รูปภาพที่คุณคลิกเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงาน
 ง. หน่วยความจำสำรอง

6. หน่วยประมวลผลกลางคือข้อใด ?
 ก. IPL ข.  ROM
 ค.  CPU  ง. BYTE

7. CD-ROM หนึ่งแผ่นจุข้อมูลได้กี่ MBYTE  ?
 ก. ๔๐๐ ข. ๕๐๐
 ค. ๖๐๐  ง. ๗๐๐

8. หากต้องการจัดทำ ปพ. ๕ ควรใช้โปรแกรมใด ?
 ก. MS-WORD  ข. MS-EXEL
 ค. POWERPOINT  ง. PHOTOSHOP

9. หนังสือราชการส่วนใหญ่ใช้โปรแกรมใด ?
 ก. MS-WORD  ข. MS-EXEL
 ค. POWERPOINT  ง. PHOTOSHOP

10. การนำเสนอผลงานใช้โปรแกรมใด ?
ก. MS-WORD  ข. MS-EXEL
 ค. POWERPOINT  ง. PHOTOSHOP

11. ข้อใดคือระบบ รับ- ส่งงานระหว่างโรงเรียนกับ สพท.?
 ก. E-mail ข. E-filing
 ค. E-office ง. E-auction

12. ข้อใดคือระบบส่งงานของ สพฐ.ถึง สพท. ?
 ก. E-mail ข. E-filing
 ค. E-office ง. E-auction

13. ข้อใดคือเว็บไซต์ของ สพฐ. ?
 ก. www.obec.go.th ข. www.obec.co.th
 ค. www.obec.com             ง. www.obec.go.com

14. ข้อใดเป็นคำสั่งเลิกทำ ?
 ก. Redo ข. Undo
 ค. Move ง. Delete

15. ข้อใดไม่อยู่ในรูปข้อมูล ?
 ก. ตัวอักษร  ข. รูปภาพ
 ค. เทปบันทึกเสียง  ง. กราฟ

16. CAI คืออะไร ?
 ก. โปรแกรมสนทนา  ข. โปรแกรมปฏิบัติการ
 ค. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ง. โปรแกรมจัดซื้อจัดจ้าง

17. GIS คืออะไร ?
 ก. ระบบห้องประชุมอัตโนมัติ  ข. การประชุมทางไกล
 ค. ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ ง. การถอนเงินอัตโนมัติ

18. ข้อใดคือประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศ ?
 ก. สามารถจัดระบบอัตโนมัติ
 ข. เข้าถึงสารสนเทศได้อย่างรวดเร็ว
 ค. จัดระบบข้อมูลได้จำนวนมาก
 ง. ถูกทุกข้อ

19. Internet หมายถึงอะไร ?
 ก. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกัน
 ข. แหล่งรวมข้อมูลข่าวสาร
 ค. การสื่อสารที่ไร้สาย
 ง. เทคโนโลยีสารสนเทศ

20. ถ้าต้องการค้นหา เว็บของ สพฐ. ควรปฏิบัติการค้นหาตามข้อใด?
 ก. www.google.com
 ข.www.google.th
 ค. www.google.co.th
 ง. www.google.co

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
ตัวอย่างแนวข้อสอบครูต่อไปนี้ เป้นแนวข้อสอบ เอาไว้เป็นแนวทางในการเอาไว้เตรียมทำข้อสอบครูธุรการปี  2555
1.สำนักนายกรัฐมนตรี เทียบได้กับส่วนราชการใด

ตอบ   กระทวง
2. ส่วนราชการใดไม่ใช่องค์กรปกครองส่วนทิ้งถิ่น

ตอบ   อำเภอ
3. องค์ประกอบคณะกรมการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กกศ.) มาจากที่ใด

ตอบ   โดยตำแหน่ง  โดยการแต่งตั้ง  โดยการเลือกตั้ง
4. ผู้บังคับบัญชาสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คือใคร

ตอบ   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
5.ผู้มีอำนาจในการแต่งตั้ง อกคศ.

ตอบ   คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา (กคศ.)
6.ประธาน ก.พ. คือใคร

ตอบ   นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย
7. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษามีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร

ตอบ   คุรุสภา
8.ฐานะของคุรุสภาคือ

ตอบ   นิติบุคคลภายใต้กำกับของกระทรวงศึกษาธิการ
9. บุคคลในข้อใดไม่จำเป็นต้องมีใบประกอบวิชาชีพครู

ตอบ   ผู้สนับสนุนการศึกษา
10.คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษาเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า

ตอบ    กคศ.
11.การกำหนดตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการต้องคำนึงถึงเรื่องใด

ตอบ   ง.    ………………..
12.ส่วนราชการๆต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานใด

ตอบ   กพร.
13.ข้อใดไม่ใช่หลักการบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พศ.2546

ตอบ   การบริหารราชการส่วนภูมิภาค
14.การเสนอนบาย  แผนการศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐานการศึกษา ให้เสนอต่อใคร

ตอบ   คณะรัฐมนตรี
15. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ถือว่าเป็น

ตอบ   ข้าราชการพลเรือนสามัญ
16. ใครเป็นประธาน อกพ.กระทรวง

ตอบ   รัฐมนตรีเจ้าสังกัด
17. ข้อใดผิดเกี่ยวกับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ

ตอบ   ตำแหน่งทางวิชาการ ต้น-สูง
18. การอุทรธ์ต่อ กพ. ต้องอุทรธ์ภายในกี่วัน

ตอบ   30 วัน
19. การร้องทุกข์ต่อ กพ. ต้องอุทรธ์ภายในกี่วัน

ตอบ   นับวันที่รับทราบคำสั่ง
20. พระราชบัญญัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเกิดจากพรบ. ใด

ตอบ   พระราชบัญยัติการศึกษาแห่งชาติ พศ. 2542
21.ผู้บังคับบัญชาสำนักงานรัฐมนตรีคือใคร

ตอบ   เลขานุการรัฐมนตรี
22. ภารกิจของรัฐบาลเป็นไปเพื่อ

ตอบ   ประโยชน์สุขของประชาชน
23. ส่วนราชการที่ทำงานราชการให้กับสำนักงานปลัดกระทรวงคือ

ตอบ   สำนักงานเลขานุการปลัดกระทรวง
24. ผู้แต่งตั้งรักษาราชการผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา คือ ใคร

ตอบ   เลขาฯสพฐ
25. การกำหนดเขตการศึกษาต้องคำนึงถึงสิ่งใด

ตอบ ง. …ปริมาณสถานศึกษา  จำนวนประชากร  วัฒนธรรม  ความเหมาะสมด้านอื่น
26. ผู้ลงนามแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาในราชกิจจานุเบกษา คือผู้ใด

ตอบ   รัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการ
27. ก่อนรัฐจะดำเนินการใดรัฐต้องทำอะไรก่อน

ตอบ   วิเคราะห์ถึงผลดีผลเสียที่ตามมา
28. ข้อใดไม่ใช่โทษทางวินัยของข้าราชการ

ตอบ   ให้ออก
29.การลาออกเพื่อไปสมัครลงการเมือง มีผลตั้งแต่เมื่อใด

ตอบ   วันขอลาออก
30.นิติกรรมทางการเงิน

ตอบ   ง.    ………………….
31.การอุทธรณ์ต้องกระทำในลักษณะใด

ตอบ   ทำเป็นหนังสือ
32. คำสั่งทางปกครองมีผลตั้งแต่เมื่อใด

ตอบ    วันที่ได้รับแจ้ง
33. คำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบโดยกฎหมายทำอย่างไร

ตอบ   เพิกถอน
34. ข้อมูลข่าวสารใดที่ประชาชนเข้าดูไม่ได้

ตอบ   ประวัติผู้ป่วย
35. เมื่อรัฐบาลแถลงนโยบายแล้วต้องทำแผนบริหารราชการแผ่นดินให้เสร็จภายในกี่วัน

ตอบ   90 วัน
36. ข้อใดไม่มีในหนังสือภายใน

ตอบ   คำลงท้าย
37. ลำดับการรับหนังสือ

ตอบ   แยกประเภท – ลงทะเบียน – บันทึก – ส่ง
38. ผู้ดำรงตำแหน่งมอบหมายให้ปฏิบัติราชการแทน

ตอบ   ทำการแทน
39. แถลงการณ์จัดเป็นหนังสือประเภทใด

ตอบ   หนังสือประชาสัมพันธ์
40.บรรดาข้อความที่ทางการเห็นสมควรเผยแพร่ให้ทราบ เรียกว่า

ตอบ   ข่าว
41.บรรดาข้อความที่ผู้มีอำนาจหน้าที่วางไว้ โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายหรือไม่ก็ได้ คือ

ตอบ   ระเบียบ
42.ตราประทับการรับหนังสือมีขนาดเท่าใด

ตอบ   2.5*5 ซม.
43.คำรับรองสำเนาถูกต้อง โดยเจ้าหน้าที่ระดับ 2 ขึ้นไป อยู่ตรงตำแน่งใด

