ผู้เขียน หัวข้อ: ติวสอบ59 #รฟท #ร.ฟ.ท. #แนวข้อสอบการรถไฟแห่งประเทศไทย #อัพเดท #ใหม่ล่าสุด ปี60  (อ่าน 1326 ครั้ง)

ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
ข่าวเปิดสอบ หนังสือ คู่มือ เตรียมสอบ แนวข้อสอบ การรถไฟแห่งประเทศไทย รฟท. ร.ฟ.ท. ใหม่ล่าสุด 2560



!!!!!+ประกาศสอบ+!!!!

การรับสมัคร

สมัครทางอินเตอร์เน็ต ที่ www.railway.co.th หรือ  http://railway.thaijobjob.com


www.railway.co.th หรือ  http://railway.thaijobjob.com

การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดรับสมัครสอบเพื่อบรรจุบุคคลเข้าทำงาน จำนวน 181 อัตรา สมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 20 - 28 มิถุนายน 2559

ประกาศการรถไฟแห่งประเทศไทย เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้าทำงานในการรถไฟแห่งประเทศไทย

ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครสอบ
1. พนักงานการเดินรถ 4 (เสมียนสถานี) อัตราเงินเดือน 10,440.- บาท จํานวน 64 อัตรา
2. พนักงานการตลาดและทรัพย์สิน 6 อัตราเงินเดือน 16,830.- บาท จํานวน 1 อัตรา
3. พนักงานการเดินรถ 6 อัตราเงินเดือน 16,830.- บาท จํานวน 1 อัตรา
4. พนักงานขบวนรถ 4 (พนักงานห้ามล้อ) อัตราเงินเดือน 10,440.- บาท จํานวน 57 อัตรา
5. วิศวกร 6 อัตราเงินเดือน 16,830.- บาท จํานวน 2 อัตรา
6. พนักงานการบัญชี 6 อัตราเงินเดือน 16,830.- บาท จํานวน 2 อัตรา
7. พนักงานการบัญชี 6 อัตราเงินเดือน 16,830.- บาท จํานวน 2 อัตรา
8. วิศวกร 6 อัตราเงินเดือน 16,830.- บาท จํานวน 4 อัตรา
9. พนักงานเทคนิค 4 อัตราเงินเดือน 10,440.- บาท จํานวน 3 อัตรา
10. พนักงานการบัญชี 6 อัตราเงินเดือน 16,830.- บาท จํานวน 2 อัตรา
11. พนักงานคอมพิวเตอร์ 6 อัตราเงินเดือน 16,830.- บาท จํานวน 7 อัตรา
12. พนักงานคอมพิวเตอร์ 4 อัตราเงินเดือน 10,440.- บาท จํานวน 1 อัตรา
13. พนักงานบริหารงานทั่วไป 4 อัตราเงินเดือน 10,440.- บาท จํานวน 1 อัตรา
14. พนักงานการตลาดและทรัพย์สิน 7 อัตราเงินเดือน 20,030.- บาท จํานวน 1 อัตรา
15. พนักงานบริหารงานทั่วไป 6 อัตราเงินเดือน 16,830.- บาท จํานวน 1 อัตรา
16. พนักงานการตลาดและทรัพย์สิน 6 อัตราเงินเดือน 16,830.- บาท จํานวน 23 อัตรา
17. นายแพทย์ 7 อัตราเงินเดือน 20,030.- บาท จํานวน 3 อัตรา
18. เภสัชกร 6 อัตราเงินเดือน 17,830.- บาท จํานวน 1 อัตรา
19. พยาบาลวิชาชีพ 6 อัตราเงินเดือน 16,830.- บาท จํานวน 4 อัตรา
20. พนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ 6 (นักรังสีเทคนิค) อัตราเงินเดือน 16,830.- บาท จํานวน 1 อัตรา

การรับสมัครสอบ
ผู้ประสงค์จะสมัครสอบสมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 20 - 28 มิถุนายน 2559 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการที่เว็บไซต์ http://railway.thaijobjob.com


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบ พการรถไฟแห่งประเทศไทย รฟท. ร.ฟ.ท. ใหม่ล่าสุด รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ

- แนวข้อสอบวิชาความรู้ทั่วไป
- แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
- แนวข้อสอบวิชาอังกฤษ
- แนวข้อสอบกฎหมายแรงงานสัมพันธ์‏
- ความรู้เกี่ยวกับการรถไฟแห่งประเทศไทย
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย
- แนวข้อสอบเก่าการรถไฟแห่งประเทศไทย

เลือกตามตำแหน่งที่สอบ


สังกัดฝ่ายเดินรถ
พนักงานเดินรถ
สังกัดฝ่ายช่างกล
สังกัดฝ่ายการโยธา
อาณัญสัญญาณและโทรคมนาคม
การเงินและบัญชี
บริหารทรัพย์สิน
พนักงานการเดินรถ 6 นายสถานี
พนักงานการเดินรถ 6
พนักงานการบัญชี 4 (เสมียนส่วนกลาง)
พนักงานการเดินรถ 4 (เสียนส่วนกลาง)
พนักงานบริหารงานทั่วไป 4 (เสมียนส่วนกลาง)
พนักงานการเดินรถ 4 (เสมียนสถานนี)
พนักงานขบวนรถ 4 (พนักงานห้ามล้อ)

สังกัดฝ่ายการช่างกล
วิศวกร 6
พนักงานการบัญชี 6

สังกัดฝ่ายการช่างโยธา
วิศวกร 6

สังกัดฝ่ายการอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม
วิศวกร 6
พนักงานการบัญชี 4

สักดักฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง
วิศวกร 6
พนักงานการบัญชี 6

สังกัดฝ่ายการเงินและการบัญชี
พนักงานการบัญชี 6

สังกัดฝ่ายบริหารทรัพย์สิน
พนักงานการตลาดและทรัพย์สิน 7
พนักงานการตลาดและทรัพย์สิน 6

สังกัดสำนักงานขนส่งคอนเทนเนอร์
พนักงานการตลาดแลพทรัพย์สิน 4

สังกัดสำนักงานนโยบาย แผน วิจัยแลพัฒนา
เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 6

สังกัดศูนย์ประชาสัมพันธ์และบริการท่องเที่ยว
พนักงานเทคนิค 6



*******************************

ข้อสอบไทย.คอม ศูนย์ข้อสอบไทย แนวข้อสอบเก่า อ่านฟรี พร้อมเฉลย ใหม่ล่าสุด งานราชการ ก.พ. อบต. ครู ตำรวจ ธนาคาร ธกส. รัฐวิสาหกิจ ?
แนวข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ คู่มือสอบ ติวสอบ หาข้อสอบ เก็งข้อสอบ ข้อสอบเก่า แจกข้อสอบ ข้อสอบลับ ข่าวการสอบ เปิดสอบ





วิธีการสั่งซื้อ



กดเพิ่มเพื่อน หรือ สแกน QR CODE LINE @



กดเพิ่มเพื่อน หรือ สแกน QR CODE LINE @

*** จำหน่าย แนวข้อสอบทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง สอบถามได้
*** ไฟล์แนวข้อสอบ ราคา 399 บาท {จัดส่งทางอีเมล์}  สามารถเอาไปปริ้น อ่านได้เลย หรือ เปิดใน Computer, Smart Phone, Tablet ได้
*** หนังสืออ่านสอบ แถม แผ่น CD VCD หรือ MP3 (บรรยายเนื้อหา 1 เรื่อง) ราคา 999 บาท จัดส่งทางไปรษณีย์ {ร่วมค่าจัดส่ง EMS แล้ว}
** ใส่เศษสตางค์เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ การโอนเงิน  ตัวอย่างเช่น 399.05, 399.50 , 399.77 **

ช่องทางการชำระเงิน สั่งซื้อแนวข้อสอบ

ธนาคารไทยพาณิชย์   
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 404-045-7465
ธนาคารกสิกรไทย 
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 011-298-4070
ธนาคารกรุงไทย 
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 984-402-4080



+++ Tel : 0981081851
+++ Line me : http://line.me/ti/p/%40qod6536c

+++ Line @ : @qod6536c ใส่ "@" ด้วยนะครับ 
+++ E-Mail : k_sakhiran@hotmail.com
+++ Web Site : www.sheetthai.net
+++ Face Book : www.facebook.com/sheetthai.z



