ข้อสอบไทย.คอม ศูนย์ข้อสอบไทย แนวข้อสอบ งานราชการ ก.พ. อบต. ครู ตำรวจ ธนาคาร ธกส. รัฐวิสาหกิจ

แนวข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ คู่มือสอบ ติวสอบ หาข้อสอบ เก็งข้อสอบ ข้อสอบเก่า แจกข้อสอบ ข้อสอบลับ ข่าวการสอบ เปิดสอบ => รวมแนวข้อสอบตำรวจ => ข้อความที่เริ่มโดย: sakhiran ที่ สิงหาคม 07, 2015, 10:32:15 pm

หัวข้อ: #แนวข้อสอบนายสิบตำรวจสายปราบปราม #สายอำนวยการ #22561 #นสต #ปป #อก
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ สิงหาคม 07, 2015, 10:32:15 pm
ข้อสอบนายสิบตำรวจพร้อมเฉลย
ข้อสอบเก่านายสิบตำรวจ
ข้อสอบนายสิบตำรวจ pdf
ข้อสอบนายสิบตํารวจหญิง
ข้อสอบนายสิบตำรวจ 60
แนวข้อสอบนายสิบตํารวจ สายอํานวยการ
แนว ข้อสอบ นาย สิบ ตำรวจ สาย อำนวย การ
แนว ข้อสอบ นาย สิบ ตำรวจ ฟรี

(https://i.imgur.com/ahxkNlY.png)

ข่าวเปิดสอบหนังสืออ่าน เตรียมสอบคู่มือแนวข้อสอบนายสิบตำรวจ #นายร้อยตำรวจ หญิง (ม.6) นสต. สายอำนวยการ อก. สายปราบปราม ป. ใหม่ล่าสุด  2560 ชัวร์สุดๆ พร้อมเฉลย


!!!!!+ข่าวประกาศรับสมัครสอบ+!!!! CLICK >>>>
รับสมัครและคัดเลือกบุคคลภายนอก เพื่อบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ
จำนวน 5,000 อัตรา
กำหนดการมีดังนี้
1. ประกาศรับสมัคร  click        24 – 28 ธ.ค. 60
2. รับสมัครทางอินเทอร์เน็ต http://www.policeadmission.org/  เท่านั้น        29 พ.ย. – 8 ธ.ค. 60
3. ประกาศรายชื่อผู้สมัครให้เข้าสอบข้อเขียนและสถานที่สอบข้อเขียน        12 ม.ค. 61
4. สอบข้อเขียน        วันอาทิตย์ที่ 21 ม.ค. 61
5. ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านข้อเขียน        2 ก.พ. 61
6. ทดสอบความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง /
การตรวจร่างกาย และการทดสอบสุขภาพจิต        10 ก.พ. – 6 มี.ค. 61
7. ประกาศผลการตรวจร่างกาย (เฉพาะผู้ไม่ผ่าน)        5 มี.ค.61
8. ประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือก /ผู้ได้รับคัดเลือกสำรอง        27 มี.ค. 61
9. ผู้ได้รับคัดเลือก ได้รับการบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ        1 เม.ย. 61


การรับสมัครสอบ บุคคลภายนอกเป็นข้าราชการตำรวจ

รับสมัครบุคคลภายนอกเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2560

-#กองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.)
-#ตำรวจภูธรภาค_1_(ภ.1)
-#ตำรวจภูธรภาค_2_(ภ.2)
-#ตำรวจภูธรภาค_3_(ภ.3)
-#ตำรวจภูธรภาค_4_(ภ.4)
-#ตำรวจภูธรภาค_5_(ภ.5)
-#ตำรวจภูธรภาค_6_(ภ.6)
-#ตำรวจภูธรภาค_7_(ภ.7)
-#ตำรวจภูธรภาค_8_(ภ.8}
-#ตำรวจภูธรภาค_9_(ภ.9)
-#ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้ (ศชต.)
-#กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.)
-#ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.)





สั่งซื้อแนวข้อสอบได้ที่  หรือสอบถามได้ บริการเป็นกันเอง
คุณศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน  (คุณอั๋น)
Tel : 0981081851
http://line.me/ti/p/%40qod6536c
Line @ :  @qod6536c  ใส่ "@"ด้วยนะครับ
Line id :  0981081851   
E-Mail : k_sakhiran@hotmail.com
Face Book : www.facebook.com/sheetthai.z



เก็งข้อสอบเน้นๆ แม่นที่สุด #รวมแนวข้อสอบ #นสต. #กลุ่มสายงานป้องกันปราบปราม#
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก   #ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ


- ความรู้เกี่ยวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อัพเดท 2560
- ความสามารถด้านการคิดคำนวณ
- ความสามารถทางด้านเหตุผล
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านภาษา
- แนวข้อสอบกฏหมายที่ประชาชนควรรู้
- แนวข้อสอบเก่าตำรวจสายปราบปราม ชุดที่ 1
- แนวข้อสอบเก่าตำรวจสายปราบปราม ชุดที่ 2
- แนวข้อสอบเก่าตำรวจสายปราบปราม ชุดที่ 3
- แนวข้อสอบความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
- แนวข้อสอบภาษาต่างประเทศ _ภาษาอังกฤษ
- แนวข้อสอบสังคมวัฒนธรรมและจริยธรรม
- สรุปสาระสำคัญของประชาคมอาเซียน


#แนวข้อสอบ #นสต #กลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก

- ความรู้เกี่ยวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อัพเดท 2560
- ความสามารถและทางด้านเหตุผล
- ถาม - ตอบ งานอำนวยการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- ความสามารถด้านการคิดคำนวณคณิตศาสตร์
- ความสามารถด้านภาษาต่างประเทศและภาษาอังกฤษ
- รวมแนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ 2526 แก้ไขเพิ่มเติม
- รวมแนวข้อสอบสังคมและวัฒนธรรมและจริยธรรม   
- ความสามารถทางด้านภาษา
- รวมแนวข้อสอบความรู้เบืองต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์สำนักงาน
- รวมแนวข้อสอบเก่าตำรวจสายอำนวยการ ชุดที่ 1
- รวมแนวข้อสอบเก่าตำรวจสายอำนวยการ ชุดที่ 2
- สรุปสาระสำคัญ AEC ประชาคมอาเซียน

#นายร้อยตำรวจหญิง (ม.6)
1 แนวข้อสอบคณิตศาสตร์
2 สรุปวิชาคณิตศาสตร์
3 สรุปวิชาภาษาไทย
4 แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
5 แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
6 แนวข้อสอบวิชาวิทยาศาสตร์
7 แนวข้อสอบนายร้อยตำรวจหญิง

เน้นๆ #รวมแนวข้อสอบ #ตำรวจสายเทคนิค
อ่านเข้าใจง่าย มีเฉลยพร้อมอธิบาย
เนื้อหาสรุปเรียบร้อย ตรงประเด็๋น ที่เปิดสอบ ตำรวจสายเทคนิค
- ความรู้เกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรมจริยธรรม
- ความรู้เกี่ยวกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฏหมาย
- ความรู้เรื่องการพิสูจน์หลักฐานของตำรวจ
- โครงสร้างของบทสนทนา Conversation Structure
- แนวข้อสอบจริยธรรมและกฏหมายที่ประชาชนควรรู้
- แนวข้อสอบเทคโนโลยีสารสนเทศเบื่องต้น
- แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ
- วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป+ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
- วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป+ความสามารถด้านภาษา



เน้นๆ #รวมแนวข้อสอบ #นายตำรวจสัญญาบัตร #กลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเด็ดๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ตรงประเด็นที่เปิดสอบ อ่านเข้าใจง่าย มเฉลยพร้อมอธิบาย เนื้อหาสรุป
- ความรู้เกี่ยวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- แนวข้อสอบระเบียบงานสารบรรณ
- สรุปประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 54  งานสารบรรณ
- การใช้ภาษา_แนวข้อสอบ
- ความเข้าใจภาษา_แนวข้อสอบ
- ภารกิจของฝ่ายอำนวยการ
- ภารกิจของฝ่ายอำนวยการ
- ความรู้เรื่องฝ่ายส่งกำลังพล
- ความรู้พื้นฐานเรื่องแผนและยุทธศาสตร์
- ความรู้พื้นฐานฝ่ายกำลังบำรุง
- ความรู้พื้นฐานด้านงบประมาณ
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับกฎหมายงานพัสดุ
- แนวข้อสอบความรู้พื้นฐาน
- แนวข้อสอบระเบียบงานการเงิน
- แนวข้อสอบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่องานสำนักงาน
- แนวข้อสอบ พรบ.ตำรวจแห่งชาติ  พ.ศ. 2547 และแก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553
- แนวข้อสอบ กฏ ก.ตร. การสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2556
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
- แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ (พร้อมอธิบายคำตอบ)
- แนวข้อสอบความสามารถทางด้านตัวเลข + ความสามารถด้านเหตุผล
- แนวข้อสอบตำรวจสายอำนวยการและสนับสนุน ที่ออกบ่อยๆ


เน้นๆ#รวมแนวข้อสอบ #นายตำรวจสัญญาบัตร กลุ่มสายงานป้องกันและปราบปราม
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเด็ดๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ตรงประเด็นที่เปิดสอบ อ่านเข้าใจง่าย มเฉลยพร้อมอธิบาย เนื้อหาสรุป
- แนวข้อสอบกฎหมายวิอาญา
- แนวข้อสอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- แนวข้อสอบกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- แนวข้อสอบกฎหมายลักษณะพยาน
- แนวข้อสอบ พรบ.ตำรวจแห่งชาติ  พ.ศ. 2547 และแก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553
- แนวข้อสอบ กฏ ก.ตร. การสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2556
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
- แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ (พร้อมอธิบายคำตอบ)
- แนวข้อสอบความสามารถทางด้านตัวเลข + ความสามารถด้านเหตุผล
- แนวข้อสอบตำรวจสายปราบปราม ที่ออกบ่อยๆ



#รวมแนวข้อสอบ #ตำรวจสัญญาบัตร #สายประมวลผล
ฉีกกฏการอ่านแบบเดิมๆ ครอบคลุมทุกเนื้อหาที่เปิดสอบ
- แนวข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไป
- ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
- การเขียน Flow Chart การทำงานของระบบงาน
- ความรู้เบื้องต้นในการวิเคราะห์และออกแบบระบบ
- แนวข้อสอบวิชาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
- แนวข้อสอบระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์+อัตานัย
- แนวข้อสอบระบบปฎิบัติการคอมพิวเตอร์+อัตนัย
- แนวข้อสอบฐานข้อมูลและการเขียนโปรแกรม
- แนวข้อสอบการออกแบบระบบฐานข้อมูล (อัตนัย)
- แนวข้อสอบ พรบ. คอมพิวเตอร์  พศ. 2550 และระบบรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์
- ถาม+-ตอบ มาตรฐานด้านการบริหารจัดการ ด้าน ICT
- แนวข้อสอบโครงสร้างและกการจัดการฐานข้อมูล


#รวมแนวข้อสอบ #นายตำรวจสัญญาบัตร #สายการเงิน
- หลักการบัญชีขั้นต้น
- หลักการและนโยบายบัญชีสำหรับหน่วยงานภาครัฐฉบับที่ 2
- ระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง 2551
- ระเบียบการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลังในหน้าที่ของอำเภอและกิ่งอำเภอ 2520
- พรบ.วิธีการงบประมาณ 2502 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- หลักการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณ
- ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- มาตรฐานการตรวจสอบภายในและจริยธรรมของผู้ตรวจสอบภายในของส่วนราชการตามหนังสือกรมบัญชีกลาง
- พรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎ ก.ตร.ที่เกี่ยวข้อง
     กฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการและระยะเวลาการประเมินผลการปฏิบัติราชการ 2547
     กฏ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง 2547
     กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ 25511 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- พระราชกฤษฏีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 2546


#รวมแนวข้อสอบ #นายตำรวจสัญญาบัตร #สายนิติกร
รายละเอียดประกอบด้วย
- แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553
- แนวข้อสอบ กฏ ก.ตร. การสืบสวนข้อเท็จจริง
- แนวข้อสอบ ตำรวจแห่งชาติ _ฉบับที่ 2_  พ.ศ. 2554
- แนวข้อสอบ ป.วิอาญา.M
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
- แนวข้อสอบกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- แนวข้อสอบกฎหมายอาญา
- แนวข้อสอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 
- สรุปสาระสำคัญ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติวิธีการปฏิบัติราชการปกครอง พศ 2539
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ
- แนวข้อสอบวิชาประมวลกำหมายวิธีพิจารณาความอาญา

แนวข้อสอบ ตำรวจท่องเที่ยว  ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
ความรู้เกี่ยวกับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว
ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
ความสามารถด้านภาษาและการใช้ภาษา
แนวข้อสอบ วิชาภาษาอังกฤษ
แนวข้อสอบกฎหมายลักษณะพยาน
แนวข้อสอบกฎหมายอาญา
แนวข้อสอบเจาะประเด็น ป.วิ.อาญา
แนวข้อสอบพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547
แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2556แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553
แนวข้อสอบหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี


รวมแนวข้อสอบ #แนวข้อสอบตำรวจตรวจคนเข้าเมือง #ตม
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ  
1 ความสามารถด้านการคิดคำนวณ
2 ความสามารถทางด้านเหตุผล
3 ความสามารถด้านภาษาไทย
4 พระราชบัญญัติ คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
5 แนวข้อสอบ พรบ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
6 สรุป คำถาม พรบ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒
7 แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ การใช้ Conversation
8 แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ การใช้ Grammar
9 แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ การใช้ Reading
10 สรุปสาระสำคัญของประชาคมอาเซียน
11 แนวข้อสอบตรวจคนเข้าเมือง



#แนวข้อสอบสายสื่อสาร ทส.7 #รวมแนวข้อสอบตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- สาระสำคัญของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
-แนวข้อสอบ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
– ถาม-ตอบพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
– พรบ.ว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ 2544
-แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544
– ระบบการสื่อสารข้อมูล
– แนวข้อสอบระบบการสื่อสารข้อมูล
– ถาม-ตอบ งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น
– สาระน่ารู้เกี่ยวกับวิทยุสื่อสาร
– แนวข้อสอบการใช้วิทยุสื่อสารเบื้องต้น
– สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติตำรวจแห่าติ พ.ศ. 2547
– แนวข้อสอบพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547


#รวมแนวข้อสอบตำรวจตระเวนชายแดน #(บช.ตชด.)
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
- แนวข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไปทางคณิตศาสตร์
- แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
- แนวข้อสอบวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเบื้องต้น
- แนวข้อสอบจริยธรรมและกฎหมายที่ประชาชนควรรู้
- แนวข้อสอบ วิชาภาษาอังกฤษ
- แนวข้อสอบเก่าพลตำรวจ


(+++เลือกตามตำแหน่งที่สอบ+++)



นสต. #กลุ่มสายงานป้องกันปราบปราม
นสต #กลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน
นายร้อยตำรวจหญิง (ม.6)
นายสิบตำรวจ #สายเทคนิค
นายตำรวจสัญญาบัตร #กลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน
นายตำรวจสัญญาบัตร กลุ่มสายงานป้องกันและปราบปราม
นายตำรวจสัญญาบัตร #สายประมวลผล
นายตำรวจสัญญาบัตร #สายการเงิน
นายตำรวจสัญญาบัตร #สายนิติกร
นายตำรวจท่องเที่ยว
นายตำรวจตรวจคนเข้าเมือง #ตม
นายตำรวจตระเวนชายแดน สายสื่อสาร ทส.7 (ตชด.)
นายตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)



#รวมสุดยอดแนวข้อสอบและไฟล์เอกสาร  #หนังสือคู่มืออ่านสอบหนังสืออ่านสอบ #เก็งเอกสารติวข้อสอบคู่มือสอบ #ติวสอบข้อสอบเก่า
#เปิดสอบงานราชการงานรัฐวิสาหกิจอัพเดทล่าสุดสำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปติวและไม่มีเวลาไปหาซื้อหนังสือ
#ข่าวเปิดสอบงานราชการ #เตรียมสอบราชการ #อัพเดทที่สุด #ปี #2559 #59


(http://upic.me/i/as/data111.jpg) (http://upic.me/show/60744793)

วิธีการสั่งซื้อ

(http://upic.me/i/1s/qrcodelineat.jpg) (http://line.me/ti/p/%40qod6536c)

กดเพิ่มเพื่อน หรือ สแกน QR CODE LINE @

(https://i.imgur.com/UPKadie.jpg) (http://line.me/ti/p/~0981081851)

กดเพิ่มเพื่อน หรือ สแกน QR CODE LINE ID 0981081851

*** จำหน่าย แนวข้อสอบทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง สอบถามได้
*** ไฟล์แนวข้อสอบ ราคา 399 บาท {จัดส่งทางอีเมล์}  สามารถเอาไปปริ้น อ่านได้เลย หรือ เปิดใน Computer, Smart Phone, Tablet ได้
*** หนังสืออ่านสอบ แถม แผ่น CD VCD หรือ MP3 (บรรยายเนื้อหา 1 เรื่อง) ราคา 999 บาท จัดส่งทางไปรษณีย์ {ร่วมค่าจัดส่ง EMS แล้ว}  
** ใส่เศษสตางค์เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ การโอนเงิน  ตัวอย่างเช่น 399.05, 399.50 , 399.77 **

ช่องทางการชำระเงิน สั่งซื้อแนวข้อสอบ

ธนาคารไทยพาณิชย์   
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 404-045-7465
ธนาคารกสิกรไทย 
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 011-298-4070
ธนาคารกรุงไทย   
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 984-402-4080



+++ Tel : 0981081851
+++ Line me : http://line.me/ti/p/%40qod6536c
+++ Line @ :  @qod6536c ใส่  "@" ด้วยนะครับ
+++ Line ID :  0981081851   
+++ E-Mail : k_sakhiran@hotmail.com
+++ Face Book : www.facebook.com/sheetthai.z


1 แนวข้อสอบทำการจัดส่งภายในวันที่โอนเงิน ไม่เกิน "เที่ยงคืน" (ในกรณีโอนเงินก่อน 18.00 น.)
2 โปรดตรวจสอบที่กล่องขาเข้า [Inbox] และ  อีเมล์ลล์ขยะ [Junk Mail]
3 หากยังไม่ได้รับ กรุณาติดต่อกลับมาที่   098-1081851 หรือทางอีเมล์
4 กรุณาเก็บหลักฐานการโอนเงินไว้ด้วย

&&& รายละเอียดที่ต้องแจ้งหลังจากโอนเงิน &&&
1. แจ้ง เวลาที่โอน ( ดูในใบ สลิป หรือ ใบ Pay in จากธนาคารเป็นหลักเท่านั้น )
2. แจ้ง ชื่อหน่วยงาน และตำแหน่ง ที่จะสั่งซื้อ
3. แจ้ง E-Mail (ในกรณีที่สั่งเป็นไฟล์)  
4. แจ้ง ชื่อที่อยู่ เบอร์โทร (ในกรณีที่สั่งเป็นหนังสือ)



#ข่าวเปิดสอบ #หนังสือ #คู่มือ #เตรียมสอบ #เก็งข้อสอบ #ติวสอบ #แนวข้อสอบ
++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด++ 
++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด ++
สมัครสอบตํารวจภูธรภาค 1
สมัครสอบตํารวจภูธรภาค 2
สมัครสอบตํารวจภูธรภาค 3
สมัครสอบตํารวจภูธรภาค 4
สมัครสอบตํารวจภูธรภาค 5
สมัครสอบตํารวจภูธรภาค 6
สมัครสอบตํารวจภูธรภาค 7
สมัครสอบตํารวจภูธรภาค 8
สมัครสอบตํารวจภูธรภาค 9


(https://i.imgur.com/ahxkNlY.png)
หัวข้อ: Re: รวมแนวข้อสอบ แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ สิงหาคม 07, 2015, 11:11:37 pm
(http://image.free.in.th/v/2013/in/160311102052.jpg) (http://picture.in.th/id/3b2fd111edb86c12a09bac730eb38a43)

ชุด DVD ติวสอบ นายสิบตำรวจ อัพเดทล่าสุด ปี 2559
- VCD ความรู้ความสามารถทั่วไป
- VCD ติวข้อสอบคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
- VCD ภาษษไทย ชุดที่ 1
- VCD ภาษาไทย ชุดที่ 2
- VCD ภาษาอังกฤษ
-  ข้อสอบ วิชากฏหมายทั่วไป คู่มือเตรียมสอบเข้าเป็นข้าราชการตำรวจ
- ข้อสอบวิชาจริยธรรม คู่มือเตรียมสอบ
- MP3 ข้อสอบภาษาอังกฤษ การใช้ GRAMMAR
- MP3 ความรู่เกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรมจริยธรรม
- ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฏหมาย
วิธีจำคำศัพท์ และ การเดาคำศัพท์ภาษาอังกฤษ Vocalbularay

รวมรวมเนื้อหาที่ออกสอบ คัดเน้นๆ มาไว้ในชุดนี้แล้ว

แนวข้อสอบ นายสิบตำรวจ สายปราบปราม

- ความรู้เกี่ยวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อัพเดท 2559
- ความสามารถด้านการคิดคำนวณ
- ความสามารถทางด้านเหตุผล
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านภาษา
- แนวข้อสอบกฏหมายที่ประชาชนควรรู้
- แนวข้อสอบเก่าตำรวจสายปราบปราม ชุดที่ 1
- แนวข้อสอบเก่าตำรวจสายปราบปราม ชุดที่ 2
- แนวข้อสอบเก่าตำรวจสายปราบปราม ชุดที่ 3
- แนวข้อสอบความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
- แนวข้อสอบภาษาต่างประเทศ _ภาษาอังกฤษ
- แนวข้อสอบสังคมวัฒนธรรมและจริยธรรม
- สรุปสาระสำคัญของประชาคมอาเซียน


แนวข้อสอบ นายสิบตำรวจ สายอำนวยการ

- ความรู้เกี่ยวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อัพเดท 2559
- ความสามารถและทางด้านเหตุผล
- ถาม - ตอบ งานอำนวยการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- ความสามารถด้านการคิดคำนวณคณิตศาสตร์
- ความสามารถด้านภาษาต่างประเทศและภาษาอังกฤษ
- รวมแนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ 2526 แก้ไขเพิ่มเติม
- รวมแนวข้อสอบสังคมและวัฒนธรรมและจริยธรรม   
- ความสามารถทางด้านภาษา
- รวมแนวข้อสอบความรู้เบืองต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์สำนักงาน
- รวมแนวข้อสอบเก่าตำรวจสายอำนวยการ ชุดที่ 1
- รวมแนวข้อสอบเก่าตำรวจสายอำนวยการ ชุดที่ 2
- สรุปสาระสำคัญ AEC ประชาคมอาเซียน



ข้อสอบไทย.คอม ศูนย์ข้อสอบไทย แนวข้อสอบเก่า อ่านฟรี พร้อมเฉลย ใหม่ล่าสุด งานราชการ ก.พ. อบต. ครู ตำรวจ ธนาคาร ธกส. รัฐวิสาหกิจ ?
แนวข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ คู่มือสอบ ติวสอบ หาข้อสอบ เก็งข้อสอบ ข้อสอบเก่า แจกข้อสอบ ข้อสอบลับ ข่าวการสอบ เปิดสอบ




(http://image.free.in.th/v/2013/io/160415063602.jpg) (http://picture.in.th/id/79166d4cf645fae027be5f572f933d03)

(http://image.free.in.th/v/2013/iq/150619053446.jpg) (http://picture.in.th/id/69dbbb16ae3e915f7ad2d70e428417c1)

*** จำหน่าย แนวข้อสอบทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง สอบถามได้
*** ไฟล์แนวข้อสอบ ราคา 399 บาท {จัดส่งทางอีเมล์}  สามารถเอาไปปริ้น อ่านได้เลย หรือ เปิดใน Computer, Smart Phone, Tablet ได้
*** หนังสืออ่านสอบ แถม แผ่น CD VCD หรือ MP3 (บรรยายเนื้อหา 1 เรื่อง) ราคา 999 บาท จัดส่งทางไปรษณีย์ {ร่วมค่าจัดส่ง EMS แล้ว}  
** ใส่เศษสตางค์เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ การโอนเงิน  ตัวอย่างเช่น 399.05, 399.50 , 399.77 **

ช่องทางการชำระเงิน สั่งซื้อแนวข้อสอบ

ธนาคารไทยพาณิชย์   
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 404-045-7465
ธนาคารกสิกรไทย 
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 011-298-4070
ธนาคารกรุงไทย   
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 984-402-4080



+++ Tel : 0981081851
+++ Line me : http://line.me/ti/p/%40qod6536c
+++ Line @ :  @qod6536c ใส่  "@" ด้วยนะครับ
+++ Line ID :  0981081851   
+++ E-Mail : k_sakhiran@hotmail.com
+++ Face Book : www.facebook.com/sheetthai.z



1 แนวข้อสอบทำการจัดส่งภายในวันที่โอนเงิน ไม่เกิน "เที่ยงคืน" (ในกรณีโอนเงินก่อน 18.00 น.)
2 โปรดตรวจสอบที่กล่องขาเข้า [Inbox] และ  อีเมล์ลล์ขยะ [Junk Mail]
3 หากยังไม่ได้รับ กรุณาติดต่อกลับมาที่   098-1081851 หรือทางอีเมล์
4 กรุณาเก็บหลักฐานการโอนเงินไว้ด้วย

&&& รายละเอียดที่ต้องแจ้งหลังจากโอนเงิน &&&
1. แจ้ง เวลาที่โอน ( ดูในใบ สลิป หรือ ใบ Pay in จากธนาคารเป็นหลักเท่านั้น )
2. แจ้ง ชื่อหน่วยงาน และตำแหน่ง ที่จะสั่งซื้อ
3. แจ้ง E-Mail (ในกรณีที่สั่งเป็นไฟล์)  
4. แจ้ง ชื่อที่อยู่ เบอร์โทร (ในกรณีที่สั่งเป็นหนังสือ)




#ข่าวเปิดสอบ #หนังสือ #คู่มือ #เตรียมสอบ #เก็งข้อสอบ ติวสอบ #แนวข้อสอบ #อัพเดทใหม่ล่าสุด #จังหวัด #2559 #2560
-#กองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.)
-#ตำรวจภูธรภาค_1_(ภ.1)
-#ตำรวจภูธรภาค_2_(ภ.2)
-#ตำรวจภูธรภาค_3_(ภ.3)
-#ตำรวจภูธรภาค_4_(ภ.4)
-#ตำรวจภูธรภาค_5_(ภ.5)
-#ตำรวจภูธรภาค_6_(ภ.6)
-#ตำรวจภูธรภาค_7_(ภ.7)
-#ตำรวจภูธรภาค_8_(ภ.8}
-#ตำรวจภูธรภาค_9_(ภ.9)
-#ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้ (ศชต.)
-#กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.)
-#ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.)

สมัครสอบตํารวจภูธรภาค 1
สมัครสอบตํารวจภูธรภาค 2
สมัครสอบตํารวจภูธรภาค 3
สมัครสอบตํารวจภูธรภาค 4
สมัครสอบตํารวจภูธรภาค 5
สมัครสอบตํารวจภูธรภาค 6
สมัครสอบตํารวจภูธรภาค 7
สมัครสอบตํารวจภูธรภาค 8
สมัครสอบตํารวจภูธรภาค 9

แนวข้อสอบตํารวจภูธรภาค 1
แนวข้อสอบตํารวจภูธรภาค 2
แนวข้อสอบตํารวจภูธรภาค 3
แนวข้อสอบตํารวจภูธรภาค 4
แนวข้อสอบตํารวจภูธรภาค 5
แนวข้อสอบตํารวจภูธรภาค 6
แนวข้อสอบตํารวจภูธรภาค 7
แนวข้อสอบตํารวจภูธรภาค 8
แนวข้อสอบตํารวจภูธรภาค 9
แนวข้อสอบตํารวจ (ศชต.)
แนวข้อสอบตํารวจ (บช.ตชด.)
แนวข้อสอบตํารวจ (ศชต.)
แนวข้อสอบตํารวจ บชน 


เฉลยแนวข้อสอบตำรวจ  2556‏
*************
 
1. ลำดับศักดิ์ของกฎหมายชั้นที่  3  คือกฎหมายใด
ก. พระราชกฤษฎีกา                                                                ค. พระราชกำหนด
ข. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ                             ง. พระราชบัญญัติ
ตอบ   ง. พระราชบัญญัติ
2. ข้อใดคือยาเสพติดประเภทที่  1
ก. มอร์ฟีน                                                                                 ค. เฮโรอีน
ข. กระท่อม                                                                               ง. โคเคน
ตอบ   ค. เฮโรอีน
3. โทษอาญาที่ใช้ลงแก่ผู้กระทำผิดมีกี่ประการ
ก. 4  ประการ                                                                            ค. 6  ประการ
ข. 3  ประการ                                                                            ง. 5  ประการ
ตอบ   ง. 5  ประการ   ได้แก่   1. ประหารชีวิต   2. จำคุก   3. กักขัง   4. ปรับ     5. ริบทรัพย์สิน
4. ใครเป็นผู้ออกหมายปล่อย
ก. ตำรวจ                                                                                    ค. ทนาย
ข. ศาล                                                                                         ง.  เจ้าพนักงาน
ตอบ   ข. ศาล
5. ผู้ที่ทำพินัยกรรมได้ต้องมีอายุกี่ปี
ก. 15  ปีบริบูรณ์                                                                       ค.  19  ปีบริบูรณ์
ข. 18  ปีบริบูรณ์                                                                       ง.  20  ปีบริบูรณ์
ตอบ   ก. 15  ปีบริบูรณ์
6. ข้อใดไม่ได้สัญชาติไทย
ก. มารดาสัญชาติไทย แล้วคลอดลูกนอกราชอาณาจักรไทย
ข. หญิงซึ่งเป็นคนต่างด้าวและได้สมรสกับผู้มีสัญชาติไทย
ค. ต่างด้าวที่มาท่องเที่ยวแล้วคลอดลูก
ง. ต่างด้าวซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนทางทูตหรือเจ้าหน้าที่ในคณะผู้แทนทางทูต
ตอบ   ค. ต่างด้าวที่มาท่องเที่ยวแล้วคลอดลูก
 
7. อาญาที่ผู้ฟ้องต้องการยอมความต้องยอมความภายในกี่เดือน
ก. 1  เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด
ข. 2  เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด
ค. 3  เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด
ง. 4  เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด
ตอบ   ค. 3  เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด
8. ถ้าคลอดลูกในรถแท็กซี่แล้วตำรวจจราจรทำคลอด ใครเป็นผู้แจ้งเกิด
ก. คนขับแท็กซี่                                                                         ค. บิดา  มารดา
ข. ตำรวจ                                                                                    ง. ใครก็ได้
ตอบ   บิดา  มารดา
9. โมฆียกรรมคืออะไร
ก. ผลผูกพันที่ไม่สมบูรณ์มาแต่ต้น                                      ค. ผลผูกพันจนกว่าจะบอกล้าง
ข. ผลผูกพันจนกว่าจะบอกล้าง ง. ผลผูกพันที่ไม่สามารถให้สัตยาบันได้
ตอบ    ข. ผลผูกพันจนกว่าจะบอกล้าง
10. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการบรรลุนิติภาวะ
ก. สมรสแล้วหย่ากลับมาเป็นผู้เยาว์
ข. ผู้เยาว์สามารถบรรลุนิติภาวะได้โดยการสมรส
ค. ศาลอนุญาตให้สมรสกันได้เพราะมีเหตุควรสมรส แม้คู่สมรสจะมีอายุยังไม่ถึงสิบเจ็ดปีบริบูรณ์ก็ตาม
ง. ศาลจะไม่อนุญาตให้มีการสมรสกับผู้มีอายุต่ำกว่าสิบห้าปี
ตอบ    ก.  สมรสแล้วหย่ากลับมาเป็นผู้เยาว์
11. ข้อใดสำคัญที่สุดในระบบคอมพิวเตอร์
ก. บุคลากร                                                                 ค.  ซอฟต์แวร์
ข. ฮาร์ดแวร์                                                                               ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ   ก. บุคลากร
หัวข้อ: Re: รวมแนวข้อสอบ แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ สิงหาคม 07, 2015, 11:12:53 pm
ข้อสอบกฎหมาย 10 ข้อ (ครบแล้ว)

1.ลำดับศักดิ์ของกฎหมาย
ตอบ พระราชบัญญัติ

2.ข้อใด ยาเสพติดประเภทที่1เฮโรอีน นำไปบำบัด
ตอบ เสพยาเสพติด

3.โทษทางอาญา
ตอบ ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ ริบทรัพย์สิน

4.ผู้ออกหมายปล่อย
ตอบ ศาล

5.ทำพินัยกรรม
ตอบ 15ปีบริบูรณ์

6.ไม่ได้สัญชาติไทย
ตอบ ต่างด้าวที่มาท่องเที่ยวแล้วคลอดลูก

7.อาญาที่ผู้ฟ้องต้องการยอมความต้องยอมความภายใน
ตอบ 3เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด


8.คลอดลูกในแท๊กซี่ตำรวจจราจรทำคลอด ใครแจ้งเกิด?
ตอบ บิดามารดา

9.โมฆียกรรมคือ
ตอบ ผลผูกพันจนกว่าจะบอกล้าง

10.ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการบรรลุนิติภาวะ
ตอบ สมรสแล้วหย่ากลับมาเป็นผู้เยาว์


ข้อสอบเทคโนโลยีสารสนเทศ 20ข้อ

1.สำคัญสุดในระบบคอมพิวเตอร์
ตอบ บุคคลากร

2.องค์ประกอบระบบคอมพิวเตอร์
ตอบ ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) บุคลากร (Peopleware) ข้อมูล (Data) กระบวนการทำงาน (Procedure)

3.เก็บข้อมูลการท่องเว็บไซต์
ตอบ History

4.การเข้าถึงเว็บไซต์ที่ถูกลบไปแล้วในกูเกิ้ล
ตอบ แคช (cache)

5.การส่งภาพระยะ10เมตร
ตอบ บลูทูธ

6.www.จำไม่ได้.com ข้อใดแสดงประเภทเว็บไซต์
ตอบ .com

7. 180.168.1.113 ส่วนใดแสดงหมายเลขเครื่อง
ตอบ 113

8. Wi-fi คือ ....
ตอบ คลื่นวิทยุ

9.ระบบที่หาข้อบกพร่องได้ง่ายที่สุด
ตอบ Star

10.สารสนเทศคือ?
ตอบ ข้อมูลที่ประมวลผมแล้ว มาใช้ในการตัดสินใจ

11. flash mamory
ตอบ ลบ-บันทึก ได้

12.กล้องวิดีทัศน์และฮาร์ดิสใช้ พอร์ตใด
ตอบ USB

13.กุญแจอัจฉริยะ กับ e-passport
ตอบ RIFD หรือ DCI ไม่แน่ใจจำไม่ได้

14.ข้อใดไม่ใช่การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
ตอบ LAN

15.ประมาณ wi-fi อีกข้อ เหมือนจะซ้ำๆ
ตอบ วิทยุ

16. วิธีคำนวณผลทางคอมพิวเตอร์
ตอบ * / % + -

17.การค้นข้อมูลในกูเกิ้ลข้อใดได้ผลแตกต่าง
ตอบ Cat or Dog

18.การค้นข้อมูลกูเกิ้ลโดยใส่วงเล็บ ให้ผลอย่างไร
ตอบ มีทุกคำในวงเล็บ (จำไม่ได้ช๊อยไหน)

19.ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของหน่วยความจำหลัก
ตอบ ประจุไฟฟ้าอะไรเนี่ยแหละจำไม่ค่อยได้

20.ข้อใดแตกต่างจากพวก
ตอบ Linux Winzip
หัวข้อ: Re: รวมแนวข้อสอบ แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ สิงหาคม 07, 2015, 11:13:26 pm
ข้อสอบสังคมและจริยธรรม 10 ข้อ

ประเทศไทยถูกเพ่งเล็งจาก...ปัญหาสิทธิมนุษยชนเรื่องใด(ประมาณนี้55)
ตอบ การค้ามนุษย์

อาชีพเสรีในอาเซียน
ตอบ เภสัช(ไม่ใช่)

คติธรรมคือ
ตอบ ความเชื่อ

บ้านปลูกริมลำน้ำ
ตอบ ค่านิยม ไม่ก็ วัฒนธรรม

หัวหน้าลำเอียงไม่ชอบหน้าลูกน้อง
ตอบ โทสคติ

สังคมขัดแย้งใช่หลักธรรมใด
ตอบ

พิธีกรรมทางการเกษตรคือข้อใด
ตอบ

ข้อสอบกฎหมาย 10 ข้อ

โทษทางอาญา
ตอบ ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ ริบทรัพย์สิน

ผู้ออกหมายปล่อย
ตอบ ศาล

ทำพินัยกรรม
ตอบ 15ปีบริบูรณ์

ไม่ได้สัญชาติไทย
ตอบ ต่างด้าวที่มาท่องเที่ยวแล้วคลอดลูก

อาญาที่ผู้ฟ้องต้องการยอมความต้องยอมความภายใน
ตอบ 3เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด

คลอดลูกในแท๊กซี่ตำรวจจราจรทำคลอด ใครแจ้งเกิด?
ตอบ บิดามารดา

โมฆียกรรมคือ
ตอบ ผลผูกพันจนกว่าจะบอกล้าง

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการบรรลุนิติภาวะ
ตอบ สมรสแล้วหย่ากลับมาเป็นผู้เยาว์
หัวข้อ: Re: รวมแนวข้อสอบ แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ สิงหาคม 07, 2015, 11:15:01 pm
แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ สายอำนวยการ
วิชา งานสารบรรณ
1. หัวหน้าส่วนราชการที่อนุมัติหนังสือครบกำหนดทำลายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ก. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ                          ค. รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ข. จเรตำรวจแห่งชาติ                                         ง. อธิบดีกรมตำรวจ
ตอบ   ก. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
2. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีรหัสตัวพยัญชนะ คือ
ก. สตช.                                                                 ค. ตรช.
ข. ตช.                                                                    ง. ตร.
ตอบ    ข. ตช.
3. กระดาษชนิดใดให้ใช้กระดาษขนาด A4 หรือขนาด A5  พิมพ์ขนาดตัวครุฑสูง 1.5 ซม. ด้วยหมึกสีดำอยู่มุมบนด้านซ้าย
ก. กระดาษบันทึกข้อความ                                ค. กระดาษปอนด์ขาว
ข. กระดาษตราครุฑ                                            ง. กระดาษชนิดใดก็ได้
ตอบ   ก. กระดาษบันทึกข้อความ
4. กระดาษชนิดใดให้ใช้กระดาษขนาด A4 พิมพ์ขนาดตัวครุฑสูง 3 ซม. ด้วยหมึกสีดำ หรือทำเป็นครุฑดุน ที่กึ่งกลางส่วนบนของกระดาษ
ก. กระดาษบันทึกข้อความ                                ค. กระดาษปอนด์ขาว
ข. กระดาษตราครุฑ                                            ง.กระดาษสีขาวหรือสีน้ำตาล
ตอบ   ข. กระดาษตราครุฑ               
5. ข้อใด ไม่ใช่ รายละเอียดของหนังสือประทับตรา
ก.การขอรายละเอียดเพิ่มเติม                                           
ข.การเตือนเรื่องที่ค้าง
ค. การส่งสำเนาหนังสือ สิ่งของ เอกสาร หรือบรรณสาร
ง.เรื่องที่เกี่ยวกับราชการสำคัญ หรือ การเงิน
ตอบ   ง. เรื่องที่เกี่ยวกับราชการสำคัญ หรือ การเงิน
หนังสือประทับตรา ใช้เมื่อ
1. การขอรายละเอียดเพิ่มเติม
2. การส่งสำเนาหนังสือ สิ่งของ เอกสาร หรือบรรณสาร
หัวข้อ: Re: รวมแนวข้อสอบ แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ สิงหาคม 07, 2015, 11:16:40 pm
แนวข้อสอบความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

1. Web Server  คืออะไร
ก. ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ในการทำงาน
ข. เป็นส่วนหนึ่งของอินเตอร์เน็ต
ค. เครื่องคอมพิวเตอร์ที่จัดสร้างข้อมูลข่าวสาร
ง. การค้นหาข้อมูล
ตอบ       ค.   เครื่องคอมพิวเตอร์ที่จัดสร้างข้อมูลข่าวสาร
2. Network Address  คืออะไร
ก.   ระบบเครือข่าย                                                     ข.   ชื่อเครือข่าย
ค.   ที่อยู่เครือข่าย                                                        ง.   หมายเลขเครือข่าย
ตอบ  ง.   หมายเลขเครือข่าย
3. อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณติดตั้งคั่นกลางระหว่าง  เครื่องคอมพิวเตอร์และสายโทรศัพท์เรียกว่า
ก.   แคช                                                                        ข.   ปาล์ม
ค.   โมเดล                                                                    ง.   ซีพียู
ตอบ  ค.   โมเดล
4. ต่อเชื่อมในภาษาอังกฤษ มีศัพท์ว่าอย่างไร
ก.   next to                                                                   ข.   connect
ค.   on                                                                           ง.   In
ตอบ   ข.   connect
5. หากสมมุติว่าเล่นอินเตอร์เน็ต  แล้วเราต้องการดูการเปลี่ยนแปลงบางประการเราจะทำอย่างไร
ก.   กดปุ่ม search                                                        ข.   กดปุ่ม favorites
ค.   กดปุ่ม back                                                           ง.   กดปุ่ม refresh
ตอบ  ง.   กดปุ่ม refresh
6. ถ้าเราต้องการนำข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตมาลงเครื่องของเรา  เราเรียกว่าอะไร
ก.   up                                                                           ข.   up load
ค.   down load                                                            ง.   Down
ตอบ  ค.   down load
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 28, 2015, 02:03:36 pm
แนวข้อสอบตำรวจนายสิบ

รวมแนวข้อสอบนายสิบตำรวจ พร้อมเฉลย

แนวข้อสอบจริยธรรม

 1.หลักธรรมตามกฎหมายตราสามดวง ซึ่งเป็นหลักธรรมที่ใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งผู้พิพากษา
ยึดถือเป็นหลักนำมาใช้ในการพิจารณาพิพากษาคดีนั้น เรียกว่า
ก. อินทภาษ
ข. ฉันทาคติ
ค. อิทธิบาท 4
ง. หลักทศพิษราชธรรม
 
ตอบ ก. อินทภาษ
หลักธรรมที่เรียกว่า “อินทภาษ” เป็นหลักธรรมตามกฎหมายตราสามดวง ซึ่งเป็น
หลักธรรมที่ใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งผู้พิพากษายึดถือเป็นหลักนำมาใช้ในการพิจารณา
พิพากษาคดี ซึ่งหลักธรรมอินทภาษ ได้แก่
1. ฉันทะหรือฉันทาคติ คือ ความรักใคร่พอใจ
2. โทสะหรือโทสาคติ คือ ความโกรธ พยาบาท จองเวร อาฆาต
3. ไภยะหรือภยาคติ คือ ความรู้สึกหวาดกลัวหรือหวั่นไหว
4. โมหะหรือโมหาคติ คือ ความหลงไหล มืดมัว
 
2. ข้อใดเป็นการประพฤติตัวเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้บังคับบัญชา
ก. มีไมตรีจิต
ข. เป็นคนสุจริต
ค. สนับสนุนและยกย่องคนดี
ง. ถูกทุกข้อ
 
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
สำหรับการประพฤติตัวเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้บังคับบัญชามี 10 ข้อ ดังนี้
1. เป็นคนสุจริต และไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างเด็ดขาด โดยควรละความ
ชั่ว หรือบริหารจัดการหรือปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และพยายามแสดงออกให้เห็นอย่าง
ชัดเจนอย่างต่อเนื่อง เช่น ไม่เรียกร้องหรือรับทรัพย์สินเงินทอง รับส่วย รับผลประโยชน์ตอบแทน
ในทางมิชอบ และไม่ปกป้องคุ้มครองช่วยเหลือผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทุจริต
2. เสียสละประโยชน์และความสุขส่วนตัวเพื่อส่วนรวม
3. ดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่อย่างภาคภูมิใจ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และมีจรรยาบรรณ
โดยควรระลึกและปฏิบัติในลักษณะที่ว่า เกียรติมาก่อน (honor comes first) เงินหรือผลประโยชน์
ในทางมิชอบ
4. มีไมตรีจิต (courtesy) ซึ่งครอบคลุมถึงการมีมารยาท ความสุภาพ ความเอื้อเฟื้อ มี
อัธยาศัย และมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
5. ทำตัวให้เป็นที่ยอมรับ (respect) หรือให้ได้รับความศรัทธาจากประชาชน
6. เป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ และรู้จักพอ
7. สนับสนุนและยกย่องคนดี พร้อมทั้งดำเนินการกับคนไม่ดี เช่น ไม่ยกย่องนินทา และ
ประณาม
8. มีความเป็นผู้เชี่ยวชาญ และนำหลักวิชาการมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการ และใน
การประพฤติตัวเป็นแบบอย่างที่ดี
9. ปฏิบัติราชการในลักษณะที่แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ (professionalism) ซึ่งหมายถึง
รู้จริง มีความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ และสามารถปฏิบัติงานเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม
ได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงและชัดเจน
10. มิใช่เป็นเพียงผู้นำในการบริหารงานเท่านั้น แต่ควรเป็นผู้นำที่มีภาวะผู้นำสูงกล้าที่จะ
เป็นผู้นำ และกล้าที่จะตัดสินใจพัฒนาจริยธรรมของข้าราชการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เช่นนี้
สอดคล้องกับข้อความที่ว่า A leader without leadership is not leader
 
3. ข้อใดไม่ใช่หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
ก. หลักนิติธรรม
ข. หลักจริยธรรม
ค. หลักความมีส่วนร่วม
ง. หลักความคุ้มค่า
 
ตอบ ข. หลักจริยธรรม
หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีที่ประกอบด้วย 6 หลัก ได้แก่
1.หลักนิติธรรม (rule of law)
2.หลักคุณธรรม (ethics)
3.หลักความโปร่งใส (transparency)
4.หลักความมีส่วนร่วม (participation)
5.หลักความรับผิดชอบ (accountability)
6.หลักความคุ้มค่า (value for money)
 
4. ความประพฤติที่ดีงาม ตามหลักศาสนาของแต่ละคน หมายถึงการมีทศพิธราชธรรม ตามข้อใด
ก. ศีล                                ข. สมาธิ
ค. ความเที่ยงธรรม            ง. ความอ่อนโยน
 
ตอบ ก. ศีล
หลักทศพิธราชธรรม ที่นักบริหารและสามัญชนสามารถนำมาปรับใช้ได้ สรุปสาระสำคัญ
ได้ดังนี้
1. ทาน คือ การให้นอกเหนือจากการบริจาคเป็นทรัพย์สินหรือสิ่งของแก่ผู้ยากไร้ผู้ด้วย
โอกาส และผู้ตกทุกข์ได้ยากแล้ว อาจจะให้น้ำใจแก่ผู้อื่นได้ด้วย
2. ศีล คือ ความประพฤติที่ดีงาม ตามหลักศาสนาของแต่ละคน เป็นต้นว่า ยึดถือศีล 5
ตามหลักพระพุทธศาสนา
3. บริจาค คือ ความเสียสละ หมายถึง การเสียสละความสุขส่วนตนเพื่อความสุข
หรือประโยชน์ของส่วนรวม
4. ความซื่อตรง คือ การดำเนินชีวิตและปฏิบัติหน้าที่การงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
5. ความอ่อนโยน คือ ความสุภาพอ่อนโยน มีอัธยาศัยไมตรี ไม่เย่อหยิ่งถือตัวและไม่ติด
ยึดกับระบบเจ้าขุนมูลนาย คนทั่วไปก็จะต้อนรับ เพราะอยู่ใกล้แล้วสบายใจ
6. ความเพียร คือ หลักธรรมที่สอนให้ไม่ย่อท้อ แต่ให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความมุ
มานะ ฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายจนประสบความสำเร็จ
7. ความไม่โกรธ คือ การไม่โมโหหรือโกรธง่าย ถึงแม้ในหลายสถานการณ์จะทำได้ยาก
8. ความไม่เบียดเบียน คือ การไม่บีบคั้นกดขี่ผู้อื่น รวมทั้งการไม่ใช้อำนาจไปบังคับ หรือ
หาเหตุผลกลั่นแกล้งผู้อื่นด้วย
9. ความอดทน หรือ ขันติ คือ การทนต่อความยากลำบาก ไม่ท้อถอยและไม่หมดกำลัง
กาย กำลังใจที่จะดำเนินชีวิต
10. ความเที่ยงธรรม คือ ความยุติธรรม ความถูกต้อง ความหนักแน่น ไม่เอนเอียง
หวั่นไหวด้วยคำพูด อารมณ์ หรือลาภสักการะใด
 
5.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตราใดกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้
ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ก. มาตรา 256            ข. มาตรา 265
ค. มาตรา 279            ง. มาตรา 298
 
ตอบ ค. มาตรา 279
ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2550 มาตรา 279 กำหนดให้มาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทาง
การเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภทให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมที่
กำหนดขึ้น โดยจะต้องมีกลไกและระบบในการดำเนินงาน เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพ รวมทั้งกำหนดขั้นตอนการลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ การฝ่าฝืน
หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดทางวินัย
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 28, 2015, 02:04:08 pm
แนวข้อสอบกฎหมายที่ประชาชนควรรู้ สำหรับสอบ นายสิบตำรวจ ตำรวจชั้นประทวน วุฒิ.ม6
 
1.“Corpus Juris Civillis” เป็นชื่อของ
ก. กฎหมายไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
ข. กฎหมายสิบสองโต๊ะ
ค. ประมวลกฎหมายของพระเจ้าจัสติเนียน
ง. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย
 
2.ผู้มีอำนาจพิจารณาร่างพระราชกำหนดคือ
ก. รัฐสภา
ข. คณะรัฐมนตรี
ค.รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกำหนดนั้น
ง.สภาผู้แทนราษฎร
 
3.โทษในทางแพ่ง หมายถึง
ก. ริบทรัพย์สิน          ข. ใช้ค่าเสียหาย
ค. ปรับ                     ง. ถูกทุกข้อ
 
4.ที่มาของกฎหมายของประเทศที่ใช้กฎหมายลายลักษณ์อักษรมาจาก
ก. คำพิพากษาของศาล         ข. จารีตประเพณี
ค. ศาสนา                            ง. ถูกทุกข้อ
 
5.มูลเหตุที่ทำให้เกิดที่มาของกฎหมายมาจาก
ก. ขนบธรรมเนียมประเพณี
ข.จารีตประเพณี
ค. ศาสนา
ง. ข้อ ก. และ ค.
 
6.โทษในทางอาญาหมายถึง
ก. กักกัน                   ข. ใช้ค่าเสียหาย
ค. ยึดทรัพย์สิน           ง. ผิดทุกข้อ
 
7. ผู้ที่แบ่งความยุติธรรมออกเป็นความยุติธรรมที่เป็นธรรมชาติและความยุติธรรมที่เป็นแบบแผน คือ
ก. อริสโตเติล
ข. มองเตสกิเออร์
ค. เคลเซ่น
ง. กษัตริย์จัสติเนียน
 
8. องค์การสหประชาชาติ (UN)เป็นรูปแบบของ
ก. องค์กรที่มีอาณาเขตแน่นอนของอำนาจ
ข. องค์กรที่ไม่มีอาณาเขตแน่นอนของอำนาจ
ค. อำนาจที่ไม่มีการจัดเป็นองค์กร
ง. อำนาจที่อยู่ในองค์กร
 
9. ผู้ที่เขียนหนังสือทฤษฎีบริสุทธิ์ของกฎหมายคือ
ก. โฮล์ม
ข. อริสโตเติล
ค. เคลเซ่น
ง. กษัตริย์นโปเลียน
 
10.กฎหมายคือข้อบังคับของรัฐ ซึ่งกำหนดความประพฤติของมนุษย์ ถ้าฝ่าฝืนจะได้รับผลร้าย
หรือถูกลงโทษ ผู้ให้คำนิยามศัพท์นี้คือ
ก. กรมหลวงราชบุรี
ข. ดร.หยุด แสงอุทัย
ค. กรมหลวงสงขลานครินทร์
ง. ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช
 
11. ลักษณะของกฎหมายในสายตานักวิชาการคือ
ก. เป็นข้อบังคับหรือกฎเกณฑ์ที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม
ข. เป็นคำสั่งหรือข้อบังคับที่ใช้ได้ทั่วทั้งประเทศ
ค. ต้องมีสภาพบังคับ
ง. ต้องเป็นกฎหมายตามเนื้อความ
 
12. สิ่งที่คล้ายคลึงกับกฎหมายแต่ไม่ใช่กฎหมายคือ
ก. จารีตประเพณี
ข. ศาสนา
ค. ศีลธรรม
ง. ถูกทุกข้อ
 
13. พระบิดาแห่งกฎหมายไทยคือ
ก. กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์
ข.กรมหลวงชุมพร
ค. กรมหลวงพิษณุโลก
ง. กรมหลวงจันทบุรี
 
14. กฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรฉบับแรกของโลกเกิดขึ้นในสมัย
ก. อียิปต์             ข. กรีก
ค. โรมัน             ง. นโปเลียน
 
15. สิ่งใดต่อไปนี้ที่มิใช่สิทธิที่ได้มาโดยนิติเหตุ
ก. นายดำขับรถประมาทชนนายขาว
ข. นายดำเดินเหม่อชนแจกันนายขาวแตก
ค. นายดำได้รับมรดกจากปู่โดยพินัยกรรม
ง. นายดำซ่อมท่อน้ำที่แตกบริเวณบ้านนายขาว ขณะนายขาวไม่อยู่บ้าน
 
เฉลยแนวข้อสอบกฎหมายที่ประชาชนควรรู้
 
1. ตอบ ค. ประมวลกฎหมายของพระเจ้าจัสติเนียน
ประมวลกฎหมาย Justinian (Corpus Juris Civillis) เป็นกฎหมายในรูปของจารีต
ประเพณีที่รวบรวมเป็นหมวดหมู่หรือเป็นลายลักษณ์อักษร (Written Custom) เกิดขึ้นในสมัยของ
กษัตริย์ Justinian
 
2.ตอบ ข. คณะรัฐมนตรี
“พระราชกำหนด” คือ กฎหมายที่พระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้นตามคำแนะนำของ
คณะรัฐมนตรี โดยผู้เสนอร่างพระราชกำหนด คือ รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบและผู้มีอำนาจพิจารณา ได้แก่ คณะรัฐมนตรี
 
3.ตอบ ข. ใช้ค่าเสียหาย
“โทษในทางแพ่ง” หมายถึง การชดใช้ค่าเสียหาย หรือค่าสินไหมทดแทน ส่วน “โทษ
ในทางอาญา” หมายถึง การลงโทษเอากับตัวผู้กระทำผิด ซึ่งเรียงจากโทษหนักที่สุดไปถึงเบาที่สุด
ได้แก่ ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ และริบทรัพย์สิน
 
4. ตอบ ข. จารีตประเพณี
กฎหมายที่เป็นรูปลายลักษณ์อักษรเกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยโรมัน โดยเฉพาะในรัชสมัยของ
กษัตริย์ Justinian
 
5. ตอบ ง. ข้อ ก. และ ค.
มูลเหตุที่ทำให้เกิดที่มาของกฎหมาย ได้แก่
1. หัวหน้าเผ่า หรือผู้ที่มีอำนาจสูงสุดของเผ่า ของหมู่บ้าน ของรัฐ หรือของประเทศ
2. ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ยึดถือปฏิบัติสอดคล้องกันตลอดมาคู่กับหมู่เผ่า รัฐของตน
3. ความเชื่อในเทพเจ้า วิญญาณบรรพบุรุษ หรือคำสั่งสอนของพระศาสดา ซึ่งต่อมา
เรียกว่า ศาสนา
4. ความยุติธรรม
5. ความคิดเห็นของนักปราชญ์หรือนักวิชาการของกฎหมาย
6. คำพิพากษาของศาล
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 28, 2015, 02:04:30 pm
 
แนวข้อสอบวิชา คอมพิวเตอร์
 
แนวข้อสอบ คอมพิวเตอร์
 
1.ถ้าพิมพ์งานด้วย Microsoft Word แล้วเรียกข้อมูลผ่าน Web Browser มาดู ในขณะที่เรียกข้อมูลมาดู
นั้น เราเรียก Microsoft Word ว่าทำหน้าที่ในส่วนที่เป็น
ก. Background Mode
ข. Front Mode
ค. Back Mode
ง. Dual Mode
 
ตอบ ก. Foreground Mode คือ งานที่คอมพิวเตอร์กำลังทำอยู่ในหน้าต่างที่กำลังใช้งาน (Active
Window) ในกรณีที่คอมพิวเตอร์นั้นสามารถทำได้หลายโปรแกรมหรือหลาย ๆ หน้าต่างพร้อมกัน
(Multitasking) สำหรับ Background Mode คือ หน้าต่างพื้นหลังที่เรายังไม่ได้ใช้งานในขณะนั้นซึ่ง
จะซ่อนอยู่หลังหน้าต่างที่กำลังใช้งาน (Foreground)
 
2.โปรแกรมฝังตัว หรือ Resident Program เป็นโปรแกรมซึ่งเมื่อติดตั้งแล้วจะอยู่ในส่วนของ
ก. Hard Disk
ข. Diskette
ค. Operating System
ง. Memory
 
ตอบ ง. โปรแกรมประเภทฝังตัว (Resident Program) เป็นโปรแกรมที่ถูกออก–แบบให้คงอยู่ใน
หน่วยความจำ (Memory) ซึ่งสามารถเข้าถึงโดยสุ่มได้ตลอดเวลา เพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำมาใช้งานได้
อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าจะมีโปรแกรมประเภทอื่นอยู่ในหน่วยความจำก็ตามตัวอย่างเช่น SideKick
(SK), Lotus Metro, Print Spooler Program เป็นต้น
 
3.ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของระบบปฏิบัติการ
ก. I/O Management
ข. Memory Management
ค. Processor Management
ง. ไม่มีข้อใดผิด
 
ตอบ ค. หน้าที่ของระบบปฏิบัติการมีดังนี้ คือ
1. การจัดการในส่วนของการติดต่อกับอุปกรณ์อินพุตและเอ้าท์พุต (I/O Management)
2. การจัดการในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์(Memory Management)
3. ความสามารถในการรับคำสั่งเข้าไปปฏิบัติการ (Command Processing) ซึ่งเปรียบเสมือน
แม่บ้านที่ควบคุมการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์
 
4.คอมพิวเตอร์ที่ส่ง Web Pages ให้กับผู้ใช้งานตามที่ผู้ใช้ร้องขอ เรียกว่า
ก. Web Link
ข. Web Server
ค. Web Client
ง. Web Services
 
ตอบ ข. เครื่องบริการเว็บ (Web Server) คือ โปรแกรมที่รับการร้องขอ (Request) สำหรับ
สารสนเทศที่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ในการส่งไฮเปอร์เท็กซ์ (Hypertext) ใน WWW เครื่องบริการจะ
ประมวลผลการร้องขอเหล่านี้และส่งเอกสารไปให้ตามที่ร้องขอ
 
5.ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับ Internet
ก. E – book เป็นบริการหลักบริการหนึ่งของ Internet
ข. เป็นเครือข่ายในระดับ MAN
ค. รัฐบาลแต่ละประเทศเป็นเจ้าของเครือข่าย Internet ของประเทศนั้น ๆ
ง. บุคคลทั่วไปใช้งาน Internet ผ่าน Internet Service Provider
 
ตอบ ง. ตัวเลือกที่ ก. – ค. ผิด เนื่องจากเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายระดับ WAN โดยมีWWW
(World Wide Web) เป็นบริการหลักบริการหนึ่งของ Internet นอกจากนี้ระบบอินเตอร์เน็ตทั้งหมดจะ
ถูกควบคุมดูแลโดยสมาคมอินเตอร์เน็ตนานาชาติ (Internet Societies : ISOC)
 
6.WYSIWYG (What You See Is What You Get) เป็นขั้นตอนใดในการใช้โปรแกรมประมวลผลคำ
ก. Text Entry
ข. Editing
ค. Print Formatting
ง. Printing
 
ตอบ ค.
 
7.การจัดกระดาษให้ห่างจากขอบกระดาษด้านซ้ายมือและขวามือว่าเป็นเท่าใด เป็นขั้นตอนใดในการใช้
โปรแกรมประมวลผลคำ
ก. Text Entry
ข. Editing
ค. Print Formatting
ง. Printing
 
ตอบ ค.
 
8.โปรแกรมซึ่งช่วยให้เราสามารถหาคำพ้องได้พร้อมกับความหมายย่อของแต่ละคำ เรียกว่า
ก. Thesaurus
ข. Mail Merge
ค. Spelling Checker
ง. Outliner
 
ตอบ ก. Thesaurus คือ โปรแกรมที่ช่วยให้เราสามารถหาคำพ้องได้พร้อมกับความหมายย่อของแต่
ละคำ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจประโยคที่เขียนผิดจากหลักไวยากรณ์และขัดเกลาในเรื่องคำศัพท์ที่
ใช้ได้อีกด้วย
 
9.การสร้างแฟ้มจดหมาย 1 ฉบับ และสร้างแฟ้มฐานข้อมูลลูกค้าซึ่งมีลูกค้าหลาย ๆ คน โปรแกรมจะทำ
การพิมพ์จดหมายโดยการนำรายชื่อลูกค้าและรายละเอียดอย่างอื่นของลูกค้ามาผนวกกับแฟ้มจดหมาย
ผลที่ได้จะได้จดหมายให้ลูกค้าของบริษัททั้งหมดโดยไม่ต้องเสียเวลาการพิมพ์จดหมายให้ลูกค้าแต่ละ
รายการเป็นการทำงานของโปรแกรมในข้อใดต่อไปนี้
ก. Thesaurus
ข. Mail Merge
ค. Spelling Checker
ง. Outliner
 
ตอบ ข. โปรแกรมประมวลผลคำ (Word Processing) มีความสามารถพิเศษในการทำงานด้าน Mail
Merge ซึ่งหมายถึง การสร้างแฟ้มจดหมาย 1 ฉบับ และสร้างแฟ้มฐานข้อมูลของลูกค้าเพื่อพิมพ์
จดหมายให้ลูกค้าของบริษัททั้งหมด ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาจัดพิมพ์จดหมายให้ลูกค้าแต่ละราย
 
10.คุณลักษณะในข้อใดต่อไปนี้ที่โปรแกรมสามารถตรวจคำสะกดโดยมีการเก็บคำต่าง ๆ ที่ใช้กันอยู่
เป็นแสน ๆ คำ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของคำ
ก. Thesaurus
ข. Mail Merge
ค. Spelling Checker
ง. Outliner
 
ตอบ ค. ความสามารถอีกประการหนึ่งของโปรแกรมประมวลผลคำ ก็คือ การตรวจและแก้ไขคำสะกด
(Spelling Checker) ซึ่งเมื่อเราพิมพ์ผิดหรือพิมพ์คำที่ไม่มีในพจนานุกรม จะปรากฏเส้นสีแดงขีดใต้คำ
นั้น ทำให้เราสามารถแก้ไขคำนั้นได้ทันที
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 28, 2015, 02:04:59 pm
แนวข้อสอบวิชา คอมพิวเตอร์

21.ข้อใดกล่าวผิด
ก. ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ CAD มากที่สุดคือวิศวกร และสถาปนิก
ข. ความสามารถพิเศษของ CAM คือการวาดรูป
ค. อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการแสดงผลจากการวาดรูปคือ Plotter
ง. โดยปกติเราจะใช้ CAD และ CAM คู่กัน

ตอบ ข.การออกแบบโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย (Computer–Aided Design : CAD) เป็นการใช้
คอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ในการออกแบบต่าง ๆ ในงานด้านอุตสาหกรรมหรือสถาปัตยกรรมด้วยความ
รวดเร็ว เช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือการออกแบบบ้าน เป็นต้น ส่วนการผลิตโดยใช้
คอมพิวเตอร์ช่วย (Computer–Aided Manufacturing:CAM)เป็นการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยอำนวย
ความสะดวกในการควบคุมเครื่องจักรและการผลิตในโรงงาน เช่น การควบคุมจำนวนสินค้า การ
บรรจุหีบห่อ เป็นต้น รวมถึงการวางแผนการใช้วัสดุในการผลิตสินค้าด้วย

22.การรวบรวมระเบียนข้อมูล แฟ้มข้อมูลให้อยู่ในโครงสร้างที่สามารถปฏิบัติงานได้ตามสภาพความ
ต้องการของระบบ เรียกว่า
ก. DATA
ข. Information
ค. File
ง. Database

ตอบ ง.