ตอบ   ขอบล่าง
44. ตราครุฑที่ใช้กับกระดาษ A4 มีขนาดเท่าใด

ตอบ    3 ซม.
45. การลงชื่อส่วนราชการตั้งแต่กรมลงมาให้ลงตั้งแต่

ตอบ   กอง
46. ข้อใดไม่ใช่หนังสือราชการ

ตอบ   ง. …………………..(จำตัวเลือกไม่ได้)
47. หนังสือที่ต้องเก้บไว้ตลอดไป

ตอบ   ประวัติศาสตร์  ………….
48.หนังสือที่มีสำเนาสามารถหาได้จากที่อื่นต้องเก็บไว้กี่ปี

ตอบ   5 ปี
49. งานสารบรรณ คือ

ตอบ   งาน รับ- ส่ง หนังสือ
50. ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติอยู่ที่ใด

ตอบ   กระทรวงกลาโหม
หวังว่าแนวข้อสอบครูข้างต้น จะพอเป็นแนวทางให้ผู้ที่สนใจสอบครูได้ ไม่มากก็น้อยนะครับ

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
แนวข้อสอบครู สพท. เอกภาษาไทย



วิชาเอกภาษาไทย

1. ข้อความในข้อใดไม่ถูกต้อง

1) ภาษาไทยมาตรฐานคือภาษาราชการ                                   

2) ภาษาไทยมีการออกเสียงหนักเสียงเบา

3) ภาษาไทยรับคำจากภาษอื่นในรูปศัพท์เดิมเป็นส่วนใหญ่

4) คนไทยบางคนออกเสียงพยัญชนะบางเสียงตามเสียงภาษาอังกฤษ

2. เสียงควบกล้ำในข้อใดไม่ปรากฏในระบบเสียงภาษาไทย

        1) บรั่นดี                  2) นิวเคลียส            3) อิเควเตอร์            4) เพนกวิน

3. ข้อความต่อไปนี้มีพยางค์ที่ปรากฏเสียงพยัญชนะท้ายกี่พยางค์ “ มัวแต่พูดว่า จะ  จะ อยู่นั่นเอง ทำไมไม่ลงมือเสียที ”

        1) 7 พยางค์             2) 8 พยางค์             3) 9 พยางค์             4) 10 พยางค์

4. ข้อใดมีเสียงวรรณยุกต์ครบทั้ง 5 เสียง

        1) ประหยัดวันนี้สบายวันหน้า                               

2) สมบัติเมาเซถลาหัวทิ่ม

        3) หมึกแดงแผลงฤทธิ์ให้รสอร่อย                         

4) จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ

5. ข้อใดไม่มีคำสมาส

        1) ทหารเป็นผู้มีหน้าที่รบเพื่อปกป้องมาตุภูมิของตนไม่ให้ข้าศึกรุกราน

        2) ประชาชนส่งไปรษณียบัตรทางผลฟุตบอลยูโร 2000 เป็นจำนวนมาก

        3) ประธานในพิธีกล่าวคาถาเชิญเทวดามาชุมนุมเพื่อเป็นมงคล

        4) ชีวเคมีเป็นวิชาวิทยาศาสตร์สาขาหนึ่งที่ศึกษาเกี่ยวกับองค์ประกอบทางเคมีของสิ่งมีชีวิต

6. ข้อใดมีคำซ้อนมากที่สุด

        1) แต่หนาวใจยากแค้นนี้แสนเข็ญ                         

2) ออกแออัดผู้คนอยู่ล้นหลาม

        3) ในแหล่งหล้าใครไม่มีเสมอเหมือน                   

4) ไม่สมประกอบทรัพย์สินก็ขัดสน

7. ข้อใดไม่มีคำพ้องความหมาย

        1) ไอยรา  ราชสีห์ กุญชร                                       

2) ลำธาร  ชลาสินธุ์  มัจฉา

        3) เทเวศร์  อัจฉรา  สุรารักษ์                                   

4) สิงขร  เวหาสน์  วนาดร

8. ข้อใดไม่มีคำประสม

        1) เห็นกิ่งกีดมีดพร้าเข้ารารัน                                 

2) หลังคาใหญ่พื้นเล็กเป็นโรงผี
  3) ดูเหย้าเรือนหาเหมือนอย่างไทยไม่                   

4) ถึงหนามกรานก็ไม่เจ็บเหมือนเหน็บแนม

9. ข้อใดมีคำซ้ำที่แสดงความหมายต่างจากข้ออื่น

        1) แน่นวดแป้งแล้วปั้นเป็นลูกกลมๆ                     

2) แยกๆกันไปกินอาหารจะได้ออกรถเร็วขึ้น

        3) สมพรอยากย้ายบ้านไปอยู่ใกล้ๆที่ทำงาน         

4) อายุเกิน 80 แล้วยังชอบใส่เสื้อผ้าสีสดๆ

10. ข้อใดไม่ใช่สำนวนต่างประเทศ

        1) ประชากรโลกกำลังเผชิญโศกนาฏกรรมเงียบจากโรคร้าย ทั้งเอดส์ มาลาเรีย และวัณโรค

        2) ต่อข้อซักถามของผู้สื่อข่าว ตัวแทนสภากาชาดสากลแถลงว่าสถานการณ์โรคร้ายในปัจจุบันกำลังน่าวิตก

        3) สภากาชาดสากลพร้อมด้วยผู้นำจากประเทศในเอเชียแถลงว่าประเทศในทวีปแอฟริกาเป็นพื้นที่ที่มีโรคเอดส์ระบาด

            มากที่สุด

        4) รัฐบาลแต่ละประเทศควรสนในปัญหาโรคเอดส์ เพราะปัจจุบันโรคเอดส์เป็นมหันตภัยที่ทำลายเศรษฐกิจและสังคม

11.ข้อใดใช้คำภาษาต่างประเทศโดยไม่จำเป็น

        1) เมื่อไฟดับควรตรวจดูว่าเป็นเพราะฟิวส์ขาดหรือปลั๊กหลุด

        2) เด็กๆชอบรับประทานไอศกรีมช็อคโกแลตมากกว่าไอศกรีมกะทิสด

        3) ก่อนเข้าแบงค์ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องถอดหมวกกันน็อกและแว่นตาดำออก

        4) นักกอล์ฟหลายคนอยากเปลี่ยนวงสวิงให้คล้ายกับไทเกอร์วูดส์เพื่อให้ตีลูกได้แม่นและไกล

12. ข้อใดไม่มีคำที่มาจากภาษาเขมร

        1) จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบ

        2) คุณปู่ทำกนกแก้วลายไทยงามไพจิตร

        3) ให้รื่นเริงสุขสำราญเหมือนดอกไม้บานยามเช้า

        4) เพลงลาวดำเนินทรายมีทำนองไพเราะอ่อนหวาน

13. ข้อใดมีคำที่ใช้ผิดความหมาย

        1) เมื่อประตูเปิดผู้ที่รออยู่ก็วิ่งกรูเข้าไปแย่งซื่อบัตรชมฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศ

        2) เยอรมันคิดค้นเทคโนโลยีการใช้แม่เหล็กลอยตัวสำหรับรถไฟความเร็วสูงได้สำเร็จ

        3) ไทยเตรียมโยกย้ายทหารออกไปจากติมอร์ตะวันออกภายในเดือนมีนาคม

        4) ตำรวจพยายามสืบสวนหาตัวคนร้ายอยู่หลายสัปดาห์ แต่ก็ไม่ได้ร่องรอยอะไรเลย

14. ข้อใดมีคำที่ไม่ได้ใช้ความหมายเชิงอุปมา

        1) หมดตัว  ยกเครื่อง  ขนแมว                               

2) ลอบกัด  ตาบอด  เปิดท้าย

        3) ไข่ดาว  ขมขื่น  ลายแทง                                   

4) ปลากรอบ หวานเย็น  เด็กดอง

15. ข้อใดสื่อความหมายไม่ชัดเจน   เเอ๊คกรุ๊ป

        1) พรุ่งนี้หัวหน้าจะเรียกประชุมตอนบ่ายๆ           

2) คุณย่าชอบดูละครโทรทัศน์หลังข่าวภาคค่ำ

        3) สมสิริมาหาครูตอนเช้าก่อนเข้าห้องเรียน         

4) เมื่อวานนี้แม่แวะมหาหาตอนกินข้าวเย็น

16. ข้อใดมีความหมายกำกวม

        1) ผู้ได้รับรางวัลเป็นกวีที่มีชื่อเสียงชาวญี่ปุ่น         

2) ตำรวจจับผู้ค้ายาเสพติดจำนวนมากที่กลางกรุง

        3) แม่ค้าหยิบเหรียญบาทออกมาทอน 4 เหรียญ   

4) แผ่นดินไหวทำให้บ้านเมืองพังพินาศและผู้คนล้มตายมาก

17. ข้อใดใช้สำนวนได้ถูกต้อง

        1) ลูกทำกิจการขาดทุนหลายครั้ง แต่แม่ก็ฆ่าไม่ตายขายไม่ขาด ให้เงินช่วยทุกครั้ง

        2) ตอนนี้เขาร่ำรวย แต่เมื่อหนุ่มๆ ยากจนแทบไม่มีจะกิน เข้าทำนองตีนถีบปากกัด

        3) เธอบอกว่าไม่ชอบสมศักดิ์ แต่พอเขาชวนไปเที่ยวก็ไป เข้าตำราปากว่าตาขยิบ

        4) คุณปู่เล่าว่าแต่ก่อนเรามีฐานะดีมากขนาดที่เรียกว่าข้าวเหลือเกลืออิ่ม

18. ข้อใดใช้คำได้ถูกต้อง

        1) เช้านี้อากาศปลอดโปร่ง นักท่องเที่ยวต่างชื่นชมกับพระอาทิตย์ยามเช้า

        2) ก่อนไปสอบเป็นผู้ประกาศข่าว ข้าพเจ้าฝึกอ่านข่าวกับคุณศันสนีย์จนคล่อง

        3) นักเรียนที่ลงทะเบียนเรียนช้ากว่ากำหนด ต้องยื่นคำร้องกับเจ้าหน้าที่

        4) ในอนาคตข้าพเจ้าอยากทำงานกับกระทรวงศึกษาธิการ

19. ข้อความต่อไปนี้ตรงกับสำนวนใด “ ข่าวความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแทนนายเชี่ยวชาญนั้น น่าจะเป็นการปล่อยข่าว เพื่อต้องการทราบว่าจะมีปฏิกิริยา อย่างไร ” 

        1) กวนน้ำให้ขุ่น                                     2) โยนหินถามทาง

        3) หว่านพืชหวังผล                                 4) ปากคนยาวกว่าปากกา

20. ข้อใดใช้ถ้อยคำได้ถูกต้องเหมาะสม

        ก. การสร้างงานศิลปะมีตั้งแต่ระดับการประดิดประดอยไปจนถึงระดับอุตสาหกรรมศิลป์

        2) การค้นคว้าวิจัยเป็นกระบวนการเชิงวิทยาศาสตร์ที่ใช้เหตุผลและตรรกะ..วันนรัตน์

        3) ในสังคมไทยอาจารย์จำนวนมากเป็นผู้บริโภควิชาการมากกว่าสร้างสรรค์

        4) สถาบันต่างๆ ควรสอนให้นักศึกษาประยุกต์ความลุ่มลึกในวิชาชีพไปพัฒนาการสังคม

21. ข้อใดใช้คำเชื่อมไม่ถูกต้อง

        1) แม่ทำกับข้าวแปลกๆให้เรากินเสมอ

        2) เราเห็นกับตาว่าเธอหยิบของใสกระเป๋า

        3) แม่เห็นแก่ลูกเพราะมาอยู่กับลูกตอนสอบ

        4) เขารีบกลับจากต่างประเทศเพื่อจัดงานวันเกิดให้แม่

22. ข้อใดเป็นประโยคที่สมบูรณ์

        1) หนึ่งในบรรดาสารพิษหรือสารเคมีที่นำมาใช้ในอุตสาหกรรมเพื่อการผลิตภาชนะบรรจุอาหาร

        2) เมื่อท่านทราบแล้วว่าอันตรายจากการบริโภคอาหารที่ใส่ถุงประดาษหนังสือพิมพ์มีมากเพียงใด

        3) องค์การอนามัยโลกซึ่งชี้ปัญหาการขาดแคลนธาตุไอโอดีนว่ามักจะมีในประชากรที่อาศัยอยู่บริเวณเทือกเขา

        4) การที่จะขจัดโรคขาดสารอาหารในเด็กให้หมดไปจำเป็นต้องรณรงค์ให้เฝ้าระวังโภชนาการของเด็กเป็นประจำ

23. ข้อใดมีโครงสร้างเช่นเดียวกับประโยค “ ดอกบัวตองบานสะพรั่งชูไสวทั่วท้องทุ่ง ”

        1) พวกเด็กๆวิ่งเล่นกันเต็มสนามกีฬา

        2) ฟ้าคะนองผ่าเปรี้ยงลงที่ตกหลังสูง

        3) เจ้าด่างครางหงิงๆไปมาตามถนน

        4) แม่ครัวนอนเหยียดยาวกลางห้องครัว

24. ข้อใดเป็นประโยคความรวม

        1) เจ้าหมาน้อยไม่สบายร้องครางทั้งวัน

        2) หลานสาวตัวน้อยเดินไปโรงเรียนใกล้บ้าน

        3) คนไทยแทบทุกคนรู้จักนักชกเหรียญทองคนนั้น

        4) สมบัติดูหนังสืออย่างเอาเป็นเอาตายมาหลายเดือน

25. ข้อใดเป็นประโยคความซ้อน

        1) ฉันพบอาจารย์ของลูกที่ตลาดเสมอ

        2) เราไปซื้อผลไม้ที่ร้านเจ้าประจำ

        3) มะม่วงต้นที่อยู่หลังครัวมีลูกหลายใบ

        4) กล้วยไม้ที่คาคบออกดอกแล้ว

26. ข้อใดเป็นประโยคกรรม

        1) ประโยชน์ที่เกิดจากโครงการนี้มีผลดีต่อสังคมในระยะยาว

        2) เพราะแม่สูบบุหรี่จัดลูกที่คลอดออกมาจึงมีขนาดเล็กกว่าปกติ

        3) คนที่เป็นเบาหวานมีโอกาสติดเชื้อทางกรวยไตมากกว่าคนทั่วไป

        4) อาคารผู้ป่วยนอกหลังนี้สร้างเสร็จภายใน 5 เดือนด้วยเงินบริจาคของประชาชน

27. ข้อใดมีเนื้อหาไม่เป็นไปเพื่อความจรรโลงใจ

        1) มนุษย์ต้องต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

        2) การให้จะนำความสุขมาให้ทั้งแก้ผู้ให้และผู้รับ

        3) เราเกิดในแผ่นดินนี้จึงควรตอบแทนคุณของแผ่นดิน

        4) การกระทำความดีจะส่งผลดีต่อผู้กระทำในวันใดวันหนึ่ง แอ๊ค

28. ข้อความต่อไปนี้ใช้ภาษาระดับใด “ คุณเกษมเป็นผู้ที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีมีความรู้ความสามารถและช่วยสร้างความเจริญแก่หน่วยงานนี้มาไม่น้อย จนเป็นที่รักใคร่ของพวกเราทุกคน เราเสียดายที่คุณเกษมจะไม่ได้ร่วมงานกับเราอีก แต่ก็ยินดีที่ท่านได้เลื่อนตำแหน่งมีความก้าวหน้าในอาชีพ เชื่อว่าคุณเกษมจะสร้างความเจริญให้แก่หน่วยงานแห่งใหม่ ในโอกาสนี้ ขอมอบของที่ระลึกแก่ท่านเพื่อแสดงน้ำใจของพวกเราทุกคน”
1) ระดับกันเอง

        2) ระดับทางการ

        3) ระดับกึ่งทางการ

        4) ระดับไม่เป็นทางการ

29. ข้อความตอนใดใช้ราชาศัพท์ไม่ถูกต้อง

        (1) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้/ (2) สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จออกแทนพระองค์ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน/ (3) พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ประทานวุฒิสภา/(4) เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทเพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล

        1) ตอนที่ (1)                            2) ตอนที่ (2)                            3) ตอนที่ (3)                            4) ตอนที่ (4)

30. จากข้อความต่อไปนี้ข้อใดเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดการตีความต่างกัน “นักเรียนชายกับนักเรียนหญิงเถียงกันเรื่องความหมายของข้อความ   สามวันจากนารีเป็นอื่น   นักเรียนหญิงเชื่อว่าผู้ชายเป็นฝ่าย  เป็นอื่น ในขณะที่นักเรียนชายเชื่อว่าผู้หญิง เป็นอื่น  ”

        1) ภาษากำกวมทำให้เข้าใจต่างกัน

        2) วิจารณญาณต่างกันทำให้คิดไม่ตรงกัน

        3) อคติส่วนตนอันเกิดจากความเป็นชายเป็นหญิง

        4) การเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมตามยุคสมัย

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
31. ข้อใดเป็นข้อความที่ใช้ภาษาได้เหมาะสมที่สุดในแบบสอบถามเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมของชมรมภาษาไทย

        1)  -  นิทรรสการทางภาษาและวรรณคดี

             -  ฝึกอ่านทำนองเสนาะ

        2)  -  ประกวดแต่งโคลงทุกประเภท

             -  ร้องเพลงประกวดทั้งลุกทุ่งและลูกกรุง

        3)  -  การนำนักเรียนไปทัศนศึกษานอกสถานที่

             -  นักเรียนเสนอกิจกรรมความคิดสร้างสรรค์

        4)  -  การบรรยายของนักเขียนที่มีชื่อเสียง

             -  การแข่งขันตอบปัญหาภาษาไทย

32. ข้อใดเป็นการเขียนแบบพรรณนา

        1) ชายทะเลทอดเป็นแนวยาวสุดลูกหูลูกตา ทรายสีขาวตัดกับน้ำทะเลสีเขียว

        2) แนวปะการังด้านหน้าเป็นที่อาศัยของฝูงปลาเล็กๆหลากสี

        3) นักปะดาน้ำต่างว่ายวนไปมาเพื่อชื่นชมความงามของปะการังและปลา

        4) นักท่องเที่ยวขนาดกลางจอดรออยู่เหนือน้ำ โคลงไปมาตามแรงกระทบของคลื่น

33. ข้อใดมีลักษณะเป็นการเขียนแบบบรรยาย

        1) ฝนฟ้ากระหน่ำพายุซ้ำกรรโชก                           

2) แสนวิปโยคอนิจจาน้ำตาเอ๋ย

        3) ทุกสิ่งล้วนไม่เป็นเหมือนเช่นเคย                     

4) ตัวเราเอยแสนอาภัพอับปัญญา

34. ข้อใดเป็นหัวข้อประกาศที่ถูกต้อง

        1) ประกาศเรื่องระเบียบการแต่งกายของนักเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ

        2) ประกาศกรมวิชาการ  กระทรวงสาธารณสุข

             เรื่อง  การตรวจสอบสาปนเปื้อนในเครื่องบริโภค

        3) ประกาสกระทรวงมหาดไทย

             เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้มีสิทธ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง

        4) ประกาศของสำนักงานกรุงเทพมหานคร

             เรื่องการซ่อมแซมบาทวิถีในกรุงเทพมหานคร

35. ข้อใดใช้เป็นคำนำได้เหมาะสมที่สุด

        1) ปัจจุบันมนุษย์เข้าสู่ยุคข้อมูลข่าวสาร ไม่ใช่ยุคอุตสาหกรรม

        2) อาการของไข้หวัดที่เป็นกันมากขณะนี้เกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่

        3) ผู้ใหญ่ต้องรีบหาทางแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเยาวชนก่อนที่จะสายเกินแก้

        4) นักวิจัยในปัจจุบันหาสาเหตุของโรคต่างๆโดยศึกษาจากพืชกันมากขึ้น

36. ข้อความต่อไปนี้เรียงลำดับได้เหมาะสมที่สุดตามข้อใด

        ก. แต่ที่รุนแรงที่สุด คือที่จังหวัดชุมพร

        ข. เมื่อสองเอนก่อนมีน้ำท่วมในหลายจังหวัด

        ค. จึงก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล

        ง. ทั้งๆที่ยังมุถึงเวลาที่จะมีพายุไต้ฝุ่นและพายุโซนร้อน

        จ. ฝนตกนักติดต่อกันหลายวัน

1)  ข  ก  จ  ง  ค                       2) จ  ข  ค  ก  ง                        3) ข  จ  ค  ก  ง                        4) จ  ง  ค  ข  ก

37. ข้อความต่อไปนี้ไม่ใช้วิธีเขียนแบบใด

        บางคนเข้าใจว่าผลไม้บงชนิดเช่น ลำไย ลิ้นจี่ ถ้ากินมาก๐จะทำให้เกิดอาการเจ็บคอ แต่ความจริงอาการเจ็บคอเกิดจาก

       เชื้อโรค หลายชนิดที่ติดอยู่ตามเปลือก เมื่อใช้ปากกัด เชื้อโรคเหล่านั้นอาจเข้าสู่ปาก หากกินผลไม้แล้วไม่ดื่มน้ำตาม ความหวานของผลไม้ซึ่งเคลือบทีผนังคอจะทำให้เกิดเชื้อโรคเจริญมากขึ้นจนเกิดอาการเจ็บคอได้

        1) โต้แย้ง                                 2) เสนอแนะ

        3) แสดงข้อสรุป                      4) แสดงความคิดเห็น

38. ข้อใดใช้วิธีการเขียนแตกต่างจากข้ออื่น

        1) พอเดินทางมาถึง พวกเราก็พากันเอาของไปเก็บและลงเล่นน้ำทะเลทันที

        2) อากาศเริ่มเย็นลง เมฆตั้งเค้า ต่อมาไม่นานนักฝนก็เริ่มตกลงมา

        3) พายุเริ่มพัดกระหน่ำ คลื่นม้วนตัวเป็นเกลียวถาโถมเข้าฝั่งอย่างไม่หยุดยั้ง

        4) ผู้หญิงกลัวเป็นหวัด เลยรีบวิ่งมาหยิบร่มทั้งๆที่ตัวก็เปียกน้ำทะเลอยู่แล้ว

39. ข้อความตอนใดใช้ภาษาไม่เหมาะสม

        (1) ด้วยทบวงมหาวิทยาลัยเห็นว่า หลักสูตรการฝึกอบรมเรื่องการดำเนินการทางวินัยที่ใช้อยู่ในขณะนี้ / (2) ได้จัดทำขึ้นหลายรูปแบบและสิ้นเปลืองเวลา ไม่ได้มาตรฐานเดียวกัน / (3) ทบวงมหาวิทยาลัยจึงได้จัดทำหลักสูตร มาตรฐานขึ้น /

       (4)  เพื่อให้มหาวิทยาลัยต่างๆใช่ในการฝึกอบรมเรื่องการดำเนินการทางวินัยให้เป็นแนวเดียวกัน

        1) ตอนที่ (1)                            2) ตอนที่ (2)                            3) ตอนที่ (3)                            4) ตอนที่ (4)

40. ข้อใดเป็นสถานการณ์ที่แสดงว่าการฟังไม่เกิดประสิทธิภาพ

        1) วิชัยสรุปเนื้อหาได้หลายตอน                             

2) วิสุทธิ์บันทึกแนวคิดที่ได้จากการฟัง

        3) วิชิตอ่านน้ำเสียงของผู้พูดและตีความได้           

4) วิรัชขบคิดวิธีแก้ปัญหาของเรื่องที่กำลังฟัง

41.ข้อใดตีความคำพูดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง

      ผู้พูด  “ ผมเคยมีแฟนเป็นคนทรงเจ้า เจ้าทรงทีไรมาตามผมไปกินเหล้าทุกที คุยกันสนุกมาก ระยะหลังมานี้ผมสมาทานศีล เลิกกินเหล้าแล้ว เจ้าก็ชักอายๆและห่างเหินไป ”

        1) ผู้พูดสนิทสนมกับคนทรงเจ้า

        2) ผู้พูดกับคนทรงเจ้าไม่ได้พบปะกันบ่อยๆอีกแล้ว

        3) ผู้พูดเชื่อว่าการทรงเจ้าเป็นเรื่องที่ผิดร้ายแรง

        4) ผู้พูดกับคนทรงเจ้าเคยมีแนวประพฤติปฏิบัติเหมือนกัน

42. นายแพทย์สุรชัยได้พูดสรุปการบรรยายเรื่องมะเร็งปอดว่า “ สาเหตุส่วนใหญ่ของมะเร็งปอดเกิดจากการสูบบุหรี่ ดังนั้นจึงควรเลิกสูบบุหรี่เพราะจะมีผลในการลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดได้อย่างมาก นอกจากนี้ยังไม่เป็นอันตรายต่อคนใกล้เคียงและเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจทั้งส่วนตัวและส่วนรวมอีกด้วย”

        จุดมุ่งหมายของผู้พูดตรงกับข้อใด

        1) พูดให้กำลังใจ                                     2) ชี้แจงเข้าใจ

        3) อธิบายให้เห็นจริง                              4) ชักชวนให้ทำตาม

43. ข้อใดใช้ภาษาได้เหมาะสมที่สุดเมื่อเกิดความขัดแย้งกันในที่ประชุม

        1) ท่านประธานครับ กระผมคิดว่าเราเสียวเวลามากพอแล้วสำหรับการอภิปรายเรื่องนี้

        2) ผมขอให้ยุติเรื่องนี้ไว้ก่อนจนกว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมแล้วจึงพิจารณาอีกครั้ง

        3) เรื่องสำคัญอย่างนี้ควรโต้เถียงกันด้วยเหตุผลมากกว่าการใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง

        4) ขอให้ทุกท่านใจเย็นๆเรายังมีเวลาสนทนาเรื่องนี้ได้อีกก่อนที่จะลงมติร่วมกัน

44. ข้อใดเป็นคำพูดที่เหมาะสมที่สุดในการให้ข้อคิดแก่คนที่สิ้นหวัง

        1) ทุกอย่างล้วนเป็นอนิจจัง คิดเสียว่าแพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร

        2) ความพลาดหวังเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องประสบ เวลาเท่านั้นจะช่วยรักษาใจได้

        3) ผู้ประสบความสำเร็จหลายคนได้แปรความล้มเหลวให้เป็นพลังในการต่อสู้ต่อไป

        4) ความทุกข์ความสุขเป็นของคู่กัน  ขณะที่เรามีทุกข์  ความสุขก็กำลังรอเราอยู่ข้างหน้า

อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ  45- 47

“ ความคิดที่ว่าผู้หญิงเป็นเพศที่ละเอียดอ่อนกว่าผู้ชาย  รักสวยรักงาม  ไม่ค่อยใช้เหตุผล แต่มีญาณหยั่งรู้อะไรบางอย่าง

ดีกว่า ผู้ชาย ฯลฯ ล้วนเป็นความคิดที่ได้มาจากบทบาททางสังคมและเศรษฐกิจของผู้หญิงในสมัยก่อนเสียเป็นส่วนใหญ่

ฉะนั้น “ ธาตุแท้ ” ของผู้หญิงตามความเข้าใจของคนทั่วไปนั้นเอาเข้าจริงแล้วก็เป็นวัฒนธรรม นั่นก็คือเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้าง

ขึ้นมาเอง จะมีในธรรมชาติความเป็นผู้หญิงจริงๆหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ ”

45. ข้อใดอนุมานได้ว่าเป็นความคิดของผู้เขียน

        1) ผู้หญิงแตกต่างจากผู้ชายเพราะมีหน้าที่และบทบาทต่างกัน

        2) โดยแท้จริงแล้วผู้หญิงก็เป็นวัฒนธรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นนั่นเอง

        3) หญิงชายมีความรู้สึกและพฤติกรรมต่างกันเนื่องจากสภาพแวดล้อม

        4) หญิงชายเกิดมาเหมือนกัน แต่แตกต่างกันเพราะมีเพศเป็นตัวกำหนด

46. ข้อความข้างต้นเสนอประเด็นถกเถียงในเรื่องใด

        1) ความคิดของผู้หญิง                             2) บทบาทของผู้หญิง

        3) ธรรมชาติของผู้หญิง                           4) วัฒนธรรมของผู้หญิง

47. ข้อความข้างต้นใช้ภาษาระดับใด

        1) ระดับกันเอง                                       2) ระดับไม่เป็นทางการ

        3) ระดับกึ่งทางการ                                  4) ระดับทางการ



อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ  48- 49

“ ระบบการศึกษาต้องการความหลากหลาย และต้องการพลังที่จะเติบโตอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนกับป่าไม้ ที่มีต้นไม้นานา

     ขึ้นตามธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็น แต่ทีนี้เราอาจไปจำกัดให้มันเหมือนกันหมด ขณะนี้ปัญหาคือการเปลี่ยนแปลงโลก

     ทั้ง โลกให้มี อารยธรรมเดียวกัน ”

48. ข้อใดเป็นสาระสำคัญของข้อความข้างต้น

        1) การศึกษาปัจจุบันเหมือนป่าไม้ซึ่งมีการเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ

        2) การศึกษาปัจจุบันถูกจำกัดมาก  ควรมีการปรับปรุงระบบการศึกษาใหม่

        3) การศึกษาปัจจุบันเป็นระบบเดียวเหมือนกันหมด ทำให้ไม่มีโอกาสพัฒนาได้ดี

        4) ระบบการศึกษามีความแตกต่างกันไปตามอารยธรรมที่หลากหลาย

49. ข้อใดเป็นกลวิธีทีผู้เขียนใช้แสดงความคิด

        1) บรรยายให้ผู้อ่านเห็นภาพชัดเจน

        2) พรรณนาให้ผู้อ่านรู้สึกคล้อยตาม

        3) ใช้ความเปรียบเพื่อให้เข้าใจชัดเจน

        4) ใช้อุปมาเพื่อให้สมจริง

50. จากข้อความต่อไปนี้ ข้อใดอนุมานได้ว่าเป็นจุดประสงค์ของผู้เขียน

        “ คนเราจงใจใช้เวลามากมายเหลือเกินเพียงเพื่อจะหลอกตัวเองด้วยการสร้างข้อแก้ตัวขึ้นมาอำพรางความอ่อนแอของตัวเอง ถ้าเอาเวลาดังกล่าวไปใช้ในทางอื่น เวลานั้นจะมากพอที่จะขจัดความอ่อนแอโดยไม่จำเป็นต้องสร้างข้อแก้ตัวเลย”

        1) เตือนว่าอย่าแก้ตัวว่าไม่มีเวลา

        2) ชี้ให้เห็นผลเสียของการแก้ตัว

        3) เน้นว่าเรามีเวลามากพอที่จะทำอะไรได้มากมาย

        4) แนะให้ใช้เวลาในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ตนเอง



อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ  51 – 52

“ ในอดีตพระสงฆ์เป็นแบบอย่างการดำรงชีวิตอันประเสริฐและเป็นผู้นำสติปัญญาของชุมชน ปัจจุบันพระสงฆ์จำนวนมาก

   ไม่มีบทบาทอื่นใดนอกเหนือจากเรื่องพิธีกรรม  สร้างวัดวาอารามใหญ่โต มุ่งโภคทรัพย์มากกว่าเจริญไตรสิกขาฆราวาส

    เองก็ไม่เกื้อหนุนค้ำจุนให้พระสงฆ์ประพฤติพรหมจรรย์ กลับไปส่งเสริมในทางวัตถุเพื่อยั่วยุกิเลส ”

51. ข้อความข้างต้นกล่าวเป็นสำนวนได้ตามข้อใด

        1) สมน้ำสมเนื้อ                                      2) เป็นปี่เป็นขลุ่ย

        3) ขนมพอสมน้ำยา                                                4) น้ำพึ่งเรือ  เสือพึ่งป่า

52. ข้อใดเป็นสาระสำคัญของข้อความข้างต้น

        1) ทุกวันนี้สังคมกำลังเสื่อมลงเพราะพระสงฆ์และฆราวาส

        2) ปัจจุบันนี้พระสงฆ์ไม่เป็นที่พึ่งทางใจและไม่ให้ความรู้แก่สังคม

        3) พระสงฆ์หันไปสร้างวัดใหญ่โตกันมากกว่าการเจริญไตรสิกขา

        4) ชุมชนเสื่อมลงเพราะพระสงฆ์ไม่เป็นแบบอย่างการดำรงชีวิตที่เหมาะสม

53. ข้อความต่อไปนี้ไม่ใช้กลวิธีในการเขียนตามข้อใด

        “ คนไทยทุกคนควรภูมิใจที่พอเกิดมาก็ได้เป็นเจ้าของทรัพย์อันมหัศจรรย์ ก็ทรัพย์อะไรเล่าจะล้ำค่าน่าหวงแหนไปกว่าความสวยสดตระการตาของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งภูเขาขจี น้ำตกใส สายธารใหญ่น้อยและทะเลสีมรกต รวมทั้ง

        ศิลปวัฒนธรรมที่ ประณีต ละเอียดอ่อน..... ขอเชิญชวนคนไทยเที่ยวเมืองไทย ”

        1)  การพรรณนา                                      2) การยกตัวอย่าง

                3) การใช้ความเปรียบ                              4) การอธิบายตามลำดับ



อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ  54 – 55

        “ ผู้มีตำแหน่งสูงต้องมีแผลให้น้อยที่สุด  ไม่มีเลยยิ่งดี  และต้องมีศัตรูให้น้อยที่สุดแต่ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะกว่าจะขึ้นมาถึงที่สุดอาจสร้างศัตรูโดยไม่รู้ตัว ศัตรูที่น่ากลัวมากคือคนใกล้ชิด  ดังมีคำกล่าว่า คนที่ไว้ใจไม่ได้มากที่สุดคือคนที่ใกล้ตัวเรามากที่สุด มหาบุรุษที่แท้จริงนอกจากจะรู้จักใช้คนแล้ว ยังต้องรู้จักเลือกไว้ใจคนอีกด้วย ”

54. ข้อเตือนใจในข้อความข้างต้นใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด

        1) ยิ่งสูง  ยิ่งหนาว

        2) ชีวิตคือการต่อสู้  ศัตรูคือยากำลัง

        3) อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง

        4) ช้างสาร  งูเห่า  ข้าเก่า เมียรัก  สี่สิ่งนี้ไม่ควรไว้ใจ

55. จากข้อความข้างต้นอนุมานได้ว่าผู้เขียนเป็นคนอย่างไร

        1) รอบคอบ                    2) วิตกกังวล                     3) หวาดระแวง                        4) รู้เท่าทันชีวิต

อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ  56 – 57

(1) รัฐบาลได้พยายามจนสุดความสามารถที่จะตรึงราคาไฟฟ้าและน้ำประปาไว้จนไม่อาจฝืนต่อภาวะกดดันและจำเป็นต่อไปได้อีก / (2) จึงจำเป็นต้องขึ้นราคาไฟฟ้าและน้ำประปา / (3) เพราะรัฐบาลไม่มีเงินทุนที่จะนำมาจ่ายชดเชย อีกทั้งยังไม่เป็นธรรมต่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ/ (4) นอกจากนี้ยังทำให้การพัฒนาประเทศเพื่อสร้างความเจริญให้แก่ชาวชนบทต้องหยุดชะงักไปด้วย ซึ่งขัดกับนโยบายสำคัญของรัฐบาล