1 แนวข้อสอบทำการจัดส่งภายในวันที่โอนเงิน ไม่เกิน "เที่ยงคืน" (ในกรณีโอนเงินก่อน 18.00 น.)
2 โปรดตรวจสอบที่กล่องขาเข้า [Inbox] และ อีเมล์ลล์ขยะ [Junk Mail]
3 หากยังไม่ได้รับ กรุณาติดต่อกลับมาที่  098-1081851 หรือทางอีเมล์
4 กรุณาเก็บหลักฐานการโอนเงินไว้ด้วย


&&& รายละเอียดที่ต้องแจ้งหลังจากโอนเงิน &&&
1. แจ้ง เวลาที่โอน ( ดูในใบ สลิป หรือ ใบ Pay in จากธนาคารเป็นหลักเท่านั้น )
2. แจ้ง ชื่อหน่วยงาน และตำแหน่ง ที่จะสั่งซื้อ
3. แจ้ง E-Mail (ในกรณีที่สั่งเป็นไฟล์)
4. แจ้ง ชื่อที่อยู่ เบอร์โทร (ในกรณีที่สั่งเป็นหนังสือ)



#การรถไฟ #แนวข้อสอบ #ข่าวเปิดสอบ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 23, 2017, 11:20:44 pm โดย sakhiran »







ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดรับสมัครสอบเป็นลูกจ้าง จำนวน 60 อัตรา สมัครด้วยตนเอง ตั้งแต่วันที่ 10 - 27 พฤษภาคม 2559

ประกาศงานระเบียบการโดยสาร เรื่อง รับสมัครบุคคลเข้าทำงานเป็นลูกจ้างเฉพาะงาน

ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
ลูกจ้างเฉพาะงาน เพื่อทำหน้าที่แทนพนักงานรถนอนประจำขบวนรถ
จำนวน 60 อัตรา
เป็นชาย 40 อัตรา
เป็นหญิง 20 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
เพศชาย/หญิง อายุ 18 - 35 ปี คุณวุฒิจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3)

การรับสมัคร
ผู้ประสงค์จะสมัครเข้ารับการคัดเลือก ให้ติดต่อขอรับใบสมัครและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่งานระเบียบการโดยสาร กองโดยสาร ฝ่ายบริการโดยสาร การรถไฟแห่งประเทศไทย ชั้น 2 ภายในอาคารสถานีรถไฟกรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 10 - 27 พฤษภาคม 2559 ในวันและเวลาราชการ





ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
ข่าวเปิดสอบ หนังสือ คู่มือ เตรียมสอบ แนวข้อสอบ การรถไฟแห่งประเทศไทย รฟท. ร.ฟ.ท. ใหม่ล่าสุด 2559





ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
ข้อใดคือเว็ปไซด์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
ก. http://www.sso.go.th   ค.  http://www.railway.co.th

ข. http://www.mol.go.th  ง.  http://www.railway.go.th

ตอบ  ค. www.railway.co.th

การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นหน่วยงานประเภทใด
ก. รัฐ ค. รัฐวิสาหกิจ

ข. เอกชน ง. มหาชน

ตอบ ค. รัฐวิสาหกิจ

ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยคนแรกคือใคร
ก. หลวงจุลชีพพิชชาธร ค. หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ

ข. พลเอกจรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ง. พระยาชลมารคพิจารณ์

ตอบ ข. พลเอกจรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์

ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยคนปัจจุบันคือใคร
ก. นายวิโรจน์ เตรียมพงศ์พันธ์  ค. นายยุทธนา ทัพเจริญ

ข. นายนรินทร์ จันทรเดชา ง. นายประภัสร์ จงสงวน

ตอบ  ง. นายประภัสร์ จงสงวน

อักษรย่อของการรถไฟแห่งประเทศไทย คือ
ก. รฟท.  ค. ร.ฟ.ท.

ข. กฟท. ง. กรฟ.

ตอบ ก. รฟท.

รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยปัจจุบันมีกี่คน
ก. 1 คน ค. 3 คน

ข. 2 คน  ง. 4 คน

ตอบ ง. 4 คน

นายวิโรจน์เตรียมพงศ์พันธ์ รองผู้ว่าการกลุ่มยุทธศาสตร์และอำนวยการ
นายภากรณ์ตั้งเจตสกาว รองผู้ว่าการกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน 1
นายกมลตั้งกิจเจริญชัย รองผู้ว่าการกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน 2
นายเทิดชัยเพ่งไพฑูรย์ รองผู้ว่าการหน่วยธุรกิจการเดินรถ
ใครคือประธานกรรมการการรถไฟ
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ค. นายวิโรจน์ เตรียมพงศ์พันธ์

ข. นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์  ง. นายกมล  ตั้งกิจเจริญชัย

ตอบ  ข. นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์

คณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย ประกอบด้วย
ก. ประธานกรรมการ 1 คนและกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่า 3 คนแต่ไม่เกิน 6 คน

ข. ประธานกรรมการ 1 คนและกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่า 4 คนแต่ไม่เกิน 6 คน

ค. ประธานกรรมการ 1 คนและกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่า 4 คนแต่ไม่เกิน 8 คน

ง. ประธานกรรมการ 1 คนและกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่า 5 คนแต่ไม่เกิน 8 คน

ตอบ ข.ประธานกรรมการ 1 คนและกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่า 4 คนแต่ไม่เกิน 6 คน

ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละกี่ปี
ก. 3 ปี ค. 5 ปี

ข. 4 ปี ง. 6 ปี

ตอบ ก. 3 ปี

ข้อใด ไม่ใช่ อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ รฟท.
ก. แต่งตั้ง ถอดถอน เลื่อนขั้นหรือลดขั้นเงินเดือนพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย

ข. วางข้อบังคับว่าด้วยการบรรจุ การแต่งตั้ง และการถอดถอนพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย

ค. ตั้งอัตรามาตรฐานค่าภาระการใช้รถไฟ บริการ และความสะดวกต่าง ๆ ของกิจการรถไฟ

ง. กำหนดค่าภาระการใช้รถไฟ บริการ และความสะดวกต่าง ๆ ของกิจการรถไฟเป็นครั้งคราว

ตอบ ก. แต่งตั้ง ถอดถอน เลื่อนขั้นหรือลดขั้นเงินเดือนพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย





ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
แนวข้อสอบการรถไฟแห่งประเทศไทย วิชาความรู้ทั่วไป
 1. ข้อใดคือกลุ่มเป้าหมาย และผู้ได้รับผลประโยชน์จากนโยบาย รถไฟฟรีของรัฐบาล
 ก. กลุ่มประชาชนผู้มีรายได้น้อย
 ข. กลุมคนทํางาน รายได้ปานกลาง
 ค. กลุมคนที่ต้องการกลับบ้านในช่วงเทศกาล
ง. กลุ่มคนที่ต้องการความรวดเร็วในการเดินทาง
2. โครงการรถไฟความเร็วสูงเป็นโครงการเมกะโปรเจกต์ของประเทศไทยในการก่อสร้างระบบรถไฟ ความเร็วสูง มีเป้าหมายเพื่ออะไร
 ก. มีเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจ
ข. มีเป้าหมายในการเชื่อมโยงตลาดการค้า ระหว่างกลุ่มประเทศแถบลุ่มแม่น้ําโขง
 ค. มีเป้าหมายในการขนส่งสินค้าภายในประเทศ
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
3. ข้อใดคือความหมายของขบวนรถด่วนพิเศษ (Special Express Train)
 ก. ขบวนรถโดยสารที่จัดไว้สําหรับรับ-ส่งผู้โดยสารระยะทางไกล และหยุดสถานีน้อยแห่ง
 ข. ขบวนรถโดยสารที่จัดไว้สําหรับรับ-ส่งผู้โดยสารระยะทางไกล และหยุดสถานีมากแห่งกว่าขบวนรถด่วน พิเศษ
 ค. ขบวนรถโดยสารที่จัดไว้สําหรับรับ-ส่งผู้โดยสารระยะทางไกล และหยุดสถานีมากแห่งกว่าขบวนรถเวน
 ง. ถูกทุกข้อ
4. ใครคือผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ในปัจจุบันปี 2556
ก. นายประภัสร์ จงสงวน
ข. นายเทอดชัย เพ่งไพฑูรย์
 ค. นางสาวกัลยานี ครองบุญยิ่ง
ง. นายณรงค์ฤทธิ์ ศิวะสาโรช
5. ข้อใดคือพันธกิจ ( Missions ) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
 ก. การรถไฟฯ ดําเนินการให้บริการขนส่งในเชิงสังคม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนและประเทศ และ ตอบสนองนโยบายในการให้บริการขนส่งราคาต่ำและมีประสิทธิภาพของภาครัฐ
ข. ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนา ขยายและเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า
 ค. การรถไฟฯ มุ่งเน้นการให้บริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ เพื่อสร้างรายได้และผลกําไร ให้แก่องค์กร รวมถึง การพัฒนาประสิทธิภาพในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นทางเลือกในการขนส่งที่มี ประสิทธิภาพ
ง. ถูกทุกข้อ แนวข้อสอบ รฟท 2556
6. ข้อใดคือวิสัยทัศน์ ( Vision ) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
 ก. มุ่งสูความเป็นเลิศในการให้บริการระบบรางที่สะดวก ตรงเวลา และปลอดภัย
ข. มุ่งสูความเป็นเลิศในการให้บริการระบบรางที่รวดเร็ว สะดวก ตรงเวลา และปลอดภัย
ค. มุ่งสูความเป็นเลิศในกิจการระบบราง ในประเทศไทย
ง. มุ่งสูความเป็นเลิศในกิจการรถไฟ ที่รวดเร็ว สะดวก ตรงเวลา และปลอดภัย
7. กิจการรถไฟได้เริ่มขึ้นในสมัยรัชการที่เท่าไหร่
ก. เริ่มขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3)
 ข. เริ่มขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4)
ค. เริ่มขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(พระปิยมหาราช)(รัชกาลที่ 5)
 ง. เริ่มขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว(พระมหาธีรราชเจ้า)(รัชกาลที่ 6)
 8. การจัดตั้การรถไฟแห่งประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ
ก. รับโอนกิจการของกรมรถไฟจากกรมรถไฟ กระทรวงคมนาคม
 ข. จัดดําเนินการและนํามาซึ่งความเจริญของกิจการรถไฟเพื่อประโยชน์แห่งรัฐและประชาชน และดําเนินธุรกิจ อันเกี่ยวกับการขนส่งของรถไฟและธุรกิจอื่นซึ่งเป็นประโยชน์แก่กิจการรถไฟ
ค. แยกการคมนาคมในประเทศไทยออกจากกนอย่างชัดเจน
 ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข้อ ข.
9. ข้อใดคือหน้าที่ของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ตามตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ระบุไว้ในมาตรา ๖ ก. สร้าง ซื้อ จ้าง รับจ้าง จัดหา จําหน่าย แลกเปลี่ยน เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม และดําเนินงาน เกี่ยวกับเครื่องใช้ บริการ และความสะดวกต่าง ๆ ของกิจการรถไฟ
ข. กําหนดอัตราค่าภาระการใช้รถไฟ บริการ และความสะดวกต่าง ๆ ของกิจการรถไฟ และจัดระเบียบเกี่ยวกับ วิธีชําระค่าภาระดังกล่าว
ค. เข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่น หรือถือหุ้นในบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด เพื่อประโยชน์แก่กิจการ รถไฟ
ง. ถูกทุกข้อ
10. ในปัจจุบันต าแหน่งสูงสุดของการรถไฟแห่งประเทศไทยคือต าแหน่งใด
ก. ผู้บัญชาการรถไฟแผ่นดิน
 ข. อธิบดีกรมรถไฟ
ค. ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย
 ง. ถูกทุกข้อ





ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook

                   ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในบรรดาประเทศทั้งหลายที่เจริญแล้วในโลก ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในบรรดาประเทศทั้งหลายที่เจริญแล้วในโลกนับตั้งแต่สมัยตั้งกรุงสุโขทัยตลอดจนกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงสุโขทัยตลอดจนกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ซึ่งทรงเป็นประมุขของประเทศได้ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการคมนาคมซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำความรุ่งเรืองมาสู่ชาติเสมือนโลหิตที่หล่อเลี้ยงชีวิตให้ดำรงอยู่ และในบรรดาทางเดินของโลหิตสายนั้นการรถไฟคือทางเดินของโลหิตสำคัญสายหนึ่ง ซึ่งในราชอาณาจักรไทยสมัยก่อน ๆ ยังไม่เคยมีเค้ารูป และโครงการอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะแสดงให้เป็นที่ปรากฏชัดว่าการคมนาคมทางบกภายในประเทศจะมีการขนส่งโดยทางรถไฟของรัฐบาลเกิดขึ้นเลย เพราะในเวลานั้นประชาชนยังนิยมใช้สัตว์ เช่น โค กระบือ ม้า ช้างและเกวียน เป็นพาหนะเพื่อประโยชน์ในการเดินทางและในการลำเลียงสินค้าต่าง ๆ จากถิ่นหนึ่งไปยังอีกถิ่นหนึ่งจนกระทั่งการขนส่งโดยทางรถไฟได้เริ่มมีชีวิตจิตใจขึ้นจนสำเร็จเป็นรูปร่างอันสมบูรณ์ในรัชสมัย " พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ " โดยมีประกาศ พระบรมราชโองการสร้างทางรถไฟสยาม ตั้งแต่ กรุงเทพฯ ถึง เมืองนครราชสีมา ลงวันที่ 1 มีนาคม ร.ศ.109 ซึ่งตรงกับ พุทธศักราช 2433

                   ก่อนที่การรถไฟหลวงจะถือกำเนิดขึ้นนั้นปรากฏว่าในปีพุทธศักราช 2398 รัฐบาลสหราชอาณาจักรอังกฤษให้ เซอร์ จอห์น เบาริง (Ser John Bowring) ผู้สำเร็จราชการเกาะฮ่องกง ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็ม พร้อมด้วย มิสเตอร์ แฮรี่ สมิท ปาร์ค (Mr. Harry Smith Parkes) กงสุลเมืองเอ้หมึง เป็นอุปทูล เดินทางโดยเรือรบหลวงอังกฤษเข้ามาเจรจาขอแก้ไขสนธิสัญญาทางราชไมตรีฉบับที่รัฐบาลอังกฤษที่อินเดีย ทำไว้กับรัฐบาลไทยเมื่อ วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2369 ซึ่งในกาลนั้น มิสเตอร์ แฮรี่ สมิท ปาร์ค ได้นำสนธิสัญญาฉบับใหม่ออกไปประทับตราแผ่นดินอังกฤษ แล้วนำกลับมาแลกเปลี่ยนสนธิสัญญากับฝ่ายไทย กับอัญเชิญพระราชสาส์น และเครื่องราชบรรณาการของสมเด็จพระนางวิคตอเรียแห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษเข้ามาเพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย แด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 อาทิ รถไฟจำลองย่อส่วนจากของจริงประกอบด้วย รถจักรไอน้ำ และรถพ่วงครบขบวน เดินบนรางด้วยแรงไอน้ำทำนองเดียวกับรถใหญ่ที่ใช้อยู่ในเกาะอังกฤษ(ขณะนี้รถไฟเล็กได้เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ) ราชบรรณาการในครั้งนั้นสมเด็จพระนางวิคตอเรีย ทรงมีพระราชประสงค์จะให้เป็นเครื่องดลพระราชหฤทัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ทรงคิดสถาปนากิจการรถไฟขึ้นในราชอาณาจักรไทย แต่เนื่องจากในขณะนั้นภาวะเศรษฐกิจของไทยยังอยู่ในฐานะไม่มั่นคง และมีจำนวนพลเมืองน้อย กิจการจึงต้องระงับไว้

