กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 8 9 [10]
91
ส่วนที่ ๓
คณะกรรมการประมงประจำจังหวัด
 

 มาตรา ๑๙  ให้มีคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดทุกจังหวัด ประกอบด้วย
ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ผู้แทนกรมเจ้าท่า อัยการจังหวัด พาณิชย์จังหวัด นายอำเภอในเขตท้องที่ที่มีการประมง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจำนวนไม่เกินสิบสามคนเป็นกรรมการ
 ให้ประมงจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ
 ในจังหวัดใดมีอาณาเขตติดต่อกับชายฝั่งทะเลหรือแม่น้ำโขง ให้มีผู้แทน
กองทัพเรือเป็นกรรมการโดยตำแหน่งเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน
 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง ให้แต่งตั้งจากบุคคลดังต่อไปนี้
 (๑) ผู้แทนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นในด้านการประมงทะเลชายฝั่ง ด้านการประมงทะเล
นอกชายฝั่ง ด้านการประมงน้ำจืด ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือด้านการแปรรูปสัตว์น้ำที่ได้ขึ้นทะเบียน
ตามมาตรา ๑๐ ด้านละไม่เกินสองคน
 (๒) ผู้มีความรู้หรือประสบการณ์ดำเนินงานในด้านการประมงหรือด้านทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม จำนวนไม่เกินสามคน
 ในจังหวัดใดไม่มีผู้แทนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นด้านหนึ่งด้านใด ให้แต่งตั้งผู้แทนตาม (1) ด้านอื่นเพิ่มขึ้นได้ตามสัดส่วนของผู้แทนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นด้านนั้น
 หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
มาตรา ๒๐  คณะกรรมการประมงประจำจังหวัดมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) รวบรวมข้อเสนอแนะและแนวทางในการส่งเสริมอาชีพการประมง การจัดการ การบำรุงรักษา การอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำขององค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบเสนอต่อคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาจัดทำนโยบายพัฒนาการประมง
ในน่านน้ำไทยให้สอดคล้องกับปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำและขีดความสามารถในการทำการประมง
ตามมาตรา ๑๖ (๑)
(๒) พิจารณาและเสนอแนวทางในการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาการประมงหรือการจัดการ การบำรุงรักษา การอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์ในที่จับสัตว์น้ำในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบต่อรัฐมนตรี คณะกรรมการ หรืออธิบดี
(๓) ออกประกาศตามมาตรา ๖ มาตรา ๔5 มาตรา 50 และมาตรา ๕1 โดยประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา
(๔) ดำเนินการอื่นตามที่รัฐมนตรีหรือคณะกรรมการมอบหมาย
ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือมีความจำเป็นเร่งด่วนในการออกประกาศตามมาตรา 6 หรือมาตรา 44 ให้คณะกรรมการประมงประจำจังหวัดมีอำนาจออกประกาศบังคับใช้เป็นการชั่วคราวมีกำหนดระยะเวลาไม่เกินหกสิบวัน และให้รัฐมนตรีพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาหกสิบวันนักจากวันที่ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับ
ในกรณีที่รัฐมนตรีพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคสองให้ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งไม่อนุมัติจากรัฐมนตรี
มาตรา ๒๑  ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๘
มาใช้บังคับแก่คณะกรรมการประมงประจำจังหวัดโดยอนุโลม

ส่วนที่ ๔
สถิติการประมง
 

มาตรา ๒๒  เพื่อประโยชน์ในการรวบรวมสถิติการประมงและการบริหารจัดการ
ด้านการประมง ให้ผู้ที่เริ่มประกอบอาชีพการประมงแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบอาชีพของตน
ต่อกรมประมงภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เริ่มประกอบอาชีพการประมง
หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งข้อมูลตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบ
ที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๒๓  การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบอาชีพการประมงตามมาตรา ๒๒ อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อและที่อยู่ของผู้ประกอบอาชีพการประมง
(๒) ประเภทของอาชีพการประมง
(๓) จำนวนเครื่องมือทำการประมงที่มีอยู่ในครอบครอง
(๔) สถานที่ที่ใช้ในการประกอบอาชีพการประมง
(๕) วันเริ่มต้นประกอบอาชีพการประมง
มาตรา ๒๔  การเปลี่ยนแปลงรายการใด ๆ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๒ หรือการเลิกประกอบอาชีพการประมง ให้ผู้ประกอบอาชีพการประมงแจ้งต่อกรมประมงภายในสามสิบวัน นับแต่
วันเปลี่ยนแปลงหรือเลิกประกอบอาชีพการประมง
มาตรา ๒๕  ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบและจัดเก็บสถิติการประมง
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ที่ใช้ในการประกอบอาชีพการประมงหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการประมงในเวลาทำการของสถานที่นั้น
ในการดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ประกอบอาชีพการประมง
หรือผู้ซึ่งเกี่ยวข้องมีหน้าที่ตอบคำถาม อำนวยความสะดวก และช่วยเหลือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามสมควร

ส่วนที่ ๕
การควบคุม
 

มาตรา ๒๖  ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้ เว้นแต่เป็นการทดลองเพื่อประโยชน์
ทางวิชาการและได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
(๑) ปล่อย เท ทิ้ง ระบาย หรือทำให้วัตถุอันตรายตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
ลงสู่ที่จับสัตว์น้ำ
(๒) กระทำการใด ๆ อันทำให้สัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำมึนเมา
(๓) ปล่อย เท ทิ้ง ระบาย หรือทำให้สิ่งใดลงสู่ที่จับสัตว์น้ำในลักษณะที่เป็นอันตราย
แก่สัตว์น้ำ
(๔) ทำให้ที่จับสัตว์น้ำเกิดมลพิษในลักษณะที่เป็นอันตรายแก่สัตว์น้ำ
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่การกระทำอันจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้
เพื่อประโยชน์ของทางราชการทหาร
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตาม
ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
มาตรา ๒๗  ห้ามมิให้ผู้ใดใช้กระแสไฟฟ้าทำการประมงหรือใช้วัตถุระเบิดใน
ที่จับสัตว์น้ำ เว้นแต่เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของทางราชการและได้รับอนุญาตเป็นหนังสือ
จากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่การใช้วัตถุระเบิดเพื่อประโยชน์ของทาง
ราชการทหาร
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตาม
ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
มาตรา ๒๘  ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสัตว์น้ำ โดยรู้ว่าเป็นสัตว์น้ำที่ได้มา
โดยการกระทำความผิดตามมาตรา ๒๖ หรือมาตรา ๒๗
มาตรา ๒๙  ห้ามมิให้ผู้ใดปลูกบัว ข้าว ปอ พืชหรือพันธุ์ไม้น้ำอื่นใดตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ในที่จับสัตว์น้ำซึ่งมิใช่ที่ของเอกชน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต  ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๓๐  ห้ามมิให้ผู้ใดวิดน้ำหรือทำให้น้ำในที่จับสัตว์น้ำซึ่งมิใช่ที่ของเอกชน
แห้งหรือลดน้อยลงเพื่อทำการประมง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตาม
ที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๓๑  ห้ามมิให้ผู้ใดทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่จับสัตว์น้ำซึ่งมิใช่ที่ของ
เอกชน ให้ผิดไปจากสภาพที่เป็นอยู่ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตาม
ที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๓๒  ห้ามมิให้ผู้ใดติดตั้ง วาง หรือสร้างเขื่อน ฝาย ทำนบ รั้ว สิ่งปลูกสร้าง
เครื่องมือที่เป็นตาข่าย หรือเครื่องมือทำการประมงอื่นใดในที่จับสัตว์น้ำกั้นทางเดินของสัตว์น้ำ
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่การกระทำเพื่อประโยชน์ในการป้องกัน
สาธารณภัยหรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการในการชลประทาน
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตาม
ที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๓๓  ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ
ตามประเภท ชนิด ลักษณะ จำนวน หรือขนาดที่กำหนดในกฎกระทรวง เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาต
จากพนักงานเจ้าหน้าที่
ในกรณีที่สัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ห้ามมีไว้ในครอบครองตามวรรคหนึ่ง
เป็นสัตว์น้ำที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายมนุษย์หรือต่อสัตว์น้ำอื่น สิ่งแวดล้อมของสัตว์น้ำ
ทรัพย์สินของบุคคล หรือสาธารณสมบัติ หรือเป็นผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่อาจก่อให้เกิดอันตราย
ต่อสุขภาพของมนุษย์ ในการออกกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ง ให้กำหนดไว้ด้วยว่า ห้ามมิให้ผู้ใด
มีไว้ในครอบครองโดยเด็ดขาด รวมทั้งให้กำหนดระยะเวลาสำหรับผู้ซึ่งมีสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ
นั้นไว้ในครอบครองส่งมอบสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำนั้นให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่
ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งทำลายสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีการส่งมอบให้แก่
พนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคสองหรือจัดการอย่างอื่นตามที่เห็นสมควร
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการออกใบอนุญาต รวมทั้ง
การขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมิให้ใช้บังคับแก่การครอบครองสัตว์น้ำ
หรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำของทางราชการเพื่อประโยชน์ทางวิชาการ
มาตรา ๓๔  ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำตามที่กำหนด
ในกฎกระทรวงตามมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง ก่อนวันที่กฎกระทรวงดังกล่าวใช้บังคับ ถ้าประสงค์จะมีไว้
ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำนั้นต่อไป ต้องยื่นคำขออนุญาตตามมาตรา ๓๓
ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงดังกล่าวใช้บังคับ
ในกรณีที่ได้ยื่นคำขออนุญาตตามวรรคหนึ่งแล้วแต่ไม่ได้รับใบอนุญาต ให้อธิบดี
มีอำนาจสั่งให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตดังกล่าวส่งมอบสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓๓ วรรคสาม มาใช้บังคับ
โดยอนุโลม
มาตรา ๓๕  เพื่อประโยชน์ในการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดต่อสิ่งแวดล้อม
หรือสัตว์น้ำอื่น หรือการก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายมนุษย์หรือต่อทรัพย์สินของบุคคล
หรือสาธารณสมบัติ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดประเภท ชนิด หรือลักษณะของสัตว์น้ำ
ที่ห้ามปล่อยลงสู่ที่จับสัตว์น้ำแห่งหนึ่งแห่งใดได้
ห้ามมิให้ผู้ใดปล่อยสัตว์น้ำลงสู่ที่จับสัตว์น้ำตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
ตามวรรคหนึ่ง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตาม
ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
มาตรา ๓๖  ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งเครื่องมือทำการประมงที่ทำลายพันธุ์สัตว์น้ำ
อย่างร้ายแรงตามประเภท ชนิด ส่วนประกอบ หรือลักษณะที่กำหนดในกฎกระทรวง เว้นแต่เป็นการครอบครองเพื่อประโยชน์ทางวิชาการหรือมิได้นำไปใช้เพื่อทำการประมงและได้รับอนุญาตเป็นหนังสือ
จากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตาม
ที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๓๗  เพื่อประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ ควบคุม และเฝ้าระวังการทำการประมงในเรื่องใด ให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจในการออกประกาศเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ผู้ประกอบอาชีพการประมงปฏิบัติได้
92
มาตรา ๕  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าอากรและค่าธรรมเนียม
ไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ ลดหรือยกเว้นค่าอากรและค่าธรรมเนียม กำหนดอายุใบอนุญาต
การต่ออายุใบอนุญาต และกำหนดกิจการอื่น และออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
การออกกฎกระทรวงกำหนดค่าอากรหรือค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่งจะกำหนด
อัตราค่าอากรหรือค่าธรรมเนียมให้แตกต่างกันโดยคำนึงถึงประเภท ชนิด ขนาด หรือจำนวนของ
เครื่องมือทำการประมง หรือประเภท ชนิด ขนาด ลักษณะ หรือรูปแบบของกิจการการเพาะเลี้ยง
สัตว์น้ำหรือการทำการประมงก็ได้
กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