56. ข้อใดเป็นสาระสำคัญของข้อความข้างต้น

        1) ตอนที่ (1)                            2) ตอนที่ (2)                            3) ตอนที่ (3)                            4) ตอนที่ (4)

57. ข้อใดเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล

        1) พัฒนาชนบทให้มีความเจริญ

        2) ให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาราคาถูก

        3) ผลักดันให้มีการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง

        4) ให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ

58. ข้อใดใช้ภาษากะทัดรัด

        1) เราควรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของโลกเรานี้

        2) การอ่านมากและฟังมากนำไปสู่ความเป็นพหูสูต

        3) ชั้นบรรยากาศถูกทำลายเสียหายเพราะมลพิษจากโลกนี้เอง

        4) เพื่อให้ได้ทุกสิ่งสมปองดังปรารถนา ต้องยึดคำขวัญว่าอุปสรรคคือบทเรียนของชีวิต

59. ข้อใดใช้คำไม่ถูกความหมาย

        1) ผู้อ่านหาซื้อหนังสือใหม่ๆที่นักอ่านเสนอแนะไว้

        2) นักร้องกำลังให้คะแนนผู้ร้องที่เข้าประกวดแต่ละคน

        3) นักพูดไม่ประหม่าเวทีเพราะผู้พูดกลุ่มนี้มีประสบการณ์สูง

        4) ผู้เขียนเรื่องสั้นให้สัมภาษณ์ว่าการเป็นนักเขียนต้องอ่านมาก

60. ข้อใดใช้ภาษาเพื่อแสดงทรรศนะ

        1) รัฐบาลแถลงว่าภาวะเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ

        2) คุณภาพชีวิตที่ดีย่อมเกิดขึ้นได้หากประชาชนร่วมใจกันพัฒนาสิ่งแวดล้อม

        3) ราคาผลผลิตตกต่ำและน้ำมันขึ้นราคาเป็นผลกระทบมาจากปัจจัยภายนก

        4) เราเรียนรู้จากอดีตว่าการกินดีอยู่ดีของประชาชนขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของรัฐบาล

61. ข้อความต่อไปนี้สามารถประเมินได้ตรงตามข้อใด

        “ ข้าพเจ้าเคยเตือนคนรุ่นหนุ่มสาวเสมอว่าอย่าทอดทิ้งของเก่าๆ ของไทยเราเสียอย่างไม่อาลัยไยดี เพราะของเก่าเป็นเครื่องชี้อายุของชาติ เป็นเครื่องแสดงวัฒนธรรมของชาติ ทั้งนี้มิได้หมายความว่า ข้าพเจ้าไม่นิยมของใหม่เลย ”

        1) สมเหตุสมผล                                      2) มีลักษณะสร้างสรรค์

        3) เหมาะแก่กาละและบุคคล                   4) ใช้ภาษากระชับและเข้าใจง่าย





ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 62 -63

“ รัฐบาลได้พยายามประคับประคองภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพให้ทรงตัวอยู่ได้ดีพอควร แม้ว่าจะมีภาวะฝนแล้งตลอดปี

    และเกิดอุทกภัยที่สร้างความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสแก่ประชาชนเกือบทั้งประเทศ รัฐบาลก็ได้นำมาตรการต่างๆมา

   ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ รัฐบาลจึงรู้สึกโล่งใจเป็นอันมากที่สามารถ ลด

   ภาวะอันหนักอึ้งนี้ลงไปๆได้”
62. ข้อใดคือเจตนาสำคัญของผู้พูด

        1) ชี้ให้เห็นความสามารถของรัฐบาล

        2) ชี้ให้เห็นภาวะอันหนักของรัฐบาล

        3) ชี้ให้เห็นวิกฤตการณ์ที่ไทยได้เผชิญ

        4) ชี้ให้เห็นความเดือดร้อนแสนสาหัสของประชาชน

63. ผู้พูดใช้ภาษาลักษณะใด

        1) ใช้คำที่เร้าอารมณ์                                2) กล่าวในเชิงเยินยอ

        3) กล่าวในเชิงรำพึงรำพัน                      4) ใช้คำง่ายตรงไปตรงมา

64. ข้อใดใช้ภาษาโน้มน้าวใจได้ดีที่สุด

        1) การทำงานให้เกิดผลดีได้นั้นจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย

        2) ประเทศไทยก้าวหน้าเป็นผลจากการส่งสินค้าออกขายต่างประเทศ

        3) การประหยัดน้ำมันกันคนละเล็กละน้อยจะช่วยกู้เศรษฐกิจของชาติได้

        4) การอุดหนุนหัตกรรมพื้นบ้านเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย

65. ข้อใดใช้โครงสร้างของการแสดงเหตุผลต่างจากข้ออื่น

        1) ต้นไม่บริเวณนี้เขียวขจีเพราะดินอุดมสมบูรณ์

        2) อากาศร้อนอบอ้าวมากแสดงว่าฝนอาจจะตกในไม่ช้านี้

        3) อุบัติเหตุย่อมลดลงหากผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะไม่ขับเร็ว

        4) พวกเราชอบไปเที่ยวสุโขทัยและอยุธยาเนื่องจากมีโบราณสถานที่สำคัญหลายแห่ง



ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 66-67

        1. โฉมงามทรามสุดสวาทพี่                                    ดาลฤดีจ่อจิตพิศวง

             ขอแต่เยงได้พิงอิงองค์                                       แนบอนงค์ขวัญฟ้ายาใจ

        2. หอมหวนชวนสูดอย่าพูดล่อ                               ฉันจะพอใจเชื่อนั้นหาไม่

            เป็นความจริงหลอกหญิงง่ายกระไร                   พี่มิได้หลอกเจ้าเยาวมาลย์

        3. อันชายพูดคล่องคล่องเหมือนล่องน้ำ                 ถ้อยคำว่าวอนล้วนอ่อนหวาน

            พอเบื่อหน่ายวายหลงนงคราญ                           ก็ทิ้งไปได้ปานผกาโรย

        4. แม้รักจริงหวานยิ่งบุหงาสวรรค์                          ยิ่งกว่าแก่นจันทร์อันหอมโหย

            รักร่วมชีวาไม่ราโรย                                            จะช่วยโชยกลิ่นสวาทไม่ขาดเอย

66. ข้อใดใช้คำไวพจน์มากที่สุด

        1) ข้อ 1                    2) ข้อ 2                    3) ข้อ 3                    4) ข้อ 4

67. ข้อใดไม่ใช้ภาพพจน์

        1) ข้อ 1                    2) ข้อ 2                    3) ข้อ 3                    4) ข้อ 4

68. ลักษณะการประพันธ์ที่เด่นที่สุดของข้อความต่อไปนี้คือข้อใด

        “ จากความวุ่นวู่วามสู่ความว่าง                                จากความมืดมาสว่างอย่างเฉิดฉัน           

           จากความร้อนระอุเป็นเย็นนิรันดร์                      ไม่รู้พลันพลิกเห็นเป็นความรู้ ”

        1) การเล่นเสียงสัมผัส                            2) การซ้ำคำเพิ่มความหมาย

        3) การเล่นคำหลากความหมาย               4) การใช้คำที่มีความหมายขัดแย้งกัน

69. ข้อใดเป็นข้อกำหนดคุณค่าทางวรรณศิลป์ของบทประพันธ์

        1) การใช้หลักเกณฑ์การแต่งอย่างถูกต้อง

        2) การเลือกใช้รูปแบบคำประพันธ์ที่หลากหลาย

        3) การสื่ออารมณ์และความคิดสร้างสรรค์ที่ประสานกัน

        4) การปรับใช้หรือการสร้างสรรค์ขนบการประพันธ์ใหม่ๆ

ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 70 -71

        ก. สองเนตรคือดา                                   ระกะในนภาศรี

        ข. งามเนตรพินิจปาน                             สุมณีมะโนหะรา

        ค. สองเนตรงามกว่ามฤคิน                     นางนี้เป็นปิ่นโลกา

        ง. งามเนตรดั่งเนตรมฤคมาศ                  งามขนงวงวาดดังคันศิลป์

70. คำประพันธ์ข้างต้นนี้มีความเปรียบรวมกี่แห่ง

        1) 4 แห่ง                 2) 5 แห่ง                 3) 6 แห่ง                 4) 7 แห่ง

71. คำประพันธ์ข้างต้นข้อใดมีเนื้อหาของการเปรียบเทียบตรงกับคำประพันธ์ที่ขีดเส้นใต้

    “ มธุรสโอษฐ์ชะอ้อนประอรเอียง                              ดาลเผดียงดาเรศเนตรอนงค์ ”

        1)  ข้อ ก.                 2) ข้อ ข.                  3) ข้อ ค.                  4) ข้อ ง.