เครื่องราชบรรณาการ รถไฟจำลองย่อส่วนจากของจริง

                   ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เหตุการณ์ทางด้านการเมือง สืบเนื่องมาจากนโยบายขยายอาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศส แผ่มาครอบคลุมบริเวณเหลมอินโดจีน พระองค์ท่านทรงตระหนักถึงความสำคัญของการคมนาคมโดยเส้นทางรถไฟ เพราะการใช้แต่ทางเกวียนและแม่น้ำลำคลองเป็นพื้นนั้น ไม่เพียงพอแก่การบำรุงรักษาพระราชอาณาเขต ราษฎรที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงมีจิตใจโน้มเอียงไปทางประเทศใกล้เคียง สมควรที่จะสร้างทางรถไฟขึ้นในประเทศเพื่อติดต่อกับมณฑลชายแดนก่อนอื่น ทั้งนี้เพื่อสะดวกแก่การปกครอง ตรวจตราป้องกันการรุกรานเป็นการเปิดภูมิประเทศให้ประชาชนพลเมืองเข้าบุกเบิกพื้นที่ รกร้างว่างเปล่า ให้เป็นประโยชน์ทางเศรษกิจของประเทศ และจะเป็นเส้นทางขนส่งผู้โดยสารและสินค้าไปมาถึงกันได้ง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้นในปี พ.ศ.2430 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ เซอร์แอนดรู คลาก และบริษัทปันชาร์ด แมกทักการ์ด โลเธอร์ ดำเนินการสำรวจเพื่อสร้างทางรถไฟจาก กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ และมีทางแยกตั้งแต่เมืองสระบุรี - เมืองนครราชสีมาสายหนึ่ง จากเมืองอุตรดิตถ์ - ตำบลท่าเดื่อริมฝั่งแม่น้ำโขงสายหนึ่ง และจากเมืองเชียงใหม่ไปยังเชียงราย เชียงแสนหลวงอีกสายหนึ่ง โดยทำการสำรวจให้แล้วเสร็จเป็นตอน ๆ รวม 8 ตอน ในราคาค่าจ้างโดยเฉลี่ยไม่เกินไมล์ละ 100 ปอนด์ ทั้งสองฝ่ายลงนามในสัญญา เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2430

                   เมื่อได้สำรวจแนวทางต่าง ๆ แล้ว รัฐบาลพิจารณาเห็นว่าจุดแรกที่สมควรจะสร้างทางรถไฟเชื่อมกับเมืองหลวงของไทยก่อนอื่น คือ นครราชสีมา ดังนั้นในเดือนตุลาคม 2433 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งกรมรถไฟขึ้น สังกัดอยู่ในกระทรวงโยธาธิการมีพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัติวงศ์ ทรงเป็นเสนาบดี และนาย เค. เบ็ทเก ( K. Bethge ) ชาวเยอรมัน เป็นเจ้ากรมรถไฟพร้อมกันนั้นได้ เปิดประมูลสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพ - นครราชสีมา เป็นสายแรก ณ ที่ทำการรถไฟกรุงเทพ ปรากฏว่า มิสเตอร์ จี มูเร แคมป์เบล แห่งอังกฤษ เป็นผู้คำประกันประมูลได้ในราคาต่ำสุด โดยเสนอราคาเป็นเงิน 9,956,164 บาท

                   พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระราชทานพระบรมราชานุมัติให้กระทรวงโยธาธิการว่าจ้าง มิสเตอร์ จี. มูเร แคมป์เบลล์ สร้างทางรถไฟหลวงจากกรุงเทพฯถึงนครราชสีมา เป็นสายแรก เป็นทางขนาดกว้าง 1.435 เมตร และได้เสด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชพิธีกระทำพระฤกษ์ เริ่มการสร้างทางรถไฟ ณ บริเวณย่านสถานีกรุงเทพ เมื่อวันที่ 09 มีนาคม พ.ศ.2434 ซึ่งปัจจุบัน การรถไฟฯได้สร้างอนุสรณ์ปฐมฤกษ์รถไฟหลวงเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกเหตุการณ์สำคัญในอดีต และเพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ


                   ในปี พ.ศ.2439 การก่อสร้างทางรถไฟสาย กรุงเทพฯ - นครราชสีมา สำเร็จบางส่วนพอที่จะเปิดการเดินรถได้ ดังนั้น ในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงเสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพระราชพิธีเปิดการเดินรถไฟระหว่าง สถานีกรุงเทพ - อยุธยา ระยะทาง 71 กิโลเมตร และเปิดให้ประชาชนเดินทางไปมาระหว่าง กรุงเทพ - อยุธยา ได้ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2439 เป็นต้นไป ในระยะแรกเดินขบวนรถขึ้นล่องวันละ 4 ขบวน มีสถานีรวม 9 สถานี คือ สถานีกรุงเทพ บางซื่อ หลักสี่ หลักหก คลองรังสิต เชียงราก เชียงรากน้อย บางปะอิน และกรุงเก่า ซึ่งการรถไฟฯ ได้ถือเอา " วันที่ 26 มีนาคม " เป็น วันสถาปนากิจการรถไฟ สืบมาจนถึงปัจจุบัน
                   ต่อจากนั้นก็ได้เปิดการเดินรถต่อไปอีกเป็นระยะ ๆ จากอยุธยา ถึง แก่งคอย มวกเหล็ก ปากช่อง จนกระทั่งในปี พ.ศ.2443 การสร้างทางรถไฟสายนครราชาสีมา ได้เสร็จเรียบร้อย และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการเดินรถสายนี้ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2443 รวมระยะทางจาก กรุงเทพ - นครราชสีมา ทั้งสิ้น 265 กิโลเมตร สิ้นเงินในการก่อสร้างทางรถไฟสายนี้ 17,585,000 บาท เมื่อการก่อสร้างทางรถไฟสายแรกสำเร็จลงตามพระราชประสงค์แล้ว ก็ทรงพิจารณาสร้างทางรถไฟสายอื่น ๆ ต่อไป จนกระทั่งสิ้นรัชสมัยของพระองค์ พระผู้พระราชทานกำเนิดกิจการรถไฟในประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2453
 


                   ภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติแทนพระบรมราชชนก ก็ได้ทรงพิจารณาเห็นว่ากิจการของกรมรถไฟสายเหนือและกรมรถไฟสายใต้ ซึ่งแยกกันอยู่ไม่สะดวกแก่การบังคับบัญชาและบริหารงาน ตลอดจนไม่เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ดังนั้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2460 จึงได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้รวมกิจการรถไฟทั้ง 2 กรม เข้าเป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า " กรมรถไฟหลวง " กับได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ " กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน " ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวงพระองค์แรก
 
 


                   ในสมัยที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงเป็นผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวงอยู่นั้น ทรงเล็งเห็นการณ์ไกล และทรงตระหนักดีว่าการใช้รถจักรไอน้ำลากจูงขบวนรถ นอกจากจะไม่สะดวกและประหยัดแล้ว ลูกไฟที่กระจัดกระจายออกมา ยังเป็นอันตรายได้ พระองค์จึงทรงสั่งรถจักรดีเซล จำนวน 2 คันมาจากสวิสเซอร์แลนด์ เข้ามาใช้เป็นครั้งแรก


                   ซึ่งรถจักรดีเซลการกลคันแรก เลขที่ 21-22 ได้ออกวิ่งรับใช้ประชาชนเมื่อ พ.ศ.2471 ปัจจุบันรถจักรประวัติศาสตร์คันนี้ยังคงอยู่การรถไฟฯ ได้นำมาติดตั้งที่ ตึกบัญชาการรถไฟ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาหาความรู้ต่อไป และเนื่องจากพระองค์ทรงเป็นผู้ให้กำเนิดรถจักรดีเซลขึ้นในเมืองไทย รถจักรดีเซลทุกคันที่ใช้การอยู่ในการรถไฟฯ ขณะนี้จึงได้ประดับเครื่องหมาย "บุรฉัตร" อันเป็นพระนาม ของพระองค์ ติดที่ด้านข้างของรถจักรดีเซลทุกคันที่สั่งเข้ามา เพื่อเป็นการรำลึกและเทิดพระเกียรติแห่งพระองค์ท่านสืบไป
 


                   กิจการรถไฟซึ่งได้เริ่มตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2439 จนกระทั่งสิ้น รัชสมัยของพระองค์ในปี พ.ศ.2453 มีทางรถไฟที่เปิดใช้เดินรถรวมทั้งสิ้น 932 กิโลเมตร และกำลังก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จอีก 690 กิโลเมตร ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 มีทางรถไฟที่เปิดใช้ทั้งหมด 2,581 กิโลเมตร และอยู่ในระหว่างก่อสร้างอีก 497 กิโลิเมตร
                   ส่วนในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระองค์ก็ทรงดำเนินรัฐประศาสโนบายในการบำรุงการคมนาคมเช่นเดียวกับรัชกาลก่อน ๆ แต่เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังปั่นป่วน ดังนั้น การก่อสร้างทางรถไฟสมัยนี้จึงเป็นไปได้อย่างล่าช้า โดยมีทางรถไฟเพิ่มขึ้นใหม่อีก 418 กิโลเมตร
                   กิจการรถไฟในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอนันนทมหิดล รัชการที่ 8 ก็เช่นเดียวกันกับรัชการก่อน ประเทศไทยต้อง ประสบกับสภาวะทางการเงิน และสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้การก่อสร้างทางรถไฟไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร โดยมีทางรถไฟก่อสร้างเพิ่มอีก 259 กิโลเมตร
 


                   สำหรับกิจการรถไฟในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 กิจการรถไฟประสบภัยสงครามอย่างหนัก ทรัพย์สินทั้งทางอาคาร และรถจักรล้อเลื่อน ได้รับความเสียหายมาก จำต้องเริ่มบูรณะฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิมโดยเร็ว ถ้าจะอาศัยเงินลงทุนจากงบประมาณของรัฐแหล่งเดียวจะไม่ทันการณ์ รัฐบาลจึงต้องขอกู้เงินจากธนาคารโลกมาสมทบ ในระหว่างเจรจากู้เงินนั้น ธนาคารโลกได้เสนอให้รัฐปรับปรุงองค์กรของกรมรถไฟหลวงให้มีอิสระกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารกิจการรถไฟในเชิงธุรกิจ
                   ในปี พ.ศ.2494 รัฐบาลสมัย จอมพล.ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาเห็นสมควรจัดตั้งกิจการรถไฟเป็นเอกเทศจึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 ต่อรัฐสภา และได้มีพระบรมราชโองการให้ตราเป็นพระราชบัญญัติขึ้นไว้ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2494 กรมรถไฟหลวงจึงเปลี่ยนฐานะมาเป็นรัฐวิสาหกิจประเภทสาธารณูปการภายใต้ชื่อว่า "การรถไฟแห่งประเทศไทย " ตั้งแต่วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ.2494 เป็นต้นมา โดยการดำเนินงานอยู่ภายใต้ พรบ.การรถไฟฯ ฉบับ พ.ศ.2494
                   พลเอกจรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 01 ก.ค.2494 - 10 ก.ย.2502คณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยขึ้นมีหน้าที่ควบคุม ดูแลกิจการขององค์การประกอบด้วยประธานกรรมการ 1 คน คณะกรรมการ อีก 6 คน ผู้ว่าการรถไฟฯ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และรัฐได้มอบเงินจำนวน 30 ล้านบาท ให้เป็นเงินสมทบทุนประเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งมีพลเอกจรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ เป็นผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ.2494 ซึ่งในหลักการรัฐควบคุมการแต่งตั้งและปลดผู้บริหาร คุมอัตราเงินเดือนพนักงาน คุมอัตราค่าโดยสารและค่าระวาง คุมการเปิด-ปิดเส้นทางและการบริการ และการควบคุมการลงทุนทั้งหมด แต่หากดำเนินงานขาดทุน รัฐชดเชยให้เท่าจำนวนที่ขาด
                   ปัจจุบันการรถไฟฯ มีระยะทางที่เปิดการเดินรถแล้ว รวมทั้งสิ้น 4,346 กิโลเมตร โดยเป็นทางคู่ช่วง กรุงเทพ - รังสิต ระยะทาง 31 กิโลเมตร และเป็นทางสามช่วงรังสิต - ชุมทางบ้านภาชี ระยะทาง 59 กิโลเมตร โดยมีเส้นทาง ดังนี้.-
ทางสายเหนือ ถึง จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทาง 751 กิโลเมตร
ทางสายใต้ ถึง จังหวัดนราธิวาส( สุไหลโก-ลก ) ระยะทาง 1,143 กิโลเมตร และสถานีปาดังเบซาร์ ระยะทาง 974 กิโลเมตร
ทางสายตะวันออก ถึง จังหวัดสระแก้ว( อรัญประเทศ ) ระยะทาง 255 กิโลเมตร และนิคมอุตสาหกรรมมาบตะพุต ระยะทาง 200 กิโลเมตร
ทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ ถึง จังหวัดอุบลราชธานี ระยะทาง 575 กิโลเมตร และจังหวัดหนองคาย ระยะทาง 624 กิโลเมตร
ทางสายตะวันตก ถึง สถานีน้ำตก จังหวัดกาญจนบุรี ระยะทาง 194 กิโลเมตร
ทางสายแม่กลองช่วงวงเวียนใหญ่ - มหาชัย ระยะทาง 31 กิโลเมตร และช่วงบ้านแหลม - แม่กลอง ระยะทาง 34 กิโลเมตร
นอกจากนั้นยังมีการสร้างทางอีกหลายเส้นทาง อาทิ คลองสิบเก้า - บ้านภาชี - แก่งคอย - ศรีราชา - แหลมฉบัง - เขาชีจรรย์ - มาบตาพุด เพื่อให้รับโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันออกอีกด้วย





ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
พลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธินทรงเป็น พระราชโอรสองค์ที่ 35 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 กับเจ้าจอมมารดาวาด พระองค์ประสูติ เมื่อ วัน จันทร์ เดือน 3 ขึ้น 4 ค่ำ ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2424 ทรงมีพระนามเดิมว่า " พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร "
        เมื่อทรงพระเยาว์ทรงศึกษาที่โรงเรียน พระตำหนักสวนกุหลาบในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระยาโอวาทวรกิจ ( แก่น )  เป็นผู้ถวายพระอักษร  เมื่อ พ.ศ.2436 เสด็จออกไปทรงศึกษาวิชาในประเทศฝรั่งเศส   และไปศึกษาโรงเรียนแฮร์โรว์ในประเทศอังกฤษ ซึ่งอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนแห่งนี้ได้ชมเชยว่า พระองค์มีความสามารถ และพรวิริยะ อุตสาหะเป็นอย่างยิ่ง ต่อมาได้ทรงเข้าศึกษาวิชาวิศวกรรมที่ตรินิตี้คอลเลจ แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ( University of Cambridge ) ตามที่สมเด็จพระบรมชนกนาถกำหนดไว้สำหรับพระองค์ เพื่อให้กลับมารับราชการสนองคถณประเทศชาติในสาขานี้ แล้วทรงศึกษาวิชาทหารช่างต่อ ที่โรงเรียนวิศวกรรมทหาร ที่แชทแฮม หลังสำเร็จการศึกษาทรงได้รับพระราชทานยศเป็น นายร้อยตรี นอกกองประจำการกองร้อยปี 2 กองทหารอินยิเนียร์ ( กองทหารอินยิเนียร์ เปลี่ยนเป็น กรมทหารช่าง ในเวลาต่อมา) กรมบัญชาการทหารบก มณฑลกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 06 พฤศจิกายน พ.ศ.2444 แล้ว เสด็จไปทรงศึกษาวิชาวิศวกรรมชั้นสูงจากประเทศฝรั่งเศส    เมื่อสำเร็จการศึกษาได้ประทับทอดพระเนตรงาน  และทรงศึกษาหาความชำนาญอยู่ในประเทศอังกฤษ   กับได้เป็น สมาชิกสถาบันวิศวกรรมช่างโยธาแห่งประเทศอังกฤษ   M.I.C.E.( Member of the Institute of Civil Engineers ) นับว่าพระองค์ทรงเป็นคนไทยคนแรกที่เป็นสมาชิกของสถาบันนี้ (เทียบเท่า วิศวกรรมสถาน)
        ธันวาคม 2447 พระองค์ทรงรับสัญญาบัตรเป็น  "นายพันตรีกรมยุทธนาธิการทหารบก"

 
         ในวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2448 ทรงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อภิเษกสมรสกับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประภาวสิทธินฤมล ในสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงษ์
         ทรงเป็นต้นราชตระกูล "ฉัตรไชย" และทรงมีพระโอรสและธิดารวม 11 พระองค์ คือ
1.   
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิง มยุรฉัตร *
2.   
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า เปรมบุรฉัตร *
3.   
หม่อมเจ้าหญิง ฉัตรสุดา ฉัตรไชย
4.   
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิง วิมลฉัตร *
5.   
หม่อมเจ้าหญิง กาณจนฉัตร ฉัตรไชย
6.   
หม่อมเจ้าหญิง ภัทรลดา ฉัตรไชย
7.   
หม่อมเจ้าชาย สุรฉัตร ฉัตรไชย
8.   
หม่อมเจ้าหญิง เฟื่องฉัตร ฉัตรไชย
9.   
หม่อมเจ้าหญิง หิรัญฉัตร ฉัตรไชย
10.   
หม่อมเจ้าชาย ทิพยฉัตร ฉัตรไชย
11.   
หม่อมเจ้าหญิง พิบูลฉัตร ฉัตรไชย