หมวด ๑
การบริหารจัดการด้านการประมง
 
ส่วนที่ ๑
บททั่วไป
 

มาตรา ๖  รัฐมนตรีหรือคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดโดยอนุมัติรัฐมนตรีภายในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบเฉพาะในเขตประมงน้ำจืดและเขตประมงทะเลชายฝั่ง มีอำนาจออกประกาศ ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดประเภท ชนิด ขนาด จำนวน และส่วนประกอบต่าง ๆ ของเครื่องมือ
ทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำ
(๒) กำหนดวิธีการทำการประมงที่ห้ามนำมาใช้ในที่จับสัตว์น้ำ
(๓) กำหนดชนิด ขนาด หรือปริมาณอย่างสูงของสัตว์น้ำที่ห้ามทำการประมง
ในที่จับสัตว์น้ำ รวมทั้งข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติเกี่ยวกับสัตว์น้ำนั้นที่ถูกจับได้โดยบังเอิญ
(๔) กำหนดที่จับสัตว์น้ำที่ห้ามทำการประมง
(๕) กำหนดพื้นที่ที่จะอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำซึ่งเป็น
สาธารณสมบัติของแผ่นดิน
(๖) กำหนดระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำมีไข่และวางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน หรือระยะเวลา
อื่นใดที่จำเป็นต่อการคุ้มครองสัตว์น้ำเป็นระยะเวลาที่ห้ามทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำ
(๗) กำหนดให้ผู้ทำการประมงด้วยเครื่องมือทำการประมงประเภทหรือชนิดหนึ่ง
ชนิดใด ต้องทำเครื่องหมาย ทั้งนี้ ตามรูปแบบ ขนาด และตำแหน่งที่กำหนดไว้ที่เครื่องมือ
ทำการประมงนั้นในขณะทำการประมง
(๘) กำหนดพื้นที่ที่จะให้ใช้เครื่องมือทำการประมงที่ต้องใช้วิธีลงหลัก ปัก ผูก ขึง รั้ง ถ่วง
หรือวิธีอื่นใดอันทำให้เครื่องมือนั้นอยู่กับที่ในเวลาทำการประมง
ประกาศตามวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่การกระทำเพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย
หรือการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำซึ่งกระทำโดยทางราชการและได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี
หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายแล้ว และในกรณีที่เป็นการออกประกาศเพื่อใช้บังคับในเขตพื้นที่ใด
เป็นการเฉพาะ ให้มีแผนที่แสดงแนวเขตบริเวณที่กำหนดนั้นแนบท้ายประกาศด้วย
เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกประกาศเพื่อกำหนดเขต
พื้นที่ที่รับผิดชอบของคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดในเขตประมงทะเลชายฝั่ง
มาตรา ๗  ในกรณีที่การออกประกาศตามมาตรา ๖ จะต้องดำเนินการในเขตพื้นที่
ที่คาบเกี่ยวกันระหว่างพื้นที่ของสองจังหวัดขึ้นไป เนื่องจากลักษณะทางภูมิศาสตร์หรือระบบนิเวศ
ตามธรรมชาติของพื้นที่นั้น หรือเพื่อประโยชน์ในการจัดการอย่างเป็นระบบในการบริหารจัดการ
ทรัพยากรสัตว์น้ำ ให้คณะกรรมการประมงประจำจังหวัดที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณา เพื่อเสนอรัฐมนตรี
ในการออกประกาศ
มาตรา ๘  ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดพื้นที่ รวมทั้งกำหนดให้
ผู้ประกอบอาชีพการประมงหรืออาชีพในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการประมงในพื้นที่ดังกล่าว
ต้องมาจดทะเบียน หรือจดทะเบียนและขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนประกอบอาชีพได้
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอจดทะเบียน หรือการจดทะเบียน
และการออกใบอนุญาต รวมทั้งการขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาต
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๙  เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสนับสนุนชุมชนประมงท้องถิ่น
ในการจัดการ การบำรุงรักษา การอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
จากทรัพยากรสัตว์น้ำภายในที่จับสัตว์น้ำในเขตประมงน้ำจืดหรือเขตประมงทะเลชายฝั่ง
ให้กรมประมงดำเนินการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนในเรื่องดังต่อไปนี้
(๑) สนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนประมงท้องถิ่นในการจัดทำนโยบาย
การพัฒนาการประมงในน่านน้ำไทยให้สอดคล้องกับปริมาณของทรัพยากรสัตว์น้ำและขีดความสามารถ
ในการทำการประมงตามมาตรา ๑๖ (๑)
(๒) สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มและจัดให้มีการขึ้นทะเบียนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น
(๓) ให้คำปรึกษาแก่ชุมชนประมงท้องถิ่นในการจัดการ การบำรุงรักษา การอนุรักษ์
การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำ รวมทั้งช่วยเหลือและสนับสนุนการดำเนินงาน
โครงการหรือกิจกรรมของชุมชนในเรื่องดังกล่าว
(๔) เผยแพร่ความรู้หรือข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการจัดการ การบำรุงรักษา
การอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำ
มาตรา ๑๐  นิติบุคคล คณะบุคคล หรือองค์กรอื่นใดที่มีวัตถุประสงค์หรือกิจกรรม
เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประมงในท้องถิ่นใด มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น
ในเขตพื้นที่ที่องค์กรนั้นตั้งอยู่ต่อกรมประมง
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตาม
ที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๑๑  องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นที่ได้ขึ้นทะเบียนตามมาตรา ๑๐ มีสิทธิเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาการประมง รวมทั้งเสนอแนะแนวทางในการออกประกาศตามมาตรา ๖ มาตรา ๔5 มาตรา 50 และมาตรา ๕1 ต่อคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด
มาตรา ๑๒  ให้อธิบดีมีอำนาจแต่งตั้งสมาชิกขององค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น
ที่ได้ขึ้นทะเบียนตามมาตรา ๑๐  เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการแต่งตั้ง การปฏิบัติหน้าที่ และบัตรประจำตัว
ของบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา
ในการปฏิบัติหน้าที่ บุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งต้องแสดงบัตรประจำตัว
ต่อผู้ซึ่งเกี่ยวข้องทุกครั้ง