23.ปัญหาที่แฟ้มข้อมูลต่าง ๆ เช่น แฟ้มลูกค้า กับแฟ้มการสั่งซื้อ จะมีข้อมูลบางส่วนที่ปรากฏซ้ำ ๆ กัน
เป็นปัญหาที่เรียกว่าอะไร
ก. Data Redundancy
ข. Data Dependence
ค. Excessive Manual
ง. Data Inconsistency

ตอบ ก. ปัญหาประการหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการใช้โปรแกรม File Manager ก็คือ ความซ้ำซ้อนของ
ข้อมูล (Data Redundancy) ทั้งนี้เพราะ File Manager จะสามารถจัดการแฟ้มได้ครั้งละ 1 แฟ้มใน
เวลาเดียวกันเท่านั้น ดังนั้นจึงมักจะเกิดข้อมูลซ้ำ ๆ กันในแต่ละแฟ้ม

24.แบบฐานข้อมูลในข้อใดต่อไปนี้ที่ใช้ในการออกแบบของ Microsoft Access
ก. Network Database
ข. Hierarchical Database
ค. Object–Oriented Database
ง. Relational Database

ตอบ ง. Relational Database คือ ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ที่ประกอบด้วยแฟ้มต่าง ๆ หลายแฟ้มที่มี
ความสัมพันธ์กันทางคำสำคัญซึ่งเป็นค่าของข้อมูล โดยข้อมูลที่เก็บอยู่บนแฟ้มหนึ่งจะเข้าไปใช้งานได้
โดยผ่านทางแฟ้มอื่น ๆ ตั้งแต่ 1 แฟ้มขึ้นไป เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ประกาศไว้ในฐานข้อมูล โดย
ข้อมูลจะถูกจัดเก็บในลักษณะตาราง ตัวอย่างเช่น Microsoft Access

25.เอกสารที่ใช้สำหรับดูแลรักษาระบบความหมายของข้อมูล เพื่อช่วยให้ระบบจัดการฐานข้อมูล
ปฏิบัติงานได้ในสภาวะที่ค่อนข้างสลับซับซ้อนได้ เรียกว่า
ก. Data Dictionary
ข. Data Definition
ค. Data Abstraction
ง. Database Administration

ตอบ ก. พจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary) คือ เอกสารที่ใช้สำหรับดูแลรักษาระบบ
ความหมายของข้อมูล ซึ่งจะประกอบด้วยสารสนเทศที่ว่าด้วยโครงสร้างของแฟ้มแต่ละแฟ้ม
โดยมีองค์ประกอบภายในแฟ้มคือ ระเบียนข้อมูล รายการข้อมูล ตลอดจนความสัมพันธ์ของ
แฟ้มข้อมูลแต่ละแฟ้มอีกด้วย

26.ท่านคิดว่าชื่อเต็มของรายการสินค้าควรกำหนดประเภทของรายการข้อมูลนี้เป็นอย่างไรจึงจะ
เหมาะสมที่สุด
ก. Character Field
ข. Numeric Field
ค. Logical Field
ง. Date Field

ตอบ ก. รายการข้อมูลที่เป็นอักขระ (Character Field) หมายถึง รายการข้อมูลที่อาจจะ
ประกอบด้วยอักขระที่เป็นตัวเลข ตัวอักษร ช่องว่าง และสัญลักษณ์พิเศษ ตัวอย่างของรายการ
ข้อมูลประเภทนี้ เช่น ชื่อลูกค้า บ้านเลขที่ของลูกค้า, ชื่อเต็มของรายการสินค้า, หมายเลขโทรศัพท์
เป็นต้น

27.การที่โปรแกรมเมอร์เลือกใช้โปรแกรม JAVA เพื่อพัฒนาโปรแกรม เป็นขั้นตอนใดในการสร้าง
โปรแกรม
ก. การกำหนดคุณลักษณะของโปรแกรม
ข. การนิยามความต้องการในส่วนของการนำข้อมูลเข้าและออก
ค. การออกแบบโปรแกรม
ง. การถอดรหัส

ตอบ ง. หลังจากที่มีการออกแบบโปรแกรมโดยใช้เครื่องมือชนิดใดชนิดหนึ่งที่เหมาะสมแล้ว ขั้นตอน
ต่อไปก็คือ การถอดรหัส (Program Coding) หรือการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยใช้ภาษา
โปรแกรม (Programming Language) ที่เหมาะสม

28.ระบบสารสนเทศ ประกอบด้วยทรัพยากรใดบ้าง
ก. ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ (Hardware) และส่วนของชุดคำสั่ง (Software)
ข. Hardware, Software, People Ware และส่วนของข้อมูล
ค. Man, Money, Material, Management, Information Process
ง. การดำเนินงานขององค์กรโดยอาศัยระบบคอมพิวเตอร์

ตอบ ข. ระบบสารสนเทศ คือ ระบบการประมวลผลที่นำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการประมวลผล ซึ่ง
ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ คือ
1. Hardware ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และระบบสื่อสารข้อมูล
2. Software ได้แก่ โปรแกรมระบบปฏิบัติการ (OS) และโปรแกรมประยุกต์ (Application
Program)
3. Data และ Information
4. Procedures คือ วิธีการปฏิบัติงานและมาตรฐานการประมวลผลข้อมูล ซึ่งถูกกำหนดโดย
นักวิเคราะห์ระบบ
5. บุคลากร (People Ware)ได้แก่ ผู้ใช้ นักวิเคราะห์ ระบบ ผู้บริหาร เป็นต้น

29.วัฏจักรของระบบสารสนเทศเกิดขึ้นเนื่องจากสาเหตุใด
ก. การเปลี่ยนแปลงในส่วนของราคาน้ำมัน
ข. การเปลี่ยนแปลงของทุก ๆ สรรพสิ่ง
ค. การเปลี่ยนแปลงของวิถีการทำงาน
ง. การเติบโตทางธุรกิจ

ตอบ ง.เนื่องจากในปัจจุบันมีการแข่งขันทางธุรกิจสูง ทำให้ทุกบริษัทต้องพยายามปรับปรุงองค์กรให้
เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยนำระบบสารสนเทศเข้ามาช่วยในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้เกิดข้อได้เปรียบ
ในการแข่งขันทางธุรกิจ

30. ไฟล์งานที่ Save ด้วยMicrosoft Excel มีนามสกุลดังข้อใด
ก. .docx       ข. .Xls
ค. .jpg        ง. .Ppt

ตอบ ข. Xls
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 28, 2015, 02:05:28 pm
ข้อสอบนายสิบตำรวจ สายอำนวยการ สายปราบปราม วุฒิ ม.6 คู่มือสอบนายสิบตำรวจ พร้อมเฉลย ปี 2557
1.     5   10   20   35  ……จงหาจำนวนเลขที่จะเติมในช่องว่างเพื่อให้เข้าอันดับกับชุดของตัวเลขที่กำหนดให้
ก.  45                                        ข.  50                               
ค.  55                                  ง.   80                                                                 
เฉลย ข้อ ค. แนวคิด                  เลขชุดนี้เพิ่มขึ้นตามลำดับดังนี้   5   10   15   20 .....
                                                       ดังนั้น เลขที่ถัดจาก 35 คือ 35+20 =  55         
                                           
2.     14   23   32   41  ……จงหาจำนวนเลขที่จะเติมในช่องว่างเพื่อให้เข้าอันดับกับชุดของตัวเลขที่กำหนดให้
ก.  45                                         ข.  47                                 
ค.  48                                 ง.   50                                                                 
เฉลย ข้อ ง. แนวคิด      เลขชุดนี้เพิ่มขึ้น 9      ดังนั้น เลขที่ถัดจาก 41 คือ 41+9 =  50     
                                               
3.   4.25   3.75   3.25   2.75  …. จงหาจำนวนเลขที่จะเติมในช่องว่างเพื่อให้เข้าอันดับกับชุดของตัวเลขที่กำหนดให้
ก.  2.25                                     ข.  2.05                             
ค.  1.75                               ง.   1.5                                     
เฉลย ข้อ ก. แนวคิด      เลขชุดนี้ลดลงครั้งละ 0.50     ดังนั้น เลขที่ถัดจาก 2.75 คือ 2.75-0.50 =  2.25   
                                                   
4.   1   2   4   7  ……จงหาจำนวนเลขที่จะเติมในช่องว่างเพื่อให้เข้าอันดับกับชุดของตัวเลขที่กำหนดให้
ก.  8                                            ข.  9                               
ค.  10                               ง.   11                                                                 
เฉลย ข้อ ง. แนวคิด      เลขชุดนี้ลำดับการเพิ่มเป็น  1   2   3    ...   
                                       ดังนั้น เลขที่ถัดจาก 7 คือ 7+4 =  11       

5.         75   66   57   48   ….จงหาจำนวนเลขที่จะเติมในช่องว่างเพื่อให้เข้าอันดับกับชุดของตัวเลขที่กำหนดให้

ก. 39                                      ข. 28                                     
ค. 26                                        ง.16
เฉลยข้อ ก.  แนวคิด  เลขที่โจทย์กำหนดให้หลักหน่วยจะเพิ่มขึ้นทีละ 1 คือ 5  6  7  8
                                 ดังนั้นตัวต่อไป คือ 9  หลักสิบลดลงทีละ 1 คือ 7  6  5  4
                                 ดังนั้นตัวต่อไปคือ 3 จะได้เลขที่ต้องการคือ  39

6.  17  13  10  8  … จงหาจำนวนเลขที่จะเติมในช่องว่างเพื่อให้เข้าอันดับกับชุดของตัวเลขที่กำหนดให้
ก. 4                                      ข. 5                                       
ค. 6                                      ง. 7
เฉลยข้อ ง.  แนวคิด    เลขที่โจทย์กำหนดให้จะลดเป็นชุดตามลำดับดังนี้                                                                     
                                    จาก 17   13  ลด  4 , 13  10 ลด  3 ,  10  8  ลด 2     
                                    ดังนั้น จาก 8  ต้องลด 1 คือ 8-1 = 7

7. 1   3   7   15   ….จงหาจำนวนเลขที่จะเติมในช่องว่างเพื่อให้เข้าอันดับกับชุดของตัวเลขที่กำหนดให้
ก. 28                                     ข. 31                                   
ค. 34                                     ง. 39

เฉลยข้อ ข.  แนวคิด  เลขที่โจทย์กำหนดให้จะเพิ่มขึ้นตามลำดับดังนี้
                            จาก 1   3  เพิ่ม  2  , 3   7  เพิ่ม  4 ,  7   15  เพิ่ม 8                                                 
                            ดังนั้น จาก 15    .....เพิ่ม  16  (2 ,  4 ,  8 ,  16) ตัวต่อจาก 15 คือ 15+16=31
ข้อ 8 ถึง ข้อ 11 จงหาศัพท์สัมพันธ์ของคำต่อไปนี้                                                                                                                     
8.   ผู้พิพากษา                                                                                                                                                 
ก. กฎหมาย                             ข. โจทก์                               
ค. จำเลย                             ง. ศาล                             
เฉลย ข้อ ง. แนวคิด              ผู้พิพากษา มีความสัมพันธ์กับ ศาลมากที่สุด                       
                                       
9.  ทหารเรือ                                                                                                                               
ก.เรือ                                ข.อาวุธ                                 
ค.กองทัพเรือ                     ง.เครื่องแบบ                   
เฉลย ข้อ ค. แนวคิด              ทหารเรือมีความสัมพันธ์กับ กองทัพเรือมากที่สุด

10.    ยา                                                                                                                                                 
ก. คน                                       ข. น้ำ                                   
ค. ข้าว                                ง. โรค                           
เฉลย ข้อ ง. แนวคิด          ยามีความสัมพันธ์กับโรคมากที่สุด

11.   ไฟ                                                                                                                                           
ก. น้ำมัน                             ข. สว่าง                                 
ค. ร้อน                               ง. ฟืน                             
เฉลย ข้อ ง. แนวคิด         ไฟมีความสัมพันธ์กับร้อนมากที่สุด
ข้อ 12 ถึง ข้อ 13 จงเลือกคำที่กำหนดให้ เพื่อทำให้ได้ความมีความหมายดีที่สุด                                                           
12.  วันอาทิตย์นี้เป็นวันเลือกตั้งขอเชิญชวนให้ประชาชนไป........                                                           
ก. ทำบุญ                                   ข. ใช้สิทธิ์                               
ค. พักผ่อน                          ง. ช่วยกันพัฒนาประเทศ   
เฉลย ข้อ ข. แนวคิด               ใช้สิทธิ์ เป็นคำตอบที่ถูกต้อง                                                                                                 

13.   ใจเขา.........เหมือนกับ...........                                                                                   
ก. แข็ง........สำลี                      ข. ดำ.........เพชร                     
ค. กว้าง.......แม่น้ำ                ง. ดี.......ฤาษี                             
เฉลย ข้อ ค. แนวคิด           กว้าง.......แม่น้ำ   เป็นคำตอบที่ถูกต้อง                                                                                 

14. ข้อใดไม่ถูกต้อง
1.ภาษาเป็นมรดกทางสังคม                                              2.ภาษาเป็นเครื่องจรรโลงวัฒนธรรม 
3.ภาษาเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงความเป็นชาติ                      4.ทุกชาติย่อมมีภาษาพูดและภาษาเขียนของตน   

คำตอบที่ถูกต้องคือ 4 คำอธิบาย  ตัวเลือกข้อ 4 "ทุกชาติย่อมมีภาษาพูดและภาษาเขียนของตน" ไม่ถูกต้อง เนื่องจากชนชาติส่วนใหญ่จะมีภาษาพูดเป็นของตนเอง แต่ภาษาเขียนบางชนชาติก็ยังไม่มี     
                                                                                   
15.ข้อใดสะกดถูกทุกคำ
1.ปรักหักพัง ปรัมปรา ปรามาส                                         2.ผัดวันประกันพรุ่ง ผุดลุกผุดนั่ง ผุบๆ โผล่ๆ 
3.เกร็ดความรู้ เกร็ดพงศาวดาร เกร็ดปลา                         4.จัตุสดม จัตุรัส จัตุรมุข 

คำตอบที่ถูกต้องคือ 1 คำอธิบาย ตัวเลือกข้อ 1 "ปรักหักพัง ปรัมปรา ปรามาส" สะกดถูกทุกคำ
ตัวเลือกข้อ 2 "ผุดลุกผุดนั่ง" สะกดผิด คำที่ถูกต้อง คือ ผลุดลุกผลุดนั่ง และ "ผุบๆ โผล่ๆ" สะกดผิด คำที่ถูกต้อง คือ ผลุบๆ โผล่ๆ ตัวเลือกข้อ 3 "เกร็ดปลา" สะกดผิด คำที่ถูกต้อง คือ เกล็ดปลา  ตัวเลือกข้อ 4 "จัตุสดม" สะกดผิด คำที่ถูกต้อง คือ จัตุสดมภ์       

ข้อสอบนายสิบตำรวจ สายอำนวยการ สายปราบปราม วุฒิ ม.6 คู่มือสอบนายสิบตำรวจ พร้อมเฉลย ปี 2557 ชุดที่ 6
16.  ข้อใดมีจำนวนพยางค์น้อยที่สุด
1.คณะรัฐบุรุษ                        2.ประชาธิปไตย               
3.ผลิตภัณฑ์ชุมชน                 4.  ปรากฏการณ์ธรรมชาติ 
คำตอบที่ถูกต้องคือ 2  คำอธิบาย ตัวเลือกข้อ 2 ประชาธิปไตย (ประ - ชา - ทิ - ปะ - ตัย) มีจำนวนพยางค์น้อยที่สุด คือ มีอยู่ 5 พยางค์ตัวเลือกข้อ 1 คณะรัฐบุรุษ (คะ - นะ - รัด - ถะ - บุ - หรุด) มีจำนวนพยางค์ 6 พยางค์ตัวเลือกข้อ 3 ผลิตภัณฑ์ชุมชน (ผะ - หลิด - ตะ - พัน - ชุม -ชน) มีจำนวนพยางค์ 6 พยางค์ตัวเลือกข้อ 4 ปรากฏการณ์ธรรมชาติ (ปรา - กด - ตะ - กาน - ทำ - มะ - ชาด) มีจำนวนพยางค์ 7 พยางค์                                                                                                                                                           

17.ข้อใดมีคำที่มีเสียงพยัญชนะสะกดเสียงเดียวกันมากที่สุด
1.พยัคฆ์ใหญ่ครุฑยักษ์สมัครสมาน ยอยศมารมนุษย์เหนือพุทธะ
2.เมื่อพบลาภภาพนั้นพลันกลับหาย สรรพสิ่งวอดวายวับไปกับตา
3.นุชนาฏพลาดพลัดกษัตรา มิอาจมาทรงราชรถบุษบางาม
4.ไทยล้วนรุ่มรวยด้วยผลไม้ จิตใจก็สวยใสงดงามจริง
คำตอบที่ถูกต้องคือ 3  คำอธิบาย ตัวเลือกข้อ 3 มีเสียงพยัญชนะสะกดเสียงเดียวกันมากที่สุด คือ มีเสียงแม่กด 9 เสียง ได้แก่ นุช, นาฏ, พลาด, พลัด, กษัตรา, อาจ, ราช, รถ, บุษ ตัวเลือกข้อ 1 มีเสียงพยัญชนะสะกดแม่กด 6 เสียง ได้แก่ พยัคฆ์, ครุฑ, สมัคร, ยศ, มนุษย์, พุทธะ ตัวเลือกข้อ 2 มีเสียงพยัญชนะสะกดแม่กบ 7 เสียง ได้แก่ พบ, ลาภ, ภาพ, กลับ, สรรพ, วับ, กับ ตัวเลือกข้อ 4 มีเสียงพยัญชนะสะกดแม่เกย  4 เสียง ได้แก่ ไทย, รวย, ด้วย, สวย                                                                                                                     

18.  ข้อใดไม่เหมาะสมที่จะเป็นคำขวัญ
1.ครอบครัวเข้มแข็ง ประเทศชาติเข้มแข็ง                     2.อาหารไทยมีชื่อ เลื่องลือไปต่างแดน 
3.สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องทำเอง                    4.ปฏิบัติตามกฎ ลดปัญหาจราจร 
คำตอบที่ถูกต้องคือ 1  คำอธิบาย ตัวเลือกข้อ 1 ไม่เหมาะสมที่จะเป็นคำขวัญ เพราะไม่สัมผัสคล้องจองกัน จำได้ยาก และไม่ได้เป็นคำที่เตือนสติ เตือนใจ หรือให้กำลังใจ คำขวัญ หมายถึง ถ้อยคำ ข้อความ คำคล้องจอง หรือบทกลอนสั้นๆ เพื่อให้จำได้ง่าย ตัวเลือกข้อ 2, 3 และ 4 มีคำที่สัมผัสคล้องจองกัน และจำง่าย เป็นคำที่เตือนใจ เตือนสติ ให้กำลังใจ เหมาะสมที่จะเป็นคำขวัญ                                                                                                                                                                                           
19.  ข้อใดไม่ใช่ข้อสรุปที่สอดคล้องกับข้อสนับสนุนต่อไปนี้  "ประชากรโลกเพิ่มขึ้นพร้อมกับการขยายตัวของเมือง"
1.ความต้องการอาหารก็จะเพิ่มขึ้นด้วย 
2.การค้าพืชผลทางการเกษตรก็จะขยายตัวตาม 
3.เกษตรกรจะมีอำนาจต่อรองทางการค้ามากขึ้น 
4.ความเปลี่ยนแปลงทางด้านอาหารและการเกษตรของโลกจะเกิดขึ้น 
คำตอบที่ถูกต้องคือ 3 คำอธิบาย  ตัวเลือกข้อ 3 "เกษตรกรจะมีอำนาจต่อรองทางการค้ามากขึ้น" ไม่ใช่ข้อสรุปที่สอดคล้องกับข้อสนับสนุนที่ว่า "ประชากรโลกเพิ่มขึ้นพร้อมกับการขยายตัวของเมือง" เพราะไม่เกี่ยวกับประชากรโลก หรือการขยายตัวของเมือง     
                                                                                                                                                                             
20.ข้อใดเป็นการอธิบายจากผลลัพธ์ไปหาสาเหตุ
1.ขุนช้างชิงนางออกจากห้อง     ข้าจึงลักวันทองเข้าป่าใหญ่
2.ครั้นจะพากันเข้าไปเหย้าเรือน     เกรงจะเหมือนทำกรรมให้มารดา
3.ให้เรียกว่าบ้านเก่งธนู     เพราะฟ้าฟื้นฝังอยู่จงแม่นมั่น
4.พระทรงฤทธิ์จะคิดเคืองระคาย     เห็นไม่วายสงครามจะตามมา
คำตอบที่ถูกต้องคือ 3  คำอธิบาย ตอบข้อ 3 ข้อ 1,2,4 เป็นการอธิบายจากสาเหตุไปหาผลลัพธ์ ข้อ 3 เป็นการอธิบายจากผลลัพธ์ไปหาสาเหตุ สังเกตได้จากการใช้คำสันธานแสดงเหตุผล "เพราะ"     
                                                         
21. อายุการเก็บหนังสือ โดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่ากว่า 10 ปีเว้นแต่หนังสือดังต่อไปนี้หนังสือที่ต้องสงวนเป็นความลับให้ปฏิบัติตามกฎหมายใด
ก.กฎหมายระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ
ข.ระเบียบ ว่าด้วยการรักษาความลับของราชการ
ค.กฎหมายระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติหรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของราชการ
ง.ไม่มีข้อถูก
เฉลย ข้อ ค. แนวคิดข้อ 57(1) กฎหมายระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติหรือระเบียบ ว่าด้วยการรักษาความลับของราชการ

22.อายุการเก็บหนังสือ โดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่ากว่า 10 ปีเว้นแต่หนังสือดังต่อไปนี้
ก.หนังสือที่เป็นหลักฐานทางอรรถคดี                                                                                                                                     
ข.สำนวนของศาลหรือของพนักงานสอบสวน                                                                               
ค.หนังสืออื่นใดที่ได้มีกฎหมายหรือระเบียบแบบแผนกำหนดไว้เป็นพิเศษแล้ว การเก็บให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนว่าด้วยการนั้น
ง.ถูกทุกข้อ                                                                                                                                                       
เฉลย ข้อ ง. แนวคิด ข้อ 57(2) หนังสือที่เป็นหลักฐานทางอรรถคดี สำนวนของศาลหรือของพนักงาน
สอบสวนหรือหนังสืออื่นใดที่ได้มีกฎหมายหรือระเบียบแบบแผนกำหนดไว้เป็นพิเศษแล้ว การเก็บให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนว่าด้วยการนั้น

23. ตรากำหนดเก็บหนังสือ คือ ตราที่ใช้ประทับบนหนังสือเก็บ เพื่อให้ทราบกำหนด
ระยะเวลาการเก็บหนังสือนั้นมีคำว่า เก็บถึง พ.ศ. .... หรือคำว่า ห้ามทำลาย ขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์
กี่พอยท์
ก. 20 พอยท์                                ข.21 พอยท์                   
ค.23 พอยท์                                 ง. 24 พอยท์                                     
เฉลย ข้อ ง. แนวคิด  ข้อ 73  24 พอยท์                 
                 
24.มาตรฐานกระดาษและซอง มาตรฐานกระดาษโดยปกติให้ใช้กระดาษปอนด์ขาว น้ำหนัก 60กรัมต่อตารางเมตร มีขนาดเอ 4 หมายความว่าอย่างใด                                                                                                                                   
ก.ขนาด 210  มิลลิเมตร × 297 มิลลิเมตร                       
ข.ขนาด 148 มิลลิเมตร × 210 มิลลิเมตร                                                         
ค.ขนาด 52 มิลลิเมตร × 74 มิลลิเมตร                             
ง.ขนาด 110 มิลลิเมตร ×220 มิลลิเมตร                                               
เฉลย ข้อ ก. แนวคิด  ข้อ 74.1  มาตรฐานกระดาษโดยปกติให้ใช้กระดาษปอนด์ขาว น้ำหนัก 60 กรัมต่อตารางเมตร มี 3 ขนาด คือ 74.1.1  ขนาดเอ 4 หมายความว่า ขนาด 210 มิลลิเมตร × 297 มิลลิเมตร                                                                                                                                                             
25. วิวัฒนาการของระบบคอมพิวเตอร์ยุคใดที่นำพาไปสู่การเปลี่ยนแปลงจากการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อระมวลผลไปสู่การใช้เป็นอุปกรณ์ในการทำธุรกรรมกับคนทั่วโลก
ก. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์           ข. ไคลเอ็นต์-เซอร์ฟเวอร์     
ค. ระบบแบบกระจาย                  ง. คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
เฉลย ข้อ ข. แนวคิดไคลเอ็นต์-เซอร์ฟเวอร์

26. ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแบบมีสาย กลไกของการทำงานอินเทอร์เน็ตประกอบด้วยเครื่องแม่ข่ายเฉพาะกิจที่มีหน้าที่จัดทำข้อมูลเพื่อนำเสนอในรูปเวบเพจ (web page) เครื่องแม่ข่ายจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างโปรแกรมเครื่องลูกข่ายกับโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลการทำงานจะอาศัยโพรโทคอลใดในการจัดการ
ก. HTTW (HyperText Transport protocol)                 
ข. WAP (wireless Application protocol)
ค. wsp (wireless session protocol)                               
ง. WTP (wirelesS Transaction protocol)                                                                                                         
เฉลย ข้อ ก. แนวคิด  HTTW (HyperText Transport protocol)                                                                                         
27. การนำอินเทอร์เน็ตมาใช้เป็นเครือข่ายข้อมูลที่มีผลต่อการออกเนบบระบบงานทั้งในด้านเครื่องลูกข่ายละเครื่องแม่ข่ายอย่างมาก ข้อใดไมไช่ข้อคำนึงในด้านลูก ข่าย
ก. ความเร็ว ความปลอดภัยของข้อมูลในเครื่องลูก ข่าย                     
ข. ความชำนาญของผู้ใช้งานในเครื่องลูกข่าย
ค. มาตรฐานระบบซอฟต์แวร์ที่หลากหลายของเครื่อง ลูก ข่าย
ง. ซอฟต์แวร์เบราว์เซอร์ทำให้เครื่องลูกข่ายทุกแบบทำงานร่วมกันได้                                                                         
เฉลย ข้อ ข. แนวคิด ความชำนาญของผู้ใช้งานในเครื่องลูกข่าย

28. ระบบคอมพิวเตอร์ระบบใด เป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทำงานสามระบบย่อย คือระบบส่งเสริมการตลาด ระบบส่งเสริมการขาย และระบบส่งเสริมการบริการ โดยใช้ฐานข้อมูลชุดเดียวกัน
ก. ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic com-merce; e-commerce)
ข. ระบบลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management; CRM)
ค. ระบบเอทีเอ็ม (Automatic Teller Machine;ATM )
ง. ระบบงานห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain Management; SCM)
เฉลย ข้อ ข. แนวคิด ระบบลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management; CRM)                                                   
29. ห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) เป็นลักษณะการทำโจรกรรมพาณิชย์อิเลกทรอนิกส์แบบใด
ก. ธุรกิจต่อกลุ่มผู้ขาย                ข. ธุรกิจต่อกลุ่มผู้ซื้อ         
ค. ธุรกิจกับนโยบายรัฐบาล        ง.ธุรกิจต่อธุรกิจ                                               
เฉลย ข้อ ง. แนวคิด    ธุรกิจต่อธุรกิจ
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 28, 2015, 02:05:49 pm
30. ข้อใดไม้ใช่หน่วยความจำสำรองแบบโซลิดสเตท                                                                                                               
ก. คอมแพ็กต์แฟลช                     ข. เมมโมรีสติกส์                       
ค. ธัมบ์ไดร์ฟ                    ง. ซีดีรอม                                                             
เฉลย ข้อ ง. แนวคิด ซีดีรอม                                               
อสอบนายสิบตำรวจ ม.6 ตำรวจอำนวยการ ข้อสอบภาษาอังกฤษ ข้อสอบตำรวจชั้นประทวน สายอำนวยการ ติวตำรวจ คู่มือสอบนายสิบตำรวจ พร้อมเฉลย ปี 2557 ชุดที่ 7
31. การต่ออุปกรณ์บันทึกข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันนิยมต่อกับพอร์ตชนิดใด                                                           
ก. วีจีเอพอร์ต (VGA port )                                          ข. พอร์ตอนุกรม (serial port)                                             
ค. พอร์ตขนาน (pararell port)                                     ง. พอร์ตยูเอสบี (USB port)
เฉลย ข้อ ง. แนวคิด พอร์ตยูเอสบี (USB port)   
32. จงบอกลำดับชั้นของหน่วยความจำโดยเรียงลำดับความเร็วจากมากไปหาน้อย                                                         
ก. ฮาร์ดดิสก์ แคช แรม รีจิสเตอร์                                             
ข. รีจิสเตอร์ แคช แรม ฮาร์ดดิสก์                                     
ค. แคช แรม ฮาร์ดดิสก์ รีจิสเตอร์                                           
ง. แรม ฮาร์ดดิสก์ รีจิสเตอร์ แคช                                   
เฉลย ข้อ ข. แนวคิด รีจิสเตอร์ แคช แรม ฮาร์ดดิสก์       
                                                                                                 
33.พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ให้ไว้อย่างไร                                         
ก.ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐เป็นปีที่ ๖๒ ในรัชกาลปัจจุบัน                                                                     
ข.ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐เป็นปีที่ ๖๒ ในรัชกาลปัจจุบัน                                                                       
ค.ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐เป็นปีที่ ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบัน                                                                       
ง.ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐เป็นปีที่ ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบัน                                                                   
เฉลย ข้อ ก. แนวคิด  ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐เป็นปีที่ ๖๒ ในรัชกาลปัจจุบัน

34. ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินกี่ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ                                                                                                                                                                         
ก.จำคุกไม่เกินสองปี          ข.จำคุกไม่เกินสามปี       
ค.จำคุกไม่เกินห้าปี          ง.จำคุกไม่เกินหกปี                                                           
เฉลย ข้อ ค. แนวคิด  มาตรา ๑๐ จำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ

35.  Leaves and dead branches from your neighbor's tree always fall in your backyard. You tell your neighbor, "...................."
1.Could you trim the branches?                                      2.I'm sick of your leaving. 
3.You are welcome to take leave.                                  4.Will you please keep your tree to yourself? 
คำตอบที่ถูกต้องคือ 1 คำอธิบาย Could you trim the branches?  =  คุณเล็มกิ่งไม้เสียหน่อยดีไหม           

36.  A mother is teaching her children about table manners and says, "....................."
1.You should eat vegetables. 
2.You should help me set the table. 
3. You should not invite your friends over for dinner. 
4.You should not chew with your mouth open.   

คำตอบที่ถูกต้องคือ 4  คำอธิบาย You should not chew with your mouth open.  =  เวลาเคี้ยวอาหารอย่าอ้าปาก

11.  Linda receives a bouquet of flowers from her friend. She says, "...................."
1.How could you do such a thing?                                        2.You really shouldn't have.   
3.How much did they cost?                                                   4.You don't know what's good for me. 

คำตอบที่ถูกต้องคือ 2  คำอธิบาย You really shouldn't have  =  เธอไม่จำเป็นต้องซื้อให้ฉันเลย 

37.  A woman is in jewelry store when she sees something she likes in a showcase. She asks the salesperson, "....................."
1.Would you keep an eye on me?                                        2.Would you take it or leave it?   
3.Can I have a chance to show it?                                        3.Could I have a look at that?           
คำตอบที่ถูกต้องคือ 4  คำอธิบาย  Could I have a look at that?  =  ขอดูของชิ้นนั้นหน่อยได้ไหมค่ะ

38.  At the dinner table, you want some salt but the salt shaker is right in front of your friend. You say to her, "............... ."
1.Don't use the salt. I need it too.                                   2.Would you please pass the salt?   
3.You should not take all of the salt.                              4.I would like some salt. Do you want some? 

คำตอบที่ถูกต้องคือ 2  คำอธิบาย Would you please pass the salt?  =  ช่วยส่งเกลือให้หน่อย                 

39.  Somchai asks for a stapler but you have a paper clip. You say to him, "............"
1.That's it.                           2.Will this do?                         
3.How is it?                        4.Here you are. 

คำตอบที่ถูกต้องคือ 2  คำอธิบาย  Will this do?  =  ใช้นี่แทนได้ไหม a stapler  =  ที่เย็บกระดาษ (แม็กซ์เย็บกระดาษ a paper clip  =  ที่หนีบกระดาษ           

40.  You want your boss to allow you to be away from the office next Monday to celebrate your house-warming party. You say, "............."
1.Let's take next Monday off.                                    2.May I take next Monday off?   
3.How about taking next Monday

ข้อสอบนายสิบตำรวจ ม.6 ตำรวจอำนวยการ ข้อสอบตำรวจชั้นประทวน สายอำนวยการ ติวตำรวจ คู่มือสอบนายสิบตำรวจ พร้อมเฉลย ปี 2557
41. ข้อใดหมายถึงสถาบันทางสังคม
ก.หน่วยงานที่สมาชิกของสังคมดำเนินกิจกรรมต่างๆ       
ข.สมาชิกของสังคมที่รวมกลุ่มกันทำกิจกรรมต่างๆ     
ค.กิจกรรมของสมาชิกในสังคมที่ดำเนินไปอย่างมีแบบแผน             
ง.ชุดของกฎเกณฑ์ที่สังคมกำหนดให้สมาชิกดำเนินกิจกรรมด้านต่างๆ                                               
เฉลย ข้อ ง.แนวคิด   ชุดของกฎเกณฑ์ที่สังคมกำหนดให้สมาชิกดำเนินกิจกรรมด้านต่างๆ                                                                           

42. สังคมลักษณะใดเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย                                       
ก.สังคมยึดถือประเพณี             ข.สังคมยกย่องผู้อาวุโส   
ค.สังคมยกย่องบูชาบรรพบุรุษ   ง.สังคมยึดถือปัจเจกบุคคล                                                                 
เฉลย ข้อ ง.แนวคิด   สังคมยึดถือปัจเจกบุคคล                                                                                     

43.เพราะเหตุใดจึงต้องมีการจัดระเบียบในสังคม     
ก.เพื่อให้เป็นสังคมที่จัดได้ว่ามีวัฒนธรรมสูง                                                                                                                         
ข.เพื่อให้สมาชิกในสังคมร่วมมือกันเพื่อความอยู่รอด     
ค.เพื่อแสดงถึงศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์                                                                                                           
ง.เพื่อสนองตอบสัญชาตญาณมนุษย์ที่ต้องการความมีระเบียบ                                 
เฉลย ข้อ ข.แนวคิด เพื่อให้สมาชิกในสังคมร่วมมือกันเพื่อความอยู่รอด           
                                                                                           
44.ข้อใดเป็นปัจจัยภายในที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของไทย               
ก.การเพิ่มขึ้นของประชากร                                           
ข.การปกครองระบอบประชาธิปไตย                                                 
ค.การสาธารณสุขและอนามัย                                       
ง.ศิลปะและดนตรี                                                         
เฉลย ข้อ ก.แนวคิด การเพิ่มขึ้นของประชากร   

45.ข้อใดคือตัวอย่างกลุ่มพลังอำนาจส่วนใหญ่ของไทย             
ก.กลุ่มกรรมกร               ข.กลุ่มข้าราชการชั้นผู้ใหญ่         
ค.กลุ่มชาวนา            ง.กลุ่มปัญญาชน                                         
เฉลย ข้อ ข.แนวคิด  กลุ่มข้าราชการชั้นผู้ใหญ่               
                                                                   
46.หน้าที่ใดที่สถาบันทางสังคมอื่นทำแทนสถาบันครอบครัวไม่ได้
ก.เสียภาษีให้รัฐ                        ข.ผลิตสมาชิกใหม่         
ค.ให้ความอบอุ่นแก่สมาชิก       ง.คุ้มกันภัยให้แก่สมาชิก
เฉลย ข้อ. ข แนวคิด  การผลิตสมาชิกใหม่ เป็นหน้าที่ของสถาบันครอบครัวที่สถาบันทางสังคมอื่นๆ ไม่สามารถทำแทนสถาบันครอบครัวได้

47. ใครเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนแรก
ก.พลตำรวจเอกประชา พรหมนอก                             ข.พลตำรวจเอกสันต์ ศรุตรานนท์
ค.พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ                          ง.พลตำรวจเอกโกวิทย์ วัฒนะ
เฉลย ข้อ ก. แนวคิดพลตำรวจเอกประชา พรหมนอก (วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2541)     

48.ปี พ.ศ.2444รัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งโรงเรียนนายร้อยตำรวจภูธรขึ้นที่ใด
ก.จังหวัดนครราชสีมา              ข.จังหวัดนครปฐม         
ค.จังหวัดนครศรีธรรมราช        ข.จังหวัดนครสวรรค์
เฉลย ข้อ ก. แนวคิดจังหวัดนครราชสีมา

49.ในการแสดงภาพยนตร์ ละคร หรือการแสดงอื่นใดทำนองเดียวกันที่ประสงค์จะเผยแพร่ต่อสาธารณชน หากผู้แสดงประสงค์จะแต่งเครื่องแบบตำรวจ หรือแต่งกายโดยใช้เครื่องแต่งกายคล้ายเครื่องแบบตำรวจ ให้ผู้ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการแสดงนั้นหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายแจ้งต่อหัวหน้าสถานีตำรวจแห่งท้องที่ที่จะทำการแสดงเช่นว่านั้นทราบทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎใด                                                                                 
ก.ก.ต.ช.                                    ข.ก.ตร.                           ค.กฎกระทรวง                       ง.ไม่มีข้อถูก 
เฉลยข้อค.แนวคิดมาตรา๑๑๑  ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง           

50.ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกว่า อะไรโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนงานสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา                                                                                                   
ก.กองทุนการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา                  ข.กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา               
ค.กองทุนการสอบสวนและสืบสวนคดีอาญา                  ค.กองทุนเพื่อการสอบสวนและสืบสวนคดีอาญา         
เฉลย ข้อ ข . แนวคิด มาตรา ๑๑๒  ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกว่า “กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา”โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนงานสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา                            off?                      4.What's the matter with taking Monday off? 
คำตอบที่ถูกต้องคือ 2 คำอธิบาย May I take Monday off?  =  ขออนุญาตหยุดวันจันทร์หน้าได้ไหมครับ 
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 28, 2015, 02:06:19 pm
ข้อสอบตำรวจ แนวข้อสอบตำรวจชั้นประทวน วุฒิ ม.6 ข้อสอบตำรวจสายปราบปราม ปี 2556
แนวข้อสอบ ภาษาอังกฤษ VOCABULARY

1. The between the two nations will result in contact among people.
ก. distribution                 ข. reconciliation
ค. devotion                     ง. retribution
ข้อสอบตำรวจ,แนวข้อสอบตำรวจชั้นประทวนสายปราบปราม,แนวข้อสอบตำรวจชั้นประทวน 2556
ตอบ ข.  reconciliation ถาม ระหว่าง 2  ชาติจะก่อให้เกิดการติดต่อกันระหว่างผู้คน
(การไกล่เกลี่ย, การทำให้คืนดีกัน)
ก.การแจกจ่าย, การกระจาย ค.การอุทิศตัว, การทุ่มเท
ง.การลงโทษ, การตอบแทน

2. The Export ________ is regularly held by the Commerce Ministry.
ก. Exposition                      ข. Attraction
ค. Instruction                      ง. Collection

ตอบ ก. Exposition (การแสดงนิทรรศการ)
ถาม นิทรรศการการส่งออกตามปกติแล้วมักจะจัดโดยกระทรวงพาณิชย์
ข. การดึงดูดความสนใจ ค. คำสั่ง, การสอน ง. การสะสม

3. The clapped loudly when their favourite singer came out on the stage.
ก. crown                               ข. cloud
ค. colony                              ง. crowd
ข้อสอบตำรวจชั้นประทวน,ตำรวจชั้นประทวนสายปราบปราม,ข้อสอบสอบตำรวจ,ข้อสอบเก่าตำรวจ
ตอบ ง. crowd (ฝูงชน)
ถาม ปรบมือดังลั่นเมื่อนักร้องคนโปรดของพวกเขาออกมาแสดงบนเวที
ก. มงกุฎ ข. เมฆ ค.อาณานิคม

4. Before flying, both air and ground staff should not minor points; otherwise there will be an accident.
ก. foresee                                        ข. foretell
ค. overcome                                    ง. overlook

ตอบ ง. overlook (มองข้าม)
ถาม ก่อนการบิน เจ้าหน้าที่ทั้งภาคอากาศและภาคพื้นดินไม่ควร จุดที่มีความสำคัญ
รองลงมา มิฉะนั้นจะเกิดอุบัติเหตุ
ก. รู้หรือเห็นล่วงหน้า ข. ทำนาย, พยากรณ์ ค. พิชิต, เอาชนะ
ข้อสอบตำรวจชั้นประทวน,ตำรวจชั้นประทวนสายปราบปราม,ข้อสอบสอบตำรวจ,ข้อสอบเก่าตำรวจ
5. The natural beauty all over Thailand is the legacy left by our ancestors.
ก. inheritance                                     ข. problems
ค. ruin                                               ง. opportunity

ตอบ ก. inheritance (มรดก)
ถาม ความงดงามตามธรรมชาติทั่วประเทศไทยเป็นมรดกที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้
ข. ปัญหา ค. ซากปรักหักพัง ง.โอกาส
ข้อสอบตำรวจ,แนวข้อสอบตำรวจชั้นประทวนสายปราบปราม,แนวข้อสอบตำรวจชั้นประทวน 2556
6. can cause indigestion and stomachache.
ก. Movement                                   ข. Anxiety
ค. Guidance                                     ง. Accuracy
ตอบ ข. Anxiety (ความวิตกกังวล)
ถาม สามารถเป็นสาเหตุให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อยและปวดกระเพาะอาหาร
ก. การเคลื่อนไหว ค. การนำทาง, การชี้แนะ ง. ความถูกต้อง

7. All National Artists have their lives to doing what they have been interested in without paying attention to money.
ก. devoted                           ข.spent
ค. dedicated                        ง. Both ก and ค are correct.

ตอบ ง. Both ก and ค are correct. (อุทิศตัว, ทุ่มเท)
ถาม ศิลปินแห่งชาติทุกคน……ชีวิตของพวกเขาเพื่อการทำในสิ่งที่พวกเขาสนใจโดยไม่สนใจเงิน
ก. อุทิศตัว, ทุ่มเท ข.ใช้ ค. อุทิศตัว, เสียสละ

8. your hand if you don’t understand.
ก. Raise                               ข. Grip
ค. Hold                               ง. Grasp

ตอบ ก. Raise (ยกให้สูงขึ้น)
ถาม มือของคุณถ้าคุณไม่เข้าใจ
ข. ยึดแน่น, กำ, เกาะ, จับ ค. ยึดแน่น, จับ ง.จับแน่น, กำ, ฉวย, คว้า

9. Buddhism originated in India.
ก. was taught                           ข. was initiated
ค. was manufactured               ง. was enlarged

ตอบ ข. was initiated (มีต้นกำเนิด, ก่อกำเนิดขึ้น)

ถาม ศาสนาพุทธมีต้นกำเนิดในประเทศอินเดีย
ก. ถูกสอน ค. ถูกผลิต ง. ถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น

10. Students should act according to the university rules.
ก. discipline                        ข. occasion
ค. expertise                        ง. advice

ตอบ ก. discipline (กฎ, ระเบียบ)
ถาม นักศึกษาควรจะปฏิบัติตัวตามระเบียบของมหาวิทยาลัย
ข. โอกาส ค. ความเชี่ยวชาญ ง.คำแนะนำ
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 28, 2015, 02:07:34 pm
แนวข้อสอบภาษาและการใช้ภาษา สอบตำรวจ

๑.  ข้อใดเป็นจุดประสงค์ของผู้เขียนข้อความต่อไปนี้
                                โลกมีลักษณะคล้าย                                             หนังสือ
                อยู่กับบ้านเปรียบถือ                                                            นิ่งไว้
                เริ่มท่องเที่ยวนั่นคือ                                                            เริ่มอ่าน
                เที่ยวหนึ่งหน้าหนึ่งให้                                                       เรื่องรู้ต่างกัน
ก. ส่งเสริมให้รักการอ่าน                                               
ข. เปรียบเทียบโลกกับหนังสือ
ค.   สนับสนุนให้เดินทางท่องเที่ยว                               
ง.   ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยว
จ.  ให้มีวิสัยทัศน์ในการเลือกอ่านหนังสือ
๒.  “ในการทำอะไรลงไปควรทำด้วยปัญญา  อย่าทำไปด้วยอำนาจกิเลสตัณหา  ถ้าเป็นคนที่ศึกษาก็ศึกษาด้วยรู้สึก ผิดชอบชั่วดี  ว่ามันเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษา  ถ้าประกอบการงานก็ต้องมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีว่า    เป็นสิ่งที่ทุกคนควรกระทำและทำให้ดีที่สุดด้วยความเยือกเย็น  ถ้าทำด้วยอำนาจปัญญาควบคุมอยู่จะไม่ใจร้อนเลย”
ใจความสำคัญของข้อความนี้คือข้อใด
                ก.  ควรทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยปัญญา
                ข.  ควรมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี
                ค.  ควรใช้ปัญญาจะได้ใจเย็น
                ง.  กิเลสตัณหาทำให้ใจร้อน
                จ.  มีปัญญาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน
๓.  “ความรู้สึกชอบกับรู้สึกชัง  ถือว่าเป็นความทุกข์เท่ากัน ความชอบทำให้ใจฟู ความชังทำให้ใจแฟบ  การดีใจ  และเสียใจ  เป็นการทำให้จิตเหน็ดเหนื่อยเท่ากัน  ทำให้เกิดหวั่นไหวทางจิตเท่ากันเรียกว่ายึดเวทนาเป็นตัวตน”     การอธิบายชนิดนี้จัดอยู่ในรูปแบบใด
                ก.  ตีความ                                                                           
ข.  วิเคราะห์
                ค.  สังเคราะห์                                                                     
ง.  ประเมินค่า
                จ.  แปลความ
๔.  ข้อใดเป็นใจความสำคัญของข้อความต่อไปนี้
ความตายเป็นเพียงการเดินทาง ไปสู่บ้านหลังใหม่ไม่มีใครเคย “ตาย” ไปจากหัวใจของคนที่รัก  ตราบใด    ที่เรายังระลึกถึง คนที่เรารักก็ยังคง “มีชีวิต” อยู่ตราบนั้น  ไม่มีวันแตกดับไปตามกาลเวลา
ก.   ความตายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องพบ
ข. การตายเป็นการเปลี่ยนที่อยู่ใหม่
ค. ผู้ตายยังคงอยู่ในใจของผู้ที่รักเขา
ง. ผู้ตายแล้วยังมีผู้ระลึกถึงอยู่เสมอ
จ. ความตายต้องมีการแตกดับไปตามกาลเวลา
 
 
 อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม  ข้อ  ๕
 “ความคิดที่ว่าผู้หญิงเป็นเพศที่ละเอียดอ่อนกว่าผู้ชาย  รักสวยรักงาม  ไม่ค่อยใช้เหตุผล  แต่มีญาณหยั่งรู้อะไรบางอย่างที่ดีกว่าผู้ชาย ฯลฯ ล้วนเป็นความคิดที่ได้มาจากบทบาททางสังคมและเศรษฐกิจของผู้หญิงในสมัยก่อนเสียเป็นส่วนใหญ่  ฉะนั้น “ธาตุแท้  ของผู้หญิงตามความเข้าใจของคนทั่วไปนั้น เอาจริงก็เป็นวัฒนธรรม  นั่นก็คือ  เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเอง  จะมีในธรรมชาติความเป็นผู้หญิงจริง ๆ หรือเปล่าก็ไม่ทราบได้”
๕.  ข้อใดอนุมานได้ว่าเป็นความคิดของผู้เขียน
ก.  หญิงเก่งกว่าชายทางด้านบทบาททางสังคม
ข.  ผู้หญิงแตกต่างจากผู้ชายเพราะมีหน้าที่และบทบาทต่างกัน
ค.  หญิงชายมีความรู้สึกและพฤติกรรมเนื่องจากสภาพแวดล้อม
ง.  โดยแท้จริงแล้วผู้หญิงก็เป็นวัฒนธรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นนั่นเอง
จ.  หญิงชายเกิดมาเหมือนกัน  แต่แตกต่างกันเพราะมีเพศเป็นตัวกำหนด
๖.  ข้อใดเป็นจุดประสงค์ของผู้แต่งบทประพันธ์ต่อไปนี้
                                บ้านเมืองลำบากยากเข็ญ                   หนุ่มสาวยังเล่นขายข้าวของ
                บ้านเมืองเร่งหาปัญญาครอง                             หนุ่มสาวยังฉลองไม่เลิกรา
                ขึ้นอุดมศึกษายังทารก                                         โลกแข่งขันสกปรกไม่รอท่า
                พวกกินเมืองย่อมยินดีปรีดา                              เมืองนี้นักศึกษาไม่ยอมโต
ก.  ต้องการให้นักศึกษาพัฒนาประเทศ
ข.  ชี้ให้เห็นปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวง
ค.  ต้องการเห็นนักศึกษาเป็นปัญญาชนที่แท้จริง                                       
ง.  ชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันบ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤต
จ.  ต้องการให้นักศึกษาเห็นความสำคัญของกิจกรรม
๗.  ข้อใดไม่อาจอนุมานได้จากข้อความของผู้เขียน
ก.  มนุษย์คือปุถุชนมีทั้งดีและเลวปนกัน
ข.  คนดีบางคนอาจจะไม่ใช่คนดีที่แท้จริง
ค.  มนุษย์อาจมีทั้งความดีและความเลวอยู่ในตัว
ง.  เวลาเป็นสิ่งที่ช่วยตัดสินความดีเลวของคนได้
จ.  คนเรามีโอกาสทำความเลวได้มากกว่าทำความดี
๘.  ข้อใดเป็นแนวคิดสำคัญของข้อความนี้
 “เหนือบรรพตสดใสน่าใหลหลง                                  กวีลงสรงสนานในธารศิลป์
        โปรยสุคนธ์ปนมาในวาริน                                            อบอวลกลิ่นหอมกรุ่นถึงรุ่นเรา
        ใครได้ลงสรงสนานในธารนี้                                        คงชีวีกี่กัปไม่อับเฉา
        กลิ่นกล่อมโลกโศกสร่างลงบางเบา                             เชิญรับเอาอายสุคันธ์ทั่วกันเอย”
               ก.  ชีวิตกับบทกวี
               ข.  อิทธิพลของงานกวี                                       
              ค. อานุภาพของงานศิลป์
               ง.  ความรื่นรมย์ของมวลกวี
              จ.  ความเย้ายวนของธารศิลป์                           
๙.  ข้อใดสะท้อนความรู้สึกของผู้แต่งคำประพันธ์ต่อไปนี้ได้ตรงที่สุด
 “เมื่อเมืองคนคั่งคับด้วยคนป่า                                       คนดีก็ด้อยค่าเหมือนกรวดหิน
        เมื่อสัตว์ป่าสร้างป่าไว้หากิน                                         สัตว์เมืองก็ต้องสิ้นวิสัยเมือง”
                ก.  โกรธแค้น                                                       
              ข.  สมเพช
               ค.  ท้อแท้                                                               
              ง.  อนาถใจ
       จ.  เสียใจ
อ่านบทเพลงต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อ ๑๐-๑๑
เพลง ดอกหญ้าในป่าปูน
“หัวใจติดดินสวมกางเกงยีนส์เก่า ๆ ใส่เสื้อตัวร้อยเก้าเก้า กอดกระเป๋าใบเดียวติดกายกราบลาแม่พ่อ หลังจากเรียนจบม.ปลาย ลาทุ่งดอกคูนไสว ไปอาศัยชายคาป่าปูน  เอาแรงเป็นทุน แลกกับเงินเดือนต่ำ ๆ เก็บเงินเข้าเรียนภาคค่ำ    ก่อความหวังบนทางเปื้อนฝุ่น สังคมเมืองใหญ่ขาดแคลนน้ำใจเจือจุน ใช้ความอดทนเติมทุน ให้ยืนสู้ไหวทุกวัน     อยู่เมืองสวรรค์แต่เป็นคนชั้นติดดิน เป็นผู้รับใช้จนชิน หูได้ยินแต่คำสั่งงาน แต่ยังยิ้มได้ หัวใจเหมือนดอกหญ้าบาน ถึงอยู่ในที่ต่ำชั้นแต่ก็บานได้ทุกเวลา  หัวใจติดดินสวมกางเกงยีนส์เก่า ๆ ใส่เสื้อตัวร้อยเก้าเก้า แต่ใจสาวบ่ด้อยราคาหวังไว้วันหนึ่งเรียบจบชั้นที่เฝ้ารอมา จะสวมมงกุฎดอกหญ้า ถ่ายรูปปริญญาหวนมาบ้านเรา”

๑๐. คำว่า ดอกหญ้าในป่าปูน มีความหมายตรงกับข้อใด
ก.  หญิงสาวโรงงาน
ข. ผู้หญิงทำงานตอนกลางคืน                                         
ค. ผู้หญิงที่มีอาชีพเป็นคนรับใช้
ง. หญิงสาวชาวบ้านที่มีฐานะยากจน
จ. หญิงสาวต่างจังหวัดทำงานในเมืองหลวง                               
๑๑. เนื้อหาของเพลงนี้ต้องการสะท้อนให้เห็นสิ่งใด
ก.  ชีวิตของผู้หญิงในเมืองกรุง
ข. การถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้างแต่ก็ยังทนได้
ค. ถึงแม้จะยากจนก็อาจจะเรียบจบระดับปริญญาได้
ง. การใช้ชีวิตของคนเมืองหลวงที่ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด
จ. ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความพยายามต่อสู้อุปสรรคเพื่อความสำเร็จ
๑๒.  ชายคนหนึ่งนั่งดื่มเหล้าทั้งวัน  พร่ำพูดแต่คำว่า.............จน  เครียด  กินเหล้า   จน  เครียด  กินเหล้า  จน  เครียด   
         กินเหล้า...........เลิกเหล้า  เลิกจน  เริ่มต้นเข้าพรรษานี้.......... 
         จากโฆษณานี้นักเรียนคิดว่าข้อใดคือปัญหาสำคัญของชายคนนี้
               ก.  เหล้า                                                                             
             ข.  ความจน
              ค.  ความเครียด                                                                   
             ง.  เลิกเหล้าไม่ได้
             จ.  ปัญหาครอบครัว
  อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ  ๑๓-๑๔
                ๑.  สิ่งนั้นคือความรักของผู้คน
                ๒.  คนเราอาจขึ้นสู่ความสำเร็จได้ด้วยความสามารถ
                ๓.  แต่จะอยู่ได้นานมั่นคงและมีความสุขก็ต้องมีมือวิเศษโอบอุ้ม
                ๔.  ความรักจะเกิดได้ต่อเมื่อมีบุคลิกต้องตา วาจาต้องใจ ภายในล้ำเลิศ  พฤติกรรมมีเสน่ห์           

๑๓.  จงเรียงลำดับข้อความให้เหมาะสม
                ก.  ๑ ๒ ๓  ๔                                                                 
              ข.  ๒  ๓  ๔  ๑
               ค.  ๒  ๓  ๑  ๔                                                                 
              ง.  ๔  ๒  ๓   ๑
       จ.  ๔  ๓  ๒   ๑
๑๔.  ข้อใดเป็นใจความสำคัญของข้อความข้างต้น
               ก.  ความสำเร็จเกิดจากความสามารถ
              ข.  ความรักบันดาลให้เกิดความสำเร็จ                       
               ค.  คนเราจะสำเร็จได้ต้องมีคนมาช่วยเหลือ
               ง.  ความรักเกิดจากการบริหารกาย วาจา ใจ ให้มีเสน่ห์           
              จ.  ความสำเร็จที่มั่นคงและทำให้มีความสุขเกิดจากความรัก       
๑๕.  “คนเราถึงจะเป็นใหญ่ปานใดก็ดี ยังคงมีผู้อื่นหรือสิ่งอื่นที่ใหญ่กว่า ซึ่งถ้าเป็นผู้มีความคิดชอบก็จะต้องเคารพ
          นับถือ แม้พระบรมศาสดาที่เรานิยมว่าประเสริฐกว่ามนุษย์ทั้งปวง ก็ยังทรงแสดงคารวะต่อพระธรรม”
ข้อใดไม่อาจอนุมานได้ว่าเป็นบุคลิกภาพของผู้เขียน
ก. มีคุณธรรม
ข. อ่อนน้อมถ่อมตน
ค. มีความคิดเฉียบคม
ง. มีความรู้ทางวิชาการสูง
จ. ปฏิบัติศีล ๕ อย่างเคร่งครัด
๑๖. ในข้อความต่อไปนี้ “หัวใจของธุรกิจนี้” มีความหมายตามข้อใด
“หัวใจของธุรกิจนี้แตกต่างจากที่อื่น ซึ่งอาจจะสนใจพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีเลิศบ้าง  ขยายเครือข่าย   
อย่างกว้างขวางบ้าง ส่วนเราต้องยืนหยัดให้ได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม”
ก. ความมั่นคงขององค์กร
ข. คุณภาพของสินค้า
ค. ความมีสัมพันธภาพที่ดี
ง. การเติบโตของธุรกิจ
จ. ความก้าวหน้าของธุรกิจ