*พระโอรสและพระธิดา พระชายา
เสด็จในกรมฯ และพระชายา
 
          พระองค์เจ้าชายบุรฉัตรไชยากร  นอกจากจะทรงรับราชการทหารแล้ว  ยังทรงรับราชการสนองพระเดชพระคุณ และทรงวางฐานในกิจการด้านอื่นๆ เป็นต้นว่า การส่งวิทยุกระจายเสียง  การออมสิน  การโรงแรม  การสหกรณ์  การพาณิชย์ การท่องเที่ยว การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ การบินทหารบก  และการคมนาคมโดยเฉพาะกิจการรถไฟที่พระองค์ทรงริเริ่มขยาย ปรับปรุงให้มี ความเจริญรุดหน้าทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ  อันเป็นผลให้พระองค์ได้รับเลื่อนพระอิสริยยศมาโดยลำดับ

         พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร   มีพระนามเต็มว่า    " นายพลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ประชาธิบดินทรเจษฎภาดา ปิยมหาราชวงศ์วิศิษฏ์ อเนกยนตรวิจิตรกฤตยโกศล วิมลรัตนมหาโยธาธิบดี ราชธุรันธรีมโหฬาร พาณิชยการคมนาคม อุดมรัตนตรัยสรณธาดามัททวเมตตาชวาศรัย ฉัตร์ชัยดิลกบพิตร "
     
พลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน กับ กิจการรถไฟ
 
          พุทธศักราช 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า    ให้รวมกรมรถไฟสายเหนือกับสายใต้เข้าเป็นกรมเดียวกัน   เรียกว่า กรมรถไฟหลวงโดยให้ กรมขุนกำแพงเพชรอัครโยธิน เป็นผู้บัญชาการรถไฟอีกตำแหน่งหนึ่ง นอกเหนือจากหน้าที่ทางราชการทหารในระหว่างที่ทรงบังคับบัญชากิจการรถไฟนั้น พระองค์ได้บริหารงานด้วยพระปรีชาสามารถทรงนำวิชาการสมัยใหมเข้ามาใช้ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่กิจการรถไฟอย่างมาก จนได้รับการขนานพระนามว่า่
 
" พระบิดาแห่งกิจการรถไฟสมัยใหม่ "

         เนื่องจากเมื่อพระองค์ท่านเสด็จมาเป็นผู้บัญชาการรถไฟใหม่ ๆ กิจการรถไฟมีคนไทยอยู่น้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศมีชาวเยอรมัน อังกฤษ อิตาเลียน และชาวเอเซียชาติต่างๆ เช่น ชาวอิเดีย ชาวซีลอน และชาวพม่า พระองค์จึงทรงระดมคนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากทหารช่าง กรมแผนที่ และคนไทยที่พูดภาษาอังกฤษได้ จากห้างร้านต่าง ๆ ให้เข้ามาทำงานรถไฟ ทรงฝึกฝนคนไทยให้มีความสามารถในกิจการรถไฟด้วยการแนะนำสั่งสอนด้วยพระองค์เอง ในที่สุดพระองค์ท่านก็ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตส่งนักเรียนไทยไปศึกษาในต่างประเทศ เพื่อศึกษาวิชาการรถไฟและการพาณิชย์ รุ่นแรก ๆ ได้ส่งไปสหรัฐอมริกา เพราะในยุโรปเกิด สงครามโลกครั้งที่ 1 ต่อมาจึงส่งไปยุโรป เพราะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า เมื่อนักเรียนเหล่านี้สำเร็จการศึกษาแล้วได้กลับมารับราชการในกรมรถไฟหลวง ทำให้กิจการรถไฟเจริญก้านหน้ามาจนทุกวันนี้
       
            พ.ศ.2471 นายพลเอก กรมหลวงกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงสั่งซื้อรถจักรดีเซลมีกำลัง 180 แรงม้า ส่งผ่านกำลังด้วยการกลจำนวน 2 คัน เข้ามาใช้การเป็นรุ่นแรกในประเทศไทย และเป็นรายแรกในทวีปเอเชีย โดยใช้เป็นรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนและลากจูงขบวนรถท้องถิ่นรอบกรุงเทพฯ รถจักรรุ่นนี้สร้างโดยบริษัทสวิสส์โลโคโมติฟ แอนด์ แมชินเวอร์ค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
     


     
 
         เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นผู้ให้กำเนิดรถจักรดีเซลขึ้นในเมืองไทย รถจักรดีเซลทุกคันที่ใช้การอยู่ในการรถไฟฯ ขณะนี้จึงได้ประดับ
เครื่องหมาย  " บุรฉัตร "   อันเป็นพระนามของพระองค์    ติดที่ด้านข้างของรถจักรดีเซลทุกคันที่สั่งเข้ามา   เพื่อเป็นการรำลึก  และ เทิดพระเกียรติแห่งพระองค์ท่านสืบไป
 
     
   

เครื่องหมายบุรฉัตร   รถจักรดีเซลไฟฟ้า เลขที่ 22
 
         พลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ได้ทรงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนากิจการรถไฟให้บังเกิดผลดีรวดเร็ว และสะดวกในการปฏิบัติงาน ทรงปรับปรุงสัญญาณประแจกลและโทรคมนาคมของกรมรถไฟหลวงใหม่หมด โดยเริ่มใช้โทรศัพท์ทางไกล โทรศัพท์อัตโนมัติ และเครื่องตราทางสะดวกแทนการขอทางด้วยเครื่องโทรเลข ทรงวางแผนและดำเนินนำรถจักรดีเซลมาใช้แทนรถจักรไอน้ำ โดยมุ่งเน้นการนำรถจักรดีเซลไฟฟ้ามาใช้การ เพราะได้ทรงวางแผนและศึกษาต่อไปถึงความเป็นไปได้ถึงการนำรถจักรดีเซลทำการลากจูงขบวนรถหมดแล้ว นับว่าพระดำริของพระองค์ในเรื่องนี้ก่อให้เกิดคุณประโยชน์อย่างมหาศาลในกาลต่อมา พระกรณียกิจและพระดำริของพลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ได้ก่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้าแก่กิจการรถไฟและบังเกิดคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ และประชาชนไทยอย่างมหาศาล
 
         การจัดให้มีพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟให้เป็นมาตรฐานสากล
         กรมขุนกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงขอพระบรมราชานุญาตในการออกพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟ และทางหลวง พุทธศักราช 2465 อันเป็นพระราชญัติควบคุมคุ้มครองของการรถไฟ ทางหลวง รถไฟเอกชนที่ได้รับอนุญาตดำเนินการและรถไฟอุตสาหกรรม  ให้มาขึ้นอยู่กับสภากรรมการรถไฟ เพื่อเป็นการวางหลักการบริหารกิจการรถไฟของประเทศให้มีระเบียบยิ่งขึ้น
 
         การขยายเส้นทางเดินรถไฟสายเหนือ
         การเดินรถไฟในสายเหนือ ก่อนที่กรมขุนกำแพงเพชรอัครโยธิน จะมารับตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวงมีการเปิดเส้นทางเดินรถไฟถึงสถานีปากพง และกำลังดำเนินการตรงช่วงถ้ำขุนตาน พระองค์มาดำเนินการต่อ โดยทรงซื้อที่ดินสำหรับสร้างสถานีลำพูนและสถานีเชียงใหม่  ทรงควบคุมการวางรางสร้างทางรถไฟจากถ้ำขุนตานไปจนถึงสถานีเชียงใหม่ และเปิดการเดินรถตลอดทางสาย เหนือ จากกรุงเทพฯ ถึง เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2464
 

  อุโมงค์ขุนตาน
        อุโมงค์ขุนตานแห่งนี้เริ่มสร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งมีเสด็จในกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน เป็นผู้บัญชาการรถไฟหลวงแห่งกรุงสยาม  โดยเริ่มดำเนินการสร้างปี พ.ศ. 2461 ใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 11 ปี ค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,362,050.00 บาท โดยนายช่างเยอรมัน ชื่อ นายเอมิลไอเซน โฮเฟอร์ เป็นวิศวกรควบคุมงานนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ
       อุโมงค์นี้ขนาดกว้าง 5.20 เมตร สูง 5.40 เมตร และยาว 1,352.10 เมตร เป็นแบบเพดานผนังอุโมงค์โค้งรัศมี 2.50 เมตร ชนิดคอนกรีตเสริมเหล็กตลอด แต่เดิมใช้กับทางขนาด 1.435 เมตร ต่อมาทางการรถไฟได้เปลี่ยนมาใช้ทางขนาด 1.00 เมตร เพื่อให้สอดคล้องกับทางรถไฟของมาเลเซี มีความลาดชัน 12 เปอร์มิลระดับปาก อุโมงค์ด้านเหนือสูงกว่าด้านใต้ประมาณ 14 เมตร
     