ส่วนที่ ๒
คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ
 

มาตรา ๑๓  ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการนโยบาย
การประมงแห่งชาติ” ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกินสิบคน เป็นกรรมการ
ให้อธิบดีเป็นกรรมการและเลขานุการ
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง ให้แต่งตั้งจากบุคคลดังต่อไปนี้
(๑) ผู้แทนสมาคมในด้านการประมงทะเลชายฝั่ง ด้านการประมงทะเลนอกชายฝั่ง ด้านการประมงน้ำจืด ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ด้านการแปรรูปสัตว์น้ำและด้านการประมงนอกน่านน้ำไทย ด้านละหนึ่งคน
(๒) ผู้มีความรู้หรือประสบการณ์ดำเนินงานในองค์กรสาธารณประโยชน์
ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวนสองคน
(๓) นักวิชาการด้านการประมง จำนวนไม่เกินสองคน
หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรี
ประกาศกำหนด
มาตรา ๑๔  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี
ในกรณีรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ซึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ หรือแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง
หรือเป็นกรรมการเพิ่มขึ้น อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว
การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่างลงตามวรรคสอง หากวาระ
ที่เหลืออยู่นั้นไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน รัฐมนตรีจะไม่แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นแทนก็ได้
เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงาน
ต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
มาตรา ๑๕  นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) รัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย
หรือหย่อนความสามารถ
(๔) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับ
ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
มาตรา ๑๖  คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดนโยบายการพัฒนาการประมงในน่านน้ำไทยให้สอดคล้องกับ
ปริมาณของทรัพยากรสัตว์น้ำและขีดความสามารถในการทำการประมง
(๒) กำหนดนโยบายการพัฒนาการประมงนอกน่านน้ำไทย
(๓) กำหนดนโยบายการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศ
(๔) กำหนดนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องด้านการประมงของประเทศ
(๕) เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบนโยบายที่ได้จัดทำตาม (๑)
(๒) (๓) และ (๔)
(๖) กำหนดปริมาณสูงสุดของสัตว์น้ำที่จะทำการประมงภายในน่านน้ำไทย
(๗) กำหนดแนวทางและเป้าหมายในการพัฒนาการประมงของประเทศให้สอดคล้องกับ
การอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม
(๘) กำหนดแนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำให้อยู่ในภาวะ
ที่เหมาะสมและสามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน
(๙) กำกับ ให้คำปรึกษา และแนะนำในการดำเนินการแก่คณะกรรมการการประมง
นอกน่านน้ำไทย
(๑๐) จัดทำรายงานผลการดำเนินงานประจำปีเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
(๑๑) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
มาตรา ๑๗  การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า
กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติ
หน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธาน
กรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธาน
ในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียง
ในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่ง
เป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๑๘  ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านการประมงทะเลชายฝั่ง ด้านการประมงทะเลนอกชายฝั่ง ด้านการประมงน้ำจืด ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ด้านการแปรรูปสัตว์น้ำ และมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านอื่นเพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดแทนหรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
การประชุมคณะอนุกรรมการ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
93
พระราชบัญญัติ
การประมง
พ.ศ. 2558

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2558
เป็นปีที่ 70 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ      ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการประมง
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2558”