๑๗.  ข้อใดไม่อาจอนุมานได้จากข้อความต่อไปนี้
“การไม่กินอาหารเช้าจะทำให้ร่างกายขาดพลังงาน และจะมีผลต่อการเรียนรู้และความจำ เพราะสารอาหารหลักที่ให้พลังงานคือกลูโคสจากอาหาร ดังนั้นการกินอาหารเช้าจึงทำให้สมองทำงานได้ดี โดยเฉพาะเด็กนักเรียน   จะช่วยให้มีสมาธิในการเรียน”
ก. ผู้ใหญ่อาจงดอาหารเช้าได้เพราะไม่ได้อยู่ในวัยเรียน
ข. อาหารเช้ามีประโยชน์เพราะทำให้ร่างกายได้รับพลังงาน
ค. ทุกคนควรกินอาหารเช้าเพราะจะช่วยการทำงานของสมอง
ง. นักเรียนควรกินอาหารเช้าเพราะจะช่วยให้เรียนหนังสือได้ดีขึ้น
จ. ในวัยเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ต้องทานอาหารเช้าเพราะจะช่วยในการทำงานของสมอง
๑๘.  ข้อใดไม่มีน้ำเสียงประชด
ก.  หม่อมฉันมิบังอาจนั่งร่วมบัลลังก์อาสน์กับสมเด็จพระอัยกาได้  เพราะหม่อมฉันเป็นเพียงสามัญชน
ข. ถึงพี่จะรุ่งเรืองไปเบื้องหน้า ก็ไม่พึ่งวาสนาอย่าอวดอ้าง ดีแต่จะมาพานรานทางไม่อดสูใจบ้างหรืออย่างไร
ค. จึงออกมาว่ากับลูกสาว ช่างทำความงามฉาวอีคนชั่ว เสียยศเสียศักดิ์ไม่รัก ตัวเลือกผัวได้เงาะเห็นเหมาะใจ
ง. อันผัวพี่ดีเหลือเป็นเนื้อหน่อ เห็นต่อจะบุญหนักศักดิ์ใหญ่ รูปร่างน้อยจ้อยอร่อยใจ จงกอดไว้เถิดค่ะ
     อย่าละวาง
จ. เออค่ะกระนั้นและจริงอยู่ รูปร่างผัวกูไม่สู้เหมาะที่ไหนจะงามพร้อมเหมือนหม่อมเงาะ  ใครเห็นก็หัวเราะ
    ว่ารูปงาม
๑๙.  ข้อใดแสดงเจตนาที่ชัดเจนที่สุดของข้อความต่อไปนี้
                ขวานไทยไม่มีด้ามนำไปใช้ย่อมไร้พลัง  คนไทยไม่เคยแบ่งข้างไทย  แขก  จีน  ฝรั่งที่เกิดเมืองไทยใต้ร่ม
        บรมโพธิสมภาร พระเจ้าอยู่หัว พระราชินีทรงห่วงใย  ลูกเอยหลานเอยล้วนคนไทย  มาสร้างฝันวันใหม่
        ให้ขวานไทยใจหนึ่งเดียว
           ก.  เตือนให้คนไทยรักสามัคคี
              ข.  กระตุ้นให้คนไทยมีความหวัง
ค..  ย้ำให้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ                                                       
ง.  คนไทยควรมีจิตสำนึกและรักความเป็นไทย
จ.  ชี้ให้เห็นความสำคัญของแผ่นดินไทยทุกส่วน     
๒๐. ผู้กล่าวข้อความต่อไปนี้มีจุดประสงค์ตามข้อใด
                ต้นไม้น้อย ๆ ยังให้ออกซิเจนแก่โลก  ดอกไม้น้อย ๆ ยังให้ความเพลินตาแก่มนุษย์  ผีเสื้อและนกกา       
        บินไปมายังให้ความสบายตาแก่ผู้พบเห็น  เราเกิดมาชาติหนึ่งจะไม่ให้อะไรแก่แผ่นดินที่เราเกิดมาบ้างหรือ
                ก.  ให้เห็นคุณค่าของทรัพยากรของโลก                       
ข.  ให้รู้จักบุญคุณของธรรมชาติ
                ค.  ให้ทำตนให้มีประโยชน์ต่อส่วนรวม       
ง.  ให้เห็นประโยชน์ของสรรพสิ่งในโลก
จ.  ให้ร่วมกันอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม
๒๑.  “แดดยามบ่ายเริ่มอ่อนแสงลง  เราจอดรถหน้าพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ที่สลักบนแผ่นผาเบื้องใต้พระบาท   
         ตรงหน้าเรียงรายไปด้วยต้นลั่นทม  ซึ่งกำลังออกดอกสีขาวนวลสะพรั่ง  ดั่งดอกไม้บูชารูปรอยที่คนสมัยหนึ่ง
        ได้ขึ้นไปถึงศิลปะแห่งการรังสรรค์  ทั้งในด้านพลังอารมณ์สุนทรียภาพ และจินตนาการแห่งศรัทธา”
                ก.  บรรยายโวหารและพรรณนาโวหาร
                ข.  พรรณนาโวหารและอุปมาโวหาร
                ค.  พรรณนาโวหารและสาธกโวหาร
                ง.  บรรยายโวหารและอุปมาโวหาร
 จ.  บรรยายโวหารและสาธกโวหาร
๒๒.  ข้อใดเรียงลำดับข้อความแบบข้อคิดเห็น-ข้อเท็จจริง       
                ก.  ปัจจุบันคนไทยในเมืองหลวงไม่ค่อยรู้จักระด้งกันแล้ว นอกจากชาวชนบท
ข.  กระด้งที่เคยใช้ฝัดข้าวก็แทบหมดความหมายเมื่อมีเทคโนโลยีมาใช้ คือ โรงสีข้าว
ค.  นำกระด้งมาเป็นอุปกรณ์ในการตากอาหารที่ต้องการถนอมชาวชนบทจึงต้องมีไว้ใช้
                ง.  กระด้งเป็นเครื่องมือใช้ประจำครัวเรือนในชนบทนำมาใช้ประโยชน์มากมายหลายด้าน
จ.  คนภูไทจังหวัดสกลนครยังจักสานกระด้งเป็นอาชีพนำรายได้สู่หมู่บ้านปีละ 2 - 3 ล้านบาท     
๒๓.  ข้อความต่อไปนี้โน้มน้าวใจด้วยวิธีใด
                “แผ่นดินนี้เป็นของไทย  บรรพบุรุษของเราได้อุทิศชีวิตเป็นชาติพลีเพื่อปกป้องแผ่นดินนี้เอาไว้  เราจัดต้อง
          รักษา แผ่นดินนี้สืบไป  จะไม่ยอมให้ผู้ใดมาแย่งชิง แผ่นดินนี้ของเราไป
 ก.  อ้างคนส่วนใหญ่          ข.  อ้างบุคคลหรือสถาบัน                ค.  กล่าวแต่สิ่งทีเป็นประโยชน์แก่ตน             ง.  การกล่าวรวม ๆ ด้วยถ้อยคำหรูหรา            จ.  กล่าวรวม ๆ ด้วยถ้อยคำเร้าอารมณ์
๒๔.  ข้อใดใช้ภาษาในการเขียนรายงานทางวิชาการได้เหมาะสมที่สุด
                ก.   ตึกระฟ้าทั้งหลายเป็นอุปสรรคขวางกั้นมิให้ลมพัดเข้าสู่ตัวเมือง     
                ข.  ถ้าคุณเป็นไข้ ระดับปรอท ในหลอดแล้วสว่างจะค่อย ๆ สูงขึ้นทีละนิด
ค.  ฝุ่นที่เกิดจากการก่อสร้าง และควันจากโรงงานลอยอยู่ทั่วไปในอากาศ
                ง.  ถ้ายังมีฝุ่นและควันมากเช่นนี้  กรุงเทพฯ ก็คงมิใช่เมืองฟ้าอมรอีกต่อไป
จ.  สิ่งก่อสร้างเหล่านี้เป็นตัวการสำคัญ ที่สกัดกั้น  ไม่ให้ฝุ่นละอองกระจายไปในมุมกว้าง             
๒๕.  ข้อใดเว้นวรรคตอนได้ดีที่สุดในการเขียน
                ก.  คำว่า/ปรัชญา/หมายถึง/บัตรที่แสดงวิทยฐานะ/ของผู้สำเร็จการศึกษาขั้นปรัญญาแล้ว
                ข.  คุณยายคนนี้อายุ 90 กว่า/แล้วแต่แข็งแรงมี/เดินเหินคล่องแคล่วไม่เคยเจ็บป่วยเป็นอะไรเลย
                ค.  กาลย่อมล่วงไป/ราตรีย่อมผ่านไปวันและวัยย่อมล่วงลำดับไป/ผู้เห็นภัยแห่งมรณะฟังทำบุญอันนำสุข มาให้
ง.  ในวาระขึ้นปีใหม่นี้/ขอให้ท่านและครอบครัวจงเจริญด้วยจตุรพิธพร/คือ/อายุ/วรรณะ/สุขะ/พละ/ เป็นนิตย์เทอญ
จ.  บริษัทการบินสำรองที่นั่งไว้เผื่อบุคคลสำคัญที่/มีความจำเป็นจะต้องเดินทางอย่างกะทันหัน/และไม่ได้จองที่นั่งไว้ล่วงหน้า
๒๖. ข้อใดควรเป็นคำนำของเรียงความเรื่อง “เกาะพีพี”
                ก. เกาะพีพีมีถ้ำไวกิ้งที่สวยงาม
                ข. เกาะพีพีเป็นหมู่เกาะที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง
                ค. เกาะพีพีเป็นเกาะที่มีน้ำทะเลใสสะอาดมาก
                ง. เกาะพีพีเป็นเกาะที่มีทิวทัศน์โดยรอบงดงาม                         
                             จ. เกาะพีพีสมควรได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุด
๒๗.  ข้อใดมีการอธิบายจากผลไปหาเหตุ
                     ก.  ใครจะเอาเป็นผัวเขากลัวอาย                                                                     หัวหูเหมือนควายที่ตกปลัก
                    ข.  ด้วยเดชะพระเวทวิเศษประสิทธิ์                                                           เผอิญคิดรักใคร่พระทัยอ่อน
                    ค.  ด้วยขุนช้างอ้างว่ารับสั่งให้                                                                      ใครจะขัดขืนไว้ก็กลัวผิด
                    ง.  ขุนช้างชิงนางออกจากห้อง                                                                      ข้าจึงลักวันทองเข้าป่าใหญ่
              จ.  ใครจะควรสู่สมอยู่กลมเกลียว                                     ให้เด็ดเดี่ยวรู้กันแต่วันนี้
๒๘.  ข้อใดมีประโยคภาษาต่างประเทศ
               ก.  ทุก ๆ วันฉันจะไปโรงเรียนแต่เช้าเพื่อไปรอเข้าแถวเคารพธงชาติ “ฉันรักประเทศไทย”
               ข.  สองสามเดือนต่อมา  จ่าแหวนมากระซิบกระซาบกับผมในลานจอดรถอีกว่าเป็นโรคกระเพาะ
                    และขณะนี้อาการกำเริบ
                ค.  ฉันเปิดประตูห้องพักแล้วออกมายืนที่ระเบียง ในเวลานั้นเองท่ามกลางความสลัวรางของม่านฝน
                    ฉันเห็นมันค่อย ๆ  เอนตัวลงมาช้า ๆ
               ง.  ครอบครัวนริศเหมือนครอบครัวเขา  ประหนึ่งถอดออกจากพิมพ์เดียวกันคือพ่อเป็นผู้นำก็จริงแต่เป็น
                   เมืองขึ้นของแม่โดยตลอด
               จ.  เมื่อสุดสาคร  อายุ  ๓  ปี  ได้พบสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งอยู่ในถ้ำ ตัวเป็นม้าสีดำแต่หน้าเหมือนมังกร
                   และหางเหมือนพญานาคมีเขี้ยวเป็นเพชร  เกล็ดเป็นนิล  ลิ้นเป็นปาน           
๒๙.  ข้อใดไม่มีการเปรียบ
                ก.  แมลงภู่คู่เคียงว่าย               เห็นคล้ายคล้ายน่าเชยชม                     
               ข.  ปลาทุกทุกข์อกกรม           เหมือนทุกข์พี่ที่จากนาง
                ค.  งามทรงวงดั่งวาด                    งามมารยาทนาดกรกราย
               ง.  สร้อยทองย่องเยื้องชาย       เหมือนสายสวาทนาดนวยจร
            จ.  สรมุขมุขสี่ด้าน                  เพียงพิมานผ่านเมฆา
๓๐.  ข้อใดขาดสัมพันธภาพในการเขียน
              ก.  พิษณุโลกเป็นเมืองที่น่าอยู่ ผู้คนก็มีอัธยาศัยดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่   
ข.  นอกจากได้ท่องเที่ยวดูธรรมชาติริมคลองแล้ว ทุกคนยังได้กินก๋วยเตี๋ยวเรือที่ขายในคลองอีกด้วย
ค.  ถึงแม้น้ำประปาของไทยจะมีคุณภาพดี แต่ก็ยังต่ำกว่ามาตรฐานน้ำดื่มขององค์การอนามัยโลก
              ง.  หากผู้ใดเกิดมาในครอบครัวที่เลี้ยงดูด้วยความรัก ก็จะทำให้ผู้นั้นเติบโตอย่างมีความสุข  มีจิตใจที่มั่นคง                 
              จ.  รัฐบาลแถลงการณ์ปราบปรามผู้ลักลอบขนสินค้าหนีภาษีแก่สื่อมวลชนเมื่อวานนี้ เพื่อส่งเสริมจริยธรรม   
                   ของสังคม         
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 28, 2015, 02:08:03 pm
๓๑.  การเขียนเรียงความเรื่อง “น้ำดีน้ำเสีย”ควรจัดลำดับโครงเรื่องเนื้อหาตามข้อใด
       ๑.  น้ำเสียมีโทษอย่างไร
       ๒. วิธีกำจัดน้ำเสียและรักษาน้ำดีอย่างไร
       ๓.  น้ำดีคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร
       ๔.  น้ำดีกลายเป็นน้ำเสียเพราะอะไร
       ๕.  น้ำเสียมีกี่ประเภท อะไรบ้าง
             ก.  ๑ ๒   ๓  ๕ ๔               
              ข.  ๕  ๑  ๒  ๓  ๔ 
              ค.  ๔ ๑  ๒  ๓  ๕               
              ง.  ๓  ๔  ๕  ๑  ๒ 
              จ.  ๓  ๔  ๕  ๒  ๑   

๓๒. รายงานทางวิชาการส่วนใดใช้ภาษาไม่เหมาะสม
         ๑) การเข้าพักอาศัยอยู่กับคนในหมู่บ้านทำให้ได้เรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนเหล่านั้น / ๒) นักวิจัยพบว่า
          ต้องทำตัวเป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย คลุกคลีตีโมงกับชาวบ้านเพื่อสร้างความสนิทสนมคุ้นเคย / ๓) ปฏิบัติตาม
          กฎระเบียบของหมู่บ้าน เคารพสิทธิของเจ้าของพื้นที่ / ๔) ไม่ทำสิ่งที่ขัดแย้งกับข้อปฏิบัติของชุมชน และ
         ไม่ลบหลู่ความเชื่อของคนในท้องถิ่น
ก. ส่วนที่ ๑
ข. ส่วนที่ ๒
ค. ส่วนที่ ๓
ง. ส่วนที่ ๔
จ. ส่วนที่ ๑  และส่วนที่ ๒
๓๓. ข้อความส่วนใดเหมาะจะใช้ในจดหมายกิจธุระ
         ๑) พร้อมกันนี้ผมขออนุญาตส่งเอกสารเกี่ยวกับการพัฒนาสินค้ามาให้ดูเผื่อจะเป็นประโยชน์กับสมาชิก /
      ๒)  ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าท่านจะต้องดำเนินการผลิตตามหลักการใหม่นี้จึงจะส่งสินค้ามาขายได้ /
         ๓) รายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับการพัฒนาสินค้ามีอยู่อีกมากที่ศูนย์ฯ ถ้าท่านจะแวะไปก็ยินดีต้อนรับ /
         ๔) หากท่านมีข้อข้องใจสามารถติดต่อได้ในเวลาทำการ ตามหมายเลขโทรศัพท์ท้ายจดหมายนี้
ก. ส่วนที่ ๑
ข. ส่วนที่ ๒
ค. ส่วนที่ ๓
ง. ส่วนที่ ๔
จ. ส่วนที่ ๓ และ ส่วนที่ ๔
๓๔. ข้อความต่อไปนี้เหมาะจะเป็นส่วนใดของเรียงความเรื่อง “อุดมการณ์ของชาวจีนในเมืองไทย”
        ในบรรดากลุ่มชาวจีนที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเมืองไทยดังกล่าว ชาวจีนแต้จิ๋วนับเป็นกลุ่มที่มีจำนวน
        มากที่สุด รองลงมาเป็นชาวจีนฮกเกี้ยน รองลงมาอีกคือชาวจีนไหหลำและชาวจีนกวางตุ้ง ส่วนชาวจีนแคระ
        นั้นมีจำนวนน้อยที่สุด
ก. ส่วนนำเรื่อง
ข. ส่วนสรุปเรื่อง
ค.  การยกตัวอย่าง
ง. ส่วนขยายความ
จ. ประเด็นสำคัญของเรื่อง

๓๕. ข้อใดไม่จำเป็นต้องอ้างถึงในการเขียนบรรณานุกรมทั้ง ๒ รายการ รศ.ดร.นววรรณ พันธุเมธา. ๒๕๔๙.     
        คลังคำ. พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพฯ : บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่งจำกัด(มหาชน). ๑๑๓๔ หน้า.
ก. สำนักพิมพ์ และ จำนวนหน้า
ข. ครั้งที่พิมพ์ และ สำนักพิมพ์
ค. นำหน้าชื่อผู้แต่ง และ สำนักพิมพ์
ง. คำนำหน้าชื่อผู้แต่ง และ ครั้งที่พิมพ์
จ. คำนำหน้าชื่อผู้แต่ง และ จำนวนหน้า
๓๖.   ข้อใดใช้ภาษาเขียนที่ถูกต้อง
              ก.   การออกกำลังกายมีประโยชน์ทำให้หุ่นเพรียวลมสมส่วน
           ข.   การฉายภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทำให้คนดูเบื่อ
            ค.   มัคคุเทศก์พาคณะนักท่องเที่ยวนั่งรถชมวิวก่อนขึ้นภูกระดึง
            ง.   นักแข่งจักรยานทีมชาติไทยประสบอุบัติเหตุในการแข่งขันทัวร์ออฟไทยแลนด์
            จ.  การคบคนดีเป็นศรีแก่ตัว ทั้งที่พูดอย่างนี้คนที่ขาดปัญญาและขาดสติก็ยังหลงไปคบกับคนที่เลวอยู่ได้
๓๗.  ข้อใดไม่มีลักษณะการเขียนแบบนิราศ
ก.  สาลิกามาตามคู่  ชมกันอยู่สู่สมสมร
ข.  เห็นฝูงยูงรำฟ้อน  คิดบังอรร่อนรำกราย
ค.  สร้อยทองย่องเยื้องชาย  เหมือนสายสวาทนาดนวยจร
ง.  นางนวลนวลน่ารัก  ไม่นวลพักตร์เหมือนทรามสงวน
    จ.  คับแคจับแคสันโดษเดี่ยว  เหมือนเปล่าเปลี่ยวคับใจในไพรกว้าง
๓๘.  ข้อใดใช้โวหารการเขียนต่างกับข้ออื่น
        ก.  เสียงผู้คนตะโกนไปทั่วว่า“ทรงพระเจริญ”แสงแดดที่แผดกล้ากลับรู้สึกอบอุ่นมีสายลมเย็นๆ แผ่วผ่านมา
          ข.  เสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีดังขึ้น พร้อมกับเสียงที่ทุกคนเปล่งออกมาว่า “ทรงพระเจริญ”
                    ก็ดังก้องไปทั่วบริเวณ
        ค.   มองไปทางไหนเห็นแต่สีเหลืองอร่ามสะพรั่งไปทั่วบริเวณ อาจมีสีอื่นบ้างจากร่มกั้นกางกันแดด
                    ดูเป็นสีกระดำกระด่างแซมปนอยู่
        ง.  เสียงเห่เรือก้องกังวานตามผืนน้ำ ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นก็สาดแสงสีเหลืองทองจับเป็น
                   ประกายบริเวณหมู่ยอดเจดีย์
    จ.   ทั่วราวป่าสงัดเงียบจนน่ากลัว เขาไม่กล้าแม้จะขยับตัวไล่ยุงที่บินหวู่หวี่อยู่ข้างหูก่อนที่จะเกาะ
                   กัดและกินเลือดของเขาจนอิ่ม
๓๙.  ข้อใดไม่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้มีการพูดประโยคต่อไปนี้
    “น่าจะดีนะ เราจะได้ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย”
ก.  การอนุญาตให้ค้าขายบนทางเท้าได้โดยไม่มีวันหยุด
ข.   การณรงค์ให้ใช้เตาเผาขยะแบบไร้ควันพิษในโรงงาน
ค.   การประกาศให้นิคมอุตสาหกรรมเป็นเขตปลอดมลพิษ
ง.    การเปลี่ยนสถานี ขนส่ง เป็นสวนสาธารณะกลางเมือง
จ.    นักเรียนช่วยกันปลูกต้นไม้สองข้างทางถนนของโรงเรียน
๔๐.  สำนวนในข้อใดไม่เกี่ยวกับการพูด
ก.  พอก้าวขาก็ลาโรง
ข.  ปากหวานก้นเปรี้ยว
ค.  ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก
ง.  ไปไหนมาสามวาสองศอก
จ.  น้ำร้อนปลาเป็น  น้ำเย็นปลาตาย
๔๑.  ข้อใดเป็นสถานการณ์ที่แสดงว่าการฟังไม่เกิดประสิทธิผล
    ก.  พิชิตสรุปเนื้อหาที่ฟังได้ทุกตอน
ข.  พิจารณ์บันทึกข้อคิดที่ได้จากการฟัง
ค.  พิชัยเล่าเรื่องที่ฟังให้เพื่อนเข้าใจชัดเจน
    ง.  พิสุทธิ์ขบคิดวิธีแก้ปัญหาเรื่องที่กำลังฟัง
จ.  พิเชษฐ์บอกน้ำเสียงของผู้พูดและตีความได้
๔๒.  บุคคลในข้อใดขาดมารยาทในการฟัง     
             ก.  สุชาดาสบตาอาจารย์ขณะฟังบรรยาย
             ข.  มารตีจดบันทึกหัวข้อสำคัญที่ได้จากการฟัง
         ค.  ขณะฟังบรรยายมาลีมักจะซักถามตลอดเวลา
ง.  เมื่อวิทยากรเริ่มบรรยายสิรินาก็นั่งฟังอย่างตั้งใจ         
จ.  กรองกาญจน์ปรบมือเสียงดังหลังจากพิธีกรแนะนำผู้บรรยาย


๔๓. ข้อใดเป็นคำพูดที่เหมาะสมที่สุดของประธานในที่ประชุม
            ก.  ผมเป็นคนพูดจริง ทำจริง เพราะฉะนั้นกิจกรรมนี้ผมจะเป็นคนดูแลเอง
ข.   ผมขอมอบให้คุณสมชายเป็นฝ่ายเหรัญญิก   คุณสมชายจะขัดข้องไหม
    ค.   เลขานุการของสมาคมขอลาออก ผมขอให้ที่ประชุมเสนอชื่อผู้ที่จะทำหน้าที่นี้ เพื่อจะได้มีมติแต่งตั้ง
                    ต่อไป
ง.    ผมขอให้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องสถานที่ที่จะไปทัศนศึกษาและผมเสนอว่าเราควรไปเขาค้อ  ผมเคย
                 ไปมาแล้วอากาศดีมาก           
         จ.   ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้จัดการประชุมวิชาการ เนื่องในโอกาส  72  พรรษา  ผมจะทำโครงการเอง
                     นะครับ จะได้ตั้งงบประมาณได้เร็ว
๔๔.  ข้อใดไม่มีคำสมาส
    ก.  บทความบางเรื่องมีแผนภูมิประกอบ
    ข.  คณะนาฎศิลป์ไทยไปแสดงต่างประเทศ
    ค.  หนังสือที่มีอายุครบ 50 ปีแล้วไม่มีค่าลิขสิทธิ์
    ง.  ทหารที่สละชีพเพื่อชาติได้รับการยกย่องให้เป็นวีรบุรุษ
    จ.  นักเรียนไทยมีภูมิปัญญาสู้ชาวต่างชาติได้สบาย
๔๕.  พยางค์สุดท้ายของคำในข้อใดมีลักษณะเป็นพยางค์ปิดทั้งหมด
    ก.  ระเรื่อ ผ้าไหม ลำน้ำ   
    ข.  ชำแหละ ดื่มด่ำ คันไถ
    ค.  เสียใจ  จำใจ  ทุกข์ใจ
    ง.  สมาธิ  ล้มเหลว  เกมโชว์
    จ.  ใจเบา  สร้างสรรค์  หวั่นไหว
๔๖.  ภรรยา  :  ไปเที่ยวทะเลกันนะคะ
         สามี  :   วันอะไรดี
       ภรรยา :  น่าไปซะศุกร์นี้แหละ
         สามี  :   ก็ต้องตระเตรียมของ
       คำสนทนานี้ หากนำมาจัดวรรคใหม่ จะได้คำประพันธ์ตามข้อใด

ก.    กลอน           
    ข.   ร่ายยาว
ค.   กาพย์ยานี
ง.   โคลงสี่สุภาพ
    จ.   อินทรวิเชียรฉันท์               
๔๗.  กลุ่มคำในข้อใดเป็นนามวลีทั้งหมด
    ก.  สุดสายป่าน          รักในม่านเมฆ         คู่กรรม   
    ข.  โรงเรียนของเรา      สูงเทียมฟ้า        วิมานดิน   
    ค.  ฟ้าเพียงดิน          สุดแดนสยาม          เด็กเลี้ยงแกะ
    ง.  นกบนต้นไม้      วิ่งออกกำลังกาย      ข้างหลังภาพ
    จ.  ผู้บริหารโรงเรียน      นายกสมาคม          ทหารประจำการ
๔๘.  คำภาษาอังกฤษในข้อใดใช้คำไทยแทนไม่ได้
    ก.  จินดาทำข้อสอบหลายวันจนรู้สึกเบลอไปหมด
    ข.  จิตเสมอ ไปหาหมอเพื่อใช้แสงเลเซอร์รักษาผิวหน้า
    ค.  จินตหรา เป็นดีไซเนอร์ประจำห้องเล็กที่มีชื่อเสียง   
    ง.  จงใจเป็นวิสัญญีแพทย์ระดับอินเตอร์ของโรงพยาบาลนี้
    จ.  นักฟุตบอลไทยได้โค้ชจากตัวประเทศทำให้เล่นดีขึ้น
๔๙.  ข้อความในข้อใดมีเสียงสระประสมอยู่ด้วย
    ก.  เสือสั่งฟ้า
ข.  รักปาฏิหาริย์
    ค.  กุหลาบซาตาน           
    ง.  มงกุฎไร้หนาม
จ.  สุดแต่ใจจะไขว่คว้า
๕๐. เสียงของพยางค์ในข้อใดมีโครงสร้างต่างกับข้ออื่น
ก.   ฝูง
ข.  เลย               
ค.  บอด
ง.  ควาน                             จ.  หลาก         
๕๑.  ข้อใดมีคำที่แสดงวัจนภาษา
          ก.  แม้มากผิกิ่งไม้     ผิวใครจะใคร่ลอง
     มัดกำกระนั้นปอง     พลหักก็เต็มทน
ข.  นิ่งเงียบสงบงำ     บมิทำประการใด
     ปรากฏประหนึ่งใน     บุรว่างและร้างคน
ค.  ปรึกษาหารือกัน     ไฉนนั้นก็ทำเนา
     จักเรียกชุมนุมเรา     บแลเห็นประโยชน์เลย
ง.  ลูกข่างประดาทา     รกกาลขว้างไป
                หมุนเล่นสนุกไฉน       ดุจกันฉะนั้นหนอ
          จ.  บงเนื้อก็เนื้อเต้น           พิศเส้นสรีรัว
                  ทั่วร่างและทั้งตัว           ก็ระริกระริวไหว
๕๒.  ข้อใดใช้ภาษาระดับทางการ
           ก.  ปีใหม่ปีนี้ดูๆ แล้วบรรยากาศเงียบเหงานะ
           ข.  วิถีชีวิตไทยริมสองฝั่งน้ำกลับมาคึกคักอีกครั้ง
           ค.  ถนนการลงทุนทุกสายต่างเร่งปัดฝุ่นเศรษฐกิจฟื้นจุดขาย
           ง.  เมื่อกระบวนเห่เรือพระราชพิธีในแม่น้ำเจ้าพระยาปิดฉากลง
           จ.  กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์   
๕๓.  ข้อใดไม่มีคำราชาศัพท์
           ก.  ผมเปลือยเลื้อยประลงจนบ่า    งามปลายเกศาดูสมศรี
           ข.  พระตรัสถามความอย่างราษฎร     ฮ้าเฮ้ยดูก่อนอีวันทอง
           ค.  จะกล่าวถึงพระองค์ผู้ทรงเดช    เสด็จคืนนิเวศน์พอจวนค่ำ
           ง.  ทอดพระเนตรมาเห็นขุนนางเฝ้า    เออใครเอาฟ้องมันไปไว้ไหน
           จ.  มันก็จะสอดแนมแกมเท็จ    ไปกราบทูลสมเด็จพระพันวษา             
๕๔.  ข้อใดเป็นการแสดงทรรศนะ
    ก.  ฉันได้พบเรื่องขันอันแปลกยิ่ง          แต่มิใช่เรื่องจริงดอกหนาท่าน       
       ข.  ขอตอกย้ำการกระทำเหนือคำพูด           ขอพิสูจน์ตัวตนของคนแกร่ง
    ค.  เปลก็ไกวดาบก็แกว่งแข็งหรือไม่            ไม่อวดหยิ่งหญิงไทยมิใช่ชั่ว
ง.  โจรผู้ร้ายหมายใจจะได้ทรัพย์                 โปรดให้สับทิ้งซากตากสถาน
จ.  ฝ่ายขุนนางกรมท่าว่ากระไร          ละครในรำช้าช้าเป็นท่าทาง           


๕๕.  ข้อใดควรเป็นประเด็นหลักของการโต้แย้งในหัวข้อ “ ขุดเจ้าพระยา ๒  เพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ”
    ก.  ป้องกันน้ำท่วมได้จริงหรือ
    ข.  ขุดคลองเจ้าพระยาเพื่อใคร
ค.  ผลได้ผลเสียจะคุ้มกันหรือไม่
    ง.  เราขี่ช้างจับตั๊กแตนกันหรือเปล่า
    จ.  ควรตั้งชื่อคลองที่ขุดใหม่ว่าอะไร           
๕๖.  ข้อใดมีคำประสมทุกคำ
ก. ติดลม ติดใจ ติดขัด
ข. น้ำไหล น้ำมือ น้ำตา
ค. คำขาด คำคม คำราม
ง. น้ำป่า น้ำไหล น้ำมือ
จ. เดินแต้ม เดินรถ เดินสะพัด
๕๗.  ข้อใดใช้คำลักษณะนามไม่ถูกต้อง
ก. รัฐบาลมีปัญหาเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไขหลายเรื่อง
ข. เขาสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของหน่วยงานได้ครบทุกข้อ
ค. คณะกรรมการกำลังพิจารณาคำขวัญที่ส่งเข้าประกวด ๕๐ บท
ง. นักวิชาการเสนอข้อคิดเห็นไว้ในบทสรุปของรายงานหลายประการ
             จ. บุญมาอ่านหนังสือเรียนทุกวัน เขาอยากเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยให้ได้
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 28, 2015, 02:08:23 pm
๕๘. ข้อความต่อไปนี้มีบุพบทและสันธานกี่คำ
คนไทยสมัยโลกาภิวัตน์ได้เปรียบคนไทยรุ่นก่อนในด้านที่มีความรู้กว้างขวาง เพราะสามารถแสวงหา
        ความรู้ได้จากแหล่งต่างๆ ทั้งหนังสือ วิทยุ โทรทัศน์ และคอมพิวเตอร์
ก. บุพบท ๑ คำ สันธาน ๓ คำ
ข. บุพบท ๒ คำ สันธาน ๓ คำ
ค. บุพบท ๑ คำ สันธาน ๔ คำ
ง. บุพบท ๒ คำ สันธาน ๔ คำ
จ. บุพบท ๓ คำ สันธาน ๔ คำ
๕๙. ข้อใดเป็นประโยคความซ้อน
ก. สุภาพสตรีผู้รักสวยรักงามก็ต้องศึกษาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตก่อน
ข. ปัจจุบันระบบอินเทอร์เน็ตมีบทบาทอย่างมากทั้งในหมู่วัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่
ค. ทุกวันนี้เราจะสังเกตเห็นว่ามีอินเทอร์เน็ตคาเฟ่แฝงอยู่ในธุรกิจหลายประเภท
ง. โลกของอินเทอร์เน็ตมีสารประโยชน์ ความบันเทิง ความรู้ และการสื่อสารมากมาย
จ. ในร้านอาหาร โรงแรม สปา ห้างสรรพสินค้า และโรงพยาบาลบางแห่งมีมุมของอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ทั้งนั้น
๖๐.  ข้อใดมีเสียงพยัญชนะท้ายพยางค์ทุกคำ         
ก.  ฉันจะไปเที่ยวทะเลในวันหยุด
ข.  เขาทำงานจนภารโรงปิดห้อง               
ค.  คุณยายเป็นลมเมื่ออ่านจดหมายจบ
ง.  ต้นกล้วยริมรั้วลวดหนามออกเครือแล้ว
จ.  ภาคใต้ได้รับความเสียหายจากคลื่นยักษ์
๖๑. ข้อใดไม่มีคำพ้องความหมาย
         ก. ไอยรา ราชสีห์ กุญชร           
         ข. ลำธาร  ชลาสินธุ์  มัจฉา
         ค. เทเวศร์ อัจฉรา สุรารักษ์           
         ง. สิงขร  เวหาสน์ วนาดร
         จ.  อนงค์  กัลยา  ดรุณี
๖๒.   ข้อใดเขียนคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษได้ถูกต้องทุกคำ
ก. เปอร์เซ็น    พลาสติค    คลินิก
    ข.  ซอส        เต็นท์        เบ็นซิน
    ค.  กร๊าฟ    ช้อค        สปริง
    ง.  สวิตซ์    เชิ๊ต        ดีเปรสชั่น
    จ.  โน้ต      แสตมป์        เค้ก
๖๓.  “สัมพันธภาพระหว่างเขากับเธอถึงจุด...................กันเสียแล้ว”
           ก.  แตกร้าว   
             ข.  แตกหัก
          ค.  แตกดับ   
             ง.  แตกยับ
            จ.  แตกแยก
๖๔.  “ถึงยากจนอย่างไรก็ไม่ว่า        แต่พร้าขัดหลังมาจะยกให้
         อุตส่าห์ทำมาหากินไป        รู้ทำรู้ได้ด้วยง่ายดาย”   
         ผู้กล่าวข้อความนี้เป็นคนอย่างไร
              ก.  ชอบคนจน               
              ข.  ชอบคนว่าง่าย
              ค.  ชอบคนมีความรู้           
              ง.  ชอบคนขยันทำมาหากิน
            จ.  ชอบคนที่มีอุปกรณ์ในการทำมาหากิน
๖๕.    พายุกระพือโหม        คระโครมโครมทุกคืนค่ำ
           กล้ายืนแลกล้าย่ำ        จึ่งรู้กลวิธียืน
           คำประพันธ์นี้ชี้ให้เห็นทรรศนะของผู้เขียนว่าคนที่สามารถดำรงชีวิตให้ดีอยู่ได้นั้นจะต้องมีบุคลิกลักษณะ     
           เช่นไร           
    ก.  มีความแข็งแกร่ง               
             ข.  มีความแข็งขัน
    ค.  มีความแข็งแรง               
              ง.  มีความแข็งกล้า 
             จ.  มีความแข็งกร้าว
๖๖.  ข้อใดใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติได้ชัดเจนที่สุด
    ก.        รอนรอนสุริยโอ้            อัสดง
        เรื่อยเรื่อยลับเมรุลง            ค่ำแล้ว
    ข.        เรียมร่ำน้ำเนตรถ้วม        ถึงพรหม
        พาหมู่สัตว์จ่อมจม            ชีพม้วย
    ค.         ครืนครืนใช่ฟ้าร้อง        เรียมครวญ
        หึ่งหึ่งใช่ลมหวน                พี่ไห้
    ง.        สุริยจันทร์ขจาย            จากโลก  ไปฤๅ
        ไฟแล่นล้างสี่หล้า            ห่อนล้างอาลัย
   
    จ.         เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง        นกบินเฉียงไปทั้งหมู่
        ตัวเดียวมาพลัดคู่                เหมือนพี่อยู่เพียงเอกา
๖๗.  ข้อใดไม่ใช่การแสดงภาพพจน์ด้วยวิธีอุปลักษณ์
    ก.  เป็นเวรกรรมจึงจำจากขอฝาก        ขอฝากมาหยารัศมี
    ข.  แม้เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา        เชยผกาโกสุมปทุมทอง
    ค.  เจ้าเป็นถ้ำอำไพของให้พี่        เป็นราชสีห์สิงสู่เป็นคู่สอง
    ง.  แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ        พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา
    จ.  จะติดตามทรามสงวนนวลละออง    เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชนิดไป   
๖๘.  ข้อใดมีคำอัพภาส
        ก.  เย็นเยียบทุกถิ่นทั่ว ณ ยามพัสสะโปรยปราย
         ข.  พระพายรำเพยพัดมารี่เรื่อยอยู่เฉื่อยฉิว
ค.  พระทัยนางให้หวั่นหวาดพะวงหลัง
                ง. เหมือนหนึ่งน้ำพลอยพร้อยอยู่พรายพราย
             จ.  ยะเหยาะเหย่าทุกฝีย่างไม่หย่อนหยุด
๖๙.  บทกวีต่อไปนี้ เด่นที่สุดในด้านใด
    มีสองขามายืนบนผืนภพ    มีตาครบคู่สมองมาส่องหน
    มีสองมือถือพิทักษ์รักค่าตน    มีกมลมาเพื่อเชื่อตนเอง
              ก.  แนวคิด       
              ข.  อารมณ์
              ค.  โวหาร       
              ง.  จิตนาการ
              จ.  ความคิดสร้างสรรค์
๗๐. ข้อใดแสดงความเชื่อต่างจากข้ออื่น
    ก.  ใต้เตียงเสียงหนูก็กุกกก        แมงมุมทุ่มอกที่ริมฝา
ข.  จับดาบเคยปราบณรงค์รบ        เสร็จครบบริกรรมคาถา
ค.  แล้วทำผงอิทธิเจเข้าเจิมพักตร์        คนเห็นคนทักรักทุกหน้า
    ง.  สีขี้ผึ้งสีปากกินหมากเวทย์        ซึ่งวิเศษสารพัดแก้ขัดสน
    จ.  ที่ทำแค้นกูจะแทนให้ทันตา                  ขอษมาแม่แล้วก็ขับพราย   
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 30, 2015, 04:45:58 pm
แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ สอบตำรวจ วุฒ ม.6



1. Grammar
แบบที่ 1 แบบตัวเลือก
Direction : Choose the best answer
1. I had no sooner closed the door ….. somebody started knocking on it.
 a. that  b. so
 c. than d. when
 Answer c. เราใช้คำเชื่อม (Conjunction) “no sooner …… than” ดังนั้นเมื่อมีคำว่า “no sooner…….” จึงต้องใช้ “than” คำตอบจึงเป็นข้อ c. เท่านั้น
2. “I don’t like science fiction.”
 “ ……….. do I.”
 a. Also  b. Either
 c. Both d. Nor
 Answer c.  การกล่าวปฏิเสธเมื่อจะต้องกล่าวซ้ำอีกในประโยคที่ผ่านมาแล้วว่าจะไม่เป็นหรือไม่ทำเช่นนี้ เช่นนั้นอีก เราใช้โครงสร้างที่เป็น Nor, Neither + กริยาช่วย + ประธาน เช่น Nor do I. หรือ Nor do I. หรือ Neither did he. ตัวเลือกจึงเป็นข้อ d.
3.  Either of the women ………capable of looking after the baby.
 a. are  b. is
 c. they are d. she is
 Answer b. การใช้ “Either” เมื่อใช้ร่วมกับคำนาม (Noun) หรือคำสรรพนาม (Pronoun) ที่จะเป็นประธาน (Subject) จะทำให้มีรูปเป็นเอกพจน์ (ศึกษาจาก Grammar เรื่อง Agreement of Subject and Verb) ทำให้ในข้อนี้จะต้องมีกริยาเป็นรูปเอกพจน์ จึงเลือกข้อ b.
4. Hurry up ! ……… for you.
 a. We all wait  b. We all waited
 c. We’ve all waited d. We’ re all waiting
 Answer d. การใช้ข้อความอุทานมักจะบอกให้รู้ว่า ข้อความที่จะตามมาจะเป็นการเน้นให้เห็น Tense ที่จะได้ใช้เป็น Present Continuous Tense เป็นส่วนใหญ่ (ศึกษาจาก Tense เรื่อง Present Continuous Tense คำตอบจึงเป็นข้อ d.
 
5. She’s a very selfish woman, but somehow you can’t help …….her.
 a. liking  b. like
 c. to like d. that likes
 Answer a. เราใช้กริยา “can’t help” เพื่อเป็นสำนวนที่แปลว่า “อดไม่ได้ที่จะ”ซึ่งทำให้ต้องเป็นกริยาที่จะมีกรรมมารับ (transitive Verb) ตามมา จึงต้องใช้คำนามหรือ V.ing ทำให้ตัวเลือกจึงเป็นข้อ a.
6.  Let’s have dinner together ………next week.
 a. some time  b. sometime
 c. sometimes d. some times
 Answer a. เราทราบว่า “time” หมายถึงเวลา แต่ “times” หมายถึง จำนวนครั้งในที่นี้จะต้องแปลว่า “เวลา” และจะหมายถึงบางเวลา จึงไม่ได้คำขยาย “some” เขียนติดกัน ตัวเลือกจึงเป็นข้อ a.
7. The soup tasted ……….
 a. wonderful  b. wonderfully
 c. wonder d. wondering
 Answer a. เราใช้กริยาเชื่อม (linking Verb) ที่จะมีคำขยายเป็น Adjective เท่านั้น เว้นแต่ว่า linking Verb นี้ ได้ให้ความหมายที่เด่นชัดหรือมีการเน้นเพื่อจะเป็นกริยาหลัก (Main Verb) จึงจะใช้ adverb มาขยาย ดังนั้น linking Verb โดยปกติจะใช้ Adjective มาขยายเท่านั้น ตัวเลือกที่เหมาะสมในที่นี้จึงเป็น Adjective คือข้อ a.
8.  Shall we turn ……… the program ?
 a. on to  b. at
 c. in d. off
 Answer d. เราใช้สำนวน “turn off” หมายถึง ปิด เช่น ปิดโทรทัศน์, ปิดวิทยุ และใช้ “turn on” หมายถึง เปิด ดังวิธีการเปิดที่กล่าวมาแล้ว เช่น เปิดวิทยุ, เปิดโทรทัศน์ และในข้อนี้จะมีข้อ d. เหมาะสมที่สุด
9. It is extremely important for children ……. to share things.
 a. learning  b. learned
 c. to learn d. be learning
 Answer c.  เราใช้คำที่เติมนี้นำไปขยาย “important” ให้รู้ว่าสำคัญอย่างไร คือ สำคัญที่จะเรียน ทำให้คำที่เติมจะต้องไปขยาย “important” ซึ่งเป็นคำ Adjective และเราทราบว่า “adverb” จะขยาย “Adjective” เราเห็นกริยา “is” เป็นกริยาช่วย ที่ใช้ทำหน้าที่เป็นกริยาแท้แล้วทำให้กริยาที่ตามมาจะเป็นกริยาไม่แท้ (Non-Finite Verb) ซึ่งถ้านำไปใช้เป็น adverb ก็จะได้แก่ “important” และขยาย Adjective “important” ที่ให้ความหมายเด่นชัด จึงต้องมี “to” มาคั่น คำตอบจึงเป็น “to learn” ที่ข้อ c. นั่นเอง
 
 
10.  Don’t come and see me today. I’d rather you …….tomorrow.
 a. will come  b. have come
 c. came d. come
 Answer c. เราใช้กริยาช่วย “would rather” เพื่อบอกถึงความไม่จริงในขณะที่พูด เพราะเราแปลว่า “อยากที่จะ” ก็จะหมายถึงไม่ได้เป็นอย่างนั้นในขณะที่พูดนั้น ข้อความที่ได้แสดงว่าจะไม่จริง จึงไม่มีโอกาสใช้ Present Tense เลย เพราะ Tense นี้จะต้องเป็นความจริงในปัจจุบันอีกด้วย ทำให้ข้อความที่จะเติมถ้าเป็น Tense ก็ต้องเป็น Past Tense อย่างเห็นได้ชัด เราใช้โครงสร้างแบบ Subjunctive ที่เป็น Past หรือ Past Perfect Subjunctive นั่นเอง ตัวเลือกจึงพิจารณาที่ข้อ c. เท่านั้น
 
แบบที่ 2 แบบเลือกข้อผิด
Direction : Choose the one that is not correct in English.
11. In such a selfish society as ours, a couple needs to study each other before committing.
  a. b. c.
 Themselves to marriage.
  d.
 Answer b. เราทราบว่าประธานในประโยคนี้คือ “a couple” ซึ่งหมายถึง “คู่” จะให้ความหมายที่เป็นพหูพจน์ จึงทำให้กริยาที่ตามมาจะเป็นรูปพหูพจน์ไปด้วย โดยที่ “needs” จะต้องไม่เติม “ s ” นั่นคือข้อ “ b” แก้เป็น “need”
12. John, had studied  his lecture notes thoroughly, was well prepared for the Physics exam.
 a. b. c. d.
 Answer a. ในประโยคนี้จะมีกริยาแท้ (K2) และ K1 (Subject) เพียงอย่างละคำ เราจะทราบว่ากริยาแท้เมื่อตามหลังประธานจะไม่มีเครื่องหมาย Comma คั่นโดยตรง เราจึงใช้เป็นส่วนขยาย ซึ่งในที่นี้จะเป็น Participial phrase คือ “Having studied” ทำให้ข้อ a. ต้องแก้เป็นดังที่กล่าวไว้แล้ว
13.  She was thirsty, so, she refused to drink any soft drink.
  a. b. c. d.
 Answer b. ในประโยคนี้จะแสดงความขัดแย้งของ 2 main clause ทั้ง main clause หน้า และ main clause หลัง เราจึงควรใช้ “but” แทนคำว่า “so” ในข้อ b.
14. American architecture is at is best when it concerns with buildings which have a practical purpose.
  a. b. c. d.
 Answer b. เราทราบใน clause หลังว่าน่าจะใช้เป็น Passive Voice เพราะประธาน “ it ” จะต้องเป็นผู้กระทำ จึงต้องแก้ไขในข้อ b. เป็น “ is concerned with”
15. The ones who have read the book know the answer, but another don’t.
  a.  b. c. d.
 Answer d. เราใช้ “the ones” กับ “the others” เพื่อบอกว่าอย่างหนึ่งหรือคนพวกหนึ่งเป็นอย่างไร แต่อีกจำนวนหนึ่งซึ่งควรจะชี้เฉพาะในกลุ่มที่เรากล่าวมาแล้วในส่วนแรก “the ones” จึงทำให้ในส่วนหลังจะต้องเป็น “the others” เพื่อชี้เฉพาะในเรื่องนั้น และเป็นรูปพหูพจน์อีกด้วย จึงเลือกข้อ d. โดยแท้เป็น “the others”
16.  The scientific revolution of the early 1900’s affected education by change the nature of technology.
   a. b. c. d.
 Answer c. คำที่เติมหรือตามหลัง Preposition จะใช้เป็นคำนามเสียเป็นส่วนใหญ่เพราะ Preposition จะเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคำนามกับคำอื่นๆ ซึ่งอาจจะเป็นคำนามอีกก็ได้ แต่ต้องวางไว้หน้าคำนามเป็นอย่างน้อย และถ้าต้องการที่จะหมายถึงการกระทำที่เน้นอีกด้วย แล้วคำว่า “change” จะต้องใช้เป็น “changing” ทำให้ข้อ c. ต้องแก้เป็น “changing”
17. Translated into terms of psychological theory, association has been thought of as the basis of to learn,
 a. b. c.
 conditioning , and creative thinking.
  d.
 Answer c. เป็นที่ทราบว่า เราใช้คำนามหรือคำสรรพนามหรือ Gerund (V.ing) ตามหลัง Preposition เพราะ Preposition จะเชื่อมคำนามและคำต่างๆ ดังนั้น ในข้อ c. จึงต้องแก้เป็น “learning”.
18.  Farm animals have been regardless by nearly all societies as a valuable economic resource.
  a. b. c.  d.
 Answer b. เราเห็นรูปกริยาในประโยคนี้เป็น Passive Voice เพราะต้องทราบว่าประธานจะต้องเป็นผู้ถูกกระทำ จึงทำให้กริยาหลัก (Main Verb) จะต้องเป็น V3 ดังนั้น “regardless” จะต้องเปลี่ยนเป็น “regarded” ในข้อ b. นี้
19. The government requires the a census be taken every ten years so accurate statistics may be compiled.
  a.  b. c. d.
 Answer  c. ในประโยคนี้เราใช้คำเชื่อม (Conjunction) ว่า “ so ” ซึ่งบอกถึงผลที่จะได้รับ (so) เป็น Conjunction of result แต่จริงๆ ประโยคนี้ต้องการจะบอกถึงความมุ่งหมาย ซึ่งควรใช้ Conjunction of purpose จึงต้องแก้ข้อ c. เป็น “ so that หรือ in order that” เป็นต้น
 
 
 
20. The Hall of Fame at  Newyork University is a national memorial to United States citizens who have
 a. b. c.
 achieved last greatness.
 d.
 Answer d. การบอกลำดับที่ของตัวเลข (Ordinal Number) เช่นที่ 1 หรือที่ 2 เราจะใช้ “ the ” เช่น the first, the second เป็นต้น และถ้าต้องการจะเน้นคำก็ใช้ในลักษณะเดียวกัน จึงทำให้ข้อ d. จะต้องมีการใช้ “ the” ซึ่งเราแก้เป็น “ the last greatness” (ความยิ่งใหญ่ครั้งสุดท้าย)
 
แบบที่ 3 แบบถอดความหรือความเข้าใจประโยค
Direction : Choose the best paragraph of the given statement.
21.  The news of her return caused us no little surprised.
 a. We are not surprised when she returned. 
 b. We knew she had returned but were still surprised.
 c. Her return did surprise us a little.
 d. We were did surprised when we heard she had returned.
 Answer d. เราทราบว่า “little” จะให้ความหมายเป็นปฏิเสธ (Negative meaning) และขณะเดียวกันในประโยคนี้ก็มีคำว่า “no” อยู่แล้ว จึงทำให้เกิดความหมายของปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ จึงได้ออกมาเป็นบอกเล่า (Positive statement) เราจึงรู้ว่าจะไม่เลือกข้อ a. เพราะเป็นปฏิเสธ เราทราบว่า “little” จะต้องตรงข้ามกับความหมายที่แปลว่า “มาก” เพราะ “little” แปลว่า “น้อยมากๆ” ดังนั้น “ no little” จึงได้ความหมายว่า “มากๆ”  ที่คำว่า “greatly” ในข้อ d. นั่นเอง
22.  Some foreigners find Thai food too hot to eat.
 a. Some foreigners love to eat Thai food when it is very hot. 
 b. Some foreigners look for a good place to eat hot Thai food.
 c. Some foreigners cannot eat Thai food because it is very hot.
 d. Some foreigners cannot eat Thai food when it is served hot.
 Answer c. ความหมายของ “too …..to” หมายถึง “มากเกินไปที่จะ” ซึ่งให้ความหมายเป็นปฏิเสธ จะเห็นข้อ a. และข้อ b. เป็นบอกเล่าจึงไม่เลือก ส่วนข้อ d. จะมีคำที่เกินความหมายของโจทย์ที่คำว่า “served” จึงไม่ควรเลือก ดังนั้น ข้อที่ถูกจึงเป็นข้อ c.
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 30, 2015, 04:46:56 pm
ข้อสอบนายสิบตำรวจ สายอำนวยการ (3 สิงหาคม 2555)



1. สำนวนสุภาษิตข้อใดไม่เข้าพวก
ก. เข็นครกขึ้นภูเขา                                             ข. ขี่ช้างจับตั๊กแตน
ค. งมเข็มในมหาสมุทร                                       ง. ช้าๆได้พร้าเล่มงาม
ตอบ  ข้อ ง. ช้าๆได้พร้าเล่มงาม
2. โยนลูกเต๋าสองลูกพร้อมกัน  โอกาสที่จะได้ 7 มีเท่าไหร่
ก. 1/8                                                                     ข. 1/6
ค. ¼                                                        ง. 1/10
 ตอบข้อ ข. 1/6 อธิบายคือ มี (1,6),(2,5),(3,4),(4,3),(5,2),(6,1) มี 6 วิธี ใน 36 วิธี คือ 6/36 = 1/6
3. บุคคลใดที่มีโอกาสได้รับสัญชาติไทย
ก. นางเขียวเป็นคนเชื้อชาติไทยแต่ไปคลอดลูกที่เวียดนาม
ข. นางแก้วอพยพเข้าประเทศไทยและคลอดลูก
ค. ลิซ่ามาจากประเทศฝรั่งเศส มาเที่ยวเมืองไทยพร้อมลูกๆ
ง. นางโรสมาแต่งงานกับสามีคนไทย แล้วกลับประเทศออสเตเลีย
ตอบ  ข้อ ก. นางเขียวเป็นคนเชื้อชาติไทยแต่ไปคลอดลูกที่เวียดนาม

4.  จากลำดับเลข 1, 4,9,16,25...... จงเติมตัวเลขในช่องว่าง
ก. 30                                                       ข. 32
ค. 36                                                       ง. 39
 ตอบ ข้อ ค. 36 วิธีคิด 1*1=1 2*2=4 3*3=9 4*4=16 5*5=25 6*6=36
5. คำที่มีความหมายเหมือนคำว่า humid คือข้อใด
ก. hydro                                                ข. Hydrate
ค. hyper                                                 ง. Moist
ตอบข้อ ง. Moist เพราะแปลว่าชื้นเหมือนกัน
6. 1=1
1+3+5=9
1+3+5+7=16
………. .
………. .
1+3+5+7+...+A=121
1+3+5+7+...+49=B
ถ้านำA+Bจะมีค่าเท่าไร
ก. 646                                                                    ข. 546
ค. 664                                                                    ค. 564
ตอบข้อก.646โดยA=21,B=625
จากสูตร((ต+ป)*ท)/2
*ท= ((ป - ต)/2)+1)
ตอบ ค. 0.0625 วิธีคิด ห่างกัน (0.5x0.5) = 0.25 (0.25x0.5) = 0.125 (0.125x0.5) = 0.0625
7. จากสมการ -x^2+6x=9 จงหาคำตอบของX
ก. 3                                                                         ข. 4
ค. 5                                                                         ง. 6
ตอบข้อ ก. 3 วิธีทำใช้สูตรกำลังสองสมบูรณ์ -x^2+6x-9     = 0
                                                                     -1(x^2-6x+9)  = 0
                                                                     (x-3)(x-3) = 0
                                                                                      X   = 3
8. สินค้าราคา 500 บ. ขายไป 400 บ. คิดเป็นส่วนลดกี่เปอร์เซ็นต์
ก. 10%                                                                                   ข. 20%
ค. 25%                                                                                   ง. 30%
ตอบ   ข้อ ข. 20% วิธีคิด 500-400=100
                                    100x100= 10000
              แล้วหารทุน 500               10000= 20%
9. เว็บไซด์ที่หน่วยงานของรัฐใช้  จะลงท้ายด้วยอักษรข้อใด
ก. .co.th                                                                 ข. .ac.th
ค. .or.th                                                                  ง. .go.th
ตอบ  ข้อ ง. .go.th เช่น กระทรวงศึกษาธิการ www.moe.go.th (http://www.moe.go.th)
10. คำว่า พุทธชยันตี  มีกี่พยางค์
ก. 4                                                                         ข. 5
ค. 6                                                                         ง. 7
ตอบข้อ ข. อ่านว่า พุด-ทะ-ชะ-ยัน-ตี
11.    ข้อใด ไม่ใช่  หนังสือสั่งการ
ก.       แถลงการณ์                                                                   ค. ระเบียบ
ข.       คำสั่ง                                                                              ง. ข้อบังคับ
ตอบ   ก. แถลงการณ์         
12.    ชั้นความลับพิมพ์อยู่ตำแหน่งไหน 
ก.       อยู่กึ่งกลางกระดาษด้านบน
ข.       อยู่กึ่งกลางกระดาษด้านล่าง
ค.       อยู่กึ่งกลางกระดาษทั้งบนและล่าง
ง.       อยู่กึ่งกลางกระดาษ
ตอบ   ค. อยู่กึ่งกลางกระดาษทั้งบนและล่าง
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 30, 2015, 04:47:39 pm
ข้อสอบ คู่มือ ติวตำรวจวุฒิ ม.6 ปวช. นายสิบตำรวจ ปี 2556



1.  นายแสวงได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นพลตำรวจใหม่และให้ไปปฏิบัติหน้าที่สถานีตำรวจภูธร
 แห่งหนึ่ง นายแสวงต้องการที่จะมีเพื่อนที่จริงใจ นายแสวงต้องใช้หลักธรรมใด
 ก.  อิทธิบาท 4 ข.  สังคหวัตถุ 4
 ค.  อริยสัจ 4 ง.  กาลามสูตร
 ตอบ ข.  สังคหวัตถุ 4 คือ เป็นหลักธรรมที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคน ประกอบด้วย คือ 1. การให้
 เป็นคนเอื้อเฟื้อ 2. ปิยวาจา คือ การกล่าวคำสุภาพ 3. อัตถจริยา คือ การประพฤติ
 และ 4. สมาบัต คือการทำตนเสมอต้นเสมอปลาย
2.  เมื่อตรัสรู้แล้ว ทรงเรียกพระองค์ว่า “ สัมมาสัมพุทธ ” หมายความว่าอย่างไร
 ก.  ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ข.  ผู้ปฏิบัติทางสายกลาง
 ค.  ผู้ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองโดยชอบ ง.  ผู้นำเวไนยสัตว์ ให้พ้นจากกองทุกข์
 ตอบ ค.  สัมมาสัมพุทธ แปลว่า ผู้ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง
3.  บุคคลใดได้ชื่อว่า “ สัมมาทิฐิ ” หรือความเห็นชอบในการดำเนินชีวิตประจำวัน
 ก.  เชื่อว่าการศึกษาเป็นบันไดนำไปสู่ความสำเร็จ
 ข.  คิดจะเลิกเที่ยวกลางคืนและไม่เล่นการพนัน
 ค.  เปิดร้านขายอาหารกลางคืนด้วยความขยันอดทน
 ง.  งดเหล้าในช่วงเข้าพรรษา
 ตอบ ก.  สัมมาทิฐิ (ความเห็นชอบ) มีความเห็นที่ถูกต้อง ตามทำนองคลองธรรม เช่น
 ในเรื่องบาป บุญว่ามีจริง เชื่อว่าการศึกษาเป็นบันไดนำไปสู่ความสำเร็จ
4.  ผู้ที่พยายามเลิกสูบบุหรี่ เลิกกินเหล้า และทำให้สำเร็จ ถือว่ามีอริยมรรคข้อใด
 ก.  สัมมาอาชีวะ (การเลี้ยงชีพชอบ) ข. สัมมากัมมันตะ (การกระทำ)
 ค.  สัมมาวายามะ (ความเพียรพยายาม) ง.  สัมมาทิฐิ (ความเห็นชอบ)
 ตอบ ค.  สัมมาวายามะ (ความเพียรพยายาม) คือ มีความเพียรพยายามที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง
 ดีงามและชอบธรรม
5. ปัญญาที่เกิดขึ้นจากการพิจารณา คือปัญญาประเภทใด
 ก.  ปัญญาแท้ ข.  สตุมยปัญญา
 ค.  จินตามยปัญญา ง. ภาวนามยปัญญา
 ตอบ ค.  จินตามยปัญญา คือ ปัญญาที่เกิดขึ้นจากการคิด พิจารณา ไตร่ตรอง หาเหตุผล
6.  ปัญญาที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติ คือ
 ก.  ปัญญาแท้ ข.  สตุมยปัญญา
 ค.  จินตามยปัญญา ง. ภาวนามยปัญญา
 ตอบ ง. ภาวนามยปัญญา คือ ปัญญาหรือความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติ
7.  ข้อใดเป็น “ปัญญาสิกขา” ตามหลักพระพุทธศาสนา
 ก.  ลูกคิดหาวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายของตน ข.  พ่อแม่ นั่งสมาธิทุกวันก่อนนอน
 ค.  ฆราวาส กำลังท่องศีล 5 ง.  นักกีฬาคิดหาวิธีที่จะเอาชนะคู่ต่อสู้
 ตอบ ก.  ปัญญาสิกขา คือ การศึกษาในเรื่องปัญญา คนที่มีปัญญาจะมีความรู้ ความเข้าใจ
 ในสิ่งต่างๆ ตามสภาพที่เป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข
 ดังนั้น ตามปัญญา ลูกคิดหาวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายของตน จึงเป็นปัญญาสิกขา
 ตามหลักพระพุทธศาสนา
8.  ชาวพุทธที่รู้ดีว่าการดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน และเล่นการพนัน เป็นสาเหตุแห่งความหายนะ
 ถือว่าเป็นผู้มีปัญญาประเภทใด
 ก.  ปัญญารู้จักเหตุและโทษของความเสื่อม (อปายโกศล)
 ข.  ปัญญารู้จักเหตุและประโยชน์ของความเจริญ (อายโกศล)
 ค.  ปัญญารู้จักเหตุและอายความเสื่อมและรู้วิธีสร้างความเจริญ (อุปายโกศล) ง.  ปัญญาที่เกิดจากการฝึกอบรมสมาธิภาวนา (ภาวนามยปัญญา)
  ตอบ ก.  ปัญญารู้จักเหตุแห่งความเสื่อม (อปายโกศล) คือรู้ว่าสิ่งใดเป็นความเสื่อม มีสาเหตุ
 เกิดจากอะไร
9.  ปัญญาที่ได้จากการฟังคำบรรยายและอ่านตำรา เรียกว่า
 ก.  ปัญญาแท้ ข.  สตุมยปัญญา
 ค.  จินตามยปัญญา ง. ภาวนามยปัญญา
 ตอบ ข.  สตุมยปัญญา คือ ปัญญาหรือความรู้ที่เกิดจากการฟังและการอ่าน
10.  ในขณะที่ประเทศปากีสถาน ได้ประสบปัญหาแผ่นดินไหว จนเป็นเหตุตึกถล่มทับผู้คนจำนวนมาก
 และได้มีประเทศต่างๆให้ความช่วยเหลือ ประเทศที่ให้ความช่วยเหลือ ถือว่ายึดถือหลักธรรมตาม
 ข้อใด
 ก.  อิทธิบาท 4 ข.  สังคหวัตถุ 4
 ค.  ธรรม 4 ง.  อคติ 4
 ตอบ ข.  สังคหวัตถุ 4 คือ เป็นหลักธรรมเพื่อการสงเคราะห์ ช่วยเหลือผู้อื่นเป็นหลักธรรม
 ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคน ประกอบด้วย 1. ทาน 2. ปิยวาจา 3. อัตถจริยา 4. สมานัตตา
11.  ผู้ขับขี่รถยนต์ตามท้องถนนหลวง ต้องมีสติรู้ตัวตื่นอยู่เสมอว่ากำลังทำอะไรอยู่ ไม่ใจลอย
 เพื่อป้องกันมิให้เกิดอุบัติเหตุ ถือว่ามี “ อริยมรรค ” ข้อใด
 ก.  สัมมากัมมันตะ (การกระทำชอบ) ข.  สัมมาสังกัปปะ (ความดำริชอบ)
 ค.  สัมมาสมาธิ (ความตั้งใจมั่นชอบ) ง.  สัมมาสติ (ความระลึกชอบ)
 ตอบ ง.  สัมมาสติ ( ความระลึกชอบ) หมายถึง สติรู้ตัวตื่นอยู่เสมอ เช่นรู้ว่าขณะนี้กำลังทำ
 อะไรอยู่ กำลังพูดอะไร กำลังคิดอะไร ทำให้สามารถควบคุมตนเองได้
12.  หลักธรรมตามข้อใดที่ช่วยปลูกฝังให้พลตำรวจเป็นคนมีระเบียบวินัย
 ก.  อิทธิบาท 4 ข. สติ ทมะ ขันติ
 ค. ศีล ศรัทธา จาคะ ง.  อริยสัจ 4
 ตอบ ข.  หลักธรรมที่ช่วยปลูกฝังให้พลตำรวจเป็นคนมีระเบียบวินัย คือ สติ หมายถึง
 ความระลึกได้ ทมะ คือ การฝึกฝนการข่มใจ ฝึกวินัย ปรับตัว รู้จักควบคุมจิตใจ
 ขันติ คือ ความอดทน
13.  สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ เรียกว่าอย่างไร
 ก.  อริยะสัจ 4 ข. การดับกิเลสกองทุกข์โดยสิ้นเชิง
 ค.  โอวาทปาฏิโมกข์ ง.  มรรคมีองค์แปด
 ตอบ ก.  สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ต่อมาได้เรียบเรียงเป็นขั้นตอน เรียกว่าอริยสัจ 4 ได้แก่
 ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค แสดงถึงกระบวนการเกิดทุกข์ และวิธีการดับทุกข์
 ของมนุษย์ เมื่อตรัสรู้แล้วทรงเรียกพระองค์ว่าสัมมาสัมพุทธะ แปลว่า ผู้ตรัสรู้ชอบ
 ด้วยพระองค์เอง
14.  ข้อใดจัดเป็น “ โลกุตตรปัญญา ” ตามแนวทางพระพุทธศาสนา
 ก.  เชี่ยวชาญในวิชาชีพของตนอย่างถึงแก่น
 ข. ฉลาดในศิลปวิทยาการทางโลก
 ค.  รอบรู้ในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
 ง.  รู้เหตุแห่งความเสื่อมและหลีกเลี่ยงให้พ้น
 ตอบ ค.  ปัญญาธรรม (โลกุตตรปัญญา) คือ ปัญญารอบรู้ในหลักธรรมคำสอนของ
 พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งแต่หลักธรรมเบื้องต้นไปจนถึงขั้นสูงสุด
15.  สำหรับพิธีทอดกฐิน ของพุทธศาสนิกชนนั้น ระยะเวลาที่ถวายผ้ากฐิน คือข้อใด
 ก.  เริ่มตั้งแต่วันอาสาฬหบูชา เป็นต้นไป เป็นเวลา 1 เดือน
 ข.  เริ่มตั้งแต่วันเข้าพรรษา เป็นต้นไป เป็นเวลา 1 เดือน
 ค.  เริ่มตั้งแต่วันออกพรรษา เป็นต้นไป เป็นเวลา 1 เดือน
 ง. เริ่มตั้งแต่วันวิสาขบูชา เป็นต้นไป เป็นเวลา 1 เดือน
 ตอบ ค.  ระยะเวลาที่ถวายผ้ากฐิน กำหนดเวลาของพิธีถวายผ้ากฐิน เริ่มตั้งแต่วันออกพรรษา
 เป็นต้นไป เป็นเวลา 1 เดือน (วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12)
16.  ก่อนจะเสด็จออกผนวช มีเทวทูตทั้ง 4 มาปรากฏภายให้พระสิทธัตถะได้เห็นความจริงของ
 ชีวิต คือข้อใด
 ก.  คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะ ข. เด็กทารก หนุ่มสาว วัยกลางคน และคนชรา
 ค.  คนเกิด คนแก่ คนเจ็บ คนตาย ง.  พราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ และศูทร
 ตอบ ก.  เทวทูตทั้ง 4 ซึ่งได้แก่ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะ เป็นสาเหตุที่ทำให้
 พระพุทธเจ้าทรงเสด็จออกผนวช เนื่องจากทรงได้เห็นว่าเป็นความจริงแห่งชีวิต
 ของมนุษย์และต้องการที่จะหลุดพ้นจากสิ่งเหล่านี้
17.  หลักคำสอนในพระพุทธศาสนาเน้นให้ยึด “ ทางสายกลาง ” หมายถึงข้อใด
 ก.  ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายสันโดษ
 ข.  ใช้ปัญญาและความเพียรแก้ไขปัญหาชีวิต
 ค.  ปฏิบัติตามหลักอริยมรรค หรือมรรคมีองค์ 8 
 ง.  ถูกทุกข้อ
 ตอบ ค.  หลักคำสอนในพระพุทธศาสนามีข้อปฏิบัติให้ยึดหลักความพอดี ไม่มาก ไม่น้อย
 ไม่ตึง หรือไม่หย่อนจนเกินไปที่เรียกว่า “ทางสายกลาง” (มัชฌิมาปฏิปทา) ได้แก่
 การปฏิบัติตามหลักอริยมรรค หรือมรรคมีองค์ 8
18.  พระพุทธศาสนาเปรียบ “ปัญญา” ประดุจเป็นแสงสว่างเพราะเหตุใด
 ก.  สร้างความบริบูรณ์ในทรัพย์สิน
 ข.  นำทางชีวิตให้สุขสงบและเจริญรุ่งเรื่อง
 ค.  รักษาตัวให้รอดพ้นจากปากเหยี่ยวปากกา
 ง.  ส่งเสริมความก้าวหน้าทางการศึกษา
 ตอบ ข.  การที่พระพุทธศาสนาเปรียบปัญญาประดุจเป็นแสงสว่างเพราะว่า ปัญญานั้น
 นำทางชีวิตให้สุขสงบและเจริญรุ่งเรือง
19.  ปัญญาที่เกิดจากการคิดค้นด้วยตนเอง คือข้อใด
 ก.  สุตมยปัญญา ข.  จินตามยปัญญา
 ค.  ภาวนามยปัญญา ง.  ถูกทุกข้อ
 ตอบ ข.  ปัญญาที่เกิดจากการคิดค้นด้วยตนเอง เรียกว่า จินตามยปัญญา เป็นการนำสิ่งที่ได้เห็น
 ได้ยิน ได้อ่าน และได้รับรู้จากสื่อต่างๆ นำมาพิจารณาไตร่ตรองด้วยเหตุผล คิดค้น
 และแสวงหาคำตอบด้วยตนเองจนเข้าใจชัดเจนและกลายเป็นปัญญาความรอบรู้
 ที่แท้จริงในเรื่องๆ นั้น
20.  ในกรณีที่ตำรวจเข้าเป็นผู้ไกล่เกลี่ยระหว่างผู้เสียหายกับผู้กระทำผิด ตำรวจดังกล่าวจะมี
 หลักธรรมใด เพื่อให้คู่กรณีได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด
 ก. เมตตา ข.  กรุณา
 ค.  มุทิตา ง.  อุเบกขา
 ตอบ ง.  พรหมวิหาร 4 คือ ธรรมเครื่องอยู่อย่างประเสริฐ เป็นหลักธรรมประจำใจเพื่อ
 ความประพฤติที่บริสุทธิ์ ดำเนินชีวิตตนเอง และปฏิบัติต่อผู้อื่นโดยธรรม
 ประกอบด้วย 1. เมตตา คือ ความรักใคร่ ปรารถนาดี 2. กรุณา คือ สงสาร
 3. มุทิตา คือ ความยินดีในเมื่อผู้อื่นอยู่ดีมีความสุข 4. อุเบกขา คือ วางใจเป็นกลาง
 ดังนั้นตำรวจควรมีอุเบกขาประจำใจ
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 30, 2015, 04:50:04 pm
1.    “ประธานกรรมการ”  หมายความว่า
ก.    ประธาน ก.ตร.                ข. ประธาน ก.ตช.
ค. ประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ    ง. ประธาน ตร.
2.    ผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรองจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหมายถึงผู้ใด
ก.    รอง ผบ.ตร.                    ข. จเรตำรวจแห่งชาติ
ค.  ผู้ช่วย ผบ.ตร.                ง. ถูกทุกข้อ
3.    ข้อใด เป็น  คุณสมบัติ ของคณะกรรมการ ก.ต.ช. ผู้ทรงคุณวุฒิ
ก.    มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์
ข.    ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือเป็นที่ปรึกษาของข้าราชการการเมืองหรือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม
ค.    เลขาธิการพรรคไทยรักไทย
ง.    ถูกทุกข้อ

4.    การแต่งตั้งยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร. และให้ทำโดย
ก.    ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ        ข. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
ค. ประกาศพระบรมราชโองการ            ง. ประกาศราชกิจจานุเบกษา
5.    ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ  ประเภทเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจจำนวนห้าคน ต้องเป็นผู้ซึ่งพ้นจากความเป็นข้าราชการตำรวจไปแล้ว
ก.    ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี                ข. ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
ค. เกินหนึ่งปี                    ง. เกินสองปี

6.    เพื่อรักษาความเที่ยงธรรมในการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ให้ ก.ตร. ออกกฎ ก.ตร. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจไว้ให้ชัดเจนแน่นอน กฎ ก.ตร. ดังกล่าวให้มีผลใช้บังคับเมื่อ
ก.    พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข.    พ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ค.    พ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ง.    นับแต่วันถัดจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา

7.    กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ข)  มีวิธีการคัดเลือกอย่างไร
ก.    ให้กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา ๓๐ (๑)เป็นผู้เลือก และให้เสนอขอความเห็นชอบจากผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) .
ข.    ให้กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา ๓๐ (๑) และผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) เป็นผู้เลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
ค.    ให้ผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก)เป็นผู้เลือก และให้เสนอขอความเห็นชอบจาก กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา ๓๐ (๑).
ง.     ถูกทุกข้อ

8.    “กองทุน”  หมายความว่า
ก.    กองทุนเพื่อการสืบสวนคดีอาญา           
ข.    ข. กองทุนเพื่อการสอบสวนคดีอาญา
ค. กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา   
ง. กองทุนเพื่อการสืบสวนสอบสวนและป้องกันปราบปรามคดีอาญา
9.    กรณีที่ ก.ต.ช. เห็นว่ามีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่  ก.ต.ช. จะกำหนดให้ข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ตามวันหยุดราชการตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดก็ได้หรือไม่
ก.    ได้  แต่ต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
ข.    ได้  ไม่ต้องขออนุมัติผู้ใด
ค.    ไม่ได้  เพราะขัดต่อมติของคณะรัฐมนตรีที่ทุกส่วนราชการต้องถือปฏิบัติตาม
ง.    ไม่ได้  เพราะเป็นการขัดต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ

10.    ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนปัจจุบันคือใคร
ก.    พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ              ข. พลตำรวจเอกธานี สมบูรณ์ทรัพย์
ค.  พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี        ง. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์   เตมียาเวส
11.    ข้อใดถือเป็น องค์ประชุมของ ก.ต.ช.
ก.    ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
ข.    ต้องมีกรรมการมาประชุมเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
ค.    ต้องมีกรรมการมาประชุมตั้งแต่หกคนขึ้นไป
ง.    ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ค.