     


ขณะก่อสร้างอุโมงค์ขุนตาน   อุโมงค์ขุนตาน
     

 
  สะพานทาชมภู
        สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2462 เป็นสะพานโค้งทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ตั้งอยู่ที่ กม.690 / 340.60 ในเส้นทางสายเหนือ ระหว่างสถานีขุนตานกับสถานีทาชมภู ในเขตอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน
       
              การสร้างสะพานทาชมภูแห่งนี้ เป็นงานที่ท้าทายความเป็นวิศวกรของนายพลเอก กรมขุนกำแพงเพชรอัครโยธิน (พระยศในขณะนั้น)  เป็นอย่างยิ่ง เนื่องด้วยปกติสะพานรถไฟจะสร้างขึ้นจากเหล็กเท่านั้น  เพราะต้องรับแรงสั่นสะเทือนมาก คอนกรีตจะไม่สามารถอ่อนตัวได้เท่า  แต่เนื่องจากสภาวะสงครามทำให้ไม่สามารถสั่งเหล็กจากยุโรปเข้ามาได้  จึงเป็นที่ถกเถียงกันมากกว่า  เมื่อสร้างเสร็จแล้วสะพานก็คงจะพังใน 3 - 6 เดือน  แต่ด้วยการคำนวณและควบคุมงานอย่างยอดเยี่ยมของพระองค์สะพานทาชมพู จึงยังคงยืนหยัดอวดความสง่างามมาได้ตราบเท่าทุกวันนี้
 
     


ขณะก่อสร้างสะพานทาชมภู   ความสง่างาม สะพานทาชมภู
 
         การขยายเส้นทางเดินรถไฟสายใต้
         กรมขุนกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงเจรจากับผู้จัดการรถไฟของสหพันธรัฐมลายูด้วยเรื่องที่จะเดินรถไฟติดต่อกัน ต่อมาเมื่อสร้าง ทางแยกจากชุมทางหาดใหญ่ไปยังสถานีปาดังเบซาร์เสร็จเรียบร้อย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ออกประกาศเปิดทางรถไฟหลวงสายใต้ให้เดินรถไฟติดต่อกับรถไฟมลายู โดยให้ปาดังเบซาร์เป็นสถานีร่วมตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2461
         สร้างสะพานพระราม 6 เป็นสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาสะพานแรกของประเทศไทย เพื่อเชื่อมทางรถไฟสายเหนือกับสายใต้เข้าด้วยกันทำให้การใช้งานรถจักรและล้อเลื่อนรวมถึงอะไหล่ต่าง ๆ ได้ทั่วราชอาณาจักร เริ่มการก่อสร้างเมื่อ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2465 และสะพานสร้างเสร็จในเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2469 ค่าก่อสร้างรวมทั้งทางรถไฟ 6,008,939 บาท เฉพาะตัวสะพานประมาณ 3 ล้านบาท
     


ขณะก่อสร้างสะพานพระราม 6   สะพานพระราม 6 ในอดีต
     


สะพานพระราม 6   สะพานพระราม 6 ปัจจุบัน
 
         การขยายเส้นทางเดินรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ
         การเดินรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือในระยะแรกทำการเดินรถจากสถานีกรุงเทพฯ ถึงนครราชสีมา เท่านั้น เมื่อกรมขุนกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง พระองค์ได้ขยายเส้นทางเดินรถไฟจากนครราชสีมาไปถึงอุบลราชธานี ทรงเริ่มดำเนินการในพุทธศักราช 2462 โดยทำการวางรางเป็นระยะ ๆ และเปิดทำการเดินรถเป็นช่วง ๆ เส้นทางเดินรถไฟนี้เสร็จสมบูรณ์สามารถเดินทางไปถึงอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2473
 
         การขยายเส้นทางเดินรถไฟสายตะวันออก
         เส้นทางเดินรถไฟสายตะวันออกในระยะแรก สามารถเดินทางจากสถานีกรุงเทพฯ ถึงฉะเชิงเทรา กรมขุนกำแพงเพชรอัครโยธินทรงทำการขยายเส้นทางเดินรถสายนี้จากฉะเชิงเทราถึงอรัญประเทศ โดยเริ่มสร้างทางรถไฟต่อจากตอนที่ทำมาแล้วถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา  ซึ่งเปิดทำการตั้งแต่ พ.ศ.2462 และเสร็จสมบูรณ์สามารถเดินรถถึงอรัญประเทศได้ใน พ.ศ.2469
 
     

 
         พลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงสิ้นพระชนม์ ด้วยโรคพระทัยวาย ณ โรงพยาบาลในเมืองสิงค์โปร์เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ.2479 รวมพระชันษาได้ 54 ปี 7 เดือน 22 วัน แม้ว่าพระองค์จะทรงสิ้นพระชนม์ไปแล้ว  แต่พระกรณียกิจและพระดำริที่ทรงสร้างสรรค์ไว้ยังคงเป็นอนุสรณ์แห่งพระปรีชาสามารถและพระวิริยะอุตสาหะที่ยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือนได้ ทางราชการได้ตระหนักถึงพระกรุณาธิคุณอันเหลือคณานับของพระองค์ท่าน จึงกำหนดให้วันที่ 14 กันยายน  เป็น " วันบุรฉัตร " และ การรถไฟฯ ได้จัดกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ และพระกรณียกิจของพระองค์ที่มีต่อประชาชน และประเทศไทยสืบไป





ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
วิสัยทัศน์ และ พันธกิจ


29 กันยายน 2558 16:00 น.
แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559
การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดทำแผนวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2555 – 2559 ประจำปีงบประมาณ 2559 บนพื้นฐานของยุทธศาสตร์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ.2558 – 2565 และแผนฟื้นฟูกิจการการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 – 2567 เป็นสำคัญ ซึ่งจากการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis) แล้ว สามารถนำมากำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ ยุทธศาสตร์ และเป้าหมาย ได้ดังนี้.-
 
วิสัยทัศน์ ( Vision )
 

 
พันธกิจ ( Missions )
การรถไฟฯ มุ่งเน้นการให้บริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ เพื่อสร้างรายได้และผลกำไรให้แก่องค์กร รวมถึงการพัฒนาประสิทธิภาพในการให้บริการ         อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นทางเลือกในการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ
การรถไฟฯ ดำเนินการให้บริการขนส่งในเชิงสังคมเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนและประเทศและตอบสนองนโยบายในการให้บริการขนส่งราคาต่ำและมีประสิทธิภาพของภาครัฐ
ตอบสนองนโยบายของรัฐในการพัฒนา ขยายและเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า
 
วัตถุประสงค์ ( Objectives )
เพื่อสร้างความเป็นเลิศในการให้บริการของการรถไฟฯ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
เพื่อปรับปรุงผลการดำเนินงานของการรถไฟฯ ทั้งธุรกิจหลักและธุรกิจรอง รวมทั้ง มีการจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้เกิดการพัฒนาองค์กรและบุคลากรที่สอดคล้องกับแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบรางอันจะนำไปสู่ความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืนของการรถไฟฯ ในระยะยาว
เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ของการรถไฟฯ ในการผลักดันวิสัยทัศน์การรถไฟฯ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
 