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓  ให้ยกเลิก
(๑) พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐
(๒) พระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๖
(๓) พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐
พ.ศ. ๒๕๑๓
(๔) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๕ ลงวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕
(๕) พระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๘
มาตรา ๔  ในพระราชบัญญัตินี้
“สัตว์น้ำ” หมายความว่า สัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำเป็นปกติ สัตว์จำพวกสะเทินน้ำ
สะเทินบก สัตว์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณน้ำท่วมถึง สัตว์ที่มีการดำรงชีวิตส่วนหนึ่งอยู่ในน้ำ
สัตว์ที่มีวงจรชีวิตช่วงหนึ่งที่อาศัยอยู่ในน้ำเฉพาะช่วงชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้ำ รวมทั้งไข่และน้ำเชื้อ
ของสัตว์น้ำ และสาหร่ายทะเล ซากหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของสัตว์น้ำเหล่านั้น และให้หมายความ
รวมถึงพันธุ์ไม้น้ำตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดและซากหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพันธุ์ไม้น้ำนั้นด้วย
“ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ” หมายความว่า ผลิตผลที่ได้จากการผลิตที่ใช้สัตว์น้ำเป็นวัตถุดิบ
“การประมง” หมายความว่า การทำการประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การดูแลรักษาสัตว์น้ำ
หลังการจับ หรือการแปรรูปสัตว์น้ำ
“ทำการประมง” หมายความว่า จับ ดัก ล่อ ยิง แทง ทำอันตราย ฆ่า หรือเก็บสัตว์น้ำ
ในที่จับสัตว์น้ำด้วยเครื่องมือทำการประมงหรือด้วยวิธีใด ๆ
“การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ” หมายความว่า การจัดทำที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การเลี้ยงสัตว์น้ำ
หรือการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำทั้งโดยวิธีธรรมชาติ วิธีผสมเทียม หรือวิธีอื่นใด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ
ในช่วงใดของวงจรชีวิตสัตว์น้ำนั้น
“การดูแลรักษาสัตว์น้ำหลังการจับ” หมายความว่า การดูแลรักษาคุณภาพสัตว์น้ำ
หลังการจับ ก่อนถึงกระบวนการการแปรรูปสัตว์น้ำ
“การแปรรูปสัตว์น้ำ” หมายความว่า การกระทำใด ๆ ที่เป็นการเปลี่ยนสภาพสัตว์น้ำ
สำหรับใช้เพื่อการอุปโภคหรือบริโภค
“ผู้ประกอบอาชีพการประมง” หมายความว่า บุคคลธรรมดา คณะบุคคล
หรือนิติบุคคลซึ่งมีอาชีพเป็นผู้ประกอบการประมงเป็นอาชีพปกติ
“ที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ” หมายความว่า บ่อ คอก กระชัง หรือที่ที่ใช้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
ลักษณะอื่นใด ไม่ว่าจะอยู่ในที่ดินของเอกชน หรือในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือในที่จับสัตว์น้ำใด ๆ
ที่ผู้ขุด ผู้สร้าง ผู้จัดทำ เจ้าของ หรือผู้ครอบครองมีความมุ่งหมายโดยตรงที่จะใช้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
“ที่จับสัตว์น้ำ” หมายความว่า ที่ที่มีน้ำขังหรือไหล และหาดทั้งปวงที่เป็น
สาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งป่าไม้และพื้นดินที่มีน้ำท่วมตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น
สาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือที่ดินของเอกชน และภายในเขตน่านน้ำไทยหรือน่านน้ำอื่นใด
ซึ่งประเทศไทยใช้อยู่หรือมีสิทธิจะใช้ในการทำการประมง โดยที่น่านน้ำเหล่านั้นปรากฏโดยทั่วไปว่า
มีขอบเขตตามกฎหมายท้องถิ่น หรือธรรมเนียมประเพณี หรือกฎหมายระหว่างประเทศ
หรือสนธิสัญญา หรือด้วยประการอื่นใด
“เครื่องมือทำการประมง” หมายความว่า เครื่องกลไก เครื่องใช้ เครื่องอุปกรณ์ ส่วนประกอบ อาวุธ เสา หลัก หรือเรือที่ใช้ทำการประมง
“เรือประมง” หมายความว่า ยานพาหนะทางน้ำทุกชนิดที่ใช้ทำการประมง ขนถ่าย หรือเก็บรักษา
สัตว์น้ำที่ได้จากยานพาหนะทางน้ำทุกชนิดที่ใช้ทำการประมง
“ทำการประมงนอกน่านน้ำไทย” หมายความว่า ทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำ
นอกน่านน้ำไทย และให้หมายความรวมถึงการขนถ่าย หรือเก็บรักษาสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมงนอกน่านน้ำไทยด้วย
 “น่านน้ำไทย” หมายความว่า บรรดาน่านน้ำที่อยู่ในราชอาณาจักร และให้หมายความ
รวมถึงน่านน้ำที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะตามประกาศเขตเศรษฐกิจจำเพาะของราชอาณาจักรไทยด้วย
“แนวชายฝั่งทะเล” หมายความว่า แนวความลึกน้ำศูนย์เมตรหรือแนวที่น้ำทะเลจรดแผ่นดินบริเวณชายฝั่ง ชายเกาะ หรือขอบนอกของพื้นที่ที่มีการถมทะเล ตามแผนที่เดินเรือ
ของกรมอุทกศาสตร์
“ผู้ควบคุมเรือ” หมายความว่า ผู้มีหน้าที่บังคับเรือและรับผิดชอบในเรือ
“สถิติการประมง” หมายความว่า ข้อมูลที่เกี่ยวกับการประมง การค้าสินค้าสัตว์น้ำ
หรือที่เกี่ยวกับสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ
“ผู้รับอนุญาต” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตให้กระทำการ
อย่างใดอย่างหนึ่งตามพระราชบัญญัตินี้
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม
พระราชบัญญัตินี้
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ
“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมประมง
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
94
กรมการพัฒนาชุมชน เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อสรรหาและเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป ในตำแหน่งต่างๆ รวม 18 อัตรา (26 มี.ค. - 19 เม.ย. 2561)
95
กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป ในตำแหน่งต่างๆ รวม 7 อัตรา (9 - 18 เม.ย. 2561)
96


บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

รวบรวมคู่มือเตรียมสอบ สรุปหนังสือไฟล์ข้อสอบ แนวข้อสอบไปรษณีย์ไทย ปณท. ทุกตำแหน่ง อัพเดทล่าสุด

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด  เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเข้าทำงานเป็นพนักงาน ในตำแหน่งต่างๆ รวม 16 อัตรา (2 - 18 เม.ย. 2561)
1. ฝ่ายระบบการกำกับดูแลกิจการ  ปริญญาตรี    จำนวน 2 อัตรา
2. ฝ่ายพัฒนาเครือข่าย  ปริญญาตรี    จำนวน 2 อัตรา
3. ฝ่ายพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ  ปริญญาตรี    จำนวน 1 อัตรา
4. ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและวินัย  ปริญญาตรี    จำนวน 1 อัตรา
5. ฝ่ายระบบบริการระหว่างประเทศ  ปริญญาตรี    จำนวน 2 อัตรา
6. ฝ่ายก่อสร้างและบำรุงรักษา  ปริญญาตรี    จำนวน 1 อัตรา
7. สำนักงานไปรษณีย์ไทยเขต 7  ปริญญาตรี    จำนวน 1 อัตรา
8. สำนักงานไปรษณีย์ไทยเขต 2,4,7  ปริญญาตรี    จำนวน 3 อัตรา
9. ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและวินัย  ปวส.    จำนวน 1 อัตรา
10. ฝ่ายจัดระบบศูนย์ไปรษณีย์  ปวส.    จำนวน 1 อัตรา
11. ฝ่ายยานพาหนะและขนส่ง  ปวส.    จำนวน 1 อัตรา

รับสมัครสอบทางอินเทอร์เน็ต
วันที่ 2 - 18 เมษายน พ.ศ. 2561
ประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ
วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
อ่านประกาศ ปณท. คลิ๊กที่นี่