12.    ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก.    สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ข.    สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี
ค.    สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี
ง.    สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี

13.    คณะกรรมการ ก.ต.ช. มีกี่ประเภท
ก.    2 ประเภท        ข. 3 ประเภท        ค.  4 ประเภท        ง. 5 ประเภท

14.    บุคคลใด  ไม่ใช่  คณะกรรมการ ก.ต.ช. โดยตำแหน่ง
ก.    นายอารีย์   วงศ์อารยะ            ข. นายชาญชัย   ลิขิตจิตถะ
ค.  พล.ท.ศิรพงศ์ บุญพัฒน์            ง. นายประกิจ ประจนปัจจนึก

15.    ชั้นข้าราชการตำรวจมีกี่ชั้น
ก.    2 ชั้น        ข. 3 ชั้น        ค. 4 ชั้น        ง. 5 ชั้น

16.    ข้อใด เขียนถูกต้อง
ก.    จ.ส.ต.(ญ)        ข. จ.ส.ต.(หญิง)    ค. จ.ส.ต.หญิง    ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ข.

17.    ผู้ใด ไม่ใช่ กรรมการข้าราชการตำรวจ โดยตำแหน่ง
ก.    เลขาธิการ ก.พ.                ข. เลขาธิการ ก.พ.ร.
ข.    จเรตำรวจ                    ง. ถูกเฉพาะข้อ ข. และ ข้อ ค.

18.    กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา ๓๐ (๑) และผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) ได้ร่วมกันสรรหากรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ข)  โดยสรรหาได้ ร.ต.อ.แดงฯ อายุ 64 ปี อดีตข้าราชการตำรวจซึ่งลาออกจากราชการไปประกอบอาชีพทำนามาได้ 12 ปี  ขอทราบว่า การสรรหา ร.ต.อ.แดงฯ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ก.    ชอบ                ข. ชอบ  ถ้าเป็นมติสองในสาม
ข.    ไม่ชอบ              ง. ไม่ชอบ เพราะต้องเป็นข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรีขึ้นไป

19.    กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ใดสามารถเป็นกรรมการใน ก.ต.ช. ในขณะเดียวกันได้
ก.    นายกรัฐมนตรี                ข. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ค.  เลขาธิการ ก.พ.                ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ข.

20.    ข้อใดกล่าวถูกต้อง  ในการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐(๒) (ก)
ก.    ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งผู้กำกับการ ขึ้นไปเป็นผู้เลือก
ข.    ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ ขึ้นไปเป็นผู้เลือก
ค.    ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่าผู้กำกับการขึ้นไปเป็นผู้เลือก
ง.    ถูกทุกข้อ
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 30, 2015, 04:51:11 pm
ข้อสอบนายสิบ ม.6 สายปราบปราม



1.           ความสุขของมนุษย์คือข้อใด
              1.         ความร่ำรวย
              2.         มีบริวารคอยรับใช้
              3.         ความหลุดพ้นจากกิเลส
              4.         การบริจาคทรัพย์
2.           จิตจะมีพลังอำนาจสูงเมื่อใด
              1.         จิตฟุ้งซ่าน
              2.         เมื่อจิตถูกบีบคั้น
              3.         เมื่อจิตใจสบาย
              4.         เมื่อควบคุมจิตได้
3.           วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันใด  ที่มีสาระสำคัญเน้นหลักเกี่ยวกับเรื่อง
          “ ความรักและสันติ”
              1.         วันวิสาขบูชา
              2.         วันมาฆบูชา
              3.         วันอาสาฬหบูชา
              4.         วันเข้าพรรษา
4.           คนที่ชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น  ต้องแก้ด้วยจริยธรรมในข้อใด
              1.         เมตตา
              2.         กรุณา
              3.         เสียสละ
              4.         มีวินัย
5.           การควบคุมตัวเองให้เสมอต้นเสมอปลาย  ควรยึดจริยธรรมในข้อใดเป็น
หลักปฏิบัติ
              1.         มีวินัย                                       3.         ซื่อสัตย์สุจริต
              2.         กตัญญูกตเวที                          4.         ความรับผิดชอบ
             
             
6.           ข้อใดเป็นหลักธรรมคล้องกันทุกศาสนา
              1.         ห้ามฆ่าสัตว์
              2.         ห้ามลักทรัพย์ผู้อื่น
              3.         ห้ามรับประทานอาหารก่อนดวงอาทิตย์ตก
              4.         ห้ามชายแต่งงานกับหญิงเกิน  1  คน
7.           หมวดธรรมใดที่มีชื่อว่า  “ โลกบาล”
              1.         ขันติ – โสรัจจะ
              2.         หิริ – โอตัปปะ
              3.         ฉันทะ – วิริยะ
              4.         เมตตา – กรุณา
8.           การกระทำในข้อใดตรงกับหลักธรรมข้อจาคะที่แท้จริง
              1.         ฉวีให้เงินเพื่อนไปเล่นการพนัน
              2.         สมรเอาบุหรี่มาแจกให้เพื่อน
              3.         สุธีแบ่งอาหารให้เด็กยากจนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
              4.         ศรีสุดาให้ของขวัญเพื่อนและคิดว่าเพื่อนต้องให้ตนบ้าง
9.           ทำไมจึงกล่าวว่า “ การได้เห็นสมณะเป็นมงคลอันอุดม”
              1.         เพราะได้เห็นผู้มีบุญทำให้ใจสบาย
              2.         เพราะจะได้ฝึกสมาธิจากท่าน
              3.         เพราะได้รับคำสั่งสอนจากท่าน
              4.         เพราะจะได้วัตถุมงคลของดีจากท่าน
10.         “ มหาสมุทรที่กว้างใหญ่  แต่ก็ยังอยู่ต่ำกว่าห้วยหนองคลองบึง”
              คำกล่าวข้างต้นนี้มีความหมายใกล้เคียงกับมงคลสูตรข้อใด
              1.         ความอ่อนน้อมถ่อมตน
              2.         ความเป็นผู้ว่าง่าย
              3.         ความอดทน
              4.         การพบปะสมณะ

11.         การที่ท่านตั้งใจจะเป็นตำรวจ  ท่านควรจะต้องเสียสละในเรื่องใดต่อไปนี้
มากที่สุด
              1.         สละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ
              2.         สละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต
              3.         ความอดทน
              4.         การพบปะสมณะ
12.         ตามหลักพุทธศาสนา  สิ่งทั้งปวงในโลกย่อมมีสามัญลักษณะเป็น  3  เรียกว่า
              ไตรลักษณ์ได้แก่อะไร
              1.         สุขเวทนา   ทุกเวทนา   อทุกขมสุขเวทนา
              2.         เวทนา    สัญญา    สังขาร
              3.         วิญญาณ    กุศล   อกุศล
              4.         อนิจจัง   ทุกขัง   อนัตตตา
13.         ตามหลักพุทธศาสนา  เหตุให้เกิดทุกข์คืออะไร
              1.         ตัณหา  3   ได้แก่   กามตัณหา   ภวตัณหา   และวิภวตัณหา
              2.         กิเลส   2   คือ   กิเลสกาม   และวัตถุกาม
              3.         ขันธ์  3   คือ   เวทนา   สัญญา   และสังขาร
              4.         มิจฉาทิฏฐิ   พยาบาท   และอกุศลกรรม
14.         ศีลที่คริสต์ชนถือปฏิบัติเพื่อเป็นเครื่องระลึกว่าพระเยซูเสด็จกลับมาอีก
              ได้แก่ศีลอะไร
              1.         ศีลมหาสนิท                                       
2.         ศีลแก้บาปหรืออภัยบาป
              3.         ศีลล้างบาป                           
4.         ศีลบรรพชาหรือศีลบวช
15.         ธรรมกลุ่มใดที่ไม่ใช่ธรรมของผู้นำ
              1.         ทาน   ศีล   บริจาค
              2.         มัทวะ   ตบะ   อักโกธะ
              3.         อาชวะ   อวิโรธนะ   ขันติ
              4.         สมณทัสสนะ    โสวจตัสสตา   คารวะ

16.         หลักธรรมในพระพุทธศาสนาเป็นอกาลิโก  หมายความว่าอย่างไร
              1.         หลักธรรมเป็นสิ่งซึ่งพระพุทธเจ้าค้นพบและเผยแผ่
              2.         หลักธรรมจะเป็นจริงก็ต่อเมื่อมีการค้นพบ
              3.         หลักธรรมจะเป็นจริงตลอดกาล
              4.         หลักธรรมเป็นสิ่งเดียวกับพุทธพจน์ที่ว่า  “ ผู้ใดเห็นธรรม  ผู้นั้นเห็นเรา”
17.         ลักษณะใดถือว่าเป็นความกตัญญู
              1.         สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
              2.         ช่วยรักษาความสะอาดแก่แผ่นดิน
              3.         ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีของชาติ
              4.         หาทางแก้ไขเมื่อเห็นสิ่งที่เป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมือง
18.         ตำรวจเป็นผู้ที่มีอำนาจและเกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิด  จึงมีโอกาสแสวงหาผลประโยชน์จากการใช้อำนาจหน้าที่  หลักในกุศลธรรมบท  10  ข้อใดป้องกันการกระทำผิดข้างต้นได้ดีที่สุด
              1.         เว้นจากการถือเอาของที่เจ้าของเขาไม่ให้
              2.         เว้นจากการเบียดเบียนผู้อื่นและฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
              3.         เว้นจากการพยาบาทของเวรและทำร้ายผู้อื่น
              4.         เว้นจากการละโมบอยากได้ของผู้อื่นโดยวิธีทุจริต
19.         ต่อไปนี้เป็นมูลเหตุของกำเนิดศาสนา  ยกเว้น  ข้อใด
              1.         ความต้องการความอบอุ่นทางจิตใจ
              2.         ความต้องการความรู้แจ้งในหลักความจริงของชีวิต
              3.         ความต้องการทางสังคมที่จะกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์
              4.         ความต้องการขยายกลุ่มสังคมให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
20.         ประชาชนขาดธรรมข้อใด  ที่ทำให้ภาระการปฏิบัติหน้าที่ของ
ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เพิ่มมากที่สุด
              1.         สัมมาวาจา
              2.         สัมมาสมาธิ
              3.         สัมมาอาชีวะ
              4.         สัมมาวายามะ

21.         “ท่านไม่สามารถลงอาบน้ำในแม่น้ำสายเดียวกันได้ถึงสองครั้ง”  คำกล่าวนี้
              แสดงให้เห็นถึงลักษณะใดแห่งความจริงในพระพุทธศาสนา
              1.         อนัตตลักษณะ
              2.         ทุกขลักษณะ
              3.         สามัญลักษณะ
              4.         อนิจจลักษณะ
22.         สังคมไทยนิยมเลี้ยงดูบิดามารดาและญาติผู้ใหญ่ที่แก่ชราแล้วด้วยตนเอง
            ไม่ว่าจะมีฐานะร่ำรวยหรือยากจนเป็นเพราะเหตุใด
              1.         ความรับผิดชอบต่อครอบครัว
              2.         ความรู้สึกสำนึกในคุณธรรม
              3.         อิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันออก
              4.         ขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย
23.         ข้อใดที่แสดงถึงความหมายของคุณธรรมที่พัฒนาบุคลิกภาพ
              1.         พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักมีวินัย
              2.         พ่อแม่สอนให้ลูกมีความซื่อสัตย์สุจริต
              3.         พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักการอ่อนน้อมถ่อมตน  รับฟังความคิดเห็นของ
ผู้ใหญ่
              4.         พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักทิ้งขยะในที่ที่จัดไว้ให้  ถ้าไม่มีที่ทิ้งให้เผาหรื
ฝังให้เป็นที่เรียบร้อย
24.         “ การกระทำความชั่ว  การทำแต่ความดี  การชำระจิตใจให้ผ่องใส”  ตรง
              กับหลักคำสอนในข้อใด
              1.         ทาน    ศีล    ภาวนา
              2.         ศีล   สมาธิ   ปัญญา
              3.         อโลภะ   อโทสะ   อโมหะ
              4.         กายกรรม    วจีกรรม    มโนกรรม

25.         จริยธรรมข้อใดที่บุคคลไม่ปฏิบัติตามแล้วมีผลเสียหายต่อสังคมมากที่สุด
              1.         สติสัมปชัญญธรรม
              2.         กตัญญูกตเวทิตาธรรม
              3.         หิริโอตตัปปธรรม
              4.         อัปปมาทธรรม
26.         เหตุผลข้อใดสำคัญที่สุดในการก่อให้เกิดศาสนา
              1.         ความกลัว
              2.         ความไม่รู้
              3.         สภาพทางภูมิศาสตร์
              4.         อิทธิพลของบุคคลสำคัญ
27.         ในการพัฒนาบุคลิกภาพและสังคมตามหลักจริยธรรมกุศลกรรมบถ  10  นั้น
              ข้อใดเป็นผลโดยตรง
              1.         บุคลิกภาพสุขุมรอบคอบ
              2.         น่าเคารพนับถือ
              3.         คิดดี   พูดดี   ทำดี
              4.         สุขกาย   สบายใจ
28.         มูลเหตุการเกิดศาสนาที่สำคัญที่สุด  คือข้อใด
              1.         อวิชชา
              2.         ความกลัว
              3.         ความจงรักภักดี
         4.         อิทธิพลของผู้นำ
29.         ความหมายสำคัญของกางเขนในศาสนาคริสต์  คืออะไร
              1.         ศรัทธาที่แรงกล้าในศาสนา
              2.         ความรักต่อพระเจ้าและเพื่อนบ้าน
              3.         ความ เป็นคริสต์ศาสนิกชนที่เคร่งครัด
              4.         การป้องกันอันตรายรบกวนจากปีศาจ

30.         ในทางจริยศาสตร์  “มโนธรรม”   หมายถึงข้อใด
              1.         ความรู้สึกอะไรดี   อะไรชั่ว   ที่ได้รับจากหลักศีลธรรม
              2.         ความรู้สึกอะไรดี   อะไรชั่ว   ที่ได้รับมาจากประสบการณ์
              3.         ความรู้สึกอะไรดี   อะไรชั่ว    ที่ได้รับมาจากจิตสำนึก
              4.         ความรู้สึกอะไรดี   อะไรชั่ว    ที่ได้รับมาจากสังคม
31.         มโนสุจริต  คือข้อใด
              1.         ไม่โลภ
              2.         ไม่พยาบาท
              3.         เห็นชอบตามทำนองคลองธรรม         
              4.         ถูกทุกข้อ
32.         ท่านคิดว่าอาภรณ์หรือเครื่องประดับที่มีค่ามากที่สุดของข้าราชการตำรวจอยู่
ที่ใด
              1.         ความมีวินัย
              2.         มียศสูง  มีบริวารมาก
              3.         มีความรับผิดชอบ
              4.         เป็นผู้ตรงต่อเวลา
33.         “ หากกล่าวโดยกว้างๆ  แล้ว  จุดมุ่งหมายของศาสนาอยู่ที่การแก้ปัญหา
สากลของมนุษย์”  ปัญหาเช่นใดเรียกได้ว่าเป็นปัญหาสากลของมนุษย์
              1.         ปัญหาสงครามและสันติภาพ
              2.         ปัญหาความยากจนและอาชญากรรม
              3.         ปัญหาความสุข  ความทุกข์  ความดี   ความชั่ว  บุญบาปคืออะไร
                          ตายแล้วเกิดอีกหรือไม่
              4.         ปัญหาเสรีภาพและความยุติธรรมในสังคม
34.         ข้อใดจัดเป็นหน้าที่สำคัญที่สุดของบุตรในการบำรุงบิดามารดา
              1.         ดูแลให้ท่านเป็นสุข
              2.         ประพฤติตนเป็นคนดี
              3.         ช่วยเหลือการงานของท่าน
              4.         เมื่อท่านสิ้นชีวิตแล้วทำบุญอุทิศให้ท่าน

35.         “ กาลามสูตร”   เกี่ยวข้องกับเรื่องใด
              1.         การรู้จักต้อนรับแขก
              2.         การศึกษาธรรมะอย่างลึกซึ้ง
              3.         การไม่ปลงใจเชื่อในสิ่งใดง่ายๆ
              4.         การไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งต่าง
36.         พฤติกรรมต่อไปนี้  ข้อใดคือความลำเอียงอันเนื่องมาจาก  “ ฉันทาคติ”
              1.         ให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษกับผู้มาติดต่อข้าราชการ  เพราะบุคคลผู้นั้น
                        บริจาคเงินให้แก่ทางราชการเป็นจำนวนมาก
              2.         ปล่อยตัวผู้ต้องกา  เนื่องจากเกรงกลัวผู้มีอิทธิพลจะลอบทำร้าย
              3.         จับผู้มีอิทธิพล  เพราะไม่ชอบหน้าเป็นการส่วนตัว
              4.         จับผู้ต้องหาทั้งๆ  ที่ยังมีหลักฐานไม่ชัดเจนเพียงพอ
37.         จงเรียงลำดับวันของพระพุทธศาสนา  นับตั้งแต่ต้นปีให้ถูกต้อง
              1.         วันวิสาขบูชา    วันอาสาฬหบูชา     วันเข้าพรรษา    วันมาฆบูชา
              2.         วันมาฆบูชา   วันวิสาขบูชา    วันอาสาฬหบูชา      วันเข้าพรรษา
              3.         วันวิสาขบูชา    วันมาฆบูชา     วันเข้าพรรษา    วันอาสาฬหบูชา
              4.         วันเข้าพรรษา     วันอาสาฬหบูชา    วันมาฆบูชา    วันวิสาขบูชา
38.         ข้อใดจัดเป็นจุดหมายปลายทางสูงสุดของพระพุทธศาสนา
              1.         การบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
              2.         การหลุดพ้นจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง
              3.         การละเว้นความชั่วทั้งปวง
              4.         การตั้งมั่นอยู่ในการทำความดี
39.         ดินแดนชมพูทวีปในสมัยโบราณนั้น  ในปัจจุบันคือดินแดนประเทศอะไร
              1.         เนปาล                                               
2.         ปากีสถาน
              3.         อินเดีย                                                 
4.         รวมทั้งสามประเทศ

40.         ข้อใดที่แสดงให้เห็นว่า  ลัทธิต่างจากศาสนา
              1.         ไม่มีผู้ก่อตั้ง
              2.         ไม่มีพิธีกรรม
              3.         ไม่มีลักษณะศักดิ์สิทธิ์
              4.         ไม่มีคำสั่งสอนเรื่องศีลธรรม
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 30, 2015, 04:52:12 pm
ข้อสอบภาษาไทย (เตรียมสอบ พลตำรวจ 2555 วุฒิ ม.6/ปวช)



“ในปัจจุบันนี้มีการโฆษณาสินค้าบุหรี่ที่โรงงานยาสูบผลิตออกมาทางหนังสือพิมพ์ วิทยุและ โทรทัศน์กันอย่างกว้างขวาง ผลของการโฆษณานี้ย่อมมีอิทธิพลจูงใจเยาวชนให้ติดบุหรี่กันมากขึ้นอย่างไม่มีปัญหา จึงเป็นเรื่องที่น่าคิดว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ควรจะมีการควบคุมการโฆษณาสินค้าบุหรี่เพื่อลดการเสพติดบุหรี่ในหมู่เด็กและเยาวชนให้น้อยลงโดยทางอ้อม”
1.ข้อความข้างต้นมีสาระสำคัญอย่างไร
          1)    ควรมีการควบคุมการโฆษณาสินค้าบุหรี่
          2)    การโฆษณามีอิทธิพลเหนือจิตใจเยาวชน
          3)    เยาวชนเสพติดบุหรี่เพราะการโฆษณา
          4)    สื่อมวลชนต่างๆส่งเสริมให้เยาวชนเสพติดบุหรี่

2. จากข้อความข้างต้น ถ้าจะให้ประชาชนเลิกสูบบุหรี่ควรดำเนินการอย่างไร
           1)    ห้ามโฆษณาสินค้าบุหรี่ทางสื่อมวลชนทุกชนิด
           2)    ลดการเสพติดบุหรี่ในหมู่เด็กและเยาวชน
           3)    ห้ามโรงงานยาสูบผลิตบุหรี่ออกมาจำหน่าย
           4)    ควบคุมการโฆษณาสินค้าบุหรี่อย่างกว้างขวาง
 
      ศิลปหัตถกรรมไทยนั้นมีประวัติย้อนหลังไปยาวนานนับเป็นพันปี จากหลักฐานโบราณวัตถุที่ขุดพบในประเทศของเรา เช่นสิ่งของเครื่องใช้ขุดพบที่บ้านเก่า ตำบลจระเข้เผือก อำเภอเมือง จังหวัด      กาญจนบุรี หรือเครื่องปั้นดินเผาขุดพบที่บ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ที่มีรูปทรงแปลกตา และลวดลายการเขียนสีวิจิตรพิสดาร จัดเป็นศิลปหัตถกรรมล้ำค่าซึ่งนักประวัติศาสตร์ และนักโบราณคดีเชื่อกันว่า ดินแดนประเทศไทยของเรานี้เคยเป็นที่อยู่ของกลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมอันสูงส่ง ชนกลุ่มนี้ประกอบด้วยหลายเชื้อชาติรวมทั้งคนไทย ซึ่งจากหลักฐานที่พบใหม่เชื่อว่าชาติไทยของเรามีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ในบริเวณนี้มิได้อพยพมาจากที่ใด และศิลปหัตถกรรมในดินแดนนี้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่บรรพบุรุษไทยสร้างไว้จนตกทอดเป็นสมบัติแห่งความภูมิใจถึงปัจจุบัน
3.  ข้อความนี้กล่าวถึงสิ่งใดเป็นสำคัญ
          1)    กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมสูงส่ง       
          2)    โบราณวัตถุในประเทศไทย
          3)    ความภูมิใจในศิลปหัตถกรรม     
          4)    การทำงานของนักโบราณคดี
 
4.  ข้อใดถูกต้องตามเนื้อหานี้
          1)    ชนชาติไทยอพยพจากที่อื่นมาตั้งมั่นในประเทศไทย
           2)    คนไทยได้รับมรดกตกทอดจากชนชาติที่มีวัฒนธรรมสูง
           3)    คนเชื้อชาติต่าง ๆ รวมทั้งคนไทยมีวัฒนธรรมสูงส่งมานานนับพันปี
           4)    ประเทศไทยเคยเป็นที่อยู่ของกลุ่มชนหลายเชื้อชาตินอกจากคนไทย

5. ข้อใดจำเป็นต้องใช้คำภาษาต่างประเทศ
          1)   วันนี้สมศรีจะไปรับค่าสปอนเซอร์ที่บริษัทคุณป้าซึ่งอยู่ที่ถนนสาทร
          2)  สมปองจะใช้หนี้เรา ถ้าเธอได้เปอร์เซ็นต์จากการจำหน่ายเครื่องสำอาง
          3)    ทุกครั้งที่ไปกินข้าวนอกบ้าน คุณแม่จะให้ค่าทิปแก่พนักงาน
          4)   บริษัทของชูศักดิ์เป็นผู้แทนจำหน่ายลิฟต์แก้วแห่งเดียวในประเทศไทย

6.  ข้อใดไม่ใช่ประโยคความซ้อน
          1)   สิ่งที่เขาตั้งใจกระทำให้พ่อแม่  คือการตั้งใจเรียนและการเป็นคนดี
          2)   สะพานแห่งใหม่ที่เพิ่งจะเปิดใช้ช่วยจราจรคล่องตัวขึ้น
          3)   ตึกแถวริมถนนใหญ่ที่หน้าบ้านฉันถูกทุบทิ้งไปแล้ว
          4)   เขาขายรถยนต์คันที่ถูกรางวัลกาชาดไปเมื่อวานนี้

7. ข้อใดใช้ราชาศัพท์ถูกต้อง
         สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ................ นำ ................ ทั้งสองไปเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
          1)   เสด็จฯ  พระราชอาคันตุกะ                             
           2)  ทรงพระราชดำเนิน  พระราชอาคันตุกะ
           3)   ทรงพระดำเนิน  พระราชอาคันตุกะ                               
           4)  เสด็จพระดำเนิน  พระราชอาคันตุกะ

8.  จงเรียงลำดับข้อความต่อไปนี้ตามระดับของภาษาโดยเริ่มจากภาษาระดับ ทางการ กึ่งทางการ ไม่เป็นทางการ และกันเอง
       (1)ทำไมผู้หญิงที่มีลูกแล้วถึงอ้วน  สาเหตุที่คนมัก นึกไม่ถึงคือแม่เสียดายของที่ลูกกินเหลือ
       (2)ผู้หญิงที่ปล่อยให้พุงพลุ้ยเป็นพะโล้อย่างนี้ นอกจากจะดูไม่ได้แล้วยังจะตายไวเสียด้วย
       (3)การประชุมวิชาการเรื่องโรคอ้วนครั้งนี้  จัดขึ้นเนื่องจากโรคอ้วนเป็นปัญหาทางสุขภาพ ที่ทุก
            ประเทศทั่วโลกกำลังประสบอยู่
       (4)การลดน้ำหนักด้วยวิธีง่ายๆ นั้น เราจะต้องควบคุมอาหารและหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง
          1)  4., 1., 3. และ 2.                                           
          2)  2.     3., 1., 2. และ 4.
          3)  3., 4., 1. และ 2.                                           
          4)  4., 1., 2. และ 3         
 
9. ข้อใดใช้ภาษากระชับ
          1)   เคล็ดลับในการทำแกงส้มไม่ให้มีกลิ่นคาวคือ ต้องใส่ปลาในแกงขณะที่น้ำแกงกำลังเดือด
          2)   นำพริกใส่ครก โขลกเบา ๆ พอให้เม็ดพริกแตกไม่ต้องให้ละเอียดมาก
          3)   มีผู้กล่าวว่าคนที่กินผักกินปลาเป็นประจำจะไม่ค่อยเป็นโรคหัวใจ
          4)   นำเนื้อหมูสับใส่ครกตำคลุกรวมให้เป็นเนื้อเดียวกัน

10.  ข้อใดเป็นน้ำเสียงของผู้กล่าวข้อความต่อไปนี้
               “ความผิดพลาดครั้งนี้เกิดจากความชุ่ยของกรรมการสรรหาที่เป็นตัวแทนพรรคการเมือง ดันทุรังสวมบทศรีธนญชัยตีความกฎหมายเข้าทางตนเอง โดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายและความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”
          1)    ไม่พอใจคณะกรรมการสรรหา
          2)    ไม่พอใจการสรรหาที่ไม่เป็นธรรม
          3)    ไม่พอใจที่นักการเมืองเข้าข้างตนเอง
          4)    ไม่พอใจการตีความกฎหมายของนักการเมือง
11.  ข้อใด ไม่ จำเป็นต้องใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ
          1)   เขาคิดจะปลูกบ้านแบบบังกะโลสักหลังหนึ่ง
          2)   เขาจัดฉลากได้เบอร์หนึ่ง จึงต้องพูดหน้าชั้นเป็นคนแรก
          3)   นักศึกษาปีที่ 1 ซ้อมร้องเพลงเชียร์ทุกเย็นตลอดเดือนนี้
          4)   มหาวิทยาลัยจะจ่ายเงินเป็นเช็ค ถ้าจำนวนเงินเกิน 5,000 บาท

12. ข้อใดใช้สำนวนถูกต้อง
         1)   เรื่องมันล่วงเลยมาตั้งนานแล้ว คุณจะแกว่งเท้าหาเสี้ยนให้กลับเป็นเรื่องราวขึ้นมาทำไมอีก
         2)   มีข่าวความไม่สงบเกิดขึ้นทีไร ชาวบ้านก็ซื้อสินค้าไปตุนกันจนแทบหมดห้าง วันนี้ห้างเลยเงียบเป็นเป่าสาก
         3)   เป็นลูกผู้หญิงต้องละเมียดละไม จะหยิบจับอะไรก็ให้เบามือหน่อย ข้าวของจะได้ไม่เสียหายเหมือนที่ว่าบัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น
         4)   คุณมีตำแหน่งใหญ่ขึ้นมาอย่างนี้ อย่าเชื่อคำพูดหรือคำสนับสนุนของคนที่อยู่แวดล้อมให้มากนักพวกลูกขุนพลอยพยักจะทำให้คุณลำบาก
 
13.   ข้อความต่อไปนี้เป็นโวหารชนิดใด
                “สารอาหารในข้าวกล้องจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและช่วยป้องกันโรคอ้วน ข้าวกล้องมีสารเส้นใยมากกว่าข้าวขาว 8 เท่า ข้าวกล้องจะช่วยดูดซับไขมันและน้ำตาลในอาหารแล้วขับออกมาเป็นกากอาหาร ทำให้ไขมันและน้ำตาลซึมเข้ากระแสเลือดน้อยลง”
          1)    บรรยายโวหาร                                   
          2)  พรรณนาโวหาร
          3)    อธิบายโวหาร                                   
          4)  สาธกโวหาร

14.  ข้อใดสอดคล้องกับสาระในข้อความต่อไปนี้มากที่สุด
               “คนที่ประสบความสำเร็จนั้นคือคนที่ไม่เพียงแต่เพลิดเพลินชื่นชมกับความคิดของคน หากแต่ถลกแขนเสื้อลงลุยงานอย่างแท้จริงด้วย”
         1)   ความสำเร็จเกิดจากความฝัน
         2)   ความสำเร็จเกิดจากการปฏิบัติจริง
         3)   ความสำเร็จเกิดจากการคิดและทำจริง
         4)   ความสำเร็จเกิดจากความพอใจและความมุ่งมั่น

15.   ข้อใดเป็นเจตนาที่ชัดเจนที่สุดของผู้กล่าวข้อความต่อไปนี้
               “มนุษย์ทุกคนมีความต้องการเป็นพื้นฐาน เมื่อใดคุณไม่มีความต้องการ คุณก็ไม่ต้องเอาชนะ แต่ถ้าคุณยังมีความต้องการ แล้วคุณจะทำอย่างไร ให้ได้สิ่งที่คุณต้องการ”
         1)   ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์ยังตัดกิเลสไม่ได้
         2)   แนะนำให้คนทำทุกสิ่งตามที่ต้องการ
         3)   กระตุ้นให้คนหาวิธีสนองความปรารถนาของคน
         4)   บอกให้ทราบว่ามนุษย์มีความทะยานอยากไม่สิ้นสุด

16.   ข้อใดใช้คำฟุ่มเฟือย
         1)   ความเครียดนับวันจะเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาสังคมถึงขั้นวิกฤต
         2)  ปัญหาสุขภาพจิตเป็นผลจากความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ
         3)   ผู้คนในหลายประเทศกำลังให้ความสนใจในการใช้สมุนไพรลดความเครียด
         4)   สมุนไพรคลายเครียดมีทั้งที่เป็นอาหารเครื่องดื่ม เช่น ชาชงสมุนไพรชนิดต่างๆ และน้ำมันหอมระเหย
 
17.   ข้อใดเป็นความคิดของผู้เขียนข้อความต่อไปนี้
               “การศึกษาที่ดีควรเป็นการศึกษาที่กระตุ้นให้ผู้เรียนช่างสังเกต รู้จักคิด รู้จักตั้งคำถาม และรู้จักใช้เหตุผล ไม่ใช่สักแต่เป็นฝ่ายรับอย่างเดียว”
         1)   ผู้สอนต้องสอนให้ผู้เรียนมีความรู้ คิดเป็น ถามเป็น และมีเหตุผล
         2)   ผู้เรียนต้องรู้จักสังเกต คิด ถาม และใช้เหตุผลตามที่ครูสอน
         3)   ผู้สอนมีหน้าที่สอนให้ผู้เรียนคิด  ไม่ใช้สอนแต่เนื้อหาวิชาเท่านั้น
         4)   ผู้เรียนควรเรียนรู้ด้วยตนเองนอกเหนือจากที่ครูสอน

18.   ข้อใดสะกดผิดทุกคำ
         1)    ก๊าซ  แก๊ส  น้ำมันก้าด                               
         2)  โคมา  เอ็กซเรย์  โควต้า
         3)    คอนแวน  ชอล์ค  คอนเสิร์ต                     
         4)  นิวเคลียร์  นิวเคลียส  นิวตรอน

19.   ข้อใดอ่านผิด
         1)    สมรรถภาพ อ่านว่า สะ–หมัด–ถะ–พาบ
         2)    ปราชัย อ่านว่า ปะ – รา – ไช
         3)    ปัจนึก  อ่านว่า  ปัด – จะ – หนึก
         4)    มณฑก  อ่านว่า  มน – ทก

20.   สีสังเคราะห์ที่ใส่ในอาหารเป็นสารเคมีที่คนทำขึ้น ต้องระวังว่าสีสังเคราะห์นั้นมี..........หรือไม่  เมื่อกินเข้าไปดังนั้นคณะกรรมการอาหารและยาของทุกประเทศจึงต้อ4..........โดยประกาศว่าสีอะไรบ้างที่..........ให้เติมลงในอาหารได้ ถึงกระนั้นก็ยังมีคน..........ฝ่าฝืนเติมสีที่กินไม่ได้ลงในอาหาร
         1)    อันตราย  ดูแล อนุมัติ  เห็นแก่ตัว
         2)    พิษภัย  ควบคุม  อนุญาต  เห็นแก่ได้
         3)    พิษ  กวดขัน  อนุโลม  มักง่าย
         4)    ภัย  เข้มงวด  ยินยอม  มักได้

21.   เด็กคนนี้เป็นคน..........ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน อีกไม่ช้าก็คงเปลี่ยนงานใหม่ทั้งมีใจ..........เดี๋ยวต้องการจะเข้าเรียนต่อ เดี๋ยวไม่ต้องการ
          1)    หยิบหย่ง  รวนเร                                 
          2)  เกียจคร้าน  โลเล
          3)    จับจด  รวนเร                                               
          4)  สำรวย  เหลาะแหละ
 
22.        “เราจะเรียกร้องเราย่อมต้องการให้เขา.........
       ถ้าเราชี้แจงเราย่อมต้องการให้เขา..........
       ถ้าเราขอร้องเราย่อมต้องการให้เขา...........
        ถ้าเราวิงวอนเราย่อมต้องการให้เขา..........
         1)    สนใจ  เข้าใจ  ตามใจ  กลับใจ               
         2)  สนใจ  เข้าใจ  เห็นใจ  เปลี่ยนใจ
         3)    เข้าใจ  สนใจ  กลับใจ  เปลี่ยนใจ           
         4)  เข้าใจ  สนใจ  เห็นใจ  กลับใจ

23.   สำนวนในข้อใดที่มีความหมายอยู่ในแนวเดียวกันทั้งหมด
         1)    ตาบอดได้แว่น  ไก่ได้พลอย  กิ้งก่าได้ทอง
         2)    เหยียบเรือสองแคม  คาบลูกคาบดอก จับปลาสองมือ
         3)    ดาบสองคม  หนามยอกอก  หอกข้างแคร่
         4)    หน้าเนื้อใจเสือ  ปากหวานก้นเปรี้ยว ชีปล่อยปลาแห้ง
               ศัพท์ว่า “ปัญญา” นั้น               แปลและรู้กันก็คือ
         ความรอบรู้  จักรู้ตาม                     ควรจะรู้จากอะไรใด
         รู้ได้รู้ให้เด่น                                  ใช้ก็ให้เป็นประโยชน์ไป
         ย่อมเป็นปัญญาใน                        ทุกสถานหมายเสมือนกัน
         สิ่งเช่นเห็นด้วยตา                        ยินกะหูมาประมวลสรรพ์
         ทราบได้ด้วยใจอัน                         เกี่ยวกะอาจรู้เจริญไว

24. “ปัญญา” ตามความคิดของผู้แต่งตรงกับข้อใด
         1)    รอบรู้                                               
         2)  รู้ลึกซึ้ง
         3)    รู้ด้วยใจ                                           
         4)  รู้เฉพาะทาง

25.  ข้อใดเป็นจุดมุ่งหมายของผู้แต่ง
         1)    แสดงทรรศนะ                               
         2)  โน้มน้าวใจ
         3)    ให้ความรู้                                       
         4)  เสนอความจริง

26. ในข้อความต่อไปนี้ มีที่สะกดผิดกี่คำ
               “พายุพัดกระหน่ำรุนแรงขึ้น กลาสีเรือพยายามช่วยผู้โดยสารอย่างเต็มที่ ทองโปรยพยายามจะยืนขึ้นแต่ขาของเธอเป็นตะคิวเสียแล้ว ผู้โดยสารส่วนใหญ่เฮโลไปที่กาบเรือ ดังนั้นเมื่อคลื่นลูกใหญ่ซัดเข้ามาปะทะเรือก็จมลง”
         1)  1  คำ                                                               
         2)  2  คำ
         3)  3  คำ                                                               
         4)  4  คำ           
 
27. คำในข้อใดอ่านออกเสียงได้ทั้งสองอย่าง
         1)    ผลิต  อ่านว่า  ผลิด หรือ ผะ-หลิด
         2)    เอิกเกริก  อ่านว่า เอิก – เกริก หรือ เอิก – กะ – เหริก
         3)    ภาชนะ  อ่านว่า พา – ชะ – นะ หรือ พาด – ชะ – นะ
         4)    คุณวุฒิ  อ่านว่า คุน – นะ – วุด หรือ คุน – วุด – ทิ

28. ข้อใดจำเป็นต้องใช้คำทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
         1)   โรงพิมพ์ส่งงานพิมพ์มาให้ตรวจปรู๊ฟที่สองแล้ว
         2)   ห้างสรรพสินค้าที่เปิดใหม่มักจะมีของแถมแจกฟรีแก่ลูกค้า
         3)   นักศึกษาที่เรียนที่ได้เกรดเอห้าวิชาในเทอมใดจะได้รับการยกเว้นค่าหน่วยกิตในเทอมต่อไป
         4)   นักกีฬาวีลแชร์ของไทยได้เหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาคนพิการที่ประเทศออสเตรเลีย

29. ข้อใดเป็นการเขียนแบบอธิบาย
         1)   เมื่อออกนอกตัวกรุงเทพมหานคร  อาคารบ้านเรือนและรถราค่อยบางตาลง
         2)   มัคคุเทศก์นำนักท่องเที่ยวลงจากรถมาชมแปลงนาสาธิตของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
         3)   การทำนาเริ่มด้วยการดายหญ้าและไถนาเตรียมดินก่อนลงมือหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว
         4)   ต้นข้าวซึ่งบรรดาชาวนาดูแลเอาใจใส่พากันงอกงามอวดรวงสีทองสะพรั่ง

                “เราทุกคนปล่อยปละละเลยให้โลกตกลงสู่ที่ต่ำ ไม่ประคับประคอบค้ำจุนไว้ด้วยพลังที่เข้มแข็ง พลังที่จะประคับประคองโลกได้ต้องเป็นพลังของความดีเท่านั้น ไม่ใช่พลังอื่นใดทั้งสิ้น ความดีมีมากมายหลายประการแต่อาจรวมลงได้ในจุดสำคัญที่สุดคือพลังของเมตตาที่จะค้ำจุนโลกได้ โลกจะลอยเด่นเป็นสง่าสว่างไสวไกลทุกข์ไกลร้อนนานาประการด้วยพลังค้ำจุนเมตตา”
30.   ข้อใดคือจุดมุ่งหมายของผู้เขียน
         1)  บอกกล่าว                                                       
         2)  แนะนำ
         3)  ติเตียน                                                             
         4)  ตักเตือน

31. ข้อใดมีคำซ้ำที่แสดงความหมายต่างจากข้ออื่น
         1)    แม่นวดแป้งแล้วปั้นเป็นลูกกลมๆ
         2)    แยกๆ กันไปกินอาหารจะได้ออกรถเร็วขึ้น
         3)    สมพรอยากย้ายบ้านไปอยู่ใกล้ๆ ที่ทำงาน     
         4)    อายุเกิน 80 แล้วยังชอบใส่เสื้อผ้าสีสดๆ
 
32. ข้อใด ไม่ มีคำพ้องความหมาย
         1)    ไอยรา  ราชสีห์  กุญชร                             
         2)  ลำธาร  ชลาสินธุ์  มัจฉา
         3)    เทเวศร์  อัจฉรา  สุรารักษ์                         
         4)  สิงขร  เวหาสน์  วนาดร

33. ข้อใดใช้สำนวนพังเพยได้ถูกต้อง
         1)    พอลืมตาอ้าปากได้  ทุกคนก็รู้สึกหิวข้าวทันที
         2)    คนสมัยนี้ชอบกินข้าวแดงแกงร้อนเพราะเป็นอาหารสุขภาพ
         3)    หลังเลิกเรียนแม่จะเตรียมข้าวใหม่ปลามันไว้ให้ลูกกิน
         4)    การลงทุนต้องดูจังหวะ เมื่อโอกาสดีน้ำขึ้นให้รีบตักจะได้กำไรงาม

34. ข้อใดใช้สำนวนผิด
          1)    วารุณีไม่ชอบทำงานเพราะเธอเป็นคนประเภทถนิมสร้อย
          2)    ผู้ใหญ่จะสอนเสมอว่าเวรกรรมนั้นจะส่งผลต่อผู้ทำเหมือนกงเกวียนกำเกวียน
          3)    เขาเอาใจออกห่างโดยไปเข้ากับศัตรูของเรา
          4)  ความรู้ที่เธอสอนเขานั้นยากเกินที่เขาจะรับได้เหมือนกับสีซอให้ควายฟัง

35. ข้อใดใช้สำนวนพังเพยไม่ถูกต้อง
          1)    อย่าทำงานอย่างแก้ผ้าเอาหน้ารอด
          2)    เขาทำตัวเหมือนงูเห่าที่เนรคุณคนที่เคยช่วยเหลือ
          3)    พวกหมาเห่าใบตองแห้งพอเจอของจริงก็หนีหมด
          4)    นักเรียนมีหนังสือดีแต่ไม่ยอมอ่าน  ก็เหมือนไก่ได้พลอย

36. ข้อใดเป็นการโน้มน้าวใจ
          1) สื่อมวลชนต้องเร่งเร้าให้ผู้คนดำรงชีวิตอยู่อย่างประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย
           2)    ประชาชนต้องดำรงชีวิตอย่างประหยัด ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร
           3)    ข้าราชการจะต้องทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ประหยัดเงินทุกบาททุกสตางค์ของรัฐ
           4)    หากทุกฝ่ายร่วมมืออย่างเต็มความสามารถ ประเทศของเราก็คงพ้นวิกฤตการณ์

37.   ข้อใดไม่ใช่แนวคิดที่ปรากฏในข้อความต่อไปนี้
               “ถ้าคนประพฤติอย่างเช่นสัตว์ดิรัจฉานแล้วจะไม่มีประโยชน์อันใดยิ่งกว่าสัตว์ดิรัจฉานบางพวกไปอีก เพราะฉะนั้นจงอุตสาหะที่จะเรียนวิชาเข้ามาเป็นกำลังที่จะทำตัวให้ดีกว่าสัตว์ดิรัจฉานให้จงได้”
          1)    คนควรศึกษาเล่าเรียนให้ชีวิตมีประโยชน์
          2)    คนที่ไร้ค่าก็เหมือนสัตว์ดิรัจฉานบางพวก
          3)    วิชาความรู้ทำให้คนต่างจากสัตว์ดิรัจฉาน
          4)    ความขยันหมั่นเพียรเป็นวิถีทางสร้างค่าของชีวิต
 
38.   ข้อใดเป็นประโยคที่สมบูรณ์
          1)    หนึ่งในบรรดาสารพิษหรือสารเคมีที่นำมาใช้ในอุตสาหกรรมเพื่อการผลิตภาชนะบรรจุอาหาร
          2)    เมื่อท่านทราบแล้วว่าอันตรายจากการบริโภคอาหารที่ใส่ถุงกระดาษหนังสือพิมพ์มีมากเพียงใด
          3)  องค์การอนามัยโลกซึ่งชี้ปัญหาการขาดแคลนธาตุไอโอดีนว่ามักจะมีในประชากรที่อาศัย   
อยู่บริเวณเทือกเขา
          4)  การที่จะขจัดโรคขาดสารอาหารในเด็กให้ หมดไปจำเป็นต้องรณรงค์ให้เฝ้าระวังโภชนาการของเด็กเป็นประจำ

39.  ข้อใดเป็นสาระสำคัญของคำประพันธ์ต่อไปนี้
                 “เวรมาทันแล้ว           จึงจำแคล้วแก้วโกมล
         ให้แค้นแสนสุดทน              ทุกข์ถึงเจ้าเศร้าเสียดาย”
          1)       ความอาลัยรักที่ระงับได้ด้วยกฎแห่งกรรมและอุเบกขา
          2)       ความขัดแย้งกับโชคชะตาที่ทำให้ทุกข์ทรมานใจอย่างสาหัส
          3)       ความขัดแย้งที่ต้องยอมรับความจริงกับความอัดอั้นและทุกข์ใจ
          4)       ความเด็ดเดี่ยวเพราะอาศัยหลักศาสนาช่วยหักห้ามใจคลายทุกข์

40. คำประพันธ์ต่อไปนี้มีแนวคิดหลักที่เด่นชัดตามข้อใด
               พรากหายใช่พรากร้าง          นิรันดร์กาล
         มีพรากมีพบพาน                        เพื่อนพ้อง
         ชิงโศกโศกพาผลาญ                   เผาจิต
         วันหนึ่งนั้นจักต้อง                       กลับร้ายกลายดี
          1)    แนะให้ตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท
          2)    ให้เชื่อมั่นว่าคนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้
          3)    ปลอบใจว่าสุขทุกข์คือธรรมชาติของชีวิต
          4)    ให้กำลังใจว่าชีวิตนี้ยังมีหวัง
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 30, 2015, 04:53:03 pm
41. คำในข้อใดอ่านอย่างคำสมาส
          1)  นเรศวร                                                           
          2)  รินทร์
          3)  ผลิตผล                                                             
          4)  ธันวาคม

42. ข้อใดใช้คำราชาศัพท์ได้ถูกต้อง
          1)    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯทรงเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรตามกำหนดการ
          2)    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯทรงเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรตามหมายกำหนดการ
          3)    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรตามหมายกำหนดการ
          4)    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯเสด็จฯมาพระราชทานปริญญาบัตรตามกำหนดการ
 
43. ข้อใดใช้คำได้ถูกต้อง
          1)    นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเป็นอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
          2)    นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเป็นราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
          3)    นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเป็นพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
          4)    นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเป็นพระคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

44. ข้อใดใช้คำราชาศัพท์คำว่า “ตาย”สำหรับสมเด็จพระสังฆราชได้ถูกต้อง
          1)   สิ้นชีพิตักษัย                                                   
          2)  สิ้นพระชนม์
          3)   ถึงแก่อนิจกรรม                                             
          4)  ถึงแก่อสัญกรรม

45. ข้อใดมีคำที่สะกดผิด
          1)    พฤกษานานาพรรณส่งกลิ่นขจายตรลบไปทั่วบริเวณ
          2)    จักจั่นเรไรส่งเสียงกรีดร้องก้องไพรยามอาทิตย์อัสดง
          3)    ความมืดโรยตัวครอบคลุมไปทั่วดูวังเวงจนน่าอัศจรรย์ใจ
          4)    ทุกชีวิตที่เคยคึกคนองต่างหลับใหลมิรู้สมประดี

46. คำในข้อใดออกเสียงต่างจากพวก
          1)  บัณเฑาะว์                                                       
          2)  บัณฑิต
          3)  มณฑป                                                       
          4)  มณฑก

47. ข้อใดอ่านถูกต้อง
          1)  สวัสดิการ (สะ-วัด-ดิ-กาน)                       
          2)  อุบัติเหตุ (อุ-บัด-เหด)
          3)  ปรากฏการณ์ (ปรา-กด-กาน)                 
          4)  คุนวุฒิ (คุณ-นะ-วุด)

48. พระราชินี มีคำสั่งใช้ว่าอย่างไร
          1)  พระบรมราชโองการ                                 
          2)  พระราชเสาวนีย์
          3)  พระบรมราโชวาท                                     
          4)  พระราชดำรัส

49. คำในข้อใดเป็นคำประสม
          1)   ตะกร้า                                                       
          2)  เร็วๆ
          3)   หลังคา                                                             
          4)  ข้อ 1 และ 3

50. ประโยคข้อใดมีความหมายไม่ชัดเจน
          1)    พ่อเลี้ยงของฉันเป็นคนดี       
          2)    เขานั่งรถไปกับเพื่อนสองคน
          3)    ตำรวจกำลังสอบสวนผู้ต้องหา
          4)    คุณไม่น่าขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่
 
51. ข้อใดให้ภาพพจน์ในด้านความรู้สึกมากที่สุด
          1)    พิศดูหมู่มัจฉา                    ว่ายแหวกมาในสาคร
          2)    แมลงภู่คู่เคียงว่าย               เห็นคล้ายคล้ายน่าชมเชย
          3)    เนื้ออ่อนอ่อนแต่ชื่อ               เนื้อน้องหรืออ่อนทั้งกาย
          4)    ปลาเสือเหลืองที่ตา              เลื่อมแหลมกว่าปลาทั้งปวง

52. “แม่แปรก”ข้อใดอ่านถูกต้อง
          1) แม่-ปะ-แหรก                             
          2) แม่-ปะ-แรก
          3) แม่-ปะ-หรก                               
          4) แม่-แป-รก

53. ข้อใดใช้ลักษณนามถูกต้อง “งาช้าง   หวี”
          1) กิ่ง   เล่ม                                   
          2) งา   ด้าม
          3) อัน   เล่ม                                   
          4) ท่อน   อัน

54. จงเลือกสำนวนไทยประเภทที่มีเสียงสัมผัส
          1) ต้นไม้ตายเพราะลูก                       
          2) ข้าวแดงแกงร้อน
          3) กินปูนร้อนท้อง                             
          4) ชี้นกเป็นไม้
55. ข้อใดมีลักษณะนามถูกต้อง “ลูกหนี้  คดี”
          1) คน   ราย                                   
          2) ราย   เรื่อง
          3) เจ้า   ราย                                 
          4) คน   คดี

56. ราชาศัพท์ที่แปลว่า “ต้องการ”สำหรับพระเจ้าแผ่นดินใช้ว่าอย่างไร
          1) มีพระประสงค์                             
          2) มีพระราชประสงค์
          3) ทรงต้องพระราชประสงค์                 
          4) ต้องพระราชประสงค์

57. “คนที่ไม่น่าไว้วางใจเพราะทำตัวกลับกลอกโลเล  ทำตนเข้าด้วยทั้งสองฝ่าย” ตรงกับสำนวนข้อใด
          1) นกสองหัว                                 
          2) ชักแม่น้ำทั้งห้า
          3) ติเรือทั้งโกลน                             
          4) ชักน้ำเข้าลึก  ชักศึกเข้าบ้าน

58. พระเจ้าแผ่นดิน “ทรงศีล”หมายความว่า
          1) ถือศีล                                       
          2) จำศีล
          3) รับศีล                                       
          4) ฟังศีล

59. ข้อใดมีวรรณยุกต์ครบทั้ง 5 เสียง
          1) เป็นทุ่งนาแฝกแซมขึ้นแกมกัน           
          2) กระเด็นพร่างพราวราวกับพลอย
          3) ออกสุดบ้านฝ่ายทวารอรัญวา           
          4) ระลอกซัดสาดกระเซ็นขึ้น เต้นหยอย

60. ข้อใดมีคำราชาศัพท์ที่เกิดจากการประสม
          1) ซับพระพักตร์                             
          2) ห้องเครื่อง
          3) เสด็จพระราชดำเนิน                       
          4) พระราชธิดา
 
61.   “ฉันจะแจ้งความว่าเธอ.........เข้ามาในบ้านฉันยามวิกาล”
          1) ล่วงล้ำ                                     
          2) ข้ามเขตหวงห้ามยามวิกาล
          3) บุกรุก                                       
          4) รุกล้ำ

62.   ผู้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดแต่ซ่อนความฉลาดนั้นไว้ยังไม่แสดงออกมาเมื่อยังไม่ถึงเวลาอันสมควรตรงกับสำนวน
          1) ชักใบให้เรือเสีย                                     
          2) คมในฝัก
          3) ไข่ในหิน                                   
          4) เพชรในตม

63.  “ชักชวนผู้อื่นให้ใจรวนเรเปลี่ยนการประทำที่ดีอยู่แล้วให้ผิดแนวไป”ตรงกับสำนวนข้อใด
          1) เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม                 
          2) ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน
          3) คนคบพาลพาลพาไปหาผิด             
          4) ชักใบให้เรือเสีย

64. ข้อใดไม่ใช่คำสมาสทั้ง 2 คำ
          1) วัฒนธรรม  อักษรศาสตร์               
          2) พุทธรัตนะ  ทิพโสดา
          3) ราชบุตร    สังฆทาน                     
          4) ราชวัง  ผลไม้

65.   ข้อความข้อใดต่อไปนี้ที่แสดงความรู้สึกผิดหวังและเศร้าใจ
          1) โกรธยิ่งนัก   แค้นยิ่งนัก  แค้นเจ้ายาเสพติด เอาไปเผาทิ้งลงทะเล                           
          2) เพราะเราไม่เข้าใจกัน  จึงไม่มีฉันและไม่มีเธอ เพราะเราไม่เข้าใจกันนะเออ
          3) ไม่อยากจะคิดสงสาร  ไม่อยากจะคิดสงสาร เมื่อเห็นสาวจันทร์มองเพลิน มีแฟนแล้วเขาก็เมิน
          4) เธอเป็นนางพิมพ์ของใครมาก่อน  คนทั่วทั้งนครเขาก็รู้ทั่วกัน  ฉันรักเธอแน่นอนมิเคยนึกหวั่น
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 30, 2015, 04:53:51 pm
แนวข้อสอบประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ.2553



จรรยาบรรณตำรวจ
1. การพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคลทุกระดับ คำนึงถึงเรื่องใด
ก. พฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว
ข. ความสามารถ การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว
ค. ความรู้ การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว
ง. ความอาวุโส การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว

ตอบ ก. พฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว
ข้อ 4 ในการพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคล ทั้งในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการหรือหน่วยเทียบเท่ากองบัญชาการ กองบังคับการ กองกำกับการ สถานีตำรวจ และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ควรคำนึงถึงพฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าวด้วย

2. กรอบแห่งการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการตำรวจคืออะไร
ก.จรรยาบรรณตำรวจตามกฏศีลธรรม
ข.จริยธรรมและจรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือนด้วย
ค.ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ ก.ตร.
ง.ถูกหมด

ตอบ ค.ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ ก.ตร.
ข้อ 2 ให้ใช้ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ ก.ตร.นี้ เป็นกรอบแห่งการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการตำรวจ

3. กฎ ก.ตร. เรื่องประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ นี้ ให้ใช้บังคับเมื่อใด?
ก.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันมีพระราชโองการ
ข.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ก.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกฤษฏีกา
ก.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศกฏกระทรวง

ตอบ ข.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
กฎ ก.ตร. นี้ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

4. หน่วยงานระดับใดบ้างที่ควรคำนึงพฤติกรรม การปฏิบัติตนตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ เมื่อมีการพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคล ?
ก.ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ข.ระดับกองบัญชาการหรือหน่วยเทียบเท่ากองบัญชาการ กองบังคับการ
ค.ระดับกองกำกับการ สถานีตำรวจ และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น
ง.ทุกระดับ

ตอบ ง.ทุกระดับ

ข้อ 4 ในการพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคล ทั้งในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการหรือหน่วยเทียบเท่ากองบัญชาการ กองบังคับการ กองกำกับการ สถานีตำรวจ และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ควรคำนึงถึงพฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าวด้วย

5.หน่วยใดทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณธรรมของข้าราชการตำรวจ ?
ก.โรงเรียนพระปริยยัติธรรมทุกแห่ง
ข.ศูนย์วัฒธรรมแห่งประเทศไทย
ค.กระทรวงศึกษาธิการ
ง.กองบัญชาการศึกษา

ตอบ. ง.กองบัญชาการศึกษา

ให้กองบัญชาการศึกษาทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณธรรมของข้าราชการตำรวจ มีหน้าที่กำหนดตัวชี้วัดและหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานและข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ รวมทั้งรณรงค์ ส่งเสริม ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ กำหนดหลักสูตร พัฒนาและฝึกอบรมข้าราชการตำรวจเกี่ยวกับจริยธรรมและจรรยาบรรณ รวมทั้งสร้างเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมจริยธรรมและจรรยาบรรณของข้าราชการตำรวจให้เทียบเท่าระดับสากล


6.หากผู้บังคับบัญชาไม่สอดส่องดูแลการประพฤติตามประมวลจริยธรรมของผู้ใต้บังคับบัญชาให้ถือว่าใครเป็นผู้จงใจละเมิดฝ่าฝื่นประมวลจริยธรรม
ก. ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสอดส่องดูแล
ข.ให้จเรตำรวจแห่งชาติรับหน้าที่ติดตาม
ค.ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชานั้นจงใจละเมิด หรือ ฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมนั้น
ง.ถูกหมด

ตอง ค.