ยุทธศาสตร์ (Strategies) :
สามารถแบ่งออกเป็น 7 ยุทธศาสตร์ ดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาระบบการบริหารจัดการที่ดี
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาบุคลากรเพื่อการจัดการสมัยใหม่
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การปรับปรุงการให้บริการและเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้า
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การปรับปรุงการให้บริการและเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร
ยุทธศาสตร์ที่ 5 การปรับปรุงระบบการบริหารทรัพย์สิน (Non – core) เพื่อแก้ไข
ภาระทางการเงินจากการดำเนินการในอดีต
ยุทธศาสตร์ที่ 6 การลดอุบัติเหตุในการเดินรถและยกระดับการรักษาความปลอดภัย
ในขบวนรถและพื้นที่สถานี
ยุทธศาสตร์ที่ 7 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีศักยภาพในการเพิ่มรายได้ในระยะยาว
และส่งเสริมระบบในปัจจุบัน
ซึ่งภายหลังการดำเนินการตามแผนวิสาหกิจ พ.ศ.2555 – 2559 ประจำปีงบประมาณ 2559 แล้ว จะสามารถทำให้การดำเนินงานในภาพรวม ได้ดังนี้
รายได้จากการขนส่งผู้โดยสาร ไม่ต่ำกว่า 3,253 ล้านบาท และรายได้จาก      การขนส่งสินค้า เพิ่มขึ้น ร้อยละ 13 จากปี 2558
รายได้จากการบริหารทรัพย์สิน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 7 จากปี 2558
ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร ไม่ต่ำกว่า 35.75 ล้านคน และปริมาณการขนส่งสินค้า เพิ่มขึ้น ร้อยละ 13 จากปี 2558
กิโลเมตรผู้โดยสาร ไม่ต่ำกว่า 6,184 ล้านคน – กม. และกิโลเมตรสินค้า เพิ่มขึ้น ร้อยละ 13 จากปี 2558
คณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยสามารถใช้แผนวิสาหกิจ และแผนปฏิบัติการประจำปี เป็นเครื่องมือสำหรับติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นประจำทุกไตรมาส เพื่อนำมาวางแผนกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนโครงการ/แผนงานให้บรรลุเป้าหมาย       ที่กำหนดไว้
ผู้ใช้บริการมีระดับความพึงพอใจในการเดินทางและขนส่งสินค้าทางรถไฟเพิ่มขึ้น
          อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานตามแผนวิสาหกิจ พ.ศ.พ.ศ.2555 – 2559 ประจำปีงบประมาณ 2559 มิได้เพียงส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของการรถไฟฯ แต่ยังสร้างเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย เช่น ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมจากปัญหาการจราจร และอุบัติเหตุ ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งลดมลพิษที่เกิดจากภาคการขนส่ง บรรเทาสภาพการจราจรแออัดในเขตเมือง เพิ่มโอกาสในการประกอบธุรกิจ และเศรษฐกิจในภูมิภาคสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน





ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook
1. คำถาม : ผู้สมัครที่กรอกใบสมัครสอบผิด จะดำเนินการอย่างไร
คำตอบ : สำหรับผู้สมัครที่กรอกข้อมูลต่อไปนี้ ผิด 
    
1) ชื่อ - สกุล

2) คำนำหน้าชื่อ

3) เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก

ให้ยื่น คำร้อง (Download ใบคำร้อง คลิกที่นี้) ขอแก้ไขรายการด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงปิดรับสมัคร (ภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2559)


โดยติดต่อขอยื่นแบบคำร้องมาที่
ฝ่ายกองการบุคคล ฝ่ายบริหารงานบุคคล การรถไฟแห่งประเทศไทย

เลขที่ 1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

โทร. 02-220-4481

ภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2559

          พร้อมแนบหลักฐานดังต่อไปนี้
       1) ใบสมัครที่พิมพ์จากระบบฯ โดยให้ขีดฆ่ารายการที่ผิดและลงชื่อกำกับ พร้อมแก้ไขรายการที่ถูกต้องด้วยปากกาสีแดง
       2) สำเนาหลักฐานการชำระเงินค่าสมัครสอบฯพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
       3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

หมายเหตุ: ผู้สมัครสอบ 1 คน เลือกสมัครสอบได้เพียง 1 ตำแหน่ง 1 สังกัดเท่านั้น และเมื่อเลือกคลิก ปุ่ม "ส่งใบสมัคร" แล้วจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขตำแหน่งที่สมัครสอบไม่ได้ทุกกรณี

2. คำถาม : กรณีที่ ผู้สมัครกรอกข้อมูลอื่นผิดพลาด จะดำเนินการอย่างไร
คำตอบ : คณะกรรมการฯ จะพิจารณาดำเนินการแก้ไขเป็นกรณี เมื่อผู้สมัครยื่นหลักฐานครบถ้วนโดยขีดฆ่าข้อมูลที่ต้องการแก้ไขในใบสมัคร พร้อมลงนามกำกับตรงที่มีรอยขีดฆ่าและยื่นคำร้องตามข้อที่ 1
3. คำถาม : เปิดรับสมัครสอบทางอินเทอร์เน็ต ในวันใด
คำตอบ : ผู้สมัครที่ประสงค์จะสมัครสอบ สามารถสมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2559 - 28 มิถุนายน 2559  ตลอด 24 ชั่วโมงไม่เว้นวันหยุดราชการ
4. คำถาม : เปิดรับชำระเงินถึงเมื่อไร
คำตอบ : ผู้สมัครสามารถนำแบบฟอร์มการชำระเงินและนำเอกสาร "ใบสมัครและใบแจ้งการชำระเงินในระบบ Teller Payment" ไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2559 - 29 มิถุนายน 2559 ภายในเวลาทำการธนาคาร และให้เก็บหลักฐานการชำระเงินไว้เพื่อใช้เป็นหลักฐาน
5. คำถาม : ค่าธรรมเนียมในการสมัคร เท่าไร
คำตอบ : ค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ จำนวน 280 บาท ซึ่งประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมการสอบจำนวน 250 บาท และค่าธรรมเนียมธนาคาร รวมค่าบริการทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 30 บาท โดยค่าธรรมเนียมจะไม่จ่ายคืนให้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
6. คำถาม : ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบเมื่อไร
คำตอบ : จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบพร้อมเลข ประจำตัวสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 ทางเว็บไซต์ www.railway.co.th  หรือ http://railway.thaijobjob.com
7. คำถาม : พิมพ์ใบสมัครตัวจริงได้ที่ไหน และเมื่อไร
คำตอบ : สามารถพิมพ์ใบสมัครได้วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 ทางเว็บไซต์ http://railway.thaijobjob.com หรือ www.railway.co.th   หัวข้อ"การสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้าทำงานในการรถไฟแห่งประเทศไทย"
8. คำถาม : พนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย สามารถสมัครสอบได้หรือไม่
คำตอบ : ผู้ที่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย และลูกจ้างรายเดือนรอการบรรจุไม่อนุญาตให้สมัครสอบคัดเลือกในครั้งนี้
9. คำถาม : หากผ่านการสอบคัดเลือกแล้ว ต้องทำอย่างไรต่อไป
คำตอบ : ผู้ผ่านการสอบคัดเลือก ต้องปฏิบัติดังนี้
1. มารายงานตัวตามวัน เวลา สถานที่ที่กำหนด พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อกรอกข้อมูล เข้ารับการตรวจร่างกาย พิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนถูกส่งตัวไปยังฝ่าย/สำนักงาน เพื่อจ้างรอการบรรจุ (ระหว่างรอผลการตรวจสอบคุณวุฒิ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พิมพ์ลายนิ้วมือ และผ่านการเกณฑ์ทหาร กรณีผู้ชาย)
2. จะต้องทำสัญญาไว้กับ การรถไฟฯ ว่าจะปฏิบัติงานให้แก่การรถไฟฯ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า  2  ปี  หากปฏิบัติงานให้แก่การรถไฟฯ ไม่ครบตามสัญญาฯ  ต้องชดใช้เงินตามอัตราเงินเดือน  ตามที่  การรถไฟฯ จ่าย เป็นจำนวนระยะเวลา 2 ปี หรือตามระยะเวลาที่เหลือจริง  หรือกรณีได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานแล้ว  จะต้องปฏิบัติงานในฝ่าย/สำนักงานนั้นก่อน ไม่น้อยกว่า 4 ปี จึงจะโยกย้ายข้าม ฝ่าย/สำนักงานได้ ยกเว้นในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน
10. คำถาม : หากต้องการสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งคุณสมบัติผู้สมัครสอบ กำหนดการประกาศ รายชื่อผู้มีสิทธิสอบ และอื่น ๆ สามารถติดต่อได้ที่ใด
คำตอบ : ผู้สมัครสามารถติดต่อได้ที่กองการบุคคล ฝ่ายบริหารงานบุคคล การรถไฟแห่งประเทศไทย  โทรศัพท์: 02-220-4481  ในวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
11. คำถาม : หากต้องการสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการสมัครสอบ เช่นการกรอกใบสมัคร การส่งใบสมัคร การพิมพ์ใบสมัคร หรือการค้นหาใบสมัคร สามารถติดต่อได้ที่ใด
คำตอบ : ผู้สมัครสามารถติดต่อได้ที่ Call Center โทร.   0-2257-7230 ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-17.30 น.





ออฟไลน์ sakhiran

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2091
  • ยินดีให้บริการครับ
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.sheetthai.net



  • Share on your facebook