จำหน่ายเอกสารไฟล์หนังสือแนวข้อสอบไปรษณีย์ไทย
รวบรวมข้อมูลทุกอย่างที่เป็นแนวทางข้อสอบ
- ความรู้เกี่ยวกับไปรษณีย์ไทย
- ความรู้ทั่วไป
(เลือกเฉพาะตำแหน่งที่สอบ)
- ฝ่ายการตลาด
- ฝ่ายพัฒนาระบบและประมวลผล
- ฝ่ายปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และเครือข่าย
- ฝ่ายกฎหมาย
- ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์
- ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์
- ฝ่ายทรัพยากรบุคคล
- ฝ่ายวินัยและสอบสวน
- ฝ่ายก่อสร้างและบำรุงรักษา
- ฝ่ายสื่อสารการตลาด
- ฝ่ายตลาดสื่อสารและขนส่ง
- ฝ่ายการบัญชี
- ฝ่ายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
- ฝ่ายพัฒนาบุคลากร
- ฝ่ายสวัสดิการและแรงงานสัมพันธ์
- ฝ่ายจัดระบบศูนย์ไปรษณีย์
- ฝ่ายการเงิน
- ฝ่ายจัดหาและคลังพัสดุ
- ฝ่ายปฏิบัติงานตรวจสอบ
- ฝ่ายพัฒนาเครือข่าย
- ฝ่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์
- ฝ่ายพัฒนาธุรกิจในประเทศ
- ฝ่ายบริหารความเสี่ยง
- ฝ่่ายกลยุทธ์
- ฝ่ายตลาดตราไปรษณียากร
- ฝ่ายพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศ
- ฝ่ายระบบการกำกับดูแลกิจการ
- ฝ่ายพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ
- ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและวินัย
- ฝ่ายยานพาหนะและขนส่ง
- สำนักงานไปรษณีย์ไทยเขต
- และฝ่ายอื่นๆ


1. ส่งเป็นไฟล์ PDF ทางอีเมล์ ราคา 399 บาท
2. ส่งเป็นหนังสือ EMS ทางไปรษณีย์ + VCD ราคา 999 บาท


*********************************************************************
สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ :
สราวุฒิ : 087-774-4915 [ LINE ID : @t0877744915 ] Link Line : http://line.me/ti/p/%40t0877744915
E-Mail : testerth@hotmail.com
Link Facebook : www.facebook.com/testerth

ขั้นตอนการสั่งซื้อ :
โอนเงินแล้วแจ้งทาง [ E-Mail / Facebook  / LINE / SMS ]
>> สิ่งที่ต้องแจ้งรายละเอียด <<
1. แจ้งเวลาที่โอน ( ดูที่ใบสลิปธนาคารเป็นหลัก )
2. แจ้งข้อสอบที่สั่งซื้อ
3. แจ้ง E-Mail (เอาเป็นไฟล์) / แจ้งชื่อที่อยู่ เบอร์โทร (เอาเป็นหนังสือ)

ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลพลาซ่า ขอนแก่น
ชื่อบัญชี นายสราวุฒิ สีตาแสง บัญชีออมทรัพย์ 871-2-12709-1

(PromptPay พร้อมเพย์) 0877744915

* เก็บสลิปไว้เป็นหลักฐาน อย่าทิ้งเด็ดขาด*
** แนะนำให้ใส่เศษสตางค์เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ เช่น 399.01, 399.25 เป็นต้น **

** ไฟล์ส่งภายในวันที่สั่งซื้อ จัดส่งตามคิว ไม่เกินเที่ยงคืน
*** หนังสือส่งทางไปรษณีย์ จัดพิมพ์ 1 วัน EMS ไม่เกิน 3 วัน
*********************************************************************[/b]


#testerth #ไปรษณีย์ไทย #แนวข้อสอบไปรษณีย์ไทย #แนวข้อสอบ #ข้อสอบ #ไฟล์ข้อสอบ #หนังสือสอบ #คู่มือสอบ #คู่มือเตรียมสอบ #เปิดสอบ #ตัวอย่างข้อสอบ #เตรียมสอบ #หนังสือข้อสอบ #ติวข้อสอบ #เก็งข้อสอบ #สรุปข้อสอบ #สรุปหนังสือสอบ #ติวหนังสือสอบ #ข้อสอบงานราชการ #ข้อสอบข้าราชการ #ข้อสอบพนักงานราชการ #ข้อสอบลูกจ้างชั่วคราว #เปิดสอบงานราชการ #เปิดสอบข้าราชการ #เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป #เปิดสอบลูกจ้างชั่วคราว #เปิดสอบงานรัฐวิสาหกิจ #เปิดสอบพนักงานรัฐวิสาหกิจ #เปิดสอบพนักงาน #ข้อสอบงานรัฐวิสาหกิจ #ข้อสอบพนักงานรัฐวิสาหกิจ #ข้อสอบพนักงาน #ข้อสอบพร้อมเฉลย #ข้อสอบอัพเดทล่าสุด #ข้อสอบอัพเดทตลอด #ข้อสอบใหม่ล่าสุด #ข่าวเปิดสอบล่าสุด #ข้อสอบภาคก. #ข้อสอบภาคข. #ข้อสอบความรู้ #ข้อสอบเฉพาะตำแหน่ง #ข้อสอบปวช. #ข้อสอบปวท. #ข้อสอบปวส. #ข้อสอบปริญญาตรี #ข้อสอบปริญญาโท #ข้อสอบม.6 #ข้อสอบม.3 #ข้อสอบมัธยมศึกษา
97
#แนวข้อสอบใบประกอบวิชาชีพ #แนวข้อสอบสภาการพยาบาล #ใหม่ล่าสุด 61
98
กรมทางหลวงชนบทเปิดรับสมัครสอบเป็นพนักงานราชการ 24 อัตรา
กรมทางหลวงชนบท เปิดรับสมัครสอบเป็นพนักงานราชการ จำนวน 24 อัตรา รับสมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 4 - 11 เมษายน 2561

ประกาศกรมทางหลวงชนบท เรื่อง รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป

ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครสอบ
1. ตำแหน่ง นายช่างโยธา
อัตราเงินเดือน 13,800 บาท
จำนวนตำแหน่งว่าง 17 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง : ได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในสาขาวิชาโยธา สาขาวิชาสำรวจ หรือสาขาวิชาการก่อสร้าง

2. ตำแหน่ง บรรณารักษ์
อัตราเงินเดือน 18,000 บาท
จำนวนตำแหน่งว่าง 1 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง : ได้รับวุฒิปริญญาตรี ในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งทางบรรณารักษศาสตร์ ทางบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ ทางบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ ทางสารสนเทศศึกษา หรือทางสารนิเทศศาสตร์

3. ตำแหน่ง นักวิชาการเงินและบัญชี
อัตราเงินเดือน 18,000 บาท
จำนวนตำแหน่งว่าง 1 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง : ได้รับวุฒิปริญญาตรี ในสาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาการบริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์

4. ตำแหน่ง นักวิชาการตรวจสอบภายใน
อัตราเงินเดือน 18,000 บาท
จำนวนตำแหน่งว่าง 2 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง : ได้รับวุฒิปริญญาตรี ในสาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาบริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์

5. ตำแหน่ง วิศวกรโยธา
อัตราเงินเดือน 19,500 บาท
จำนวนตำแหน่งว่าง 2 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
(1) ได้รับวุฒิปริญญาตรี ในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ทางวิศวกรรมโยธา ทางวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ทางวิศวกรรมสุขาภิบาล ทางวิศวกรรมชลประทาน หรือทางวิศวกรรมโครงสร้าง
(2) ต้องได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามที่กฎหมายกำหนด ในระดับภาคีวิศวกร, สามัญวิศวกร หรือวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมโยธา

6. ตำแหน่ง วิศวกรเครื่องกล
อัตราเงินเดือน 19,500 บาท
จำนวนตำแหน่งว่าง 1 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
(1) ได้รับวุฒิปริญญาตรี ในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ทางวิศวกรรมเครื่องกล
(2) ต้องได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามที่กฎหมายกำหนด ในระดับภาคีวิศวกร, สามัญวิศวกร หรือวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล

การรับสมัครสอบ
ให้ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 4 - 11 เมษายน 2561 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ที่เว็บไซต์ http://job.drr.go.th/

แนวข้อสอบเกี่ยวกับหน่วยงาน
- แนวข้อสอบ ความรู้เกี่ยวกับกรมทางหลวงชนบท
- ความรู้เกี่ยวกับกรมทางหลวงชนบท
- พรบ.ทางหลวงชนบท 2535
- แนวข้อสอบ พรบ.ทางหลวงชนบท 2535
- แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547
- สาระสำคัญของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ.2547
- จรรยาบรรณข้าราชการกรมทางหลวง
- ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน
- แนวข้อสอบ พรบ.ทางหลวง พศ.2535 และแก้ไขเพิ่มเติม
เลือกตามตำแหน่งที่สมัคร

>>>>หนังสืออ่านสอบ แนวข้อสอบที่การันตีความแม่นยำ ใช้ในการสอบข้อเขียนจริง แล้วติดจริง มีครบทุกหัวข้อที่จะสอบ เนื้อหาครอบคลุมทุกตำแหน่งที่ออกข้อสอบในตำแหน่งนั้นๆ Updateข้อสอบใหม่ล่าสุดทุกปี คนที่ไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาในการเตรียมตัว สามารถรู้แนวทางข้อสอบและทำข้อสอบได้แน่นอน<<<<
 
จำหน่ายไฟล์ PDF ราคา 399 บาท  จัดส่งทาง E-mail
หนังสืออ่านสอบ  ราคา 999 บาท จัดส่งทางไปรษณีย์ EMS
 
รายละเอียดการสั่งซื้อ
 
โทร 090-2465449 , 064-6392365  Line ID: 0902465449 , 0646392365
ชำระเงินที่ ธ.ไทยพาณิชย์
ชื่อบัญชี  วาทยากร  หล่อเพชรสวัสดิ์
เลขที่บัญชี  207-203955-8
 
รายละเอียดการจัดส่ง :
หากชำระเงินแล้ว  กรุณาแจ้งโทรแจ้งเวลาที่โอน  หรือถ่ายรูปสลิปการโอนแจ้งทาง Line
หากโอนก่อนเวลา 18.00 น. จะจัดส่งไฟล์ภายในวันนั้นก่อนเที่ยงคืน ส่วนหนังสือจะจัดส่งทางไปรษณีย์ภายใน 2-3 วัน (ส่งแบบ EMS) ช่วงเย็นก่อน 2 ทุ่มจะแจ้งเลข EMS
99
กรมเจ้าท่า เปิดรับสมัครสอบเข้าทำงาน 80 อัตรา
กรมเจ้าท่า เปิดรับสมัครสอบเข้าทำงาน จำนวน 80 อัตรา รับสมัครด้วยตนเอง และทางไปรษณีย์ ตั้งแต่วันที่ 2 - 18 เมษายน 2561

ประกาศสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ ที่ 2/2561 เรื่อง รับสมัครบุคคลเพื่อการจ้างเหมาบริการเอกชน

ด้วยสำนักงานควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล สำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ กรมเจ้าท่า มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคล เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการรักษาความปลอดภัยต่างๆ ภายในเขตท่าเรือศรีราชา ควบคุมมลภาวะทางทะเลและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมถึงบำรุงรักษาและพัฒนาเครื่องมือและอุปกรณ์การควบคุมการจราจรทางน้ำ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครสอบ
1. ตำแหน่ง กะลาสี
จำนวน 9 อัตรา
อัตราเงินเดือน 13,285 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
ได้รับวุฒิ ม.ต้น หรือ ม.ปลาย

2. ตำแหน่ง นายท้ายเรือกลชายทะเล
จำนวน 11 อัตรา
อัตราเงินเดือน 13,285 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
ได้รับประกาศนียบัตรนายท้ายเรือกลเดินทะเลชั้นสอง และมีหนังสือรับรองประสบการณ์เกี่ยวกับการถือท้ายเรือมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

3. ตำแหน่ง ช่างเครื่องเรือ
จำนวน 12 อัตรา
อัตราเงินเดือน 13,285 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
ได้รับประกาศนียบัตรคนใช้เครื่องจักรยนต์ชั้นสอง และมีหนังสือรับรองประสบการณ์เกี่ยวักบารซ่อมเครื่องยนต์มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

4. ตำแหน่ง นายช่างไฟฟ้า
จำนวน 4 อัตรา
อัตราเงินเดือน 13,800 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
ได้รับวุฒิ ปวส. (สาขาวิชาไฟฟ้ากำลัง สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิชาเทคโนโลยีโทรคมนาคม)

5. ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ
จำนวน 1 อัตรา
อัตราเงินเดือน 13,800 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
ได้รับวุฒิ ปวส.ทุกสาขา

6. ตำแหน่ง นักวิชาการขนส่ง
จำนวน 15 อัตรา
อัตราเงินเดือน 18,000 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
ได้รับวุฒิ ปริญญาตรี ทุกสาขา

7. ตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์
จำนวน 4 อัตรา
อัตราเงินเดือน 19,500 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
ได้รับวุฒิ ปริญญาตรี สาขาวิชาทางคอมพิวเตอร์

8. ตำแหน่ง วิศวกร (ไฟฟ้า)
จำนวน 2 อัตรา
อัตราเงินเดือน 18,000 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
ได้รับวุฒิ ปริญญาตรี สาขาวิศวกรรม ทางไฟฟ้า

9. ตำแหน่ง วิศวกร (โทรคมนาคม)
จำนวน 2 อัตรา
อัตราเงินเดือน 18,000 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
ได้รับวุฒิ ปริญญาตรี สาขาวิศวกรรม โทรคมนาคม

10. ตำแหน่ง นักเดินเรือ
จำนวน 8 อัตรา
อัตราเงินเดือน 19,440-25,420 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
ได้รับวุฒิปริญญาตรี ทางวิทยาการเดินเรือ และ ได้รับประกาศนียบัตรอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
ประกาศนียบัตรนายประจำเรือฝ่ายเดินเรือของเรือกลเดินทะเลขนาด 500 ตันกรอสหรือมากกว่า หรือ ประกาศนียบัตรต้นเรือของเรือกลเดินทะเลขนาด 500-3,000 ตันกรอส จากกรมเจ้าท่า หรือ ที่กรมเจ้าท่าเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้
ประกาศนียบัตรต้นเรือของเรือกลเดินทะเลขนาด 3,000 ตันกรอสหรือมากกว่า หรือ ประกาศนียบัตรนายเรือของเรือกลเดินทะเลขนาด 500-3,000 ตันกรอส จากกรมเจ้าท่า หรือ ที่กรมเจ้าท่าเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้
ประกาศนียบัตรนายเรือของเรือกลเดินทะเลขนาด 3,000 ตันกรอสหรือมากกว่า จากกรมเจ้าท่า หรือ ที่กรมเจ้าท่าเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้

11. ตำแหน่ง นายช่างกลเรือ
จำนวน 12 อัตรา
อัตราเงินเดือน 19,440-25,420 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งทางวิทยาการเดินเรือ และ ได้รับประกาศนียบัตรอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
ประกาศนียบัตรรองต้นกลของเรือกลเดินทะเลขนาดกำลังขับเคลื่อน 3,000 กิโลวัตต์ หรือมากกว่า จากกรมเจ้าท่า หรือ ที่กรมเจ้าท่าเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้
ประกาศนียบัตรต้นเรือของเรือกลเดินทะเลขนาดกำลังขับเคลื่อน 750-3,000 กิโลวัตต์ จากกรมเจ้าท่า หรือ ที่กรมเจ้าท่าเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้
ประกาศนียบัตรต้นกลของเรือกลเดินทะเลขนาดกำลังขับเคลื่อน 3,000 กิโลวัตต์ หรือมากกว่า จากกรมเจ้าท่า หรือ ที่กรมเจ้าท่าเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้

การรับสมัครสอบ
ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ด้วยตนเอง และทางไปรษณีย์ ดังนี้
- สมัครทางไปรษณีย์ โดยส่งใบสมัครพร้อมหลักฐานถึง สำนักงานควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล ท่าเรือแหลมฉบัง ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี (วงเล็บมุมซอง “สมัครงาน”) โดยจะถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ
- สมัคร้ดวยตนเอง ตั้งแต่วันที่ 2 - 18 เมษายน 2561 ณ สำนักงานควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล เลขที่ สำนักงานควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล ท่าเรือแหลมฉบัง แขวงทุ่งสุขลา เขตศรีราชากรุงเทพมหานคร

รายละเอียดสินค้า

จำหน่ายไฟล์ PDF ราคา 399 บาท  จัดส่งทาง E-mail
หนังสืออ่านสอบ  ราคา 999 บาท จัดส่งทางไปรษณีย์ EMS

รายละเอียดการสั่งซื้อ

โทร 090-246-5449 , 064-6392365
LINE ID : 0902465449  , 0646392365
ชำระเงินที่ ธ.ไทยพาณิชย์
ชื่อบัญชี  วาทยากร  หล่อเพชรสวัสดิ์
เลขที่บัญชี  207-203955-8

รายละเอียดการจัดส่ง :
หากชำระเงินแล้ว  กรุณาแจ้งโทรแจ้งเวลาที่โอน  หรือถ่ายรูปสลิปการโอนแจ้งทาง Line
หากโอนก่อนเวลา 18.00 น. จะจัดส่งไฟล์ภายในวันนั้นก่อนเที่ยงคืน ส่วนหนังสือจะจัดส่งทางไปรษณีย์ภายใน 2-3 วัน (ส่งแบบ EMS) ช่วงเย็นก่อน 2 ทุ่มจะแจ้งเลข EMs
100
กรมสรรพากร เปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ในตำแหน่งต่างๆ รวม 187 อัตรา (20 มี.ค. - 18 เม.ย. 2561)
หน้า: 1 ... 8 9 [10]