7. จเรตำรวจมีหน้าที่และอำนาจอย่างไรบ้าง?
ก.ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ
ข.ให้ความเป็นธรรมในการร้องทุกข์ผู้ใต้บังคับบัญชา
ค.ทำหน้าที่แทน ผบ.ตร.ทุกอย่างที่มอบหมาย
ง.ถูกหมด

ตอบ ก.

8.สตช.วางระเบียบเกี่ยวกับการรายงานดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในกี่วันนับแต่ กฎ ก.ตร.นี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา?
ก. 7 วัน ข. 15 วัน ค.30 วัน ง.45 วัน

ตอบ ง.45 (9 – 10 )

9.การสอดส่องดูแลการรักษาประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจเป็นหน้าที่ของใคร
ก. จเรตำรวจแห่งชาติ ข.ผบ.ตร. ค.ผู้บังคับบัญชาทุกคน ง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตอบ ค.( ข้อ 9

10.สถาบันการฝึกอบรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องนำประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจไปกำหนดเป็นเรื่องใด?
ก.กำหนดเป็นระเบียบในอำนาจหน้าที่เพื่อใช้บังคับตำรวจ
ข.กำหนดเป็นกฎ กระทรวงเพื่อความรับผิดชอบ ในการปฏิบัติตนของตำรวจทุกหน่วย
ค.กำหนดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
ง.กำหนดเป็นระเบียบปฏิบัติเพื่อความรับผิดชอบ ผู้บังคับบัญชา

ตอบ ค.กำหนดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 30, 2015, 04:54:34 pm
กฎ ก.ตร.
ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553
1.    กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553 มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดกี่วัน
ก. 30 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    ข. 45 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    ค. 60 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    ง. 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ตอบ  ค.   60 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
2.    ในการแต่ตั้งข้าราชการตำรวจตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
    ก. ควรคำนึง พฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคล
    ข. พิจารณาจากความรู้ความสามารถ
    ค. ต้องผ่านอบรมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ
    ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ  ก. ควรคำนึง พฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคล
3.    หน่วยงานใดทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณภาพของข้าราชการตำรวจ
    ก. กองบัญชาการศึกษา                ข. สถาบันฝึกอบรม
    ค. จเรตำรวจแห่งชาติ                ง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตอบ   ก. กองบัญชาการศึกษา
4.    กองบัญชาการศึกษามีหน้าที่อะไร
ก.    กำหนดชี้วัดและหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานข้าราชการตำรวจที่ประพฤติดีเยี่ยม
ข.    รณรงค์ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่กำหนดกำหนดหลักสูตรพัฒนาและฝึกอบรมข้าราชการตำรวจเกี่ยวกับจริยธรรมและจรรยาบรรณ
ค.    สร้างเครื่องข่ายทั้งภายในและภายนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อส่งเสริมจริยธรรมและจรรยาบรรณของข้าราชการตำรวจ
    ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.ถูกทุกข้อ
5.    การประกาศเชิดชูเกียรติข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานใด
    ก. จเรตำรวจแห่งชาติ                ข. ก.ตร.
    ค. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ            ง. ผู้อำนวยการกองบัญชาการศึกษา
ตอบ   ข. ก.ตร.
6.    การประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานและข้าราชการตำรวจในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจต้องกระทำเมื่อใด
    ก. ทุกๆ 3 เดือน                ข. ทุกๆ  6 เดือน
    ค. ทุกๆ 1 ปี                ง. ทุกๆ  2 ปี
ตอบ  ค. ทุกๆ 1 ปี
7.    หน่วยงานใดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทีต้องนำประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจไปกำหนดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอน
    ก.  จเรตำรวจแห่งชาติ                ข. กองบัญชาการศึกษา
    ค. สถานบันการฝึกอบรม                ง. ทุกหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตอบ   ค. สถานบันการฝึกอบรม   
8.    หน่วยงานใดมีอำนาจและหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
    ก.  จเรตำรวจแห่งชาติ                ข. กองบัญชาการศึกษา
    ค. สถานบันการฝึกอบรม                ง. ทุกหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตอบ   ก. จเรตำรวจแห่งชาติ
9.    หน่วยงานใดมีหน้าที่สอดส่องดูแลการรักษาประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
    ก.  จเรตำรวจแห่งชาติ                ข. กองบัญชาการศึกษา
    ค. สถานบันการฝึกอบรม                ง. ทุกหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตอบ   ก.จเรตำรวจแห่งชาติ
10.    ข้อใดคืออำนาจและหน้าที่ของจเรตำรวจแห่งชาติ
    ก. ให้คำปรึกษาและแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
    ข. จัดทำคู่มือและคำอธิบายแนวทางปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม
    ค. สอดส่องดูแลการักษาประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
    ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง. ถูกทุกข้อ
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 30, 2015, 04:55:33 pm
แนวข้อสอบ พรบ.ตํารวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 แก้ไขเพิ่มเติม



แนวข้อสอบ
พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547
********************
 
1. ผู้รักษาการตาม พ.ศ. 2547 ปัจจุบันได้แก่
                ก. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ                                               ข. พล.ต.อ. พัชวาท วงศ์สุวรรณ
                ค. นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ                                              ง.  นายเชาวรัตน์ ชาญวีรกุล
ตอบข้อ ค. นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ
2. ข้อใดเป็นอำนาจหน้าที่ของ สตช.
                ก.  ถปภ. องค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ฯ                   
                ข. ดูแลควบคุมและกำกับการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติตาม ป. วิอาญา
                ค. ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางอาญา                   
                ง. ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ  ง. ถูกทุกข้อ
3. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แบ่งส่วนราชการออกเป็นกี่ส่วน
                ก.  2 ส่วน                                           
ข.  3  ส่วน
                ค.  4  ส่วน                                           
ง.  กี่ส่วนก็ได้แล้วแต่ดุลยพินิจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ตอบข้อ ก.  2 ส่วน ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 10 บัญญัติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติแบ่งส่วนราชการออกเป็น 2 ส่วน คือ  1. สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  2. กองบัญชาการ
4. ใครเป็นอธิบดีกรมตำรวจคนแรกและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนแรก
                ก. พล. ท. พระวรางศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ , พล.ต.อ. ประชา  พรหมนอก                       
                ข. พล. ต.อ.เผ่า  ศรียานนท์ , พล.ต.อ. พรศักดิ์  ดุรรงค์วิบูลย์
                ค. พล.ต.อ. ไสว ไสวแสนยากร  , พล.ต.อ. ประชา  พรหมนอก                           
                ง. พล.ต.ท. พระยาอธิปกรณ์ประกาศ , พล.ต.อ. พจน์  บุณยะจินดา
ตอบข้อ ก. พล. ท. พระวรางศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ , พล.ต.อ. ประชา  พรหมนอก
 
 
5. “ ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยจะทำไม่ได้ ในทางที่ไม่ขัดต่อ ศีลธรรม ขนบธรรมเนียม
     ประเพณี อันดีงามและกฎหมายบ้านเมือง ” เป็นคำกล่าวของใคร
 ก. พล. ต.อ. เผ่า ศรียานนท์                              ข. จอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์
                ค. พระยามโนปกรณ์นิติธาดา                          ง.  พล.ต.อ. หลวงชาติตระการโกศล
ตอบข้อ ก. พล. ต.อ. เผ่า ศรียานนท์
6. “ ก.ต.ช. ” ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ย่อมาจากอะไร
 ก.  คณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ                   ข. คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
                ค. คณะกรรมการาชการตำรวจ                         ง. คณะกรรมการกรมตำรวจแห่งชาติ
ตอบข้อ  ข. ตามพ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 16 บัญญัติ “ ให้มีคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ คณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า  ก.ด.ช .”
7. บุคคลใดเป็นผู้บังคับข้าราชการตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
 ก. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ                          ข. นายกรัฐมนตรี
                ค. จเรตำรวจแห่งชาติ                                         ง. ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ ข.  ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 11 สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าส่วนราชการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้  (2) เป็นผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รองจากนายกรัฐมนตรี นั่นก็หมายความว่า นายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
8. คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ มีบุคคลใดดำรงตำแหน่งเป็น ประฐานกรรมการ
 ก. นายกรัฐมนตรี                                                                ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย       
                ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม                              ง. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ตอบข้อ ก.  ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ  มาตรา 17 กำหนดให้นายกรัฐมนตรีประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
9. บุคคลตามข้อใดเป็นกรรมการโดยที่ตำแหน่งของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
 ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย                           ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
                ค. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ                                          ง. ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ ง.  ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ  มาตรา 17 กำหนดให้นายกรัฐมนตรีประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ  ประกอบด้วย  นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ปลัดกระทรวงยุติธรรมเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติเป็นกรรมการโยตำแหน่ง
 
10. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ มีทั้งหมดกี่คน
 ก.  3  คน                                                                              ข.  4  คน
                ค.   7  คน                                                                             ง.  10  คน
ตอบข้อ  ข. ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ  มาตรา 17 กำหนดให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติมีทั้งหมด  4 คน
11. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ต้องมีอายุตามข้อใด
 ก.  มีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปีบริบูรณ์                                      ข.  มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์
                ค. มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบูรณ์                                       ง. มีอายุไม่ต่ำกว่า 45 ปีบริบูรณ์
ตอบข้อ  ค. ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ  มาตรา 20 กำหนดให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบูรณ์
12. ข้อใดคือคุณลักษณะต้องห้าม ของการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ
       คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
 ก. มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์                                     ข. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
                ค. ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดๆ ในพรรคการเมือง        ง. ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ  ง. ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ  มาตรา 20 ได้กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ของการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติไว้ หลายประการ อาทิเช่น อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบูรณ์  มีสัญชาติไทยโดยการเกิด  ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดๆ ในพรรคการเมือง
13. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ มีวาระ การดำรงตำแหน่งคราวละ
      กี่ปี
 ก.   2  ปี                                                                                                ข. 3  ปี
                ค.   4  ปี                                                                                                ง.   6  ปี               
ตอบข้อ  ค.  ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ  มาตรา 21 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติมีวาระ การดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้แต่จะดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้
 
14. ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร หากว่ามีการ
       แต่งตั้งตำรวจยศชั้นว่าที่พันตำรวจโทเป็นการชั่วคราว บุคคลใดดังต่อไปนี้ที่จะเป็นผู้มีอำนาจสั่ง
       แต่งตั้ง
 ก. นายกรัฐมนตรี                                               
                ข. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติโดยได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี
                ค. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ                         
                ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ตอบข้อ ค.  ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 26วรรคท้าย ในระหว่างที่ยังไม่ประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร จะแต่งตั้งว่าที่ยศตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นการชั่วคราวก็ได้ โดยให้ผู้มีอำนาจดังต่อไปนี้สั่งแต่งตั้ง
1. แต่งตั้งว่าที่ยศพลตำรวจตรีขึ้นไปให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
2. ตั้งแต่ว่าที่ยศร้อยตำรวจตรีขึ้นไปแต่ไม่สูงกว่าว่าที่ยศพันตำรวจเอก ให้ผู้บัญชาการตำรวจ
แห่งชาติ เป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
15. ข้อใดเป็นหน้าที่ของ ก.ตร.
 ก. กำหนดนโยบายและมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจและจัดระบบ
                   ราชการ        ตำรวจ                   
                ข. ออก กฎ ก.ตร. ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ หรือมีมติเกี่ยวกับการบริหารงาน
                  บุคคล
                ค. ออกระเบียบให้ สตช. รายงานเกี่ยวกับการสอบ การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนชั้น เงินเดือน
                   การดำเนินการ วินัย การออกจากราชการ
                ง.  ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ ง.  ถูกทุกข้อ
�� #�����P�้านกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนให้ยื่นต่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนภายในเจ็ดวันนับแต่วันรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือคำสั่งให้สืบสวนหรือทราบเหตุแห่งการคัดค้าน
8. การแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือสั่งให้ผู้ใดทำการสืบสวน  ประธานกรรมการหรือผู้สืบสวน  ต้องมีตำแหน่งและยศในระดับใด
ก. ไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา
ข. ถ้าเป็นราชการบริการส่วนกลาง  ประธานกรรมการหรือผู้ทำการสืบสวนต้องมียศไม่ต่ำกว่าพันตำรวจตรี
ค. ถ้าเป็นราชการส่วนภูมิภาคต้องมียศไม่ต่ำกว่าร้อยตำรวจเอก
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ
                ข้อ ๙  การแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือสั่งให้ผู้ใดทำการสืบสวน  ประธานกรรมการหรือผู้สืบสวน  ต้องมีตำแหน่งและยศไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา  และนอกจากนั้นถ้าเป็นราชการบริหารส่วนกลางประธานกรรมการหรือผู้ทำการสืบสวนต้องมียศไม่ต่ำกว่าพันตำรวจตรี  ถ้าเป็นราชการส่วนภูมิภาคต้องมียศไม่ต่ำกว่าร้อยตำรวจเอก
9. กรณีการสืบสวนข้อเท็จจริงหากสืบสวนไม่เสร็จและขออนุมัติขยายเวลาออกไปอีกหลายครั้งจนครั้งสุดท้าย  หากมีความจำเป็นจะขยายระยะเวลสืบสวนออกไปเกินกว่าสามสิบวัน  ให้เสนอขออนุมัติต่อใคร
ก. ผู้สั่งแต่งตั้งกรรมการสืบสวน
ข. ผู้บังคับบัญชาที่มอบหมาย
ค. ผู้บังคับบัญชาโดยตรง
ง. ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง
ตอบ       ง.  ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชึ้นหนึ่ง
                ในการสืบสวนเพิ่มเติมตาม ข้อ ๓๕ (๒)  ให้ดำเนินการสืบสวนให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันรับทราบคำสั่ง  หากครบกำหนดสามสืบวันแล้วยังสืบสวนไม่แล้วเสร็จให้ขออนุมัติขยายเวลาต่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวน  ให้ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนพิจารณาอนุมัติได้ตามความจำเป็น  แต่ทั้งนี้ห้ามมิให้ขยายระยะเวลาสืบสวนต่อไปอีกเกินกว่าสามสิบวัน  หากมีความจำเป็นจะขยายระยะเวลาสืบสวนออกไปเกินกว่าสามสิบวัน  ให้เสนอขออนุมัติต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง
10. ในกรณีแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน  ให้มีคณะกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการประจำอย่างน้อยกี่คน  และประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยเท่าใด
ก. หกคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยสามคน
ข. ห้าคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยสามคน
ค. สี่คน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง
ง. สามคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง
ตอบ       ง.  สามคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง
                ในกรณีแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน  ให้มีคณะกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการประจำอย่างน้อยสามคน  ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง  โดยให้มีเลขานุการหนึ่งคน  เลขานุการอาจแต่งตั้งจากกรรมการสืบสวนคนใดคนหนึ่งก็ได้  ในกรณีจำเป็นจะให้มีผู้ช่วยเลขานุการก็ได้
                ให้นำ ข้อ ๑๒  ข้อ ๒๑  และ ข้อ ๒๒  มาใช้บังคับกับเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการโดยอนุโลม
11. คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนมีหน้าที่ตามข้อใด
ก. สามารถให้บุคคลอื่นเข้าร่วมทำการสืบสวนได้
ข. จัดทำบันทึกการปฏิบัติงานที่มีการสืบสวนไว้ทุกครั้ง
ค. รวบรวมประวัติของผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ
                ข้อ ๑๓  คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนมีหน้าที่
(๑) สืบสวนตามหลักเกณฑ์  วิธีการ  และระยะเวลาที่กำหนดในกฎ ก.ตร. นี้  เพื่อแสวงหาความจริงในเรื่องที่กล่าวหาและดูแลให้บังเกิดความยุติธรรมตลอดการสืบสวน
(๒) รวบรวมประวัติของผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กล่าวหาเท่าที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณา
(๓) จัดทำบันทึกการปฏิบัติงานที่มีการสืบสวนไว้ทุกครั้ง
(๔) ห้ามมิให้บุคคลอื่นเข้าร่วมทำการสืบสวน
12. การสืบสวนข้อเท็จจริง  คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดอย่างไร
ก. ไม่เกิน 15 วัน
ข. ไม่เกิน 30 วัน
ค. ไม่เกิน 60 วัน
ง. ไม่เกิน 90 วัน
ตอบ       ค.  ไม่เกิน 60 วัน
 สืบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดแต่งทั้งนี้ต้องไม่เกินหกสืบวันนับแต่วันที่ประธานกรรมการหรือผู้สืบสวนได้รับทราบคำสั่ง  หากครบกำหนดหกสิบวันแล้วยังไม่แล้วเสร็จ  ให้ขออนุมัติขยายเวลาต่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวน  ให้ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวนพิจารณาอนุมัติได้ตามความจำเป็น  แต่ทั้งนี้ห้ามมิให้ขยายระยะเวลาสืบสวนต่อไปอีกเกินหกสิบวัน  หากมีความจำเป็นจะขยายระยะเวลาสืบสวนออกไปเกินกว่าหกสิบวัน  ให้เสนอขออนุมัติต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 30, 2015, 04:56:37 pm
เฉลยข้อสอบตำรวจ 10 มิย. 55



งานสารบรรณ  20  ข้อ วันที่  10  มิถุนายน  2555
 
1. หนังสือภายในใช้ในกรณี ผู้บังสั่งการผู้ใต้  ผู้ใต้เสนอผู้บัง  และระดับต่ำกว่ากรมติดต่อกัน ข้อใหนที่ต่ำกว่ากรมน่าจะเป็นสนง.ปปส.กับ สนง.ปปง
2. ไม่ใช่หนังสือสั่งการ ตอบ แถลงการณ์
3.  ชั้นความลับพิมพ์อยู่ตำแหน่งไหน  ตอบ  อยู่กึ่งกลางกระดาษทั้งบนและล่าง
4. ด่วน ตอบ ปฏิบัติเร็วกว่าปกติเท่าที่จะทำได้
5.  ระเบียบงานสารบรรณ2526 ไม่บังคับหน่วยงาน ใด  ตอบ มหาลัยเอกชน
6.หนังสือที่ปฏิบัติโดยเร็ว ตอบ  ด่วนมาก
7. วันที่ของหนังสือราชการภายนอก ตอบ  10 มิถุนายน2555
8. ข้อความสุดท้ายของหนังสือราชการ คือ   ตอบ  โทร.โทรสาร
9.หนังสือที่เป็นหนังสือรับรองมีข้อความว่า   ตอบ  "หนังสือฉบับนี้ให้ไว้เพื่อรับรองว่า"
10.การเรียงลำดับ ในการประชุม ข้อเนีย ตอบ   1.เรื่องที่ประธานแจ้ง 2.รับรองรายงาน 3.เรื่องที่เสนอ 4.เสนอเพื่อพิจารณา  5. เรื่องอื่นๆๆ
11. เรียงลำดับของหนังสือราชการ   ตอบ   เรื่อง -เรียน-อ้างถึง-สิ่งที่ส่งมาด้วย
12. การรับหนังสือจากบุคคลภายนอก ใครเป็นผู้รับ  ตอบ  หน่วยงานสารบรรณกลาง
13. หัวข้อ 1.1.1 ถ้ามีข้อย่อย       ตอบ    1.1.1.1
14. การเก็บหนังสือราชการถึง มีข้อความอย่างไร  ตอบ  เก็บถึง พ.ศ.................
15. ข้อใดไม่ใช่คำลงท้ายคำลงท้ายหนังสือราชการ ตอบ แล้วแต่จะโปรด
16. การมีหนังสือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ตอบ  เรียน  ขอแสดงความนับถือ
17. ตราประทับลงรับมี  ตอบ  ส่วนราชการ
18. หนังสือที่ต้องปฏิบัติโดยเร็วอยู่บริเวณใด   ตอบ  ให้เห็นได้ชัดบนหนังสือและบนซอง
19.
20.
งานสารบรรณ  20  ข้อ วันที่  10  มิถุนายน  2555
 
1. หนังสือภายในใช้ในกรณี ผู้บังสั่งการผู้ใต้  ผู้ใต้เสนอผู้บัง  และระดับต่ำกว่ากรมติดต่อกัน ข้อใหนที่ต่ำกว่ากรมน่าจะเป็นสนง.ปปส.กับ สนง.ปปง
2. ไม่ใช่หนังสือสั่งการ ตอบ แถลงการณ์
3.  ชั้นความลับพิมพ์อยู่ตำแหน่งไหน  ตอบ  อยู่กึ่งกลางกระดาษทั้งบนและล่าง
4. ด่วน ตอบ ปฏิบัติเร็วกว่าปกติเท่าที่จะทำได้
5.  ระเบียบงานสารบรรณ2526 ไม่บังคับหน่วยงาน ใด  ตอบ มหาลัยเอกชน
6.หนังสือที่ปฏิบัติโดยเร็ว ตอบ  ด่วนมาก
7. วันที่ของหนังสือราชการภายนอก ตอบ  10 มิถุนายน2555
8. ข้อความสุดท้ายของหนังสือราชการ คือ   ตอบ  โทร.โทรสาร
9.หนังสือที่เป็นหนังสือรับรองมีข้อความว่า   ตอบ  "หนังสือฉบับนี้ให้ไว้เพื่อรับรองว่า"
10.การเรียงลำดับ ในการประชุม ข้อเนีย ตอบ   1.เรื่องที่ประธานแจ้ง 2.รับรองรายงาน 3.เรื่องที่เสนอ 4.เสนอเพื่อพิจารณา  5. เรื่องอื่นๆๆ
11. เรียงลำดับของหนังสือราชการ   ตอบ   เรื่อง -เรียน-อ้างถึง-สิ่งที่ส่งมาด้วย
12. การรับหนังสือจากบุคคลภายนอก ใครเป็นผู้รับ  ตอบ  หน่วยงานสารบรรณกลาง
13. หัวข้อ 1.1.1 ถ้ามีข้อย่อย       ตอบ    1.1.1.1
14. การเก็บหนังสือราชการถึง มีข้อความอย่างไร  ตอบ  เก็บถึง พ.ศ.................
15. ข้อใดไม่ใช่คำลงท้ายคำลงท้ายหนังสือราชการ ตอบ แล้วแต่จะโปรด
16. การมีหนังสือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ตอบ  เรียน  ขอแสดงความนับถือ
17. ตราประทับลงรับมี  ตอบ  ส่วนราชการ
18. หนังสือที่ต้องปฏิบัติโดยเร็วอยู่บริเวณใด   ตอบ  ให้เห็นได้ชัดบนหนังสือและบนซอง
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 30, 2015, 04:58:44 pm
สรุป ระเบียบงานสารบรรณ  สอบสาย อก.2 อก.4



งานสารบรรณ
...................................
 
ความหมายของงานสารบรรณ
            "งานสารบรรณ" คือ งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร เริ่มตั้งแต่ การจัดทำ การรับ  การส่ง  การเก็บรักษา  การยืม  และการทำลายเอกสาร
ขอบข่ายของงานสารบรรณ
            จากความหมายของ "งานสารบรรณ" ทำให้สามารถเห็นถึงขั้นตอนและขอบข่ายของงานสารบรรณว่า เกี่ยวข้องกับเรื่องใดบ้าง เริ่มตั้งแต่
 
 
การผลิตหรือจัดทำเอกสาร (พิจารณา-คิด-ร่าง เขียน ตรวจร่าง-พิมพ์ ทาน สำเนา-เสนอ-ลงนาม)
การส่ง (ตรวจสอบ-ลงทะเบียน-ลงวันเดือนปี-บรรจุซอง-นำส่ง)
การรับ (ตรวจ-ลงทะเบียน-แจกจ่าย)
การเก็บ รักษา และการยืม
การทำลาย
การปฏิบัติงานตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2526
            ปัจจุบันนี้ การปฏิบัติงานสารบรรณของส่วนราชการต่าง ๆ ถือปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2526 ระเบียบฯ นี้ใช้บังคับกับส่วนราชการอันได้แก่ กระทรวง ทบวง กรมหรือหน่วยงานอื่นของรัฐทั้งที่อยู่ในราชการบริหารส่วนกลาง(กระทรวง ทบวง กรม)  ราชการบริหารส่วนภูมิภาค(จังหวัด อำเภอ)  ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น(กรุงเทพมหานคร เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) เมืองพัทยา)และส่วนราชการที่ประจำอยู่ในต่างประเทศด้วย แต่ไม่บังคับใช้กับรัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้ ผู้รักษาการตามระเบียบฯ ดังกล่าว ได้แก่ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ความหมายของหนังสือราชการ
            หนังสือราชการ คือ เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ ได้แก่ 1) หนังสือที่มีไปมาระหว่างส่วนราชการ  2) หนังสือที่ส่วนราชการมีไปถึงหน่วยงานภายนอกซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือที่มีไปถึงบุคคลภายนอก 3) หนังสือที่หน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือบุคคลภายนอกมีมาถึง    ส่วนราชการ 4) เอกสารที่ทางราชการจัดทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานในราชการ 5) เอกสารที่ทาง     ราชการจัดทำขึ้นตามกฎหมาย ระเบียบหรือข้อบังคับ รวมถึง เอกสารที่ประชาชนทั่วไปมีมาถึง ส่วนราชการและเจ้าหน้าที่รับไว้เป็นหลักฐานก็จัดว่าเป็นหนังสือราชการด้วย
ชนิดของหนังสือราชการ
   
 
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กันยายน 30, 2015, 04:58:56 pm
         หนังสือราชการมี 6 ชนิด คือ 1) หนังสือภายนอก 2) หนังสือภายใน 3) หนังสือประทับตรา 4) หนังสือสั่งการ 5) หนังสือประชาสัมพันธ์ และ 6) หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ
หนังสือภายนอก คือ หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธี โดยใช้กระดาษ    ตราครุฑ เป็นหนังสือติดต่อระหว่างส่วนราชการ หรือส่วนราชการมีถึงหน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่    ส่วนราชการหรือที่มีถึงบุคคลภายนอก
หนังสือภายใน คือ หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีน้อยกว่าหนังสือ     ภายนอก เป็นหนังสือติดต่อภายในกระทรวง ทบวง กรมหรือจังหวัดเดียวกัน ใช้กระดาษบันทึก   ข้อความ  (การใช้หนังสือภายใน ส่วนราชการมักนิยมใช้เฉพาะเรื่องที่ติดต่อภายในกรมเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ หากมีหนังสือไปต่างกรมแม้อยู่ในกระทรวงเดียวกันมักนิยมใช้หนังสือราชการ     ภายนอก)
 
ความแตกต่างระหว่างหนังสือภายในกับหนังสือภายนอก
หนังสือภายใน มีความเป็นแบบพิธีน้อยกว่า กล่าวคือ ไม่ต้องลงที่ตั้ง ไม่มี     หัวข้ออ้างอิง หรือสิ่งที่ส่งมาด้วยเป็นหัวข้อแยกออกมาและไม่ต้องมีคำลงท้ายโดยถือหลักความเป็นกันเอง เนื่องจากเป็นการติดต่อระหว่างหน่วยงานในกระทรวง ทบวง กรมหรือจังหวัดเดียวกัน      ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว หรือเป็นหน่วยงานในสังกัดเดียวกัน
            ข. ขอบเขตการใช้หนังสือภายนอก ใช้ได้ทุกกรณี แต่หนังสือภายในจะใช้ได้เฉพาะการติดต่องานของหน่วยงานภายในกระทรวง ทบวง กรมหรือจังหวัดเดียวกันเท่านั้น จะใช้หนังสือภายในติดต่อกับหน่วยงานเอกชนที่มิใช่ส่วนราชการหรือกับบุคคลภายนอกไม่ได้
หนังสือประทับตรา คือ หนังสือที่ใช้ประทับตราแทนการลงชื่อของหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป โดยให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกองหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก     หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไปเป็นผู้รับผิดชอบลงชื่อย่อกำกับตรา  หนังสือประทับตราให้ใช้ได้ทั้งระหว่างส่วนราชการกับส่วนราชการ และระหว่างส่วนราชการกับบุคคลภายนอกเฉพาะกรณีที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
หนังสือสั่งการ มี 3 ชนิด ได้แก่ คำสั่ง ระเบียบ และข้อบังคับ
คำสั่ง คือ บรรดาข้อความที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย  ให้ใช้กระดาษตราครุฑ
ระเบียบ คือ บรรดาข้อความที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ได้วางไว้โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายหรือไม่ก็ได้ เพื่อถือเป็นหลักปฏิบัติงานเป็นการประจำ  ให้ใช้กระดาษตราครุฑ
ข้อบังคับ คือ บรรดาข้อความที่ผู้มีอำนาจหน้าที่กำหนดให้ใช้ โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายที่บัญญัติให้กระทำได้  ให้ใช้กระดาษตราครุฑ
 
 
หนังสือประชาสัมพันธ์ มี 3 ชนิด ได้แก่ ประกาศ แถลงการณ์ และข่าว
 
ประกาศ คือ บรรดาข้อความที่ทางราชการประกาศ หรือชี้แจงให้ทราบ หรือแนะแนวทางปฏิบัติ  ให้ใช้กระดาษตราครุฑ
 
แถลงการณ์ คือบรรดาข้อความที่ทางราชการแถลงเพื่อทำความ เข้าใจในกิจการของทางราชการ หรือเหตุการณ์ หรือกรณีใด ๆ ให้ทราบชัดเจนโดยทั่วกัน              ให้ใช้กระดาษครุฑ
ข่าว คือ บรรดาข้อความที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพร่ให้ทราบ
หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ คือ หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นนอกจากที่กล่าวแล้วข้างต้น หรือหนังสือที่หน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือบุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการ และส่วนราชการรับไว้เป็นหลักฐานของทางราชการ มี 4 ชนิด คือ หนังสือรับรอง รายงานการประชุม บันทึกและหนังสืออื่น
หนังสือรับรอง คือ หนังสือที่ส่วนราชการออกให้เพื่อรับรองแก่บุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงานเพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใดให้ปรากฏแก่บุคคลโดยทั่วไป ไม่จำเพาะเจาะจง  ให้ใช้กระดาษครุฑ
รายงานการประชุม คือ การบันทึกความคิดเห็นของผู้มาประชุม     ผู้เข้าร่วมประชุมและมติของที่ประชุมไว้เป็นหลักฐาน
บันทึก คือ ข้อความซึ่งผู้ใต้บังคับบัญชาเสนอต่อผู้บังคับบัญชา หรือผู้บังคับบัญชาสั่งการแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือข้อความที่เจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานระดับต่ำกว่า ส่วนราชการระดับกรมติดต่อกันในการปฏิบัติราชการ โดยปกติให้ใช้กระดาษบันทึกข้อความ
หนังสืออื่น คือ หนังสือหรือเอกสารอื่นใดที่เกิดขึ้นเนื่องจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นหลักฐานในทางราชการ ซึ่งรวมถึงภาพถ่าย ฟิล์ม แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพด้วย หรือหนังสือของบุคคลภายนอกที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ได้รับเข้าทะเบียนรับหนังสือของทางราชการแล้ว มีรูปแบบตามที่กระทรวง ทบวง กรมจะกำหนดขึ้นใช้ตามความเหมาะสม เว้นแต่มีแบบตามกฎหมายเฉพาะเรื่องให้ทำตามแบบ เช่น โฉนด แผนที่ แบบ   แผนผัง สัญญา คำร้อง เป็นต้น
      หนังสือที่จัดทำขึ้นโดยปกติให้มีสำเนาคู่ฉบับเก็บไว้ที่ต้นเรื่อง 1 ฉบับ และให้มีสำเนาเก็บไว้ที่หน่วยงานสารบรรณกลาง 1 ฉบับ สำเนาคู่ฉบับให้ผู้ลงชื่อลงลายมือชื่อหรือลายมือชื่อย่อ และให้ผู้ร่าง ผู้พิมพ์และผู้ตรวจ ลงลายมือชื่อหรือลายมือชื่อย่อไว้ที่ข้างท้ายขอบล่างด้านขวาของหนังสือ
      หนังสือเวียน คือ หนังสือที่มีถึงผู้รับเป็นจำนวนมาก มีใจความอย่างเดียวกัน ให้เพิ่มพยัญชนะ ว หน้าเลขทะเบียนหนังสือส่งซึ่งกำหนดเป็นเลขที่หนังสือเวียนโดยเฉพาะ เริ่มตั้งแต่เลข 1 เรียงเป็นลำดับไปจนถึงสิ้นปีปฏิทิน หรือใช้เลขที่ของหนังสือทั่วไปตามแบบหนังสือภายนอกอย่างหนึ่งอย่างใด
      การปฏิบัติต่อหนังสือเวียน เมื่อผู้รับได้รับหนังสือเวียนแล้วเห็นว่า เรื่องนั้นจะต้องให้หน่วยงานหรือบุคคลในบังคับบัญชาในระดับต่าง ๆ ได้รับทราบด้วย ก็ให้มีหน้าที่จัดทำสำเนาหรือจัดส่งให้หน่วยงานหรือบุคคลเหล่านั้นโดยเร็ว
เบ็ดเตล็ด
การระบุชั้นความเร็วของหนังสือราชการ
      หนังสือที่ต้องปฏิบัติให้เร็วกว่าปกติ เป็นหนังสือที่ต้องจัดส่งและดำเนินการทางสารบรรณด้วยความรวดเร็วเป็นพิเศษ แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
 
 
 
ด่วนที่สุด ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติในทันทีที่ได้รับหนังสือนั้น
ด่วนมาก ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยเร็ว
ด่วน ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเร็วกว่าปกติเท่าที่จะทำได้
            ทั้งนี้ ให้ระบุชั้นความเร็วด้วยอักษรสีแดง
            ในกรณีที่ต้องการให้หนังสือส่งถึงผู้รับภายในเวลาที่กำหนด ให้ระบุคำว่า ด่วนภายในแล้วลง วัน เดือน ปี และกำหนดเวลาที่ต้องการให้หนังสือไปถึงผู้รับ ซึ่งระบุหน้าซองภายในเวลาที่กำหนด
            เรื่องราชการที่จะดำเนินการหรือสั่งการด้วยหนังสือไม่ทัน ให้ส่งข้อความทางเครื่องมือสื่อสาร เช่น โทรเลข วิทยุโทรเลข โทรพิมพ์ โทรศัพท์ วิทยุสื่อสาร วิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ เป็นต้น และให้ผู้รับปฏิบัติเช่นเดียวกับได้รับหนังสือ ในกรณีที่จำเป็นต้องยืนยันเป็นหนังสือ ให้ทำหนังสือยืนยันตามไปทันที
หนังสือราชการลับ
            สำหรับหนังสือราชการลับ ในระเบียบงานสารบรรณไม่ได้กล่าวถึงแนวทางปฏิบัติในเรื่องนี้ เพราะระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ.2517 กำหนดให้ส่วน     ราชการถือปฏิบัติอยู่แล้ว โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับหนังสือราชการลับ ได้กำหนดชั้นความลับของหนังสือออกเป็น 4 ชั้น คือ ลับที่สุด ลับมาก ลับและปกปิด
ลับที่สุด  ได้แก่ ความลับที่มีความสำคัญที่สุดเกี่ยวกับข่าวสาร วัตถุหรือบุคคลซึ่งหากความลับดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วนรั่วไหลไปถึงบุคคลผู้ไม่มีหน้าที่ได้ทราบ จะ   ทำให้เกิดความเสียหายหรือเป็นภยันตรายต่อความมั่นคง ความปลอดภัย หรือความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติหรือพันธมิตรอย่างร้ายแรงที่สุด
ลับมาก ได้แก่ ความลับที่มีความสำคัญมากเกี่ยวกับข่าวสาร วัตถุหรือบุคคล ซึ่งถ้าหากความลับดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วนรั่วไหลไปถึงบุคคลที่ไม่มีหน้าที่ได้ทราบ จะทำให้เกิดความเสียหายหรือเป็นภยันตรายต่อความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศชาติหรือพันธมิตรหรือความเรียบร้อยภายในราชอาณาจักรอย่างร้ายแรง
ลับ ได้แก่ ความลับที่มีความสำคัญเกี่ยวกับข่าวสาร วัตถุหรือบุคคล ซึ่ง     ถ้าหากความลับดังกล่าวทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนรั่วไหลไปถึงบุคคลผู้ไม่มีหน้าที่ได้ทราบจะทำให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ หรือเกียรติภูมิของประเทศชาติหรือพันธมิตรได้
ปกปิด ได้แก่ ความลับซึ่งไม่พึงเปิดเผยให้ผู้ไม่มีหน้าที่ได้ทราบโดยสงวนไว้ ให้ทราบเฉพาะบุคคลที่มีหน้าที่ต้องทราบเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการเท่านั้น
 
      การปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือราชการลับ
การลงทะเบียนเอกสารลับ ส่วนราชการต้องลงหลักฐานในทะเบียนเอกสารลับเพื่อควบคุมการรับ การดำเนินการ การส่ง การเก็บรักษา และการแจกจ่ายเอกสารลับให้เป็นไปโดยถูกต้อง และให้หัวหน้าส่วนราชการดังกล่าวแต่งตั้งบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจและได้ผ่านการตรวจสอบประวัติ และพฤติการณ์ตามชั้นความลับที่จำเป็นต้องปฏิบัติ เป็นเจ้าหน้าที่ควบคุม       รับผิดชอบ เรียกว่า "นายทะเบียนเอกสารลับ" และ "ผู้ช่วยนายทะเบียนเอกสารลับ" ของส่วน    ราชการนั้น ๆ
การแสดงชั้นความลับของเอกสารที่เป็นความลับ โดยปกติให้ประทับหรือเขียนตัวอักษรตามชั้นความลับที่กึ่งกลางหน้ากระดาษทั้งด้านบนและด้านล่างของทุกหน้าเอกสารที่มีชั้นความลับนั้น ตัวอักษรต้องให้มีขนาดโตกว่าตัวอักษรธรรมดา และใช้สีแดงหรือสีอื่นที่เห็น  เด่นชัด
การบรรจุซอง
เอกสารชั้นลับที่สุดและลับมาก จะต้องบรรจุซองหรือห่อทึบแสงสองชั้นอย่างมั่นคง เอกสารดังกล่าวต้องบรรจุอยู่ในซองหรือห่อชั้นใน พร้อมด้วยใบรับเอกสารลับตามแบบที่กำหนดไว้ในระเบียบ แต่ใบรับเอกสารลับไม่ต้องกำหนดชั้นความลับ ให้ระบุแต่เพียงเอกสาร วัน เดือน ปี จำนวน และหมายเลขฉบับของเอกสาร และให้มีข้อความอื่นเท่าที่จำเป็นต้องใช้    หลักฐานเท่านั้น ห้ามเขียนชื่อเรื่องไว้ในใบรับเอกสารลับ ใบรับเอกสารลับนี้จะต้องส่งคืนส่วน    ราชการผู้ส่งเอกสารลับโดยเร็วที่สุด และส่วนราชการผู้ส่งเอกสารนั้นจะต้องเก็บรักษาใบรับเอกสารลับนี้ไว้จนกว่าจะได้รับเอกสารลับกลับคืน หรือเอกสารลับถูกทำลายหรือยกเลิกชั้นความลับแล้ว บนซองหรือห่อชั้นในให้จ่าหน้าโดยลงเลขที่เอกสาร ชื่อ หรือตำแหน่งผู้รับ และส่วนราชการของ     ผู้ส่ง พร้อมทั้งทำเครื่องหมาย "ลับที่สุf" หรือ "ลับมาก" ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนซองหรือห่อชั้นนอกนั้นห้ามทำเครื่องหมายแสดงชั้นความลับ
เอกสารชั้นลับ จะต้องบรรจุซองหรือห่อสองชั้นอย่างมั่นคง ซองหรือห่อชั้นนอกต้องทึบแสง หากต้องการใบรับเอกสารลับก็ให้บรรจุใบรับนั้นไว้ในซองหรือห่อชั้นใน  ร่วมกับเอกสารด้วย
เอกสารชั้นปกปิด จะบรรจุซองหรือห่อทึบแสงชั้นเดียวก็ได้ โดยให้ปฏิบัติเหมือนเป็นซองชั้นนอก หากต้องการใบรับเอกสารลับก็ให้บรรจุใบรับไว้ในซอง
การปิดผนึก เอกสารชั้นลับที่สุดและลับมาก ผู้ปิดผนึกคือบุคคลผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับของเอกสาร หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย หรือนายทะเบียนเอกสารลับ หรือผู้ช่วย นายทะเบียนเอกสารลับของส่วนราชการนั้น ส่วนเอกสารชั้นลับ ผู้ปิดผนึกคือบุคคลดังกล่าวแล้วหรือข้าราชการชั้นตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไปผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเอกสารนั้น สำหรับเอกสารชั้นปกปิด จะใช้ข้าราชการชั้นจัตวาหรือเทียบเท่าที่ได้รับความไว้วางใจเป็นผู้ปิดผนึกก็ได้ การปิดผนึกให้ผู้  ปิดผนึกลงลายมือชื่อกำกับไว้บนรอยที่ปิดผนึกของซองหรือห่อชั้นใน แล้วใช้แถบกาวชนิดใสปิดทับบนลายมือชื่อและเครื่องหมายแสดงชั้นความลับอีกอย่างหนึ่ง
การ ส่งเอกสารลับ เอกสารชั้นลับที่สุดและลับมาก ให้ส่งตรงต่อนายทะเบียนเอกสารหรือผู้ช่วยนายทะเบียนเอกสารลับเพื่อลงทะเบียน เอกสารลับเสียก่อน ไม่ว่าจ่าหน้าซองหรือห่อของเอกสารนั้นจะระบุชื่อหรือตำแหน่งก็ตาม เว้นแต่เมื่อมีเหตุผลเป็นพิเศษจึงยอมให้ส่งตรงต่อผู้รับตามจ่าหน้าซองให้ เป็นผู้รับเอกสารได้ ส่วนการส่งเอกสารชั้นลับและปกปิดก็ปฏิบัติเช่นเดียวกันเว้นแต่จะส่งผ่านเจ้า หน้าที่รับส่งหนังสือราชการธรรมดาไปยังนายทะเบียนเอกสารลับหรือผู้ช่วยนาย ทะเบียนเอกสารลับก็ได้ หรือมีเหตุผลพิเศษจึงยอมให้ส่งตรงผู้รับ เช่นเดียวกับเอกสารลับที่สุดและลับมาก
การรับ เอกสารชั้นลับที่สุดและลับมากที่จ่าหน้าซองหรือห่อชั้นในระบุถึงชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ หรือระบุชื่อพร้อมกับระบุตำแหน่ง แล้วให้บุคคลนั้นหรือผู้ได้รับ มอบหมายจากผู้นั้นโดยตรงเป็นผู้เปิดซอง และลงชื่อในใบรับเอกสารลับ แล้วให้นำเอกสารไปลงทะเบียนเอกสารลับที่นายทะเบียนเอกสารลับหรือผู้ช่วยนายทะเบียนเอกสารลับเสียก่อน จึง  ดำเนินการต่อไปได้ ถ้าเป็นกรณีเร่งด่วนอาจดำเนินการไปก่อนได้แล้วให้นำมาลงทะเบียนในโอกาสแรก ถ้าจ่าหน้าซองหรือห่อชั้นในระบุถึงตำแหน่ง ก็ให้ผู้ครองตำแหน่งหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก        ผู้ครองตำแหน่งนั้นหรือนายทะเบียนเอกสารลับหรือผู้ช่วยฯที่มีสิทธิเข้าถึงเอกสารลับที่สุด และลับมากเป็นผู้เปิดซองและลงชื่อในใบรับเอกสารลับ แล้วให้ดำเนินการลงทะเบียนเช่นเดียวกัน เมื่อลงทะเบียนแล้วให้นำเอกสารนั้นส่งมอบโดยตรงให้แก่บุคคลที่ถูกระบุชื่อโดยเร็ว แต่ถ้าเป็นเอกสารที่ระบุตำแหน่งแล้วก็อาจพิจารณามอบให้แก่ส่วนราชการที่มีหน้าที่ดำเนินการในชั้นต้น แทนบุคคลที่ถูกระบุตำแหน่งนั้นดำเนินการก่อน  ในกรณีที่บุคคลที่เอกสารนั้นระบุชื่อหรือตำแหน่งยังไม่สามารถดำเนินการต่อเอกสารได้ในทันที ให้นำเอกสารนั้นมาเก็บไว้ตามระเบียบการเก็บรักษาเอกสารลับที่สุดและลับมาก  ส่วนเอกสารชั้นลับและปกปิดที่จ่าหน้าซองหรือห่อชั้นในถึงตำแหน่ง ให้บุคคลผู้ครองตำแหน่งนั้นหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายหรือนายทะเบียนเอกสารลับหรือผู้ช่วยฯ เป็น ผู้เปิดซองหรือห่อและลงชื่อในใบรับเอกสารลับ ถ้ามีแต่ซองหรือห่อชั้นในจ่าหน้าระบุถึงชื่อบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ หรือระบุชื่อพร้อมกับระบุตำแหน่งแล้ว บุคคลผู้ถูกระบุชื่อที่หน้าซองหรือผู้ได้รับ      มอบหมายโดยตรงเท่านั้นเป็นผู้เปิดและลงชื่อในใบรับเอกสารลับ สำหรับเอกสารชั้นปกปิดที่ซองหรือห่อชั้นเดียว ให้เจ้าหน้าที่ผู้เปิดซองหรือห่อ ส่งเอกสารนั้นให้แก่นายทะเบียนเอกสารลับหรือ    ผู้ช่วยฯ ทันที
 
หนังสือราชการภาษาอังกฤษ (ภาคผนวก 4 แห่งระเบียบฯ)
      หนังสือราชการภาษาอังกฤษ แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ หนังสือที่ลงชื่อและหนังสือที่มิต้องลงชื่อ
      หนังสือที่ลงชื่อ มี 3 ชนิด ได้แก่
หนังสือราชการที่เป็นแบบพิธี (First Person Formal Note) มี 2 แบบ คือ แบบที่ใช้ในการติดต่อทางการทูตระหว่างส่วนราชการไทยกับส่วนราชการต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ และแบบที่ใช้ในการติดต่อระหว่างส่วนราชการไทยกับหน่วยงานทั่วไป
หนังสือราชการที่ไม่เป็นแบบพิธี (First Person Informal Note) ใช้ใน 2 กรณี คือ ส่วนราชการไทยมีไปถึงส่วนราชการต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ และ     ส่วนราชการไทยมีไปถึงหน่วยงานเอกชน เป็นหนังสือที่เขียนโดยใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 และต้อง   ลงชื่อ ใช้สำหรับเรื่องที่มีความสำคัญลดหลั่นมาจากหนังสือราชการที่เป็นแบบพิธี เช่น การสืบถามข้อความหรือขอทราบข้อเท็จจริงบางประการ นอกจากนั้น อาจใช้ติดต่อกับส่วนราชการ           ต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศในกรณีที่ประสงค์จะเน้นความสัมพันธ์ส่วนบุคคล
หนังสือกลาง ( Third Person Note หรือ Note Verbale) คือ หนังสือราชการที่ใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 และประทับตราชื่อส่วนราชการ โดยหัวหน้าส่วนราชการระดับกองหรือผู้ที่หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไปมอบหมาย หนังสือประเภทนี้เป็นหนังสือที่ส่วนราชการไทยใช้ติดต่อกับส่วนราชการต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ โดยทั่วไปให้เขียนจากหน่วยงานถึงหน่วยงาน แต่ในบางกรณีอาจเขียนจากตำแหน่งถึงตำแหน่งก็ได้
 
หนังสือที่มิต้องลงชื่อ มี 2 ชนิด ได้แก่
บันทึกช่วยจำ ( Aide-Memoire) คือ หนังสือที่ใช้สำหรับยืนยันข้อความในเรื่องที่ได้สนทนา เช่น ชี้แจงข้อเท็จจริง ขอร้องเรื่องต่าง ๆ หรือประท้วงด้วยวาจา หรือแสดงท่าทีให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ โดยปกติใช้ยื่นให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งหรืออาจส่งไปโดยมีหนังสือนำส่งก็ได้
บันทึก ( Memorandum) คือ หนังสือที่ใช้สำหรับแถลงรายละเอียดหรือแสดงข้อเท็จจริง ให้ความเห็นหรือโต้แย้งหรือแสดงท่าที โดยปกติใช้ยื่นให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งหรืออาจส่งไปโดยมีหนังสือนำส่งก็ได้
 
การรับและส่งหนังสือ
      การรับหนังสือ
      การรับหนังสือ ได้แก่ การรับและเปิดซองหนังสือ ลงเวลา ลงทะเบียน และควบคุมจำหน่ายหนังสือที่ได้รับเข้ามาจากภายนอก ไปให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและติดตามเรื่อง
      ขั้นตอนในการรับหนังสือ
 
 
ตรวจสอบหนังสือที่เข้ามา
แยกประเภทหนังสือ
จัดลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนเพื่อดำเนินการก่อนหลัง
เปิดซองและตรวจเอกสาร
ประทับตรารับหนังสือ
ลงทะเบียนรับหนังสือ
ส่งหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการ
 
การส่งหนังสือ
            หนังสือที่จะส่งออกไปนอกหน่วยงาน ได้แก่ หนังสือที่หน่วยงานเจ้าของเรื่องทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว และนำเสนอผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจลงนามเพื่อดำเนินการส่งออก
            ขั้นตอนในการส่งหนังสือ
หน่วยงานเจ้าของเรื่องตรวจสอบความเรียบร้อย เช่น ผู้บังคับบัญชาลงนามเรียบร้อยแล้ว เอกสารที่จะส่งไปด้วยครบถ้วน เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยแล้วให้ส่งเรื่องให้ หน่วยงานสารบรรณกลางเพื่อส่งออก
 
 
 
ลงทะเบียนส่งหนังสือในทะเบียนหนังสือส่ง
ลงเลขที่และวันเดือนปีในหนังสือที่จะส่งอออก และสำเนาคู่ฉบับให้ตรงกับเลขทะเบียนส่งและวันเดือนปีในทะเบียนหนังสือส่ง ตามข้อ 2
ตรวจสอบความเรียบร้อย
บรรจุซอง ปิดผนึกและจ่าหน้าซอง
นำส่งผู้รับทางไปรษณีย์หรือโดยเจ้าหน้าที่นำสาร
คืนสำเนาคู่ฉบับพร้อมต้นเรื่องให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องหรือหน่วยเก็บ
 
การเก็บรักษา  และทำลายหนังสือ
      การเก็บหนังสือ
      แบ่งประเภทการเก็บออกเป็น 3 ประเภท คือ การเก็บระหว่างปฏิบัติ การเก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ และการเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว
      การเก็บระหว่างปฏิบัติ คือ การเก็บหนังสือที่ยังปฏิบัติไม่เสร็จ ให้อยู่ในความ     รับผิดชอบของเจ้าของเรื่อง
      การเก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ คือ การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่จำเป็นจะต้องใช้ในการตรวจสอบเป็นประจำ ไม่สะดวกในการส่งไปเก็บยังหน่วยเก็บของ     ส่วนราชการตามระเบียบสารบรรณ ให้เจ้าของเรื่องเก็บเป็นเอกเทศ
      การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว คือ การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว และไม่มีอะไรที่จะต้องปฏิบัติต่อไปอีก การเก็บหนังสือประเภทนี้เป็นการเก็บไว้เพื่อรอการทำลายและความถี่ในการนำมาใช้งานมีไม่มากนัก และเพื่อเป็นการลดภาระของเจ้าของเรื่องผู้ปฏิบัติให้มีเวลาทำเรื่องที่ยังไม่สิ้นกระแสการดำเนินการ และเพื่อให้มีหน่วยที่ทำหน้าที่เรื่องนี้โดยเฉพาะ ระเบียบงานสารบรรณจึงกำหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์เก็บ หรือหน่วยเก็บกลางเพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบงานด้านนี้ให้แก่หน่วยงานในสังกัด
      อายุการเก็บหนังสือ
      ระเบียบงานสารบรรณได้กำหนดอายุการเก็บหนังสือไว้ว่า โดยปกติให้เก็บหนังสือต่าง ๆ ไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี เว้นแต่หนังสือดังต่อไปนี้
หนังสือต้องสงวนเป็นความลับ ให้ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ
หนังสือที่เป็นหลักฐานทางอรรถคดี สำนวนของศาลหรือของพนักงานสอบสวนหรือหนังสืออื่นใดที่ได้มีกฎหมายหรือระเบียบแบบแผนกำหนดไว้เป็นพิเศษแล้ว การเก็บให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนว่าด้วยการนั้น
หนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี สถิติ หลักฐานหรือเรื่องที่ต้องใช้สำหรับศึกษาค้นคว้า หรือหนังสืออื่นในลักษณะเดียวกัน ให้เก็บไว้เป็นหลักฐานทางราชการตลอดไป หรือตามที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากรกำหนด
หนังสือที่ได้ปฏิบัติงานเสร็จสิ้นแล้ว และเป็นคู่สำเนาที่มีต้นเรื่องจะค้นได้จาก  ที่อื่นให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี
หนังสือที่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญซึ่งไม่มีความสำคัญและเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 1 ปี
      6. หนังสือที่เกี่ยวกับการเงินซึ่งมิใช่เอกสารสิทธิ โดยปกติหนังสือทางการเงินต้องเก็บไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี บางกรณีหรือบางเรื่องแม้จะครบกำหนด 10 ปีแล้ว อาจจะยังไม่สามารถขอทำลายได้ เนื่องจากยังต้องเก็บไว้เพื่อรอการตรวจสอบหรือเก็บไว้เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ตาม  ในกรณีหนังสือที่เกี่ยวกับการเงินซึ่งมิใช่เอกสารสิทธิ หากเห็นว่า ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บไว้ถึง 10 ปี ให้ทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเพื่อขอทำลายได้
การยืม
      การยืมหนังสือที่ส่งเก็บแล้ว มีหลักเกณฑ์ให้ปฏิบัติดังนี้
 
ผู้ยืมจะต้องแจ้งให้ทราบว่า เรื่องที่ยืมนั้นจะนำไปใช้ในราชการใด
ผู้ยืมจะต้องมอบหลักฐานการยืมให้เจ้าหน้าที่เก็บ แล้วลงชื่อรับเรื่องที่ยืมไว้ในบัตรยืมหนังสือและเจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานการยืม เรียงลำดับ วันที่ เดือน ปี ไว้เพื่อติดตาม  ทวงถาม ส่วนบัตรยืมหนังสือนั้นให้เก็บไว้แทนหนังสือที่ถูกยืมไป
การยืมหนังสือระหว่างส่วนราชการ ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไปหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
การยืมหนังสือภายในส่วนราชการเดียวกัน ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับแผนกขึ้นไปหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
ห้ามมิให้บุคคลภายนอกยืมหนังสือ เว้นแต่จะให้ดู หรือคัดลอกหนังสือ ทั้งนี้ จะต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไปหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายก่อน
 
การทำลายหนังสือ
      หนังสือราชการที่หมดความจำเป็นในการใช้งาน และเก็บไว้จนครบอายุการเก็บตามที่ระเบียบสารบรรณกำหนดแล้ว เพื่อมิให้เป็นภาระแก่ส่วนราชการ จำเป็นต้องนำออกไปทำลายเพื่อช่วยให้ส่วนราชการต่าง ๆ มีสถานที่เก็บหนังสือได้ต่อไป
      ขั้นตอนการทำลายหนังสือ
ภายใน 60 วัน หลังจากวันสิ้นปีปฏิทิน ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการเก็บหนังสือ สำรวจที่ครบกำหนดอายุการเก็บในปีนั้น ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่เก็บไว้เองหรือที่ฝากเก็บไว้ที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร แล้วจัดทำบัญชีหนังสือขอทำลายเสนอหัวหน้า           ส่วนราชการระดับกรมเพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการทำลายหนังสือ
ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม แต่งตั้งคณะกรรมการทำลายหนังสือ ประกอบด้วย ประธานกรรมการและกรรมการอีกอย่างน้อยสองคน โดยปกติให้แต่งตั้งจาก          ข้าราชการ ตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป คณะกรรมการทำลายหนังสือมีหน้าที่ ดังนี้
พิจารณาหนังสือที่จะขอทำลายตามบัญชีหนังสือขอทำลาย  หนังสือที่จะทำลายได้ต้องครบอายุการเก็บแล้วตามประเภทของหนังสือนั้น ๆ ถ้าเป็นหนังสือที่มีอายุการเก็บยังไม่ครบกำหนด ต้องเก็บไว้ให้ครบอายุเสียก่อน
กรณีที่หนังสือนั้นครบอายุการเก็บแล้ว และคณะกรรมการมีความเห็นว่า หนังสือนั้นยังไม่ควรทำลาย และควรจะขยายเวลาการจัดเก็บไว้ ให้ลงความเห็นว่า จะขยายเวลาการเก็บไว้ถึงเมื่อใด ในช่อง "การพิจารณา" ของบัญชีหนังสือขอทำลาย แล้วให้แก้ไขอายุการเก็บในตรากำหนดเก็บหนังสือ โดยให้ประธานกรรมการทำลายหนังสือลงลายมือชื่อกำกับการแก้ไข
ในกรณีที่คณะกรรมการมีความเห็นว่า หนังสือเรื่องใดควรทำลาย ให้กรอกเครื่องหมายกากบาท ลงในช่อง "การพิจารณา"
เสนอรายงานผลการพิจารณา พร้อมกับบันทึกความเห็นแย้งของคณะกรรมการ(ถ้ามี)ต่อหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม หรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณีเพื่อพิจารณาสั่งการ
ควบคุมการทำลายหนังสือซึ่งผู้มีอำนาจอนุมัติให้ทำลายได้แล้ว
ทำบันทึกลงนามร่วมกันรายงานให้ผู้มีอำนาจอนุมัติทราบว่า ได้ทำลายหนังสือแล้ว
            วิธีการทำลายหนังสือ
 