72. ข้อความต่อไปนี้ถ้าเขียนแยกวรรคให้ถูกต้องจะเป็นประพันธ์ตรงตามข้อใด

      “ พิเศษสารเสกสร้างรังสรรค์สารประจงจารฉันทภาคพริ้งพรายฉายเฉกเพชรพรรณเพราเฉิดเลิศแลลายระยับสายสะอิ้ง

          ส่องสร้อยกรองทรวง”

        1) โคลงสี่สุภาพและกลอนสุภาพ                           

2) กาพย์ยานี 11 และโคลงสี่สุภาพ

        3)  กาพย์ฉบัง 16 และกลอนสุภาพ                         

4) กาพย์ยานี 11 และกาพย์ฉบัง 16

73.คำประพันธ์ต่อนี้ข้อใดมีวิธีการพรรณนาต่างจากข้ออื่น

        1) พื้นผนังหลังบัวที่ฐานปัทม์                                 เป็นครุฑอันยืนเหยียบภุชงค์ขยำ

        2) หยิกขยุ้มกุมวาสุกรีกรำ                                       กินนรรำร่ายเทพประนมกร

        3) ใบระกาหน้าบันบนชั้นมุข                                 สุวรรณสุกเลื่อมแก้วประภัสสร

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2129
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
สรุป พรบ. การศึกษา 2542



เป็นการสรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 โดยย่อเพื่อความเข้าใจได้ง่ายครับ  โดยแยกเป็นหมวดๆดังนี้

หมวด 1 บททั่วไป ความมุ่งหมายและหลักการ

พระราชบัญญัติฉบับนี้มีเจตนารมณ์ที่ต้องการเน้นย้ำว่าการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

การจัดการศึกษา ให้ยึดหลักดังนี้
1) เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน
2) ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
3) การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

สำหรับเรื่องการจัดระบบ โครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษา ให้ยึดหลักดังนี้
1) มีเอกภาพด้านนโยบายและมีความหลากหลายในการปฏิบัติ
2) มีการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น
3) มีการกำหนดมาตรฐานการศึกษาและจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุก ระดับและประเภท
4) มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพและการพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากร ทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
5) ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ มาใช้ในการจัดการศึกษา
6) การมีส่วนร่วมของบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น เอกชน องค์กรเอก
ชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น

หมวด 2 สิทธิและหน้าที่ทางการศึกษา

บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปี ที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึง และมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

- บุคคล ซึ่งมีความบกพร่องทางด้านต่าง ๆ หรือมีร่างกายพิการ หรือมีความต้องการเป็นพิเศษ หรือผู้ด้อยโอกาสมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ

- บิดามารดา หรือผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้บุตรหรือบุคคลในความดูแลได้รับการศึกษาทั้งภาคบังคับ และนอกเหนือจากภาคบังคับตามความพร้อมของครอบครัว

- บิดามารดา บุคคล ชุมชน องค์กร และสถาบันต่าง ๆ ทางสังคมที่สนับสนุนหรือจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ตามควรแก่กรณีดังนี้

- การสนับสนุนจากรัฐให้มีความรู้ ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรหรือผู้ซึ่งอยู่ในความดูแล รวมทั้งเงินอุดหนุนสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน

- การลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายการศึกษา

หมวด 3 ระบบการศึกษา

การจัดการศึกษามีสามรูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สถานศึกษาจัดได้ทั้งสามรูปแบบ และให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ระหว่างรูปแบบเดียวกันหรือต่างรูปแบบได้ ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนจากสถานศึกษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม การศึกษาในระบบมีสองระดับ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งจัดไม่น้อยกว่า 12 ปี ก่อนระดับอุดมศึกษา และระดับอุดมศึกษา ซึ่งแบ่งเป็นระดับต่ำกว่าปริญญา และระดับปริญญา
ให้มีการศึกษาภาคบังคับเก้าปี นับจากอายุย่างเข้าปีที่เจ็ด จนอายุย่างเข้าปีที่สิบหก หรือเมื่อสอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับ
- สำหรับเรื่องสถานศึกษานั้น การศึกษาปฐมวัย และการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้จัดใน
1) สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
2) โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนของรัฐ เอกชน และโรงเรียนที่สังกัดสถาบันศาสนา
3) ศูนย์การเรียน ได้แก่ สถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอกโรงเรียน บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ สถานสงเคราะห์ และสถาบันสังคมอื่นเป็นผู้จัด

- การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา ให้จัดในมหาวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย หรือ หน่วยงานทื่เรียกชื่ออย่างอื่น ทั้งนี้ให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

- การจัดการอาชีวศึกษา การฝึกอบรมวิชาชีพ ให้จัดในสถานศึกษาของรัฐ สถาน ศึกษาของเอกชน สถานประกอบการ หรือโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ อาจจัดการศึกษา เฉพาะทางตามความต้องการและความชำนาญของหน่วยงานนั้นได้โดยคำนึงถึงนโยบายและมาตรฐานการศึกษาของชาติ

หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา

การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด ผู้เรียนทุกคน สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ดังนั้นกระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน ได้พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ การจัดการศึกษาทั้งสามรูปแบบในหมวด 3 ต้องเน้นทั้งความรู้ คุณธรรม และ กระบวนการเรียนรู้ ในเรื่องสาระความรู้ ให้บูรณาการความรู้และทักษะด้านต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับแต่ ละระดับการศึกษา ได้แก่ ด้านความรู้เกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับสังคม ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านศาสนา ศิลป วัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทย และการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา ด้านภาษา โดยเฉพาะการใช้ภาษาไทย ด้านคณิตศาสตร์ ด้านการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ในเรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมที่สอดคล้องกับ ความสนใจ ความถนัดของผู้เรียน และความแตกต่างระหว่างบุคคล รวมทั้งให้ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการการเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้ป้องกันและแก้ปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติจริง ผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างสมดุล และปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ในทุกวิชา นอกจากนั้น ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ยังต้องส่งเสริมให้ผู้สอน จัดบรรยากาศ และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อและแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน รวมทั้งส่งเสริมการดำเนินงาน และการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ การประเมินผลผู้เรียน ให้สถานศึกษาพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความ ประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม และการทดสอบ ส่วนการจัดสรรโอกาสการเข้าศึกษาต่อ ให้ใช้วิธีการที่หลากหลายและนำผลการประเมินผู้เรียนมาใช้ประกอบด้วย หลักสูตรการศึกษาทุกระดับและทุกประเภท ต้องมีความหลากหลาย โดยส่วน กลางจัดทำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เน้นความเป็นไทยและความเป็นพลเมืองดี การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อและให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดทำหลักสูตรในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และคุณลักษณะของสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชนสังคมและประเทศชาติ สำหรับหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษาเพิ่มเรื่องการพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้าวิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และสังคมศึกษา

หมวด 5 การบริหารและการจัดการศึกษา

ส่วนที่ 1 การบริหารและการจัดการศึกษาของรัฐ

แบ่งเป็นสามระดับ คือ ระดับชาติ ระดับเขตพื้นที่การศึกษาและระดับสถานศึกษา เพื่อเป็นการกระจายอำนาจลงไปสู่ท้องถิ่น และสถานศึกษาให้มากที่สุด

1.1 ระดับชาติ

ให้มีกระทรวงการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มีอำนาจหน้าที่ กำกับดูแลการศึกษาทุกระดับและทุกประเภทรวมทั้ง การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม กำหนดนโยบาย แผน และมาตรฐานการศึกษาสนับสนุนทรัพยากรรวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม
กระทรวงการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มีองค์กรหลักที่เป็นคณะ บุคคลในรูปสภาหรือคณะกรรมการสี่องค์กร คือ
-สภาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมแห่งชาติ
-คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
-คณะกรรมการการอุดมศึกษา
-คณะกรรมการการศาสนาและวัฒนธรรม

-มีหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นหรือให้คำแนะนำแก่รัฐมนตรี หรือคณะรัฐ มนตรีและมีอำนาจหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนด

-ให้สำนักงานของทั้งสี่องค์กรเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการแต่ละองค์กร ประกอบด้วยกรรมการ โดยตำแหน่งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนองค์กรเอกชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนองค์กรวิชาชีพ และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าจำนวนกรรมการประเภทอื่นรวมกัน มีเลขาธิการของแต่ละสำนัก
งาน เป็นกรรมการและเลขานุการ

-สภาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมแห่งชาติ มีหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผน และมาตรฐานการศึกษาของชาติ นโยบายและแผนด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม การสนับสนุนทรัพยากร การประเมินผลการจัดการศึกษา การดำเนินการด้านศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม รวมทั้งการพิจารณากลั่นกรองกฎหมายและกฎกระทรวง

-คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนา มาตรฐานและหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สอดคล้องกับแผนการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ การสนับสนุนทรัพยากร การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน

-คณะกรรมการการอุดมศึกษา มีหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนา และมาตรฐานการอุดมศึกษาที่สอดคล้องกับแผนการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ การสนับสนุนทรัพยากร การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยคำนึงถึงความเป็นอิสระตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษาแต่ละแห่ง