 
โดยการเผา
  โดยวิธีอื่นที่จะไม่ให้หนังสือนั้นอ่านเป็นเรื่องได้ ซึ่งอาจทำได้หลายวิธี เช่น ฉีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ หรือเข้าเครื่องย่อย หั่นเป็นฝอย ตัด หรือ ต้ม เป็นต้น
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ#นสต.#ตำรวจสายปราบปรามอำนวยการ#ตชด
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ ตุลาคม 04, 2015, 02:24:48 pm
 onion-4: onion-29: onion-29: onion-29:
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ++อำนวยการ(อก)#นสต.#ตำรวจสายปราบปราม
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ พฤศจิกายน 09, 2015, 03:12:44 pm
แนวข้อสอบ ความรู้เหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง เศรษฐกิจและสังคม
1.ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเกี่ยวข้องกับเรื่องใดมากที่สุด
ก.    เกษตรทฤษฎีใหม่                                                                ข.    การกินอยู่อย่างประหยัดและพอเพียง
ค.    การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี                                         ง.    เกษตรที่ใช้เทคโนโลยีเท่าที่จำเป็น
ตอบ       ก.  เกษตรทฤษฎีใหม่
NPL คืออะไร
ก.    หนี้เสีย                                                                                   ข.   หนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน
ค.    หนี้ที่เป็นโมฆะ                                                                   ง.    หนี้ที่ไม่สมบูรณ์
ตอบ       ก.  หนี้เสีย
ข้อใดเกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) น้อยที่สุด
ก.    Website                                                                                 ข.   Internet
ค.    E-Learning                                                                          ง.    Hard Ware
ตอบ       ง.  Hard Ware
เว็บไซต์ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล (www.1111.go.th) เป็นเว็บไซต์ที่มีหน่วยงานใดเป็นเจ้าของ
ก.    นายกรัฐมนตรี                                                                     ข.   สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ค.    สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี                               ง.    กระทรวงมหาดไทย
ตอบ       ค.  สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปีถือเป็นสำคัญอะไรของโลก
ก.    วันงดสูบบุหรี่โลก                                                               ข.   วันสิ่งแวดล้อมโลก
ค.    วันคุ้มครองโลก                                                                   ง.    วันอาหารโลก
ตอบ       ข.  วันสิ่งแวดล้อมโลก
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่จังหวัดใด
ก.    เชียงใหม่                                                                               ข.   สกลนคร
ค.    ฉะเชิงเทรา                                                                           ง.    นราธิวาส
ตอบ       ค.  ฉะเชิงเทรา
ใต้สุดในสยาม คือที่ใด
ก.    อำเภอเบตง                                                                           ข.   อำเภอสุไหงโกลก
ค.    อำเภอตากใบ                                                                        ง.    อำเภอสะเดา
ตอบ       ก.  อำเภอเบตง
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับปัจจุบัน เป็นฉบับที่เท่าใด
ก.    ฉบับที่ 9                                                                                ข.   ฉบับที่ 10
ค.    ฉบับที่ 11                                                                              ง.    ฉบับที่ 12
ตอบ       ค.  ฉบับที่ 11
รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดมีฐานเป็นประมุขแห่งรัฐของไทย
ก.    พระมหากษัตริย์                                                                  ข.   ประธานรัฐสภา
ค.    ประธานองคมนตรี                                                             ง.    นายกรัฐมนตรี
ตอบ       ก.  พระมหากษัตริย์
ในจำนวนนายกรัฐมนตรีทั้งหมด ใครดำรงตำแหน่งได้นานที่สุด
ก.    จอมพล ป. พิบูลสงคราม                                                   ข.   จอมพลถนอม  กิตติขจร
ค.    พล.อ. เปรม  ติณสูลานนท์                                               ง.    พ.ต.ท. ทักษิณ  ชินวัตร
ตอบ       ก.  จอมพล ป. พิบูลสงคราม
ป.ป.ช. ย่อมาจากอะไร
ก.    คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ข.    คณะกรรมการป้องกันและป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ
ค.    คณะกรรมการปราบปรามและป้องกันการทุจริตแห่งชาติ
ง.    คณะกรรมการป้องปรามและป้องกันการทุจริตแห่งชาติ
ตอบ       ก.  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
องค์กรอิสระใดมีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง
ก.    คณะกรรมการเลือกตั้ง                                                       ข.   คณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง
ค.    คณะกรรมการการเลือกตั้ง                                                ง.    คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติ
ตอบ       ค.  คณะกรรมการการเลือกตั้ง
ข้อใดไม่ใช่องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
ก.    คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ข.    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ค.    คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ง.    ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
ตอบ       ก.  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
การยุบสภาเป็นอำนาจของใคร และต้องออกเป็นกฎหมายใด
ก.    ประธานรัฐสภา : พระราชบัญญัติ                                  ข.   นายกรัฐมนตรี : พระราชกฤษฎีกา
ค.    ประธานรัฐสภา : พระราชกฤษฎีกา                               ง.    นายกรัฐมนตรี : พระราชกำหนด
ตอบ       ข.  นายกรัฐมนตรี : พระราชกฤษฎีกา
การประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไปต้องออกเป็นกฎหมายใด
ก.    พระราชบัญญัติ                                                                   ข.   พระราชกฤษฎีกา
ค.    พระราชกำหนด                                                                  ง.    ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ตอบ       ข.  พระราชกฤษฎีกา
รถไฟฟ้ามหานคร เป็นโครงการขนส่งมวลชนประเภทใด
ก.    รถไฟรางคู่                                                                            ข.   รถไฟฟ้าใต้ดิน
ค.    รถไฟด่วนพิเศษ                                                                   ง.    รถไฟลอยฟ้า
ตอบ       ข.  รถไฟฟ้าใต้ดิน
ข้อใดมิใช่พลังงานที่นำมาใช้ทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิง
ก.    ไบโอดีเซล                                                                            ข.   เอทธานอล
ค.    แก๊สเอ็นจีวี                                                                            ง.    เมธานิล
ตอบ       ง.  เมธานิล
สามจังหวัดภาคใต้ของไทยที่เกิดความไม่สงบประกอบด้วยจังหวัดอะไรบ้าง
ก.    ยะลา  สงขลา  ปัตตานี                                                       ข.   ยะลา  ตรัง  สตูล
ค.    ยะลา  ปัตตานี  นราธิวาส                                                  ง.    ยะลา  สตูล  ปัตตานี
ตอบ       ค.  ยะลา ปัตตานี  นราธิวาส
สนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดใด
ก.    สมุทรสงคราม                                                                     ข.   สมุทรปราการ
ค.    สมุทรสาคร                                                                           ง.    กรุงเทพฯ
ตอบ       ข.  สมุทรปราการ
จังหวัดใดเป็นส่วนที่แคบที่สุดของไทย
ก.    ประจวบคีรีขันธ์                                                                   ข.   เพชรบุรี
ค.    ระนอง                                                                                   ง.    ชุมพร
ตอบ       ก.  ประจวบคีรีขันธ์
ข้อใดคือผลเสียของการที่ค่าเงินบาทแข็งตัว
ก.    เงินเฟ้อสูงขึ้น                                                                      ข.   สินค้านำเข้าราคาสูงขึ้น
ค.    ส่งออกสินค้าได้น้อยลง                                                     ง.    น้ำมันราคาสูงขึ้น
ตอบ       ค.  ส่งออกสินค้าได้น้อยลง
มูลค่าสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ผลิตในประเทศระยะเวลาหนึ่งโดยไม่คำนึงถึงว่าจะเกิดจากคนไทยหรือ
ชาวต่างด้าว เรียกว่าอะไร
ก.    ผลิตภัณฑ์ในประเทศ (GDP)                                           ข.   ผลิตภัณฑ์ประชาชาติ (GNP)
ค.    รายได้ประชาชาติ (NI)                                                      ง.    รายได้ต่อหัว  (PER CAPITA GNP)
ตอบ       ก.  ผลิตภัณฑ์ในประเทศ (GDP)
ข้อใดเป็นปัจจัยการผลิต
ก.    เงินทุน  แรงงาน  ผู้ประกอบการ วัตถุดิบ
ข.    เงินทุน  วัตถุดิบ  ผู้ประกอบการ ที่ดิน
ค.    เงินทุน  แหล่งทุน  ผลผลิต  ผู้ประกอบการ
ง.    เงินทุน  แรงงาน ที่ดิน  ผู้ประกอบการ
ตอบ       ง.  เงินทุน  แรงงาน ที่ดิน  ผู้ประกอบการ
รางวัลแม็กไซไซ เป็นรางวัลที่มาจากประเทศใด
ก.    อังกฤษ                                                                                   ข.   สวีเดน
ค.    สิงคโปร์                                                                                ง.    ฟิลิปปินส์
ตอบ       ง.  ฟิลิปปินส์
เลขาธิการสหประชาชาติคนปัจจุบัน เป็นคนชาติใด
ก.    ไทย                                                                                        ข.   เกาหลี
ค.    ญี่ปุ่น                                                                                      ง.    มาเลเซีย
ตอบ       ข.  เกาหลี
อำเภอใดอยู่ใต้สุดของประเทศไทย
ก.    สุไหงโกลก                                                                           ข.   เบตง
ค.    ตากใบ                                                                                    ง.    บันนังสะตา
ตอบ       ข.  เบตง
กลุ่มอาเซียน มีสมาชิกกี่ประเทศ
ก.    9 ประเทศ                                                                             ข.   10 ประเทศ
ค.    11 ประเทศ                                                                           ง.    12 ประเทศ
ตอบ       ข.  10 ประเทศ
“สามเหลี่ยมมรกต” หมายถึง พื้นที่รอยระหว่าง 3ประเทศ คือข้อใด
ก.    ไทย-พม่า-ลาว                                                                      ข.    ไทย-ลาว-กัมพูชา
ค.    ไทย-พม่า-กัมพูชา                                                               ง.    ไทย-พม่า-จีน
ตอบ       ข.  ไทย-ลาว-กัมพูชา
การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ข้อใดมีความหมายสอดคล้องกับ
“ความพอเพียง”
ก.    มีความซื่อสัตย์สุจริต                                                           ข.   ใฝ่ศึกษาหาความรู้
ค.    รู้จักประหยัดไม่ฟุ่มเฟือย                                                   ง.    ฝึกการพึ่งตนเอง
ตอบ       ค.  รู้จักประหยัดไม่ฟุ่มเฟือย
ข้อใดคือหลักสำคัญที่สุดของ “เศรษฐกิจพอเพียง”
ก.    รู้จักพอประมาณ                                                                  ข.   มีเหตุผล
ค.    มีคุณธรรม                                                                            ง.    มีความรู้
ตอบ       ก.  รู้จักพอประมาณ
หัวข้อ: Re: ++[SURE]++รวมแนวข้อสอบ++แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ++อำนวยการ(อก)#นสต.#ตำรวจสายปราบปราม
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ พฤศจิกายน 09, 2015, 03:13:21 pm
แนวข้อสอบ ความรู้เหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง เศรษฐกิจและสังคม
1.ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเกี่ยวข้องกับเรื่องใดมากที่สุด
ก.    เกษตรทฤษฎีใหม่                                                                ข.    การกินอยู่อย่างประหยัดและพอเพียง
ค.    การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี                                         ง.    เกษตรที่ใช้เทคโนโลยีเท่าที่จำเป็น
ตอบ       ก.  เกษตรทฤษฎีใหม่
NPL คืออะไร
ก.    หนี้เสีย                                                                                   ข.   หนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน
ค.    หนี้ที่เป็นโมฆะ                                                                   ง.    หนี้ที่ไม่สมบูรณ์
ตอบ       ก.  หนี้เสีย
ข้อใดเกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) น้อยที่สุด
ก.    Website                                                                                 ข.   Internet
ค.    E-Learning                                                                          ง.    Hard Ware
ตอบ       ง.  Hard Ware
เว็บไซต์ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล (www.1111.go.th) เป็นเว็บไซต์ที่มีหน่วยงานใดเป็นเจ้าของ
ก.    นายกรัฐมนตรี                                                                     ข.   สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ค.    สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี                               ง.    กระทรวงมหาดไทย
ตอบ       ค.  สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปีถือเป็นสำคัญอะไรของโลก
ก.    วันงดสูบบุหรี่โลก                                                               ข.   วันสิ่งแวดล้อมโลก
ค.    วันคุ้มครองโลก                                                                   ง.    วันอาหารโลก
ตอบ       ข.  วันสิ่งแวดล้อมโลก
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่จังหวัดใด
ก.    เชียงใหม่                                                                               ข.   สกลนคร
ค.    ฉะเชิงเทรา                                                                           ง.    นราธิวาส
ตอบ       ค.  ฉะเชิงเทรา
ใต้สุดในสยาม คือที่ใด
ก.    อำเภอเบตง                                                                           ข.   อำเภอสุไหงโกลก
ค.    อำเภอตากใบ                                                                        ง.    อำเภอสะเดา
ตอบ       ก.  อำเภอเบตง
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับปัจจุบัน เป็นฉบับที่เท่าใด
ก.    ฉบับที่ 9                                                                                ข.   ฉบับที่ 10
ค.    ฉบับที่ 11                                                                              ง.    ฉบับที่ 12
ตอบ       ค.  ฉบับที่ 11
รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดมีฐานเป็นประมุขแห่งรัฐของไทย
ก.    พระมหากษัตริย์                                                                  ข.   ประธานรัฐสภา
ค.    ประธานองคมนตรี                                                             ง.    นายกรัฐมนตรี
ตอบ       ก.  พระมหากษัตริย์
ในจำนวนนายกรัฐมนตรีทั้งหมด ใครดำรงตำแหน่งได้นานที่สุด
ก.    จอมพล ป. พิบูลสงคราม                                                   ข.   จอมพลถนอม  กิตติขจร
ค.    พล.อ. เปรม  ติณสูลานนท์                                               ง.    พ.ต.ท. ทักษิณ  ชินวัตร
ตอบ       ก.  จอมพล ป. พิบูลสงคราม
ป.ป.ช. ย่อมาจากอะไร
ก.    คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ข.    คณะกรรมการป้องกันและป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ
ค.    คณะกรรมการปราบปรามและป้องกันการทุจริตแห่งชาติ
ง.    คณะกรรมการป้องปรามและป้องกันการทุจริตแห่งชาติ
ตอบ       ก.  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
องค์กรอิสระใดมีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง
ก.    คณะกรรมการเลือกตั้ง                                                       ข.   คณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง
ค.    คณะกรรมการการเลือกตั้ง                                                ง.    คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติ
ตอบ       ค.  คณะกรรมการการเลือกตั้ง
ข้อใดไม่ใช่องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
ก.    คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ข.    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ค.    คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ง.    ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
ตอบ       ก.  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
การยุบสภาเป็นอำนาจของใคร และต้องออกเป็นกฎหมายใด
ก.    ประธานรัฐสภา : พระราชบัญญัติ                                  ข.   นายกรัฐมนตรี : พระราชกฤษฎีกา
ค.    ประธานรัฐสภา : พระราชกฤษฎีกา                               ง.    นายกรัฐมนตรี : พระราชกำหนด
ตอบ       ข.  นายกรัฐมนตรี : พระราชกฤษฎีกา
การประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไปต้องออกเป็นกฎหมายใด
ก.    พระราชบัญญัติ                                                                   ข.   พระราชกฤษฎีกา
ค.    พระราชกำหนด                                                                  ง.    ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ตอบ       ข.  พระราชกฤษฎีกา
รถไฟฟ้ามหานคร เป็นโครงการขนส่งมวลชนประเภทใด
ก.    รถไฟรางคู่                                                                            ข.   รถไฟฟ้าใต้ดิน
ค.    รถไฟด่วนพิเศษ                                                                   ง.    รถไฟลอยฟ้า
ตอบ       ข.  รถไฟฟ้าใต้ดิน
ข้อใดมิใช่พลังงานที่นำมาใช้ทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิง
ก.    ไบโอดีเซล                                                                            ข.   เอทธานอล
ค.    แก๊สเอ็นจีวี                                                                            ง.    เมธานิล
ตอบ       ง.  เมธานิล
สามจังหวัดภาคใต้ของไทยที่เกิดความไม่สงบประกอบด้วยจังหวัดอะไรบ้าง
ก.    ยะลา  สงขลา  ปัตตานี                                                       ข.   ยะลา  ตรัง  สตูล
ค.    ยะลา  ปัตตานี  นราธิวาส                                                  ง.    ยะลา  สตูล  ปัตตานี
ตอบ       ค.  ยะลา ปัตตานี  นราธิวาส
สนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดใด
ก.    สมุทรสงคราม                                                                     ข.   สมุทรปราการ
ค.    สมุทรสาคร                                                                           ง.    กรุงเทพฯ
ตอบ       ข.  สมุทรปราการ
จังหวัดใดเป็นส่วนที่แคบที่สุดของไทย
ก.    ประจวบคีรีขันธ์                                                                   ข.   เพชรบุรี
ค.    ระนอง                                                                                   ง.    ชุมพร
ตอบ       ก.  ประจวบคีรีขันธ์
ข้อใดคือผลเสียของการที่ค่าเงินบาทแข็งตัว
ก.    เงินเฟ้อสูงขึ้น                                                                      ข.   สินค้านำเข้าราคาสูงขึ้น
ค.    ส่งออกสินค้าได้น้อยลง                                                     ง.    น้ำมันราคาสูงขึ้น
ตอบ       ค.  ส่งออกสินค้าได้น้อยลง
มูลค่าสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ผลิตในประเทศระยะเวลาหนึ่งโดยไม่คำนึงถึงว่าจะเกิดจากคนไทยหรือ
ชาวต่างด้าว เรียกว่าอะไร
ก.    ผลิตภัณฑ์ในประเทศ (GDP)                                           ข.   ผลิตภัณฑ์ประชาชาติ (GNP)
ค.    รายได้ประชาชาติ (NI)                                                      ง.    รายได้ต่อหัว  (PER CAPITA GNP)
ตอบ       ก.  ผลิตภัณฑ์ในประเทศ (GDP)
ข้อใดเป็นปัจจัยการผลิต
ก.    เงินทุน  แรงงาน  ผู้ประกอบการ วัตถุดิบ
ข.    เงินทุน  วัตถุดิบ  ผู้ประกอบการ ที่ดิน
ค.    เงินทุน  แหล่งทุน  ผลผลิต  ผู้ประกอบการ
ง.    เงินทุน  แรงงาน ที่ดิน  ผู้ประกอบการ
ตอบ       ง.  เงินทุน  แรงงาน ที่ดิน  ผู้ประกอบการ
รางวัลแม็กไซไซ เป็นรางวัลที่มาจากประเทศใด
ก.    อังกฤษ                                                                                   ข.   สวีเดน
ค.    สิงคโปร์                                                                                ง.    ฟิลิปปินส์
ตอบ       ง.  ฟิลิปปินส์
เลขาธิการสหประชาชาติคนปัจจุบัน เป็นคนชาติใด
ก.    ไทย                                                                                        ข.   เกาหลี
ค.    ญี่ปุ่น                                                                                      ง.    มาเลเซีย
ตอบ       ข.  เกาหลี
อำเภอใดอยู่ใต้สุดของประเทศไทย
ก.    สุไหงโกลก                                                                           ข.   เบตง
ค.    ตากใบ                                                                                    ง.    บันนังสะตา
ตอบ       ข.  เบตง
กลุ่มอาเซียน มีสมาชิกกี่ประเทศ
ก.    9 ประเทศ                                                                             ข.   10 ประเทศ
ค.    11 ประเทศ                                                                           ง.    12 ประเทศ
ตอบ       ข.  10 ประเทศ
“สามเหลี่ยมมรกต” หมายถึง พื้นที่รอยระหว่าง 3ประเทศ คือข้อใด
ก.    ไทย-พม่า-ลาว                                                                      ข.    ไทย-ลาว-กัมพูชา
ค.    ไทย-พม่า-กัมพูชา                                                               ง.    ไทย-พม่า-จีน
ตอบ       ข.  ไทย-ลาว-กัมพูชา
การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ข้อใดมีความหมายสอดคล้องกับ
“ความพอเพียง”
ก.    มีความซื่อสัตย์สุจริต                                                           ข.   ใฝ่ศึกษาหาความรู้
ค.    รู้จักประหยัดไม่ฟุ่มเฟือย                                                   ง.    ฝึกการพึ่งตนเอง
ตอบ       ค.  รู้จักประหยัดไม่ฟุ่มเฟือย
ข้อใดคือหลักสำคัญที่สุดของ “เศรษฐกิจพอเพียง”
ก.    รู้จักพอประมาณ                                                                  ข.   มีเหตุผล
ค.    มีคุณธรรม                                                                            ง.    มีความรู้
ตอบ       ก.  รู้จักพอประมาณ
หัวข้อ: Re: #รวมแนวข้อสอบ #นายร้อยตำรวจหญิง #นายสิบตำรวจ #ตำรวจสายปราบปราม(ป)#นสต.นายสิบ
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ มกราคม 04, 2016, 03:22:49 pm
สมัครข้าราชการตำรวจชั้นประทวนเป็นชั้นสัญญาบัตร 500 อัตรา พ.ศ. 2558  การรับสมัครและคัดเลือกข้าราชการตำรวจชั้นประทวนเข้ารับการฝึกอบรม เพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร พ.ศ. 2558
บช.ศ., ภ.1, ภ.4, ภ.5, ภ.8 และ บช.ตชด. (รับเฉพาะผู้ที่เป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนอยู่แล้ว)
การรับสมัครและคัดเลือกข้าราชการตำรวจชั้นประทวนเข้ารับการฝึกอบรม เพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร พ.ศ. 2558
หัวข้อ: Re: #รวมแนวข้อสอบ #นายร้อยตำรวจหญิง #นายสิบตำรวจ #ตำรวจสายปราบปราม(ป)#นสต.นายสิบ
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ มกราคม 04, 2016, 03:49:44 pm
เปิดรับสมัครสอบนายร้อยตำรวจหญิง 2559
เปิดรับสมัครสอบนายร้อยตำรวจหญิง ประจำปี 2559 จำนวน 57 คน รับสมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2558 - 15 มกราคม 2559
ประกาศโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เรื่อง รับสมัครและสอบคัดเลือกบุคคลภายนอก (หญิง) เข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ ประจำปี 2559
จำนวนที่รับ
รับจากบุคคลทั่วไป เพศหญิง จำนวน 57 คน
คุณสมบัติ
- เป็นหญิงโสด
- อายุ 16 - 21 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันปิดรับสมัคร
- วุฒิการศึกษา ม.6 หรือเทียบเท่า
- สูงไม่น้อยกว่า 160 ซม.
การรับสมัครสอบ
สมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2558 - 15 มกราคม 2559 ที่เว็บไซต์ http://www.admission.rpca.ac.th/ ตลอด 24 ชั่วโมง
จำหน่ายเอกสาร #แนวข้อสอบนายร้อยตำรวจหญิง #โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ใหม่ล่าสุด ชัวร์สุดๆ
ประกอบด้วย รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ

- ความรู้เกี่ยวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- แนวข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ (เฉลยอธิบาย)
- สรุปเนื้อหาคณิตศาสตร์
- แนวข้อสอบวิชาวิทยาศาสตร์ (เฉลยอธิบาย)
- สรุปเนื้อหาวิทยาศาสตร์
- แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย (เฉลยอธิบาย)
- แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ (เฉลยอธิบาย)
DVD ชุดเตรียมสอบนักเรียนนายร้อยตำรวจ ราคา 2,500 บาท
ประกอบด้วย
VCD คณิตศาสตร์
- เศษส่วนและทศนิยม, เลขยกกำลังและจำนวนจริง, การแก้สมการและอสมการตัวแปรเดียว
- ทฤษฎีบทปีทาโกรัส, การแยกตัวประกอบพหุนาม, สมการกำลังสองและพาราโบลา
- การแปรผัน, พื้นที่ผิวและปริมาตร, ระบบสมการเชิงเส้น, ตรีโกณมิติ
- สถิติ, ความน่าจะเป็น, เศษส่วนของพหุนาม
VCD วิทยาศาสตร์
- สารและสมบัติของสาร
- แสงและเลนส์, เสียงและวงจรไฟฟ้า
- โลกและการเปลี่ยนแปลงและธรณีภาค
- สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
VCD ภาษาไทย
- การใช้ภาษา
- ความเข้าใจภาษา
VCD ภาษาอังกฤษเบื้อต้น
MP3 เทคนิคการเดาคำศัพท์ภาษาอังกฤษ
หัวข้อ: Re: #จัดไปรวมแนวข้อสอบ #นายสิบตำรวจ #ตชด #สายปราบปราม #สายอำนวยการ #นสต
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ กุมภาพันธ์ 23, 2016, 10:43:09 pm
เปิดสอบตำรวจสัญญาบัตร 2559 จำนวน 150 อัตรา
เปิดสอบตำรวจสัญญาบัตร ประจำปี 2559 จำนวน 150 อัตรา รับสมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 1 - 23 กุมภาพันธ์ 2559


ประกาศศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนใต้ เรื่อง รับสมัครและสอบแข่งขันบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีสาขานิติศาสตร์เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร พ.ศ. 2559


ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครสอบ
ตำแหน่ง รองสารวัตร ทำหน้าที่พนักงานสอบสวน
จำนวน 150 อัตรา


คุณสมบัติทั่วไป
1. เป็นบุคคลภายนอก เพศชาย
2. มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ และไม่เกินสามสิบห้าปีบริบูรณ์
3. ร่างกายต้องสูงไม่น้อยกว่า 160 ซม. รอบอกไม่น้อยกว่า 77 ซม.


คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
เป็นผู้สำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าได้ทางนิติศาสตร์ โดยต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติปริญญาบัตรจาก สภามหาวิทยาลัยหรือวภาสถาบันของสถานศึกษานั้นๆ ภายในวันปิดรับสมัคร


การรับสมัครสอบ
ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ รับสมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 1 - 23 กุมภาพันธ์ 2559 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ที่เว็บไซต์ http://www.policeadmission.org/
หัวข้อ: Re: #จัดไปรวมแนวข้อสอบ #นายสิบตำรวจ #ตชด #สายปราบปราม #สายอำนวยการ #นสต
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ มีนาคม 16, 2016, 10:09:19 am
รวมแนวข้อสอบ นายร้อยตำรวจหญิง บุคคลภายนอกหญิง ม.6 นรต.หญิง รร.นรต.
หัวข้อ: Re: #จัดไปรวมแนวข้อสอบ #นายสิบตำรวจ #ตชด #สายปราบปราม #สายอำนวยการ #นสต
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ เมษายน 16, 2016, 06:20:06 pm
พรบ. ตำรวจ

1. การแต่งตั้งยศตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กำหนดใน กฎ ก.ตร. และให้ทำโดย.....ประกาศพระบรมราชโองการ

2. พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษที่ได้รับเงินเดือนถึงขั้นต่ำของระดับ ส.4 และ ผ่านการประเมินแล้ว จะให้ผู้นั้นเป็นพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ เมื่อดำรงตำแหน่งเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่ากี่ปี.....3 ปี

3. ตามหลักเกณฑ์การบรรจุ การแต่งตั้งและการเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการตำรวจ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในตำแหน่งสารวัตร ต้องแต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจตั้งแต่ยศใดขึ้นไป.....ยศร้อยตำรวจเอกขึ้นไปแต่ไม่สูงกว่าพันตำรวจโท

4. การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ดำรงตำแหน่งที่ต่ำกว่า ตำแหน่งเดิมจะกระทำได้ต่อเมื่อ.....ได้รับอนุมัติจาก ก.ตร. เป็นพิเศษเฉพาะราย
5. การเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเกินสองขั้น ต้องได้รับความยินยอมจาก....ก.ตร.

6.หลักเกณฑ์ที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. ในการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ
- การรักษาระเบียบวินัย
-ปริมาณงานที่ได้ปฏิบัติมา
-คุณภาพของงานที่ได้ปฏิบัติมา

7.ข้าราชการตำรวจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพตามภาวะเศรษฐกิจได้ตาม..
- หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชกฤษฏีกา

8.ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใดก็จะได้รับเงินเดือนขั้นต่ำในระดับนั้นๆ แต่อาจรับเงินเดือนสูงขึ้นกว่าที่กำหนดไว้โดยวิธี
- กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการได้รับเงินเดือนโดยตราเป็นพระราชกฤษฏีกา

9.กรรมการข้าราชการตำรวจจะเป็นกรรมการใน ก.ตร. ในขณะเดียวกันได้หรือไม่
- ไม่ได้ ยกเว้น นกยกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร.

10.การบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจพระราชบัญญัตินี้ ให้ใครเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุแต่งตั้ง
- ให้ผู้บังคับบัญชาตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุแต่งตั้ง

11.การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตั้งแต่ ผบช. ถึงจเราตำรวจและรอง ผบ.ตร. ให้ใครคัดเลือกแล้วเสนอใคร
-ผบ.ตร. คัดเลือก แล้วเสนอ ก.ตร.

12.การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ผู้กำกับการลงมาไม่สูงกว่าเดิมภายในกองบังคับการที่สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือในกองบังคับการที่มิได้สังกัดสำนักงานผุ้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
- ให้ผู้บังคับการเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง

13.การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งรองผู้บัญชาการลงมาจากส่วนราชการหนึ่งในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกับกองบัญชาการที่มิได้สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ทำอย่างไร
-ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการที่เกี่ยวข้องทำความตกลงกัน
-ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเสนอ ก.ตร. ให้ความเห็นชอบก่อน
-ให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง

14.กรณีที่เห็นว่าการใช้อำนาจในการแต่งตั้งตำแหน่งรองผู้บัญชาการไม่เป็นธรรมให้ทำอย่างไร
-ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการลงมาได้ตามควรแก่กรณี

15.หากผู้ใดถูกสั่งให้ออกจากราชการระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ...
-ไม่ให้ถือว่าผู้นั้นเคยเป็นข้าราชการตำรวจ แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

16.เกี่ยวกับการสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือส่วนราชการใด หรือสำรองราชการในส่วนราชการใด
-โดยให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิมและโดยจะให้ขาดจากอัตราเงินเดือนในตำแหน่งเดิมหรือไม่ก็ได้
-ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งได้สำหรับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฏ ก.ตร.
-ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสำหรับข้าราชการตำรวจทุกตำแหน่ง

17.เกี่ยวกับการรักษาราชการแทน
-ในกรณีที่ไม่มีการแต่งตั้งให้ข้าราชการตำรวจผู้ใดรักษาราชการแทนและมีผู้ดำรงตำแหน่งรองของตำแหน่งนั้น ให้ผู้ดำรงตำแหน่งรองเป็นผู้รักษาราชการแทน
-ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ และมีผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยของตำแหน่งดังกล่าว ให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเป็นผู้รักษาราชการแทนในตำแหน่งนั้น
-ถ้าไม่มีทั้งผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วย หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ก็ให้ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรผู้มีอาวุโสตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร.ในส่วนราชการหรือหน่วยงานนั้นเป็นผู้รักษาราชการแทน

18.โทษทางวินัยตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มี 7 สถานได้แก่
- ภาคทัณฑ์
-ทัณฑกรรม
-กักยาม
-กักขัง
-ตัดเงินเดือน
-ปลดออก
-ไล่ออก

19.การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ ระดับ ส.6 ส.7 ส.8 จะต้องทำอย่างไร
-ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร.
20.อัตราเงินเดือน อัตราเงินประจำตำแหน่ง การให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งและการจ่ายเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ ให้เป็นไปตาม
-กฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง

21.ในกรณีที่ตำแหน่งข้าราชการตำรวจในส่วนราชการหรือหน่วยงานใดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่างลงหรือผู้ดำรงตำแหน่งใดไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำหรับตำแหน่งใดบ้างที่สามารถสั่งให้ข้าราชการตำรวจซึ่งเห็นสมควรรักษาราชการแทนในตำแหน่งนั้น
-จเรตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

22.ในกรณีที่ตำแหน่งข้าราชการตำรวจในส่วนราชการ หรือหน่วยงานใดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่างลง หรือ ผู้ดำรงตำแหน่งใดไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ ให้ผุ้บัญชาการหรือตำแหน่งเทียบเท่าสำหรับตำแหน่งใดบ้าง ที่สามารถสั่งให้ข้าราชการตำรวจซึ่งเห็นสมควรรักษาราชการแทนในตำแหน่งนั้นได้
-ตำแหน่งตั้งแต่ผู้บังคับการพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษหรือตำแหน่งเทียบเท่าลงมาในส่วนราชการนั้น

23.การให้ทำงานโยธา การให้อยู่ยาม นอกจากหน้าที่ประจำหรือการให้ทำงานสาธารณประโยชน์ ไม่ไม่เกินหกชั่วโมงต่อวัน หมายถึงโทษทางวินัยสถานใด......ทัณฑกรรม

24.เงินเดือน เงินอื่นที่จ่ายเป็นรายเดือน และเงินช่วยเหลืออย่างอื่น และการจ่ายเงินดังกล่าว ของผู้ถูกสั่งพักราชการและผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน .....ให้เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น

25.ข้าราชการตำรวจผู้ใดประสงค์จะลงออก.....ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่ง
26.ผู้บังคับบัญชาตำแหน่งใดที่การบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ....ผู้บัญชาการ

27.กฏ ก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2547 มีผลใช้บังคับเมื่อใด
- วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

28.เมื่อมีการกล่าวหาหรือกรณีเป็นที่สงสัยว่าข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำผิดวินัย หากผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาในเบื้องต้นแล้วไม่มีมูลหรือมีพยานหลักฐานฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงหรือมีมูลเพียงพอที่จะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนข้อเท็จจริง พงศ.2547 กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามข้อใด
- ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจพิจารณาสั่งการไปภายในอำนาจโดยไม่ต้องสืบข้อเท็จจริง

29.กฏ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2547 ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายใด
-มติอนุกรรมการ ก.ตร.เกี่ยวกับการพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ

30.กฏ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2547 ใช้บังคับตั้งแต่เมื่อใด
-วันที่ 17 กรกฏาคม พ.ศ. 2547

31.การประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ
-ผู้ประเมิน หมายถึง ผู้บังคับบัญชาเหนือระดับขึ้นไป ซึ่งรับผิดชอบในการปกครอง บังคับบัญชา ดูแลสั่งการ ควบคุมการปฏิบัติราชการและความประพฤติของผู้รับการประเมิน

32.การดำเนินการของ ด.ต.หม่อง เมื่อเห็นว่าผลการประเมินของตนไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการและระยะเวลาการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2647
-กรณีไม่มีคณะกรรมการประเมิน เข้าพบผู้ประเมิน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลการปฏิบัติราชการ หรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการประเมินภายใน 5 วันทำการนับแต่วันที่รับทราบผลการประเมิน

33.กฏ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมฯ ออกโดยอาศัยอำนาจใด
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 279 และมาตรา 280
- พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 31(2) และ 77
- มติ ก.ตร.ในการประชุมครั้งที่ 6/2551 เมื่อวันที่ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2551

34.เกี่ยวกับ กฎ.ก.ตร.
-ตาม กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมฯให้ถือว่าประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ ก.ตร. นี้ เป็นประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจตามมาตรา 279 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 และเป็นจรรยาบรรณของตำรวจตามมาตรา 77 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547

35.กองบัญชาการศึกษา....ทำหน้าที่ส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณธรรมของข้าราชการตำรวจ
36.หากจเรตำรวจพบว่าหน่วยงานตำรวจตำรวจหรือข้าราชการตำรวจใด ละเมิดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ..ในกรณีใด..ที่จเรตำรวจแห่งชาติต้องรายงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และแจ้งผู้บังคับบัญชาในระดับกองบัญชาการหรือหน่วยงานเทียบเท่ากองบัญชาการสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
- โดยพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเกิดผลกระทบในทางเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
หัวข้อ: Re: #จัดไปรวมแนวข้อสอบ #นายสิบตำรวจ #ตชด #สายปราบปราม #สายอำนวยการ #นสต
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ เมษายน 16, 2016, 06:20:34 pm
ข้อ 1.      สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะนิติบุคคลอยู่ในสังกัดใด
                      ก. สำนักนายกรัฐมนตรี                                               
                      ข.  กระทรวงมหาดไทย
                      ค.  เป็นองค์กรอิสระ                 
                      ง.  เป็นส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีกระทรวง หรือทบวง
ข้อ 2       การแบ่งส่วนราชการในสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกเป็นกองบัญชาการ  ให้ตราเป็นอะไร
ก. รัฐธรรมนูญ                                                             
ข.  พระราชกฤษฎีกา
ค.  พระราชกำหนด                                                       
      ง.  กฎกระทรวง
ข้อ 3       การเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ  ตามมาตรา 30(2) (ข)  โดยใคร
ก. ผู้กำกับการ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ หรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไปเป็นผู้เลือก
ข. พันตำรวจเอก หรือเทียบเท่าขึ้นไป
ค. กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่ง และผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจ
ง. ได้รับการสรรหาโดยกรรมการโดยตำแหน่ง
ข้อ 4       บุคคลตามข้อใดไม่เป็นกรรมการข้าราชการโดยตำแหน่ง
ก. นายกรัฐมนตรี                                                         
ข.  จเรตำรวจ
ค.  เลขาธิการ ก.พ.                                                         
ง.  ไม่มีข้อถูก
ข้อ 5       ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ
ก. กำหนดชั้นยศที่ควรบรรจุแต่งตั้งและอัตราเงินเดือนที่ควรได้รับสำหรับวุฒิปริญญาหรือ
          ประกาศนียบัตรต่างๆ
ข. กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการปฏิบัติการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้
ค. พิจารณาอนุมัติแก้ไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับวันเดือนปีเกิดและการควบคุมเกษียณอายุของ
          ข้าราชการตำรวจ
ง. พิจารณาดำเนินการคัดเลือกข้าราชการตำรวจเพื่อดำเนินการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ

ข้อ 6       ข้อใดถูกต้อง
ก. ถ้าผู้ซึ่งมียศตำรวจเป็นหญิงให้เติมคำว่า “หญิง หรือ ญ.” ท้ายยศตำรวจนั้นด้วย
ข. การแต่งตั้งยศตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นกรณีพิเศษอาจกระทำได้โดยประกาศพระบรมราชโองการ
ค. ตั้งแต่ว่าที่ยศพลตำรวจตรีขึ้นไปให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้แต่งตั้ง
ง. การถอดหรือการออกจากยศตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด
          ในกฎ  ก.ตร. และให้ทำโดยประกาศพระบรมราชโอการ
ข้อ 7       ข้อใดไม่ใช่ตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามกฎก.ตร. ว่าด้วยการกำหนดชื่อตำแหน่งข้าราชการตำรวจที่เรียกชื่ออย่างอื่นและการเทียบตำแหน่งข้าราชการตำรวจที่เรียกชื่ออย่างอื่นกับตำแหน่งข้าราชการตำรวจพ.ศ. 2547
ก. จเรตำรวจแห่งชาติ                                                 
ข.  รองจเรตำรวจแห่งชาติ
ค.  จเรตำรวจ                                                                   
ง.  รองจเรตำรวจ
ข้อ 8       ข้อเท็จจริงในการประชุมและองค์ประชุมของ ก.ตร.  ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
ก. การประชุม ก.ตร.ต้องมีกรรมการข้าราชการตำรวจประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวน
          กรรมการข้าราชการตำรวจทั้งหมด  จึงจะเป็นองค์ประชุม
ข. กรรมการข้าราชการตำรวจไม่น้อยกว่า6 คน  สามารถร้องขอให้เลิกประชุมได้
ค. กรณีกรรมการข้าราชการตำรวจไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการข้าราชการ
          ตำรวจที่มาประชุมเลือก กรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
ง. กรณีเลขานุการ ก.ตร.  ไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้  ให้กรรมการข้าราชการตำรวจที่มา
          ประชุมเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่เลขานุการก.ตร.
ข้อ 9       การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ  ให้แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศใด
ก. พ.ต.อ.                                                                       
ข.  พ.ต.ท.  หรือ พ.ต.อ.
ค.  พ.ต.อ.  ซึ่งรับอัตราเงินเดือน (พ.ต.อ.)พิเศษ       
ง.  พ.ต.อ.  หรือ พล.ต.ต.
ข้อ 10     ผู้มีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการลงมา  ในกองบัญชาการที่มิได้สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  คือข้อใด
ก. นายกรัฐมนตรี                                                         
ข. ผู้บัญชาการโดยข้อเสนอแนะของผู้บังคับการ
ค.  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ                     
ง.  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติโดยความเห็นชอบของ ก.ตร.
หัวข้อ: Re: #จัดไปรวมแนวข้อสอบ #นายสิบตำรวจ #ตชด #สายปราบปราม #สายอำนวยการ #นสต
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ เมษายน 16, 2016, 06:21:29 pm
ข้อสอบ กฎ ก.ตร. การประเมินฯ และ ประมวลจริยธรรมฯ และสืบสวนข้อเท็จจริง

ข้อ 1       การประเมินผลปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ  ให้ประเมินจากข้อใด
ก. ผลงานและผลสัมฤทธิ์ของงานของผู้ปฏิบัติ
ข. ผลสัมฤทธิ์และคุณลักษณะผู้ปฏิบัติราชการ
ค. ผลงานและคุณลักษณะผู้ปฏิบัติราชการ
ง. ผลสำเร็จและคุณลักษณะผู้ปฏิบัติราชการ
ข้อ 2       ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. หลักการที่จะประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ
      บนพื้นฐานของผลสำเร็จและผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นหลัก
ข. การประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ  ให้ประเมินจากผลงานและคุณลักษณะ
      ผู้ปฏิบัติราชการ
ค. การประเมินผลการปฏิบัติราชการให้มีสัดส่วนคะแนนการประเมินจากผลงานไม่น้อยกว่า
      ร้อยละ 70
ง. คณะกรรมการพิจารณาการร้องทุกข์การประเมิน  เพื่อทำหน้าที่พิจารณาคำร้องทุกข์ของผู้รับ
      การประเมินที่เห็นว่าผลการประเมินของตนไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง
ข้อ 3       กำหนดตัวชี้วัดและหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานและข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ  ให้เสนอขอความเห็นชอบตามลำดับชั้นและต้องได้รับความเห็นชอบจาก
ก. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ                                 
ข.  ก.ตร.
ค.  ก.ต.ช.                                                                     
ง.  จเรตำรวจแห่งชาติ
ข้อ 4       หน่วยงานใดจัดให้มีศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ  ในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  รวมทั้งประสานงานกับกองบัญชาการต่างๆ จัดตั้งศูนย์ ดังกล่าว  หรือแต่งตั้งที่ปรึกษาด้านจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ  ในระดับกองบัญชาการ หรือกองบังคับการ  ตามความเหมาะสมแล้วแต่กรณี
ก. กองบัญชาการศึกษา
ข. สถาบันการฝึกอบรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ค. จเรตำรวจแห่งชาติ
ง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ข้อ 5       กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ ฉบับที่ (2) พ.ศ. 2553  ประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวัน เดือน ปี  ใด
ก. 14  ก.พ.  2553                                                      ข.  19  ก.ย.  2553
ค.  11  มี.ค.  2554                                                        ง.  12  มี.ค.  2554
ข้อ 6       ข้อใดคือประมวลความประพฤติในการปฏิบัติหน้าที่ของวิชาชีพตำรวจที่ข้าราชการต้องยึดถือปฏิบัติ  เพื่อธำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของข้าราชการตำรวจและวิชาชีพตำรวจ
ก.  มาตรฐานคุณธรรม  และอุดมคติของตำรวจ
ข. อุดมคติของตำรวจ
ค. จรรยาบรรณของตำรวจ
ง. มาตรฐานทางจริยธรรม
ข้อ 7       ข้อมูลข่าวสารที่ข้าราชการตำรวจได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ  19  หรือจากการปฏิบัติหน้าที่อื่น  ข้าราชการตำรวจจะต้องรักษาข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นความลับอย่างเคร่งครัด  ข้าราชการตำรวจจะเปิดเผยข้อมูลนั้นได้ต่อเมื่อกรณีใด
ก. มีความจำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่
ข. เพื่อประโยชน์ในราชการตำรวจที่ชอบด้วยกฎหมาย
ค. เพื่อการดำเนินงานกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น
ง. ถูกทุกข้อ
ข้อ 8       ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. การสอบปากคำพยานของคณะกรรมการสืบสวนต้องมีกรรมการสืบสวนไม่น้อยกว่าสองคนจึง
      จะสอบสวนได้
ข. ในการสอบปากคำผู้กล่าวหาและพยาน  ห้ามมิให้คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนทำการ
      ล่อลวง  เพื่อจูงใจให้บุคคลนั้นให้ถ้อยคำอย่างใดๆ
ค. ในการสอบปากคำผู้กล่าวหาและพยาน  ให้คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวนเรียกผู้ซึ่งถูก
      สอบปากคำมาในที่สืบสวนคราวละหนึ่งคน
ง. เอกสารที่ใช้เป็นพยานหลักฐานในการสืบสวนให้ใช้ต้นฉบับเท่านั้น  ห้ามใช้สำเนา
ข้อ 9       กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2547  เมื่อมีกรณีควรทำการสืบสวนข้อเท็จจริงตาม กฎข้อ 4  เกิดขึ้นแล้วทำการสืบสวนข้อเท็จจริง  ให้ผู้บังคับบัญชา ระดับใดหรือใคร เป็นผู้ดำเนินการสืบสวนด้วยตนเอง
ก. สารวัตร หรือเทียบเท่าขึ้นไป                           
ข.  รองสารวัตร หรือเทียบเท่าขึ้นไป
ค.  จเรตำรวจ                                                             
ง.  ข้อ  ก  และข้อ  ค  ถูก
ข้อ 10     ในกรณีที่ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสืบสวน/ผู้สืบสวน  เห็นว่าตนเองมีเหตุอันอาจถูกคัดค้านเพราะมีเหตุซึ่งน่าเชื่ออย่างยิ่งว่าจะทำให้การสืบสวนเสียความเป็นธรรม  ให้ผู้นั้นรายงานผู้ใด
ก. รายงานต่อผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน/ผู้สั่งให้สั่งสืบสวน
ข. รายงานต่อประธานกรรมการสืบสวน/ผู้ทำการสืบสวน
ค. ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง
ง. ผู้บังคับบัญชาเหนือผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน/ผู้สั่งให้สืบสวนขึ้นไปชั้นหนึ่ง
ข้อ 11     การแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน/สั่งให้ผู้ใดทำการสืบสวน  ถ้าเป็นราชการบริหารภูมิภาค  ประธานกรรมการ/ผู้สืบสวน  ต้องมีชั้นยศไม่ต่ำกว่าชั้นยศใด
ก. พันตำรวจตรี                                                         ข.  ร้อยตำรวจเอก
ค.  พันตำรวจโท                                                         ง.  พันตำรวจเอก
ข้อ 12     ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. ในกรณีแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน  ให้มีคณะกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการประจำอย่างน้อย
      สามคนประกอบด้วยข้าราชการตำรวจอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง
ข. การประชุมคณะกรรมการสืบสวน  ต้องมีกรรมการสืบสวนมาประชุมไม่น้อยกว่าสามคนและ
      ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสืบสวนทั้งหมด
ค. การประชุมคณะกรรมการสืบสวนต้องมีประธานกรรมการอยู่ร่วมประชุมด้วย  แต่ในกรณี
      จำเป็นที่ประธานกรรมการไม่สามารถไม่สามารถเข้าประชุมได้  ให้กรรมการที่มาประชุมเลือก
      กรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่แทน
ง. การลงมติของที่ประชุมคณะกรรมการสืบสวนให้ถือเสียงเอกฉันท์  ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้
      ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ 13     กรณีใด สามารถเป็นผู้สั่งแต่งตั้งกรรมการสืบสวน/ผู้สั่งสืบสวนได้
ก. รู้เห็นเหตุการณ์ในเรื่องที่สืบสวน                   
ข. เป็นผู้ร้องเรียนกล่าวหา หรือคู่สมรสกับผู้ร้องเรียนกล่าวหา
ค. มีส่วนได้เสียในเรื่องที่สืบสวน
ง. มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ถูกสืบสวน
ข้อ 14     การแจ้งคำสั่ง ตามแบบ สส.1 ดังกล่าว  ให้แจ้งให้ถูกผู้กล่าวหามาชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องที่ถูกกล่าวหาต่อประธานกรรมการสืบสวน/ผู้สืบสวนภายในเวลาเท่าใด
ก. 7  วันนับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง                       
ข.  15  วันนับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง     
ค.  30  วันนับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง                     
ง.  60  วันนับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง
ข้อ 15     หากผู้ถูกกล่าวหาคัดค้านกรรมการสืบสวน / ผู้สืบสวน  ให้ยื่นต่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน / ผู้สั่งให้สืบสวน  ภายในกี่วันนับแต่วันรับทราบคำสั่งนั้น
ก. 7    วัน                                                                    ข.  15   วัน
ค.   30  วัน                                                                   ง.  60   วัน
ข้อ 16     เมื่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน / ผู้สั่งให้สืบสวน  ได้รับความเห็นและผลการสืบสวนข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการสืบสวนแล้วต้องพิจารณาดำเนินการโดยเร็วที่สุด  แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินกี่วันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องนั้นๆ
ก. 30    วัน                                                                  ข.  60   วัน
ค.   90   วัน                                                                  ง.  120   วัน
ข้อ 17     การนับระยะเวลา  ข้อใดถูกต้อง
ก. เวลาเริ่มต้นให้นับถัดจากวันแรกแห่งเวลานั้นเป็นวันเริ่มต้นนับระยะเวลา
ข. กรณีขยายให้นับต่อจากวันสุดท้ายแห่งระยะเวลาเดิมเป็นวันเริ่มระยะเวลาที่ขยายออกไป
ค. ส่วนเวลาสิ้นสุดถ้าวันสุดท้ายแห่งระยะเวลาตรงกับวันหยุดราชการให้นับวันเริ่มเปิดทำการใหม่
      เป็นวันสุดท้ายแห่งระยะเวลา
ง. ถูกทุกข้อ
ข้อ 18     เหตุตามข้อใด  ที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่มีสิทธิคัดค้านการเป็นผู้สั่งแต่งตั้งกรรมการสืบสวน/ผู้สั่งให้สืบสวน
ก. รู้เห็นเหตุการณ์ในเรื่องที่สืบสวน
ข. เป็นผู้ร้องเรียนกล่าวหา  หรือเป็นคู่สมรสกับผู้ร้องเรียนกล่าวหา
ค. มีส่วนได้เสียในเรื่องที่สืบสวน
ง. มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ถูกสิบสวน
ข้อ 19     การคัดค้านว่าผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน  มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ถูกสืบสวนนั้นต้องยื่นหนังสือคัดค้านต่อผู้ใด
ก. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ข. ผู้สั่งแต่งตั้งคระกรรมการสืบสวนนั้นเอง
ค. ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง
ง. ผู้บังคับบัญชาเหนือผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนขึ้นไปชั้นหนึ่ง
ข้อ 20     ข้อใดถูกต้อง  ในกรณีที่ปรากฏว่าการสืบสวนตอนใดทำไม่ถูกต้อง  ให้การสืบสวนนั้นเสียไป
ก. การแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน  ประธานกรรมการมีตำแหน่งและยศต่ำกว่าผู้กล่าวหา
ข. ในกรณีแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนให้มีกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการประจำน้อยกว่าสามคน
ค. การสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาและพยานของคณะกรรมการสืบสวนมีกรรมการน้อยกว่าสองคน
ง. ถูกทุกข้อ
หัวข้อ: Re: #จัดไปรวมแนวข้อสอบ #นายสิบตำรวจ #ตชด #สายปราบปราม #สายอำนวยการ #นสต
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ เมษายน 16, 2016, 06:23:42 pm
พรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547

พระราชบัญญัติ
ตำรวจแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๗
                 
 
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗
เป็นปีที่ ๕๙ ในรัชกาลปัจจุบัน
 
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
 
โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ
 
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
 
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗”
 
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
 
มาตรา ๓ ให้ยกเลิก
(๑) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑
(๒) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๑
(๓) ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ ๓๘ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔
(๔) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
(๕) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๘
(๖) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ พุทธศักราช ๒๔๗๗
(๗) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๗
(๘) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๗๙
(๙) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๔) พุทธศักราช ๒๔๘๐
(๑๐) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๓
(๑๑) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๔๙๕
(๑๒) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ ๒๔๙๗
(๑๓) พระราชบัญญัติยศตำรวจ พุทธศักราช ๒๔๘๐
(๑๔) พระราชบัญญัติยศตำรวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๕
(๑๕) พระราชบัญญัติยศตำรวจ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๔
(๑๖) พระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ พุทธศักราช ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒)
(๑๗) พระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓
บรรดากฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นในส่วนที่ได้บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
 
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
“ข้าราชการตำรวจ” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้หมายความรวมถึงข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่งตั้งหรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย
“ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
“กองทุน” หมายความว่า กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา
“กองบัญชาการ” หมายความรวมถึง ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบกองบัญชาการด้วย
“กองบังคับการ” หมายความรวมถึง ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบกองบังคับการด้วย
 
มาตรา ๕ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
 
ลักษณะ ๑
บททั่วไป
                 
 
มาตรา ๖ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี และมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) รักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ
(๒) ดูแลควบคุมและกำกับการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
(๓) ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา
(๔) รักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของราชอาณาจักร
(๕) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของข้าราชการตำรวจหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๖) ช่วยเหลือการพัฒนาประเทศตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
(๗) ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้การปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ตาม (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดความผิดทางอาญาขึ้นสำหรับการกระทำใดเป็นการเฉพาะ และตกอยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของข้าราชการตำรวจหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติตาม (๓) (๔) หรือ (๕) จะตราพระราชกฤษฎีกาโอนอำนาจหน้าที่ตาม (๓) (๔) หรือ (๕) เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับความผิดทางอาญาดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วน ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นใดก็ได้ ในกรณีเช่นนั้น ให้ข้าราชการตำรวจและสำนักงานตำรวจแห่งชาติพ้นจากอำนาจหน้าที่ดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วน และให้ถือว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ พนักงานสอบสวน หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว
 
มาตรา ๗ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งเสริมให้ท้องถิ่นและชุมชน มีส่วนร่วมในกิจการตำรวจเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา รักษาความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยของประชาชนตามความเหมาะสม และความต้องการของแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ การดำเนินการมีส่วนร่วมให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ต.ช. กำหนด
 
มาตรา ๘ ข้าราชการตำรวจอาจให้แบ่งเป็นข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศด้วยก็ได้ โดยให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
ข้าราชการตำรวจตำแหน่งใดหรือปฏิบัติหน้าที่ใด จะเป็นข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง ในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้กำหนดวิธีการบรรจุ การแต่งตั้ง การดำเนินการทางวินัย การบังคับบัญชา การโยกย้ายระหว่างข้าราชการตำรวจประเภทมียศและข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศ รวมตลอดทั้งการปรับยศ และปรับเงินเดือนเมื่อมีการโยกย้ายดังกล่าวและการอื่นตามที่จำเป็นไว้ด้วย
พระราชกฤษฎีกาตามวรรคสอง ไม่มีผลกระทบฐานะของข้าราชการตำรวจที่มียศอยู่แล้วในวันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีผลใช้บังคับ
 
มาตรา ๙ วัน เวลาทำงาน วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดราชการประจำปี และการลาหยุดราชการของข้าราชการตำรวจ ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด แต่ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ ก.ต.ช. จะกำหนดให้ข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ตามวัน เวลา ที่แตกต่างจากที่คณะรัฐมนตรีกำหนดก็ได้
 
ลักษณะ ๒
การจัดระเบียบราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
                 
 
มาตรา ๑๐ สำนักงานตำรวจแห่งชาติแบ่งส่วนราชการดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
(๒) กองบัญชาการ
การแบ่งส่วนราชการตาม (๑) เป็นกองบัญชาการหรือการจัดตั้งกองบัญชาการตาม (๒) ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และการแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่น ให้ออกเป็นกฎกระทรวงและให้กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ในพระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวงนั้น แล้วแต่กรณี
 
มาตรา ๑๑ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นหัวหน้าส่วนราชการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) รับผิดชอบควบคุมราชการประจำในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดแนวทางและแผนการปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และลำดับความสำคัญของแผนการปฏิบัติราชการประจำปีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เป็นไปตามนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการที่นายกรัฐมนตรีและ ก.ต.ช. กำหนด รวมทั้งกำกับ เร่งรัด ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๒) เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติรองจากนายกรัฐมนตรี
(๓) เป็นผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
(๔) วางระเบียบหรือทำคำสั่งเฉพาะเรื่องไว้ให้ข้าราชการตำรวจหรือพนักงานสอบสวนปฏิบัติการเกี่ยวกับการใช้อำนาจหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่น
 
มาตรา ๑๒ ให้มีจเรตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรองจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนดหรือมอบหมาย
 
มาตรา ๑๓ ในกองบัญชาการหนึ่ง ให้มีผู้บัญชาการคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและรับผิดชอบการปฏิบัติราชการของส่วนราชการนั้น ขึ้นตรงต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และจะให้มีรองผู้บัญชาการเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรองจากผู้บัญชาการตามที่ผู้บัญชาการมอบหมายด้วยก็ได้
ความในวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับกับส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการด้วยโดยอนุโลม รวมทั้งให้หัวหน้าส่วนราชการดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบดังเช่นผู้บัญชาการด้วย
 
มาตรา ๑๔ ผู้บัญชาการมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบดังต่อไปนี้
(๑) บริหารราชการของกองบัญชาการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๒) ควบคุม กำกับ ดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานที่ และทรัพย์สินอื่นของกองบัญชาการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๓) เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติในราชการทั่วไปของกองบัญชาการ
(๔) รายงานผลการปฏิบัติงานพร้อมทั้งปัญหาและอุปสรรคต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทุกสี่เดือน หรือตามระยะเวลาที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนด
(๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรี ในเรื่องใดกำหนดให้การดำเนินการใดเป็นอำนาจของอธิบดีหรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้บัญชาการมีอำนาจเช่นว่านั้นในฐานะเป็นอธิบดีหรือแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการในกองบัญชาการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ต.ช. กำหนด
 
มาตรา ๑๕ ในกองบังคับการหนึ่ง ให้มีผู้บังคับการคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกองบังคับการนั้น และจะให้มีรองผู้บังคับการเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรองจากผู้บังคับการตามที่ผู้บังคับการมอบหมายด้วยก็ได้
ความในวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับกับส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเทียบเท่ากองบังคับการด้วยโดยอนุโลม รวมทั้งให้หัวหน้าส่วนราชการดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบดังเช่นผู้บังคับการด้วย
ผู้บังคับการมีอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบดังต่อไปนี้
(๑) บริหารราชการของกองบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๒) ควบคุม กำกับ ดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานที่ และทรัพย์สินอื่นของกองบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๓) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมีอำนาจและหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจที่สังกัดกองบัญชาการอื่นและปฏิบัติราชการประจำอยู่ในจังหวัดนั้น ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการ หรือมติของคณะรัฐมนตรี หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรีด้วย ในการนี้ ให้มีอำนาจสั่งการใด ๆ เพื่อให้เกิดการประสานงานและความร่วมมือกันในการปฏิบัติหน้าที่ หรือยับยั้งการกระทำใด ๆ ของข้าราชการตำรวจในจังหวัดที่ขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกองบัญชาการ มติของคณะรัฐมนตรี หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรีไว้ชั่วคราว แล้วรายงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด
 
ลักษณะ ๓
คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
                 
 
มาตรา ๑๖ ให้มีคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “ก.ต.ช.” มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายการบริหารราชการตำรวจ และกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ปฏิบัติตามนโยบาย ระเบียบแบบแผน มติคณะรัฐมนตรี และกฎหมาย
หัวข้อ: Re: #จัดไปรวมแนวข้อสอบ #นายสิบตำรวจ #ตชด #สายปราบปราม #สายอำนวยการ #นสต
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ เมษายน 16, 2016, 06:24:26 pm
มาตรา ๑๗ ให้ ก.ต.ช. ประกอบด้วย
(๑) นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
(๒) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสี่คน ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากบุคคลซึ่งได้รับการสรรหาโดยกรรมการตาม (๑)
ให้ประธานกรรมการ โดยคำแนะนำของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่งตั้งข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจโทขึ้นไปคนหนึ่งเป็นเลขานุการ ก.ต.ช. และแต่งตั้งข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรีขึ้นไปจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ก.ต.ช.
หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๒) ให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ต.ช.
ให้นายกรัฐมนตรีประกาศรายชื่อกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจานุเบกษา
 
มาตรา ๑๘ นอกจากอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๑๖ ให้ ก.ต.ช. มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) ออกระเบียบ ประกาศ หรือมีมติในเรื่องที่เกี่ยวกับการบริหารราชการตำรวจ และวิธีปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ ให้เป็นไปตามแบบแผนและนโยบายที่ ก.ต.ช. กำหนด
(๒) เสนอแนะให้มีการตราพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๖ วรรคสอง
(๓) พิจารณาดำเนินการคัดเลือกข้าราชการตำรวจเพื่อดำเนินการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ
(๔) กำหนดกระบวนการและขั้นตอนในการกระจายอำนาจระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับตำรวจภูธรจังหวัด และราชการส่วนท้องถิ่น ในกรณีที่ ก.ต.ช. เห็นว่ามีความจำเป็นและเหมาะสม
(๕) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่ ก.ต.ช. มอบหมาย
(๖) ตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบาย การบริหารราชการตำรวจให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น ในการนี้ ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจของกรุงเทพมหานคร จังหวัดและสถานีตำรวจต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจในเขตพื้นที่ดังกล่าว แล้วรายงาน ก.ต.ช. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามควรแก่กรณีต่อไป
องค์ประกอบ การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ ให้เป็นไปตามระเบียบที่ ก.ต.ช. กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๗) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายหรือตามที่มีกฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ ก.ต.ช.
ระเบียบหรือประกาศตาม (๑) เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
 
มาตรา ๑๙ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๗ (๒) ต้องมีความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ในด้านกฎหมาย การงบประมาณ การพัฒนาองค์กร การวางแผน หรือการบริหารและจัดการ
 
มาตรา ๒๐ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์
(๓) ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือเป็นที่ปรึกษาของข้าราชการการเมืองหรือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม
(๔) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง
(๕) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(๖) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๗) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๘) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ
(๙) ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
(๑๐) ไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
 
มาตรา ๒๑ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปีและอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับสรรหาใหม่เข้ารับหน้าที่
 
มาตรา ๒๒ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๒๑ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) มีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์
(๓) ลาออก
(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๐
(๕) ก.ต.ช. มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือมีการกระทำ หรือมีคุณลักษณะไม่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการ
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการแทน เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน ในกรณีนี้จะไม่ดำเนินการให้มีการสรรหาก็ได้
ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
 
มาตรา ๒๓ การประชุมของ ก.ต.ช. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ในการประชุม ก.ต.ช. ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
ประธานกรรมการและกรรมการโดยตำแหน่งจะมอบหมายบุคคลใดให้มาประชุมแทนไม่ได้
ให้ ก.ต.ช. มีอำนาจออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุมและการลงมติของ ก.ต.ช. คณะอนุกรรมการตามมาตรา ๑๘ (๕) และของคณะกรรมการตามมาตรา ๑๘ (๖)

ลักษณะ ๔
ยศตำรวจและชั้นข้าราชการตำรวจ
                   

มาตรา ๒๔ ยศตำรวจมีตามลำดับดังต่อไปนี้
พลตำรวจเอก
พลตำรวจโท
พลตำรวจตรี
พันตำรวจเอก
พันตำรวจโท
พันตำรวจตรี
ร้อยตำรวจเอก
ร้อยตำรวจโท
ร้อยตำรวจตรี
ดาบตำรวจ
จ่าสิบตำรวจ
สิบตำรวจเอก
สิบตำรวจโท
สิบตำรวจตรี
ว่าที่ยศใดให้ถือเสมือนมียศนั้น ถ้าผู้ซึ่งมียศตำรวจเป็นหญิง ให้เติมคำว่า “หญิง” ท้ายยศตำรวจนั้นด้วย

มาตรา ๒๕ ชั้นข้าราชการตำรวจมีดังต่อไปนี้
(๑) ชั้นสัญญาบัตร ได้แก่ ผู้มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป
(๒) ชั้นประทวน ได้แก่ ผู้มียศสิบตำรวจตรี สิบตำรวจโท สิบตำรวจเอก จ่าสิบตำรวจ และดาบตำรวจ
(๓) ชั้นพลตำรวจ ได้แก่ พลตำรวจสำรอง
พลตำรวจสำรอง คือ ผู้ที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ โดยได้รับการคัดเลือกหรือสอบแข่งขันเข้ารับการศึกษาอบรมในสถานศึกษาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

มาตรา ๒๖ การแต่งตั้งยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร. และให้ทำโดยประกาศพระบรมราชโองการ
การแต่งตั้งยศตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นกรณีพิเศษ อาจกระทำได้โดยประกาศพระบรมราชโองการ
ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งยศตำรวจชั้นสัญญาบัตรจะแต่งตั้งว่าที่ยศตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นการชั่วคราวก็ได้ โดยให้ผู้มีอำนาจดังต่อไปนี้ เป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
(๑) ตั้งแต่ว่าที่ยศพลตำรวจตรีขึ้นไป ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
(๒) ตั้งแต่ว่าที่ยศร้อยตำรวจตรีขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่าว่าที่ยศพันตำรวจเอก ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง

มาตรา ๒๗ การแต่งตั้งยศตำรวจชั้นประทวน ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือผู้บังคับบัญชาระดับผู้บัญชาการขึ้นไปซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
การแต่งตั้งยศตำรวจชั้นประทวนเป็นกรณีพิเศษ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้สั่งแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

มาตรา ๒๘ การถอดหรือการออกจากยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ให้เป็นไปตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้ทำโดยประกาศพระบรมราชโองการ

มาตรา ๒๙ การให้ออกจากว่าที่ยศตำรวจชั้นสัญญาบัตรหรือการถอดหรือการออกจากยศตำรวจชั้นประทวน ให้ผู้มีอำนาจสั่งตามมาตรา ๒๖ วรรคสาม หรือมาตรา ๒๗ แล้วแต่กรณี สั่งได้ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ลักษณะ ๕
คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ
                   

มาตรา ๓๐ ให้มีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “ก.ตร.” ประกอบด้วย
(๑) นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ เลขาธิการ ก.พ. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่ง
(๒) กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากผู้ซึ่งได้รับการเลือกตามมาตรา ๓๕ ดังต่อไปนี้
(ก) ผู้ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ ในตำแหน่งตั้งแต่ผู้บัญชาการ หรือเทียบผู้บัญชาการขึ้นไปจำนวนห้าคน แต่ต้องเป็นผู้ซึ่งพ้นจากความเป็นข้าราชการตำรวจไปแล้วเกินหนึ่งปี
(ข) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นข้าราชการตำรวจจำนวนหกคน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม หรือสาขาอื่นตามที่ ก.ตร. กำหนด สาขาละไม่เกินหนึ่งคน เว้นแต่ในกรณีที่มีรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติซึ่งเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจตาม (๑) เพิ่มขึ้น ก็ให้มีกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นอีกตามจำนวนของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่เพิ่มขึ้นนั้น
บุคคลซึ่งเคยเป็นข้าราชการตำรวจ หากได้พ้นจากความเป็นข้าราชการตำรวจไปแล้วเกินสิบปีและมีอายุไม่เกินหกสิบห้าปี อาจได้รับการสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๒) (ข) ได้ แต่ต้องมีจำนวนไม่เกินหนึ่งคน
ให้ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจเป็นเลขานุการ ก.ตร. และรองผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ก.ตร.
ให้นายกรัฐมนตรีประกาศรายชื่อกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๓๑ ให้ ก.ตร. มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดนโยบายและมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจและจัดระบบราชการตำรวจ รวมตลอดทั้งการอบรมและพัฒนาข้าราชการตำรวจ ในการนี้หาก ก.ต.ช. ได้กำหนดระเบียบแบบแผนและนโยบายไว้เป็นการทั่วไป การกำหนดในเรื่องดังกล่าวของ ก.ตร. ต้องสอดคล้องกับระเบียบแบบแผนและนโยบายของ ก.ต.ช. และให้ ก.ตร. แจ้งการดำเนินการนั้นให้ ก.ต.ช. ทราบด้วย
(๒) ออกกฎ ก.ตร. ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ หรือมีมติเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
(๓) กำกับดูแล ตรวจสอบ และแนะนำ เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติบริหารงานบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกระเบียบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานเกี่ยวกับการสอบ การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน การดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการและการปฏิบัติการอื่นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้
(๔) รายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาปรับปรุงเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่มค่าครองชีพ สวัสดิการ หรือประโยชน์เกื้อกูลอื่นสำหรับข้าราชการตำรวจให้เหมาะสม
(๕) กำหนดชั้นยศที่ควรบรรจุแต่งตั้งและอัตราเงินเดือนที่ควรได้รับสำหรับวุฒิปริญญาหรือประกาศนียบัตรต่าง ๆ
(๖) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการปฏิบัติการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้
(๗) พิจารณาอนุมัติแก้ไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับวันเดือนปีเกิด และการควบคุมเกษียณอายุของข้าราชการตำรวจ
(๘) ในกรณีที่พิจารณาเห็นว่าการปฏิบัติการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เหมาะสมหรือไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีมติสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติปฏิบัติการให้ถูกต้องเหมาะสม ถ้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ปฏิบัติการตามมติดังกล่าว ให้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและสั่งการต่อไป
(๙) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่ ก.ตร. มอบหมาย
(๑๐) ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในมาตราอื่นแห่งพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น
กฎ ก.ตร. เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

มาตรา ๓๒ เพื่อรักษาความเที่ยงธรรมในการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ให้ ก.ตร. ออกกฎ ก.ตร. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจไว้ให้ชัดเจนแน่นอน กฎ ก.ตร. ดังกล่าวให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๓๓ กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๐ และต้องไม่เป็นข้าราชการหรือกลับเข้ารับราชการสำหรับกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) และต้องไม่เป็นข้าราชการตำรวจ สำหรับกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ข)
ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ ให้ ก.ตร. เป็นผู้วินิจฉัย

มาตรา ๓๔ กรรมการข้าราชการตำรวจจะเป็นกรรมการใน ก.ต.ช. ในขณะเดียวกันไม่ได้ เว้นแต่นายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

มาตรา ๓๕ การเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ ให้ดำเนินการดังนี้
(๑) กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) ให้ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ผู้กำกับการ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ หรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไปเป็นผู้เลือก
(๒) กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ข) ให้กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา ๓๐ (๑) และผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) เป็นผู้เลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร. แล้วเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พร้อมกับกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก)

มาตรา ๓๖ การเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) ให้ประธาน ก.ตร. รับสมัครบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามของการเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วจัดส่งบัญชีรายชื่อบุคคลดังกล่าวโดยเรียงลำดับตามตัวอักษรไปยังผู้มีสิทธิเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๕ (๑) ก่อนวันเลือกเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน
หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

มาตรา ๓๗ ในการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) ให้ผู้ซึ่งได้รับคะแนนมากตามลำดับลงมาตามจำนวนที่กำหนดไว้เป็นผู้ได้รับเลือก
ในกรณีที่มีผู้ได้รับเลือกหลายคนได้คะแนนเท่ากันจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถเรียงลำดับผู้รับเลือกตามจำนวนที่จะพึงมีได้ ให้ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจทำการจับสลากเพื่อให้ได้รับเลือกจนครบจำนวน
ให้ขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ซึ่งไม่ได้รับเลือก ซึ่งอยู่ในอันดับถัดจากผู้ได้รับเลือกลงมาตามลำดับตามจำนวนที่ ก.ตร. เห็นสมควรไว้ด้วย

มาตรา ๓๘ กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว
ให้กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่ากรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับเลือกใหม่เข้ารับหน้าที่

มาตรา ๓๙ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๓๘ กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๓
(๒) ก.ตร. มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการข้าราชการตำรวจทั้งหมดให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือมีการกระทำหรือมีคุณลักษณะไม่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการข้าราชการตำรวจ
(๓) มีเหตุตามมาตรา ๒๒ (๑) (๒) หรือ (๓)
(๔) สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือเป็นผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะผู้บริหารท้องถิ่น

มาตรา ๔๐ ในกรณีที่กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อในประเภทนั้นตามมาตรา ๓๗ วรรคสาม ในอันดับแรกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิแทนและให้อยู่ในตำแหน่งเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ข) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดำเนินการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่างโดยให้นำความในมาตรา ๓๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
การดำรงตำแหน่งของกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิที่ดำรงตำแหน่งแทนหากมีกำหนดเวลาไม่ถึงสองปี ไม่ให้นับเป็นวาระการดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๓๘
หัวข้อ: Re: #จัดไปรวมแนวข้อสอบ #นายสิบตำรวจ #ตชด #สายปราบปราม #สายอำนวยการ #นสต
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ เมษายน 16, 2016, 06:25:06 pm
มาตรา ๔๑ ในกรณีที่กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระให้ดำเนินการจัดให้มีการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ภายในหกสิบวันก่อนวันครบวาระ

มาตรา ๔๒ การประชุม ก.ตร. ต้องมีกรรมการข้าราชการตำรวจมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการข้าราชการตำรวจทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ในกรณีที่ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการข้าราชการตำรวจที่มาประชุมเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
ให้ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจเป็นผู้เรียกประชุม แต่ในกรณีที่กรรมการข้าราชการตำรวจไม่น้อยกว่าหกคนร้องขอให้เรียกประชุม ให้ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจเรียกประชุมภายในเจ็ดวันนับแต่วันได้รับร้องขอ
ให้ ก.ตร. มีอำนาจออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุมและการลงมติของ ก.ตร. และของคณะอนุกรรมการตามมาตรา ๓๑ (๙)

มาตรา ๔๓  ในกรณีที่ ก.ตร. มีหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้เสนอเรื่องต่อ ก.ตร. แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิกรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่งคนใดที่จะเสนอ

ลักษณะ ๖
ระเบียบข้าราชการตำรวจ
                   

หมวด ๑
ตำแหน่งและการกำหนดตำแหน่ง
                   

มาตรา ๔๔ ตำแหน่งข้าราชการตำรวจมีดังต่อไปนี้
(๑) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
(๒) จเรตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
(๓) ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
(๔) ผู้บัญชาการ
(๕) รองผู้บัญชาการ
(๖) ผู้บังคับการ และพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
(๗) รองผู้บังคับการ และพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ
(๘) ผู้กำกับการ และพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ
(๙) รองผู้กำกับการ และพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ
(๑๐) สารวัตร และพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ
(๑๑) รองสารวัตร และพนักงานสอบสวน
(๑๒) ผู้บังคับหมู่
(๑๓) รองผู้บังคับหมู่
ก.ตร. จะกำหนดให้มีตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น โดยจะให้มีชื่อตำแหน่งใดเทียบกับตำแหน่งตามวรรคหนึ่งก็ได้ โดยให้กำหนดไว้ในกฎ ก.ตร.
การกำหนดตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นให้มีเฉพาะที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เกิดประสิทธิภาพและประหยัด และเมื่อหมดความจำเป็นตามที่กำหนดไว้ในกฎ ก.ตร. แล้ว ให้ยุบตำแหน่งนั้น

มาตรา ๔๕ ในส่วนราชการต่าง ๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะให้มีตำแหน่งข้าราชการตำรวจตำแหน่งใด จำนวนเท่าใด และคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งอย่างใด และจะให้มียศหรือไม่ และถ้าให้มียศจะให้มียศใด รวมตลอดถึงการตัดโอนตำแหน่งจากส่วนราชการหนึ่งไปเพิ่มให้อีกส่วนราชการหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่ ก.ตร. กำหนด โดยให้คำนึงถึงลักษณะหน้าที่และความรับผิดชอบ ปริมาณและคุณภาพของงาน รวมทั้งความมีประสิทธิภาพและการประหยัด
การกำหนดจำนวนตำแหน่งข้าราชการตำรวจตั้งแต่ตำแหน่งผู้บังคับการ พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ หรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไปในส่วนราชการต่าง ๆ ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ต.ช. ก่อน

มาตรา ๔๖ ให้ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนตามมาตรา ๔๔ ได้รับเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษตามระเบียบที่ ก.ตร. กำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
ในการกำหนดจำนวนเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษตามวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานและการดำรงตนอยู่ในความยุติธรรมได้อย่างมีเกียรติโดยเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนที่รัฐจ่ายให้แก่ข้าราชการฝ่ายอื่นที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมประกอบด้วย

มาตรา ๔๗ ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวน ให้ได้รับการเลื่อนตำแหน่งดังต่อไปนี้
(๑) พนักงานสอบสวน เมื่อดำรงตำแหน่งและได้รับเงินเดือนตามที่ ก.ตร. กำหนด อีกทั้งได้ผ่านการประเมินแล้ว ให้ผู้นั้นเป็นพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ
(๒) พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ เมื่อดำรงตำแหน่งเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามปีและได้รับเงินเดือนถึงขั้นต่ำของระดับ ส.๓ อีกทั้งได้ผ่านการประเมินแล้ว ให้ผู้นั้นเป็นพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ
(๓) พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ เมื่อดำรงตำแหน่งเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามปีและได้รับเงินเดือนถึงขั้นต่ำของระดับ ส.๔ อีกทั้งได้ผ่านการประเมินแล้ว ให้ผู้นั้นเป็นพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ
(๔) พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ เมื่อดำรงตำแหน่งเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามปีและได้รับเงินเดือนถึงขั้นต่ำของระดับ ส.๕ อีกทั้งได้ผ่านการประเมินแล้ว ให้ผู้นั้นเป็นพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ
(๕) พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ เมื่อดำรงตำแหน่งเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามปีและได้รับเงินเดือนถึงขั้นต่ำของระดับ ส.๖ อีกทั้งได้ผ่านการประเมินแล้ว พร้อมทั้งมีตำแหน่งว่างให้ผู้นั้นเป็นพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
ในการประเมินพิจารณาเลื่อนตำแหน่งพนักงานสอบสวนตามวรรคหนึ่ง ให้นำปริมาณและคุณภาพของสำนวนการสอบสวนมาประกอบการพิจารณาด้วย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร.
การแต่งตั้งพนักงานสอบสวนจะมีจำนวนเท่าใด มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับบัญชาเพียงใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร.

หมวด ๒
การบรรจุ การแต่งตั้งและการเลื่อนขั้นเงินเดือน
                   

มาตรา ๔๘ ผู้ที่จะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์
(๓) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(๔) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
(๕) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง
(๖) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

มาตรา ๔๙ การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้บังคับบัญชาตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง

มาตรา ๕๐ การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ ชั้นประทวนและชั้นสัญญาบัตร ให้บรรจุจากบุคคลผู้ได้รับคัดเลือกหรือสอบแข่งขันได้
หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกหรือการสอบแข่งขันให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร. และให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกหรือสอบแข่งขัน

มาตรา ๕๑ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง ให้แต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจเอก
(๒) ตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจโทหรือพลตำรวจเอก
(๓) ตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจโท
(๔) ตำแหน่งผู้บัญชาการ จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรีหรือพลตำรวจโท
(๕) ตำแหน่งรองผู้บัญชาการ จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรี
(๖) ตำแหน่งผู้บังคับการ และพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอกซึ่งได้รับอัตราเงินเดือนพันตำรวจเอก (พิเศษ) หรือพลตำรวจตรี
(๗) ตำแหน่งรองผู้บังคับการ และพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ ให้แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอกหรือพันตำรวจเอกซึ่งได้รับอัตราเงินเดือนพันตำรวจเอก (พิเศษ)
(๘) ตำแหน่งผู้กำกับการ และพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ ให้แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจโทหรือพันตำรวจเอก
(๙) ตำแหน่งรองผู้กำกับการ และพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ ให้แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจโท
(๑๐) ตำแหน่งสารวัตร และพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ ให้แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจเอกขึ้นไปแต่ไม่สูงกว่าพันตำรวจโท
(๑๑) ตำแหน่งรองสารวัตร และพนักงานสอบสวน ให้แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจตรีขึ้นไปแต่ไม่สูงกว่าร้อยตำรวจเอก
(๑๒) ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ ให้แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศสิบตำรวจตรีขึ้นไปแต่ไม่สูงกว่าดาบตำรวจ
(๑๓) ตำแหน่งรองผู้บังคับหมู่ ให้แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ
การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตาม (๒) ถึง (๑๓) อาจแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าด้วยก็ได้

มาตรา ๕๒ ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๕๑ (๑๒) หรือ (๑๓) อาจได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและมียศตามมาตรา ๕๑ (๑๑) ได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๕๑ (๑๓) อาจได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและมียศตามมาตรา ๕๑ (๑๒) ได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

มาตรา ๕๓ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๔๔ (๑) (๒) (๓) และ (๔) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๔๔ (๑) ให้นายกรัฐมนตรีคัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจ แล้วเสนอ ก.ต.ช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน แล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
(๒) การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๔๔ (๒) (๓) และ (๔) ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจเสนอ ก.ตร. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนแล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

มาตรา ๕๔ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่มาตรา ๔๔ (๕) ลงมาและเป็นการแต่งตั้งในสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือในกองบัญชาการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๔๔ (๕) และ (๖) ในสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจในสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเสนอ ก.ตร. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน แล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
ในกรณีเป็นการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในกองบัญชาการที่สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรับฟังข้อเสนอแนะของผู้บัญชาการที่เกี่ยวข้องด้วย
(๒) การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๔๔ (๕) และ (๖) ในกองบัญชาการที่มิได้สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้บัญชาการคัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจในกองบัญชาการนั้นเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาเสนอ ก.ตร. ให้ความเห็นชอบก่อนแล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
ในกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเห็นว่า การคัดเลือกของผู้บัญชาการตามวรรคหนึ่งยังไม่เหมาะสม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะทำความเห็นพร้อมข้อเสนอแนะและเหตุผลเสนอ ก.ตร. เพื่อประกอบการพิจารณาด้วยก็ได้
(๓) การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่มาตรา ๔๔ (๗) ลงมาในสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือในกองบัญชาการที่มิได้สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้บัญชาการเป็นผู้สั่งแต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจในสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือในกองบัญชาการนั้น แล้วแต่กรณี โดยให้ผู้บังคับการที่เกี่ยวข้องมีข้อเสนอแนะและมีส่วนร่วมในการให้ความเห็นชอบด้วย และหากไม่เป็นที่ยุติ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ชี้ขาด แต่ในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่มาตรา ๔๔ (๘) ลงมา ไม่สูงกว่าตำแหน่งเดิมภายในกองบังคับการที่สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือในกองบัญชาการที่มิได้สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้บังคับการเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
การกำหนดขั้นตอนใด ๆ อันจะเป็นการชะลอ จำกัด ตัดทอน หรือยับยั้งการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๔ (๓) จะกระทำมิได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติหรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการตามที่ ก.ตร. กำหนด
ในกรณีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่มาตรา ๔๔ (๘) ลงมาไม่สูงกว่าตำแหน่งเดิมในกองบัญชาการที่สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้บัญชาการเป็นผู้สั่งแต่งตั้งโดยรับฟังข้อเสนอแนะของผู้บังคับการที่เกี่ยวข้องด้วย

มาตรา ๕๕ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่มาตรา ๔๔ (๕) ลงมาจากส่วนราชการหนึ่งไปอีกส่วนราชการหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๔๔ (๕) และ (๖) ระหว่างสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกับกองบัญชาการที่มิได้สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการที่เกี่ยวข้องทำความตกลงกัน และให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเสนอ ก.ตร. ให้ความเห็นชอบก่อน แล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
ในกรณีที่เป็นการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระหว่างกองบัญชาการที่มิได้สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้บัญชาการที่เกี่ยวข้องทำความตกลงกันและให้ผู้บัญชาการที่ประสงค์จะแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้นั้นเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อนำเสนอ ก.ตร. ให้ความเห็นชอบก่อน แล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
ในกรณีที่ไม่อาจตกลงกันได้ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการที่เกี่ยวข้องทำความเห็นและเหตุผลของตนเสนอ ก.ตร. เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย
(๒) การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่มาตรา ๔๔ (๗) ลงมาระหว่างสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกับกองบัญชาการที่มิได้สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการที่เกี่ยวข้องทำความตกลงกัน และให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้บัญชาการที่ประสงค์จะแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้นั้นเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
(๓) การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่มาตรา ๔๔ (๗) ลงมาระหว่างกองบัญชาการที่มิได้สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ผู้บัญชาการที่เกี่ยวข้องทำความตกลงกันและให้ผู้บัญชาการที่ประสงค์จะแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้นั้นเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง

มาตรา ๕๖ ในกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเห็นว่าการใช้อำนาจในการแต่งตั้งของผู้บัญชาการไม่เป็นธรรมหรือมีกรณีไม่ชอบด้วยหลักเกณฑ์หรือวิธีการที่ ก.ตร. กำหนดตามมาตรา ๕๗ หรือมีกรณีที่จะต้องดำเนินการทางวินัยและมีความจำเป็นต้องให้ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่มาตรา ๔๔ (๕) ลงมาให้พ้นจากพื้นที่หรือหน้าที่ หรือมีเหตุพิเศษตามที่ ก.ตร. กำหนด ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๔๔ (๕) ลงมาได้ตามควรแก่กรณี
การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตามวรรคหนึ่ง ให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๔๔ (๕) และ (๖) ให้เสนอ ก.ตร. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน

มาตรา ๕๗ การคัดเลือก การทำความตกลงกัน การให้ความเห็นชอบ และการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๕๓ (๒) มาตรา ๕๔ และมาตรา ๕๕ ให้พิจารณาโดยคำนึงถึงความอาวุโส ประวัติการรับราชการ ผลการปฏิบัติงาน ความประพฤติ และความรู้ความสามารถประกอบกัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
การคัดเลือกและการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้มีอำนาจคัดเลือกหรือแต่งตั้งพิจารณาจากข้าราชการตำรวจที่คณะกรรมการคัดเลือกเสนอแนะ
ให้ ก.ตร. แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข้าราชการตำรวจผู้มีสิทธิดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๔๔ (๒) ถึง (๑๐) โดยคณะกรรมการคัดเลือกดังกล่าวอย่างน้อยต้องประกอบด้วยรองหัวหน้าหน่วยงานนั้นทุกคน

มาตรา ๕๘ ภายใต้บังคับมาตรา ๖๘ ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีคุณวุฒิสูงขึ้น และมีสิทธิได้รับเงินเดือนสูงขึ้นตามที่ ก.ตร. กำหนด ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๖๔ เป็นผู้มีอำนาจสั่งเลื่อน

มาตรา ๕๙ การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจหรือการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งใด ผู้ได้รับการบรรจุหรือได้รับการแต่งตั้งต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามที่ ก.ตร. กำหนดตามมาตรา ๔๕ เว้นแต่มีเหตุผลและความจำเป็น ก.ตร. อาจอนุมัติให้บรรจุหรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ไม่มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ก็ได้
การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจไปดำรงตำแหน่งอื่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งเดิม เว้นแต่มีเหตุผลและความจำเป็น ก.ตร. อาจอนุมัติให้แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ต่ำกว่าตำแหน่งเดิมเป็นพิเศษเฉพาะรายได้

มาตรา ๖๐ ผู้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๕๐ ให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง โดยมีกำหนดระยะเวลาไม่น้อยกว่าหกเดือน
หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการทดลอง การประเมินผลการทดลอง การรายงานผลการทดลองและการยกเว้นไม่ต้องทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ รวมทั้งการสั่งให้ออกจากราชการอันเนื่องมาจากการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
ผู้ใดถูกสั่งให้ออกจากราชการระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ไม่ให้ถือว่าผู้นั้นเคยเป็นข้าราชการตำรวจ แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือการรับเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นที่ได้รับจากทางราชการในระหว่างที่ผู้นั้นทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ

มาตรา ๖๑ การสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือส่วนราชการใด หรือสำรองราชการในส่วนราชการใด โดยให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิมและโดยจะให้ขาดจากอัตราเงินเดือนในตำแหน่งเดิมหรือไม่ก็ได้ ให้ผู้มีอำนาจดังต่อไปนี้เป็นผู้สั่งได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
(๑) นายกรัฐมนตรีสำหรับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
(๒) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสำหรับข้าราชการตำรวจทุกตำแหน่ง
(๓) ผู้บัญชาการสำหรับข้าราชการตำรวจในกองบัญชาการหรือในส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ

มาตรา ๖๒ การโอนข้าราชการตำรวจไปรับราชการในส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นจะกระทำได้เมื่อเจ้าตัวสมัครใจและส่วนราชการหรือหน่วยงานต้องการจะรับโอนผู้นั้น โดยให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่ขอรับโอนทำความตกลงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

มาตรา ๖๓ ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๔๙ เป็นผู้สั่งบรรจุในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) การโอนข้าราชการซึ่งไม่ใช่ข้าราชการตำรวจหรือการโอนพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ ยกเว้นข้าราชการการเมือง ข้าราชการซึ่งอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ และพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติงาน ให้กระทำได้เมื่อเจ้าตัวสมัครใจและสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการจะรับโอนผู้นั้น โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำความตกลงกับผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการหรือหน่วยงานสังกัดเดิม ในการนี้ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ทางราชการตำรวจจะได้รับ ทั้งนี้ ในการดำเนินการรับโอนการกำหนดตำแหน่ง ชั้นยศและอัตราเงินเดือน และการนับเวลาราชการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
(๒) การกลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ
(ก) ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ออกจากราชการไปปฏิบัติงานใด ๆ ซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นสำหรับการคำนวณบำเหน็จบำนาญเหมือนเต็มเวลาราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ถ้าผู้นั้นขอกลับเข้ารับราชการภายในกำหนดเวลาที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติแต่ไม่เกินสี่ปีนับแต่วันออกจากราชการไปปฏิบัติงานดังกล่าว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
(ข) ข้าราชการตำรวจซึ่งออกจากราชการไปแล้ว และไม่ใช่เป็นกรณีออกจากราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ถ้าสมัครเข้ารับราชการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการที่จะรับผู้นั้นเข้ารับราชการ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการบรรจุและแต่งตั้ง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
(ค) ข้าราชการซึ่งมิใช่ข้าราชการตำรวจหรือพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งออกจากราชการหรือออกจากงานไปแล้ว แต่ไม่รวมถึงข้าราชการการเมือง ข้าราชการซึ่งออกจากราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งออกจากงานในระหว่างทดลองปฏิบัติงาน ถ้าสมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ และเมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติเห็นสมควรรับบุคคลนั้นกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งข้าราชการตำรวจ ในการนี้ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ทางราชการตำรวจจะได้รับ ทั้งนี้ การดำเนินการให้กลับเข้ารับราชการ การกำหนดตำแหน่งชั้นยศ และอัตราเงินเดือน และการนับเวลาราชการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
หัวข้อ: Re: #จัดไปรวมแนวข้อสอบ #นายสิบตำรวจ #ตชด #สายปราบปราม #สายอำนวยการ #นสต
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ เมษายน 16, 2016, 06:25:50 pm
มาตรา ๖๔ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้สั่งเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจระดับ ส.๘ ระดับ ส.๗ และระดับ ส.๖ เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร. แล้ว
การสั่งเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจตั้งแต่ระดับ ส.๕ ลงมาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร.
การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ ให้คำนึงถึงคุณภาพและปริมาณงานประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานที่ได้ปฏิบัติมา ความสามารถ และความอุตสาหะในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนการรักษาวินัยและการปฏิบัติตนเหมาะสมกับการเป็นข้าราชการตำรวจตามรายงานของผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
การเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเกินสองขั้น ต้องได้รับอนุมัติจาก ก.ตร. เป็นพิเศษเฉพาะราย

มาตรา ๖๕ ข้าราชการตำรวจผู้ใดถึงแก่ความตายเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ก.ตร. จะพิจารณาเลื่อนเงินเดือนให้ผู้นั้นเป็นกรณีพิเศษเพื่อประโยชน์ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญก็ได้

มาตรา ๖๖ ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่พัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อเพิ่มความรู้ ทักษะ ทัศนคติ คุณธรรมและจริยธรรม รวมทั้งประเมินผลการปฏิบัติราชการของผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแต่งตั้งและเลื่อนเงินเดือน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

หมวด ๓
เงินเดือน เงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มอื่น
                   

มาตรา ๖๗ อัตราเงินเดือน อัตราเงินประจำตำแหน่ง การให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งและการจ่ายเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง

มาตรา ๖๘ ให้ข้าราชการตำรวจได้รับเงินเดือนดังต่อไปนี้
(๑) ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจเอก ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ได้รับเงินเดือนขั้นสูงสุดของระดับ ส. ๙
(๒) ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจเอก ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส. ๘
(๓) ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจโท ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส. ๗
(๔) ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรี ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส. ๖
(๕) ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอกอัตราเงินเดือนพันตำรวจเอก (พิเศษ) ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส. ๕
(๖) ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอก ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส. ๔
(๗) ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจโท ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส. ๓
(๘) ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจตรี ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส. ๒
(๙) ข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจเอก ร้อยตำรวจโท และร้อยตำรวจตรี ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส. ๑
(๑๐) ข้าราชการตำรวจยศดาบตำรวจ ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป. ๓
(๑๑) ข้าราชการตำรวจยศจ่าสิบตำรวจอัตราเงินเดือนจ่าสิบตำรวจ (พิเศษ) ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป. ๒
(๑๒) ข้าราชการตำรวจยศจ่าสิบตำรวจ สิบตำรวจเอก สิบตำรวจโท และสิบตำรวจตรี ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป. ๑
(๑๓) ข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจสำรอง ให้ได้รับเงินเดือนระดับ พ. ๑
ให้ข้าราชการตำรวจตามวรรคหนึ่งได้รับเงินเดือนในขั้นต่ำของระดับนั้นๆ ในกรณีที่จะให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำหรือสูงกว่าขั้นสูงของระดับ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
ข้าราชการตำรวจตาม (๒) ถึง (๑๓) อาจได้รับเงินเดือนในระดับสูงขึ้นกว่าที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งก็ได้ โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ซึ่งในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการได้รับเงินเดือนในระดับสูงขึ้นดังกล่าวและการรับเงินประจำตำแหน่งไว้ด้วย

มาตรา ๖๙ ข้าราชการตำรวจอาจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวตามภาวะเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ตามจำนวน หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๗๐ ข้าราชการตำรวจอาจได้รับเงินเพิ่มพิเศษรายเดือน เงินเพิ่มอื่น หรือเงินช่วยเหลือตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ๗๑ ข้าราชการตำรวจอาจได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่ประจำอยู่ในต่างประเทศ หรือตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

หมวด ๔
การรักษาราชการแทนและการปฏิบัติราชการแทน
                   

มาตรา ๗๒ ในกรณีที่ตำแหน่งข้าราชการตำรวจในส่วนราชการหรือหน่วยงานใดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่างลง หรือผู้ดำรงตำแหน่งใดไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ ให้ผู้บังคับบัญชาดังต่อไปนี้สั่งให้ข้าราชการตำรวจซึ่งเห็นสมควรรักษาราชการแทนในตำแหน่งนั้นได้
(๑) นายกรัฐมนตรี สำหรับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
(๒) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำหรับตำแหน่งตั้งแต่จเรตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือตำแหน่งเทียบเท่าลงมา
(๓) ผู้บัญชาการหรือตำแหน่งเทียบเท่า สำหรับตำแหน่งตั้งแต่ผู้บังคับการ พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ หรือตำแหน่งเทียบเท่าลงมาในส่วนราชการนั้น
(๔) ผู้บังคับการ หรือตำแหน่งเทียบเท่า สำหรับตำแหน่งตั้งแต่ผู้กำกับการ พนักงานสอบสวน ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือตำแหน่งเทียบเท่าลงมาในส่วนราชการนั้น
ในกรณีที่ไม่มีการแต่งตั้งให้ข้าราชการตำรวจผู้ใดรักษาราชการแทนและมีผู้ดำรงตำแหน่งรองของตำแหน่งนั้น ให้ผู้ดำรงตำแหน่งรองเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ และมีผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยของตำแหน่งดังกล่าว ให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเป็นผู้รักษาราชการแทนในตำแหน่งนั้น ถ้ามีผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วยหลายคน ให้ผู้มีอาวุโสตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. เป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีทั้งผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วย หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ก็ให้ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรผู้มีอาวุโสตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. ในส่วนราชการหรือหน่วยงานนั้นเป็นผู้รักษาราชการแทน
เพื่อประโยชน์ของทางราชการ ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๕๑ (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) เป็นการย้อนหลัง การปฏิบัติหน้าที่หรือการใช้อำนาจในตำแหน่งเดิมที่ได้กระทำไปก่อนมีประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นอันใช้ได้

มาตรา ๗๓ นอกจากที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการ และการดำเนินการด้านอื่นที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใดในกิจการของแต่ละกองบัญชาการ ให้ผู้บัญชาการของแต่ละกองบัญชาการนั้น เป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ในการปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามวรรคหนึ่ง ผู้บัญชาการจะมอบหมายให้รองผู้บัญชาการปฏิบัติราชการแทนก็ได้
ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่กำกับติดตามผลการปฏิบัติราชการของผู้บัญชาการตามวรรคหนึ่ง และให้มีอำนาจแนะนำและแก้ไขการปฏิบัติราชการของผู้บัญชาการตามวรรคหนึ่ง
ในกรณีจำเป็นเพื่อรักษาประโยชน์ของทางราชการหรือการระงับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้อำนาจของผู้บัญชาการตามวรรคหนึ่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะระงับการใช้อำนาจของผู้บัญชาการดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราวและใช้อำนาจนั้นด้วยตนเองก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ก.ต.ช. กำหนด

มาตรา ๗๔ เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการ หรือการดำเนินการอื่นใดที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือหัวหน้าส่วนราชการหรือหัวหน้าหน่วยงานจะพึงปฏิบัติ หรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้นมิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น หรือมิได้ห้ามเรื่องการมอบอำนาจไว้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือหัวหน้าส่วนราชการหรือหัวหน้าหน่วยงานอาจมอบอำนาจให้ผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วยหรือผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการหรือหัวหน้าหน่วยงานถัดลงไปตามลำดับหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าหรือข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรในส่วนราชการหรือในหน่วยงานนั้นปฏิบัติราชการแทนได้
การมอบอำนาจตามวรรคหนึ่งให้ทำเป็นหนังสือ และให้ผู้มอบอำนาจมีหน้าที่แนะนำ กำกับ และติดตามการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอำนาจ และในกรณีที่เห็นว่าผู้รับมอบอำนาจปฏิบัติราชการในเรื่องใดโดยไม่สมควร ให้มีอำนาจแก้ไขการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอำนาจนั้นได้
เมื่อมีการมอบอำนาจแล้ว ผู้รับมอบอำนาจมีหน้าที่ต้องรับมอบอำนาจนั้น และจะมอบอำนาจนั้นให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นต่อไปไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากผู้มอบอำนาจไว้เป็นกรณี ๆ ไป

มาตรา ๗๕ ให้ผู้รักษาราชการแทนตามมาตรา ๗๒ มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นกรรมการหรือให้มีอำนาจหน้าที่อย่างใด ให้ผู้รักษาราชการแทนมีอำนาจและหน้าที่เป็นกรรมการหรือมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้นในระหว่างที่รักษาราชการแทน
การสั่งให้รักษาราชการแทนให้มีผลนับแต่เวลาที่ผู้ได้รับแต่งตั้งเข้ารับหน้าที่และให้ผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือตำแหน่งผู้ช่วยพ้นจากความเป็นผู้รักษาราชการแทนนับแต่เวลาที่ผู้ได้รับแต่งตั้งเข้ารับหน้าที่ ทั้งนี้ ไม่เป็นการกระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปแล้วในระหว่างเป็นผู้รักษาราชการแทน

มาตรา ๗๖ ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้อำนาจหรือหน้าที่ใดเป็นของปลัดกระทรวง การใช้อำนาจหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวสำหรับส่วนราชการหรือหน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ถือเป็นอำนาจและหน้าที่ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

หมวด ๕
วินัยและการรักษาวินัย
                   

มาตรา ๗๗ ข้าราชการตำรวจต้องถือและปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี และจรรยาบรรณของตำรวจตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร. และต้องรักษาวินัยตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้โดยเคร่งครัด
กฎ ก.ตร. ตามวรรคหนึ่ง ให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๗๘ การกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ได้แก่ การไม่รักษาวินัยตามที่บัญญัติเป็นข้อปฏิบัติและข้อห้ามในเรื่องดังต่อไปนี้
(๑) ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี จรรยาบรรณของตำรวจ และนโยบายของรัฐบาลโดยไม่ให้เสียหายแก่ราชการ
(๒) ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ โดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง แต่ถ้าเห็นว่าการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจะทำให้เสียหายแก่ราชการ หรือจะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ จะเสนอความเห็นเป็นหนังสือทันทีเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคำสั่งนั้นก็ได้ และเมื่อได้เสนอความเห็นแล้ว ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันให้ปฏิบัติตามคำสั่งเดิม ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม
(๓) ต้องรักษาระเบียบการเคารพระหว่างผู้ใหญ่ ผู้น้อย
(๔) ต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการมิได้
(๕) ต้องปฏิบัติราชการโดยมิให้เป็นการกระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปเป็นผู้สั่งให้กระทำ หรือได้รับอนุญาตเป็นพิเศษชั่วครั้งคราว
(๖) ต้องรักษาความลับของทางราชการ
(๗) ต้องสุภาพเรียบร้อย รักษาความสามัคคี และไม่กระทำการอย่างใดที่เป็นการกลั่นแกล้งกัน และต้องช่วยเหลือกันในการปฏิบัติราชการระหว่างข้าราชการด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติราชการ
(๘) ต้องต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความเป็นธรรมและให้การสงเคราะห์แก่ประชาชนผู้ติดต่อราชการ หรือในการปฏิบัติราชการเกี่ยวกับหน้าที่ของตนโดยไม่ชักช้า และด้วยความสุภาพเรียบร้อยโดยห้ามมิให้ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่หรือข่มเหงประชาชนผู้ติดต่อราชการหรือในการปฏิบัติราชการเกี่ยวกับหน้าที่ของตน
(๙) ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความตั้งใจ อุตสาหะ เพื่อให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการ เอาใจใส่ ระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ และต้องไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ
(๑๐) ต้องไม่กระทำการอันเป็นเหตุให้แตกความสามัคคีระหว่างข้าราชการตำรวจ
(๑๑) ต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดยปกปิดข้อความซึ่งควรต้องแจ้งถือว่าเป็นการรายงานเท็จด้วย
(๑๒) ต้องไม่ใช้กิริยาวาจาหรือประพฤติตนในลักษณะที่ไม่สมควร
(๑๓) ต้องไม่กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว
(๑๔) ต้องไม่กระทำด้วยประการใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการบังคับผู้บังคับบัญชาเป็นทางให้เสียระเบียบแบบแผนวินัยตำรวจ
(๑๕) ต้องไม่กระทำหรือละเว้นการกระทำใด ๆ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการหรือทำให้เสียระเบียบแบบแผนของตำรวจ
(๑๖) ต้องไม่กระทำการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาผลประโยชน์อันอาจทำให้เสียความเที่ยงธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน
(๑๗) ต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
(๑๘) กระทำการหรือไม่กระทำการตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

มาตรา ๗๙ การกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ได้แก่การกระทำดังต่อไปนี้
(๑) ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้
(๒) ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ
(๓) เหยียดหยาม กดขี่ ข่มเหง หรือทำร้ายประชาชนผู้ติดต่อราชการหรือในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ราชการ
(๔) กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุกหรือโทษที่หนักกว่าโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหรือให้รับโทษที่หนักกว่าโทษจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๕) กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
(๖) กระทำหรือละเว้นการกระทำใด ๆ รวมทั้งการกระทำผิดตามมาตรา ๗๘ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
(๗) กระทำการหรือไม่กระทำการตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

มาตรา ๘๐ ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่เสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัย ป้องกันมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัย และดำเนินการทางวินัยแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาซึ่งมีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย
วิธีการเสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัย และการป้องกันมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัย ให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร.
เมื่อปรากฏกรณีมีมูลที่ควรจะกล่าวหาว่าข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำผิดวินัยให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยทันทีตามที่บัญญัติไว้ในหมวด ๖
ผู้บังคับบัญชาผู้ใดละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรานี้และตามหมวด ๖ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวโดยไม่สุจริต ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย

มาตรา ๘๑ เมื่อมีความจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์ในการรักษาวินัยและปราบปรามข้าราชการตำรวจผู้ก่อการกำเริบ หรือเพื่อบังคับข้าราชการตำรวจผู้ละทิ้งหน้าที่ให้กลับทำหน้าที่ของตนผู้บังคับบัญชาอาจใช้อาวุธหรือกำลังบังคับได้ และถ้าได้กระทำโดยสุจริตตามสมควรแก่เหตุแล้ว ผู้บังคับบัญชาหรือผู้ช่วยเหลือไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา
เมื่อมีเหตุดังกล่าว ผู้บังคับบัญชาจะต้องรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาเหนือตนตามลำดับชั้นจนถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติโดยเร็ว

มาตรา ๘๒ โทษทางวินัยมี ๗ สถาน ดังต่อไปนี้
(๑) ภาคทัณฑ์
(๒) ทัณฑกรรม
(๓) กักยาม
(๔) กักขัง
(๕) ตัดเงินเดือน
(๖) ปลดออก
(๗) ไล่ออก
การลงโทษภาคทัณฑ์ ได้แก่ การลงโทษแก่ผู้กระทำผิดอันควรต้องรับโทษสถานหนึ่งสถานใด แต่มีเหตุอันควรปรานีจึงเพียงแค่แสดงความผิดผู้นั้นให้ปรากฏไว้
การลงโทษทัณฑกรรม ได้แก่ การให้ทำงานโยธา การให้อยู่เวรยาม นอกจากหน้าที่ประจำ หรือการให้ทำงานสาธารณประโยชน์ซึ่งต้องไม่เกินหกชั่วโมงต่อหนึ่งวัน
การลงโทษกักยาม ได้แก่ การกักตัวไว้ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งที่สมควรตามที่จะกำหนด
การลงโทษกักขัง ได้แก่ การขังในที่จัดไว้เพื่อควบคุมแต่เฉพาะคนเดียวหรือหลายคนรวมกันตามที่จะได้มีคำสั่ง
การลงโทษกักยามหรือกักขังจะใช้งานโยธาหรืองานอื่นของทางราชการด้วยก็ได้แต่ต้องไม่เกินหกชั่วโมงต่อหนึ่งวัน

มาตรา ๘๓ การลงโทษข้าราชการตำรวจให้ทำเป็นคำสั่งโดยระบุในคำสั่งด้วยว่าผู้ถูกลงโทษกระทำผิดวินัยในกรณีใดและมาตราใด
วิธีการออกคำสั่งเกี่ยวกับการลงโทษให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

หมวด ๖
การดำเนินการทางวินัย
                   

มาตรา ๘๔ เมื่อมีการกล่าวหาหรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่าข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำผิดวินัยให้ผู้บังคับบัญชารีบดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงหรือพิจารณาในเบื้องต้นว่ากรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยหรือไม่
ในการสืบสวนข้อเท็จจริงให้แจ้งเรื่องที่ถูกกล่าวหาหรือถูกร้องเรียนให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ และให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงข้อเท็จจริงภายในเวลาที่กำหนด ถ้าเห็นว่ากรณีไม่มีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยให้สั่งยุติเรื่องได้ ถ้าเห็นว่ากรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย ให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๘๕ หรือมาตรา ๘๖ แล้วแต่กรณีทันที

มาตรา ๘๕ เมื่อข้าราชการตำรวจถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงให้ผู้บังคับบัญชานำสำนวนการสืบสวนข้อเท็จจริงตามมาตรา ๘๔ มาพิจารณาสั่งการตามมาตรา ๘๙

มาตรา ๘๖ เมื่อข้าราชการตำรวจถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงให้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบสวน ในการสอบสวนต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบโดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหา เมื่อดำเนินการแล้ว ถ้าฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำผิดวินัย ให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๘๙ หรือมาตรา ๙๐ แล้วแต่กรณี ถ้าฟังไม่ได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัย ให้สั่งยุติเรื่อง
ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๗๒ หรือผู้บังคับบัญชาอื่นตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. เป็นผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามวรรคหนึ่ง
ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจตำแหน่งต่างกันถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงร่วมกันให้ผู้มีอำนาจสำหรับผู้ถูกกล่าวหาที่มีตำแหน่งในระดับสูงกว่าเป็นผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาตามมาตรา ๑๐๑ และผลการสอบสวนปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการสั่งการตามผลการสอบสวนโดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือดำเนินการสอบสวนใหม่ แต่ทั้งนี้ ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ โดยจะระบุหรือไม่ระบุพยานก็ได้ และต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ด้วย

มาตรา ๘๗ หลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาเกี่ยวกับการสืบสวน และการสอบสวนที่ต้องดำเนินการตามมาตรา ๘๔ และมาตรา ๘๖ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
ในการพิจารณาของผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจตามมาตรา ๘๕ มาตรา ๘๖ มาตรา ๘๙ หรือมาตรา ๙๐ ให้พิจารณาสั่งการให้แล้วเสร็จภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันได้รับสำนวน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. ซึ่งทำให้การพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวก็ให้ขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกินสองครั้ง โดยแต่ละครั้งจะต้องไม่เกินหกสิบวัน ในการนี้ หากยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ให้ข้าราชการตำรวจผู้ถูกกล่าวหากลับคืนสู่ฐานะเดิมก่อน และให้ถือว่าไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างถูกสืบสวนหรือสอบสวน แล้วแต่กรณี นับแต่วันครบกำหนดเวลาดังกล่าวจนกว่าการพิจารณาสั่งการในเรื่องนั้นจะเสร็จสิ้นและมีคำสั่ง
ในกรณีที่เป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร. จะดำเนินการทางวินัยโดยไม่ต้องสืบสวนหรือสอบสวนก็ได้

มาตรา ๘๘ เมื่อมีเหตุจำเป็นจะต้องกักตัวข้าราชการตำรวจซึ่งถูกกล่าวหาไว้เพื่อประโยชน์ในการสอบสวน เช่น จะหลบหนี หรือจะไปทำร้าย หรือข่มขู่ผู้เสียหายหรือพยาน ให้ผู้บังคับบัญชามีอำนาจกักตัวข้าราชการตำรวจนั้นระหว่างดำเนินการสอบสวนได้เท่าที่จำเป็นแก่การสอบสวน แต่ต้องไม่เกินอำนาจลงโทษกักขังของผู้สั่งกักตัวและต้องไม่เกินสิบห้าวัน
ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจตามวรรคหนึ่งถูกลงโทษกักยามหรือกักขังให้หักจำนวนวันที่ถูกกักตัวออกจากระยะเวลากักยามหรือกักขังด้วย และในกรณีที่ถูกลงโทษทัณฑกรรม ให้ถือว่าการถูกกักตัวเป็นการรับโทษสำหรับความผิดนั้นแล้ว

หัวข้อ: Re: #จัดไปรวมแนวข้อสอบ #นายสิบตำรวจ #ตชด #สายปราบปราม #สายอำนวยการ #นสต
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ เมษายน 16, 2016, 06:26:03 pm
มาตรา ๘๙ ข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ทัณฑกรรม กักยาม กักขัง หรือตัดเงินเดือนตามควรแก่กรณีให้เหมาะสมกับความผิด ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่สำหรับการลงโทษภาคทัณฑ์ให้ใช้เฉพาะกรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อยหรือมีเหตุอันควรลดหย่อน ซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษทัณฑกรรม
ถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นว่าผู้กระทำผิดวินัยควรได้รับโทษสูงกว่าที่ตนมีอำนาจสั่งลงโทษ ให้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาของตนที่มีอำนาจ เพื่อให้พิจารณาดำเนินการเพื่อลงโทษตามควรแก่กรณี
ในกรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อยและมีเหตุอันควรงดโทษ จะงดโทษให้โดยให้ทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือหรือว่ากล่าวตักเตือนก็ได้
การลงโทษตามมาตรานี้ ผู้บังคับบัญชาจะมีอำนาจสั่งลงโทษผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาในสถานโทษและอัตราโทษได้เพียงใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

มาตรา ๙๐ ข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๗๒ สั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออก ตามความร้ายแรงแห่งกรณี ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลงโทษก็ได้ แต่ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก
การพิจารณาสั่งลงโทษของผู้มีอำนาจตามมาตรา ๗๒ (๒) (๓) และ (๔) ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองเสนอ โดยคณะกรรมการดังกล่าวอย่างน้อยต้องประกอบด้วยรองหัวหน้าหน่วยงานนั้นทุกคน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
ผู้ถูกลงโทษปลดออกตามมาตรานี้ ให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนว่าผู้นั้นลาออกจากราชการ

มาตรา ๙๑ เมื่อผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการตำรวจผู้ใดแล้ว ให้รายงานการดำเนินการทางวินัยต่อผู้บังคับบัญชาที่มีตำแหน่งเหนือผู้ดำเนินการทางวินัยและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาที่ได้รับรายงานตามวรรคหนึ่งเห็นว่าการยุติเรื่อง การงดโทษหรือการลงโทษเป็นการไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม ก็ให้มีอำนาจสั่งลงโทษ เพิ่มโทษเป็นสถานโทษหรืออัตราโทษที่หนักขึ้น ลดโทษลงเป็นสถานโทษหรืออัตราโทษที่เบาลง งดโทษโดยให้ทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือหรือว่ากล่าวตักเตือน หรือยกโทษให้ถูกต้องหรือเหมาะสมตามควรแก่กรณี ตลอดจนแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในคำสั่งเดิมให้ถูกต้องเหมาะสมได้ด้วย และในกรณีที่เห็นว่าควรดำเนินการอย่างใดเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาให้ได้ความจริงและยุติธรรมก็ให้มีอำนาจดำเนินการหรือสั่งดำเนินการได้ตามควรแก่กรณี โดยการสั่งลงโทษหรือเพิ่มโทษเป็นสถานโทษที่หนักขึ้น ต้องไม่เกินอำนาจของตนตามมาตรา ๘๙ และการเพิ่มอัตราโทษเมื่อรวมกับอัตราโทษเดิมต้องไม่เกินอำนาจนั้นด้วย ถ้าเกินอำนาจของตน ก็ให้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาของผู้นั้นตามลำดับเพื่อให้พิจารณาดำเนินการตามควรแก่กรณี ทั้งนี้ ถ้าเห็นว่าการจะสั่งลงโทษหรือเพิ่มโทษนั้นกรณีเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ก็ให้รายงานต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อให้พิจารณาดำเนินการ
ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษตามมาตรา ๘๙ สั่งยุติเรื่อง หรือสั่งงดโทษข้าราชการตำรวจผู้ใดไปแล้ว แต่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเห็นว่ากรณีเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง หรือเมื่อได้รับรายงานที่ผู้บังคับบัญชาตามวรรคสองเห็นว่ากรณีเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ก็ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจดำเนินการตามมาตรา ๘๖ แต่ถ้าเป็นกรณีที่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา ๘๖ ไว้แล้ว ก็ให้ดำเนินการตามมาตรา ๙๐
เมื่อมีกรณีเพิ่มโทษ ลดโทษ งดโทษ หรือยกโทษ ให้ผู้สั่งมีคำสั่งใหม่ และในคำสั่งดังกล่าวให้สั่งยกเลิกคำสั่งลงโทษเดิมด้วย พร้อมทั้งระบุวิธีการดำเนินการให้ผู้ถูกลงโทษตามคำสั่งเดิมรับโทษที่เพิ่มขึ้นหรือกลับคืนสู่ฐานะเดิม แล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

มาตรา ๙๒ เมื่อผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงหรือสั่งให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการในเรื่องใดไปแล้ว ถ้า ก.ตร. พิจารณาเห็นเป็นการสมควรที่จะต้องสอบสวนเพิ่มเติมหรือสอบสวนใหม่ ให้ ก.ตร. มีอำนาจสอบสวนเพิ่มเติมหรือสอบสวนใหม่ในเรื่องนั้นได้ตามความจำเป็นโดยจะสอบสวนเองหรือตั้งอนุกรรมการหรือให้คณะกรรมการสอบสวน สอบสวนเพิ่มเติมหรือสอบสวนใหม่แทนก็ได้ หรือกำหนดประเด็นหรือข้อสำคัญที่ต้องการทราบส่งไป เพื่อให้คณะกรรมการสอบสวนที่ผู้บังคับบัญชาได้แต่งตั้งไว้เดิมทำการสอบสวนเพิ่มเติมได้ด้วย
ในการดำเนินการตามมาตรานี้ให้นำมาตรา ๙๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๙๓ ให้ผู้สืบสวน กรรมการสืบสวน และกรรมการสอบสวน เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และให้กรรมการสอบสวนมีอำนาจเช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเพียงเท่าที่เกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของกรรมการสอบสวน และโดยเฉพาะให้มีอำนาจเรียกให้กระทรวง ทบวง กรม หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ ห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำหรือชี้แจงข้อเท็จจริง ส่งเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ส่งผู้แทนหรือบุคคลในสังกัดมาชี้แจงหรือให้ถ้อยคำเกี่ยวกับเรื่องที่สอบสวน

มาตรา ๙๔ ข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกสอบสวนในกรณีการกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงหรือมีกรณีที่ถูกชี้มูลความผิดตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตไว้แล้ว แม้ต่อมาข้าราชการตำรวจผู้นั้นจะออกจากราชการไปแล้วก็ให้ทำการสอบสวนต่อไปได้ แต่ต้องดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันออกจากราชการ
การดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการตำรวจตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำได้เสมือนว่าผู้นั้นยังมิได้ออกจากราชการ เว้นแต่กรณีที
หัวข้อ: Re: #จัดไปรวมแนวข้อสอบ #นายสิบตำรวจ #ตชด #สายปราบปราม #สายอำนวยการ #นสต
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ เมษายน 16, 2016, 07:07:38 pm
ถาม – ตอบ การตรวจสถานที่เกิดเหตุของตำรวจ
 
สถานที่เกิดเหตุ หมายถึงอะไร
ตอบ  หมายถึง  สถานที่ที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นและอาจหาวัตถุพยานได้ด้วยซึ่งจะทำให้ผู้ที่ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุสามารถอ่านสภาพของสถานที่เกิดเหตุออกมาได้ว่า ใคร ควรจะเป็นผู้กระทำความผิด ทำอย่างไรด้วยวิธีการใด เมื่อเวลาอะไรและประสงค์ต่ออะไร
จงอธิบายความสำคัญของสถานที่เกิดเหตุ
ตอบ   การตรวจสถานที่เกิดเหตุเป็นหัวใจของงานสืบสวนสอบสวนจะประสพความสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับความละเอียดรอบคอบและปฏิบัติงานตามหลักวิชาของเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุเนื่องจากเป็นบริเวณที่ซึ่งอาชญากรมักทิ้งร่องรอยไว้เสมอ และสามารถพบพยานหลักฐานต่างๆในคดี  เช่น ศพ ผู้เสียหาย วัตถุพยาน พยานบุคคล
ในการตรวจสถานที่เกิดเหตุมีจุดประสงค์อย่างไร
ตอบ  เพื่อตรวจเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆให้ได้มากที่สุดเพื่อเอาไปตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดให้ทราบถึงมูลคดีแล้วแจ้งผลให้พนักงานสอบสวนทราบ เพื่อเป็นประโยชน์ในแนวทางสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด
อุปกรณ์สำหรับตรวจสถานที่เกิดเหตุ มีอะไรบ้าง
ตอบ   ตำรวจไทยควรจัดหา จัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับตรวจสถานที่เกิดเหตุ ด้วยตนเอง ดังนี้.-
กล้อง ถ่ายรูป ควรใช้เลนส์แบบถ่ายภาพแบบมาโครสำหรับถ่ายภาพ สภาพทั่วไปของสถานที่เกิดเหตุ ภาพวัตถุพยาน ช่องทางประตู หน้าต่าง สิ่งผิดปกติอื่นๆ
กล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหว สำหรับถ่ายภาพขั้นตอนการตรวจสถานที่เกิดเหตุของนักสืบ
เครื่องบันทึกเสียงดิจิตอล
แถบวัดบอกขนาดวัตถุ สำหรับวางทาบกับวัตถุพยาน ทำให้ทราบขนาดของวัตถุพยานได้จากภาพถ่าย
แถบวัดระยะ สำหรับวัดหาระยะ จุดพบศพ จุดพบวัตถุ ขนาดห้องที่เกิดเหตุ ความกว้างสูงของหน้าต่างประตู ช่องทางที่คนร้ายลอดเข้ามา ฯลฯ
เครื่องวัดระยะแบบละเอียด (ฟิงเกอร์เกจ)
ชุดเก็บลายนิ้วมือแฝง
ซอง และ ถุง พลาสติกสำหรับใส่วัตถุพยาน พร้อมสติกเกอร์สำหรับเขียนบ่งบอกลำดับ รายละเอียด
ขวดสำหรับเก็บวัตถุพยานที่เป็นของเหลว พร้อมเทปสำหรับคาดผนึกฝาขวด
ก้านสำลี สำหรับเก็บวัตถุพยานที่เป็นของเหลว หรือ ผง ที่มีขนาดเล็ก
ก้อนสำลีสำหรับซับเก็บ เลือด น้ำอสุจิ น้ำคัดหลั่งจากร่างกาย ฯลฯ
แว่นขยาย สำหรับตรวจดูวัตถุพยาน หรือ บาดแผลที่มีขนาดเล็ก
ถุงมือยาง
ผ้าปิดจมูก
มีดคัทเตอร์
อุปกรณ์ช่างเท่าที่จะสามารถนำติดตัวไปได้
แบบฟอร์มบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุ กระดาษเปล่า ปากกา
เมื่อพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งเหตุกรณีมีคนตายหรือการเกิดอุบัติเหตุ พนักงานสอบสวนต้องปฏิบัติอย่างไร
ตอบ  ต้องประสานงานร่วมกับแพทย์นิติเวชผู้รับผิดชอบในเขตพื้นที่ เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพ พร้อมทั้งมีการเตรียมการและมีการวางแผนการดำเนินการ เตรียมเครื่องมือการตรวจให้พร้อม เตรียมการสำหรับอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากในสถานที่เกิดเหตุย่อมไม่เป็นสถานที่ปลอดภัยเสมอไป พนักงานสอบสวนจะต้องเข้าค้นหาพยานหลักฐานควรต้องทำให้เป็นระบบที่เตรียมการอย่างเคร่งครัด รวมทั้งการตรวจหาอาวุธและวัตถุพยาน ฯลฯ
ถ้าในสถานที่เกิดเหตุมีร่องรอยของการต่อสู้ พนักงานสอบสวนและแพทย์ผู้ทำการชันสูตรพลิกศพต้องตรวจหาร่องรอยการต่อสู้ งัดแงะ ฯลฯ ในสถานที่เกิดเหตุ และต้องคอยระมัดระวังดูแลรักษาสถานที่เกิดเหตุ ไม่ให้บุคคลภายนอกที่ไม่ข้องเกี่ยวกับคดีเข้าไปวุ่นวายภายในสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งการปล่อยบุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเข้าไปวุ่นวาย อาจทำลายพยานหลักฐานที่ปรากฏในสถานที่เกิดเหตุได้โดยไม่ตั้งใจ เพราะฉะนั้นพนักงานสอบสวนต้องเข้มงวดในการกั้นสถานที่เกิดเหตุ รวมทั้งต้องดำเนินการเกี่ยวกับผู้บาดเจ็บหรือศพอีกด้วย
ก่อนเข้าทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุ แพทย์และพนักงานสอบสวนต้องคำนึงถึงสิ่งใด
ตอบ  ต้องคำนึงถึงอันตรายอันอาจจะเกิดขึ้นได้เช่น อันตรายจากก๊าซพิษและไฟฟ้าลัดวงจรกรณีที่มีเพลิงไหม้ อันตรายจากรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ในรายที่เกิดอุบัติเหตุจราจร อันตรายจากการระเบิดกรณีที่มีเหตุวางระเบิดซึ่งอาจจะมีระเบิดตกค้างอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ อันตรายจากตึกถล่ม สำหรับพนักงานสอบสวนหรือแพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้ชันสูตรพลิกศพควรระลึกไว้เสมอว่า การตรวจที่เกิดเหตุไม่ใช่สามารถตรวจครั้งเดียวจะเสร็จสิ้นได้เสมอไป บางครั้งอาจจะต้องกลับมาตรวจเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง
ถ้าประสบเหตุหรือถูกตามให้เข้าไปในสถานที่พบศพหรือสถานที่เกิดเหตุ เป็นคนแรก ควรปฏิบัติอย่างไร
ตอบ   ไม่ว่าพนักงานสอบสวนหรือสืบสวนระดับชั้นยศใดก็ตาม  ถ้าบังเอิญประสบเหตุหรือถูกตามให้เข้าไปในสถานที่พบศพหรือสถานที่เกิดเหตุ เป็นคนแรก  ควรปฏิบัติ  ดังต่อไปนี้
1.บันทึก วัน เวลา ที่เข้าไปในที่พบศพหรือที่เกิดเหตุ
2.เข้าที่เกิดเหตุโดยหลีกเลี่ยงการอาจจะทำลายหลักฐานหรือวัตถุพยาน
3.รักษาสถานที่เกิดเหตุมิให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปเป็นอันขาด
4.ถ้ามีผู้บาดเจ็บที่มีอาการหนัก จะต้องพยายามตามหน่วยรักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องหรือที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อนำ ผู้บาดเจ็บไปรับการรักษาพยาบาลโดยเร็ว ถึงแม้กว่าการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บอาจจะทำลายพยานวัตถุบางอย่าง แต่เพื่อการรักษาชีวิต  และถ้าเป็นไปได้ควรมีผู้ร่วมทางไปกับผู้บาดเจ็บด้วย เนื่องจากอาจจะได้ปากคำของผู้บาดเจ็บในระหว่างทาง หรือในขณะกำลังจะเสียชีวิต  ซึ่งปากคำนั้นมีคุณค่าต่อการสอบสวนสืบสวนมาก
5.ดำเนินการเกี่ยวกับผู้ตาย  เมื่อมีศพควรพยายามที่จะไม่ทำการใดใดเกี่ยวกับศพ  แต่จะต้องรายงานพนักงานสอบสวนผู้มีหน้าที่ให้ทราบ เพื่อจะได้ดำเนินการเกี่ยวกับการชันสูตรตามกฎหมาย
6.รายงานผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบ หรือผู้ร่วมงาน หรือแพทย์ผู้ชันสูตร  เพื่อทำการชันสูตรและขอกำลังสนับสนุน
7.บันทึกเกี่ยวกับอาวุธที่พบในที่เกิดเหตุหรือที่พบศพ ตำแหน่งที่พบ และความสัมพันธ์ของท่าทางศพกับตำแหน่งของอาวุธ
8.ในบางครั้งอาจพบผู้ต้องสงสัยในที่เกิดเหตุ ให้ดำเนินการจับกุมหรือควบคุมตัวไว้ก่อน เพื่อป้องกันการหลบหนี หรือการทำลายหลักฐาน โดยแจ้งให้ทราบถึงข้อกำหนดตามกฎหมาย(ต่างประเทศ) จนกว่ากำลังสนับสนุนจะมาถึง
9.สอบสวนผู้อยู่ในเหตุการณ์ไปพลางก่อน  มีใครบ้างในที่เกิดเหตุตอนที่พนักงานไปพบ  การถามให้ถามสั้นๆเท่านั้นเพราะหน้าที่หลักคือรักษาสถานที่เกิดเหตุ  ถ้ามีทั้งผู้ต้องสงสัยและพยานอยู่ในที่เกิดเหตุให้แยกที่กักตัวเท่าที่จะ ทำได้  อย่าแสดงความคิดเห็นต่อพยานหรือคนมุง แต่ให้พยายามฟังว่าเขาพูดอะไรกันบ้าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับพนักงานสอบสวนมาก  ป้องกันสิ่งที่เป็นพยานไม่ให้หายไป ระหว่างรอกำลังสนับสนุนหรือผู้บังคับบัญชา  การติดต่อกรณีนี้ควรใช้โทรศัพท์ เนื่องจากมีนักข่าวสื่อมวลชนจำนวนมากที่มีวิทยุของตำรวจหรือใช้คลื่นตำรวจ  เพื่อป้องกันการมีคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชันสูตรมาอยู่ในที่เกิดเหตุมาก เกินไป
10.มอบการรักษาที่เกิดเหตุให้พนักงานสอบสวน เพื่อจะรักษาต่อไปจนกว่าการชันสูตรหรือตรวจสถานที่ ได้ทำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ซึ่งหมายความว่าจนกว่าการทำรายงานเกี่ยวกับสถานที่เสร็จสิ้นลงแล้ว ซึ่งอาจจะใช้เวลาหลายวัน
การตรวจศพในสถานที่เกิดเหตุ เป็นหน้าที่ของใคร
ตอบ  เป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้ทำการชันสูตรพลิกศพ โดยจะต้องทำการตรวจสภาพศพโดยคร่าว ๆ เท่านั้นเช่น ตรวจพบบาดแผลบนร่างกายของศพ ต้องระบุประเภทของบาดแผลว่า บาดแผลที่พบนั้นเป็นบาดแผลชนิดใด ถูกของไม่มีคม บาดแผลมีคมหรือบาดแผลที่เกิดจากกระสุนปืน รวมทั้งสรุปจำนวนบาดแผลที่ตรวจพบ
การตรวจศพในสถานที่เกิดเหตุนั้นพนักงานสืบสวนสอบสวนควรให้ความสนใจในเรื่องใด
ตอบ  การตรวจศพในสถานที่เกิดเหตุนั้นพนักงานสืบสวนสอบสวนควรให้ความสนใจในเรื่อง  ต่อไปนี้คือ
1.ท่าทางของศพเปรียบเทียบกับสภาพแวดล้อมรอบข้าง และถ่ายรูปไว้ก่อนที่ขยับศพ
2.เสื้อผ้าที่ติดอยู่กับศพ ว่าอยู่ในตำแหน่งใด  ถูกดึงรั้งส่วนไหน กางเกงในดึงลงมาเท่าไร  มีรูทะลุเข้าบาดแผลหรือไม่ (ห้ามใช้วัตถุใดใดแยงเข้าไปในบาดแผล เพราะอาจไปทำลายหรือเพิ่มเศษสิ่งบางอย่างในแผลได้) รวมถึงการตรวจค้นตามกระเป๋าเสื้อ-กางเกง
3.จากนั้นจึงค่อยตรวจร่างกายทั่วไป หัวหันอย่างไร ตาลืม? ปากอ้า? มีน้ำ หรือของเหลวใด ที่อวัยวะหรือเสื้อผ้าส่วนใด มีบาดแผลใดบ้าง โดยเริ่มตั้งแต่ หัว ตัว แขน และขา ซึ่งการตรวจนี้ เป็นเพียงเพื่อเป็นแนวทางเท่านั้น ผลการตรวจละเอียดต้องรอจากการผ่าศพของนิติเวชแพทย์
4.เก็บรักษาบางส่วนของศพแล้วแต่กรณี  เสื้อผ้าที่ใส่อยู่บนตัวศพ ห้ามถอดออก ต้องนำไปตรวจพร้อมกับศพเสมอ อาจจะต้องใช้ถุงกระดาษห่อหุ้มบางส่วนของศพเพื่อป้องกันการปนเปื้อนหรือการ สูญหายของวัตถุพยาน บางกรณีอาจจะต้องห้ามการพิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือไว้ก่อน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเช่นกัน เช่น กรณีใช้อาวุธปืน ศพที่ถูกข่มขืนและฆ่า ฯลฯ จนกว่าการตรวจศพอย่างละเอียดเสร็จสิ้นแล้ว
5.หลังเคลื่อนย้ายศพแล้ว ให้ประมาณปริมาณเลือดในที่เกิดเหตุอีกครั้งหนึ่ง
กรณีที่พบศพที่เชื่อว่าถูกนำมาทิ้งจากที่อื่นตรวจสถานที่ให้ละเอียดเช่นกันตรวจคราบเลือด หรือร่องรอยการเดินหรือเคลื่อนที่ตามเส้นทางที่จะเข้าออกสถานที่นั้น(ซึ่ง อาจจะมีอยู่จำกัด) รอยลู่ของหญ้า รอยเท้าหรือรอยลากบนพื้น กิ่งไม้ที่หักเป็นทาง ฯลฯ
7.ถ้าศพพบที่กลางแจ้งการตรวจที่เกิดเหตุต้องรีบทำเพราะพยานหลักฐานต่างๆอาจ จะถูก ลบเลือนได้ง่ายจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศเช่น ลม ฝน หิมะ ฯลฯ
จงอธิบายความสำคัญของสิ่งที่ปรากฏในสถานที่เกิดเหตุ
ตอบ  สิ่งที่ปรากฏในสถานที่เกิดเหตุ (Scene Marker) เป็นสิ่งที่ปรากฏขึ้นภายหลังจากเหตุการณ์ฆาตกรรมเช่น       คราบเลือด น้ำลาย ก้นบุหรี่ เศษผ้า ฯลฯ ในการตรวจสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดสามารถช่วยบอกระยะเวลาการตายของผู้ตายได้เป็นอย่างดี และเป็นหลักฐานสำคัญแก่พนักงานสอบสวนในการนำไปสู่ตัวคนร้าย
พยานทางฟิสิกส์ คืออะไร
ตอบ  หมายถึงพยานหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวกับคดี จะเป็นอะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ศพ รถ เศษผ้า กลิ่นน้ำหอม กลิ่นสารเคมี ภาพวิดีโอ ฯลฯ
จงอธิบายความสำคัญของพยานทางฟิสิกส์
ตอบ   1.พยานทางฟิสิกส์เป็นเครื่องช่วยชี้ว่ามีการก่ออาชญากรรมแน่นอน เช่น ผู้เสียหายแจ้งว่าถูกข่มขืน และตรวจพบว่าผู้เสียหายมีเสื้อผ้าฉีกขาดมีแผลช้ำตามร่างกายหลายแห่งน่าจะ แสดงว่ามีการก่ออาชญากรรมขึ้นแล้วจริงมิใช่เป็นการกล่าวหาลอยๆ หรือเจตนาใส่ร้าย
2.พยานทางฟิสิกส์สามารถชี้ว่าผู้ต้องสงสัยได้อยู่ในที่เกิดเหตุ เช่นตรวจได้ขนแมวที่ขากางเกงของผู้ต้องสงสัยที่ผู้ต้องสงสัยอธิบายที่มาไม่ ได้และบ้านที่ผู้เสียหายถูกข่มขืนเลี้ยงแมวไว้2ตัว
3.พยานทางฟิสิกส์ที่ชี้ว่าบุคคลนั้นเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมที่เกิดขึ้น เช่น พบลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องสงสัยในด้านในของถุงมือที่ถอดทิ้งไว้ในบ้านที่ถูก โจรกรรม
4.พยานทางฟิสิกส์สามารถกันผู้บริสุทธิ์ออกไป เช่น เด็กหญิง2คนพี่น้องกล่าวหาว่าผู้ต้องสงสัยวางยาแล้วทำมิดีมิร้าย แต่การตรวจทั้งเลือดและปัสสาวะของเด็กแล้วไม่พบสารใดใด
5.พยานทางฟิสิกส์สามารถยืนยันคำให้การของผู้เสียหาย เช่น ผู้เสียหายอ้างว่าถูกผู้ต้องสงสัยแทงมือ  ผู้เสียหายจึงเอามือที่เลือดออกป้ายไปบนแขนเสื้อของผู้ต้องสงสัย จากการตรวจพบว่าคราบเลือดบนแขนเสื้อของผู้ต้องสงสัยเป็นเลือดของผู้เสียหาย จริง
6.ผู้ต้องสงสัยที่ถูกยันด้วยพยานทางฟิสิกส์อาจจะสารภาพ เช่น คดีเจนจิรา เมื่อพิสูจน์ได้ว่าผู้ตายเสียชีวิตเพราะถูกยิง ในขณะที่ผู้ต้องหาให้การกับตำรวจก่อนหน้านี้ว่าฆ่าโดยการบีบคอ  ผู้ต้องหาจึงสารภาพ
7.พยานทางฟิสิกส์มีค่ามากกว่าประจักษ์พยานเพราะเคยมีการทดลองแล้วพบว่า ประจักษ์พยานอาจให้การคลาดเคลื่อนไปได้ เมื่อเวลาผ่านไปเป็นเดือน หรือ เป็นปี
8.พยานทางฟิสิกส์ได้รับความเชื่อถือจากศาลมากขึ้นเรื่อยๆ
9.ลูกขุน(ในระบบศาลลูกขุน)ก็ต้องการพยานทางฟิสิกส์
10.การไม่พบพยานทางฟิสิกส์ช่วยยืนยันว่าไม่มีอาชญากรรม เช่น แจ้งว่าถูกลักทรัพย์แต่ตรวจแล้วไม่มีร่องรอยงัดแงะและทรัพย์ที่ว่ายังอยู่
หัวข้อ: Re: #จัดไปรวมแนวข้อสอบ #นายสิบตำรวจ #ตชด #สายปราบปราม #สายอำนวยการ #นสต
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ เมษายน 16, 2016, 07:09:03 pm
ถาม – ตอบ นิติเวชศาสตร์

นิติเวชศาสตร์ มาจากคำว่าอะไร
ตอบ  นิติเวชศาสตร์ (Forensic Medicine) มาจากคำว่า “Forensic” ซึ่งเป็นภาษาละติน หมายความถึงข้อตกลงที่มีการพิพาทกันทางกฎหมาย และคำว่า “Medicine” หมายถึงวิชาทางด้านการแพทย์ ซึ่งหมายความรวมถึงแพทย์ศาสตร์หรือเวชศาสตร์
นิติเวชศาสตร์ หมายถึงอะไร
ตอบ  หมายถึง วิชาแพทย์ที่นำมาใช้หรือเกี่ยวข้องกับงานทางด้านกระบวนการยุติธรรม
นิติเวชศาสตร์ อาจถูกเรียกชื่อว่าอย่างไร
ตอบ    “ นิติเวชวิทยา ” แปลมาจากคำภาษาอังกฤษว่า forensic medicine (forensic มาจากภาษาละตินว่า forensis หมายความถึง ข้อตกลงที่พิพาททางกฎหมาย ส่วน medicine ในที่นี้หมายถึงวิชาแพทย์ แปลว่า แพทยศาสตร์หรือเวชศาสตร์)
นิติเวชศาสตร์เริ่มมีการเรียนการสอนครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.ใด
ตอบ   พ.ศ. 2456
นิติพยาธิวิทยา (Forensic Pathology) เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับอะไร
ตอบ  เป็นวิชาที่ศึกษาถึงเรื่องการตายต่าง ๆ ที่ผิดธรรมชาติ รวมทั้งการตายโดยธรรมชาติแบบกระทันหันและไม่คาดคิด ซึ่งเป็นการตายที่ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบสาเหตุ เพื่อแยกว่าไม่ใช่เป็นการตายที่ผิดธรรมชาติ การตายที่ผิดธรรมชาติในบางครั้งการชันสูตรพลิกศพอย่างเดียวก็ไม่สามารถบอกเหตุตายได้จำต้องทำการผ่าตัดหาเหตุตาย เช่น การตายจากยาบางชนิด เช่น กินยานอนหลับเกินขนาดต้องเอาของเหลวในกระเพาะอาหาร เลือด น้ำปัสสาวะไปตรวจหายาที่เกินขนาดทางพิษวิทยา เป็นต้น การตรวจหาเหตุตายอย่างละเอียดร่วมกับการไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ และการซักประวัติสามารถจะบอกพฤติการณ์ที่ตายได้ว่า การตายที่ผิดธรรมชาตินั้นเป็นการตายจากอุบัติเหตุ หรือทำอัตวินิบาตกรรม คือฆ่าตัวเองตายหรือถูกฆาตกรรมคือถูกผู้อื่นฆ่าได้ นอกจากนั้นยังสามารถช่วยพนักงานสอบสวนในเรื่องพิสูจน์ตัวบุคคลโดยตรวจศพและชิ้นส่วนของศพ ประมวลเวลาว่าศพที่ตรวจนั้นตายมานานแล้วเท่าไร โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงของศพภายหลังตาย
พิษวิทยา (Toxicology) เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับอะไร
ตอบ   เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับยาพิษและสารพิษทั้งหลายไม่ว่าจะมาจากสารเคมี จากพืชและจากสัตว์ อาจแยกออกเป็นสาขาต่าง ๆ ดังนี้
นิติพิษวิทยา (Forensic Toxicology) เป็นการตรวจหาสารพิษในอวัยวะต่าง ๆ ของคนตาย รวมทั้งจากเลือด น้ำดี น้ำไขสันหลัง และน้ำปัสสาวะ ที่สงสัยว่าจะตายจากสารพิษ และที่ตายจากสารพิษ
พิษวิทยาคลินิก (Clinical Toxicology) เป็นการตรวจหาสารพิษในผู้ป่วยที่ถูกสารพิษว่ามีขนาดมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะเป็นสารพิษชนิดไหน เพื่อจะได้ให้ยาแก้พิษที่ถูกต้องรวมทั้งการรักษาที่ถูกต้อง
พิษวิทยาอุตสาหกรรม (Industrial Toxicology) เป็นการตรวจหาสารพิษในคนงานที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น โรงงานทำแบตเตอรี่ อาจมีอาการของพิษสารตะกั่ว โรงงานทำถ่านไฟฉาย อาจมีอาการของพิษสารแมงกานีส เป็นต้น
พิษวิทยาสิ่งแวดล้อม (Environmental Toxicology) เป็นการตรวจหาสารพิษจากสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เช่น อากาศเป็นพิษจากมีแก๊สคาร์บอนมอนน๊อกไซด์ มาจากท่อไอเสียของรถยนต์ มลภาวะไม่ดีจากโรงงานปล่อยของเสียออกจากโรงงาน ไม่ว่าจากน้ำเสียหรือควันจากการเผาไหม้ ถ้าไม่มีการควบคุมโรงงานให้ดี อาจเกิดพิษต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ใกล้โรงงาน
พิษวิทยาผู้อุปโภค (Consumer Toxicology) เป็นการตรวจหาสารพิษในอาหารต่าง ๆ เช่น นมจากแถวประเทศสแกนดิเนเวียมีสารกัมมันตภาพรังสี ที่มีในนมอาจมีปริมาณที่เป็นอันตรายได้ถ้าอุปโภคไปบ่อย ๆ การใช้กรดซัลฟูริคแทนน้ำส้มสายชู นอกจากนั้นยังมีสารพิษชนิดต่าง ๆ อาจปนมาโดยบังเอิญ หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ขายก็ได้
พิษวิทยาอวกาศหรือการสงคราม (Aviations & Chemical Warfare Toxicology) เป็นการตรวจหาสารพิษที่ใช้ในสงคราม เช่น ฝนเหลือง ที่อาจทำอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และพืชพันธุ์ได้ที่เคยมีข่าวแถบชายแดนไทย-เขมรซึ่งเคยมีจรวดตกมาบริเวณชายแดนไทย เอาไปตรวจสอบพบว่ามีแก๊สพิษฟอร์ลีนและไซยาไนด์
นิติเวชคลินิก (Clinical Jurisprudence or Clinical Forensic Medicine) หมายถึงอะไร
ตอบ   หมายถึง การตรวจผู้ป่วยที่แพทย์ตรวจแล้วต้องให้ความเห็นแก่พนักงานสอบสวนโดยอาศัยจากอาการและการตรวจร่างกาย และสิ่งตรวจพบ วัตถุพยานต่าง ๆ เช่น ผู้ป่วยถูกข่มขืนกระทำชำเรา ผู้ป่วยได้รับอันตรายเกิดบาดแผลชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจากอุบัติเหตุ ทำตัวเอง หรือถูกทำร้ายจากบุคคลอื่น ผู้ป่วยถูกสารพิษชนิดต่าง ๆ ถูกสารทางกายภาพ เช่น ความร้อน ไฟฟ้า เป็นต้น ได้รับอันตรายจากกลุ่มพวกขาดอากาศ เช่น จมน้ำ แขวนคอ เป็นต้น รวมทั้งบุคคลต่าง ๆ ที่พนักงานสอบสวนส่งมาให้แพทย์ทำการตรวจได้ เช่น คนถูกวางยาสลบชนิดต่าง ๆ โสเภณี หญิงถูกข่มขืนกระทำชำเรา ตรวจอายุบุคคลว่าอายุเท่าไร เป็นต้น
นิติซีโรวิทยา (Forensic Serology) เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับอะไร
ตอบ  เป็นวิชาที่ตรวจเลือดและน้ำเหลืองในส่วนที่เกี่ยวกับแอนติเจนและแอนติบอดี้ (Antigen and Antibody) และดีเอ็นเอ
วัตถุพยานทางชีววิทยา (Biological trace evidence) เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับอะไร
ตอบ   เป็นการตรวจวัตถุพยานทางชีววิทยา เช่น เลือด น้ำลาย ขน เส้นผม ตัวอสุจิ และน้ำอสุจิ เป็นต้น เป็นการตรวจยืนยันว่าเป็นของใครในที่เกิดเหตุ และที่พบในร่างกายของผู้เสียหาย
 
แอลกอฮอล์กับเวชศาสตร์การจราจร (Alcohol and Traffic Medicine) เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับอะไร
ตอบ  เป็นการตรวจหาความเมาโดยการวิเคราะห์หาปริมาณแอกอฮอล์ในเลือดในคนขับยวดยานชนิดต่าง ๆ และที่ตายจากอุบัติเหตุการจราจร รวมทั้งโรคชนิดต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุการจราจรได้ เช่น โรคลมชัก โรคหลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจตีบและอุดตัน เป็นต้น
นิติจิตเวชศาสตร์ (Forensic Psychiatry) เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับอะไร
ตอบ  เป็นแขนงหนึ่งของสาขาวิชาจิตเวชศาสตร์ (Psychiatry) เป็นวิชาที่ว่าด้วยเรื่องทางจิตและโรคทางจิต เช่น มีจิตบกพร่อง โรคจิต หรือจิตฟั่นเฟือน มีประโยชน์มากในกระบวนการยุติธรรมทั้งในคดีอาญาและในคดีแพ่ง
การตรวจฟันทางนิติเวชศาสตร์ (Forensic Odontology) เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับอะไร
ตอบ   เป็นวิชาหนึ่งของวิชาทันตแพทย์ในเรื่องของการตรวจฟัน เช่น ตรวจเรื่องอายุ การตรวจเพื่อพิสูจน์ตัวบุคคลโดยเปรียบเทียบกับการบันทึกของฟันขณะที่มีชีวิตอยู่ กับลักษณะฟันของคนตาย โดยเฉพาะในรายเน่ามาก ๆ หรือศพที่พบในกองเพลิง หรือเครื่องบินตกแล้วมีเพลิงลุกไหม้
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ มีกฎหมายใดบ้าง
ตอบ  กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ (Law related to Medicine)  ได้แก่ พระราชบัญญัติการประกอบวิชาชีพเวชกรรม พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พระราชบัญญัติการพยาบาลและผดุงครรภ์ พระราชบัญญัติยา เป็นต้น
วิชานิติเวชศาสตร์ (Forensic Medicine) เป็นวิชาแพทย์สาขาหนึ่งของการแพทย์และเป็นส่วนหนึ่งของนิติวิทยาศาสตร์ (Forensic Science) ซึ่งหมายความว่าอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ  หมายความว่าเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทุกสาขานำมาประยุกต์ให้เป็นประโยชน์กับกฎหมาย โดยเฉพาะในการสืบสวนสอบสวนของตำรวจในคดีความต่าง ๆ เรียกวิชาการพิสูจน์หลักฐาน (Criminalistics) เป็นกองหนึ่งของกรมตำรวจ เรียกว่า กองพิสูจน์หลักฐาน ได้แก่
การตรวจสถานที่เกิดเหตุและการถ่ายรูป (Crime Scene Investigation and Forensic Photography) เพื่อประกอบคดีหาหลักฐานต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ในคดี
การตรวจลายนิ้วมือ (Finger Prints) เพื่อพิสูจน์ตัวบุคคล รวมทั้งลายนิ้วมือที่สงสัยในสถานที่เกิดเหตุเพื่อนำมาเปรียบเทียบกับลายนิ้วมือ ที่มีในแฟ้มประวัติของกรมตำรวจเพื่อตรวจสอบ
การตรวจเอกสาร (Questioned Documents) เป็นการตรวจลักษณะและสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะการตรวจธนบัตรปลอม เป็นต้น
การตรวจอาวุธปืน กระสุนปืน และวัตถุระเบิด (Firearms & Ballistics) เป็นการตรวจอาวุธปืนเพื่อพิสูจน์ปืนของกลางในคดีฆาตกรรมต่าง ๆ
การตรวจทางเคมี (Forensic Chemical) เป็นการตรวจสารเคมี เช่น การตรวจวัตถุที่ใช้ในการวางเพลิง การตรวจสถานที่เกิดเหตุที่มีแก๊สคาร์บอนมอนน๊อกไซด์ เป็นต้น
การตรวจทางฟิสิกส์ (Forensic Physics) เป็นการตรวจทางฟิสิกส์ เช่น การตรวจสถานที่เกิดเหตุไฟไหม้จากไฟฟ้าช็อต การตรวจไฟเบอร์ชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะจากสิ่งทอ เป็นต้น
นิติวิทยาศาสตร์สมาคมแห่งประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อใด
ตอบ   ก่อตั้งเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2504 ด้วยความเห็นชอบของคณะบุคคลที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับนิติเวชศาสตร์ ได้แก่ แพทย์นิติเวชแห่งโรงพยาบาลศิริราช นักวิทยาศาสตร์จากกองพิสูจน์หลักฐาน กรมตำรวจ กองวิเคราะห์ยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กลุ่มแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจ ทุกท่านมีความเห็นพ้องต้องกันที่จะรวมกลุ่มกันก่อตั้ง เป็นสมาคมเพื่อวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมการศึกษา การวินิจฉัยในทางวิทยาศาสตร์ทุกสาขาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและเผยแพร่และโฆษณาความรู้อันจะเป็นประโยชน์ ต่อประชาชนในด้านวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับกฎหมาย ทางสมาคมฯ มีการประชุมวิชาการและอบรมในวิชานิติวิทยาศาสตร์ประจำทุกปี มีการออกวารสารนิติวิทยาศาสตร์ปีละ 2 เล่ม เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้ทางนิติวิทยาศาสตร์ให้เป็นที่รู้จักและนำประโยชน์มาใช้แก่ขบวนการยุติธรรม
หัวข้อ: Re: #จัดไปรวมแนวข้อสอบ #นายสิบตำรวจ #ตชด #สายปราบปราม #สายอำนวยการ #นสต
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ เมษายน 25, 2016, 03:34:08 pm
เจาะลึกข้อสอบตำรวจชั้นประทวน ติวนายสิบตำรวจ 56 ติวตำรวจ 56 แนวข้อสอบ คู่มือ ติวตำรวจวุฒิม.6 ปวช. เทียบเท่า
แนวข้อสอบตำรวจสายปราบปราม สายอำนวยการ วุฒิม.6 ปวช. 2556

1. ข้อใดต่อไปนี้ที่ไม่อยู่ในแบบหนังสือภาย ใน

 ก. อ้างถึง ข. สิ่งที่ส่งมาด้วย

 ค. คำลงท้าย ง. ทุกข้อไม่อยู่ในแบบ

 ตอบ ง.

2. โดยปกติถ้าส่วนราชการที่ออกหนังสืออยู่ในระดับกรมขึ้นไป ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องในระดับใด

 ก. กองและแผนก ข. กรมและแผนก

 ค. กรมและหน่วยงาน ง. กรมและกอง

 ตอบ ง.

3. ถ้าส่วนราชการที่ออกหนังสืออยู่ในระดับต่ำกว่ากรมลงมาให้ลงชื่อส่วน ราชการเจ้าของเรื่องเพียงระดับใด

 ก. กอง ข. กรม

 ค. แผนก ง. กระทรวง

 ตอบ ก.

4. ข้อใดต่อไปนี้เป็นหนังสือที่อยู่ในส่วนที่ 2 ของงานสารบรรณฯ

 ก. หนังสือภายนอก

 ข. หนังสือภายใน

 ค. หนังสือราชการที่เป็นแบบพิธีน้อยกว่า หนังสือภายนอก

 ง. ถูกทั้งข้อ ข. และ ค.

 ตอบ ข.

5. หนังสือรับรองเป็นเรื่องสำคัญที่ออกให้แก่บุคคลให้ติดรูปถ่ายของผู้ ที่ได้รับการรับรอง มีขนาดเท่าไร

 ก. 2 ´ 3 ซ.ม. ข. 4 ´ 6 ซ.ม.

 ค. 5 ´ 9 ซ.ม. ง. 6 ´ 9 ซ.ม.

 ตอบ ข.

6. หนังสือเวียนคือหนังสือที่มาถึงผู้รับจำนวนมากมีข้อความอย่างเดียว กันให้เพิ่มเติมรหัสพยัญชนะตัว ว ไว้ที่ใด

 ก. มุมของด้านขวา ข. หน้าเลขทะเบียนหนังสือส่ง

 ค. บริเวณใดก็ได้ ขอให้ผู้รับเห็นชัดเจน ง. หลัง เลขทะเบียนหนังสือส่ง

 ตอบ ข.

7. มท. เป็นรหัสพยัญชนะประจำกระทรวงที่มีหน้าที่หลักในเรื่องใด

 ก. ดูแลความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ

 ข. ป้องกันการรุกรานจากต่างประเทศ

 ค. การคมนาคมทั้งทางบก-เรือ และอากาศ

 ง. การแพทย์-พยาบาล และสุขภาพอนามัยของประชาชน

 ตอบ  ก.

8. กห. เป็นรหัสตัวพยัญชนะประจำกระทรวงที่มีหน้าที่หลักในเรื่องใด

 ก. ป้องกันการรุกรานจากต่างประเทศ

 ข. ให้การศึกษาแก่ประชาชนในชาติระดับอุดม ศึกษา

 ค. ให้ความเป็นธรรม และยุติธรรม

 ง. การแพทย์ -พยาบาล และสุขภาพอนามัยของประชาชน

 ตอบ ก.

9. รย. เป็นรหัสพยัญชนะประจำจังหวัดซึ่งอยู่ทางภาคไหนของประเทศไทย

 ก. ภาคเหนือ ข. ภาคกลาง

 ค. ภาคตะวันออก ง. ภาคใต้

 ตอบ ค.

10. ภก. เป็นรหัสพยัญชนะประจำจังหวัดซึ่งอยู่ทางไหนของประเทศไทย

 ก. ภาคเหนือ ข. ภาคกลาง

 ค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ง. ภาคใต้

 ตอบ ง.

11. ชม. เป็นรหัสพยัญชนะประจำจังหวัดซึ่งอยู่ทางไหนของประเทศไทย

 ก. ภาคเหนือ ข. ภาคกลาง

 ค. ภาคใต้ ง. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 ตอบ ก.

12. หนังสือราชการถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ใช้คำขึ้นต้นว่าอย่างไร

 ก. ถึง ข. เรียน

 ค. กราบเรียน ง. ขึ้นต้นตามข้อใดก็ได้

  ตอบ ค.

13. หนังสือราชการถึงสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ใช้คำขึ้นต้นว่าอย่างไร

 ก. ทูล ข. กราบทูล

 ค. นมัสการ ง. ขอประทานกราบทูล

 ตอบ ง.

14. หนังสือราชการถึงบุคคลธรรมดาใช้สรรพนามอย่างไร

 ก. ข้าพเจ้า ข. กระผม ผม

 ค. ดิฉัน ท่าน ง. ถูกทุกข้อ

 ตอบ ง.

15. หนังสือที่ใช้สำหรับยืนยันข้อความในเรื่องที่ได้สนทนา คือหนังสือชนิดใด

 ก. บันทึก (Memorandum) ข. บันทึกช่วยจำ (Aide Memories)

 ค. หนังสือกลาง (Note Verbal) ง. ไม่มีข้อใดถูก

 ตอบ ข.

16. หนังสือราชการภาษาอังกฤษที่ลงชื่อ คือหนังสือตามข้อใด

 ก. หนังสือราชการ ที่เป็นพิธี (First Person Formal Note)

 ข. หนังสือราชการที่ไม่เป็นแบบพิธี (First Person Informal Note)

 ค. หนังสือกลาง (Third Person Note หรือ Note Verbal)

 ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

 ตอบ ง.

17. งานสารบรรณ คือข้อใดต่อไปนี้

 ก. งานที่ว่าด้วย หนังสือ ข. งานที่ว่าด้วยการเก็บหลักฐาน

 ค. งานที่ว่าด้วยการรับส่งหนังสือ ง. งาน ที่หน่วยงานราชการจำเป็นต้องมีขึ้น

  ตอบ ก.

18. หนังสือราชการมี

 ก. 4 ชนิด ข. 5 ชนิด

 ค. 6 ชนิด ง. 7 ชนิด

 ตอบ ค.

19. การจดบันทึกหรือรายงานการประชุม จะกระทำได้กี่วิธี

 ก. 4 ชนิด ข. 5 ชนิด

 ค. 6 ชนิด ง. 7 ชนิด

 ตอบ ข.

20. หนังสือราชการ คือ

 ก. หนังสือสั่งราชการ ข. หนังสือที่ประทับตราแทนชื่อ

 ค. เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ ง. หนังสือ ที่ลง วัน เวลา ตามแบบสากล

 ตอบ ค.
หัวข้อ: Re: #จัดไปรวมแนวข้อสอบ #นายสิบตำรวจ #ตชด #สายปราบปราม #สายอำนวยการ #นสต
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ เมษายน 25, 2016, 03:35:27 pm
ตัวอย่างแนวข้อสอบในการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ
วิชากฎหมายที่ประชาชนควรทราบ

1. ข้อใดปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
1. สมชัยไปแจ้งเกิดที่อำเภอหลังคลอดโดยรีบด่วน
2. สมหมายไปแจ้งความที่โรงพักเพราะถูกทำร้ายร่างกาย
3. สมบูรณ์ไปแจ้งอำเภอหลังจากนายจ้อยตายแล้ว 2 วัน
4. สมชายพาลั่นทมไปจดทะเบียนสมรสหลังแต่งงาน 1 ปี
2. กฎหมายเอกชน คือข้อใด
1. กฎหมายแพ่ง – พาณิชย์
2. กฎหมายปกครอง
3. กฎหมายรัฐธรรมนูญ
4. กฎหมายอาญา
3. กลุ่มบุคคลคณะใดเป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์
1. คณะรัฐมนตรี
2. องคมนตรี
3. รัฐสภา
4. ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
4. มักมีการกล่าวอยู่เสมอว่า “กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์”ข้อใดสนับสนุนคำกล่าวนี้
1. ประชาชนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
2. ผู้รักษากฎหมายไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
3. ผู้รักษากฎหมายไม่ปฏิบัติตามกฎหมายด้วยความเที่ยงธรรม
4. ต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายใหม่บางมาตรา
5. บุคคลใดไม่ใช่ผู้เกี่ยงข้องในกระบวนการยุติธรรมโดยตรง
1. ตำรวจ
2. พนักงานอัยการ
3. ศาลและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์
4. เจ้าพนักงานบังคับคดีและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

6. ข้อใดสอดคล้องกับคำกล่าวที่ว่า “กฎหมายต้องมาจากรัฏฐาธิปัตย์”
1. รัฐต้องบัญญัติกฎหมายไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
2. ประชาชนเป็นผู้ตรากฎหมายโดยตรง
3. พระมหากษัตริย์ทรงตรากฎหมายขึ้นโดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา
4. รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ
7. ตามรัฐธรรมนูญของประเทศไทย ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันประธานรัฐสภา คือ
1. วุฒิสมาชิกผู้ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว
2. ประธานสภาผู้แทนราษฎร
3. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งซึ่งมาจากพรรคการเมืองที่ได้รับการ
เลือกตั้งขึ้นมามีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร
4. ประธานวุฒิสภา
8. ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางถือเป็นศาลประเภทใด
1. ศาลชั้นต้น
2. ศาลอุทธรณ์
3. ศาลฎีกา
4. ศาลทหาร
9. กรณีซึ่งกฎหมายยกเว้นโทษให้เป็นกรณีซึ่งกฎหมายบัญญัติว่าเป็นการ
กระทำความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ คือ
1. เด็กอายุกว่า 7 ปี แต่ยังไม่เกิน 14 ปี กระทำการอันกฎหมาย
บัญญัติเป็นความผิด
2. ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
3. การกระทำผิดโดยประมาท
4. การกระทำผิดด้วยความจำเป็น เพราะอยู่ในที่บังคับหรือภายใต้
อำนาจซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้


10. หนี้อาจระงับไปด้วยเหตุดังนี้
1. เจ้าหนี้แสดงเจตนาต่อลูกหนี้ว่าจะปลดหนี้ให้
2. ลูกหนี้ตาย
3. ลูกหนี้ทำสัญญายอมตาย
4. ลูกหนี้ล้มละลาย
11. กฎหมายเมื่อบัญญัติออกมาแล้วไม่ได้ใช้นานๆ มีผลดังนี้
1. เสียไปไม่ได้ผล
2. ต้องแก้ไขเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้
3. ยังใช้บังคับได้อยู่เสมอ
4. อาจจะใช้ได้ถ้าประชาชนยอมรับ
12. องค์ประกอบของการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์มีดังนี้
1. เอาไป ทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้ที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย โดยทุจริต
2. เอาไป ทรัพย์ของผู้อื่นโดยเจ้าของขาดความระมัดระวัง
3. เอาไป โดยฉกฉวยขณะที่เจ้าของทรัพย์ขาดความระมัดระวัง
4. เอาไป ทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย โดยเจตนา
13. ในระหว่างที่บ้านเมืองเกิดการจลาจล และรัฐบาลต้องประกาศกฎอัยการศึก
ผู้ใดกระทำความผิดในคดีอาญา อุกฉกรรจ์ จะต้องขึ้นศาลทหาร ซึ่งมีผล
อย่างไร
1. การตัดสินรวดเร็วแบบทหาร
2. ผู้พิพากษาเป็นเจ้ากรมพระธรรมนูญทหาร
3. โทษรุนแรงกว่าในเวลาปกติสองเท่า
4. ไม่มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ฎีกาเหมือนเวลาปกติ
14. สิทธิหรือการกระทำข้อใด ที่บุคคลธรรมดามีได้ แต่นิติบุคคลไม่อาจมีได้
หรือไม่อาจกระทำได้
1. การเป็นเจ้าของทรัพย์สิน
2. การเป็นทายาทโดยธรรม
3. การทำนิติกรรมสัญญา
4. การกระทำความผิดอาญา

15. นายทองดีไปทำงานต่างจังหวัดแล้วหายสาบสูญเป็นเวลานานเกินกว่ากี่ปี ทาง
ฝ่ายภรรยาจึงจะมีสิทธิ์ยื่นคำร้อง
1. 3 ปี 3. 10 ปี
2. 5 ปี 4. 15 ปี
16. กฎหมายอาญาและกำหมายแพ่งมีข้อแตกต่างที่สำคัญในเรื่องความเคร่งครัดใน
1. การเสนอร่างกฎหมาย
2. การตีความกฎหมาย
3. การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย
4. การประกาศใช้
17. “บุคคลย่อมเสมอภาคภายใต้กฎหมาย” หมายความว่าอย่างไร
1. กฎหมายใช้บังคับได้กับทุกคน
2. บุคคลที่อยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันย่อมได้รับประโยชน์หรือ
ได้รับโทษ เช่นเดียวกัน
3. บุคคลมีสิทธิ์ที่จะกระทำการใดๆ ได้ตามใจสมัครเสมอเท่าเทียมกัน
4. ไม่มีบุคคลใดมีอำนาจเหนือกฎหมาย
18. นาย ก. ยืมเงินนาย ข. เป็นเงิน 60 บาท โดยมิได้ทำสัญญากู้กันไว้ นาย ก. ไม่คืนเงินยืมเมื่อถึงกำหนด
1. นาย ข. ต้องติดตามทวงเงินคืนจาก นาย ก. เอง
2. นาย ข. ต้องร้องขอต่อศาลเพื่อขอให้ศาลสั่ง นาย ก. คืนเงินให้ นาย
ข.
3. นาย ข. ต้องจ้างทนายความให้ช่วยทวงเงินคืนจาก นาย ก.
4. นาย ข. จะฟ้องร้องต่อศาลให้บังคับคดีไม่ได้
19. การออกกฎกระทรวง กรณีใดถูกต้อง
1. ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา
2. ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
3. ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร
4. ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกฤษฎีกา

20. ผู้ใดมียาเสพย์ติดให้โทษประเภทเฮโรอีน ไว้เพื่อจำหน่าย ผู้นั้นต้องระวางโทษ
สถานใด
1. ประหารชีวิต
2. จำคุกตลอดชีวิต
3. จำคุก 20 ปี
4. ทั้งจำทั้งปรับ
หัวข้อ: Re: #จัดไปรวมแนวข้อสอบ #นายสิบตำรวจ #ตชด #สายปราบปราม #สายอำนวยการ #นสต
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ เมษายน 25, 2016, 03:37:53 pm
แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ สอบตำรวจ วุฒ ม.6



1. Grammar
แบบที่ 1 แบบตัวเลือก
Direction : Choose the best answer
1. I had no sooner closed the door ….. somebody started knocking on it.
 a. that  b. so
 c. than d. when
 Answer c. เราใช้คำเชื่อม (Conjunction) “no sooner …… than” ดังนั้นเมื่อมีคำว่า “no sooner…….” จึงต้องใช้ “than” คำตอบจึงเป็นข้อ c. เท่านั้น
2. “I don’t like science fiction.”
 “ ……….. do I.”
 a. Also  b. Either
 c. Both d. Nor
 Answer c.  การกล่าวปฏิเสธเมื่อจะต้องกล่าวซ้ำอีกในประโยคที่ผ่านมาแล้วว่าจะไม่เป็นหรือไม่ทำเช่นนี้ เช่นนั้นอีก เราใช้โครงสร้างที่เป็น Nor, Neither + กริยาช่วย + ประธาน เช่น Nor do I. หรือ Nor do I. หรือ Neither did he. ตัวเลือกจึงเป็นข้อ d.
3.  Either of the women ………capable of looking after the baby.
 a. are  b. is
 c. they are d. she is
 Answer b. การใช้ “Either” เมื่อใช้ร่วมกับคำนาม (Noun) หรือคำสรรพนาม (Pronoun) ที่จะเป็นประธาน (Subject) จะทำให้มีรูปเป็นเอกพจน์ (ศึกษาจาก Grammar เรื่อง Agreement of Subject and Verb) ทำให้ในข้อนี้จะต้องมีกริยาเป็นรูปเอกพจน์ จึงเลือกข้อ b.
4. Hurry up ! ……… for you.
 a. We all wait  b. We all waited
 c. We’ve all waited d. We’ re all waiting
 Answer d. การใช้ข้อความอุทานมักจะบอกให้รู้ว่า ข้อความที่จะตามมาจะเป็นการเน้นให้เห็น Tense ที่จะได้ใช้เป็น Present Continuous Tense เป็นส่วนใหญ่ (ศึกษาจาก Tense เรื่อง Present Continuous Tense คำตอบจึงเป็นข้อ d.
 
5. She’s a very selfish woman, but somehow you can’t help …….her.
 a. liking  b. like
 c. to like d. that likes
 Answer a. เราใช้กริยา “can’t help” เพื่อเป็นสำนวนที่แปลว่า “อดไม่ได้ที่จะ”ซึ่งทำให้ต้องเป็นกริยาที่จะมีกรรมมารับ (transitive Verb) ตามมา จึงต้องใช้คำนามหรือ V.ing ทำให้ตัวเลือกจึงเป็นข้อ a.
6.  Let’s have dinner together ………next week.
 a. some time  b. sometime
 c. sometimes d. some times
 Answer a. เราทราบว่า “time” หมายถึงเวลา แต่ “times” หมายถึง จำนวนครั้งในที่นี้จะต้องแปลว่า “เวลา” และจะหมายถึงบางเวลา จึงไม่ได้คำขยาย “some” เขียนติดกัน ตัวเลือกจึงเป็นข้อ a.
7. The soup tasted ……….
 a. wonderful  b. wonderfully
 c. wonder d. wondering
 Answer a. เราใช้กริยาเชื่อม (linking Verb) ที่จะมีคำขยายเป็น Adjective เท่านั้น เว้นแต่ว่า linking Verb นี้ ได้ให้ความหมายที่เด่นชัดหรือมีการเน้นเพื่อจะเป็นกริยาหลัก (Main Verb) จึงจะใช้ adverb มาขยาย ดังนั้น linking Verb โดยปกติจะใช้ Adjective มาขยายเท่านั้น ตัวเลือกที่เหมาะสมในที่นี้จึงเป็น Adjective คือข้อ a.
8.  Shall we turn ……… the program ?
 a. on to  b. at
 c. in d. off
 Answer d. เราใช้สำนวน “turn off” หมายถึง ปิด เช่น ปิดโทรทัศน์, ปิดวิทยุ และใช้ “turn on” หมายถึง เปิด ดังวิธีการเปิดที่กล่าวมาแล้ว เช่น เปิดวิทยุ, เปิดโทรทัศน์ และในข้อนี้จะมีข้อ d. เหมาะสมที่สุด
9. It is extremely important for children ……. to share things.
 a. learning  b. learned
 c. to learn d. be learning
 Answer c.  เราใช้คำที่เติมนี้นำไปขยาย “important” ให้รู้ว่าสำคัญอย่างไร คือ สำคัญที่จะเรียน ทำให้คำที่เติมจะต้องไปขยาย “important” ซึ่งเป็นคำ Adjective และเราทราบว่า “adverb” จะขยาย “Adjective” เราเห็นกริยา “is” เป็นกริยาช่วย ที่ใช้ทำหน้าที่เป็นกริยาแท้แล้วทำให้กริยาที่ตามมาจะเป็นกริยาไม่แท้ (Non-Finite Verb) ซึ่งถ้านำไปใช้เป็น adverb ก็จะได้แก่ “important” และขยาย Adjective “important” ที่ให้ความหมายเด่นชัด จึงต้องมี “to” มาคั่น คำตอบจึงเป็น “to learn” ที่ข้อ c. นั่นเอง
 
 
10.  Don’t come and see me today. I’d rather you …….tomorrow.
 a. will come  b. have come
 c. came d. come
 Answer c. เราใช้กริยาช่วย “would rather” เพื่อบอกถึงความไม่จริงในขณะที่พูด เพราะเราแปลว่า “อยากที่จะ” ก็จะหมายถึงไม่ได้เป็นอย่างนั้นในขณะที่พูดนั้น ข้อความที่ได้แสดงว่าจะไม่จริง จึงไม่มีโอกาสใช้ Present Tense เลย เพราะ Tense นี้จะต้องเป็นความจริงในปัจจุบันอีกด้วย ทำให้ข้อความที่จะเติมถ้าเป็น Tense ก็ต้องเป็น Past Tense อย่างเห็นได้ชัด เราใช้โครงสร้างแบบ Subjunctive ที่เป็น Past หรือ Past Perfect Subjunctive นั่นเอง ตัวเลือกจึงพิจารณาที่ข้อ c. เท่านั้น
 
แบบที่ 2 แบบเลือกข้อผิด
Direction : Choose the one that is not correct in English.
11. In such a selfish society as ours, a couple needs to study each other before committing.
  a. b. c.
 Themselves to marriage.
  d.
 Answer b. เราทราบว่าประธานในประโยคนี้คือ “a couple” ซึ่งหมายถึง “คู่” จะให้ความหมายที่เป็นพหูพจน์ จึงทำให้กริยาที่ตามมาจะเป็นรูปพหูพจน์ไปด้วย โดยที่ “needs” จะต้องไม่เติม “ s ” นั่นคือข้อ “ b” แก้เป็น “need”
12. John, had studied  his lecture notes thoroughly, was well prepared for the Physics exam.
 a. b. c. d.
 Answer a. ในประโยคนี้จะมีกริยาแท้ (K2) และ K1 (Subject) เพียงอย่างละคำ เราจะทราบว่ากริยาแท้เมื่อตามหลังประธานจะไม่มีเครื่องหมาย Comma คั่นโดยตรง เราจึงใช้เป็นส่วนขยาย ซึ่งในที่นี้จะเป็น Participial phrase คือ “Having studied” ทำให้ข้อ a. ต้องแก้เป็นดังที่กล่าวไว้แล้ว
13.  She was thirsty, so, she refused to drink any soft drink.
  a. b. c. d.
 Answer b. ในประโยคนี้จะแสดงความขัดแย้งของ 2 main clause ทั้ง main clause หน้า และ main clause หลัง เราจึงควรใช้ “but” แทนคำว่า “so” ในข้อ b.
14. American architecture is at is best when it concerns with buildings which have a practical purpose.
  a. b. c. d.
 Answer b. เราทราบใน clause หลังว่าน่าจะใช้เป็น Passive Voice เพราะประธาน “ it ” จะต้องเป็นผู้กระทำ จึงต้องแก้ไขในข้อ b. เป็น “ is concerned with”
15. The ones who have read the book know the answer, but another don’t.
  a.  b. c. d.
 Answer d. เราใช้ “the ones” กับ “the others” เพื่อบอกว่าอย่างหนึ่งหรือคนพวกหนึ่งเป็นอย่างไร แต่อีกจำนวนหนึ่งซึ่งควรจะชี้เฉพาะในกลุ่มที่เรากล่าวมาแล้วในส่วนแรก “the ones” จึงทำให้ในส่วนหลังจะต้องเป็น “the others” เพื่อชี้เฉพาะในเรื่องนั้น และเป็นรูปพหูพจน์อีกด้วย จึงเลือกข้อ d. โดยแท้เป็น “the others”
16.  The scientific revolution of the early 1900’s affected education by change the nature of technology.
   a. b. c. d.
 Answer c. คำที่เติมหรือตามหลัง Preposition จะใช้เป็นคำนามเสียเป็นส่วนใหญ่เพราะ Preposition จะเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคำนามกับคำอื่นๆ ซึ่งอาจจะเป็นคำนามอีกก็ได้ แต่ต้องวางไว้หน้าคำนามเป็นอย่างน้อย และถ้าต้องการที่จะหมายถึงการกระทำที่เน้นอีกด้วย แล้วคำว่า “change” จะต้องใช้เป็น “changing” ทำให้ข้อ c. ต้องแก้เป็น “changing”
17. Translated into terms of psychological theory, association has been thought of as the basis of to learn,
 a. b. c.
 conditioning , and creative thinking.
  d.
 Answer c. เป็นที่ทราบว่า เราใช้คำนามหรือคำสรรพนามหรือ Gerund (V.ing) ตามหลัง Preposition เพราะ Preposition จะเชื่อมคำนามและคำต่างๆ ดังนั้น ในข้อ c. จึงต้องแก้เป็น “learning”.
18.  Farm animals have been regardless by nearly all societies as a valuable economic resource.
  a. b. c.  d.
 Answer b. เราเห็นรูปกริยาในประโยคนี้เป็น Passive Voice เพราะต้องทราบว่าประธานจะต้องเป็นผู้ถูกกระทำ จึงทำให้กริยาหลัก (Main Verb) จะต้องเป็น V3 ดังนั้น “regardless” จะต้องเปลี่ยนเป็น “regarded” ในข้อ b. นี้
19. The government requires the a census be taken every ten years so accurate statistics may be compiled.
  a.  b. c. d.
 Answer  c. ในประโยคนี้เราใช้คำเชื่อม (Conjunction) ว่า “ so ” ซึ่งบอกถึงผลที่จะได้รับ (so) เป็น Conjunction of result แต่จริงๆ ประโยคนี้ต้องการจะบอกถึงความมุ่งหมาย ซึ่งควรใช้ Conjunction of purpose จึงต้องแก้ข้อ c. เป็น “ so that หรือ in order that” เป็นต้น
 
 
 
20. The Hall of Fame at  Newyork University is a national memorial to United States citizens who have
 a. b. c.
 achieved last greatness.
 d.
 Answer d. การบอกลำดับที่ของตัวเลข (Ordinal Number) เช่นที่ 1 หรือที่ 2 เราจะใช้ “ the ” เช่น the first, the second เป็นต้น และถ้าต้องการจะเน้นคำก็ใช้ในลักษณะเดียวกัน จึงทำให้ข้อ d. จะต้องมีการใช้ “ the” ซึ่งเราแก้เป็น “ the last greatness” (ความยิ่งใหญ่ครั้งสุดท้าย)
 
แบบที่ 3 แบบถอดความหรือความเข้าใจประโยค
Direction : Choose the best paragraph of the given statement.
21.  The news of her return caused us no little surprised.
 a. We are not surprised when she returned. 
 b. We knew she had returned but were still surprised.
 c. Her return did surprise us a little.
 d. We were did surprised when we heard she had returned.
 Answer d. เราทราบว่า “little” จะให้ความหมายเป็นปฏิเสธ (Negative meaning) และขณะเดียวกันในประโยคนี้ก็มีคำว่า “no” อยู่แล้ว จึงทำให้เกิดความหมายของปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ จึงได้ออกมาเป็นบอกเล่า (Positive statement) เราจึงรู้ว่าจะไม่เลือกข้อ a. เพราะเป็นปฏิเสธ เราทราบว่า “little” จะต้องตรงข้ามกับความหมายที่แปลว่า “มาก” เพราะ “little” แปลว่า “น้อยมากๆ” ดังนั้น “ no little” จึงได้ความหมายว่า “มากๆ”  ที่คำว่า “greatly” ในข้อ d. นั่นเอง
22.  Some foreigners find Thai food too hot to eat.
 a. Some foreigners love to eat Thai food when it is very hot. 
 b. Some foreigners look for a good place to eat hot Thai food.
 c. Some foreigners cannot eat Thai food because it is very hot.
 d. Some foreigners cannot eat Thai food when it is served hot.
 Answer c. ความหมายของ “too …..to” หมายถึง “มากเกินไปที่จะ” ซึ่งให้ความหมายเป็นปฏิเสธ จะเห็นข้อ a. และข้อ b. เป็นบอกเล่าจึงไม่เลือก ส่วนข้อ d. จะมีคำที่เกินความหมายของโจทย์ที่คำว่า “served” จึงไม่ควรเลือก ดังนั้น ข้อที่ถูกจึงเป็นข้อ c.
หัวข้อ: Re: #รับสมัครสอบ #แนวข้อสอบ #นายสิบตำรวจ ปี 59 #ตชด #สายปราบปราม #นสต
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ เมษายน 26, 2016, 01:39:10 pm
แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ วุฒิ ม.6 ประจำปี 2556 ข้อสอบเก่า 54-55
1. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ขอนแก่น ? : ?

ก. ภาคใต้ : ทะเลอันดามัน

ข. ภาคเหนือ : แม่สาย

ค. ภาคตะวันออก : พัทยาใต้

ง. ภาคเหนือ : แม่ฮ่องสอน
ตอบ ง. ภาคเหนือ : แม่ฮ่องสอน

2. มะพร้าว : ? ต้นข้าว : ?

ก. ลูก : ต้น

ข. ผล : ต้น

ค. ทลาย : รวง

ง. ทะลาย : รวง
ตอบ ค. ทลาย : รวง


3. เมื่อคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดินขึ้นภายในกี่วัน

ก. สามสิบวัน

ข. หกสิบวัน

ค. เก้าสิบวัน

ง. หนึ่งร้อยยี่สิบวัน

ตอบ ค. เก้าสิบวัน

4. ถ้ามีหน่วยงานร่วมกันต้องตั้งศูนย์ใดภายในส่วนราชการ

ก. ศูนย์ประชาสัมพันธ์

ข. ศูนย์บริการร่วม

ค. ศูนย์วิชาการ

ง. ศูนย์บริการถาม-ตอบ

ตอบ ข. ศูนย์บริการร่วม

5. เมื่อประชาชนหรือจากส่วนราชการอื่นติดต่อสอบถามเป็นหนังสือจะต้องแจ้งกลับภายในกี่วัน

ก. ทันที

ข. หลังจากได้รับคำถามหนึงวัน

ค. หลังจากได้รับคำถามหนึ่งอาทิตย์

ง. สิบห้าวัน

ตอบ ง. สิบห้าวัน

6. เมื่อมีการประกาศใช้บังคับแผนการบริหารราชการแผ่นดินแล้วหน่วยงานใดจะจัดทำแผนนิติบัญญัติ

ก. คณะกรรมการกฤษฎีกา

ข. สำนักงานนายกรัฐมนตรี

ค. กระทรวงกลาโหม

ง. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ ก. คณะกรรมการกฤษฎีกา

7. เงินเดือน 4X จ่ายค่าเช่าบ้าน X บาท เหลือเงิน 30,000 บาท ให้หาค่าของ X

ก. 40,000

ข. 30,000

ค. 20,000

ง. 10,000

ตอบ ง. 10,000



8. ชั้นข้าราชการตำรวจมีกี่ชั้น อะไรบ้าง

ก. 1 ชั้น ได้แก่ ชั้นสัญญาบัตร

ข. 2 ชั้น ได้แก่ ชั้นสัญญาบัตร ชั้นประทวน

ค. 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นสัญญาบัตร ชั้นประทวน ชั้นพลตำรวจ

ง. 4 ชั้น ได้แก่ ชั้นสัญญาบัตร ชั้นประทวน ชั้นพลตำรวจ ชั้นพันโท

ตอบ ค. 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นสัญญาบัตร ชั้นประทวน ชั้นพลตำรวจ

9. พาหุรัด หมายถึง

ก. กำไลข้อมือ

ข. กำไลข้อเท้า

ค. กำไลรัดต้นแขน

ง. สร้อยคอ

ตอบ ค. กำไลรัดต้นแขน

10. เทอร์โมมิเตอร์ - อุณหภูมิ

ก. เครื่องชั่งน้ำหนัก - กิโลกรัม

ข. เข็มทิศ - ทิศทาง

ค. สายวัด - นิ้ว

ง. ไม้บรรทัด - เซนติเมตร

ตอบ ข. เข็มทิศ : ทิศทาง

11. หน่วยงานใดเป็นผู้จัดทำแผนนิติบัญญัติ

ก. สำนักงานนายกรัฐมนตรี

ข. สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ค. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ง. ถูกทั้ง ข้อ ข. และ ค.

ตอบ ง. ถูกทั้ง ข้อ ข. และ ค.

12. การจัดซื้อหรือจัดจ้างต้องคำนึงเรื่องเป็นสำคัญ

ก. ราคา

ข. คุณภาพ

ค. ปริมาณ

ง. หีบห่อที่บรรจุ

ตอบ ข. คุณภาพ

13. การยืมหนังสือ จะให้บุคคลภายนอกยืมหนังสือได้หรือไหม

ก. ได้ แต่ต้องเก็บประจำตัวประชาชนไว้

ข. ได้ แต่ต้องมัดจำค่ายืมหนังสือ

ค. ไม่ได้ ยกเว้นแต่จะให้คัดลอกหนังสือ

ง. ไม่ได้ ยกเว้นแต่จะให้บุคคลภายในยืมหนังสือให้

ตอบ ค. ไม่ได้ ยกเว้นแต่จะให้คัดลอกหนังสือ

14 ซื้อเงาะมา 250 บาท ขายได้ 10 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 45 บาท จะได้กำไรกี่เปอร์เซ็น

ก. 20%

ข. 40%

ค. 60%

ง. 80%

ตอบ ง. 80%

15. สำเนาคู่ฉบับ ต้องมีคำว่าอะไรอยู่บนกึ่งกลางหน้ากระดาษ

ก. สำเนาคู่ฉบับ

ข. สำเนา

ค. คู่สำเนา

ง. ไม่มีคำว่าอะไรปรากฎ

ตอบ ก. สำเนาคู่ฉบับ

16. การเป่าแอลกอฮอล์ 5 คน ดังนี้ 50 50 60 70 80 จงหาค่าเฉลี่ยในการเป่าแอลกอฮอล์

ก. 60

ข. 61

ค. 62

ง. 63

ตอบ ค. 62

17. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้ชื่อว่าอะไร

ก. ตร.

ข. ตช.

ค. สตร.

ง. สตช.

ตอบ ก. ตร.

18. สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ใช้ชื่อย่อว่าอะไร

ก. วจ.

ข. วช.

ค. สงวช.

ง. สงวจ.

ตอบ ข. วช.

19. ราชบัณฑิตยสถาน ใช้ชื่อย่อว่าอะไร

ก. รบส.

ข. รบถ.

ค. รบ.

ง. รถ.

ตอบ ง. รถ.

20. ข้อใดสะกดผิด

ก. ลำใย

ข. เหลวไหล

ค. บันได

ง. สะใภ้

ตอบ ก. ลำใย
หัวข้อ: Re: #รับสมัครสอบ #แนวข้อสอบ #นายสิบตำรวจ ปี 59 #ตชด #สายปราบปราม #นสต
เริ่มหัวข้อโดย: sakhiran ที่ เมษายน 27, 2016, 08:22:02 pm
คุณสมบัติผู้สมัครสอบเป็นนายสิบตำรวจ ทั้งปราบปรามและอำนวยการ (พลเรือน)
1. เป็นบุคคลภายนอก
2. สำหรับสายปราบปรามมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 27 ปีบริบูรณ์ ส่วนสายอำนวยการและสนับสนุน มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันปิดรับสมัคร (นับตามจริง เกิน/ขาดวันเดียวก็ไม่ได้)
3. สายปราบปรามทั้งชายและหญิงต้องสูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม. ส่วนอำนวยการและสนับสนุน เพศชายสูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม. ต้องมีรอบอกไม่น้อยกว่า 77 ซม. สำหรับเพศหญิงสูงไม่ต่ำกว่า 150 ซม.
4. เป็นผู้สำเร็จการศึกษาชั้นม.6 หรือ ปวช. ภายในวันที่วันปิดรับสมัคร (ปีนี้คาดว่าประมาณปลายพฤษภาคม)
5. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
6. เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
7. ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดารงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
8. ไม่เป็นผู้ดารงตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง
9. ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 หรือกฎหมายอื่น
10. ไม่เป็นผู้ประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี (ที่เคยถูกตักสิทธิ์กรณีนี้ได้แก่ ข้อหาชุลมุนต่อสู้เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ข้อหาเสพยาบ้า ข้อหาเสพกระท่อม ข้อหาเป็นทหารกองเกินเมื่ออายุย่าง 21 ปีแต่ไม่ไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียกฯ ข้อหาขับรถจักรยานยนต์ขณะมึนเมา ข้อหาขับรถยนต์ขณะมึนเมา ข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ข้อหาเล่นการพนัน ข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้า เสนอจำหน่ายสินค้าซึ่งมีเครื่องหมายการค้าปลอม และจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้าปลอมเครื่องหมายของผู้อื่น ข้อหาบุกรุกในเคหสถาน ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย ข้อหามีกัญชาไว้ในครอบครองและฐานเสพกัญชา ข้อหาร่วมชุมนุมและทำให้ประชาชนละเมิดกฎหมาย)
11. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
12. ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจาคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุก เว้นแต่เป็นโทษสาหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (ดูคำพิพากษาว่าจำุคุกหรือไม่ รอลงอาญาไม่ใช่ประเด็น)
13. ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงาน อื่นของรัฐ
14. ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัย ตามพระราชบัญญัติ ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 หรือกฎหมายอื่น
15. ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัย ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 หรือกฎหมายอื่น
16. ไม่เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ
17. กรณีเป็นชาย
                - ถ้าเป็นผู้มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตที่ใช้กฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารต้องลงบัญชีทหารกองเกินตามกฎหมายนั้นแล้ว
                - ไม่เป็นผู้ที่มีข้อผูกพันตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร ได้แก่ ทหารกองประจำการ(ทหารเกณฑ์) ผู้ที่ได้รับหมายเรียกให้เข้ารับราชการทหารกองประจาการในปี พ.ศ. 2555  ฯลฯ
                - ไม่เป็นผู้ที่ได้รับหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (สด.35) หรือผู้ที่อยู่ในระหว่างการผ่อนผันการตรวจเลือก
18. สำหรับสายปราบปรามไม่เป็นผู้มีสายตาผิดปกติ ตรวจแบบเสตลเลน (ปกติ 6/6) ด้วยตาเปล่า ส่วนสายอำนวยการและสนับสนุน ไม่เป็นผู้มีสายตาผิดปกติ ตรวจแบบเสตลเลน (ปกติ 6/6) แต่อนุญาตให้สวมแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ตรวจได้
19. ไม่เป็นผู้มีตาบอดสี
20. ไม่เป็นผู้มีแผลเป็น ไฝ ปาน รอยสัก หูด หรือซีสต์ ที่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายซึ่งมีขนาดใหญ่หรือมากจนแลดูน่าเกลียด
21. ไม่เป็นโรคหรืออาการใด ตามนี้ (ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการแพทย์โรงพยาบาลตำรวจวินิจฉัยเป็นที่สุด)

                1. ร่างกายผิดปกติ หรือพิกลรูป หรือพิการ
                                1.1 ศีรษะและหน้าผิดรูปจนดูน่าเกลียด
                                1.2 รูปวิปริตต่าง ๆ (MALFORMATION) ของริมฝีปาก หรือ จมูก เช่น ปาก หรือ จมูกแหว่ง
ริมฝีปากแบะ เชิด หรือหุบไม่ลงจนน่าเกลียด
                                1.3 ซอกคอหรือซอกรักแร้ติดกัน
                                1.4 แขนขา
                                                1.4.1 ยาวไม่เท่ากันหรือผิดรูปจนมองเห็นได้ชัดเจน
                                                1.4.2 โค้งเข้าหรือโค้งออก
                                                1.4.3 บิดเก
                                1.5 มือหรือเท้า
                                                1.5.1 บิดเก
                                                1.5.2 นิ้วมือหรือนิ้วเท้าด้วน
                                                1.5.3 นิ้วมือหรือนิ้วเท้า มีจานวนมากกว่าหรือน้อยกว่าปกติ
                                                1.5.4 นิ้วบิดเกและทางานไม่ถนัด
                                                1.5.5 ช่องระหว่างนิ้วมือหรือนิ้วเท้าติดกัน
                                                1.5.6 มือหรือเท้าผิดรูปจนดูน่าเกลียด
                2. กระดูกและกล้ามเนื้อ
                                2.1 ข้อเคลื่อนไหวไม่สะดวกจนทาให้อวัยวะที่ติดต่อกับข้อนั้นใช้การไม่ได้
                                2.2 ข้อหลวมหลุดบ่อย ๆ
                                2.3 ข้ออักเสบจนกระดูกเปลี่ยนรูป
                                2.4 คอเอียงหรือแข็งทื่อ เนื่องจากกระดูกหรือกล้ามเนื้อพิการ
                                2.5 กระดูกสันหลังคด หรือโกง หรือแอ่น
                                2.6 เท้าปุก ( CLUB FOOT )
                                2.7 กระดูกอักเสบ ( OSTEOMYELITIS )
                                2.8 กระดูกหัก ต่อไม่ติด หรือติดแล้วแต่มีความพิการผิดรูป
                                2.9 กล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งเหี่ยวลีบ
                3. ผิวหนัง
                                3.1 โรคผิวหนังทุกชนิดซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจแก่ผู้อื่น
                                3.2 แผลเรื้อรังของผิวหนังซึ่งยากต่อการรักษา
                                3.3 เนื้องอก (NEOPLASM) ที่หน้า มีขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ห้าเซนติเมตรขึ้นไป
                                3.4 คนเผือก
                4. ตา หู คอ จมูก
                                4.1 ตาเหล่จนปรากฏเห็นได้ชัด
                                4.2 ต้อกระจก
                                4.3 แผลเป็นที่ตาหรือกระจกตาดาขุ่น จนสามารถตรวจพบได้ด้วยตาเปล่า
                                4.4 ลูกตาสั่น
                                4.5 หนังตาตก หรือหนังตาม้วนออกนอก หรือหนังตาม้วนเข้าใน
                                4.6 หนังตาแหว่งจนเสียรูป
                                4.7 หนังตาปิดไม่สนิท
                                4.8 ถุงน้าตาอักเสบเรื้อรัง
                                4.9 ต้อเนื้องอกเข้าไปในลูกตาดาเกินกว่าหนึ่งมิลลิเมตร
                                4.10 ตาโปนจนเห็นได้ชัดแลดูน่าเกลียด
                                4.11 ต้อหิน
                                4.12 ช่องหนังตา (PALPEBRAL FISSURE) กว้างไม่เท่ากันจนดูน่าเกลียด
                                4.13 เคยผ่าตัดกระดูกมาสตอยด์ออกทั้งหมด
                                4.14 หูหนวกหรือไม่ได้ยินตามปกติพิกัด
                                4.15 แก้วหูทะลุเกินหนึ่งในสามของเส้นผ่าศูนย์กลาง
                                4.16 หูน้าหนวกมีหนองเรื้อรัง
                5. ฟัน
                                5.1 ฟันผุมากหลายซี่มองเห็นได้อย่างชัดเจน
                                5.2 มีรากฟันเหลืออยู่ในช่องปากมากกว่าสามซี่
                                5.3 ไม่มีฟันเกินกว่าห้าซี่ เว้นแต่ใส่ฟันปลอมแ