-คณะกรรมการการศาสนาและวัฒนธรรม มีหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบายและแผนพัฒนาที่สอดคล้องกับแผนการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ การสนับสนุนทรัพยากร การติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินการด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาเป็นนิติบุคคล ดำเนินการจัดการศึกษาและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสภาสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษานั้น ๆ

1.2 ระดับเขตพื้นที่การศึกษา

การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและการอุดมศึกษาระดับต่ำ กว่าปริญญา ให้ยึดเขตพื้นที่การศึกษาโดยคำนึงถึงปริมาณสถานศึกษา และจำนวนประชากรเป็นหลัก รวมทั้งความเหมาะสมด้านอื่นด้วย ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาให้มีคณะกรรมการและสำนักงานการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมเขตพื้นที่การศึกษา ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญา ประสานส่งเสริมและสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนในเขตพื้นที่การศึกษาประสานและส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สามารถจัดการศึกษาสอดคล้องกับนโยบายและมาตรฐานการศึกษา ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาของบุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่นที่จัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย รวมทั้งการกำกับดูแลหน่วยงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมในเขตพื้นที่การศึกษา คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ประกอบด้วยผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้แทนองค์กรเอกชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู และผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษา ผู้แทนสมาคมผู้ปกครองและครู ผู้นำทางศาสนาและผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม โดยให้ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเขตพื้นที่การศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการ

1.3 ระดับสถานศึกษา

ให้แต่ละสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และสถานศึกษาอุดมศึกษาระดับ ต่ำกว่าปริญญา มีคณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อทำหน้าที่กำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษาและจัดทำสาระของหลักสูตรในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคมภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์ คณะกรรมการสถานศึกษาประกอบด้วย ผู้แทน ผู้ปกครอง ผู้แทนครู ผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนศิษย์เก่าของสถานศึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิ และให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการ ทั้งนี้ ให้กระทรวงกระจายอำนาจ ทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ไปยังคณะกรรมการและสำนักงานการศึกษาฯ เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรง

ส่วนที่ 2 การบริหารและการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการศึกษาได้ทุกระดับและทุกประเภทตามความพร้อม ความเหมาะสมและความต้องการภายในท้องถิ่น เพื่อเป็นการรองรับสิทธิและการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามที่กำหนดในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และ
วิธีการประเมินความพร้อม รวมทั้งประสานและส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดการศึกษาได้

ส่วนที่ 3 การบริหารและการจัดการศึกษาของเอกชน

สถานศึกษาเอกชนเป็นนิติบุคคลจัดการศึกษาได้ทุกระดับและทุกประเภท มีคณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษาเอกชน ผู้รับใบอนุญาต ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้แทนครู ผู้แทนศิษย์เก่าและผู้ทรงคุณวุฒิ การบริหารและการจัดการศึกษาของเอกชนให้มีความเป็นอิสระ โดยมีการกำกับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาจากรัฐ และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเช่นเดียวกับสถานศึกษาของรัฐ รวมทั้งรัฐต้องให้การสนับสนุนด้านวิชาการและด้านเงินอุดหนุน การลดหย่อนหรือยกเว้นภาษี รวมทั้งสิทธิประโยชน์อื่นตามความเหมาะสม ทั้งนี้ การกำหนดนโยบายและแผนการจัดการศึกษาของรัฐของเขตพื้นที่การศึกษา หรือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้คำนึงถึงผลกระทบต่อการจัดการศึกษาของเอกชน โดยให้รับฟังความคิดเห็นของเอกชน และประชาชนประกอบการพิจารณาด้วย ส่วนสถานศึกษาของเอกชนระดับปริญญา ให้ดำเนินกิจการโดยอิสระภายใต้การกำกับดูแลของสภาสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

หมวด 6 มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา

ให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับ ประกอบด้วย ระบบการประกันคุณภาพภายใน และระบบการประกันคุณภาพภายนอก หน่วยงานต้นสังกัด และสถานศึกษา จัดให้มีระบบการประกับคุณภาพภายใน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหาร และจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเปิดเผยต่อสา
ธารณชน ให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแห่งอย่างน้อยหนึ่งครั้งทุกห้าปี โดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ซึ่งเป็นองค์การมหาชนทำหน้าที่พัฒนาเกณฑ์วิธีการประเมินและจัดให้มีการประเมินดังกล่าว รวมทั้งเสนอผลการประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน ในกรณีที่ผลการประเมินภายนอกไม่ได้มาตรฐานให้สำนักงานรับรองมาตรฐานฯ จัดทำข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานต้นสังกัด ให้สถานศึกษาปรับปรุง ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมิได้ดำเนินการ ให้สำนักงานรับรองมาตรฐานฯ รายงานต่อคณะกรรมการต้นสังกัด เพื่อให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขต่อไป

หมวด 7 ครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา

ให้กระทรวงส่งเสริมให้มีระบบ กระบวนการผลิตและพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง โดยรัฐจัดสรรงบประมาณและกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาอย่างเพียงพอ มีกฎหมายว่าด้วยเงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการ ฯลฯ ให้มีองค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา เป็นองค์กรอิสระมีอำนาจหน้าที่กำหนด
มาตรฐานวิชาชีพ ออกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ รวมทั้งกำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐาน
และจรรยาบรรณของวิชาชีพ

ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาอื่นทั้งของรัฐและเอกชน ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ทั้งนี้ ยกเว้น ผู้ที่จัดการศึกษาตามอัธยาศัย จัดการศึกษาในศูนย์การเรียน วิทยากรพิเศษ และผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตพื้นที่การศึกษา

ให้ข้าราชการของหน่วยงานทางการศึกษาในระดับสถานศึกษาและระดับเขตพื้นที่การศึกษาเป็นข้าราชการในสังกัดองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู ตามหลักการกระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลสู่เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา

การผลิตและพัฒนาคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา การพัฒนามาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ และการบริหารงานบุคคลของข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสถานศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมายเฉพาะของสถานศึกษานั้น ๆ

หมวด 8 ทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา

ให้มีการระดมทรัพยากรและการลงทุนด้านงบประมาณ การเงิน และทรัพย์สิน ทั้งจากรัฐ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ สถาบันสังคมอื่นและต่างประเทศมาใช้จัดการศึกษา โดยให้รัฐและองค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น ใช้มาตรการภาษีส่งเสริมและให้แรงจูงใจ รวมทั้งใช้มาตรการลดหย่อน หรือยกเว้นภาษีตามความเหมาะสม

สถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล มีอำนาจในการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสถานศึกษา ทั้งที่เป็นที่ราชพัสดุ และที่เป็นทรัพย์สินอื่น รวมทั้งหารายได้จากบริการของสถานศึกษาที่ไม่ขัดกับภารกิจหลักอสังหาริมทรัพย์ที่สถานศึกษาของรัฐได้มา ทั้งจากผู้อุทิศให้หรือซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากรายได้ของสถานศึกษา ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสถานศึกษา บรรดารายได้และผลประโยชน์ต่าง ๆ ของสถานศึกษาของรัฐดังกล่าว ไม่เป็นรายได้ที่ต้องส่งกระทรวงการคลัง

ให้สถานศึกษาของรัฐที่ไม่เป็นนิติบุคคล สามารถนำรายได้และผลประโยชน์ต่าง ๆ มาจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาของสถาบันนั้น ๆ ได้ตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด

ให้รัฐจัดสรรงบประมาณแผ่นดินให้กับการศึกษา โดยจัดสรรให้ผู้เรียนและสถานศึกษา ทั้งของรัฐและเอกชน ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ในรูปเงินอุดหนุนทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายรายบุคคล กองทุนประเภทต่าง ๆ และทุนการศึกษา รวมทั้งให้มีระบบการตรวจสอบ ติดตามและประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการใช้จ่ายงบ
ประมาณการจัดการศึกษาด้วย

หมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

รัฐจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนำและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ วิทยุโทรคมนาคม และการสื่อสารในรูปอื่นเพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา การทะนุบำรุง ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมตามความจำเป็น รัฐส่งเสริมสนับสนุนให้มีการวิจัยและพัฒนา การผลิตและพัฒนาแบบเรียน ตำรา สื่อสิ่งพิมพ์อื่น วัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่น โดยจัดให้มีเงินสนับสนุนและเปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

ให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิตและผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในโอกาสแรกที่ทำได้ อันจะนำไปสู่การแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

ให้มีการระดมทุน เพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา จากเงินอุดหนุนของรัฐ ค่าสัมปทานและผลกำไรที่ได้จากการดำเนินกิจการ ด้านสื่อสารมวลชขน เทคโนโลยีสารสนเทศ และโทรคมนาคมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรประชาชน รวมทั้งให้มีการลดอัตราค่าบริการเป็นพิเศษในการใช้เทคโนโลยี

ให้มีหน่วยงานกลาง ทำหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผน ส่งเสริม และประสานการวิจัย การพัฒนาและการใช้ รวมทั้งการประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพของการผลิตและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา