ข้อสอบไทย.คอม ศูนย์ข้อสอบไทย แนวข้อสอบ งานราชการ ก.พ. อบต. ครู ตำรวจ ธนาคาร ธกส. รัฐวิสาหกิจ

แนวข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ คู่มือสอบ ติวสอบ หาข้อสอบ เก็งข้อสอบ ข้อสอบเก่า แจกข้อสอบ ข้อสอบลับ ข่าวการสอบ เปิดสอบ => รวมหนังสืออ่านสอบงานราชการ รัฐวิสาหกิจ => ข้อความที่เริ่มโดย: watayakorn ที่ พฤษภาคม 22, 2015, 09:09:58 am

หัวข้อ: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง ฟรี
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ พฤษภาคม 22, 2015, 09:09:58 am
จำหน่ายไฟล์เอกสารแนวข้อสอบเอกสารติวข้อสอบ สรุปเนื้อหา และแนวข้อสอบพร้อมเฉลย
ใหม่ล่าสุดที่กำลังเปิดสอบ สำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปติวและเวลาไปหาซื้อหนังสือ


** คู่มืออ่านสอบที่มีเนื้อหาตรงประเด็น ชัดเจน เข้าใจง่าย
** แนวข้อสอบเก่าที่เคยออกข้อสอบในปีที่ผ่านมา


หน่วยงาน พัฒนาชุมชน
หน่วยงาน กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
หน่วยงาน สำนักงานสาธารณสุข
หน่วยงาน สรรพากร
หน่วยงาน กรมวิชาการเกษตร
หน่วยงานอุตสาหกรรมการเหมืองแร่
หน่วยงาน กศน.
หน่วยงาน สพฐ.สพป.สพม.
หน่วยงาน ทีโอที  TOT
หน่วยงาน การไฟฟ้านครหลวง
หน่วยงาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
หน่วยงาน สสจ.
หน่วยงาน สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
หน่วยงาน กรมพัฒนาที่ดิน
หน่วยงาน สำนักงานควบคุมการบริโภคยาสูบ
หน่วยงาน ศาลยุติธรรม
หน่วยงาน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
หน่วยงาน ธนาคารกรุงไทย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กรมเจ้าท่า
กองทัพเรือ
หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ
การรถไฟแห่งประเทศไทย
หน่วยงาน อื่นๆอีกมากมาย

ตำแหน่ง นักวิชาการเกษตร
ตำแหน่ง นิติกร
ตำแหน่ง นักวิชาการพัสดุ
ตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไป
ตำแหน่ง นักวิชาการเงินและบัญชี
ตำแหน่ง นักวิชาสาธารณสุข
ตำแหน่ง นักวิชาคอมพิวเตอร์
ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
ตำแหน่ง นักกีฏวิทยา
ตำแหน่ง นักวิชาสิ่งแวดล้อม
ตำแหน่ง นักพัฒนาสังคม
ตำแหน่ง นักวิเทศสัมพันธ์
ตำแหน่ง นักวิเทศสหการ
ตำแหน่ง นักวิชาการศึกษา
ตำแหน่ง นักทรัพยากรบุคคล
ตำแหน่ง วิศวกรรมโยธา
ตำแหน่ง วิศวกรรมไฟฟ้า
ตำแหน่ง แพทย์แผนไทย
ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย




สนใจติดต่อ โทร 090-2465449
Line ID : 0902465449

หรือโอนเงินเข้าบัญชี ธ.ไทยพาณิชย์
บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี วาทยากร หล่อเพชรสวัสดิ์
เลขที่บัญชี 207-203955-8
หัวข้อ: อ่านคู่มือเตรียมสอบ รวมแนวข้อสอบ เพิ่มเติมความรู้ใหม่ทันต่อเหตุการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ มิถุนายน 18, 2015, 09:30:39 am
 รวมหนังสืออ่านสอบทุกหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ แนวข้อสอบเก่า ตัวอย่างข้อสอบ!!!!!ทุกตำแหน่ง  ทุกหน่วยงาน!!!!!
ตัวอย่างข้อสอบ ตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไป
1.  “รัฐวิสาหกิจ” นั้นจะต้องจัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายใด
              ก. พรบ. และ พรฎ.                                 ข. พรบ. และ ข้อบัญญัติ
              ค. พรบ. หรือ พรฎ.                                ง. พรบ. หรือ ข้อบัญญัติ
   
2. ข้อใดคือการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
              ก. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน             ข. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
              ค. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่า         ง. ถูกทุกข้อ
   
3.การบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน หมายถึงการปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อสิ่งใด
             ก. เพื่อให้เกิดความผาสุก                       
ข. ความเป็นอยู่ดีของประชาชน
              ค. ความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม       
ง. ถูกทุกข้อ
   
4. การบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ต้องถือเอาผู้ใดเป็นศูนย์กลาง
              ก. รัฐ                                                  ข. ประชาชน
              ค. ถูกทั้งสองข้อ                                    ง. ไม่มีข้อใดกล่าวถูกต้อง
   
5.เมื่อคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วนั้น ให้ผู้ใดจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดินร่วมกัน
              ก. สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี             
ข. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ค. สำนักงบประมาณร่วมกันจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดิน
ง. ถูกทุกข้อ
 
ตัวอย่างข้อสอบ ตำแหน่ง นักวิชาการศึกษา
1.เทคโนโลยีสมัยใหม่ (Modern Technology) หมายถึง
       (1) เทคโนโลยีทางเทคนิค                           (2) เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
       (3) เทคโนโลยีทางข่าวสาร                          (4) ข้อ 1 และข้อ 3 ถูก       
       (5) ถูกทุกข้อ
 
2.การปฏิวัติทางเทคโนโลยียึดหลัก                     
       (1) ความเป็นมาตรฐาน                              (2) ความรวดเร็ว     
       (3) ความทันสมัย                                      (4) ข้อ 1 และข้อ 2 ถูก       
       (5) ถูกทุกข้อ
 
3.เทคโนโลยีการบริหาร คือ                               
       (1) การบริหารที่ต้องใช้เทคนิคเชิงปริมาณ
       (2) การบริหารที่ต้องใช้พฤติกรรมศาสตร์เข้าช่วย     
       (3) การบริหารที่ต้องใช้ทฤษฎีองค์การเข้าช่วย
       (4) ข้อ 1 และข้อ 2 ถูก                             
       (5) ถูกทุกข้อ
 
4.คอมพิวเตอร์ หมายถึง                                 
       (1) หน่วยประมวลผลข้อมูล                        (2) อุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน         
       (3) อุปกรณ์ที่ทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
       (4) ถูกทุกข้อ                                           (5) ไม่มีข้อใดถูก
 
หัวข้อ: Re: คู่มือ-แนวข้อสอบ-หนังสืออ่านสอบ-ตัวอย่างข้อสอบ-ทุกหน่วยงาน-ทุกตำแหน่ง2558
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 03, 2015, 12:08:35 pm
สารบัญ เนื้อหา หัวข้อที่เกี่ยวข้อง กับ กรมพัฒนาชุมชน

- ความรู้เกี่ยวกับกรมการพัฒนาชุมชน
- ถาม-ตอบ ยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน พ.ศ. 55-59
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับกรมการพัฒนาชุมชน‏และแผนพัฒนา พ.ศ.2555-2559
- การพัฒนาชุมชนโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม
- บทบาท หน้าที่ อาสาพัฒนาชุมชน _อสพ
- แนวข้อสอบการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำนักงาน
- รวมข้อสอบอาสาพัฒนาชุมชน
- สรุป ข่าวเด่น สถานการณ์ปัจจุบัน ข่าวไทย และทั่วโลก
- สรุปสาระสำคัญของประชาคมอาเซียน

ตัวอย่างข้อสอบ
การพัฒนาชุมชน ถูกนำมาใช้ครั้งแรกที่ประเทศใด
ก. สหรัฐอเมริกา ข. อังกฤษ
ค. ฝรั่งเศส ง. สวีเดน
คำตอบ ข. การพัฒนาชุมชน มีที่มาจากคำว่า “การศึกษามวลชน” (Mass Education) โดยถูกนำ มาใช้ครั้งแรกในประเทศอังกฤษ

การพัฒนาชุมชน มีทรัพยากรที่สำคัญสุด คือ
ก. คนในสังคม ข. นายกรัฐมนตรี
ค. กำนัน ง. ผู้ใหญ่บ้าน
คำตอบ ก. ปรัชญาในการพัฒนาชุมชนเชื่อมั่นในความสามารถของคน การดำรงอยู่หรือล่มสลายของสังคม การพัฒนาหรือเสี่ยมถอยของสังคม ขึ้นอยู่กับคนในสังคมเป็นสำคัญ

ใครเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาชุมชน
ก. นายอำเภอ ข. ปลัดอำเภอ
ค. กำนันผู้ใหญ่บ้าน ง. คนในชุมชน
คำตอบ ง. การพัฒนาชุมชนต้องใช้คนในสังคมเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา คือพัฒนาให้มีความสามารถในการพัฒนาตนเองและชุมชนให้มีมาตรฐานในการดำรงชีพ มีคุณภาพที่ดี มีความพร้อมที่จะพัฒนาชุมชนของตนเอง

การเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาคิด ร่วมปฏิบัติ และรับผิดชอบในทุกขั้นตอนเป็นแนวคิดความเรื่องใดในการพัฒนาชุมชน
ก. การมีส่วนร่วมของประชาชน ข. การใช้ทรัพยากรในชุมชน
ค. การร่วมมือระหว่างรัฐกับประชาชน ง. การริเริ่มของประชาชนในชุมชน
คำตอบ ก. แนวความคิดเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชน เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาคิด ร่วมปฏิบัติ และรับผิดชอบในทุกขั้นตอน เป็นแนวคิดความคิดในการพัฒนาชุมชน

แนวคิดของการพัฒนาชุมชนข้อใด ที่นำไปสู่การพัฒนาคนโดยการให้การศึกษา
ก. ความต้องการของชุมชน ข. การช่วยเหลือตนเอง
ค. การศึกษาภาคชีวิต ง. การริเริ่มของประชาชน
คำตอบ ค. การศึกษาภาคชีวิต (Life-Long Education) เป็นงานพัฒนาชุมชนซึ่งถือเป็นกระบวนการให้การศึกษาภาคชีวิตแก่ประชาชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคน การให้การศึกษาต้องให้อย่างต่อเนื่องกันไป ตราบเท่าที่ยังดำรงชีวิตอยู่ในสังคม

การพัฒนาชุมชนที่มีลักษณะเป็นประชาธิปไตยประชาชนในชุมชนจะมีลักษณะอย่างไร
ก. มีสิทธิและเสรีภาพ ข. มีอิสรภาพ
ค. ความเสมอภาค ง. ถูกทุกข้อ
คำตอบ ง. การพัฒนาชุมชน ต้องมีลักษณะเป็นประชาธิปไตย เป็นการใช้สิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพแก่คนในชุมชน ตามระบอบประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้ประชาชนในชุมชนเป็นผู้กำหนดวิถีดำรงชีวิตของตนและชุมชนด้วยตนเอง

ข้อใด มิใช่ แนวความคิดของกรมพัฒนาชุมชน
ก. มนุษย์ทุกคนมีเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นคน
ข. มนุษย์ทุกคนมีความสามารถหรือศักยภาพ
ค. ความสามารถของมนุษย์ทุกคนพัฒนาได้ถ้ามีโอกาส
ง. มนุษย์ทุกคนต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐ จึงจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้
คำตอบ ง. กรมพัฒนาชุมชน มีความเชื่อเกี่ยวกับงานพัฒนาชุมชนว่า
1. มนุษย์ทุกคนมีเกรียติและศักดิ์ศรีของความเป็นคน
2. มนุษย์ทุกคนมีความสามารถหรือศักยภาพ
3. ความสามารถของมนุษย์ทุกคนพัฒนาได้ถ้ามีโอกาส

การพัฒนาชุมชนในเรื่องความร่วมมือระหว่างประชาชนกับรัฐบาล เป็นการนำเอาเรื่องใดมาผนวกเข้าด้วยกันเพื่อยกระดับคุณภาพของประชาชนให้ดีขึ้น
ก. บริการของรัฐกับความต้องการของประชาชน
ข. นโยบายระหว่างประเทศกับนโยบายของรัฐ
ค. นโยบายทางเศรษฐกิจกับความต้องการของประชาชน
ง. นโยบายสาธารณะกับความต้องการของปัจเจกชน
คำตอบ ก. การพัฒนาชุมชน เป็นการร่วมมือกันระหว่างประชาชนกับรัฐบาลเป็นวิถีที่นำเอาบริการของรัฐบาลกับความต้องการของประชาชนมาผนวกเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น
หัวข้อ: Re: คู่มือ-แนวข้อสอบ-หนังสืออ่านสอบ-ตัวอย่างข้อสอบ-ทุกหน่วยงาน-ทุกตำแหน่ง2558
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 03, 2015, 12:10:06 pm
รวมข้อสอบ 700 ข้อ ตำแหน่ง นิติกร กระทรวงยุติธรรม ประจำปี 2558

ส่วนที่ 1 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ส่วนที่ 2 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
ส่วนที่ 3 พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
ส่วนที่ 4 พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
ส่วนที่ 5 พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
ส่วนที่ 6 พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544
ส่วนที่ 7 พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546
ส่วนที่ 8 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
ส่วนที่ 9 ประมวลกฎหมายอาญา
ส่วนที่ 10 ประมวลกฎหมายแพ่ง
ส่วนที่ 11 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ส่วนที่ 12 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ส่วนที่ 13 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกระทรวงยุติธรรม

รวมข้อสอบ 700 ข้อ ตำแหน่ง นักบริหารจัดการงานยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ประจำปี 2558

- กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ ปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.ศ. 2545
- รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557
- แนวข้อสอบรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557
- เฉลยคำตอบ
- แนวข้อสอบแผนฯ (ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2555 - 2559)
- เฉลยคำตอบ
- ผลงานสำคัญของกระทรวงยุติธรรมตามนโยบายรัฐบาล
- ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการ
- ส่วนประกอบของการบริหารจัดการ
- ความหมายของการพัฒนาองค์กร
- ความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานยุติธรรม
- ระบบงานอำนวยความยุติธรรม
- การจัดทำแผน/ โครงการ
- การวางแผน
- การจัดทำแผนปฎิบัติราชการ 4 ปี ของหน่วยงาน
- แนวข้อสอบนักบริหารจัดการงานยุติธรรม
- เฉลยคำตอบ
- แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับการบริหารองค์กร
- เฉลยคำตอบ
- แนวข้อสอบ ความรู้เกี่ยวกับการบริหารองค์กร
- แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับการจัดทำแผนและเขียนโครงการ
หัวข้อ: Re: คู่มือ-แนวข้อสอบ-หนังสืออ่านสอบ-ตัวอย่างข้อสอบ-ทุกหน่วยงาน-ทุกตำแหน่ง2558
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 03, 2015, 12:11:22 pm
ตัวอย่างแนวข้อสอบ นักตรวจสอบภาษีปฏิบัติการ กรมสรรพกร

1. แดง ไปเสียภาษีอากร ณ ที่ว่าการอำเภอ การเสียภาษีอากรของแดงดังกล่าวจะเสร็จสมบูรณ์เมื่อใด
ก.เมื่อจ่ายเงินภาษีอากรให้กับเจ้าหน้าที่
ข. เมื่อได้รับใบเสร็จรับเงินเรียบร้อยแล้วแต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ลงลายมือชื่อ
ค.  เมื่อได้รับใบเสร็จรับเงินเรียบร้อยพร้อมกับเจ้าหน้าที่ลงลายมือชื่อรับเงินแล้ว
ง.เมื่อแดงลงลายมือชื่อในใบเสร็จรับเงินว่าได้จ่ายภาษีอากรแล้ว
2. เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการหลีกเลี่ยงภาษีอากรใครมีอำนาจเข้าไปหรือออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานสรรพกรเข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะใดเพื่อทำการตรวจค้น ยึดหรืออายัดบัญชี เอกสารหรือหลักฐานอื่น
ก.  อธิบดี                           ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ค.สรรพากรเขต                     ง. ถูกทุกข้อ
3.การตรวจสอบและการรับรองบัญชีของบุคคลจะกระทำได้จะต้องได้รับใบอนุญาตจากใคร
ก. อธิบดี                                                                           
ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ค.   สรรพากรเขต                                               
ง. นายอำเภอ
4. ผู้ใดรู้อยู่แล้วไม่อำนวยความสะดวกหรือขัดขวางเจ้าพนักงานผู้กระทำหน้าที่เพื่อทำการตรวจค้นยึดหรืออายัดบัญชี เอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวกับการเสียภาษีอากร จะต้องมีโทษอย่างไร
ก.ปรับไม่เกิน 3,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข.ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค.ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
ง.ปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
5. ผู้รักษาการตามประมวลรัษฎากรคือใคร
ก.นายกรัฐมนตรี                          ข. อธิบดี
ค.   ผู้ว่าราชการจังหวัด                 ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
 
6. คนต่างด้าวซึ่งจะเดินทางออกจากประเทศไทยจะต้องยื่นคำร้องตามแบบที่อธิบดีกำหนดเพื่อขอรับใบผ่านภาษีอาการภายในกำหนดเวลาเท่าใด
ก.เกิน  15 วันก่อนออกเดินทาง           ข. ไม่เกิน  30 วันก่อนออกเดินทาง
ค.ไม่เกิน  7 วันก่อนออกเดินทาง         ง. ไม่เกิน  10 วันก่อนออกเดินทาง
7. กรณีที่คนต่างด้าวผู้ใดไม่ยื่นคำร้องขอรับใบผ่านภาษีอากรหรือยื่นคำร้องแล้วแต่ยังไม่ได้รับใบผ่านภาษีอากรเดินทางออกจากประเทศไทย ให้คนต่างด้าวผู้นั้นเสียเงินเพิ่มร้อยละเท่าใดของเงินเสียภาษีอากร
ก. ร้อยละ  20                                 ข. ร้อยละ 30
ค.   ร้อยละ  40                               ง. ร้อยละ 50
8. ใบผ่านภาษีอากรให้มีอายุใช้ได้กี่วันนับแต่วันออก
ก. 5  วัน                      ข. 7 วัน
ค.   15 วัน                   ง. 20 วัน
9. คนต่างด้าวผู้ใดเดินทางออกจากประเทศไทยโดยไม่มีใบผ่านภาษีอากรต้องระวางโทษอย่างไร
ก.ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ
ข.ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ
ค.ปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ
ง.ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ
10.อธิบดีมีอำนาจเปิดเผยรายละเอียดใดต่อไปนี้เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากร
ก. ชื่อผู้เสียภาษีอากรและจำนวนภาษีอากรที่เสีย
ข. ชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกประเมินเพิ่มเติมของผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้น
ค. ชื่อผู้สอบบัญชีและพฤติการณ์ของผู้สอบบัญชีเกี่ยวกับการตรวจสอบและรับรองบัญชี
ง.  ถูกทุกข้อ

หัวข้อ: Re: คู่มือ-แนวข้อสอบ-หนังสืออ่านสอบ-ตัวอย่างข้อสอบ-ทุกหน่วยงาน-ทุกตำแหน่ง2558
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 03, 2015, 12:13:01 pm
ตัวอย่าง  ข้อสอบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ทุกตำแหน่ง

1. ข้อใดคือเว็ปไซด์ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ก. http://www.dsdw.co.th
ค. http:// www.bsd.dsdw.in.th
ข. http://www.dsdw.go.th
ง. http:// www.bsd.dsdw.go.th
 
2. ข้อใดคือชื่อย่อของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ก. กพส.                                                                                 ค. พส.
ข. กสก.                                                                                  ง. กส.
 
3. สพส. คือ
ก. สำนักบริหารกลาง                                                      ค. สำนักคุ้มครองสวัสดิภาพชุมชน
ข. สำนักบริการสวัสดิการสังคม                                    ง. สำนักพัฒนาสังคม
 
4. ข้อใดคือชื่อภาษาอังกฤษของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ก. Metropoutan  Waterwork  Authority
ข. Department of  Labour  Protection and Welfare
ค. Department of  Development Social and Welfare
ง. Department of  Social  Development and Welfare
 
5. ข้อใดคือวิสัยทัศน์ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ก. ”มุ่งมั่น พัฒนาตน พัฒนาระบบงาน อย่างยึดมั่นในประโยชน์ของผู้ใช้บริการ ด้วยความรับผิดชอบ”
ข. เป็นองค์กรหลักในการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการ โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ภายใต้ระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐาน เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายพึ่งตนเองได้
ค. เป็นองค์กรหลักในการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการ  เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายพึ่งตนเองได้
ง. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดระบบเครือข่าย และประสานให้มีการพัฒนาสังคมและ
จัดสวัสดิการที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่
 
6. ข้อใด   ไม่ใช่  พันธกิจของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ก. ”มุ่งมั่น พัฒนาตน พัฒนาระบบงาน อย่างยึดมั่นในประโยชน์ของผู้ใช้บริการ ด้วยความรับผิดชอบ”
ข. กำหนด และพัฒนาระบบการจัดบริการทางสังคมให้มีมาตรฐาน
ค. ป้องกัน แก้ไข ฟื้นฟู คุ้มครอง และพัฒนาศักยภาพแก่กลุ่มเป้าหมาย
ง. พัฒนาระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และได้มาตรฐาน
 
7. ข้อใด  ไม่ใช่  ค่านิยมของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ก. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดระบบเครือข่าย และประสานให้มีการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่
ข.  การพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ค. เป็นศูนย์กลางในการให้บริการ
ง. ความรับผิดชอบต่อสังคม
 
8. ข้อใดคือภารกิจของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ก. การให้บริการสวัสดิการสังคมการสังคมสงเคราะห์แก่ผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร ้คนไร้ที่พึ่ง โดยการประสานงานส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ข. การให้บริการสวัสดิการสังคมการสังคมสงเคราะห์แก่ผู้ประสบปัญหาทางสังคมโดยการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาในรูปแบบของสถาน สงเคราะห์
ค. การส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนและท้องถิ่นจัดสวัสดิการสังคม เพื่อ ให้กลุ่มเป้าหมายที่มีปัญหาทางสังคมสามารถดำรงชีวิตและ พึ่งตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรีของ ความเป็นมนุษย์
ง. ถูกทุกข้อ
 
9. ข้อใดคืออำนาจหน้าที่ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ก. พัฒนารูปแบบและวิธีการในการให้บริการสวัสดิการและการสังคมสงเคราะห์ในแต่ละกลุ่มเป้าหมายให้สอดคล้อง กับ มาตรฐานที่กำหนด
ข. ส่งเสริมและประสานการดำเนินงานของเครือข่ายบริการสวัสดิการสังคมของแต่ละกุล่ม เป้าหมายและแต่ละพื้นที่
ค. จัดบริการสวัสดิการสังคม การให้คำปรึกษาแนะนำ การให้ความช่วยเหลือ การแก้ไขปัญหาแก่ผู้ประสบปัญหาทาง สังคม กลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่มีปัญหาทางสังคม รวมทั้ง การประสานส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ง. ถูกทุกข้อ
 
10. ข้อใดคือนโยบายสวัสดิการสังคม และความมั่นคงของมนุษย์
ก. แก้ไขปัญหาความยากจนอย่างครบวงจรมุ่งให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาความยากจนมีหลักประกันความมั่นคงในการดำรงชีวิต
ข. เด็ก สตรี และคนพิการที่ด้อยโอกาส ไม่ถูกเลือกปฏิบัติและละเมิดสิทธิอันพึงได้ ไม่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์
ค. ถูกทั้ง  ก  และ  ค
ง. ไม่มีข้อถูก
หัวข้อ: Re: คู่มือ-แนวข้อสอบ-หนังสืออ่านสอบ-ตัวอย่างข้อสอบ-ทุกหน่วยงาน-ทุกตำแหน่ง2558
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 20, 2015, 09:07:37 am
ข้อสอบวิชาคอมพิวเตอร์

1. คอมพิวเตอร์คืออะไร
   ก.  ระบบโปรแกรมการทำงาน
   ข.  การคำนวณ
   ค.  เครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำงานตามขั้นตอนของโปรแกรม
   ง.   อุปกรณ์ที่ประกอบขึ้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์
2. ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์คืออะไร
   ก.  อุปกรณ์ที่ประกอบขึ้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบโปรแกรมการทำงาน
   ข.  การคำนวณ
   ค.  เครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำงานตามขั้นตอนของโปรแกรม
   ง.   ระบบโปรแกรมการทำงาน
3. ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์คืออะไร
   ก.  อุปกรณ์ที่ประกอบขึ้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบโปรแกรมการทำงาน
   ข.  โปรแกรมหรือชุดคำสั่งที่สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน
   ค.  เครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำงานตามขั้นตอนของโปรแกรม
   ง.   ระบบโปรแกรมการทำงาน
4. การวัดขนาดข้อมูล 8 Bit มีค่าเท่ากับ
   ก.  10 Byte
   ข.  100 Byte
   ค.  1 Byte
   ง.   1024 Byte
5. การวัดขนาดข้อมูล 1 KB(กิโลไบต์) มีค่าเท่ากับ
   ก.  1024 KB
ข.  1024 MB
   ค.  1024 Byte
              ง.  1024 Byte



6. การวัดขนาดข้อมูล 1 MB(เมกกะไบต์) มีค่าเท่ากับ
   ก.  1024 KB
ข.  1024 MB
   ค.  1024 Byte
              ง.  1024 Byte

7. การวัดขนาดข้อมูล 1 GB(กิกะไบต์) มีค่าเท่ากับ
   ก.  1024 KB
ข.  1024 MB
   ค.  1024 Byte
              ง.  1024 Byte
8. การวัดขนาดข้อมูล 1 TB(เทราไบต์) มีค่าเท่ากับ
   ก.  1024 KB
ข.  1024 MB
   ค.  1024 GB
              ง.  1024 Byte
9. RAM คืออะไร
   ก.  หน่วยความจำถาวรที่ติดตั้งมาพร้อมกับแผงเมนบอร์ด
ข.  หน่วยความจำเสมือน
   ค.  หน่วยความจำจำลองที่ทำงานแทนเมนบอร์ด
              ง.   หน่วยความจำชั่วคราวที่สามารถอ่านและเขียนข้อมูลได้
10. ROM คืออะไร
   ก.  หน่วยความจำถาวรที่ติดตั้งมาพร้อมกับแผงเมนบอร์ด
ข.  หน่วยความจำเสมือน
   ค.  หน่วยความจำจำลองที่ทำงานแทนเมนบอร์ด
              ง.   หน่วยความจำชั่วคราวที่สามารถอ่านและเขียนข้อมูลได้
11. ข้อมูล คืออะไร
   ก.  ข้อมูลที่ได้รับการกรอง และเรียบเรียง ที่สามารถนำไปใช้งานได้
ข.  ความเป็นจริงที่ยังเป็นข้อมูลดิบซึ่งไม่ได้ผ่านการประมวลผลใด ๆ
   ค.  ข้อมูลที่ประมวลผลแล้ว
              ง.   ผลลัพท์ของการทำงาน

12. ข้อมูลสารสนเทศ คืออะไร
   ก.  ข้อมูลที่ได้รับการกรอง และเรียบเรียง ที่สามารถนำไปใช้งานได้
ข.  ความเป็นจริงที่ยังเป็นข้อมูลดิบซึ่งไม่ได้ผ่านการประมวลผลใด ๆ
   ค.  ข้อมูลที่ประมวลผลแล้ว
              ง.   ผลลัพท์ของการทำงาน
13. ข้อใดไม่ใช่ระบบปฏิบัติการ
   ก.  Microsoft Windows98
ข.  Microsoft Windows ME
   ค.  Microsoft Windows XP
              ง.  Microsoft Office
14. ในปัจจุบันนิยมใช้ระบบปฏิบัติการอะไรมากที่สุด
   ก.  Microsoft Windows98
ข.  Microsoft Windows ME
   ค.  Microsoft Windows XP
              ง.  Microsoft Office
15. ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows XP ได้พัฒนาต่อจากระบบปฎิบัตการอะไร
   ก.  Microsoft Windows98
ข.  Microsoft Windows ME
   ค.  Microsoft Windows XP
              ง.  Microsoft Office
16. MOUSE คืออะไร
   ก.  เครื่องพิมพ์
ข.  อุปกรณ์นำเข้าข้อมูล เพื่อให้เราสามารถป้อนคำสั่งต่าง ๆ ได้
   ค.  อุปกรณ์สื่อสาร
              ง.  อุปกรณ์แสดงผล
17. ถ้าต้องการสลับปุ่มการทำงานซ้าย-ขวา ของเม้าส์ต้องคลิกปรับที่หัวข้อใด
   ก.  Button configulation
ข.  Double-click Speed
   ค.  Click Lock
              ง.  Click


18. ถ้าต้องการปรับความเร็วในการดับเบิ้ลคลิกให้ช้าหรือเร็ว ของเม้าส์ต้องคลิกปรับที่หัวข้อใด
   ก.  Button configulation
ข.  Click
   ค.  Click Lock
ง.  Double-click Speed
19. ถ้าต้องการคลิกลากโดยไม่ต้องคลิกเม้าส์ค้างไว้ต้องปรับที่หัวข้อใด
   ก.  Button configulation
ข.  Double-click Speed
   ค.  Click
ง.  Click Lock
20. คำสั่งใดที่ใช้ในการลบไฟล์
   ก.  Delete
ข.  Rename
   ค.  Open
ง.  Save


 
หัวข้อ: Re: คู่มือ-แนวข้อสอบ-หนังสืออ่านสอบ-ตัวอย่างข้อสอบ-ทุกหน่วยงาน-ทุกตำแหน่ง2558
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 20, 2015, 09:12:46 am
พระราชบัญญัติสภาการเหมืองแร่  พ.ศ. ๒๕๒๖

พระราชบัญญัติ
สภาการเหมืองแร่
พ.ศ. ๒๕๒๖
 
 
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๖
เป็นปีที่ ๓๘ ในรัชกาลปัจจุบัน

 
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
 
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยสภาการเหมืองแร่
 
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
 
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติสภาการเหมืองแร่ พ.ศ. ๒๕๒๖”
 
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
 
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
“อุตสาหกรรมเหมืองแร่” หมายความว่า การทำเหมืองตามกฎหมายว่าด้วยแร่
“ธุรกิจเหมืองแร่” หมายความว่า การสำรวจแร่ การซื้อแร่ การขายแร่ การเก็บแร่ การแต่งแร่ การประกอบโลหกรรม การนำแร่เข้าหรือส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยแร่
“สมาชิก” หมายความว่า สมาชิกของสภาการเหมืองแร่
“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการสภาการเหมืองแร่
“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสภาการเหมืองแร่
“พนักงาน” หมายความว่า พนักงานของสภาการเหมืองแร่ และให้หมายความรวมถึงเลขาธิการด้วย
“ลูกจ้าง” หมายความว่า ลูกจ้างของสภาการเหมืองแร่
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
 
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
 
หมวด ๑
การจัดตั้งสภาการเหมืองแร่
 
 
มาตรา ๕ ให้จัดตั้งสภาการเหมืองแร่ขึ้น มีอำนาจหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้
ให้สภาการเหมืองแร่เป็นนิติบุคคล
 
มาตรา ๖ สภาการเหมืองแร่มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นตัวแทนของผู้ประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และธุรกิจเหมืองแร่ภาคเอกชนในการประสานนโยบายและดำเนินงานระหว่างเอกชนกับรัฐ
(๒) ส่งเสริมและพัฒนาการประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่และธุรกิจเหมืองแร่
(๓) ศึกษาและหาทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และธุรกิจเหมืองแร่
(๔) คุ้มครองและรักษาประโยชน์ของสมาชิกในการประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่และธุรกิจเหมืองแร่
(๕) ส่งเสริม สนับสนุนการศึกษา ค้นคว้า วิจัยและทดลองเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และธุรกิจเหมืองแร่ รวมทั้งเผยแพร่ผลงานดังกล่าวให้สมาชิกทราบ
 
มาตรา ๗ ภายใต้บังคับมาตรา ๖ ห้ามสภาการเหมืองแร่กระทำการใดๆ ดังต่อไปนี้
(๑) กระทำการอันเป็นการทำลายการแข่งขันอันพึงมีตามปกติวิสัยของการประกอบธุรกิจ เว้นแต่จะเป็นการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล
(๒) กระทำการอันเป็นการจำกัดสิทธิของผู้ประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และธุรกิจเหมืองแร่ที่มีอยู่แล้วตามกฎหมาย
 
มาตรา ๘ ให้สภาการเหมืองแร่มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร และมีสำนักงานสาขาในจังหวัดอื่นได้ตามความจำเป็น
การจัดตั้งสำนักงานสาขาตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภาการเหมืองแร่กำหนด
 
มาตรา ๙ สภาการเหมืองแร่อาจมีรายได้ดังต่อไปนี้
(๑) ค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงของสมาชิก
(๒) ค่าบำรุงพิเศษ
(๓) ทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้
(๔) เงินรายได้อื่นๆ
 
มาตรา ๑๐ ให้สภาการเหมืองแร่มีอำนาจเรียกเก็บค่าบำรุงพิเศษได้
ค่าบำรุงพิเศษจะเรียกเก็บจากสมาชิกประเภทใด โดยวิธีใด ในอัตราเท่าใด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในข้อบังคับของสภาการเหมืองแร่
อัตราค่าบำรุงพิเศษที่จะเรียกเก็บในปีหนึ่งๆ สำหรับสมาชิกที่ประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ต้องไม่เกินร้อยละ ๐.๑ ของราคาแร่ที่สมาชิกแต่ละรายจำหน่ายในปีนั้นจากแร่ที่ได้ในการทำเหมือง และสำหรับสมาชิกที่มิได้ประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่ต้องไม่เกินปีละหนึ่งหมื่นบาท
 
มาตรา ๑๑ ห้ามบุคคลใดนอกจากสภาการเหมืองแร่ใช้ชื่อที่เป็นภาษาไทยว่า “สภาการเหมืองแร่” หรืออักษรต่างประเทศที่แปลหรืออ่านว่า “สภาการเหมืองแร่”
 
หมวด ๒
สมาชิก กรรมการ พนักงานและลูกจ้าง
 
 
มาตรา ๑๒ สภาการเหมืองแร่มีสมาชิกสามประเภท คือ
(๑) สมาชิกสามัญ
(๒) สมาชิกสมทบ
(๓) สมาชิกชั่วคราว
 
มาตรา ๑๓ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกสามัญ
ผู้ประกอบธุรกิจเหมืองแร่มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกสมทบ
ผู้ที่ประสงค์จะประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่หรือธุรกิจเหมืองแร่มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกชั่วคราว
 
มาตรา ๑๔ การรับเป็นสมาชิก สิทธิ หน้าที่ และการขาดจากสมาชิกภาพของสมาชิกสภาการเหมืองแร่รวมทั้งการอุทธรณ์ในกรณีที่สภาการเหมืองแร่ไม่รับผู้สมัครเป็นสมาชิก ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสภาการเหมืองแร่
 
มาตรา ๑๕ สมาชิกชั่วคราวซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่ หรือธุรกิจเหมืองแร่แล้ว ให้เปลี่ยนฐานะเป็นสมาชิกสามัญ หรือสมาชิกสมทบ แล้วแต่กรณี
 
มาตรา ๑๖ ให้มีคณะกรรมการสภาการเหมืองแร่คณะหนึ่งมีจำนวนไม่เกินสิบแปดคน ประกอบด้วยกรรมการซึ่งเป็นสมาชิกสามัญที่เลือกตั้งโดยสมาชิกสามัญมีจำนวนเป็นสองเท่าของกรรมการซึ่งเป็นสมาชิกสมทบที่เลือกตั้งโดยสมาชิกสมทบ
ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการซึ่งเป็นสมาชิกสามัญคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ และให้ประธานกรรมการเป็นประธานที่ประชุมสภาการเหมืองแร่
 
มาตรา ๑๗ ห้ามผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้เป็นกรรมการ
(๑) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของสภาการเหมืองแร่
(๒) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๓) เป็นข้าราชการประจำหรือข้าราชการการเมือง
(๔) เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(๕) เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกเว้นแต่ในความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
 
มาตรา ๑๘ กรรมการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี
ในวาระเริ่มแรกเมื่อครบหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับเลือกตั้ง ให้กรรมการซึ่งเป็นสมาชิกสามัญ และสมาชิกสมทบออกจากตำแหน่งจำนวนฝ่ายละกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการแต่ละฝ่ายโดยวิธีจับสลาก หากจำนวนที่คำนวณได้มีเศษให้ปัดเศษทิ้ง
การเลือกตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างตามวรรคสอง ให้นำมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับ
ในกรณีที่มีการเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ หรือพ้นจากตำแหน่งโดยวิธีจับสลาก ให้ผู้ได้รับเลือกตั้งใหม่อยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี
กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระหรือโดยวิธีจับสลากอาจได้รับเลือกตั้งอีกได้
 
มาตรา ๑๙ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๘ กรรมการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ที่ประชุมสภาการเหมืองแร่มีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกสามัญ และสองในสามของจำนวนสมาชิกสมทบที่มาประชุม
(๔) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๗
(๕) รัฐมนตรีโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีสั่งให้พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๔๐
เมื่อกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการเรียกประชุมสภาการเหมืองแร่เพื่อเลือกตั้งสมาชิกสามัญ หรือสมาชิกสมทบ แล้วแต่กรณี เป็นกรรมการแทนภายในสามสิบวัน เว้นแต่วาระของกรรมการผู้นั้นจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน จะไม่เลือกตั้งกรรมการแทนก็ได้
กรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งตามวรรคสองอยู่ในตำแหน่งตามวาระของกรรมการซึ่งตนแทน
 
มาตรา ๒๐ ในระหว่างที่ยังมิได้มีการเลือกตั้งกรรมการแทนตามมาตรา ๑๘ หรือในระหว่างที่ยังมิได้มีการเลือกตั้งกรรมการแทน หรือในกรณีที่ไม่มีการเลือกตั้งกรรมการแทนตามมาตรา ๑๙ ให้กรรมการที่เหลืออยู่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการต่อไปได้ แต่ต้องมีกรรมการพอที่จะเป็นองค์ประชุมตามมาตรา ๒๒
 
มาตรา ๒๑ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและดำเนินงานของสภาการเหมืองแร่ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาการเหมืองแร่รวมทั้งมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา ๖
(๒) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการเลือกตั้งคณะกรรมการ
(๓) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการประชุมและดำเนินกิจการของคณะกรรมการ และการประชุมสภาการเหมืองแร่
(๔) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการรับสมัคร คุณสมบัติ สิทธิ หน้าที่ วินัย การลงโทษสมาชิก และการพ้นจากสมาชิกภาพรวมทั้งการอุทธรณ์ในกรณีที่สภาการเหมืองแร่ไม่รับผู้สมัครเป็นสมาชิก
(๕) ออกข้อบังคับกำหนดค่าลงทะเบียน ค่าบำรุง ค่าบำรุงพิเศษ และค่าบริการที่จะพึงเรียกเก็บจากสมาชิก
(๖) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการบัญชีและการเงินของสภาการเหมืองแร่
(๗) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการบรรจุ การแต่งตั้ง การถอดถอน การกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินบำเหน็จรางวัลพนักงานและลูกจ้าง รวมทั้งระเบียบ วินัย การลงโทษ และการร้องทุกข์ของพนักงานและลูกจ้าง
(๘) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการสงเคราะห์พนักงานและลูกจ้างตลอดจนครอบครัวของบุคคลดังกล่าว หรือผู้ซึ่งพ้นจากการเป็นพนักงานและลูกจ้าง
(๙) ออกระเบียบหรือข้อบังคับในเรื่องอื่นใดที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของสภาการเหมืองแร่
(๑๐) ให้คำปรึกษา แนะนำ ชี้แจง และอำนวยความสะดวกแก่สมาชิกในการประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่และธุรกิจเหมืองแร่
(๑๑) เสนอแนะ ให้ความเห็น และให้คำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในเรื่องที่เกี่ยวกับการประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่และธุรกิจเหมืองแร่
การกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับตาม (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๙) ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสภาการเหมืองแร่ก่อนและการกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับตาม (๒) (๔) และ (๕) เมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีแล้วจึงให้ใช้บังคับได้
 
มาตรา ๒๒ การประชุมของคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการซึ่งเป็นสมาชิกสามัญคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือตามเสียงข้างมาก
กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด
ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้ามีการพิจารณาเรื่องใดที่เกี่ยวกับตัวกรรมการผู้ใด กรรมการผู้นั้นมีสิทธิเข้าประชุมเพื่อชี้แจงในเรื่องนั้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียง
 
มาตรา ๒๓ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งเลขาธิการการสภาการเหมืองแร่ขึ้นหนึ่งคนมีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๒๖ และให้เลขาธิการเป็นเลขานุการของคณะกรรมการและของที่ประชุมสภาการเหมืองแร่ด้วย
เลขาธิการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และเมื่อดำรงตำแหน่งครบวาระแล้วอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
ให้เลขาธิการได้รับเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด
 
มาตรา ๒๔ เลขาธิการต้องมีคุณสมบัติตาม (๑) (๒) และ (๓) และไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (๔) (๕) (๖) และ (๗) ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีความรู้เกี่ยวกับการอุตสาหกรรมเหมืองแร่หรือธุรกิจเหมืองแร่
(๓) สามารถทำงานให้แก่สภาการเหมืองแร่ได้เต็มเวลา
(๔) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๕) เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(๖) เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกเว้นแต่ในความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๗) เป็นข้าราชการประจำหรือข้าราชการการเมือง
 
มาตรา ๒๕ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๒๓ เลขาธิการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะกรรมการมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด
(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๔
 
มาตรา ๒๖ เลขาธิการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) บริหารกิจการของสภาการเหมืองแร่ และมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้าง
(๒) รวบรวม ศึกษา และวิจัยข้อมูล สถิติ และกิจการอันเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่และธุรกิจเหมืองแร่
(๓) เสนอแนะและปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการ เพื่อดำเนินการตามมาตรา ๒๑
ในการบริหารกิจการเลขาธิการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการ
 
มาตรา ๒๗ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการเป็นผู้แทนของสภาการเหมืองแร่ และเพื่อการนี้เลขาธิการจะมอบหมายเป็นหนังสือให้บุคคลใดปฏิบัติกิจการบางอย่างแทนก็ได้ ในเมื่อกิจการนั้นไม่ขัดต่อระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนดไว้
 
มาตรา ๒๘ เมื่อตำแหน่งเลขาธิการว่างลงหรือเลขาธิการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งกรรมการหรือพนักงานคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ทำการแทนชั่วคราวได้ ในกรณีเช่นนี้ให้ผู้ทำการแทนมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับเลขาธิการ
 
มาตรา ๒๙ ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งของสภาการเหมืองแร่ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
การประชุมของคณะอนุกรรมการให้นำมาตรา ๒๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ให้อนุกรรมการได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่คณะกรรมการกำหนด
 
มาตรา ๓๐ ให้ประธานกรรมการและกรรมการได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่ที่ประชุมสภาการเหมืองแร่กำหนด
 
หมวด ๓
การดำเนินกิจการของสภาการเหมืองแร่
 
 
มาตรา ๓๑ ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมสภาการเหมืองแร่ปีละหนึ่งครั้ง การประชุมเช่นนี้เรียกว่า ประชุมสามัญ
การประชุมคราวอื่นนอกจากการประชุมตามวรรคหนึ่งเรียกว่า ประชุมวิสามัญ
 
มาตรา ๓๒ เมื่อมีเหตุจำเป็นคณะกรรมการจะเรียกประชุมวิสามัญเมื่อใดก็ได้
สมาชิกสามัญหรือสมาชิกสมทบ หรือสมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบ จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในแปดของจำนวนสมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบรวมกัน จะทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้เรียกประชุมวิสามัญก็ได้ ในหนังสือร้องขอนั้นต้องระบุว่าประสงค์ให้เรียกประชุมเพื่อการใด
ในกรณีที่สมาชิกเป็นผู้ร้องขอให้เรียกประชุมวิสามัญตามวรรคสองให้คณะกรรมการเรียกประชุมวิสามัญภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รับหนังสือร้องขอ
 
มาตรา ๓๓ ในการประชุมสภาการเหมืองแร่ ต้องมีสมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบรวมกัน จึงจะเป็นองค์ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม ให้ถือตามเสียงข้างมากของสมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบรวมกันซึ่งมาประชุม
สมาชิกคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
 
มาตรา ๓๔ สมาชิกชั่วคราวมีสิทธิเข้าร่วมการประชุมสภาการเหมืองแร่แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
 
มาตรา ๓๕ ให้คณะกรรมการจัดทำรายงานประจำปีแสดงผลงานของคณะกรรมการในปีที่ล่วงมา และคำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายเสนอต่อที่ประชุมสามัญพร้อมด้วยงบดุลและบัญชีรายได้รายจ่ายประจำปี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีรับรองภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินและให้ส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวไปยังรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ที่ประชุมสามัญรับรองแล้ว
 
มาตรา ๓๖ ผู้สอบบัญชีตามมาตรา ๓๕ นั้น ให้ที่ประชุมสภาการเหมืองแร่แต่งตั้งจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชี และต้องไม่เป็นกรรมการ เลขาธิการ พนักงานหรือลูกจ้าง
ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบสรรพสมุด บัญชี และเอกสารหลักฐานของสภาการเหมืองแร่ และขอคำชี้แจงจากกรรมการ เลขาธิการ พนักงานและลูกจ้างได้
ให้ผู้สอบบัญชีได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่ที่ประชุมสภาการเหมืองแร่กำหนด
 
หมวด ๔
การควบคุมของรัฐ
 
 
มาตรา ๓๗ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจดังต่อไปนี้
(๑) ควบคุมดูแลให้คณะกรรมการดำเนินการตามมาตรา ๓๕
(๒) สั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานของสภาการเหมืองแร่
(๓) สั่งเป็นหนังสือให้กรรมการหรือเลขาธิการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการของสภาการเหมืองแร่ และจะให้ส่งเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงานหรือรายงานการประชุมของคณะกรรมการด้วยก็ได้
(๔) สั่งเป็นหนังสือโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีให้สภาการเหมืองแร่ยับยั้งหรือแก้ไขการกระทำใดๆ ที่ปรากฏว่าขัดต่อนโยบายของรัฐบาลหรือมติของคณะรัฐมนตรี
 
มาตรา ๓๘ เพื่อปฏิบัติการตามคำสั่งของรัฐมนตรีตามมาตรา ๓๗ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานในสำนักงานของสภาการเหมืองแร่ได้ในระหว่างเวลาทำการ หรือให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องชี้แจงแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ร้องขอ
ในการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร
 
มาตรา ๓๙ ในการปฏิบัติตามมาตรา ๓๘ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง
บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด
 
มาตรา ๔๐ เมื่อปรากฏว่าสภาการเหมืองแร่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐมนตรี ตามมาตรา ๓๗ หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการผิดวัตถุประสงค์ของสภาการเหมืองแร่ หรือกระทำการใดๆ อันอาจเป็นภัยต่อระบบเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ให้รัฐมนตรีโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี มีอำนาจสั่งให้กรรมการคนใดคนหนึ่งหรือทั้งหมดพ้นจากตำแหน่ง ในกรณีเช่นนี้ กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งไม่มีสิทธิเป็นกรรมการอีก เว้นแต่จะพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่รัฐมนตรีมีคำสั่ง
 
มาตรา ๔๑ ในกรณีที่รัฐมนตรีมีคำสั่งให้กรรมการทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๔๐ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งบุคคลจากสมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบของสภาการเหมืองแร่ที่เหมาะสมตามจำนวนและอัตราส่วนที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๖ เป็นกรรมการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รัฐมนตรีมีคำสั่งให้กรรมการทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง และให้คณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งใหม่เรียกประชุมสภาการเหมืองแร่ เพื่อเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา ๑๖ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่รัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ
เมื่อเลือกตั้งคณะกรรมการใหม่แล้ว ให้คณะกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง พ้นจากหน้าที่
 
หมวด ๕
บทกำหนดโทษ
 
 
มาตรา ๔๒ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละหนึ่งร้อยบาทจนกว่าจะเลิกใช้
 
มาตรา ๔๓ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ชี้แจงหรือไม่อำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา ๓๘ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
 
หมวด ๖
บทเฉพาะกาล
 
 
มาตรา ๔๔ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้รัฐมนตรีแต่งตั้งผู้อำนวยการองค์การเหมืองแร่ในทะเล ผู้อำนวยการองค์การเหมืองแร่ นายกสมาคมเหมืองแร่ไทย นายกสมาคมอุตสาหกรรมเหมืองแร่ นายกสมาคมเหมืองแร่สยามนานาชาติ นายกสมาคมฟลูออไรท์ไทย นายกสมาคมเหมืองแร่จังหวัดระนอง และนายกสมาคมเหมืองแร่จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นคณะกรรมการชั่วคราว ทำหน้าที่แทนสภาการเหมืองแร่ และดำเนินการรับสมัครสมาชิกภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้คณะกรรมการชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง จัดให้มีการประชุมสมาชิกเพื่ออนุมัติข้อบังคับว่าด้วยการเลือกตั้งคณะกรรมการตามมาตรา ๒๑ และเลือกตั้งคณะกรรมการตามมาตรา ๑๖ และปฏิบัติการอย่างอื่นเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้คณะกรรมการชั่วคราวดังกล่าวพ้นจากหน้าที่เมื่อคณะกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งเข้ารับหน้าที่
ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ถ้ามีเหตุจำเป็นและสมควร รัฐมนตรีจะขยายระยะเวลาให้ก็ได้ การขยายระยะเวลาดังกล่าวให้ขยายได้ไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
คณะกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งตามวรรคสอง ต้องจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการภายในสิบห้าวันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่เพื่อแต่งตั้งประธานกรรมการตามมาตรา ๑๖ วรรคสอง และเลขาธิการตามมาตรา ๒๓ และจัดให้มีการประชุมสภาการเหมืองแร่ตามมาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่ ทั้งนี้ เพื่อรับรองผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชั่วคราว ตลอดจนพิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและเรื่องอื่นๆ ที่ที่ประชุมพิจารณาเห็นสมควร
 
มาตรา ๔๕ ให้ผู้ที่ใช้ชื่อที่เป็นภาษาไทยว่า “สภาการเหมืองแร่” หรืออักษรต่างประเทศที่แปลหรืออ่านว่า “สภาการเหมืองแร่” ซึ่งต้องห้ามตามมาตรา ๑๑ อยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเลิกใช้ชื่อหรือคำอื่นใดดังกล่าวแล้วนั้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และในระหว่างเวลาดังกล่าวมิให้นำมาตรา ๔๒ มาใช้บังคับ
 
 
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ป. ติณสูลานนท์
นายกรัฐมนตรี


หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากแร่เป็นทรัพยากรของชาติที่ใช้หมดแล้วจะไม่สามารถหาสิ่งอื่นใดมาทดแทนได้ และในปัจจุบันอุตสาหกรรมเหมืองแร่และธุรกิจเหมืองแร่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและทำรายได้ให้แก่ประเทศชาติมากขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่และธุรกิจเหมืองแร่ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ สมควรจัดตั้งสภาการเหมืองแร่ขึ้นทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้ประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และธุรกิจเหมืองแร่ ในการประสานนโยบายและการดำเนินงานระหว่างเอกชนกับรัฐ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
หัวข้อ: Re: คู่มือ-แนวข้อสอบ-หนังสืออ่านสอบ-ตัวอย่างข้อสอบ-ทุกหน่วยงาน-ทุกตำแหน่ง2558
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 20, 2015, 09:16:33 am
แนวข้อสอบตำแหน่ง นักพัสดุ : ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535

 
1.    ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงปัจจุบันฉบับที่ ?
ก. ฉบับที่ 5
ข. ฉบับที่ 6
ค. ฉบับที่ 7*
ง. ฉบับที่ 8


2. ผู้รักษาการตามระเบียบนี้ คือ
ก. ปลัดกระทรวงการคลัง*
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ค. นายกรัฐมนตรี
ง. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี


3. การพัสดุ ตามระเบียบฯ หมายความว่า
ก. การจัดทำเอง
ข. การซื้อ
ค. การจ้างที่ปรึกษา
ง. ถูกทุกข้อ*


4. ข้อใดไม่ได้หมายถึงการจ้างตามระเบียบนี้
ก. จ้างทำของ
ข. จ้างเหมาบริการ
ค. จ้างลูกจ้างของส่วนราชการ*
ง. การรับขน


5. เงินงบประมาณ หมายความว่า
ก. งบประมาณรายจ่ายประจำปี
ข. งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม
ค. เงินคงเหลือจ่ายข้ามปี
ง. ถูกทุกข้อ*
6. ตามระเบียบฯ อาคาร หมายความว่า
ก. อาคารที่ทำการ
ข. โรงเรียน
ค. สนามกีฬา
ง. ถูกทุกข้อ*

7. คำว่า ส่วนราชการ ตามระเบียบฯ หมายความว่า
ก. กระทรวง
ข. กรม
ค. สำนักงาน
ง. ถูกทุกข้อ*


8. หัวหน้าส่วนราชการ คือ
ก. อธิบดี
ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ค. เลขาธิการ ก.พ.
ง. ถูกทุกข้อ*


9. ใครคือ เจ้าหน้าที่พัสดุโดยตำแหน่ง
ก. หัวหน้าหน่วยงานระดับกอง*
ข. เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับแต่งตั้ง
ค. เลขานุการสำนักงาน ซึ่งได้รับแต่งตั้ง
ง. ถูกทุกข้อ


10. คำว่า ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จะต้องถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ.....
ก. 25*
ข. 30
ค. 40
ง. 50


11. การขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หมายความว่า
ก. การสมยอม
ข. การรับว่าจะให้
ค. การใช้กำลังประทุษร้าย
ง. ถูกทุกข้อ*
12. ข้อใดหมายถึง งานก่อสร้างสาธารณูปโภค
ก. การประปา
ข. การโทรคมนาคม
ค. การระบายน้ำ
ง. ถูกทุกข้อ*


13. ระเบียบนี้ใช้บังคับแก่ส่วนราชการ ซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุโดย
ก. เงินงบประมาณ
ข. เงิน
ค. เงินช่วยเหลือ
ง. ถูกทุกข้อ*

14. การมอบอำนาจตามระเบียบนี้ ให้ผู้มอบอำนาจส่งสำเนาหลักฐานการมอบอำนาจให้กับ
ก. กรมสรรพกร
ข. สตง.*
ค. คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ
ง. ถูกทุกข้อ


15. ถ้าการกระทำที่มีเจตนาทุจริต หรือเป็นเหตุให้ทางราชการเสียหายอย่างร้ายแรง การดำเนินการลงโทษอย่างต่ำ คือ
ก. ปลดออก*
ข. ไล่ออก
ค. ตัดเงินเดือน
ง. ตักเตือน

 
16. ถ้าการกระทำเป็นเหตุให้ทางราชการเสียหายแต่ไม่ร้ายแรง ให้ลงโทษอย่างต่ำ คือ
ก. ปลดออก
ข. ไล่ออก
ค. ตัดเงินเดือน*
ง. ตักเตือน


17. คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ ประกอบด้วย
ก. ปลัดกระทรวงการคลัง ประธาน*
ข. อธิบดีกรมบัญชีกลาง ประธาน
ค. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประธาน
ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประธาน


18. ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานที่ถูกตัดรายชื่อออกจากการเป็นผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานเพราะเหตุเป็นผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน จะอุธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อใคร
ก. ปลัดกระทรวงคมนาคม*
ข. หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ
ค. เจ้าหน้าที่พัสดุ
ง. รัฐมนตรีเจ้าสังกัด


19. ถ้ามีผู้เสนอราคาพัสดุที่อยู่ระหว่างขอการรับรองระบบคุณภาพให้ถือเสมือนเป็นผู้เสนอราคาพัสดุที่ได้รับรองคุณภาพซึ่งได้จดทะเบียนไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรมภายในกี่วัน
ก. 10 *
ข. 15
ค. 20
ง. 30

20. วิธีซื้อและวิธีจ้างตามระเบียบพัสดุกระทำได้กี่วิธี
ก. 4
ข. 5
ค. 6*
ง. 7
21. การซื้อโดยวิธีตกลงราคา ได้แก่ การซื้อครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาไม่เกิน
ก. 50,000
ข. 60,000
ค. 100,000*
ง. 10,000


22. การจ้างโดยวิธีตกลงราคา ได้แก่ การจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาไม่เกิน
ก. 50,000
ข. 60,000
ค. 100,000*
ง. 10,000


23. การซื้อโดยวิธีสอบราคา ได้แก่ การซื้อครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน
ก. 200,000
ข. 2,000,000
ค. 100,000*
ง. 10,000
24. การจ้างโดยวิธีสอบราคา ได้แก่ การจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน
ก. 200,000
ข. 2,000,000
ค. 100,000*
ง. 10,000


25. การซื้อโดยวิธีประกวดราคา ได้แก่ การซื้อครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน
ก. 200,000
ข. 2,000,000*
ค. 100,000
ง. 10,000


26. การซื้อโดยวิธีพิเศษ ได้แก่
ก. การซื้อครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน 100,000 บาท
ข. เป็นพัสดุที่ต้องซื้อเร่งด่วน หากล่าช้าอาจเสียหายแก่ทางราชการ
ค. เป็นพัสดุที่ต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ
ง. ถูกทุกข้อ*

27. การซื้อรถประจำตำแหน่งสามารถซื้อได้ในกรณีใด
ก. ตกลงราคา
ข. สอบราคา
ค. ประกวดราคา
ง. วิธีพิเศษ*


28. การจ้างโดยวิธีพิเศษ ได้แก่
ก. เป็นงานที่ต้องจ้างช่างผู้มีฝีมือโดยเฉพาะ หรือผู้มีความชำนาญเป็นพิเศษ
ข. การจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน 100,000 บาท
ค. เป็นงานจ้างที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจเสียหายแก่ทางราชการ
ง. ถูกทุกข้อ*


29. การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ ได้แก่ การซื้อการจ้างจากแหล่งใด
ก. จากส่วนราชการ
ข. จากรัฐวิสาหกิจ
ค. ถูกทั้ง ก. และ ข.*
ง. ผิดทุกข้อ


30. รายงานขอซื้อขอจ้าง ระบุตามระเบียบพัสดุข้อที่เท่าใด
ก. 24
ข. 25
ค. 26
ง. 27*
หัวข้อ: Re: คู่มือ-แนวข้อสอบ-หนังสืออ่านสอบ-ตัวอย่างข้อสอบ-ทุกหน่วยงาน-ทุกตำแหน่ง2558
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 20, 2015, 09:26:14 am
แนวข้อสอบ ตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไป : ระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ.2555

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 มีผลบังคับใช้เมื่อใด
ก. 11 มกราคม พ.ศ. 2555 ค. 25 มกราคม พ.ศ. 2555
ข. 22 มกราคม พ.ศ. 2555 ง. 24 มกราคม พ.ศ. 2555
ตอบ ค. 25 มกราคม พ.ศ. 2555
ข้อใดคือผู้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555
ก. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ข. นายกรัฐมนตรี
ค. รองนายกรัฐมนตรี
ง. เลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี
ตอบ  ก. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ข้อใดไม่ใช่หัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรง
ก. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ข. ปลัดทบวง
ค. เลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี
ง. รองปลัดกระทรวงผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มภารกิจ
ตอบ ค. เลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี
ข้อ5 ในระเบียบนี้
“ปลัดกระทรวง” ให้หมายความรวมถึงปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดทบวง และรองปลัดกระทรวงผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มภารกิจ
ข้อใดคือหัวหน้าสวนราชการ
ก. อธิบดี
ข. เลขานุการรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาสำนักงานรัฐมนตรี
ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
ข้อ5 ในระเบียบนี้
“หัวหน้าส่วนราชการ” หมายความว่า อธิบดี หัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม หัวหน้าส่วนราชการซึ่งไม่มีฐานะเป็นกรมแต่มีฐานะเป็นอธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัดและให้หมายความรวมถึงเลขานุการรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาสำนักงานรัฐมนตรีด้วย”
ในกรณีที่จะลาติดตามคู่สมรสไปยังต่างประเทศได้นั้น คู่สมรสต้องไปทำงานในต่างประเทศเป็นระยะเวลากี่ปีขึ้นไป
ก. 1 ปี ค. 3 ปี
ข. 2 ปี ง. 4 ปี
ตอบ ก. 1 ปี
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการลาทุกประเภทที่มีการกำหนดการลาไว้เป็นพิเศษ
ก. ผู้ลาต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการลาประเภทนั้นด้วย
ข. ผู้อนุญาตต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการลาประเภทนั้นด้วย
ค. ผู้ลาและผู้อนุญาตปฏิบัติตามข้อกำหนดในการลาตามปกติ
ง. ถูกทั้ง ก และ ข
ตอบ  ง. ถูกทั้ง ก และ ข
การลาต้องเสนอใบลาต่อส่วนใด
ก. ผู้บังคับบัญชา
ข. ผู้บังคับบัญชาสูงสุด
ค. ผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาต
ง. หัวหน้าฝ่าย
ตอบ ค. ผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาต
ข้าราชการได้รับคำสั่งให้ไปช่วยราชการ ณ หน่วยงานอื่นต้องการลาคลอดบุตร ต้องขออนุญาตที่หน่วยงานใด
ก. หน่วยงานต้นสังกัด
ข. หน่วยงานที่ไปช่วยราชการ
ค. สำนักงาน ก.พ.
ง. ถูกทั้ง ก และ ข
ตอบ ข. หน่วยงานที่ไปช่วยราชการ
หน่วยงานต้องส่งรายงานการลาของข้าราชการที่มาช่วยราชการต่อหน่วยงานต้นสังกัดอย่างน้อยปีละกี่ครั้ง
ก. 3 ครั้ง ค. 1 ครั้ง
ข. 2 ครั้ง ง. ไม่ต้องรายงาน
ตอบ ค. 1 ครั้ง
ข้อ 9 ข้าราชการผู้ใดได้รับคำสั่งให้ไปช่วยราชการ ณ หน่วยงานอื่นใดของทางราชการ
หากประสงค์จะลาป่วย ลาคลอดบุตร ลากิจส่วนตัว ลาพักผ่อน หรือลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพลในระหว่างเวลาที่ไปช่วยราชการ ให้เสนอขออนุญาตลาต่อผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานที่ไปช่วยราชการ แล้วให้หน่วยงานนั้นรายงานจำนวนวันลาให้หน่วยงานต้นสังกัดของผู้นั้นทราบอย่างน้อยปีละครั้ง[/color][/size]
หัวข้อ: Re: คู่มือ-แนวข้อสอบ-หนังสืออ่านสอบ-ตัวอย่างข้อสอบ-ทุกหน่วยงาน-ทุกตำแหน่ง2558
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 20, 2015, 09:28:17 am
สรุประเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการพ.ศ.๒๕๕๕
๑.ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕ มีผลบังคับใช้วันที่ ๒๕ มกราคม๒๕๕๕
ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้
๒.ผู้มีอำนาจการลาไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ หากมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนให้เสนอใบลาต่อผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปพิจารณา
        - การลาในช่วงก่อนและหลังวันหยุดราชการประจำสัปดาห์หรือวันหยุดราชการประจำปีเพื่อให้มีวันหยุดต่อเนื่องกันให้ผู้มีอำนาจใช้ดุลพินิจตามความเหมาะสม
๓.การนับวันลานับตามปีงบประมาณ
        - การนับวันลาให้นับต่อเนื่องกันรวมวันหยุดราชการที่อยู่ระหว่างวันลาประเภทเดียวกันยกเว้น 
ลาป่วย  ลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร   ลากิจส่วนตัว   ลาพักผ่อน  นับเฉพาะวันทำการ
        - การลาป่วยหรือลากิจส่วนตัวต่อเนื่องกันในปีงบประมาณเดียวกันหรือไม่ก็ตาม นับเป็นหนึ่งครั้ง
        - การลาไปช่วยเหลือภริยา ลากิจส่วนตัว(ไม่ใช่ลากิจเลี้ยงดูบุตร) ลาพักผ่อนหากมีราชการจำเป็นผู้บังคับบัญชามีอำนาจเรียกกลับมาปฏิบัติราชการระหว่างลาได้ และถือว่าให้สิ้นสุดวันลาก่อนวันกลับมาปฏิบัติราชการแต่ถ้าผู้มีอำนาจเห็นว่าการเดินทางต้องใช้เวลา ให้ถือว่าสิ้นสุดก่อนวันเดินทางกลับ
        - การลาครึ่งวันเช้าบ่ายนับเป็นการลาครึ่งวัน
        - การยกเลิกวันลาการลาสิ้นสุดก่อนวันมาปฏิบัติราชการ
๔. การควบคุมการลา
        - จัดทำบัญชีลงเวลาปฏิบัติราชการ
        - เครื่องบันทึกเวลาการปฏิบัติราชการ
        - แบบอื่นตามที่เห็นสมควรได้
๕.การลาต้องใช้ใบลาตามแบบที่กำหนด เว้นกรณีเร่งด่วนจำเป็นใช้วิธีการอื่นได้แต่ต้องส่งใบลาตามแบบในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการ
        ส่วนราชการอาจนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาประยุกต์ใช้ในการเสนออนุญาต และยกเลิกวันลา สำหรับวันลาป่วย ลาพักผ่อน ลากิจส่วนตัว(เว้นลากิจเลี้ยงดูบุตร)
๖. การไปต่างประเทศระหว่างการลาหรือวันหยุดราชการให้เสนอขออนุญาตต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงหัวหน้าส่วนราชการ (ผวจ.)  แล้วรายงานให้ปลัดกระทรวงทราบด้วย
๗.การขออนุญาตไปต่างประเทศซึ่งอยู่ติดเขตแดนประเทศไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุญาตได้ไม่เกิน ๗ วันนายอำเภอท้องที่ที่มีอาณาเขตติดต่อประเทศนั้นอนุญาตได้ไม่เกิน  ๓  วัน
๘.ข้าราชการที่ไม่สามารถมาปฏิบัติราชการเพราะพฤติการณ์พิเศษ ให้รีบรายงานพฤติการณ์ปัญหาอุปสรรคต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงหัวหน้าส่วนราชการ (ผวจ.)ทันทีในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการ แล้วไม่ต้องนับเป็นวันลา แต่ถ้าเห็นว่าไม่เป็นพฤติการณ์พิเศษให้ถือวันวันที่ไม่มาเป็นวันลากิจส่วนตัว
๙.. การลาแบ่งออกเป็น  ๑๑  ประเภทคือ   
        ๑. การลาป่วย   
        ๒. การลาคลอดบุตร
       ๓.การลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร
        ๔ การลากิจส่วนตัว   
        ๕. การลาพักผ่อน
        ๖. การลาอุปสมบทหรือการลาไปประกอบพิธีฮัจย์
        ๗. การลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล
        ๘. การลาไปศึกษาฝึกอบรม ปฏิบัติงานวิจัย หรือดูงาน
        ๙. การลาไปปฏิบัติงานในองค์กรระหว่างประเทศ
        ๑๐. การลาติดตามคู่สมรส
       ๑๑.การลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ
๑๐. การลาป่วย
        - เสนอใบลาก่อนหรือในวันที่ลาดยกเว้นจำเป็น เสนอวันแรกที่มาปฏิบัติราชการ
        - ในกรณีที่ข้าราชการผู้ขอลามีอาการป่วย จนไม่สามารถจะลงชื่อในใบลาได้ ให้ผู้อื่นลาแทนได้แต่เมื่อสามารถลงชื่อได้แล้วให้เสนอใบลาโดยเร็ว
        - การลาป่วย ๓๐ วันขึ้นไปต้องมีใบรับรองแพทย์
        - การลาป่วยไม่ถึง ๓๐ วัน ถ้าผู้มีอำนาจอนุญาตเห็นสมควรให้เสนอใบรับรองแพทย์ประกอบการลาหรือสั่งให้ไปตรวจร่างกายประกอบการพิจารณาอนุญาตได้
๑๑ การลาคลอดบุตร (ไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์)
        - เสนอใบลาก่อนหรือในวันที่ลาถ้าลงชื่อไม่ได้ให้ผู้อื่นลาแทนได้ เมื่อลงชื่อได้ให้ส่งใบลาโดยเร็ว
        - ลาในวันที่คลอด ก่อนหรือหลังคลอดก็ได้แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน ๙๐ วัน
        - ลาไปแล้วยังไม่คลอดยกเลิกวันลาคลอดบุตรได้ ให้นับวันที่หยุดราชการไปแล้วเป็นวันลากิจ
        - การลาคลอดบุตรคาบเกี่ยวการลาประเภทอื่นให้ถือว่าวันลานั้นสิ้นสุดลง และนับเป็นวันลาคลอดบุตรนับแต่วันลาคลอดบุตร
๑๒การลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร (ที่ชอบด้วยกฎหมาย)
        - เสนอใบลาก่อนหรือในวันที่ลา ภายใน ๙๐ วันนับแต่วันที่คลอดบุตรลาครั้งหนึ่งติดต่อกันไม่เกิน ๑๕ วันทำการ
        -ผู้มีอำนาจอนุญาตอาจให้แสดงหลักฐานประกอบการพิจารณาได้
๑๓. การลากิจส่วนตัว
        - เสนอใบลาจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาตได้รับอนุญาตแล้วจึงจะหยุดราชการได้
        -ถ้ามีเหตุจำเป็น เสนอแล้วระบุสาเหตุ แล้วหยุดราชการไปก่อนได้แต่ต้องรีบชี้แจงโดยเร็ว
        - ถ้าไม่สามารถเสนอใบลาได้ให้ส่งใบลาพร้อมเหตุผลความจำเป็นในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการ
        - ลากิจส่วนตัวต่อเนื่องจากลาคลอดบุตรได้ไม่เกิน๑๕๐ วันทำการ
๑๔. การลาพักผ่อน
        - เสนอใบลาจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาตได้รับอนุญาตแล้วจึงจะหยุดราชการได้
        - ลาได้ปีงบประมาณละ ๑๐ วันทำการ
        -ข้าราชการที่บรรจุเข้ารับราชการยังไม่ถึง ๖เดือนไม่มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีในปีที่บรรจุ
        -ปีใดที่ไม่ได้ลา หรือลาแต่ไม่ครบ ๑๐ วันให้สะสมวันที่ยังไม่ได้ลารวมกับปีต่อๆ ไปได้แต่รวมกับวันลาพักผ่อนในปีปัจจุบันแล้วไม่เกิน ๒๐ วันทำการ ถ้ารับราชการไม่น้อยกว่า๑๐ ปี สะสมไม่เกิน ๓๐ วันทำการ
        ปีแรก ลาพักผ่อน ๕ วัน เหลือ ๕ วัน       
        ปีที่สอง สิทธิลา ๑๐ วัน สะสม ๕ วัน รวม๑๕ วัน   ลาพักผ่อน  ๔  วันเหลือ ๑๑ วัน
        ปีที่สาม สิทธิลา ๑๐ วัน สะสม ๑๐ วัน(รับราชการไม่ถึง ๑๐ ปี)  รวม ๒๐ วัน
                                สะสม ๑๑ วัน (รับราชการไม่น้อยกว่า ๑๐ปี) รวม ๒๑ วัน
๑๕.การลาไปอุปสมบทหรือการลาไปประกอบพิธีฮัจย์
        - เสนอใบลาก่อนวันอุปสมบทหรือวันเดินทาง ไม่น้อยกว่า๖๐ วัน ถ้าไม่ทันให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจอนุญาต
        - ต้องอุปสมบทหรือเดินทาง ภายใน ๑๐วันนับแต่วันเริ่มลา และรายงานตัวภายใน ๕ วันนับแต่วันที่ลาสิกขาหรือวันเดินทางกลับถึงประเทศไทย ทั้งนี้นับรวมอยู่ในระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตการลา
        - ถ้ามีอุปสรรคยกเลิกวันลาและให้นับวันที่หยุดราชการไปแล้วเป็นลากิจส่วนตัว
๑๖.การลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล
        - หมายเรียกเข้ารับการตรวจเลือก รายงานลาต่อผู้บังคับบัญชาก่อนวันเข้ารับการตรวจเลือกภายใน๔๘ ชั่วโมง
        - หมายเรียกเข้ารับการเตรียมพลรายงานต่อผู้บังคับบัญชาภายใน ๔๙ ชม. นับแต่เวลารับหมายเรียก
        -รายงานลาแล้วไปเข้ารับการตรวจเลือกโดยไม่ต้องรออนุญาต ผู้บังคับบัญชารายงานผวจ.ทราบ
        - รายงานตัวกลับเข้ารับราชการภายใน ๗ วัน
๑๗. การลาไปศึกษาฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัย และดูงาน (ทั้งในประเทศและต่างประเทศ)
        - เสนอใบลาตามลำดับจนถึง อธิบดีเพื่อพิจารณาอนุญาต แล้วรายงานปลัดกระทรวงทราบ
๑๘.การลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ
        -เสนอใบลาตามลำดับจนถึงรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพื่อพิจารณาอนุญาต(นับเวลาเต็มเวลาราชการ)
        - ลาไม่เกิน ๑ ปี รายงานตัวภายใน ๑๕วันนับแต่วันครบกำหนดเวลา และรายงานผลภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่กลับมาปฏิบัติราชการ
๑๙. การลาติดตามคู่สมรส
        -เสนอใบลาตามลำดับจนถึงปลัดกระทรวงเพื่อพิจารณาอนุญาต
        - ลาได้ไม่เกิน ๒ ปี จำเป็นลาต่อได้อีก ๒ปี รวมแล้วต้องไม่เกิน ๔ ปี ถ้าเกิน ๔ ปีให้ลาออก
๒๐.การลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ
        -ได้รับอันตรายหรือเจ็บป่วยเหตุปฏิบัติหน้าที่ราชการจนทุพพลภาพหรือพิการ
        -ลาไปเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือจำเป็นต่อการประกอบอาชีพ
        -ลาได้ครั้งหนึ่งตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหลักสูตรที่ประสงค์จะลา แต่ไม่เกิน ๑๒เดือน
        -ได้รับอันตรายเพราะเหตุอื่นจนทุพพลภาพหรือพิการ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ (อธิบดี,ผวจ.) เห็นว่ายังรับราชการได้สามารถลาไปอบรบหลักสูตรที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ แต่ไม่เกิน ๑๒เดือน
        - ต้องเป็นหลักสูตที่ส่วนราชการ หน่วยงานอื่นของรัฐองค์กรการกุศลอันเป็นสาธารณะ สถาบันที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานของทางราชการเป็นผู้จัดหรือร่วมจัด
        - เสนอใบลาพร้อมหลักฐานเกี่ยวกับหลักสูตรที่จะลา เอกสารที่เกี่ยวข้อง ตามลำดับเมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะหยุดราชการเพื่อไปฟื้นฟูได้ (อธิบดี อนุญาตได้ไม่เกิน ๖เดือน, ปลัดกระทรวง,รมต.ไม่เกิน ๑๒ เดือน)
๒๑.ผู้มีอำนาจพิจารณาหรืออนุญาต
        ผู้ว่าราชการจังหวัด   ลาป่วยครั้งหนึ่งไม่เกิน ๑๒๐ วันลากิจส่วนตัวครั้งหนึ่งไม่เกิน ๔๕ วัน ลาคลอดบุตร ลาไปช่วยเหลือภริยาฯ  ลาพักผ่อน ลาเข้ารับการตรวจเลือกฯ
        พัฒนาการจังหวัด นายอำเภอ  ลาป่วยครั้งหนึ่งไม่เกิน ๖๐ วันลากิจส่วนตัวครั้งหนึ่งไม่เกิน ๓๐ วัน        ลาคลอดบุตร ลาพักผ่อน
        พัฒนาการอำเภอ ลาป่วยครั้งหนึ่งไม่เกิน ๓๐วัน ลากิจส่วนตัวครั้งหนึ่งไม่เกิน ๑๕ วัน
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 20, 2015, 09:32:06 am
แนวข้อสอบความรู้ทั่วไป ความรู้รอบตัว ใช้สอบรับราชการ

แนวข้อสอบ ความรู้ทั่วไป


 

1. ประทศไทยมีการปฏิรูปการปกครอง เมื่อวันที่  19  กันยายน  2549

2. การปฏิรูปการปกครอง ยึดอำนาจโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

3. หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองฯ คือ  พลเอกสนธิ  บุญยรัตกลิน

4. การปฏิรูปการปกครองได้ยุบศาลรัฐธรรมนูญ

5. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 เป็นฉบับที่ 17  มีทั้งหมด  39 มาตรา ให้ไว้ ณ วันที่     
      1 ตุลาคม 2549 เป็นปีที่ 61 ในรัชกาลปัจจุบัน

6. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประกอบด้วยสมาชิก จำนวนไม่เกิน 250 คน  อายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี  แต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ฯ 

     โดยทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร   วุฒิสภา และรัฐสภา

7. สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน มีสิทธิ์เข้าชื่อเสนอประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อให้

    สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่กระทำการอันเป็นการเสื่อมเสียพ้นจากสมาชิกภาพ โดยมติที่ประชุม 2 ใน 3

8. สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จำนวนไม่น้อยกว่า 100 คน เข้าชื่อเสนอญัตติอภิปรายซักถามคณะรัฐมนตรีได้

    แต่จะลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจไม่ได้

9. ตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) คณะองคมนตรี  ประกอบด้วยประธานองคมนตรี 1 คน และองคมนตรีอื่นอีกไม่เกิน 18 คน

       ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรี  ประธานองคมนตรี

       เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรี    การพ้นจากตำแหน่งเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย

10. คณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีคนหนึ่งและรัฐมนตรีอื่นอีก จำนวนไม่เกิน 35 คน

11. การแต่งตั้งและการให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ประธาน คมช.เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

12. สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ  ต้องไม่เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง ภายใน

      เวลา  2 ปี ก่อนวันได้รับการคัดเลือก และต้องไม่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติในขณะเดียวกัน

13. สมาชิกสมัชชาแห่งชาติ  แต่งตั้งจากผู้มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี

14. สมาชิกสมัชชาแห่งชาติ มีสิทธิเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้คนละไม่เกิน 3 รายชื่อ และให้ผู้ได้คะแนนเสียงสุงสุด 

      เรียงลำดับจนครบ 200 คน และเสนอ คมช.คัดเลือกให้เหลือ 100 คน นำทูลเกล้าแต่งตั้ง

15.  ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ได้แก่  นายนรนิติ  เศรษฐบุตร

                รองประธาน   สสร.  คนที่  1  ได้แก่  นายเสรี                สุวรรณภานนท์

                รองประธาน   สสร.  คนที่  2  ได้แก่  นายเดโช              สวนานนท์

16. ในการร่างรัฐธรรมนูญ  ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญคณะหนึ่ง จำนวน 25 คน จาก

      ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นหรือมิได้เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมติสภา  และผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นหรือมิได้เป็นสมาชิกสภา

      ร่างรัฐธรรมนูญตามมติสภา  และผู้ทรงคุณวุฒิตามลักษณะดังกล่าว ตามคำแนะนำของ คมช. อีก  10 คน  รวม  35  คน 

17. ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คือ นายประสงค์  สุ่มศิริ

 

-2-

18. การสรรหาสภาร่างรัฐธรรมนูญ  เริ่มโดย

 18.1 การสรรหาสมาชิกสมัชชาแห่งชาติในแต่ละจังหวัด รวม 3  ประเภท  6  กลุ่ม ได้แก่  (จำนวน  2,000  คน)

 18.1.1 ประเภทผู้แทนภาคเศรษฐกิจ-สังคม   รวม  4  กลุ่ม

                     1) ผู้แทนองค์กรด้านการเกษตร                            2) ผู้แทนองค์กรด้านการอุตสาหกรรม

                      3) ผู้แทนองค์กรด้านการบริการ                          4) ผู้แทนสมาคมหรือมูลนิธิจดทะเบียน

     18.1.2  ประเภทผู้แทนภาครัฐ  ได้แก่  กลุ่มกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน

    18.1.3  ประเภทผู้แทนภาคการเมืองและการปกครองท้องถิ่น

 18.2 การสรรหาสมาชิกแห่งชาติ  โดยผู้แทน ให้เหลือ  200   คน

 18.3 เสนอ คมช.  พิจารณาแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ  100  คน

19. สภาร่างรัฐธรรมนูญ  ต้องจัดทำและพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน

20.สภานิติบัญญัติแห่งชาติต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ได้รับจากคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ

21.ร่างรัฐธรรมนูญต้องผ่านประชามติของประชาชน ไม่เร็วกว่า 15 วันและไม่ช้ากว่า 30 วัน นับแต่วันเผยแพร่

22.หากสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือประชาชนเสียงข้างมากไม่เห็นชอบ ให้ คมช.ร่วมกับคณะรัฐมนตรี พิจารณารัฐธรรมนูญฯ

      ฉบับใดฉบับหนึ่งมาปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน แล้วนำทูลเกล้าประกาศใช้

23.บรรดากฎหมายใดที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ให้เป็นอำนาจของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ เป็นผู้พิจารณาตัดสิน

24.คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นรองประธาน

     ผู้พิพากษาในศาลฎีกา จำนวน 5 คน เป็นตุลาการ

25.คมช. ย่อมาจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ โดยมีพลเอกสนธิ  บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้าคณะ

26.คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกอบด้วย    1) ประพันธ์      2) สุเมธ      3) อภิชาต     4) สมชัย       5) สดศรี

     โดยมีนายอภิชาต   สุขัคคานนท์  เป็นประธาน  กกต.

27. คมช. แต่งตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของ  พลเอกสุรยุทธ์   จุลานนท์

28.รัฐบาลประกาศวาระแห่งชาติ  2  เรื่อง คือ

 1)  การจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา

    2)  การตรวจสอบทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการ

29. นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดนโยบายที่เป็นภารกิจสำคัญให้ส่วนราชการถือปฏิบัติ  4  เรื่อง  ดังนี้

 1)  ประชาธิปไตย        2)  เศรษฐกิจพอเพียง         3)  อยู่ดีมีสุข                  4)  สมานฉันท์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

30. ยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขของจังหวัด  5  เรื่อง

 1)  เศรษฐกิจพอเพียง                    2)  ผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น       3)  การสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาส

 4)  ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม                   5)  การบริการประชาชน
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 20, 2015, 09:36:51 am
แนวข้อสอบตำแหน่งนิติกร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

1. ในกรณีที่มูลคดีเกิดขึ้นในเรือไทยหรือท่าอากาศยานไทยที่อยู่นอกราชอาณาจักรให้ศาลใดเป็นศาลที่มีเขตอำนาจ

                ก. ศาลที่เป็นภูมิลำเนาของผู้เสียหายในกรณีที่ผู้เสียหายมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาราจักร

                ข. ศาลทหาร

                ค. ศาลแพ่ง

                ง. ศาลที่เป็นภูมิลำเนาของผู้ต้องหาในกรณีที่ผู้ต้องหามีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร

คำตอบ :  ข้อ ค.  ป.วิ.พ.  มาตรา 3 (1) กำหนดให้ “เพื่อประโยชน์ในการเสนอคำฟ้อง

1. กรณีที่มีมูลคดีเกิดขึ้นในเรือไทยหรืออากาศยานไทยที่อยู่ในราชอาราจักรให้ศาลแพ่งเป็นศาลที่มีเขตอำนาจ ......”

2. ข้อใดไม่ใช่คำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ หรือสิทธิหรือประโยชน์อันเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์

                ก. ฟ้องบังคับให้โอนที่ดิน

                ข. ฟ้องเกี่ยวกับสิทธิเก็บกิน

                ค. คำฟ้องเกี่ยวกับสิทธิยึดหน่วงโฉนด

                ง. ฟ้องขับไล่ออกจากบ้านพิพาท

คำตอบ :  ข้อ ค. เพราะคำฟ้องเกี่ยวกับสิทธิยึดหน่วงโฉนด ไม่ใช่คำฟ้องเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ (คำพิพากษาฎีกาที่  1428-1429/2514)

3. คำฟ้องในคดีซึ่งจำเลยมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาราจักรและมูลคดีมิได้เกิดขึ้นในราชอาณาจักร ถ้าโจทก์เป็นผู้มีสัญชาติไทยหรือมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร ให้ฟ้องคดีต่อศาลต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด

                ก. ศาลแพ่ง

                ข. ศาลที่โจทก์มีภูมิลำเนา

                ค. ศาลที่จำเลยมีทรัพย์สินที่อาจถูกบังคับได้ในราชอาณาจักรอยู่ในเขต

                ง.  ศาลที่โจทก์มีทรัพย์สินอยู่ในภูมิลำเนาอยู่ในเขต

คำตอบ :  ข้อ ง. เพราะ ป.วิ.พ. มาตรา 4 ตรี  กำหนดว่า “ คำฟ้องอื่นนอกจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 ทวิ ซึ่งจำเลยมิได้ภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรและมูลคดีมิได้เกิดขึ้นในราชอาราจักร ถ้าโจทก์เป็นผู้มีสัญชาติไทยหรือมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาราจักร ให้เสนอต่อศาลแพ่งหรือศาลที่โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล

                คำฟ้องตามวรรคหนึ่ง ถ้าจำเลยมีทรัพย์สินที่อาจถูกบังคับคดีได้อยู่ในราชอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นการชั่วคราวหรือถาวร โจทก์จะเสนอคำฟ้องต่อศาลที่ทรัพย์สินนั้นอยู่ในเขตศาลก็ได้ ”

4. ในคดีร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกเรื่องหนึ่ง ข้อเท็จจริงมีว่าผู้ตายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านและถึงแก่ความตายที่จังหวัดพิจิตร แต่ผู้ตายอยู่กินเป็นสามีภริยากับผู้ร้องนานถึง  20 ปี ที่จังหวัดสมุทรปราการและได้ซื้อที่ดินไว้ที่จังหวัดสมุทรปราการด้วย ดังนี้ถ้าผู้ร้องจะร้องของจัดการมรดก ต้องร้องต่อศาลใดจึงจะเป็นศาลที่มีเขตอำนาจ

                ก. ศาลจังหวัดพิจิตร

                ข. ศาลจังหวัดสมุทรปราการ

                ค. ศาลแพ่ง

                ง. ข้อ ก และ ข ถูก

คำตอบ :  ข้อ  ง. เพราะแม้ผู้ตายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านและถึงแก่ความตายที่จังหวัดพิจิตร แต่ผู้ตายอยู่กินเป็นสามีภริยากับผู้ร้องนานถึง 20 ปี ที่จังหวัดสมุทรปราการและได้ซื้อที่ดินไว้ที่จังหวัดสมุทรปราการด้วย แสดงว่าผู้ตายมีบ้านอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการเป็นสถานที่อยู่อันเป็นแหล่งสำคัญอีกแหล่งหนึ่งด้วย ดังนั้น นอกจากบ้านที่จังหวัดพิจิตรแล้วก็ยังถือได้ว่าบ้านที่จังหวัดสุมทรปราการเป็นภูมิลำเนาเป็นภูมิลำเนาของผู้ตายอีกแห่งหนึ่งด้วย เพราะในคดีร้องขอจัดการมรดกนั้นอาจจะมีศาลที่จะยื่นคำร้องขอได้หลายศาล ( คำพิพากษาฎีกาที่  5912/2539)

5. ต่อไปนี้ข้อใด ไม่ใช่ลักษณะคดีที่เป็นคดีเดียวแต่อยู่ในเขตอำนาจศาลหลายศาลได้

                ก. คดีที่มีมูลคดีเกิดขึ้นหลายท้องที่ที่อยุ่ในเขตศาลต่างกัน

                ข. คดีที่มีหลายข้อหา

                ค. คดีตั้งอยู่ในเขตศาลหลายศาล

                ง. ไม่มีข้อถูก

คำตอบ :  ข้อ  ง. เพราะคดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลหลายศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 5 ได้แก่

1. คดีฟ้องจำเลยร่วมกันหลายคนที่มูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกัน แต่ละคนมีภูมิลำเต่างกัน

2. คดีที่มีมูลคดีเกิดขึ้นหลายท้องที่ที่อยู่ในเขตศาลต่างกัน

3. คดีที่มีหลายข้อหา

4. คดีตั้งอยู่ในเขตศาลหลายศาล

ในคดีที่มีหลายศาลมีอำนาจเหนือคดีนั้น  โจทก์จะยื่นฟ้องจำเลยทุกคนต่อศาลหนึ่งศาลใดก็ได้หรือฟ้องจำเลยแต่ละคนในแต่ละเขตศาลก็ได้ แต่ในทางปฏิบัติไม่มี เพราะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีโดยใช่เหตุ การยื่นฟ้องต่อศาลใดที่มีเขตอำนาจนั้นเป็นสิทธิ์ของโจทก์ จึงไม่ต้องขออนุญาตศาล และศาลที่โจทก์เสนอคำฟ้องนั้นจะเกี่ยงไปให้ฟ้องยังอีกศาลหนึ่งไม่ได้เพราะเป็นหน้าที่

6. ข้อใดไม่ใช่หลักในเรื่องการขอโอนคดี

                ก. ต้องมีศาลที่มีเขตอำนาจเหนือคดีนั้นตั้งแต่สองศาลขึ้นไป

                ข. จำเลยเท่านั้นมีสิทธิขอโอนคดี

                ค. การพิจารณาคำร้องขอโอนคดีจะต้องฟังโจทก์และคู่ความอื่น ถ้ามี ก่อนว่าจะคัดค้านอย่างไร          หรือไม่

                ง. ถ้าศาลที่รับโอนคดีไม่ยินยอม ศาลเดิมจะต้องส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาชี้ขาด และคำสั่งสอน      ของประธานศาลฎีกาเป็นที่สุด

คำตอบ :  ข้อ  ง. เพราะ ถ้าศาลที่รับโอนคดีไม่ยินยอม ศาลเดิมจะต้องส่งเรื่องให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ชี้ขาด และคำสั่งของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด ตาม ป.วิพ. มาตรา 8

7. ข้อใดไม่ใช่หลักเกณฑ์ของการรวมคดีที่มีเขตอำนาจศาลต่างกัน

                ก. ศาลที่รับโอนคดีจะต้องมีอำนาจเหนือคดีที่รับโอน

                ข. คดีมีประเด็นอย่างเดียวกันหรือเกี่ยวเนื่องกันอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นต่างศาล    กัน แม้กฎหมายจะใช้คำว่าคดีสองเรื่องแต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องสองเรื่องเสมอไปอาจจะมี            มากกว่าสองเรื่องก็ได้ สองศาลก็ได้

                ค.  คู่ความในคดีที่ค้างพิจารณาอยู่นั้นมีสิทธิที่จะรวมคดีได้ ก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคู่ความใน    คดีหนึ่งคดีใดก็ได้

                ง. คู่ความขอดอนคดีไปรวมที่ศาลใดก็ได้และศาลที่จะโอนไปรวมนั้นต้องถามศาลที่รับโอนก่อนว่า    ยินยอมที่จะรับโอนหรือไม่

คำตอบ :  ข้อ ก. เพราะศาลที่รับดอนคดีจะมีอำนาจเหนือคดีที่รับโอนหรือไม่ ไม่ใช่ข้อสำคัญ เพราะเป็นเรื่องการรวมคดีจากศาลหนึ่งไปรวมกับอีกศาลหนึ่ง แม้จะเรียกว่าเป็นการโอนก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องการโอน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 6 เป็นการโอนไปรวมพิจารณากับอีกศาลหนึ่ง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 8

8. ข้อใดต่อไปนี้เป็นสาระสำคัญในเรื่องการขอรวมคดีที่มีเขตอำนาจศาลซ้อนกันหรือการขอรวมคดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลหลายศาล

                ก. มีคดีหลายเรื่องค้างพิจารณาในศาลชั้นต้นเดียวกันหรือต่างศาลกัน

                ข. การขอรวมของคู่ความ อาจจะขอมาในชั้นที่ยื่นคำให้การหรือยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีนั้นๆ ก่อนศาลมีคำพิพากษาซึ่งศาลที่รับคำร้องจะต้องสอบถามคู่ความฝ่ายอื่นเสียก่อน

                ค. ศาลที่จะรับดอนคดีไปรวมต้องเป็นศาลที่มีเขตอำนาจเหนือคดีที่โอนมาด้วย ถ้าไม่มีเขตอำนาจ     เหนือคดีนั้นจะรับโอนมาไม่ได้

                ง. ถูกทุกข้อ

คำตอบ :  ข้อ ง. เพราะตามบทบัญญัติของ ป.วิ .พ. มาตรา 28 มีสาระสำคัญในเรื่องการขอรวมคดีที่มีเขตอำนาจศาลซ้อนกันดังนี้

1. มีคดีหลายเรื่องค้างพิจารณาในศาลชั้นต้นเดียวกันหรือต่างศาลกัน

2. คดีที่ค้างพิจารณานั้นคู่ความทั้งหมดหรือแต่บางฝ่ายเป็นคู่ความรายเดียวกัน คือ อาจจะเป็นโจทก์คนเดียวกันหรือจำเลยคนเดียวกันหรือทั้งโจทก์ทั้งจำเลยเป็นคนเดียวกันก็ได้หรือถ้ามีผู้ร้องสอดก้อาจจะมีผู้ร้องสอดคนเดียวกันก็ได้

3. คดีที่ค้างพิจารณานั้นมีความเกี่ยวเนื่องกัน

4. การนำคดีมารวมกันนั้นจะทำให้เกิดความสะดวกในการพิจารณา

5. คู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะขอให้มีการรวมพิจารณาหรือศาลเห็นจะให้มีการรวมพิจารณาก็ได้

6. การขอรวมของคู่ความ อาจจะขอมาในชั้นที่ยืนคำให้การหรือยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีนั้นๆก่อนศาลมีคำพิพากษา ซึ่งศาลที่รับคำร้องจะต้องสอบถามคู่ความฝ่ายอื่นเสียก่อน

7. เมื่อศาลที่รับคำร้องรวมเห็นสมควรให้รวม ถ้าเป็นคดีศาลเดียวกันก็สั่งรวมพิจารณาได้เลย แต่ถ้าเป้นเรื่องต่างศาลกันแล้ว ศาลที่โอนไปรวมต้องสอบถามศาลที่จะรับโอนไปรวมเสียก่อนถ้าศาลที่รับโอนไปรวมไม่ขัดข้องก็สั่งให้โอนไปรวมได้

8. ศาลที่จะรับโอนคดีไปรวมต้องเป็นศาลที่มีเขตอำนาจเหนือคดีที่โอนมาด้วยถ้าไม่มีเขตอำนาจเหนือคดีนั้นจะรับโอนมาไม่ได้ ไม่เหมือนกับการโอนมารวม ตามมาตรา 8 เพราะว่าการโอนมารวมตามมาตรา 8 เป็นเรื่องต่างเขตอำนาจกัน

9. ถ้าศาลที่รับดอนไปรวมไม่ยินยอมศาลที่จะโอนไปรวมก็ต้องส่งเรื่องให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ชี้ขาดว่าจะให้โอนไปรวมหรือไม่ ไม่ว่าศาลชั้นต้นที่มีคดีค้างพิจารณาอยู่ในเขตอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาคใดก็ต้องส่งเรื่องให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ คำสั่งของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ถือเป็นที่สุด

9. ข้อใดไม่ใช่หลักเกณฑ์การขอบังคับคดีนอกเขตศาล

                ก. มีการออกหมายบังคับคดี ตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา  275 แล้ว

                ข. ต้องเป็นกรณีที่ปรากฏว่าทรัพย์หรือบุคคลที่จะต้องบังคับหรือจะต้องถูกบังคับอยู่นอกเขตศาลที่     ออกหมายบังคับคดี

                ค. เจ้าหน้าที่ตามคำพิพากษา ยื่นคำแถลงต่อศาลที่มีเขตอำนาจเหนือทรัพย์และบุคคลที่จะต้องถูก       บังคับ หรือเจ้าหน้าที่บังคับคดีรายงานให้ศาลมีเขตอำนาจทราบว่าจะต้องมีการบังคับคดีต่อทรัพย์              หรือบุคคลที่อยู่ในเขตศาลนั้น

                ง. เจ้าหน้าที่ตามคำพิพากษา ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเหนือทรัพย์และบุคคลที่จะต้องถูก          บังคับ หรือเจ้าหน้าที่บังคับคดีรายงานให้ศาลมีเขตอำนาจทราบว่าจะต้องมีการบังคับคดีต่อทรัพย์              หรือบุคคลที่อยู่ในเขตศาลนั้น

คำตอบ :  ข้อ ง. เพราะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา  ยื่นคำแถลงต่อศาลที่มีเขตอำนาจเหนือทรัพย์และบุคคลที่จะต้องถูกบังคับ หรือเจ้าหน้าที่บังคับคดีรายงานให้ศาลมีเขตอำนาจทราบว่าจะต้องมีการบังคับคดีต่อทรัพย์หรือบุคคลที่อยู่ในเขตศาลนั้น

10. ในเรื่องอำนาจในการพิจารณาเนื้อหาของคำคู่ความ ในการพิจารณาเนื้อหาศาลมีทางที่จะสั่งได้ 3 ทาง ต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด

                ก. สั่งให้แก้ไข เอเนื้อหาไม่ถูกต้อง

                ข. สั่งรับคำคู่ความนั้นไว้พิจารณา เมื่อเห็นว่าชอบด้วยกฎหมาย

                ค. สั่งไม่รับคำคู่ความนั้นถ้าเห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย

                ง. สั่งให้คืนไป เพื่อยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจ เมื่อยื่นผิดศาล

คำตอบ :  ข้อ  ก. เพราะในกรณีที่เนื้อหาของคำคู่ความไม่ถูกต้อง ศาลไม่มีอำนาจไปสั่งแก้ไขให้ถูกต้อง เนื่องจากการไปสั่งอย่างนั้นเป็นการทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบในทางคดีซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของศาล
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 20, 2015, 09:41:58 am
แนวข้อสอบเจ้าพนักงานสรรพากรปฏิบัติงาน กรมสรรพากร

ถาม – ตอบ
ภาษีอากร‏
*****************
 
1. สิทธิของผู้เสียภาษี ได้แก่
ตอบ  1 การผ่อนชำระภาษี
2 การยื่นอุทธรณ์คัดค้านการประเมินภาษี
3 ขอทุเลาการชำระภาษีอากรโดยจัดให้มีหลักประกันการชำระหนี้ภาษีอากรค้าง
4 ของดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มภาษีอากร
5 ขอคัดเอกสารหรือขอสำเนาเอกสาร
2. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมีหน้าที่ตามกฎหมายโดยสรุปดังนี้
ตอบ 1. ยื่นแบบฯ และเสียภาษีอากรที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องและครบถ้วน
2. ขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร และจดทะเบียนภาษีตามที่กฎหมายกำหนดแล้วแต่กรณี และหากมีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ จะต้องแจ้งแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้อง
3. จัดทำเอกสารหลักฐาน และบัญชีใดๆ ตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ ใบรับ ใบส่งของ ใบกำกับภาษี บัญชีรายได้ รายจ่าย งบการเงิน บัญชีพิเศษ ฯลฯ แล้วแต่กรณี
4. ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน เมื่อได้รับหนังสือเชิญพบ หรือหนังสือขอให้ยื่นเอกสาร หรือหลักฐานใดๆ เพื่อประกอบในการเสียภาษีอากร ตลอดจนปฏิบัติตามหมายเรียกของเจ้าพนักงาน
5. ชำระภาษีตามการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน ภายในกำหนดเวลา หากมิได้ชำระภาษีหรือชำระไว้ไม่ครบถ้วน เจ้าพนักงานมีสิทธิยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีอากร เพื่อนำไปชำระหนี้ภาษีได้โดยไม่ต้องฟ้องศาล
6. การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากร นอกจากต้องรับผิดทางแพ่งแล้ว ยังต้องรับผิดทางอาญาอีกด้วย
3. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา        คือ
ตอบ  ภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไป หรือจากหน่วยภาษีที่มีลักษณะพิเศษ ตามที่กฎหมายกำหนดและมีรายได้เกิดขึ้นตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยปกติจัดเก็บเป็นรายปี รายได้ที่เกิดขึ้นในปีใดๆ ผู้มีรายได้มีหน้าที่ต้องนำไปแสดงรายการตนเองตามแบบแสดงรายการภาษีที่กำหนดภายในเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป สำหรับผู้มีเงินได้บางกรณีกฎหมายยังกำหนดให้ยื่นแบบฯ เสียภาษีตอนครึ่งปี สำหรับรายได้ ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงครึ่งปีแรก เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีที่ต้องชำระและเงินได้บางกรณี กฎหมายกำหนดให้ ผู้จ่ายทำหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินได้ที่จ่ายบางส่วน เพื่อให้มีการทยอยชำระภาษีขณะที่มีเงินได้เกิดขึ้นอีกด้วย
4. ใครมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ตอบ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้แก่ ผู้ที่มีเงินได้เกิดขึ้นระหว่างปีที่ผ่านมาโดยมีสถานะ อย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
 1)   บุคคลธรรมดา
        2)   ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล
        3)   ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี
        4)   กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง
        5)  วิสาหกิจชุมชน ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เฉพาะที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ
             หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล
5. เมื่อมีเงินได้เกิดขึ้นแล้ว ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องทำอะไรบ้าง
ตอบ   1. ขอมีเลข และบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีเงินได้เกิดขึ้น กรณีเป็นผู้มีเงินได้ ที่ไม่มีเลขประจำตัวประชาชน ได้แก่ เป็นคนต่างด้าว หรือกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง
เว้นแต่ ผู้มีเงินได้ ที่มีเลขประจำตัวประชาชน สามารถใช้ เลขประจำตัวประชาชน แทนเลขประจำตัว ผู้เสียภาษีอากรได้ โดยไม่ต้องขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรอีก
2. ผู้มีเงินได้ที่มีภูมิลำเนา อยู่ในกรุงเทพมหานคร อาจยื่นคำร้อง ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ทั้ง 30 แห่ง หรือ สำนักสรรพากรพื้นที่ สาขา(อำเภอ)ทุกแห่งสำหรับในต่างจังหวัด ยื่นคำขอได้ที่สำนักงานสรรพากร พื้นที่ (จังหวัด) และสำนักงานสรรพากร พื้นที่สาขา (อำเภอ) ทุกแห่ง แล้วแต่กรณี
3. ยื่นแบบแสดงรายการ ปกติปีละ 1 ครั้ง เงินได้ ของปีใด ก็ยื่นแบบฯ ภายใน วันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป เว้นแต่ เงินได้ บางลักษณะ เช่น การให้เช่า ทรัพย์สิน เงินได้จาก วิชาชีพอิสระ เงินได้จาก การรับเหมา เงินได ้จากธุรกิจ การพาณิชย์ เป็นต้น จะต้อง ยื่นแบบฯ ตอนกลางปี สำหรับเงินได้ ที่เกิดขึ้นใน 6 เดือนแรก ภายใน เดือนกันยายน ของทุกปี
6. เงินได้อะไรบ้างที่ต้องเสียภาษี
ตอบ  ตามกฎหมาย เงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เรียกว่า "เงินได้พึงประเมิน" หมายถึง เงินได้ของบุคคลใดๆ หรือหน่วยภาษีใดข้างต้นที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม ของปีใดๆ หรือเงินได้ ที่เกิดขึ้นในปีภาษี ได้แก่
1. เงิน
2. ทรัพย์สินซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน ที่ได้รับจริง
3. ประโยชน์ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน
4. เงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้
5. เครดิตภาษีตามที่กฎหมายกำหนด
7. เงินได้อันเป็นเหตุให้ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีมาจากแหล่งใดบ้าง
ตอบ  แหล่งที่มาของเงินได้ ซึ่งแบ่งเป็นเงินได้จากแหล่งในประเทศและนอกประเทศ เงินได้จากแหล่งต่างๆ นี้จะต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่ ให้พิจารณา ดังนี้
1. เงินได้เกิดจากแหล่งในประเทศ หมายถึง เงินได้ที่เกิดขึ้น หรือเป็นผลสืบเนื่องจากมี
1.1 หน้าที่งานที่ทำในประเทศไทย หรือ
1.2 กิจการที่ทำในประเทศไทย หรือ
1.3 กิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือ
1.4 ทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย (ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า ฯลฯ
* เงื่อนไข ผู้มีเงินได้เกิดจากแหล่งในประเทศนี้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้ตามที่ประมวลรัษฏากร กำหนดไว้เสมอเว้นแต่จะมีข้อยกเว้นตามกฎหมาย ทั้งนี้ ไม่ว่าเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วนั้น จะจ่ายในหรือนอกประเทศ และไม่ว่าผู้มีเงินได้นั้นจะเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยหรือไม่ก็ตาม)
2. เงินได้เกิดจากแหล่งนอกประเทศไทย  หมายถึง เงินได้ที่เกิดขึ้นหรือเป็นผลสืบเนื่องจากมี
2.1 หน้าที่งานที่ทำในต่างประเทศ หรือ
2.2 กิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือ
2.3 ทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ
* เงื่อนไข ผู้มีเงินได้เกิดจากแหล่งนอกประเทศในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วจะต้องเสียภาษีเงินได้ ในประเทศไทยก็ต่อเมื่อเข้าองค์ประกอบทั้ง 2 ประการ ดังต่อไปนี้
(1) ผู้มีเงินได้เป็น ผู้อยู่ในประเทศไทย ในปีภาษีนั้นชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะเวลา รวมทั้งหมดถึง 180 วัน และ
(2) ผู้มีเงินได้ นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีนั้นด้วย
ในการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาบางกรณี ถ้าเกี่ยวข้องกับบุคคลของบางประเทศที่มี อนุสัญญาภาษีซ้อน* หรือความตกลงเพื่อป้องกันการเก็บภาษีซ้ำซ้อนกับประเทศไทยจำเป็นต้องพิจารณาถึงความ ตกลงหรืออนุสัญญาว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างประเทศไทยได้ทำความตกลงไว้ด้วย
8. การชำระภาษีด้วยวิธีใดบ้าง
ตอบ    1. ชำระด้วยเงินสด
2. ชำระด้วยบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ได้เฉพาะที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในเขตกรุงเทพมหานคร (โดยผู้ถือบัตรอิเล็กทรอนิกส์เป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียม)
2.1  บัตรเครดิต ธนาคารกรุงไทย (KTC)   ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)   ธนาคารกสิกรไทย (KBANK)
2.2  บัตร TAX SMART CARD  ของธนาคารกรุงเทพ  ธนาคารกสิกรไทย  และธนาคารกรุงไทย
3. ชำระด้วยเช็คหรือดราฟต์
3.1 เช็คที่ชำระต้องเป็นเช็ค 4 ประเภท ได้แก่
(1) เช็คธนาคารแห่งประเทศไทย (เช็คประเภท ก.)
(2) เช็คที่มีธนาคารค้ำประกัน (เช็คประเภท ข.)
(3) เช็คที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย (เช็คประเภท ค.)
(4) เช็คที่ผู้มีหน้าที่ชำระเงินภาษีอากรเป็นผู้เซ็นสั่งจ่าย และใช้ชำระโดยตรง (เช็คประเภท ง.)
การใช้เช็คประเภท ง. ให้ปฏิบัติดังนี้
(ก) กรณีใช้ชำระภาษีในกรุงเทพมหานคร และในจังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการจังหวัดสมุทรสาคร (เฉพาะอำเภอเมืองสมุทรสาคร และอำเภอกระทุ่มแบน) จังหวัดนครปฐม (เฉพาะอำเภอสามพราน) และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (เฉพาะอำเภอบางปะอิน) ต้องเป็นเช็คของธนาคาร หรือสาขาธนาคาร ซึ่งตั้งอยู่ใน ท้องที่ใดท้องที่หนึ่งข้างต้นเท่านั้น
(ข) กรณีใช้ชำระภาษีในจังหวัด (อำเภอ) อื่นนอกจาก (ก) ให้ใช้ได้เฉพาะกรณีที่เปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารหรือ สาขาธนาคารซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดท้องที่อันเป็นภูมิลำเนาเท่านั้น
3.2 การสั่งจ่ายเช็คหรือดราฟต์ ให้ขีดคร่อม และสั่งจ่ายดังนี้
(1) ในกรุงเทพมหานคร ให้สั่งจ่าย “กรมสรรพากร” กับขีดฆ่าคำว่า “ผู้ถือ” ออก
(2) ในต่างจังหวัด
(ก)          กรณียื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 และชำระภาษีที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา หรือธนาคารด้วยเช็คประเภท ง. ให้สั่งจ่ายแก่ “กรมสรรพากร” ถ้าเป็นเช็คประเภท ก. ข. ค. ให้ติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา
(ข)          กรณียื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 และชำระภาษีที่ธนาคาร
- กรณียื่นแบบฯ ที่ ธนาคารกรุงไทย ให้สั่งจ่าย “กรมสรรพากร” และขีดฆ่าคำว่า “ผู้ถือ” ออก
- กรณียื่นแบบฯ ที่ ธนาคารอื่น ๆ นอกเหนือ จาก ธนาคารกรุงไทย ให้สั่งจ่าย 
“สรรพากรอำเภอ..... (ระบุชื่ออำเภอ)” และขีดฆ่าคำว่า “ผู้ถือ” ออก
4. ชำระด้วยธนาณัติ
9. ภาษีเงินได้นิติบุคคล  คือ
ตอบ ภาษีอากรประเภทหนึ่งที่บัญญัติไว้ ในประมวลรัษฎากร จัดเก็บจากเงินได้ของบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 20, 2015, 09:45:59 am
แนวข้อสอบนักวิชาการสหกรณ์ปฎิบัติการ

1. จงอธิบายสาระสำคัญของข้อความดังต่อไปนี้
1.1 นางสาวม้วยมรณ์  นอนตื่นสาย ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่สนใจในเรื่องของสหกรณ์ แต่เธอยังขาดความรู้เกี่ยวกับสหกรณ์  เธอมักจะเกิดคำถามในหัวใจขึ้นเสมอว่า "สกรณ์คืออะไร?"  ในฐานะที่ท่านเป็นเพื่อนรักของนางสาวม้วยมรณ์ ท่านจะช่วยตอบข้อสงสัยของเธอได้อย่างไร (25 คะแนน)
1.2 สหกรณ์มีความแตกต่างจากบริษัทหรือไม่ ถ้ามีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง จงอธิบาย (25 คะแนน)
2. จงอธิบายสาระสำคัญของข้อความดังต่อไปนี้
 2.1 การกำหนดปัญหาเป็นหัวใจที่สำคัญของการจัดตั้งสหกรณ์ อยากทราบว่าปัญหาสำคัญที่ควรคำนึงถึงก่อนการจัดตั้งสหกรณ์มีอะไรบ้าง? จงตอบมาอย่างน้อย 7 ประเด็น (35 คะแนน)
2.2 เพราะเหตุใดการวิเคราะห์ปัจจัยทางเศรษฐกิจสังคม และการเมือง จึงเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการจัดตั้งสหกรณ์ (15 คะแนน)
3. จงอธิบายถึงโครงสร้างของสหกรณ์ท้องถิ่น (สหกรณ์ขั้นปฐมภูมิ) มาอย่างละเอียด
4. สหกรณ์ที่เป็นสากลสามารถแบ่งออกได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง? จงอธิบาย

5. จงอธิบายเรื่องราวต่อไปนี้

5.1 จงอธิบายแนวความคิดของสำนักฟิสิโอแครทหรือคลาสสิคอย่างใดอย่างหนึ่งมาพอสังเขป (20 คะแนน)
 5.2 จงอธิบายมาพอสังเขปกับแนวความคิด ดังต่อไปนี้ (30 คะแนน)
    (ก) สหกรณ์เป็นเครื่องมือแห่งการให้การศึกษา
    (ข) สหกรณ์เป็นศูนย์กลางของความกลมกลืนในสังคม
    (ค) สหกรณ์เป็นองค์การที่จัดสรรรายได้สุทธิเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและความเป็นธรรมในสังคม
6. สหกรณ์ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในประเทศไทยเป็นเวลา 70 ปีแล้ว แต่สหกรณ์ก็ยังไม่มีการพัฒนาเท่าที่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง   สหกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ปัญหาต่าง ๆ นับว่ามีมากมาย ท่านคิดว่าปัญหาที่ทำให้สหกรณ์ไม่พัฒนาเท่าที่ควรนั้น เนื่องมาจากสาเหตุอะไรบ้าง และท่านมีแนวความคิดที่จะแก้ปัญหานั้นได้อย่างไร?
7. สุคนธามีความสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า เพราะเหตุใดสหกรณ์ทั่วโลกใช้หลักสหกรณ์ที่เป็นสากลเหมือนกัน แต่ประสบความสำเร็จได้ไม่เหมือนกัน  เธอจึงถามสุภาพร  แต่สุภาพรก็ตอบไม่ได้ ในฐานะที่ท่านก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ได้รับการศึกษาด้านสหกรณ์มาเป็นอย่างดีแล้ว โปรดช่วยสุคนธาและสุภาพรตอบปัญหานี้ด้วยว่าเป็นเพราะเหตุใด?

8. "ความสำเร็จในการดำเนินของสหกรณ์นั้น ความร่วมมือจากสมาชิกก็เป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่สำคัญ"   อย่างไรก็ตาม อาภัสรามักจะมีความคิดเห็นขัดแย้งกับแนวความคิดนี้เสมอ โดยเธอมีความเห็นว่า สหกรณ์นี้ช่างไม่เหมาะกับนิสัยใจคอของคนไทยเอาเสียเลย  เนื่องจากคนไทยมีลักษณะนิสัยเป็นแบบตัวใครตัวมัน (individualism)  ความร่วมมือจึงไม่ค่อยมีความสำเร็จของ สหกรณ์จึงเกิดขึ้นได้ยาก ท่านเห็นด้วยกับแนวความคิดของอาภัสราหรือไม่?  จงให้เหตุผล

9. ในแต่ละข้อมีคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว จงวงกลมล้อมรอบข้อที่เห็นว่ามีความถูกต้องมากที่สุดสำหรับเหตุการณ์หรือแนวความคิดดังต่อไปนี้

(1) กำไรคือสิ่งที่ชั่วร้าย
       ก. วิลเลียม คิง                              ข. หลุยส์  บลังค์ 
       ค. ชาร์ลส์  ฟูริเอร์                        ง. โรเบอร์ต  โอเวน
(2) มีการจัดทำหนังสือพิมพ์ "นักสหกรณ์"
      ก. วิลเลียม คิง                                 ข.โรเบอร์ต  โอเวน
      ค. หลุยส์  บลังค์                             ง. ชาร์ลส์  ฟูริเอร์
(3) จัดตั้งร้านสหกรณ์ที่เมืองไบรตัน
       ก. โรเบอร์ต  โอเวน                     ข. ชาร์ลส์  ฟูริเอร์
       ค. หลุยส์  บลังค์                            ง. วิลเลียม คิง
(4) สิ่งแวดล้อมทางสังคมใหม่จะต้องผลิตให้พอเพียงแก่การบริโภคเท่านั้น
      ก. ชาร์ลส์  ฟูริเอร์                            ข. โรเบอร์ต  โอเวน
      ค. ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง                   ง. ทั้ง ก และ ข
(5) ทรัพย์สินของสิ่งแวดล้อมทางสังคมใหม่จะต้องเป็นของส่วนรวม
       ก. วิลเลียม คิง                                      ข. ชาร์ลส์  ฟูริเอร์
       ค. โรเบอร์ต  โอเวน                            ง. ไม่มีคำตอบถูกต้อง
 (6) ปฏิเสธการช่วยเหลือจากรัฐ
       ก. หลุยส์  บลังค์                                     ข. โรเบอร์ต  โอเวน
       ค. ชาร์ลส์  ฟูริเอร์                                   ง. ทั้ง ข และ ค.
 (7) กำไรแบ่งออกเป็น 12 ส่วน (ทุน 4 ส่วน แรงงาน 5 ส่วน และผู้ดำเนินการ 3 ส่วน)
        ก. โรเบอร์ต  โอเวน                                 ข. วิลเลียม คิง
        ค. ชุลท์เซ เดลิตซ์                                     ง. ชาร์ลส์ ฟูริเอร์
 (8) รัฐจะต้องให้การช่วยเหลือในระยะแรก
        ก. โรเบอร์ต  โอเวน                                 ข. หลุยส์ บลังค์
        ค. ชาร์ลส์   ฟูริเอส์                                     ง. ชุลท์เซ เดลิตซ์
 (9) ไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน
         ก. โรเบอร์ต  โอเวน                                 ข. หลุยส์ บลังค์
         ค. ชาร์ลส์   ฟูริเอส์                                     ง. วิลเลียม คิง
 (10) "โรงงานสังคม"
         ก. หลุยส์  บลังค์                                          ข. โรเบอร์ต โอเวน
         ค. ชาร์ลส์  ฟูริเอร์                                         ง. ชุลท์เซ  เดลิตซ์
    (11) "ฟาลังซ์"
         ก. ชาร์ลส์ ฟูริเอร์                                         ข. วิลเลียม คิง
         ค. หลุยส์ บลังค์                                             ง. ชุลท์เซ เดลิตซ์
 (12) แบ่งกำไรออกเป็น 3 ส่วน  (แบ่งให้กับคนงาน เป็นสวัสดิการต่าง ๆ และขยายกิจการ
         ก. หลุยส์ บลังค์                                             ข. ชาร์ลส์  ฟูริเอร์
         ค. วิลเลียม คิง                                                 ง. ชุลท์เซ  เดลิตซ์
 (13) "สหกรณ์หาทุนสำหรับผู้ประกอบการในเมือง"
        ก. วิลเลียม คิง                                                 ข. หลุยส์ บลังค์
        ค. ชุลท์เซ เดลิตซ์                                             ง. ไรฟ์ไฟเซน
 (14) เป็นสหกรณ์ขนาดเล็ก ครอบคลุมพื้นที่ 1-2 หมู่บ้าน
       ก. ชุลท์เซ เดลิตซ์                                         ข. ไรฟ์ไฟเซน
       ค. โรเบอร์ต โอเวน                                         ง. หลุยส์ บลังค์
 (15) "บิดาของการสหกรณ์"
       ก. ชาร์ลส์ ฟูริเอร์                                             ข. วิลเลียม คิง
       ค. หลุยส์ บลังค์                                                 ง. โรเบอร์ต โอเวน
10. ในแต่ละข้อมีคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว จงวงกลมล้อมรอบข้อที่เห็นว่ามีความถูกต้องมากที่สุดสำหรับเหตุการณ์  ช่วงเวลา  หรือแนวความคิดดังต่อไปนี้เกิดขึ้นในยุคใด"
(1) มีการรวมตัวกันในรูปบริษัทเพื่อสำรวจและจัดตั้งอาณานิคม
       ก. ยุคกำเนิดศาสนาอิสลาม                           ข. ยุคกลาง
       ค. ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม                               ง. ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ
(2) มีการรวมตัวกันทำอุตสาหกรรมการผลิตเนย
       ก. ยุคกลาง                                                         ข. ยุคโรมัน
       ค. ยุคจีนโบราณ                                                 ง. ยุคศาสนาคริสต์ตอนต้น
 (3) มีสมาคมกู้ยืมเงินเกิดขึ้น
        ก. ยุคบาบิโลเนียน                                            ข. ยุคโรมัน
        ค. ยุคกรีกตอนต้น                                              ง. ยุคจีนโบราณ
 (4) มีการรวมตัวกันเช่าที่นา
        ก. ยุคกรีกตอนต้น                                             ข. ยุคบาบิโลเนียน
        ค. ยุคจีนโบราณ                                                 ง. ยุคอียิปต์โบราณ
 (5) มีการทำการเกษตรบนพื้นที่ขนาดใหญ่ (latifundia)
        ก. ยุคอนารยธรรม                                             ข. ยุคโรมัน
        ค. ยุคศาสนาคริสต์ตอนต้น                              ง. ยุคกลาง
 (6) มีช่างฝีมือ 8 หมู่เกิดขึ้น
         ก. ยุคโรมัน                                                       ข. ยุคกรีกตอนต้น
         ค. ยุคกลาง                                                         ง. ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ
 (7) เกิดเป็นระบบขุนนาง (manorial system)
        ก. ยุคศาสนาคริสตอนต้น                                ข. ยุคกลาง
        ค. ยุคโรมัน                                                         ง. ยุคอนารยธรรม
 (8) มีการรวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือเกี่ยวกับพิธีศพ
        ก. ยุคบาบิโลเนียน                                            ข. ยุคศาสนาคริสต์ตอนต้น
        ค. ยุคกรีกตอนต้น                                              ง. ยุคโรมัน
 (9) มีการรวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือคนอ่อนแอในสังคม
        ก. ยุคโรมัน                                                       ข. ยุคกลาง
        ค. ยุคกำเนิดศาสนาอิสลาม                            ง. ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ
 (10) มีการรวมตัวของช่างฝีมือเป็นครั้งแรกของโลก
          ก. ยุคบาบิโลเนียน                                          ข. ยุคกรีกตอนต้น
          ค. ยุคอียิปต์โบราณ                                          ง. ยุคจีนโบราณ



จงทำเครื่องหมาย 4 หน้าข้อความที่ถูกต้องทั้งหมดและทำเครื่องหมาย 8 หน้าข้อความที่ไม่ถูกต้องทั้งหมด

 1. ความสำเร็จในฐานะธุรกิจของสหกรณ์ขึ้นอยู่กับสมาชิก คณะกรรมการดำเนินงาน ฝ่ายจัดการ
 2. สมาชิกมีบทบาทในการให้ความเห็นชอบในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเงินของสหกรณ์
 3. เมื่อสมาชิกไม่พอใจในสหกรณ์ควรนำเสนอความคิดเห็นผ่านสื่อมวลชนเพื่อให้คนทั่วไปได้รับรู้ด้วย
 4. คณะกรรมการดำเนินงานมีหน้าที่ในการกู้ยืมเงินจากแหล่งภายนอกเพื่อใช้ในกิจการ สหกรณ์
 5. ผู้จัดการสหกรณ์ต้องทำการศึกษา วางแผน และวิจัยถึงปัญหาของสหกรณ์ที่สำคัญอยู่เสมอ
 6. การกำหนดนโยบายของสหกรณ์เป็นหน้าที่ของสมาชิกสหกรณ์โดยตรง
 7. การกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยย่อยในสหกรณ์จะทำให้สหกรณ์มีความสำเร็จทางธุรกิจได้
 8. การได้รับข้อมูลข่าวสารทางวิชาการเป็นบริการพิเศษที่สหกรณ์ควรจัดให้แก่สมาชิก
 9. สหกรณ์มีเจ้าของและผู้ควบคุมกิจการเป็นคนเดียวกัน
 10. เราวัดผลการดำเนินงานในการติดต่อสื่อสารทางสหกรณ์ได้จากการลาออกจากการเป็นสมาชิกภาพ
 11. การศึกษาสหกรณ์มีความสำคัญในการทำให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
 12. เราให้การส่งเสริมสหกรณ์แก่สมาชิกเพราะจะช่วยให้สมาชิกเกิดความเข้าใจและมีส่วนในการดำเนินงานสหกรณ์
 13. การให้การส่งเสริมสหกรณ์แก่สาธารณชนไม่จำเป็นเพราะสิ้นเปลืองงบประมาณและไม่ได้ผล
 14. การตัดสินใจว่าจะยอมรับสิ่งที่ได้รู้มานำมาปฏิบัติหรือไม่ เกิดขึ้นหลังจากการทดลอง
 15. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมของรัฐจะมีความสำคัญแก่กลุ่มเป้าหมายมากที่สุดในขั้นการปฏิบัติ
 16. ในขั้นการทดลองเพื่อนและเพื่อนบ้านจะมีความสำคัญต่อกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด
 17. กลุ่มเป้าหมายในระดับที่ 7 คือ เกษตรกรและเยาวชน
 18. การส่งเสริมสหกรณ์ให้แก่พนักงานสหกรณ์เพื่อต้องการให้เกิดการเสริมสร้างสมรรถภาพในการปฏิบัติงาน
 19. ความสำเร็จในการส่งเสริมสหกรณ์ต้องครอบคลุมทั้งด้านกฏหมายและการบริหาร
 20. ในการส่งเสริมการเกษตรผู้เข้าร่วมในการรับการส่งเสริมไม่ต้องให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน
ข้อ 10 คำสั่ง  จงวงกลมรอบคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
1. ความสำเร็จในฐานะที่เป็นสหกรณ์จะเกิดขึ้นได้จะต้องมาจากความร่วมมือกันจากฝ่ายใด
     ก. สหกรณ์กับบุคคลภายนอก
     ข. คณะกรรมการดำเนินงาน  สมาชิกสหกรณ์  ฝ่ายจัดการสหกรณ์
     ค. ผู้จัดการสหกรณ์  พนักงาน  สมาชิก
     ง. พนักงาน  สมาชิก  บุคคลภายนอก  กรรมการจัดการสหกรณ์

จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 2-5
     1. ควบคุม ดูแล เจ้าหน้าที่ คณะกรรมการดำเนินงาน
     2. กำหนดวัตถุประสงค์ของสหกรณ์
     3. เลือกตั้งและถอดถอนกรรมการดำเนินงาน
     4. เรียกประชุมตามวาระ
     5. คัดเลือกผู้จัดการที่มีความสามารถ
     6. พัฒนาธุรกิจ
     7. กำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินทดแทน
2. ข้อใดคือบทบาทของสมาชิกในการจัดการสหกรณ์
     ก. ข้อ 2 และข้อ 4
     ข. ข้อ 5, 3 และข้อ 2
     ค. ข้อ 1 และข้อ 3
     ง. ข้อ ก และข้อ ค. ถูก
3. ข้อใดคือความรับผิดชอบของคณะกรรมการดำเนินงานทางด้านธุรกิจ
     ก. ข้อ 5 และข้อ 6
     ข. ข้อ 6 และข้อ 2
     ค. ข้อ 7, 6 และข้อ 5
     ง. ข้อ 2 และข้อ 4
4. ข้อใดเป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการดำเนินงานที่มีต่อสมาชิกสหกรณ์
     ก. ข้อ 7
     ข. ข้อ 5
     ค. ข้อ 4
     ง. ข้อ 2
5. ผู้จัดการสหกรณ์จะมีส่วนในการจัดการสหกรณ์อย่างไร
     ก. ข้อ 1 และข้อ 3
     ข. ข้อ 6 และข้อ 7
     ค. ข้อ 3, 6 และข้อ 7
     ง. ข้อ 1, 3 และ 5
6. การดำเนินธุรกิจหรือการพัฒนาธุรกิจให้มีประสิทธิภาพจะต้องให้ความสำคัญต่อข้อใด
     ก. การพัฒนาความสัมพันธ์ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
     ข. จำนวนสมาชิกหากมีจำนวนมากจะยิ่งพัฒนาธุรกิจได้ดี
     ค. การพัฒนาสิ่งก่อสร้างและเครื่องอำนวยความสะดวก
     ง. สภาพทางเศรษฐกิจ สังคมของสมาชิก
7. ขั้นตอนที่จะนำสหกรณ์ให้ประสบผลสำเร็จในทางธุรกิจมีหลายขั้นตอน การกำหนดหน้าที่ ความรับผิดชอบของหน่วยงานย่อย อยู่ในขั้นตอนใด
     ก. การจัดรูปองค์การ
     ข. การวางแผน
     ค. การอำนวยการ
     ง. การควบคุม
8. ข้อควรคำนึงถึงในการจัดการสหกรณ์ที่ดีคือข้ดใด
     ก. ต้องมีกำไรในแต่ละปีดำเนินการจำนวนมาก
     ข. ต้องหาสมาชิกให้ได้เพิ่มขึ้นทุกปี
     ค. ต้องมีเงินออมของสหกรณ์เพิ่มขึ้นทุกปี
     ง. ต้องมีการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ
9. ความจำเป็นที่สหกรณ์ต้องมีการติดต่อสื่อสารคืออะไร
     ก. สหกรณ์ตั้งอยู่ห่างไกลจากสมาชิก
     ข. สหกรณ์มีข้อมูลข่าวสารที่ต้องการเผยแพร่มาก
     ค. สหกรณ์มีจำนวนมาชิกมาก
     ง. สหกรณ์มีการเปลี่ยนแปลงในทุกด้านอยู่เสมอ
10. เราวัดผลของความสำเร็จในการติดต่อสื่อสารได้จากข้อใด
     ก. จำนวนเงินในการดำเนินการ  จำนวนสมาชิก
     ข. ทัศนคติของผู้รับข่าวสาร  การลาออกจากการเป็นสมาชิก
     ค. ผลการดำเนินงานในรอบปี  จำนวนคณะกรรมการดำเนินงาน
     ง. ขนาดของสถานที่ก่อสร้างสหกรณ์  จำนวนหนังสือเรียน
11. รูปแบบในการติดต่อสื่อสารของสหกรณ์มีอะไรบ้าง
     ก. แบบทางเดียว  แบบสองทาง
     ข. แบบใช้สื่อ  แบบไม่ใช้สื่อ
     ค. แบบให้การศึกษา แบบส่งเสริม
     ง. แบบเป็นกลุ่ม  แบบไม่เป็นกลุ่ม
12. ในระยะการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ในช่วงทดลองแหล่งข่าวสารจากที่ใดมีผลมากที่สุด
     ก. โสตทัศนูปกรณ์
     ข. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร
     ค. พนักงานขาย
     ง. เพื่อนหรือเพื่อนบ้าน
13. โสตทัศนูปกรณ์มีความสำคัญมากที่สุดในการเปลี่ยนแปลงระยะใด
     ก. สนใจ
     ข. ปฏิบัติจริง
     ค. ทดลอง
     ง. ประเมินผล
14. หน่วยงานที่รับผิดชอบการส่งเสริมสหกรณ์ในประเทศไทยคือหน่วยงานใด
     ก. สันนิบาตสหกรณ์ และกรมส่งเสริมการเกษตร
     ข. กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์
      ค. สันนิบาตสหกรณ์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์
     ง. กรมส่งเสริมสหกรณ์ และสหกรณ์การเกษตร
15. สถานีวิทยุ โทรทัศน์ช่อง 11 ของกรมประชาสัมพันธ์มีรายการ "5 นาทีกับสหกรณ์การเกษตร" ทุกวัน การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวถือเป็นวิธีการใดในการติดต่อสื่อสารของสหกรณ์
     ก. แบบกลุ่ม
     ข. แบบมวลชน
     ค. แบบบุคคลต่อบุคคล
     ง. ไม่มีข้อถูก
16. นายชอบชู ชี้ชวน ได้ไปเข้าร่วมประชุมกรรมการสหกรณ์ประจำเดือน เป็นการรับรู้ข่าวสารของสหกรณ์โดยวิธีใด
     ก. แบบมวลชน
     ข. แบบบุคคลต่อบุคคล
     ค. แบบกลุ่ม
     ง. แบบไม่เป็นทางการ
17. นางสาวบุญทัย  ทองแท่ง ได้พูดคุยกับผู้จัดการสหกรณ์เพื่อสอบถามข้อมูลก่อนสมัครเป็นสมาชิกสหกรณ์วิธีการแบบใด เป็นวิธีการที่นางสาวบุญทัย ใช้ในการติดต่อสื่อสาร
     ก. แบบบุคคลต่อบุคคล
     ข. แบบเป็นทางการ
     ค. แบบทางเดียว
     ง. แบบมวลชน
18. ข้อใดเป็นข้อที่เหมือนกันสำหรับการติดต่อสื่อสารแบบกลุ่มและแบบมวลชน
     ก. ราคาแพง
     ข. ต้องใช้บุคลากรจำนวนมาก
     ค. ใช้กลุ่มเป้าหมายมากในขณะเดียวกัน
     ง. ใช้สื่อช่วยในการสื่อสารโดยต้องเป็นสื่อเฉพาะ
19. กลุ่มเป้าหมายในระดับที่ 3 ในงานส่งเสริมสหกรณ์ในประเทศไทยคือใคร
     ก. ผู้นำสหกรณ์
     ข. เจ้าหน้าที่สหกรณ์
     ค. ผู้จัดการสหกรณ์
     ง. สมาชิกสหกรณ์
20. ในการส่งเสริมสหกรณ์ของประเทศไทย การส่งเสริมในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเกษตรกรและเยาวชนเราจะทำการส่งเสริมในด้านใด
     ก. ให้มีความสนใจและเข้าร่วมสหกรณ์
     ข. ให้เกิดความเข้าใจในสหกรณ์
     ค. ให้เป็นผู้นำสหกรณ์ที่ดี
     ง. ให้สามารถดำเนินงานได้
21. สหกรณ์มีการจัดการส่งเสริมเผยแพร่ในแบบอื่นนอกจากให้การศึกษาอบรม เช่นอะไรบ้าง
      ก. จับรางวัล
      ข. จัดฉายภาพยนต์
      ค. จัดรถโฆษณา
      ง. จัดทำเอกสารเผยแพร่
22. ปัญหาในการส่งเสริมสหกรณ์คือข้อใด
      ก. สมาชิกมีจำนวนน้อย
      ข. เผยแพร่ได้ในสื่อที่จำกัด
      ค. มีการต่อต้านจากธุรกิจอื่น
     ง. ขาดการสนับสนุนจากรัฐบาล

 จงใช้ตัวเลือกตัวต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 23-25
     1. ความสำเร็จขั้นกับความร่วมมือของทุกคน
     2. การต้านทาน คัดค้าน เกิดจากบุคคลบางคน
     3. ความสำเร็จเกิดขึ้นได้ในบุคคลเดียว
     4. การบริหารและกฏหมายจะมีอิทธิพลต่อความสำเร็จ
     5. ต้องอาศัยทัศนคติ ความรู้สึกนึกคิด
     6. เป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่
23. ข้อใดเป็นลักษณะในงานส่งเสริมสหกรณ์ทุกข้อ
     ก. 2, 4, 6
     ข. 1, 3, 5
     ค. 5, 4, 1
     ง. 4, 6, 3
24. ข้อใดเป็นความแตกต่างระหว่างงานส่งเสริมสหกรณ์และงานส่งเสริมการเกษตร
     ก. 3, 4 กับ 1, 6
     ข. 2, 6 กับ 4, 3
     ค. 1, 4 กับ 5, 3
     ง. 6, 3 กับ 4, 5
25. ตัวเลือกใดเป็นลักษณะที่ตรงกันข้ามกับการส่งเสริมการเกษตรที่ว่า "มีลักษณะเป็นรูปธรรมใช้การแสดงสาธิต"
     ก. ข้อ 6
     ข. ข้อ 5
     ค. ข้อ 3
     ง. ข้อ 1
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 20, 2015, 09:47:36 am
เฉลยคำตอบข้อสอบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

คำเฉลยแบบทดสอบความรู้ความเข้าใจวิชากฎหมาย ชุด กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
1.ตอบ ค.ประเทศฝรั่งเศส  ในแรกเริ่ม ไทยใช้ประมวลกฎหมายแพ่งของฝรั่งเศสและสวิส เป็นหลักในการร่าง  แต่หลังจากบังคับใช้ได้ปีเศษ ประมวลกฎหมายฉบับนั้นได้ถูกยกเลิกไป และประกาศใช้ใหม่ โดยเดินตามประมวลกฎหมายแพ่งเยอรมันและญี่ปุ่นเป็นส่วนมาก  ในส่วนที่เทียบเคียงมาจากประมวลกฎหมายแพ่งฝรั่งเศสก็ยังมีอยู่ประปราย
2.ตอบ ก.กรุงเทพเท่านั้น เพราะนายยุทธและนางสาวตู้เย็นมิได้จดทะเบียนสมรสกัน ผู้แทนโดยชอบธรรม คือ แม่เท่านั้น  หลัก ผู้เยาว์ย่อมมีภูมิลำเนาตามผู้แทนโดยชอบธรรม ฉะนั้น เด็กหญิงมิ่ง จึงมีภูมิลำเนาตามแม่ คือ นางสาวตู้เย็น ที่กรุงเทพ เท่านั้น
3.ตอบ ง. 15 ตุลาคม พ.ศ.2555 เวลา 0.00น.  หลัก บุคคลสามารถทำพินัยกรรมได้โดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อมีอายุ 15 ปีบริบูรณ์   จากสูตรการคำนวณอายุ(ดูหน้า 15 ประกอบ)  จะได้คำตอบข้อ ง.
4.ตอบ ง.ผิดทั้งสองข้อ  เพราะ                                                                                                                                                                                     (1) “...ซึ่งได้ส่งมอบให้ในขณะทำสัญญาหรือภายหลังจากที่ได้ทำสัญญาแล้ว” ทั้งนี้ มัดจำต้องให้  ขณะทำสัญญาเท่านั้น                                                                                                                            (2) มัดจำศาลไม่มีอำนาจใช้ดุลยพินิจปรับลด  แต่เบี้ยปรับนั้นกฎหมายได้ให้อำนาจศาลปรับลดได้
5.ตอบ ค.เงินฌาปนกิจ  เพราะ กองมรดกของผู้ตายได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ตลอดทั้งสิทธิและความรับผิดชอบต่าง ๆ ของผู้ตายในขณะผู้ตายมีชีวิตอยู่ ดังนั้นเงินฌาปนกิจจึงมิใช่กองมรดก
6.ตอบ ก.ค่าสินไหมทดแทน ส่วน ค่าเสียหาย มิได้ใช้ในกรณีการทำละเมิด  แต่จะใช้ในกรณีอื่น เช่น การทำผิดสัญญา เป็นต้น
7.ตอบ ง.ข้อ(2)และ(3)  เพราะ
(1)ผลมะม่วงที่ยังอยู่บนต้นมะม่วงเป็นดอกผลธรรมดา   ทั้งนี้ ดอกผลธรรมดาต้องหลุดหรือขาดออกจากทรัพย์แม่แล้วเท่านั้น
(2)การได้ผลลำไยนั้น  เป็นดอกผลธรรมดา  ส่วนผลประโยชน์ที่ได้จากทรัพย์แม่(ต้นลำไย)นั้น คือ การใช้ผลลำไยกึ่งหนึ่งแทนค่าเช่า
(3)ไข่ไก่ เป็นดอกผลธรรมดา ซึ่งได้จากทรัพย์แม่ข้อนี้ชัดเจนดีแล้ว
8.ตอบ ข. ที่งอกริมตลิ่งย่อมเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเสมอ ข้อนี้กล่าวผิด เพราะ ที่งอก         ชายตลิ่ง ผู้ซึ่งเป็นเจ้ากรรมสิทธิ์ในที่ดินแม่ซึ่งที่ดินที่งอกนั้นได้งอกออกมา ผู้นั้นจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในผืนดินที่งอกด้วย  หากที่ดินชายตลิ่งที่มีผืนดินงอกออกมาเป็นกรรมสิทธิ์ของแผ่นดิน ผืนดินที่งอกนั้นก็ย่อมตกเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน
9.ตอบ ข.โมฆะ  เพราะ  การหมั้นนั้น  ชายและหญิงจะทำการหมั้นกัน ต้องมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หากฝ่าฝืนเกณฑ์เรื่องอายุมีผลเป็นโมฆะทุกกรณี
10.ตอบ ง. ค่าสินไหมทดแทน  ส่วนข้อ ก.  ข.  และ ค. นั้นเป็นโทษบังคับในทางอาญา ซึ่งมี 5 สถาน ได้แก่ 1.ประหาร  2.จำคุก  3.กักขัง  4.ปรับ  5.ริบทรัพย์
11.ตอบ ง.บริษัทมหาชน  เพราะ นิติบุคคลในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มี 5 ประเภท ได้แก่ 1.ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน  2.ห้างหุ้นส่วนจำกัด   3.บริษัทจำกัด   4.สมาคม   5.มูลนิธิ   ส่วนบริษัทมหาชนจำกัดนั้น เป็นนิติบุคคลตามพ.ร.บ.บริษัทมหาชน พ.ศ.2535
12.ตอบ ง. เพราะข้อ ก.เป็นการเชิญชวน ไม่มีเจตนาผูกพันกัน
                                ข้อ ข.และข้อ ค. เป็นนิติเหตุ (คืออะไร? พลิกดูหน้า22)
                                ข้อ ง.การสั่งซื้อพิซซ่า เป็นการกระทำเพื่อผูกนิติสัมพันธ์ เกิดสัญญา จึงเป็นนิติกรรม
13.ตอบ ค.การสมรสกับคนวิกลจริต 
                ข้อ ก.มีผลเป็นโมฆียะ
                ข้อ ข.มีผลให้ความเป็นผู้รับบุตรบุญธรรมและความเป็นบุตรบุญธรรมสิ้นสุดลง การสมรสสมบูรณ์
                ข้อ ง.คนเสมือนไร้ความสามารถ ทำการสมรสมีผลสมบูรณ์ กฎหมายมิได้ห้ามไว้
14.ตอบ ข.เรือนจำหรือทัณฑสถานที่ถูกจำคุกอยู่ (คำตอบชัดเจน ไม่ต้องอธิบาย)
15.ตอบ ค. สิทธิเก็บกิน  สิทธิยึดหน่วง  สิทธิจำนำ  ทั้งหมดนี้เป็นสังหาริมทรัพย์  เพราะ            สิทธิเก็บกินนั้น มีสิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์(ทำการเก็บกินได้บนที่ดิน)  กฎหมายจึงถือให้เป็นอสังหาริมทรัพย์ด้วย
16.ตอบ ข.มีสิทธิเมื่อมีสภาพบุคคล และใช้สิทธิได้บริบูรณ์เมื่อบรรลุนิติภาวะ  เพราะ เมื่อเริ่มมีสภาพบุคคลสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายย่อมติดตัวมา  ครั้นเติบโตเป็นผู้เยาว์ การทำนิติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ซื้อปากกา  ซื้ออาหารกล่อง1มื้อ หรือตามสมควร ย่อมทำได้  แต่กฎหมายจำกัดความสามารถในการทำนิติกรรมที่สำคัญบางประเภท เช่น การกู้ยืมเงิน  การซื้อทรัพย์สินมีค่า      เป็นต้น หากผู้เยาว์ทำลง นิติกรรมนั้นย่อมมีผลเป็นโมฆียะ โดยผู้แทนโดยชอบธรรมอาจบอกล้างได้
ฉะนั้น สิทธิที่ใช้ได้จริงไม่บริบูรณ์เมื่อผู้เยาว์ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
17.ตอบ ง.ผลไม้  ไข่ไก่  ไข่มุก  ส่วนข้อ ก. ข. และ ค.นั้น  ผิด เพราะ ค่าปันผล  ค่าเช่า และกำไร เป็นดอกผลนิตินัย
18.ตอบ ค.ทำนิติกรรมเพราะถูกข่มขู่   ส่วนข้อ ก. ข. ง. มีผลเป็นโมฆะ(พลิกอ่านรายละเอียดหน้า20)
19.ตอบ ง.ให้เพื่อเป็นการกำหนดค่าเสียหายล่วงหน้า  เพราะ มัดจำ คือ สิ่งที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งให้ไว้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง เป็นประกันว่าจะปฏิบัติตามสัญญา
20.ตอบ ง. เพราะหนี้เกิดได้โดย 1.นิติกรรม  2.นิติเหตุ   ข้อ ก.  ข.  ค. เป็นนิติเหตุซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งหนี้
21.ตอบ ง. ส่วนข้อ ก.อัตราดอกเบี้ยสูงสุดสามารถเรียกได้ตามกฎหมาย คือ ร้อยละ15ต่อปี หรือ
       ร้อยละ 1.25 ต่อเดือน
   ข.กฎหมายกำหนดให้การกู้ยืมเงินเกินกว่า2พันบาทขึ้นไป ต้องทำหลักฐานเป็น
       หนังสือ จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้
    ค.หากสัญญาระบุอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อัตราดอกเบี้ยนั้นเป็น
       โมฆะ ให้จ่ายเฉพาะเงินต้นเท่านั้น
22.ตอบ ก.ขณะทำการหมั้น  กล่าวคือ ของหมั้นนั้น คือของที่ชายให้ไว้กับหญิงเพื่อยืนยันว่าจะสมรสกับหญิงนั้น  โดยต้องให้ไว้ในขณะทำการหมั้น  มิฉะนั้น ไม่ถือว่าเป็นของหมั้น และไม่เกิดการหมั้นขึ้น 
23.ตอบ ง.ไม่มีข้อถูก เพราะ ข้อ ก. ข. และ ค.ส่วนเป็นสินส่วนตัวทั้งสิ้น(ดูคำอธิบายหน้า29)
24.ตอบ ง.การสมรสเพราะถูกกลฉ้อฉล   
-ข้อ ก. และ ค. การสมรสนั้นเป็นโมฆะ
-ข้อ ข.ความเป็นผู้รับบุตรบุญธรรมและความเป็นบุตรบุญธรรมสิ้นสุดลง การสมรสมีผลสมบูรณ์
25.ตอบ ก.ร้อยละ7.5 ต่อปี  เพราะตามหลัก  “หากสัญญามิได้ระบุอัตราดอกเบี้ยไว้  ให้คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี”  กรณีนี้ สัญญาระบุ“ให้คิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด”
จึงตอบ ร้อยละ7.5ต่อปี   มิใช่ร้อยละ15ต่อปี  เพราะอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวกฎหมายกำหนดเพดานสำหรับในกรณีที่สัญญามีการระบุอัตราดอกเบี้ยไว้
26.ตอบ ค.อัตราดอกเบี้ยขัดต่อกฎหมาย ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเพราะเป็นโมฆะ แต่ต้องคืนเงินต้น  เพราะกรณีดังกล่าว สัญญาระบุอัตราดอกเบี้ยไว้ร้อยละ 2 ต่อเดือน หรือคิดเป็น ร้อยละ24ต่อปี  ดังนั้น เมื่อคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด ดอกเบี้ยดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ กฎหมายไม่ให้คิดเลย  ให้คืนเฉพาะเงินต้น
27.ตอบ ก.ได้  เพราะ เป็นทารกในครรภ์มารดาขณะบิดาตาย และภายหลังคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารก เมื่อเด็กคลอดออกมาและหายใจ ย่อมมีสภาพบุคคลแล้ว  ดังนั้น สิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ ย่อมมีตามมาด้วย  ดังนี้ สิทธิในการได้รับมรดกจากบิดา ย่อมเกิดขึ้น
28.ตอบ ข.โมฆียะ เพราะคนไร้ความสามารถทำนิติกรรมเป็นโมฆียะเสมอ  แต่หากทำพินัยกรรมจะมีผลเป็นโมฆะเท่านั้น !!!
   29.ตอบ ค.เงินกองมรดกของนาย ก.มี 3 ล้านบาท  มารดาได้ 1.5 ล้านบาท  ภริยาได้ 3.5 ล้านบาท 
วิธีคิด     1.ให้หาทรัพย์สินทั้งหมดของผู้ตายก่อน โดยนาย ก.มีสินส่วนตัวจากพินัยกรรม 1 ล้านบาท
                และ มีสินสมรส อันเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นระหว่างสมรส 4 ล้านบาท
-ตามกฎหมาย เมื่อการสมรสสิ้นสุดลง(หย่า/ตาย) ให้จัดการทรัพย์สินโดยนำสินสมรสแบ่งคนละกึ่งหนึ่ง  ดังนั้น  4ล้านบาท ÷ 2 = 2ล้านบาท
ดังนั้น  ทรัพย์สินทั้งหมดของนาย ก. เท่ากับ  2ล้าน + 1ล้าน = 3 ล้านบาท
                2.นำทรัพย์สินของผู้ตาย แบ่งให้ทายาทโดยธรรม ส่วนละเท่า ๆ กัน  กรณีนี้มีทายาท 2 คน
                ได้ว่า  3 ล้าน ÷ 2 = 1.5 ล้านบาท
สรุป  มารดาของนาย ก.ได้รับเงิน  1.5 ล้านบาท
         ภริยาของนาย ก. ได้รับเงิน 2ล้านบาท(จากการแบ่งสินสมรส)  +  1.5ล้านบาท = 3.5 ล้านบาท
30.ตอบ ก. เพราะ รถยนต์ เป็นสังหาริมทรัพย์  สามารถครอบครองปรปักษ์ กำหนดเวลา 5 ปี                  ผู้ครอบครองปรปักษ์สังหาริมทรัพย์โดยสงบและเปิดเผย เป็นเวลา 5 ปี  จึงได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้น  กรณีดังโจทย์นายชินวัตรกลับจากต่างประเทศแล้วมาทวงรถยนต์คืน  แต่ครั้นนายสนธิไม่ให้ ก็เฉย  มิได้มีเจตนาหวงห้ามอีก  ระหว่างระยะเวลา 5 ปีนายสนธิอ้างได้ว่าตนกระทำโดยสงบ  และมิได้    ซ่อนเร้นการกระทำต่อเจ้ากรรมสิทธิ์ หมายความว่า ตนกระทำโดยเปิดเผย  และเป็นระยะเวลา 5 ปี                                          ดังนั้น ->  นายสนธิได้ซึ่งกรรมสิทธิ์ในรถยนต์
ระวัง!!!  การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์จากการครอบครองปรปักษ์โดยสงบและเปิดเผย  หากเป็น
                                -สังหาริมทรัพย์  กำหนดเวลา  5  ปี
                                -อสังหาริมทรัพย์  กำหนดเวลา  10  ปี
31.ตอบ ง.ไม่มีข้อใดถูก
(1)คนเสมือนไร้ความสามารถ อยู่ในความดูแลของผู้พิทักษ์ในการจัดการทรัพย์สินหรือนิติกรรมที่สำคัญเท่านั้น  เรื่องภูมิลำเนา คนเสมือนไร้ความสามารถ มีความสามารถตามกฎหมายในการกำหนดภูมิลำเนาของตนได้
(2)บุคคลจะขอศาลสั่งให้ผู้ไม่อยู่เป็นคนสาบสูญได้ เมื่อ
                -ในเหตุปกติ ผู้นั้นหายตัวไปจากถิ่นที่อยู่โดยไม่มีใครรู้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เป็นเวลา 5 ปี
                -ในเหตุพิเศษ เช่น  เหตุการณ์ตึกเวิล์ดเทรดถล่ม  คลื่นสึนามิ  เรืออัปปาง และผู้นั้นหายตัวไปนับแต่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว  เป็นเวลา  2 ปี
                เมื่อครบเงื่อนเวลาดังกล่าวแล้ว ผู้มีส่วนได้เสีย  อาจขอให้ศาลสั่งผู้ไม่อยู่นั้น เป็นคนสาบสูญได้
สำหรับกรณีนางพจมารนั้น นายหมักต้องอ้างว่า นางพนมารหายตัวไปโดยไม่รู้ชะตากรรมเป็นเวลา 2 ปีแล้ว
(3)การหมั้น ไม่เป็นเหตุให้สามารถบังคับคู่หมั้นทำการสมรสกับตนได้ แต่หากฝ่ายใดผิดสัญญาหมั้น
อีกฝ่ายอาจเรียกของหมั้นคืน และ อาจเรียกค่าทดแทนได้

admin   2013-01-25 09:23
1.ในการใช้กฎหมายนั้นจะต้องในบรรดากรณี ซึ่งต้องด้วยบทบัญญัติใดๆ แห่งกฎหมายตามตัวอักษรหรือตามความมุ่งหมายของบัญญัตินั้นๆ แต่หากในกรณีที่ไม่มีบทกำหนดที่จะยกมาปรับแก่คดีได้ เพื่อประกอบการพิจารณาและวินิจฉัยให้คดีนั้นเสร็จไปได้ จะต้องนำหลักการใดมาใช้เป็นลำดับแรก

ก. ให้วินิจฉัยนั้นตามจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่น

ข. ให้วินิจฉัยคดีอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง

ค. ให้วินิจฉัยตามหลักกฎหมายทั่วไป

ง. นำหลักการใดมาใช้ก่อนหลังก็ได้

คำตอบ : ข้อ ก. เพราะเมื่อไม่มีบทกฎหมายที่จะยกปรับคดีได้ ให้วินิจฉัยคดีนั้นตามจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่น ถ้าไม่มีจารีตประเพณีเช่นว่านั้น ให้วินิจฉัยคดีอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงยิ่ง และถ้าบทกฎหมายเช่นนั้นก็ไม่มีด้วยให้วินิจฉัยตามหลักกฎหมายทั่วไป (ตาม ป. พ.พ. มาตรา 4)

2. ในกรณีที่บุคคลใดได้พิมพ์ลายนิ้วมือ แทนการลงลายมือชื่อ จะต้องทำอย่างไรจึงจะทำอย่างไรจึงจะทำให้การพิมพ์ลายนิ้วมือนั้นใช้แทนการละลายมือชื่อในเอกสารได้

ก. มีพยานลงลายมือชื่อรับเองหนึ่งคน

ข. มีพยานลงลายมือชื่อรับเองสองคน

ค.ไม่จำเป็นต้องมีพยานแก้ใช้แทน ลายมือชื่อได้

ง. นำหนังสือนั้นไปให้นายอำเภอรับรอง

คำตอบ : ข้อ ข. ลายพิมพ์นิ้วมือ แกงใด ตราประทับ หรือเครื่องหมายอื่นทำนองเช่น ว่านั้น ที่ทำลงในเอกสารแทนการลงลายมือชื่อ หากมีพยานลงลายมือชื่อรับรองไว้แล้วสองคนแล้วให้ถือเสมอกับลงลายมือชื่อ (ตาม ป.พ.พ. มาตรา 9)

3. บุคคลย่อมพ้นจากภาวะผู้เยาว์ และบรรลุนิติภาวะเมื่อมีอายุเท่าใด

ก. อายุ 17 ปี ข. อายุ 18 ปี

ค.อายุ 19 ปี ง. อายุ 20 ปี

คำตอบ : ข้อ ง. บุคคลย่อมพ้นจากภาวะผู้เยาว์ ปละบรรลุนิติภาวะ เมื่อมีอายุ 20 ปีบนิบูรณ์ แต่อาจบรรลุนิติภาวะได้ด้วยการสมรส

4. หากผู้เยาว์ทำนิติกรรม โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม ผลของนิติกรรมนั้นเป็นเช่นไร

ก. เป็นโมฆะ

ข. เป็นโมฆียะ

ค. บังคับได้เฉพาะผู้เยาว์เท่านั้น

ง. นิติกรรมนั้นก็ยังสมบูรณ์

คำตอบ : ข้อ ข. เนื่องจากผู้เยาว์จะทำนิติกรรมใดๆ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน การใดๆที่ผู้เยาว์ได้ทำลงปราศจากความยินยอมเช่นนั้นเป็นโมฆียะ เว้นแต่จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น (ตาม ป.พ.พ. มาตรา 21)

5. การกระทำใดที่ผู้เสมือนไร้ความสามารถ ไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ก่อนก็สามารถทำได้

ก. นำทรัพย์สินไปลงทุน

ข. กู้ยืมหรือให้กู้ยืมเงิน

ค. บริจาคเงิน ซึ่งพอควรแก่ฐานานุรูป

ง. ให้เช่าสังหาริมทรัพย์ในระยะเวลาเกิน 1 ปี

คำตอบ : ข้อ ค. เพราะ คนเสมือนไร้ความสามารถนั้นต้องได้รับความยินยอมของผู้พิทักษ์ก่อนแล้วจึงจะทำการอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 34

6. นายจันทร์ ได้ไปเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และได้หายสาบสูญไปจากเหตุคลื่นยักษ์สึนามิ ทายาทนายจันทร์จะร้องขอต่อศาลให้นายจันทร์เป็นคนสาบสูญ เพื่อที่จะได้ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์มรดกได้ภายในระยะเท่าไหร่นับแต่นายจันทร์หายไป

ก. ภายในระยะเวลา หนึ่ง ปี

ข. ภายในระยะเวลา สอง ปี

ค. ภายในระยะเวลา สาม ปี

ง. ภายในระยะเวลา สี่ ปี

คำตอบ : ข้อ ข. ภายในระยะเวลา สอง ปี เพราะในกรณีที่เกิดสงคราม หรือพาหนะที่เดินทางอับปางหรือถูกทำร้ายหรือเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติขึ้น เป็นเหตุให้บุคคลนั้นอยู่ในอันตราย เช่นว่านั้นให้ลดระยะเวลาการร้องขอเหลือเพียงแค่ 2 ปี ( ตาม ป.พ.พ. มาตรา 61)

7. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช้นิติบุคคล

ก. ห้างหุ้นส่วนจำกัด

ข. บริษัท จำกัด

ค. ห้างหุ้นส่วนสามัญ

ง. ถูกทุกข้อ

คำตอบ : ข้อ ค. ห้างหุ้นส่วนสามัญ เพราะเป็นการตกลงร่วมลงทุนโดยมิได้จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจึงไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล

8. นิติบุคคลจะแสดงเจตนาทำนิติกรรมได้โดยวิธีใด

ก. ทำโดยนิติบุคคลเอง

ข. ทำโดยตัวแทนของนิติบุคคล

ค. ทำโดยลูกจ้างของนิติบุคคล

ง. ถูกทุกข้อยกเว้น คำตอบข้อ ค

คำตอบ : ข้อ ข. ทำโดยตัวแทนของนิติบุคคล ตาม ป.พ.พ. มาตรา 70 ความประสงค์ของนิติบุคคลย่อมแสดงออกโดยผู้แทนนิติบุคคล

9. นายอาทิตย์ ซึ่งเป็นตัวแทนของห้างหุ้นส่วนจำกัด ประกอบกิจการ ภัตตาคาร ได้ทำสัญญาให้นายจันทร์ กู้ยืมเงินซึ่งนอกเหนือวัตถุประสงค์ ของห้างหุ้นส่วนจำกัด เมื่อนายอาทิตย์สัญญา นายจันทร์จะฟ้องให้ใครรับผิดชอบได้บ้าง

ก. ฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัด

ข. ฟ้องนายอาทิตย์

ค. ฟ้องกรรมการของห้างหุ้นส่วน

ง. ฟ้องได้ทั้ง ห้างหุ้นส่วนจำกัด ,นายอาทิตย์ และกรรมการของห้างหุ้นส่วนจำกัด

คำตอบ : ข้อ ข. ตาม ป.พ.พ. มาตรา 76 วรรคสอง ถ้าความเสียหายแก่บุคคลอื่นเกิดจากการกระทำที่ไม่อยู่ในขอบวัตถุประสงค์หรืออำนาจหน้าที่ของนิติบุคคล บรรดาบุคคลดังกล่าวตามวรรคหนึ่งที่ได้เห็นชอบให้กระทำการนั้นหรือได้เป็นผู้กระทำการดังกล่าว ต้องร่วมกันรับผิดชอบใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ได้รับความเสียหายนั้น

10. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์

ก. บ้าน

ข. โรงงาน

ค.ดิน ซึ่งเจ้าของที่ดินขุดเอาไปขาย

ง. ถูกทุกข้อ

คำตอบ : ข้อ ค. เพราะดินเมื่อขุดขึ้นมาแล้ว ไม่ถือว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็นสังหาริมทรัพย์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 139 อสังหาริมทรัพย์ หมายความว่า ที่ดินและทรัพย์อันติดกับมีลักษณะเป็นการถาวรหรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้นและหมายความรวมถึงทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับที่ดินหรือทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินหรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้นด้วย

11. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นส่วนควบของรถยนต์

ก. เครื่องเสียงรถยนต์

ข. ล้อรถยนต์

ค. พวงมาลัยบังคับรถ

ง. ประตูรถ

คำตอบ : ข้อ ก. เครื่องเสียงรถยนต์ ไม่ถือว่าเป็นส่วนควบของรถเพราะถึงแม้ว่าไม่มีเครื่องเสียงรถก็สามารถขับเคลื่อนได้

ก. ค่าปันผล ขนสัตว์ ลูกวัว

ข. ผลไม้ ค่าเช่า น้ำยางพารา

ค. กำไร ลูกวัว มะพร้าว

ง. ผลไม้ ไข่ไก่ ไข่มุก

คำตอบ : ข้อ ง. เพราะ ผลไม้ ไข่ไก่ ไข่มุก เป็นดอกผลธรรมดาทั้งหมด ส่วนค่าปันผล ค่าเช่า กำไร เป็นดอกผลทางนิตินัย

13. การใดๆอันทำโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วด้วยสมัครใจ มุ่งโดยตรงต่อการผู้กนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล เพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สาน หรือระงับ ซึ่งสิทธิถือว่าเป้นการกระทำใด

ก. ละเมิด

ข. นิติกรรม

ค. การจัดการงานนอกสั่ง

ง. ประนีประนอมยอมความ

คำตอบ : ข้อ ข. ตาม ป.พ.พ. มาตรา 149 นิติกรรม หมายความว่า การใดๆอันทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยสมัครใจ มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล เพื่อจะก่อเปลี่ยนแปลง โอน สาน หรือระงับ ซึ่งสิทธิ

14. การกระทำใดต่อไปนี้เป็น โมฆียะ

ก. มิได้ทำให้ถูกต้องตามแบบบทที่กฎหมายกำหนด

ข. สำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม

ค. การแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่

ง. การใดมีวัตถุประสงค์อันเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย

คำตอบ : ข้อ ค. ตาม ป.พ.พ. มาตรา 164 การแสดงเจตนา เพราะถูกข่มขู่เป็น โมฆียะ

15. ในการตีความการแสดงเจตนานั้น กฎหมายได้กำหนดให้คำนึงถึงสิ่งใดเป็นสำคัญ

ก. ตัวบุคคล

ข. จำนวนเงินที่ทำ

ค. เจตนาอันแท้จริง

ง. ลักษณะของสัญญา

คำตอบ : ข้อ ค. เพราะในการตีความการแสดเจตนานั้นให้เพ็งเล้งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้องสำนวนหรือตัวอักษร
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 20, 2015, 09:55:00 am
แนวข้อสอบประมวลรัษฎากร

1. การหักค่าสึกหรอหรือค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินประเภทอาคารถาวรของแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี กฎหมายกำหนดหักไว้อย่างไร
ก.5 % ของมูลค่าต้นทุน
ข.10 % ของมูลค่าต้นทุน
ค.20% ของมูลค่าต้นทุน
ง.100 % ของมูลค่าต้นทุน
2. การคำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคารถยนต์โดยสารที่นั่งไม่เกิน 10 คน หรือรถยนต์นั่ง ให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาได้ในมูลค่าต้นทุนเฉพาะส่วนที่ไม่เกินกี่บาท
ก.300,000 บาท
ข.400,000 บาท
ค.500,000 บาท
ง.1,000,000 บาท
3. การบริจาคเพื่อการกีฬาให้แก่หน่วยงานหรือองค์กรใดที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่าย
ก.ให้การกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อส่งเสริมการกีฬา
ข.ให้กรมพลศึกษาเพื่อจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน
ค.ให้กรมพลศึกษาเพื่อจัดการแข่งขันกีฬาเขต
ง.ให้คณะกรรมการกีฬาจังหวัดเพื่อส่งเสริมกีฬาในจังหวัด
4. ค่ารับรองหรือค่าบริการในกรณีต้องให้ค่าสิ่งของแก่บุคคลซึ่งได้รับการรับรองหรือบริการไม่เกินคนละเท่าไรในแต่ละคราวที่มีการรับรองหรือการบริการ
ก.1,000 บาท
ข.2,000 บาท
ค.4,000 บาท
ง.10,000 บาท
5. หากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นผู้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 จากรัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานผู้จ่ายเงินดังกล่าวจะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละเท่าใดของจำนวนเงินที่จ่าย
ก.1
ข.5
ค.7
ง.10
6. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลถูกหักโดยหน่วยงานราชการเนื่องจากเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ภาษีเงินได้ที่ถูกหักข้อใดฤูกต้อง
ก.ภาษีดังกล่าวถือเป็นค่าใช้จ่าย
ข.ภาษีดังกล่าวถือเป็นค่าลดหย่อน
ค.ภาษีดังกล่าวถือเป็นภาษีต้องห้าม
ง.ภาษีดังกล่าวถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีปีนั้น

7. บริษัท แอร์เอเซีย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นบริษัทจดทะเบียนตามกฎหมายประเทศมาเลเซีย มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการขนส่ง จะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากรหรือไม่
ก.เสียภาษีจากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
ข.เสียภาษีจากกำไรสุทธิของบริษัททุกกิจการทั้งในไทยและต่างประเทศ
ค.เสียภาษีจากค่าโดยสารที่เรียกเก็บในประเทศไทยก่อนหักค่าใช้จ่าย
ง.ได้รับยกเว้นเพราะเป็นบริการสาธารณะ
8. การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการขนคนโดยสารระหว่างประเทศ และจดทะเบียนตั้งตามกฎหมายต่างประเทศ มีการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลอย่างไร
ก.ร้อยละ 3 ของรายได้ก่อนหักรายจ่าย
ข.ร้อยละ 3 ของกำไรสุทธิที่มีกิจการในไทย
ค.ร้อยละ 7 ของรายได้ก่อนหักรายจ่าย
ง.ร้อยละ 7 ของกำไรสุทธิที่มีกิจการในไทย


9. คำว่า"ทรัพย์สินที่มีรูปร่างหรือไม่มีรูปร่าง ซึ่งอาจมีราคาและถือเอาได้ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆ และให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่นำเข้า" เป็นความหมายของข้อใด
ก.ทรัพย์สิน
ข.สินค้า
ค.บริการ
ง.สิ่งของ
10. กรมประมงได้ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์จากบริษัท IBM จำกัด เป็นเงินรวม 10 ล้านบาท กรมประมงต้องจัดส่งสำเนาสัญญาการซื้อขายเครื่องคอมพืวเตอร์ให้เจ้าพนักงานสรรพากรภายในระยะเวลาใด
ก.ภายใน 15 วัน นับแต่วันทำสัญญา
ข.ภายใน 30 วัน นับแต่วันทำสัญญา
ค.ภายในวันที่ 15 ของเดือน ถัดจากเดือนที่ได้ทำสัญญา
ง.ภายในวันที่ 30 ของเดือน ถัดจากเดือนที่ได้ทำสัญญา
11. การจัดส่งสำเนาสัญญาซื้อขายสินค้าหรือบริการของหน่วยงานราชการหรือบุคคลอื่นตามที่อธิบดีกำหนด เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรตรวจสอบมูลค่าของสัญญา กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร
ก.ไม่น้อยกว่า 250,000 บาท
ข.ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท
ค.ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท
ง.ไม่น้อยกว่า 5,000,000 บาท
12. บริษัท KFC & goods จำกัด ตั้งอยู่ที่จังหวัดสงขลา ทำธุรกิจขายบัตรเติมเงินและอุปกรณ์ประกอบอาหาร มีปัญหาว่าธุรกิจของบริษัทเป็นธุรกิจแบบขายสินค้าหรือการให้บริการจะต้องขอคำวินิจฉัยจากผู้ใดเป็นผู้ชี้ขาด
ก.เจ้าพนักงานประเมิน
ข.สรรพากรจังหวัด
ค.สรรพากรเขต
ง.อธิบดีกรมสรรพากร

13. กิจการขนาดย่อมที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มคือกิจการที่มูลค่าของฐานภาษีของกิจการจะต้องไม่เกินเท่าใด
ก.ไม่เกิน 600,000 บาท ต่อปี
ข.ไม่เกิน 1,200,000 บาท ต่อปี
ค.ไม่เกิน 1,800,000 บาท ต่อปี
ง.ไม่เกิน 2,000,000 บาท ต่อปี
14. รายงานเกี่ยวกับการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเฉพาะขายสินค้าต้องจัดทำนอกจากรายงานอื่น ๆ คือข้อใด
ก.รายงานภาษีขาย
ข.รายงานภาษีซื้อ
ค.รายงานเงินสดคงเหลือ
ง.รายงานสินค้าและวัตถุดิบ
15.บริษัท บ้านและที่ดิน จำกัด ประกอบธุรกิจขายที่ดิน บริษัทจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากฐานภาษีในข้อใด
ก.รายรับก่อนหักค่าใช้จ่าย
ข.รายรับหลังหักค่าใช้จ่าย
ค.กำไรสุทธิประจำปี
ง.รายได้จากการขายที่ดินหักค่าภาษีตามกฎหมายที่ดิน และภาษีหัก ณ ที่จ่ายแล้ว
16ข้อใดคือฐานภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับกิจการธนาคารพาณิชย์
ก.กำไรสุทธิประจำปี
ข.รายรับจากการประกอบกิจการ
ค.กำไรหลังหักค่าใช้จ่าย
ง.รายรับหลังจากหักค่าใช้จ่ายที่กฎหมายอนุญาตให้หักได้
17. ข้อใดไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ก.การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางมรดก ภายใน 5 ปี นับแต่วันได้มา
ข.การขายอสังหาริมทรัพย์ของผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน
ค.การขายห้องชุดของผู้จดทะเบียนอาคารชุด
ง.การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการซื้อขายที่ไม่ใช่ทางมรดก ภายใน 5 ปี นับแต่วันได้มา
18เอกสารที่ต้องเสียอากรตามประมวลรัษฎากร เป็นคำจำกัดความของข้อใด
ก.สัญญา
ข.กระดาษ
ค.ตราสาร
ง.เอกสาร
19นายขวดเขียนจดหมายถึงนายแก้วข้อความว่า"ตามที่นายทองได้กู้เงินนายแก้ว จำนวน 5,000 บาท ข้าพเจ้า(นายขวด)ยินดีรับผิดชอบแทนนายทองทุกประการหากนายทองไม่ชำระหนี้ดังกล่าว จดหมายดังกล่าวเป็นหนังสือค้ำประกัน จะเป็นตราสารที่สมบูรณ์นายแก้วจะต้องทำอย่างไร
ก.นายแก้วปิดแสตมป์จนครบจำนวนอากร
ข.นายแก้วลงลายมือของตนในจดหมายดังกล่าว
ค.นายแก้วเรียกให้นายทองมาปิดแสตมป์จนครบจำนวนอากร
ง.นายแก้วถ่ายเอกสารไว้แล้วส่งต้นฉบับคืนนายทอง
20. บริษัท คาร์ยูเซอร์ จำกัด เป็นบริษัทประกอบกิจการขายอุปกรณ์ไฟฟ้าเงินผ่อน ได้ทำสัญญาเช่าซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้ากับนายทองเติมในราคา 8,500 บาท กำหนดชำระเดือนละ 1,000 บาท สัญญาเช่าซื้อจะต้องปิดอากรจำนวนกี่บาท
ก.4 บาท
ข.8 บาท
ค.9 บาท
ง.18 บาท
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 21, 2015, 09:19:18 am
แนวข้อสอบ กรมทางหลวงชนบท ตำแหน่ง วิศวกรโยธา

1.กฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการ
2.กลศาสตร์ของวัสดุ
3.การบริหารงานงานก่อสร้าง
4.การวิเคราะห์โครงสร้าง
5.การออกแบบโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก 
6.การออกแบบสถาปัตยกรรม 
7.เก็งแนวข้อสอบวิศกรโยธา 
8.ความรู้เกี่ยวกับวิศวกรรมฐานราก
9.ความรู้พื้นฐานทางวิศกรรมโยธา 
10.โครงสร้างและคอนกรีต 
11.ถามตอบ โครงสร้างและคอนกรีต
12.ถามตอบความรู้เกี่ยวกับการสำรวจและการเขียนแบบ
13. ถามตอบแนวข้อสอบวิศวกรโยธา-แนวข้อสอบ การควบคุม การบริหารงานก่อสร้าง
- แนวข้อสอบคอนกรีตและโครงสร้าง 
- แนวข้อสอบงานเขียนแบบ
- แนวข้อสอบนายช่างโยธา ชุดที่ 1-3 
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 และแก้ไขเพิ่มเติม 
- สรุปสาระสำคัญของ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 21, 2015, 09:29:37 am
ตัวอย่างแนวข้อสอบการเคหะแห่งชาติ

1.    การเคหะแห่งชาติ จัดตั้งขึ้นเมื่อใด
ก.    12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2516            ค. 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2526
ข.    13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2516            ง.  13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2526


2.    การเคหะแห่งชาติเป็นหน่วยงานประเภทใด
ก.    รัฐ                        ค. รัฐวิสาหกิจ
ข.    เอกชน                    ง. มหาชน

3.    การเคหะแห่งชาติถูกจัดตั้งขึ้นในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่เท่าใด
ก.    ฉบับที่  1                    ค. ฉบับที่   3
ข.    ฉบับที่  2                    ง. ฉบับที่   4

4.    หน่วยงานใดที่จัดตั้งขึ้นในระยะแรกของของการพัฒนาที่อยู่อาศัย
ก.    กองเคหะสถานสงเคราะห์            ค. ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ข.    สำนักงานอาคารสงเคราะห์            ง. ถูกทุกข้อ


5.    ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติคนปัจจุบันคือใคร
ก.    นายสมชัย  เชาว์พฤติพงศ์            ค. นายพงศ์พัท    จิตรสำเริง
ข.    นางจำเนียร   ดุริยประณีต            ง.  นายวิฑูรย์   เจียสกุล

6.    รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติมีทั้งหมดกี่คน
ก.    3  คน                    ข.  4  คน
ค.   5   คน                    ง.   6  คน

7.    ข้อใดคือชื่อภาษาอังกฤษของการเคหะแห่งชาติ
ก.    Department of  Labour  Protection and Welfare
ข.    National  Housing  Authority
ค.    Housing  Authority  National
ง.    Security   Social    Office

8.    การเคหะแห่งชาติ   มีชื่อย่อว่าอย่างไร
ก.    กกช.                    ค. กห.ช.
ข.    กคช.                    ง.  กค.ช.

9.    ข้อใดคือหมายเลข  Call  Center  การเคหะแห่งชาติ     
ก.    1651                    ข. 1615
ข.    1515                    ง. 1525
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 23, 2015, 10:16:10 am
เนื้อหาอ่านสอบ ตำแหน่ง นักทรัพยากรบุคคล

-การบริหารทรัพยากรบุคคล
-การประเมินสมรรถนะระบบบริหารทรัพยากรบุคคล
-ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ HR
-ความสามารถด้านการคิดคำนวณ
-เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
-แนวข้อสอบการบริหารงานบุคคลากร ชุดที่ 1-2
แนวข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไป
-วิชาความสามารถทั่วไป ความสามารถด้านภาษา
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 23, 2015, 04:44:30 pm
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆและข้อสอบที่ออกบ่อยมาก ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข
รายละเอียดประกอบด้วย
- เก็งข้อสอบนักวิชาการสาธารณสุข
- ข้อสอบเฉพาะทาง สาธารณะสุข
- แนวข้อสอบนักวิชาการสาธารณสุข
- พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ 2535
-พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535
- พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545
- สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
- หลักการบริหารจัดการความเสี่ยงต่อสุขภาพ

เก็งข้อสอบนักวิชาการสาธารณสุข               
1.การบริหารจัดการความเสี่ยงต่อสุขภาพ คือ ข้อใด               
1. Acceptable risk2. Health Risk Assessment               
3.  Health Risk Management4. White Paper on Chemicals               
               
ตอบ ข้อ 3.               
2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือ ใคร               
1. นายวิทยา    บุรณศิริ                               2. นายวรวัจน์   เอื้ออภิญญกุล               
3.  นายมานิต  ธีรตันติกานนท์                        4. นายสุรพงษ์  อึ้งอัมพรวิไล               
ตอบ ข้อ 1.               
3. .ในการบริหารจัดการความเสี่ยงต่อสุขภาพควรคำนึงถึงสิ่งใกมากที่สุด               
1. ความเป็นธรรมและทั่วถึง ทั่วประเทศ              2. การเข้าถึงการรักษาประชาชนอย่างทั่วถึง               
3. การขาดทุนของรัฐบาล      4. ความเสี่ยงกับผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ               
ตอบ ข้อ 4.               
4.พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ให้ไว้ ณ วันที่ใด               
               
1. วันที่ 12 มกราคม  2554                                 2. วันที่ 12 เมษายน 2554               
3. วันที่ 12 มิถุนายน 2554                                 4. วันที่ 12 กรกฎาคม 2554               
ตอบ ข้อ 1.               
5.กรณีมีเรื่องเกี่ยวกับ โรคระบาด หรือพบเห็น ควรแจ้งกรมควบคุมโรค เบอร์กลางใด               
1. 1550                                                  2. 1422               
3. 1332                                                  4. 1134               
ตอบ ข้อ 2.               
6.ข้อใดคือยุทธศาสตร์การส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่               
1. การสร้างนโยบายสาธารณสุขเพื่อสุขภาพ       2.การสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ               
3. การปรับเปลี่ยนระบบบริการสุขภาพ              4. ไม่มีข้อใดผิด               
ตอบ ข้อ 4.               
               
7.ข้อใดไม่ใช่โรคติดต่ออันตราย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2523               
1. โรคไข้เหลือง                                         2. โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง               
3. บาดทะยัก                                             4.  โรคซึมเศร้า               
ตอบ ข้อ 4.               
8.มีอาการไข้นำมาก่อน ต่อมามีเยื่อบุหนังตาอักเสบ มีอาการคล้ายเป็นหวัด หลอดลมอักเสบและมีจุดสีแดงที่เยื่อบุแก้ม หลังจากมีไข้ประมาณ 3-7 วัน  จะมีผื่นปรากฎที่บริเวณหน้า ต่อมาผื่นจะปรากฏทั้งตัวอยู่นาน 4-6 วัน  แล้วจะลอกออกไป ปรากฎเป็นสีแดงคล้ำอยู่หลายวัน เป็นโรคอะไร               
1. ไข้หัด                                      2.ไข้หัดเยอรมัน               
3. ไข้รากสาด                                            4. ไข้เหลือง               
ตอบ  ข้อ 1.               
9. โรคติดต่อใดที่กรมอนามัยโลกได้กำหนดให้ประเทศหรือเขตดินแดนติดต่อโรคดังกล่าว ต้องมีความแจ้งข่าวเมื่อมีการเกิดระบาดหรือเป็นโรคประจำท้องถิ่น               
1. ไข้หัด                                      2.ไข้หัดเยอรมัน               
3. ไข้รากสาด                                            4. ไข้เหลือง               
ตอบ  ข้อ 4.             
   
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 23, 2015, 08:59:09 pm
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆและข้อสอบที่ออกบ่อยมาก ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข
รายละเอียดประกอบด้วย
- เก็งข้อสอบนักวิชาการสาธารณสุข
- ข้อสอบเฉพาะทาง สาธารณะสุข
- แนวข้อสอบนักวิชาการสาธารณสุข
- พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ 2535
-พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535
- พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545
- สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
- หลักการบริหารจัดการความเสี่ยงต่อสุขภาพ

เก็งข้อสอบนักวิชาการสาธารณสุข               
1.การบริหารจัดการความเสี่ยงต่อสุขภาพ คือ ข้อใด               
1. Acceptable risk2. Health Risk Assessment               
3.  Health Risk Management4. White Paper on Chemicals               
               
ตอบ ข้อ 3.               
2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือ ใคร               
1. นายวิทยา    บุรณศิริ                               2. นายวรวัจน์   เอื้ออภิญญกุล               
3.  นายมานิต  ธีรตันติกานนท์                        4. นายสุรพงษ์  อึ้งอัมพรวิไล               
ตอบ ข้อ 1.               
3. .ในการบริหารจัดการความเสี่ยงต่อสุขภาพควรคำนึงถึงสิ่งใกมากที่สุด               
1. ความเป็นธรรมและทั่วถึง ทั่วประเทศ              2. การเข้าถึงการรักษาประชาชนอย่างทั่วถึง               
3. การขาดทุนของรัฐบาล      4. ความเสี่ยงกับผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ               
ตอบ ข้อ 4.               
4.พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ให้ไว้ ณ วันที่ใด               
               
1. วันที่ 12 มกราคม  2554                                 2. วันที่ 12 เมษายน 2554               
3. วันที่ 12 มิถุนายน 2554                                 4. วันที่ 12 กรกฎาคม 2554               
ตอบ ข้อ 1.               
5.กรณีมีเรื่องเกี่ยวกับ โรคระบาด หรือพบเห็น ควรแจ้งกรมควบคุมโรค เบอร์กลางใด               
1. 1550                                                  2. 1422               
3. 1332                                                  4. 1134               
ตอบ ข้อ 2.               
6.ข้อใดคือยุทธศาสตร์การส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่               
1. การสร้างนโยบายสาธารณสุขเพื่อสุขภาพ       2.การสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ               
3. การปรับเปลี่ยนระบบบริการสุขภาพ              4. ไม่มีข้อใดผิด               
ตอบ ข้อ 4.               
               
7.ข้อใดไม่ใช่โรคติดต่ออันตราย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2523               
1. โรคไข้เหลือง                                         2. โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง               
3. บาดทะยัก                                             4.  โรคซึมเศร้า               
ตอบ ข้อ 4.               
8.มีอาการไข้นำมาก่อน ต่อมามีเยื่อบุหนังตาอักเสบ มีอาการคล้ายเป็นหวัด หลอดลมอักเสบและมีจุดสีแดงที่เยื่อบุแก้ม หลังจากมีไข้ประมาณ 3-7 วัน  จะมีผื่นปรากฎที่บริเวณหน้า ต่อมาผื่นจะปรากฏทั้งตัวอยู่นาน 4-6 วัน  แล้วจะลอกออกไป ปรากฎเป็นสีแดงคล้ำอยู่หลายวัน เป็นโรคอะไร               
1. ไข้หัด                                      2.ไข้หัดเยอรมัน               
3. ไข้รากสาด                                            4. ไข้เหลือง               
ตอบ  ข้อ 1.               
9. โรคติดต่อใดที่กรมอนามัยโลกได้กำหนดให้ประเทศหรือเขตดินแดนติดต่อโรคดังกล่าว ต้องมีความแจ้งข่าวเมื่อมีการเกิดระบาดหรือเป็นโรคประจำท้องถิ่น               
1. ไข้หัด                                      2.ไข้หัดเยอรมัน               
3. ไข้รากสาด                                            4. ไข้เหลือง               
ตอบ  ข้อ 4. 
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 28, 2015, 10:20:50 am
แนวข้อสอบท้องถิ่น ปี 57 ข้อสอบท้องถิ่น คู่มือเตรียมสอบท้องถิ่น ข้อสอบท้องถิ่น นักบริหารงานทั่วไป ชุด 6
แนวข้อสอบท้องถิ่น ภาค ก,แนวข้อสอบท้องถิ่นพร้อมเฉลย,แนวข้อสอบท้องถิ่น ภาค ก,แนวข้อสอบท้องถิ่นฟรี,แนวข้อสอบท้องถิ่น 2557

12.ท้องถิ่นชุมชนที่มีราษฎรตั้งแต่ 50,000 คนขึ้นไป ให้ยกฐานะเป็นเทศบาลใด
ก. เทศบาลสภาตำบล
ข. เทศบาลนคร
ค. เทศบาลเมือง
ง. เทศบาลท้องถิ่น
 
ตอบ ข. เทศบาลนคร
เทศบาลนคร ได้แก่ ท้องถิ่นชุมนุมชนที่มีราษฎรตั้งแต่ห้าหมื่นคนขึ้นไป ทั้งมี
รายได้พอควรแก่การที่จะปฏิบัติหน้าที่อันต้องทำตามพระราชบัญญัตินี้ และซึ่งมี
ประกาศกระทรวงมหาดไทยยกฐานะเป็นเทศบาลนคร ประกาศกระทรวงมหาดไทย
นั้นให้ระบุชื่อและเขตของเทศบาลไว้ด้วย (มาตรา 11 พรบ.เทศบาล แก้ไขเพิ่มถึง
ฉบับ 13 พ.ศ.2552)
 
13.การเปลี่ยนชื่อเทศบาลหรือการเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาล ให้กระทำโดยกฎหมายใด
ก. ประกาศกระทรวงมหาดไทย          ข. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ค. กฎ                                              ง. ข้อบังคับ
 
ตอบ ก. ประกาศกระทรวงมหาดไทย
ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10และมาตรา11การเปลี่ยนชื่อเทศบาลหรือการ
เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาล ให้กระทำโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย(มาตรา 12
พรบ.เทศบาล แก้ไขเพิ่มถึงฉบับ 13 พ.ศ.2552)
 
14.ในกรณีที่เป็นการเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองหรือเทศบาลนคร ให้ผู้ใดสิ้นสุด
อำนาจหน้าที่เมื่อพ้นกำหนด 1 ปี
ก. กำนัน                                          ข. ปลัดอำเภอ
ค. นายกองค์การบริหารส่วนตำบล      ง. ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล
 
ตอบ ก. กำนัน
ในกรณีที่เป็นการเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองหรือเทศบาลนครให้กำนัน
ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และสารวัตรกำนัน ในท้องถิ่น
ที่ได้เปลี่ยนแปลงเขตเป็นเทศบาลสิ้นสุดอำนาจหน้าที่เฉพาะในเขตที่ได้เปลี่ยนแปลง
นั้นเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยเปลี่ยนแปลงเขต
เทศบาลใช้บังคับเป็นต้นไป (มาตรา 12 พรบ.เทศบาล แก้ไขเพิ่มถึงฉบับ 13
พ.ศ.2552)
 
15.องค์การเทศบาลประกอบด้วยใครบ้าง
ก. สภาเทศบาล, นายกองค์การบริหารส่วนตำบล
ข. สภาเทศบาล, นายกองค์การบริหารส่วนตำบล, กรรมการ
ค. สภาเทศบาล, นายกเทศมนตรี
ง. นายกเทศมนตรี. คณะกรรมการ
 
ตอบ ค. สภาเทศบาล, นายกเทศมนตรี
องค์การเทศบาลประกอบด้วยสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรี (มาตรา 14
พรบ.เทศบาล แก้ไขเพิ่มถึงฉบับ 13 พ.ศ.2552)
 
16.บรรดาทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ์ และสิทธิเรียกร้องของเทศบาลเดิมให้ดำเนินการ
อย่างไร เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงฐานะ
ก. ยกเลิก                               
ข. โอนไปเป็นของเทศบาลใหม่
ค. โอนไปเป็นของกระทรวงมหาดไทย
ง. โอนไปเป็นของกรมบัญชีกลาง
 
ตอบ ข. โอนไปเป็นของเทศบาลใหม่
ท้องถิ่นที่ได้เปลี่ยนแปลงฐานะตามความในวรรคหนึ่ง ให้พ้นจากสภาพแห่ง
เทศบาลเดิมนับแต่วันที่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นต้นไป บรรดาทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ
และสิทธิเรียกร้องของเทศบาลเดิมให้โอนไปเป็นของเทศบาลใหม่ในขณะเดียวกัน
นั้น และบรรดาเทศบัญญัติที่ได้ใช้บังคับอยู่ก่อนแล้วคงให้ใช้บังคับต่อไป(มาตรา 13
วรรคสอง พรบ.เทศบาล แก้ไขเพิ่มถึงฉบับ 13 พ.ศ.2552)
 
17.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
ก. สภาเทศบาลตำบล 12 คน, สภาเทศบาลเมือง 18 คน, สภาเทศบาลนคร 24 คน
ข. สภาเทศบาลตำบล 12 คน, สภาเทศบาลเมือง 14 คน, สภาเทศบาลนคร 16 คน
ค. สภาเทศบาลตำบล 10 คน, สภาเทศบาลเมือง 18 คน, สภาเทศบาลนคร 28 คน
ง. สภาเทศบาลตำบล 24 คน, สภาเทศบาลเมือง 18 คน, สภาเทศบาลนคร 12 คน
ตอบ ก. สภาเทศบาลตำบล 12 คน, สภาเทศบาลเมือง 18 คน, สภาเทศบาลนคร 24 คน
สภาเทศบาลตำบล ประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสิบสองคน(มาตรา 15 พรบ.
เทศบาล แก้ไขเพิ่มถึงฉบับ 13 พ.ศ.2552)
 
18.ข้อใดเป็นข้อห้ามของคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล
ก. ไม่เป็นผู้ที่พ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น
ข. ไม่เป็นคณะผู้บริหารท้องถิ่น
ค. ไม่เป็นเลขานุการของผู้บริหารท้องถิ่น
ง. ถูกทุกข้อ
แนวข้อสอบท้องถิ่น ภาค ก,แนวข้อสอบท้องถิ่นพร้อมเฉลย,แนวข้อสอบท้องถิ่น ภาค ก,แนวข้อสอบท้องถิ่นฟรี,แนวข้อสอบท้องถิ่น 2557
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล นอกจากต้องมีคุณสมบัติ
และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือ
ผู้บริหารท้องถิ่นแล้วจะต้องไม่เป็นผู้ที่พ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น คณะ
ผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นรองผู้บริหารท้องถิ่นหรือที่ปรึกษาหรือเลขานุการ
ของผู้บริหารท้องถิ่น เพราะเหตุมีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาหรือ
กิจการที่กระทำกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันรับสมัคร
เลือกตั้ง (มาตรา 15 พรบ.เทศบาล แก้ไขเพิ่มถึงฉบับ 13 พ.ศ.2552)
 
19.เมื่อพ้นตำแหน่งสมาชิกสภาเทศบาลว่างลงและยังมิได้มีการเลือกตั้งสภาเทศบาล
ขึ้นมาแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้ดำเนินการอย่างไร
ก. ดำเนินการสมัครภายใน 15 วัน
ข. ให้สภาเทศบาลประกอบด้วยสมาชิกสภาเทศบาลเท่าที่มีอยู่
ค. คัดสรรโดยสภาเทศบาลเป็นการชั่วคราว
ง. แล้วแต่มติในที่ประชุม
 
ตอบ ข. ให้สภาเทศบาลประกอบด้วยสมาชิกสภาเทศบาลเท่าที่มีอยู่
ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาเทศบาลว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใดและยังมิได้มีการ
เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาเทศบาลประกอบด้วย
สมาชิกสภาเทศบาลเท่าที่มีอยู่ (มาตรา 15 พรบ.เทศบาล แก้ไขเพิ่มถึงฉบับ 13
พ.ศ.2552)
 
20.สมาชิกสภาเทศบาลอยู่ในตำแหน่งคราวละกี่ปี
ก. 2 ปี              ข. 3 ปี
ค. 4 ปี              ง. 5 ปี
 
ตอบ ค. 4 ปี
สมาชิกสภาเทศบาลให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้งถ้า
ตำแหน่งสมาชิกสภาเทศบาลว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระหรือ
มีการยุบสภาให้เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลขึ้นแทนตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง
สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (มาตรา 16 พรบ.เทศบาล แก้ไขเพิ่มถึงฉบับ
13 พ.ศ.2552)
 
21.ก่อนเข้ารับหน้าที่สมาชิกสภาเทศบาล ต้องกระทำการสิ่งใด
ก. แนะนำตน                           ข. กล่าววิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์
ค. กล่าวคำปฏิญาณตน             ง. เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัด
ตอบ ค. กล่าวคำปฏิญาณตน
ก่อนเข้ารับหน้าที่ สมาชิกสภาเทศบาลต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมสภา
เทศบาลว่า จะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทั้งจะ
ซื่อสัตย์สุจริตและปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของท้องถิ่น (มาตรา 17 พรบ.เทศบาล
แก้ไขเพิ่มถึงฉบับ 13 พ.ศ.2552)
 
22.ข้อใดมิให้เหตุผลของการสิ้นสุดสมาชิกสภาตำบล
ก. ถึงคราวออกตามวาระ             
ข. ตาย
ค. ขาดประชุมสภาเทศบาลสองครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันควร
ง. ยุบสภาเทศบาล
 
ตอบ ค. ขาดประชุมสภาเทศบาลสองครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันควร
(มาตรา 19 พรบ.เทศบาล แก้ไขเพิ่มถึงฉบับ 13 พ.ศ.2552)
23.สมาชิกสภาเทศบาลจะต้องยื่นหนังสือลาออกต่อผู้ใด
ก. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ข. นายกองค์การบริหารส่วนตำบล
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ง. คณะรัฐมนตรี
 
ตอบ ก. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
(มาตรา 19 พรบ.เทศบาล แก้ไขเพิ่มถึงฉบับ 13 พ.ศ.2552)
 
24.ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาล ต้องมีจำนวนเท่าใดจึงจะมีสิทธิถอดถอน
สมาชิกสภาเทศบาล เมื่อเห็นว่าไม่ควรดำรงตำแหน่งต่อไป
ก. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 2
ข. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3
ค. จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3
ง. จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ใน 4
 
ตอบ ง. จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ใน 4
ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาลมีจำนวนไม่น้อยกว่าสามในสี่ของ
จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาลงคะแนนเสียง (มาตรา 19 พรบ.เทศบาล แก้ไขเพิ่มถึง
ฉบับ 13 พ.ศ.2552)

หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กรกฎาคม 29, 2015, 11:36:12 am
แนวข้อสอบ แพทย์แผนไทย

1.ฤาษีตนหนึ่ง บริโภคซึ่งรากเจตมูลเพลิง เชื่อว่า อาจระงับโรคอันบังเกิดแต่ดีอันทำให้หนาวเย็นได้ ชื่อว่า บุพพรต

2.ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลโดยการสร้างสถานพยาบาล เรียกว่า อโรคยาศาลา
3.กะพังอาด(พญามือเหล็ก) มีรส ขมเมา
4.ดอกกระดังงามีสรรพคุณ แก้ลมวิงเวียน
5.ลูกกราย มีสรรพคุณ 1.แก้บิด 2.แก้ปวดเบ่ง 3.แก้เสมหะเป็นพิษ 4.ถูกทุกข้อ
6.กรวยป่า มีสรรพคุณ 1.แก้ริดสีดวงจมูก 2.แก้ไข้ 3.แก้ปวดเบ่ง 4.
7.คนไข้รายหนึ่ง มีอาการกล้ามเนื้อกระตุก ชัก ขากรรไกรแข็ง แสดงว่าได้รับประทานสิ่งใดเข้าไป ลูกกะจี้
8.โกฐน้ำเต้าใช้ส่วนใดทำยา ราก
9.โกฐน้ำเต้ามีสรรพคุณอย่างไร 1.แก้คลื่นเหียนอาเจียน 2.ระบายท้อง แก้ริดสีดวงทวาร
10.โกฐชฎามังษี มีกลิ่นคล้ายอะไร 1.คล้ายพิมเสน 2.คล้ายเมนทอล 3.คล้ายน้ำมันยูคาลิปตัส
11.ขันทองพยาบาทแก้อะไร แก้ประดง แก้พิษในกระดูก แก้โรคผิวหนัง แก้มะเร็ง แก้กลากเกลื้อน
12.ตัวยาในข้อใดบำรุงหัวใจ 1.สนุ่น     2.อบเชย หญ้าฝรั่น ว่านน้ำ 3.กฤษณา ขอนดอก รากระย่อม
13.ข้อใดอยู่ในโกฐทั้งห้า 1.โกฐกระดูก 2.โกฐพุงปลา 3.โกฐเชียง 4.โกฐน้ำเต้า
14.ข้อใดเป็นสัตตะโกฐทั้งหมด 1.โกฐเชียง โกฐสอ โกฐหัวบัว โกฐเขมา โกฐจุฬาลำพา โกฐก้านพร้าว โกฐกระดูก
15.ทิ้งถ่อน มีสรรพคุณ เจริญอาหาร บำรุงธาตุ แก้ธาตุพิการ
16.เทียนใดอยู่ในพิกัดเทียนทั้งเก้า 1.เทียนตาตั๊กแตน 2.เทียนขาว 3.เทียนสัตตะบุษย์ 4.เทียนตากบ
17.ข้อใดผิด 1.ผักกะเฉด เรียกว่า ผักรู้นอน 2.เจตมูลเพลิง เรียก ลุกใต้ดิน 3.ผักเป็ด เรียกว่า ตีนเป็ดน้ำ
18.โกฐก้านพร้าว มีสรรพคุณเสมอกับ 1.บอระเพ็ด 2.ชิงช้าชาลี 3.หัวเปราะป่า
19.สัตว์ชนิดใดที่หมอนิยมนำหัว กระดูก และขนมาทำเป็นยา 1.แร้ง 2.อีกา 3.นกยูง 4.ค้างคาวแม่ไก่
20.เขาแพะ เขาแกะ เขาวัว มีรสและสรรพคุณอย่างไร 1.รสเย็นคาว บำรุงกำลัง ถอนพิษผิดสำแดง
21.หญ้าฝรั่น ใช้ส่วนใดทำยา 1.ใบ 2.ราก 3.ผล 4.เกสร
22.ตัวยาในข้อใดขับปัสสาวะ 1.หญ้าคา ขลู่ น้ำนมราชสีห์ 2.หญ้าถอดปล้อง
23.ถ้ากระหายน้ำ ใช้ตัวยาในข้อใด 1.หญ้าใต้ใบ 2.เปลือกสมุลแว้ง
24.ข้อใดถูกต้อง 1.วันอังคารเก็บยาทิศตะวันออก
25.การเก็บตัวยาตามกาลเวลา ในเวลากลางวันข้อใดผิด 1.ยาม๒เก็บใบดอกฝัก
26.คัมภีร์ธาตุวิภังค์ ได้แบ่งรสยาออกเป็น 4 รส
27.คัมภีร์ธาตุวิวรณ์ ได้แบ่งรสยาออกเป็น 8 รส
28.วาโยธาตุพิการ แก้ด้วยยา รสเผ็ดร้อน สุขุม
29.เตโชธาตุพิการ แก้ด้วยยา รสเย็น จืด
*30.มัชฉิมวัย ตั้งแต่อายุ๑๖ปีถึงอายุ๓๒ปี เป็นโรคเพื่อโลหิตและดี จัดอยู่ในสมุฏฐาน อาโป
31.ฤดูหนาว ควรใช้ยารสสุขุม เปรี้ยว
32.ตั้งแต่เวลา๐๖.๐๐–๑๐.๐๐น.เกิดโรคใด 1.เสมหะ
33.จิงจ้อ    จิงจ้อน้อย จิงจ้อใหญ่
34.พิกัดทเวคันธา มีตัวยาคือ 1.รากบุนนาคและรากมะซาง
35.พิกัดตรีเกสรมาศ มีตัวยาคือ เปลือกฝิ่นต้น ลูกมะตูมอ่อน เกสรบัวหลวง
36.พิกัดตรีสัตกุลา มีสรรพคุณ บำรุงไฟธาตุ ขับลมในลำไส้ แก้ธาตุ๑๐ประการ มีตัวยาคือ เทียนดำ ลูกผักชีลา เหง้าขิงสด
37.พิกัดตรีวาตะผล มีตัวยาคือ ลูกสะค้าน รากพริกไทย เหง้าข่า
38.พิกัดตรีสุรผล มีตัวยาคือ สมุลแว้ง เนื้อไม้ เทพทาโร
39.พิกัดจตุทิพยคันธา มีตัวยา รากชะเอมเทศ รากมะกล่ำเครือ เหง้าขิงแครง ดอกพิกุล
40.น้ำตาล น้ำผึ้ง น้ำมันเนย อยู่ในพิกัดตรีมธุรส
41.ข้อใดไม่ได้อยู่ในพิกัดบัวทั้งห้า 1.บัวสัตตะบุษย์ 2.บัวสัตตบรรณ 3.บัวลินจง 4.บัวขม
42.๑ทะนานมีปริมาตรเท่ากับ 1.๑ลิตร 2.๒ลิตร 3.๕๐๐ซีซี 4.๑๐๐ซีซี
43.๑หาบมีกี่ก.ก. 1.๓๐ 2.๔๐ 3.๕๐ 4.๖๐
44.มหาพิกัดตรีผลา ถ้าจะแก้เสมหะสมุฏฐาน มีส่วนและตัวยาดังนี้ ลูกสมอพิเภก๘ส่วน ลูกสมอไทย๔ส่วน ลูกมะขามป้อม๑๒ส่วน
45.ลูกสมอพิเภก๔ส่วน ลูกสมอไทย๑๒ส่วน ลูกมะขามป้อม๘ส่วน เป็นมหาพิกัดใดใช้แก้ในกองอะไร
1.มหาพิกัดตรีผลา 2.มหาพิกัดตรีผลา แก้ปิตตะ 3. มหาพิกัดตรีผลา แก้วาตะ 4. มหาพิกัดตรีผลา แก้เสมหะ
46.มหาพิกัดทศเบญจขันธ์ ใช้แก้ในกองใด อสุรินธัญญาณธาตุ
47.โสฬสเบญจกูล มีตัวยาน้ำหนักมากที่สุดเท่าไร 16 ส่วน
48.อภิญญาณเบญจกูล จะมีใบ ดอก ราก เจตมูลเพลิง สิ่งละกี่ส่วน 4 ส่วน
49.การฆ่าลูกสลอดมีวิธีใด
50.การสะตุสิ่งใด ที่มีการละลายฟู 1.สารส้ม-รงทอง 2.สารส้ม-น้ำประสานทอง 3.สารส้ม-ดินสอพอง 4.สารส้ม-มหาหิงคุ์
51.ไพล แก้อะไร 1.แก้คลื่นเหียนอาเจียน 2.แก้บิด
52.ถ้าสะอึก จะใช้อะไรเป็นกระสายยา รากมะกล่ำเครือ
53.ถ้าต้องการกระสายยาแก้อ่อนเพลีย บำรุงกำลัง ใช้สิ่งใด 1.น้ำข้าวเช็ด 2.   3.น้ำซาวข้าว 4.
54.หมึกหอม จันทน์ชะมด ลูกกระวาน จันทร์เทศ ใบพิมเสน ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กานพลู ใบสันพร้าหอม หัวหอม ดีงูเหลือม หนักสิ่งละ๔ส่วน ชะมด พิมเสน หนักสิ่งละ๑ส่วน ยาตำรับนี้ยังขาดตัวยาใด 1.ใบโหระพา 2.ใบแมงลัก 3.ใบกะเพราะ 4.
55.ยากวาดแสงหมึก ซึ่งประกอบด้วยหมึกหอม จันทน์ชะมด ลูกกระวาน จันทร์เทศ ใบพิมเสน ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กานพลู ใบสันพร้าหอม หัวหอม ใบกะเพรา ดีงูเหลือม หนักสิ่งละ๔ส่วน ชะมด พิมเสน หนักสิ่งละ๑ส่วน มีสรรพคุณอย่างไร
     1.แก้ตัวร้อน ละลายน้ำดอกไม้เทศ 2.แก้ไอ ละลายน้ำลูกมะแว้ง 3.แก้ปากเป็นแผล ละลายลูกเบญกานี 4.ถูกทุกข้อ
56.ยาไฟห้ากอง ประกอบด้วย รากเจตมูลเพลิง ขิง พริกไทยล่อน สารส้ม แล้วยังขาดตัวยาในข้อใด ฝักส้มป่อย
57.ยาไฟประลัยกัลป์ มีสรรพคุณอย่างไร ขับน้ำคาวปลา
58.ถ้าต้องการกระทุ้งพิษไข้เด็ก ใช้ยาตำรับใด 1.ยาห้าราก 2.ยาเขียวใหญ่
59.ยาวิมานฉิมพลี มีสรรพคุณอย่างไร 1.แก้ไข้ แก้ขัดเบา 2.แก้ไข้พิษ ไข้กาฬ
60.ถ้าคนไข้เป็นตานโจร หืดน้ำนม ไอผอมเหลือง ไส้พอง ท้องใหญ่ ต้องใช้ยาตำรับใด 1.ยาฤทธิจร 2.ยาปะโตลาธิคุณ 3.          4.ยาไฟอาวุธ
61.พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ เข้าไปตรวจในเวลาใด 1.พระอาทิตย์ขึ้น-ตก 2.เวลาทำการ 3.ตลอดเวลา 4.
62.คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวิชาชีพ ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร
     1.มีลายมือชื่อของประธานกรรมการวิชาชีพ 2.มีลายมือชื่อของกรรมการวิชาชีพและมีคำวินิจฉัยคำกล่าวหาหรือกล่าวโทษและต้องมีเหตุผลไว้ด้วย
     3.มีลายมือชื่อของ… 4.ถูกทุกข้อ
63.หมอตุ๊ก(จัง) สอบได้ใบประกอบโรคศิลปะเภสัชกรรมไทย แต่ได้ปรุงยาลูกกลอนโดยผสมยาสเตียรอยด์ลงไปด้วย หมอตุ๊ก มีความผิดหรือไม่
     1.ผิด เพราะผิดสาขา
64.นาย ก. ยังไม่มีใบประกอบโรคศิลปะ แต่ได้ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ว่า ”ตนมียารักษาโรคเอดส์ได้” นาย ก. มีความผิดหรือไม่
     1.ผิด เพราะเป็นการกระทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิ์ประกอบโรคศิลปะ 2.ผิดเพราะ
65.เมื่อคณะกรรมการยกคำกล่าวโทษแล้ว ผู้ใดมีสิทธิ์อุทธรณ์
     1.ผู้เสียหาย 2.ผู้เห็นการกระทำผิด 3.คณะกรรมการ 4.ไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์
66.ข้อใดผิด
     1.ค่าขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ฉบับละ๒,๐๐๐บาท
     2.ค่าสอบความรู้ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ฉบับละ๒,๐๐๐บาท
     3.ค่าใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ๓๐๐บาท
67.คณะกรรมการได้แจ้งให้ นายมอมแมม ส่งวัตถุที่จำเป็นแก่การดำเนินการ แต่นายมอมแมม ไม่ส่ง นายมอมแมม จะได้รับโทษใด
     1.จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
     2.จำคุกไม่เกินสองเดือนหรือปรับไม่เกินสองพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
     3.จำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินสามพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
     4.จำคุกไม่เกินสองเดือนหรือปรับไม่เกินสี่พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
68.ผู้ประกอบโรคศิลปะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้กระทำด้วยประการใดๆให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิทำการประกอบโรคศิลปะต้องระวางโทษจำคุก
โดยคดีถึงที่สุดแล้ว ให้คณะกรรมการวิชาชีพกระทำการใด
     1.ไม่ต้องกระทำการใด 2.สั่งเพิกถอนใบอนุญาตโดยมีผลตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา
69.สาขาใด้ไม่ได้อยู่ในพรบ.การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542
    1.การแพทย์แผนไทย 2.การแพทย์แผนจีน 3.กายภาพบำบัด 4.เทคนิคการแพทย์
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ สิงหาคม 01, 2015, 09:40:32 am
กองทัพเรือ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ
1. การพัฒนาและการประยุกต์ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการทางธุรกิจ
2.ความรู้เกี่ยวกับ- กองทัพเรือ
3. ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
4. ความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
5. ถาม - ตอบ ระบบการตัดสินใจสำหรับผู้บริหาร MIS
6. ถาม -ตอบ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
7. ถาม+-ตอบ มาตรฐานด้านการบริหารจัดการ ด้าน ICT
8. เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
9. แนวข้อสอบการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำนักงาน
10. แนวข้อสอบเกี่ยวกับกองทัพเรือ
11. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
12. แนวข้อสอบความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
13. แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
14. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ สิงหาคม 01, 2015, 10:20:28 am
เนื้อหาอ่านสอบ แพทย์แผนไทย
ความรู้เกี่ยวกับ กรมพัฒนาการแพทย์
ความรู้เกี่ยวกับแพทย์แผนไทย
ถาม-ตอบ ความรู้เรื่องแพทย์แผนไทย
ประวัติศาสตร์การพัฒนาการแพทย์
พระราชบัญญัติ วิชาชีพการแพทย์
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ สิงหาคม 02, 2015, 10:15:27 pm
นักบริหารงานพัสดุ 4 การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1. ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถทางด้านเหตุผล
3. ความสามารถด้านภาษาไทย
4. ความรู้เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
5. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
6. แนวข้อสอบ พรบ.การประปาส่วนภูมิภาคพ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
7 . แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
8. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
9. ระเบียบการจัดหา การจัดซื้อ จัดจ้าง
10. แนวข้อสอบ งบประมาณ จัดซื้อจัดจ้าง
11. แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม
12. แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549
13. แนวข้อสอบหลักการบัญชี

นักบัญชี 4 การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1. ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถทางด้านเหตุผล
3. ความสามารถด้านภาษาไทย
4. ความรู้เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
5. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
6. แนวข้อสอบ พรบ.การประปาส่วนภูมิภาคพ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
7. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
8. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
9. ถาม - ตอบ ความรู้เกี่ยวกับบัญชีต้นทุน
10. แนวข้อสอบงานงบประมาณการเงินและบัญชี
11. แนวข้อสอบการบัญชี
12. จริยธรรม จรรยาบรรณและความซื่อสัตย์ของนักบัญชี

นักวิเคราะห์ระบบงาน 4 (สถิติ) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1. ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถทางด้านเหตุผล
3. ความสามารถด้านภาษาไทย
4. ความรู้เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
5. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
6. แนวข้อสอบ พรบ.การประปาส่วนภูมิภาคพ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
7. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
8. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
9. การใช้สถิติเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล
10. ความรู้เบื้องต้นทางสถิติ (Introduction of Statistical)
11. แนวข้อสอบคำนวณสถิติเบื้องต้น
12. สถิติและการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น

นักวิชาการคอมพิวเตอร์ 4 (ฮาร์ดแวร์เครือข่าย) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1. ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถด้านภาษาไทย
3. ความรู้เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
4. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
5. แนวข้อสอบ พรบ.การประปาส่วนภูมิภาคพ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
6. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
7. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
8. การรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
9. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
10. การออกแบบระบบฐานข้อมูล
11. ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
12. แนวข้อสอบระบบเครือข่ายและการสื่อสารบนเครือข่าย

นักวิชาการภูมิสารสนเทศ 4 การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1. ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถด้านภาษาไทย
3. ความรู้เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
4. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
5. แนวข้อสอบ พรบ.การประปาส่วนภูมิภาคพ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
6. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
7. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
8. ความรู้เบื้องต้นของระบบภูมิสารสนเทศ GIS
9. แนวข้อสอบความรู้เบื้องต้นของระบบภูมิสารสนเทศ
10. แนวข้อสอบระบบภูมิสารสนเทศและเทคโนโลยีสมัยใหม่
11. คู่มือการใช้งานโปรแกรม Map Window GIS

นักวิทยาศาสตร์ 4 (เคมี) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1. ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถทางด้านเหตุผล
3. ความสามารถด้านภาษาไทย
4. ความรู้เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
5. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
6. แนวข้อสอบ พรบ.การประปาส่วนภูมิภาคพ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
7. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
8. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
9. ความรู้พื้นฐานทางจุลชีววิทยา + ถามตอบ
10. แนวข้อสอบเคมีประยุกต์
11. ความรู้ด้านคุณภาพน้ำ ทางเคมี
12. การควบคุมคุณภาพภายในห้องปฏิบัตการ (Quality Control)
13. แนวข้อสอบเก่านักวิทยาศาสตร์ กปภ

บุคลากร 4 (นิติศาสตร์) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1. ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถทางด้านเหตุผล
3. ความสามารถด้านภาษาไทย
4. ความรู้เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
5. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
6. แนวข้อสอบ พรบ.การประปาส่วนภูมิภาคพ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
7. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
8. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
9. การบริหารทรัพยากรบุคคล
10. แนวข้อสอบการบริหารงานบุคคลากร
11. แนวข้อสอบกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
12. แนวข้อสอบ พรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

บุคลากร 4 (ปริญญาโท) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1. ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถทางด้านเหตุผล
3. ความสามารถด้านภาษาไทย
4. ความรู้เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
5. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
6. แนวข้อสอบ พรบ.การประปาส่วนภูมิภาคพ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
7. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
8. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
9. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ HR
10. แนวข้อสอบความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์
11. แนวข้อสอบการบริหารงานบุคคลากร

บุคลากร 4 (รัฐศาสตร์) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1. ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถทางด้านเหตุผล
3. ความสามารถด้านภาษาไทย
4. ความรู้เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
5. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
6. แนวข้อสอบ พรบ.การประปาส่วนภูมิภาคพ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
7. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
8. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
9. การบริหารจัดการองค์กร
10. ความรู้เรื่อง Competency
11. แนวข้อสอบการบริหารงานบุคคลากร

พนักงานการเงินและบัญชี 3 การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1. ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถทางด้านเหตุผล
3. ความสามารถด้านภาษาไทย
4. ความรู้เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
5. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
6. แนวข้อสอบ พรบ.การประปาส่วนภูมิภาคพ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
7. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
8. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
9. แนวข้อสอบงานงบประมาณการเงินและบัญชี
10. แนวข้อสอบการบัญชี
11. แนวข้อสอบความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการควบคุมภายใน
12. แนวข้อสอบการวิเคราะห์และจัดทำบัญชี

พนักงานพัสดุ 3 การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1.ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถทางด้านเหตุผล
3. ความสามารถด้านภาษาไทย
4. ความรู้เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
5. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
6. แนวข้อสอบ พรบ.การประปาส่วนภูมิภาคพ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
7. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
8. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
9. แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม
10. แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549
11. ความรู้เกี่ยวกับระบบท่อประปา

วิทยาการฝึกอบรม 4 การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1. ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถทางด้านเหตุผล
3. ความสามารถด้านภาษาไทย
4. ความรู้เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
5. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
6. แนวข้อสอบ พรบ.การประปาส่วนภูมิภาคพ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
7. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
8. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
9. แนวคิดพื้นฐานของการฝึกอบรม
10. แนวข้อสอบวิทยากรฝึกอบรม
11. แนวข้อสอบความรู้การบริหารทรัพยากรมนุษย์

วิศวกร 4 (คอมพิวเตอร์) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1. ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถด้านภาษาไทย
3. ความรู้เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
4. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
5. แนวข้อสอบ พรบ.การประปาส่วนภูมิภาคพ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
6. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
7. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
8. ความรู้เบื้องต้นในการวิเคราะห์และออกแบบระบบ
9. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
10. ความรู้เรื่องระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
11. ความรู้เรื่องสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์
12. การรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์เบื้องต้น

วิศวกร 4 (เครื่องกล) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1. แนวข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไป
2. ความรู้เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
3. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
4. แนวข้อสอบ พรบ.การประปาส่วนภูมิภาคพ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
5. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
6. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
7. การบริหารงานการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักกล
8. ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีเครื่องสูบน้ำ
9. ความรู้พื้นฐานทางวิศวกรรมเครื่องกล
10. กลศาสตร์ของไหล
11. แนวข้อสอบวิศวเครื่องกล
12. ความรู้เกี่ยวกับระบบน้ำประปา Water Supply
13. แนวข้อสอบการใช้โปรแกรม AUTO CAD

วิศวกร 4 (ไฟฟ้า) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1. ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถด้านภาษาไทย
3. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
4. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
5. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
6. การออกแบบระบบไฟฟ้า Electrical System Design
7. ความรู้เกี่ยวกับ Power System Harmonic
8. ไฟฟ้าและวงจรไฟฟ้า electrical Circuit
9. ระบบการควบคุมอัตโนมัติ Automatic Control System
10. หม้อแปลงไฟฟ้ (Transformer)
11. เครื่องมือวัดทางไฟฟ้า Instruments and Measurements
12. ความรู้เกี่ยวกับระบบ  SCADA
13. แนวข้อสอบวิศวกรรมไฟฟ้า

วิศวกร 4 (ไฟฟ้าวัดคุม) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1. ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถด้านภาษาไทย
3. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
4. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
5. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
6. ไฟฟ้าและวงจรไฟฟ้า electrical Circuit
7. ระบบการควบคุมอัตโนมัติ Automatic Control System
8. เครื่องมือวัดทางไฟฟ้า Instruments and Measurements
9. ความรู้เกี่ยวกับระบบ  SCADA
10. แนวข้อสอบการใช้โปรแกรม AUTO CAD
11. ความรู้เกี่ยวกับระบบน้ำประปา Water Supply

วิศวกร 4 (โยธา) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1. ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถด้านภาษาไทย
3. ความรู้เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
4. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
5. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
6. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
7. ความรู้พื้นฐานทางวิศวกรรมโยธา
8. ความรู้เกี่ยวกับระบบน้ำประปา
9. ความรู้เกี่ยวกับวิศวกรรมฐานราก
10. การวิเคราะห์ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านโครงการโครงสร้างพื้นฐาน
11. แนวข้อสอบการใช้โปรแกรม AUTO CAD
12. แนวข้อสอบวิศวกรโยธา

วิศวกร 4 (สิ่งแวดล้อม) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1. ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถด้านภาษาไทย.pdf
3. ความรู้เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
4. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
5. แนวข้อสอบ พรบ.การประปาส่วนภูมิภาคพ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
6. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
7. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
8. การบริหารงานก่อสร้างระบบประปา
9. ความรู้เกี่ยวกับวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม
10. หลักการจัดการน้ำเสีย
11. แนวข้อสอบวิศวสิ่งแวดล้อม

วิศวกร 4 (อุตสาหการ) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1. ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถด้านภาษาไทย
3. ความรู้เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
4. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
5. แนวข้อสอบ พรบ.การประปาส่วนภูมิภาคพ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
6. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
7. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
8. การวางแผนและควบคุมการผลิต Production Planing
9. แนวข้อสอบวิศวอุตสาหการ
10. ความรู้เกี่ยวกับงานพัสดุ
11. ความรู้เกี่ยวกับระบบน้ำประปา Water Supply

เศรษฐกร 4 การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ)
1. ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถทางด้านเหตุผล
3. ความสามารถด้านภาษาไทย
4. ความรู้เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
5. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
6. แนวข้อสอบ พรบ.การประปาส่วนภูมิภาคพ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
7. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
8. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
9. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวิชาเศรษฐศาสตร์
10. แนวข้อสอบเศรษฐศาสตร์และการจัดการสมัยใหม่

นักวิทยาศาสตร์ 4 การประปาส่วนภูมิภาค
1. ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
2. ความสามารถทางด้านเหตุผล
3. ความสามารถด้านภาษาไทย
4. ความรู้เกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
5. แนวข้อสอบเกี่ยวกับการประปาส่วนภูมิภาค
6. แนวข้อสอบ พรบ.การประปาส่วนภูมิภาคพ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
7. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
8. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
9. ความรู้พื้นฐานทางจุลชีววิทยา + ถามตอบ
10. ความรู้ด้านคุณภาพน้ำ ทางเคมี
11. การควบคุมคุณภาพภายในห้องปฏิบัตการ (Quality Control)
12. ความรู้เกี่ยวกับระบบน้ำประปา Water Supply
13. แนวข้อสอบเก่านักวิทยาศาสตร์ กปภ
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ สิงหาคม 03, 2015, 12:55:58 pm
เจ้าหน้าที่กู้ภัยและดับเพลิง กรมการบินพลเรือน
1. ความรู้เกี่ยวกับ-กรมการบินพลเรือน
2. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการบิน (Aviation)
3. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอัคคีภัย
4. ความสามารถด้านการคิดคำนวณ 27
5. ความสามารถด้านภาษา
6. คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการบิน
7. เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
8. ถาม- ตอบ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบรรเทาสาธารณภัย
9. แนวข้อสอบพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550
10.แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ.2537
11.พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550

เจ้าหน้าที่ด้านความสามารถทางภาษา กรมการบินพลเรือน
1. การอ่านจับใจความ (Reading Comprehension)
2. ความรู้เกี่ยวกับกรมการบินพลเรือน
3. คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการบิน
4. โครงสร้างประโยค (Sentence Structure)
5. เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
6. แนวข้อสอบเกี่ยวกับกรมการบินพลเรือน
7. แนวข้อสอบโครงสร้างประโยค (Sentence Structure)
8. แนวข้อสอบภาษาต่างประเทศ _ภาษาอังกฤษ
9. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ การใช้ Reading

เจ้าหน้าที่ตรวจอาวุธและวัตถุอันตราย กรมการบินพลเรือน
1. ความรู้เกี่ยวกับ-กรมการบินพลเรือน
2. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการบิน (Aviation)
2. ความสามารถด้านการคิดคำนวณ
3. คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการบิน
4. แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535
5. แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
6. แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ปีพ.ศ. 2552 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2554
7. วิชาสามารถทั่วไป ความสามารถด้านภาษา
8. สรุป ข่าวเด่น สถานการณ์ปัจจุบัน ข่าวไทย และทั่วโลก ใน ปี 2557
9. สรุป+แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.2544

หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง ฟรี
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ สิงหาคม 05, 2015, 08:50:14 pm
การรถไฟแห่งประเทศไทย  รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ ตรงทุกประเด็นที่สอบ
– แนวข้อสอบวิชาความรู้ทั่วไป
– แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
– แนวข้อสอบวิชาอังกฤษ
– แนวข้อสอบกฎหมายแรงงานสัมพันธ์‏
– ความรู้เกี่ยวกับการรถไฟแห่งประเทศไทย
– แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย
– แนวข้อสอบเก่าการรถไฟแห่งประเทศไทย


แนวข้อสอบการรถไฟแห่งประเทศไทย วิชาความรู้ทั่วไป
 1. ข้อใดคือกลุ่มเป้าหมาย และผู้ได้รับผลประโยชน์จากนโยบาย รถไฟฟรีของรัฐบาล
 ก. กลุ่มประชาชนผู้มีรายได้น้อย
 ข. กลุมคนทํางาน รายได้ปานกลาง
 ค. กลุมคนที่ต้องการกลับบ้านในช่วงเทศกาล
ง. กลุ่มคนที่ต้องการความรวดเร็วในการเดินทาง
2. โครงการรถไฟความเร็วสูงเป็นโครงการเมกะโปรเจกต์ของประเทศไทยในการก่อสร้างระบบรถไฟ ความเร็วสูง มีเป้าหมายเพื่ออะไร
 ก. มีเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจ
ข. มีเป้าหมายในการเชื่อมโยงตลาดการค้า ระหว่างกลุ่มประเทศแถบลุ่มแม่น้ําโขง
 ค. มีเป้าหมายในการขนส่งสินค้าภายในประเทศ
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
3. ข้อใดคือความหมายของขบวนรถด่วนพิเศษ (Special Express Train)
 ก. ขบวนรถโดยสารที่จัดไว้สําหรับรับ-ส่งผู้โดยสารระยะทางไกล และหยุดสถานีน้อยแห่ง
 ข. ขบวนรถโดยสารที่จัดไว้สําหรับรับ-ส่งผู้โดยสารระยะทางไกล และหยุดสถานีมากแห่งกว่าขบวนรถด่วน พิเศษ
 ค. ขบวนรถโดยสารที่จัดไว้สําหรับรับ-ส่งผู้โดยสารระยะทางไกล และหยุดสถานีมากแห่งกว่าขบวนรถเวน
 ง. ถูกทุกข้อ
4. ใครคือผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ในปัจจุบันปี 2556
ก. นายประภัสร์ จงสงวน
ข. นายเทอดชัย เพ่งไพฑูรย์
 ค. นางสาวกัลยานี ครองบุญยิ่ง
ง. นายณรงค์ฤทธิ์ ศิวะสาโรช
5. ข้อใดคือพันธกิจ ( Missions ) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
 ก. การรถไฟฯ ดําเนินการให้บริการขนส่งในเชิงสังคม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนและประเทศ และ ตอบสนองนโยบายในการให้บริการขนส่งราคาต่ำและมีประสิทธิภาพของภาครัฐ
ข. ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนา ขยายและเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า
 ค. การรถไฟฯ มุ่งเน้นการให้บริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ เพื่อสร้างรายได้และผลกําไร ให้แก่องค์กร รวมถึง การพัฒนาประสิทธิภาพในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นทางเลือกในการขนส่งที่มี ประสิทธิภาพ
ง. ถูกทุกข้อ แนวข้อสอบ รฟท 2556
6. ข้อใดคือวิสัยทัศน์ ( Vision ) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
 ก. มุ่งสูความเป็นเลิศในการให้บริการระบบรางที่สะดวก ตรงเวลา และปลอดภัย
ข. มุ่งสูความเป็นเลิศในการให้บริการระบบรางที่รวดเร็ว สะดวก ตรงเวลา และปลอดภัย
ค. มุ่งสูความเป็นเลิศในกิจการระบบราง ในประเทศไทย
ง. มุ่งสูความเป็นเลิศในกิจการรถไฟ ที่รวดเร็ว สะดวก ตรงเวลา และปลอดภัย
7. กิจการรถไฟได้เริ่มขึ้นในสมัยรัชการที่เท่าไหร่
ก. เริ่มขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3)
 ข. เริ่มขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4)
ค. เริ่มขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(พระปิยมหาราช)(รัชกาลที่ 5)
 ง. เริ่มขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว(พระมหาธีรราชเจ้า)(รัชกาลที่ 6)
 8. การจัดตั้การรถไฟแห่งประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ
ก. รับโอนกิจการของกรมรถไฟจากกรมรถไฟ กระทรวงคมนาคม
 ข. จัดดําเนินการและนํามาซึ่งความเจริญของกิจการรถไฟเพื่อประโยชน์แห่งรัฐและประชาชน และดําเนินธุรกิจ อันเกี่ยวกับการขนส่งของรถไฟและธุรกิจอื่นซึ่งเป็นประโยชน์แก่กิจการรถไฟ
ค. แยกการคมนาคมในประเทศไทยออกจากกนอย่างชัดเจน
 ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข้อ ข.
9. ข้อใดคือหน้าที่ของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ตามตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ระบุไว้ในมาตรา ๖ ก. สร้าง ซื้อ จ้าง รับจ้าง จัดหา จําหน่าย แลกเปลี่ยน เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม และดําเนินงาน เกี่ยวกับเครื่องใช้ บริการ และความสะดวกต่าง ๆ ของกิจการรถไฟ
ข. กําหนดอัตราค่าภาระการใช้รถไฟ บริการ และความสะดวกต่าง ๆ ของกิจการรถไฟ และจัดระเบียบเกี่ยวกับ วิธีชําระค่าภาระดังกล่าว
ค. เข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่น หรือถือหุ้นในบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด เพื่อประโยชน์แก่กิจการ รถไฟ
ง. ถูกทุกข้อ
10. ในปัจจุบันต าแหน่งสูงสุดของการรถไฟแห่งประเทศไทยคือต าแหน่งใด
ก. ผู้บัญชาการรถไฟแผ่นดิน
 ข. อธิบดีกรมรถไฟ
ค. ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย
 ง. ถูกทุกข้อ
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง ฟรี
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ สิงหาคม 06, 2015, 11:24:43 am
กรมเจ้าท่า

1. กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวีเปลี่ยนชื่อใหม่คือข้อใด
ก. กรมเจ้าท่า ค. กรมท่าเรือ
ข. การขนส่งทางน้ำกรมเจ้าท่า ง. พาณิชยราชนาวี
2. เปลี่ยนชื่อกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี เป็น กรมเจ้าท่า เมื่อปี พ.ศ. ใด
ก. พ.ศ. 2551 ค. พ.ศ. 2553
ข. พ.ศ. 2552 ง. พ.ศ. 2554
3. ข้อใดคืออธิบดีกรมเจ้าท่า
ก. นายจำรูญ ตั้งไพศาลกิจ ค. นายนายศรศักดิ์ แสนสมบัติจ
ข. เรือตรี ปรีชา เพ็ชรวงศ์ ง. นายพงษ์วรรณ จารุเดชา
4. ข้อใดคือหน่วยงานที่ดำเนินการเกี่ยวกับงานบริหารทั่วไปและปฏิบัติงานสารบรรณของกรม
ก. สำนักงานเลขานุการกรม
ข. กองกิจการระหว่างประเทศ
ค. ฝ่ายการเจ้าหน้าที่
ง. กองมาตรฐานคนประจำเรือ
5. ข้อใดคือเรือที่เดินด้วยกรรเชียง แจวหรือพาย
ก. เรือกำปั่น ค.เรือเล็ก
ข. เรือโป๊ะ ง. เรือกล
6. ข้อใดคือเรือโดยสาร
ก. เรือที่ใช้ในการลำเลียงทหาร
ข. เรือที่ใช้สำหรับหาความสำราญ หรือเรือที่ใช้เพื่อการเล่นกีฬา
ค. เรือที่ใช้สำหรับการจับสัตว์น้ำ
ง. เรือที่บรรทุกคนโดยสารเกิน 12 คน
7. เจ้าพนักงานตรวจเรือ ได้รับการแต่งตั่งจากส่วนใด
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ข. เลขาธิการกระทรวงคมนาคม
ค. อธิบดีกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี
ง. รองอธิบดีกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี
8. ผู้ควบคุมเรือไทยที่ได้จดทะเบียนแล้ว ต้องจัดให้มีการชักธงชาติไทยในเมื่อใด
ก. ผ่านเรือรบไทยหรือเรือรบต่างประเทศ
ข. ขณะเรือเข้าหรือออกจากเมืองท่าไทย และเมืองท่าต่างประเทศ
ค. ขณะเรืออยู่ในเมืองท่าไทยตั้งแต่เวลา ๘ นาฬิกา จนถึงเวลาอาทิตย์ตก
ง. ถูกทุกข้อ
9. ข้อใดคือประธานคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ข. นายกรัฐมนตรี
ค. ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย
ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
10. คณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชยนาวี มีวาระการดำรงตำแหน่งกี่ปี
ก. 6 ปี ค. 3 ปี
ข. 4 ปี ง. 2 ปี
11. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการขนส่งทางทะเล
ก. การขนส่งของโดยเรือจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศ
ข. การขนส่งคนโดยสารโดยเรือจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศ
ค. การขนส่งของหรือคนโดยสารจากต่างประเทศมายังประเทศไทย
ง. การขนส่งของหรือคนโดยสารทางทะเลชายฝั่งในราชอาณาจักรโดยเรือที่มีขนาดตั้งแต่1,000ตันกรอสขึ้นไป
12. ข้อใดคือผู้ที่มีอำนาจออกกฎการถือท้ายและการเดินเรือ
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ค. ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย
ง. นายกรัฐมนตรี
13. ข้อใดที่กำหนดแบบคำสั่งการกักเรือ
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ง. ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย
14. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสัญญาการขนส่งของทางทะเล
ก. ผู้ส่งของบุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญากับผู้ขนส่งในสัญญารับขนของทางทะเล
ข. ใบตราส่งเป็นเอกสารที่ผู้ขนส่งออกให้แก่ผู้ส่งของเป็นหลักฐาน
ค. สัญญาที่ผู้ขนส่งรับขนของทางทะเลจากท่าหรือที่ในประเทศหนึ่งไปยังท่าหรือที่ในอีกประเทศหนึ่ง
ง. ในการจัดส่งของไม่มีการคิดค่าระวาง
15. เมื่อได้บรรทุกของลงเรือเสร็จแล้วต้องออกใบตราส่งชนิดใด
ก. ส่งสินค้าตามคำสั่ง ค. บรรทุกแล้ว
ข. ทำการจัดส่งสินค้า ง. รับสินค้า
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง ฟรี
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ สิงหาคม 07, 2015, 07:37:31 am
บริษัทขนส่ง ปี 2556  ชุด 1
 
1. บริษัท ขนส่ง จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อใด
ก. วันที่ 13 สิงหาคม 2475
ข. วันที่ 13 กรกฎาคม 2473
ค. วันที่ 13 สิงหาคม 2473
ง. วันที่ 13 กรกฎาคม 2475
 
ตอบ ข. วันที่ 13 กรกฎาคม 2473
บริษัท ขนส่ง จำกัด ก่อตั้งเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2473 ในชื่อบริษัทเดินอากาศ จำกัด โดยเป็นผู้บุกเบิกริเริ่มการบินพาณิชย์ในประเทศเป็นรายแรก และเดินรถยนต์โดยสารสายกรุงเทพฯ – ลพบุรี กรุงเทพฯ – ปราจีนบุรี ต่อมาสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงเป็นรัฐวิสาหกิจ และเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ขนส่ง จำกัด เมื่อปี พ.ศ. 2481
 
2.เป็นเส้นที่แสดงถึงรากฐานของสัญลักษณ์นี้และสื่อถึงเส้นโค้งของรถบัส และเส้นสีส้มเป็นสีของ บขส.และมีความหมายว่า บขส.เป็นองค์กรในการให้บริการการขนส่ง การเดินรถอย่างมั่นคง  มาเป็นเวลายาวนาน คือเส้นสีใด
ก. เส้นสีส้ม                    ข. เส้นสีฟ้า
ค. เส้นสีชมพู                 ง. สามเส้นรวมกัน
 
ตอบ ก. เส้นสีส้ม
เส้นสีส้ม เป็นเส้นที่แสดงถึงรากฐานของสัญลักษณ์นี้และสื่อถึงเส้นโค้งของรถบัส และเส้นสีส้มเป็นสีของ บขส. และมีความหมายว่า บขส.เป็นองค์กรในการให้บริการการขนส่ง การเดินรถอย่างมั่นคง  มาเป็นเวลายาวนาน
 
3.เป็นการสื่อถึงการพัฒนาต่อเนื่องและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการเป็นสำคัญ และการพัฒนาจากรถส้มมาเป็นรถปรับอากาศ
ก. เส้นสีส้ม                      ข. เส้นสีฟ้า
ค. เส้นสีชมพู                   ง. สามเส้นรวมกัน
 
ตอบ ข. เส้นสีฟ้า
เส้นสีฟ้าเป็นการสื่อถึงการพัฒนาต่อเนื่องและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการเป็นสำคัญ และการพัฒนาจากรถส้มมาเป็นรถปรับอากาศ
 
4.สีที่หมายถึงความเป็นมงคล สิ่งดีงาม สื่อถึง บขส. เป็นองค์กรที่ทำประโยชน์ให้แก่สังคมอย่างต่อเนื่อง
ก. เส้นสีส้ม                    ข. เส้นสีฟ้า
ค. เส้นสีชมพู                 ง. สามเส้นรวมกัน
 
ตอบ ค. เส้นสีชมพู
เส้นสีชมพู เป็นสีที่หมายถึงความเป็นมงคล สิ่งดีงาม สื่อถึง บขส. เป็นองค์กรที่ทำประโยชน์ให้แก่สังคมอย่างต่อเนื่อง
 
5.วิสัยทัศน์ของ บขส. คือข้อใด
ก. เป็นผู้ให้บริการขนส่งผู้โดยสารทางถนนระหว่างเมืองด้วยความเป็นเลิศ
ข. เป็นผู้ให้บริการขนส่งผู้โดยสารด้วยความปลอดภัย
ค. เป็นผู้ให้บริการขนส่งผู้โดยสารด้วยความสะดวก สะอาด และปลอดภัย
ง. เป็นผู้ให้บริการขนส่งผู้โดยสารด้วยความรวดเร็ว
 
ตอบ ก. เป็นผู้ให้บริการขนส่งผู้โดยสารทางถนนระหว่างเมืองด้วยความเป็นเลิศ
 
6.ภารกิจที่มุ่งเน้นในด้านความปลอดภัยความสะดวกสบาย  ความตรงต่อเวลา และความทันสมัย ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด   ทั้งธุรกิจเดินรถและธุรกิจสถานี คือภารกิจข้อใด
ก. พัฒนาการบริการอย่างต่อเนื่อง
ข. สร้างความประทับใจและตอบสนองความต้องการผู้ใช้บริการ
ค. รักษาสิทธิที่พึงมีของผู้โดยสาร
ง. บริหารกิจการโดยยึดถือประโยชน์ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
 
ตอบ ก. พัฒนาการบริการอย่างต่อเนื่อง
ภารกิจหลักของบริษัท ขนส่ง จำกัด แบ่งได้ 4 ประการดังนี้
            1.พัฒนาการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้มาตรฐานสากล โดยมุ่งเน้นในด้านความปลอดภัยความสะดวกสบาย  ความตรงต่อเวลา และความทันสมัย ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด   ทั้งธุรกิจเดินรถและธุรกิจสถานี
             2.สร้างความประทับใจและตอบสนองความต้องการผู้ใช้บริการ จัดบริการเดินรถ ให้มีลักษณะโครงข่าย ที่ครอบคลุมทั่วประเทศและเชื่อมต่อระหว่างประเทศ พัฒนาสถานีและศูนย์ซ่อมบำรุงในลักษณะที่ครบวงจร
             3.รักษาสิทธิที่พึงมีของผู้โดยสาร รวมถึงให้การคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสารและบุคคลที่สาม โดยยกระดับมาตรฐานในการกำกับดูแลทั้งรถบริษัทฯและผู้ประกอบการรถร่วม
              4.บริหารกิจการโดยยึดถือประโยชน์ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยการจัดระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัว เพิ่มศักยภาพบุคลากร สร้างความได้เปรียบในเชิงต้นทุน และนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เพื่อนำไปสู่การบริการที่มีคุณภาพและสามารถ แข่งขันได้
 
7.ในรอบยี่สิบสี่ชั่วโมงให้ผู้ขับรถ ขับรถติดต่อกันไม่เกินกี่ชั่วโมง เว้นแต่ได้พักติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมงก็ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อได้
ก. ไม่เกินสี่ชั่วโมง                    ข. ไม่เกินห้าชั่วโมง
ค. ไม่เกินหกชั่วโมง                  ง. ไม่เกินแปดชั่วโมง
 
ตอบ ก. ไม่เกินสี่ชั่วโมง
ในรอบยี่สิบสี่ชั่วโมงให้ผู้ขับรถ ขับรถติดต่อกันไม่เกินสี่ชั่วโมง เว้นแต่ได้พักติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมงก็ให้ปฏิบัติหน้าที่ ขับรถต่อไปได้อีกไม่เกินสี่ชั่วโมงติดต่อกัน
 
8. ตั๋ว หรือบัตรโดยสารชนิดเดินทางไป - กลับ ให้กำหนดส่วนลดค่าโดยสารและค่าบริการร้อยละเท่าใดของราคาปกติ
ก. ร้อยละ 3                              ข. ร้อยละ 5
ค. ร้อยละ 7                              ง. ร้อยละ 10
 
ตอบ ง. ร้อยละ 10
ตั๋ว หรือบัตรโดยสารชนิดเดินทางไป - กลับ ให้กำหนดส่วนลดค่าโดยสารและค่าบริการร้อยละ 10 ของราคาปกติ
 
9.หากผู้โดยสารได้ซื้อตั๋วหรือบัตรโดยสาร แล้วประสงค์จะเลื่อนการเดินทางก็ให้เลื่อนการเดินทางได้ แต่ต้องขอเลื่อนการเดินทาง ก่อนถึงกำหนดเวลาเดินทางไม่น้อยกว่ากี่ชั่วโมง
ก. 1 ชั่วโมง                                       ข. 2 ชั่วโมง
ค. 3 ชั่วโมง                                       ง. 4 ชั่วโมง
 
ตอบ ก. 1 ชั่วโมง
หากผู้โดยสารได้ซื้อตั๋วหรือบัตรโดยสาร แล้วประสงค์จะเลื่อนการเดินทางก็ให้เลื่อนการเดินทางได้ แต่ต้องขอเลื่อนการเดินทาง ก่อนถึงกำหนดเวลาเดินทางไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง หากขอเลื่อนเวลาเดินทางน้อยกว่า 1 ชั่วโมงก่อนถึงกำหนดเวลาเดินทาง ให้คิดค่าธรรมเนียมเลื่อนการเดินทางร้อยละ 10 ของค่าโดยสารและค่าบริการ
 
10. หากขอเลื่อนเวลาเดินทางน้อยกว่า 1 ชั่วโมงก่อนถึงกำหนดเวลาเดินทาง ให้คิดค่าธรรมเนียมเลื่อนการเดินทางร้อยละเท่าใด ของค่าโดยสารและค่าบริการ
ก. ร้อยละ 3                                     ข. ร้อยละ 5
ค. ร้อยละ 7                                     ง. ร้อยละ 10
ตอบ ง. ร้อยละ 10   
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง ฟรี
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ สิงหาคม 13, 2015, 10:35:16 am
จำหน่ายเอกสารเตรียมสอบผู้บริหารสถานศึกษา
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบริหารการศึกษา
- นโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา
- การบริหารและจัดการศึกษา
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ.การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ.2551
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546
- แนวข้อสอบ พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546
- แนวข้อสอบ พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
- แนวข้อสอบ พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- สรุป ข่าวเด่น สถานการณ์ปัจจุบัน ข่าวไทย และทั่วโลก
- การศึกษาไทยกับประชาคมอาเซียน
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง ฟรี
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ สิงหาคม 20, 2015, 02:08:03 pm
กองทัพเรือ นายทหารต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตร
1. ความรู้เกี่ยวกับ- กองทัพเรือ
2. เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
3. แนวข้อสอบเกี่ยวกับกองทัพเรือ
4. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
5. แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
6. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
7. สรุปวิชาภาษาไทย
8. สรุปวิชาภาษาอังกฤษ
9. สรุปสาระสำคัญของประชาคมอาเซียน

นายทหารพระธรรมนูญ กองทัพเรือสัญญาบัตร
1. ความรู้เกี่ยวกับ- กองทัพเรือ
2. แนวข้อสอบเกี่ยวกับกองทัพเรือ
3. ความสามารถด้านภาษาไทย
4. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
5. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
6. แนวข้อสอบกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
7. แนวข้อสอบกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
8. แนวข้อสอบกฎหมายอาญา
9. แนวข้อสอบวิธีพิจารณาความแพ่ง
10. แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับกฎหมายปกครอง
11. แนวข้อสอบพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พศ.2476
12. แนวพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498

นายทหารสัญญาบัตร กองทัพเรือ ช่างเครื่องยนต์
1. เกี่ยวกับ พ.ร.บ.จราจรทางบก และ วิชาความรู้ด้านซ่อมเครื่องยนต์เบื้องต้น
2. ความรู้เกี่ยวกับ- กองทัพเรือ
3. เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
4. แนวข้อสอบความรู้ด้านเครื่องยนต์
5. แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
6. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
7. สรุปงานเครื่องยนต์เบื้องต้น+ถาม-ตอบ
8. สรุปสาระสำคัญของประชาคมอาเซียน
9. หลักการทำงานของเครื่องยนต์

นายทหารสัญญาบัตร กองทัพเรือ นิติกร
1. ความรู้เกี่ยวกับ- กองทัพเรือ
2. ถาม - ตอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
3. ถาม - ตอบ ประมวลกฎหมายอาญา
4. เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
5. แนวข้อสอบกฏหมายที่ประชาชนควรรู้
6. แนวข้อสอบเกี่ยวกับกองทัพเรือ
7. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
8. แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
9. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
10. พระราชบัญญัติ ธรรมนูญศาลทหาร
11. พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พศ. 2476
12. ภาษาอังกฤษสำหรับนักกฎหมาย

กองทัพเรือ วิชาการบัญชี
1. ความรู้เกี่ยวกับ- กองทัพเรือ
2. เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
3. แนวข้อสอบการบัญชี
4. แนวข้อสอบเกี่ยวกับกองทัพเรือ
5. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
6. แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
7. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
8. แนวข้อสอบหลักการบัญชี
9. สรุปสาระสำคัญของประชาคมอาเซียน
10. หลักการบัญชีเบื้องต้น

กองทัพเรือ วิศวกรโยธา
1. เก็งแนวข้อสอบวิศวกรโยธา
2. ความรู้เกี่ยวกับ- กองทัพเรือ
3. ความรู้เกี่ยวกับการสำรวจและการเขียนแบบ
4. ความรู้พื้นฐานทางวิศวกรรมโยธา
5. ถาม – ตอบ  โครงสร้างและคอนกรีต
6. แนวข้อสอบเกี่ยวกับกองทัพเรือ
7. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
8. แนวข้อสอบคอนกรีตและโครงสร้าง 200 ข้อ
9. แนวข้อสอบพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
10. แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
11. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
12. สรุปสาระสำคัญของประชาคมอาเซียน

นายทหารสัญญาบัตร กองทัพเรือ สาขาภาษาอังกฤษ
1. ความรู้เกี่ยวกับ- กองทัพเรือ
2. แนวข้อสอบ Test on Subject ชุด 1
3. แนวข้อสอบเกี่ยวกับกองทัพเรือ
4. แนวข้อสอบโครงสร้างประโยค (Sentence Structure)
5. แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
6. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ การใช้ Conversation
7. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ การใช้ Grammar
8. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ การใช้ Reading
9. สรุปเนื้อหาภาษาอังกฤษ Reading Sentence Grammar  Conversation
10. สรุปสาระสำคัญของประชาคมอาเซียน

วิศวกรเครื่องกล กองทัพเรือสัญญาบัตร
1. ความรู้เกี่ยวกับ- กองทัพเรือ
2. แนวข้อสอบเกี่ยวกับกองทัพเรือ
3. แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
4. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
5. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
6. เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
7. การบริหารงานการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักกล
8. ความรู้พื้นฐานทางวิศวกรรมเครื่องกล
9. กลศาสตร์ของไหล
10. แนวข้อสอบวิศวเครื่องกล

วิศวกรรมไฟฟ้า  กองทัพเรือสัญญาบัตร
1. ความรู้เกี่ยวกับ- กองทัพเรือ
2. แนวข้อสอบเกี่ยวกับกองทัพเรือ
3. แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
4. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
5. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
6. เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
7. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวิศวกรรมไฟฟ้า
8. แนวข้อสอบงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น
9. ถาม-ตอบ งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น
10. แนวข้อสอบวิศวกรรมไฟฟ้า

สาขาคหกรรมศาสตร์  กองทัพเรือสัญญาบัตร
1. ความรู้เกี่ยวกับ- กองทัพเรือ
2. แนวข้อสอบเกี่ยวกับกองทัพเรือ
3. เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
4. แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
5. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
6. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
7. ความรู้เกี่ยวกับคหกรรมศาสตร์+ถามตอบ
8. แนวข้อสอบวิชาคหกรรมศาสตร์

หนังสือสอบสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ กองทัพเรือสัญญาบัตร

สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ  กองทัพเรือสัญญาบัตร
1. ความรู้เกี่ยวกับ- กองทัพเรือ
2. แนวข้อสอบเกี่ยวกับกองทัพเรือ
3. เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
4. การพัฒนาและการประยุกต์ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการทางธุรกิจ
5. ถาม -ตอบ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ.pdf
6. ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
7. ความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
8. ถาม+-ตอบ มาตรฐานด้านการบริหารจัดการ ด้าน ICT
9. ถาม - ตอบ ระบบการตัดสินใจสำหรับผู้บริหาร MIS
10. ความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
11. แนวข้อสอบการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำนักงาน
12. การพัฒนาและการประยุกต์ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการทางธุรกิจ

สาขาบรรณารักษ์  กองทัพเรือสัญญาบัตร
1. ความรู้เกี่ยวกับ- กองทัพเรือ
2. แนวความรู้เกี่ยวกับ- กองทัพเรือ
3. เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
4. ข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
5.. แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
6. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
7. ความรู้เกี่ยวกับวิชาบรรณารักษ์
8. แนวข้อสอบวิชา บรรณารักษ์
9. ถาม - ตอบ ความรู้เกี่ยวกับห้องสมุดและบรรณารักษ์

สาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์ กองทัพเรือสัญญาบัตร
1. ความรู้เกี่ยวกับ- กองทัพเรือ
2. แนวข้อสอบเกี่ยวกับกองทัพเรือ
3. เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
4. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
5. แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
6. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
7. งานระบบภายในอาคาร (ถาม-ตอบ)
8. โครงสร้างอาคาร (ถาม-ตอบ)
9. แนวข้อสอบงานเขียนแบบสถาปัตยกรรม
10. การออกแบบสถาปัตยกรรม(ถาม-ตอบ)
11. แนวข้อสอบการเขียนแบบด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์

สาขาอิเล็กทรอนิกส์ กองทัพเรือสัญญาบัตร
1. ความรู้เกี่ยวกับ- กองทัพเรือ
2. แนวข้อสอบเกี่ยวกับกองทัพเรือ
3. เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
4. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
5. แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
6. แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
7. ความรู้เกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น
8. ถาม-ตอบ งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น
9. อิเล็กทรอนิกส์ขั้นพื้นฐาน
10. แนวข้อสอบความรู้ในงานอิเล็กทรอนิกส์
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง ฟรี
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ กันยายน 16, 2015, 10:33:30 pm
กรมควบคุมมลพิษ

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบพนักงานธุรการ กรมควบคุมมลพิษ
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- แนวข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไป
- แนวข้อสอบ กฎหมาย ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงาน ราชการ พ.ศ.2547
- แนวข้อสอบระเบียบงานสารบรรณ พ.ศ.2526 และแก้ไขเพิ่มเติม
- การเขียนหนังสือราช
- การจัดทําเอกสารที่เกี่ยวกับการประชุม
- ความรู้เกี่ยวกับระเบียบงานสารบรรณ
- แนวข้อสอบ งบประมาณ จัดซื้อจัดจ้าง
- ความรู้เกี่ยวกับเรื่องพัสดุ


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนักวิชาการสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- ความรู้เกี่ยวกับควบคุมมลพิษ
- แนวข้อสอเกี่ยวกับควบคุมมลพิษ
- แนวข้อสอบคณิตศาสตร์
- แนวข้อสอบภาษาไทย
- แนวข้อสอบ กฎหมาย ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ.2547
- แนวข้อสอบ พรบ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535
- แนวข้อสอบนักวิชาการสิ่งแวดล้อม
- คำถามเกี่ยวกับปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อม
- ระเบียบการประสานงานเพื่อบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
- ความรู้พื้นฐานมลพิษสิ่งแวดล้อม

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนักวิเคราะห์นโยบายและแผน กรมควบคุมมลพิษ
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- ความรู้เกี่ยวกับควบคุมมลพิษ
- แนวข้อสอเกี่ยวกับควบคุมมลพิษ
- แนวข้อสอบคณิตศาสตร์
- แนวข้อสอบภาษาไทย
- แนวข้อสอบ กฎหมาย ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ.2547
- การวางแผนงาน โครงการและการติดตามประเมินผล.
- ถาม-ตอบ ระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
- แนวข้อสอบ งบประมาณ จัดซื้อจัดจ้าง
- แนวข้อสอบ วิเคราะห์นโยบายและแผน
- การสอบสัมภาษณ์

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนักจัดการงานทั่วไป ด้านการควบคุมอาคาร กรมควบคุมมลพิษ
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- ความรู้เกี่ยวกับควบคุมมลพิษ
- แนวข้อสอเกี่ยวกับควบคุมมลพิษ
- แนวข้อสอบคณิตศาสตร์
- แนวข้อสอบภาษาไทย
- แนวข้อสอบ กฎหมาย ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ.2547
- ถาม-ตอบ ความรู้เกี่ยวกับงานประปา
- แนวข้อสอบหลักการเบื้องต้นในการออกแบบระบบไฟฟ้า
- กาควบคุมการจราจร
- แนวข้อสอบ พรบ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522
- การสอบสัมภาษณ์
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง ฟรี
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ ตุลาคม 22, 2015, 04:09:14 pm
แนวข้อสอบ เจ้าพนักงานธุรการปฏฺิบัติงาน กรมส่งเสริมการเกษตร ใหม่ล่าสุด

 รายละเอียดครอบคลุมที่ออกสอบประกอบด้วย
- ความรู้เกี่ยวกับกรมส่งเสริมการเกษตร
  - แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่ธุรการ
 - แนวข้อสอบระเบียบงานสารบรรณ พ.ศ.2526 และแก้ไขเพิ่มเติม
- สรุปงานสารบรรณ  พ.ศ. 2526 แก้ไข 2548
  - แนวข้อสอบ งบประมาณ จัดซื้อจัดจ้าง
  - แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และแก้ไขเพิ่มเติม 
 - คู่มือการจัดทําเอกสารที่เกี่ยวกับการประชุม
 - แนวข้อสอบ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง ฟรี
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ ตุลาคม 22, 2015, 04:15:44 pm
แนวข้อสอบ นักวิชาการเงินและบัญชี กรมส่งเสริมการเกษตร  ใหม่ล่าสุด

รายละเอียดครอบคลุมที่ออกสอบ ประกอบด้วย

- ความรู้เกี่ยวกับกรมส่งเสริมการเกษตร
- แนวข้อสอบข่าว สังคม การเมือง เศรษฐกิจและเหตุการณ์ปัจจุบัน 
- สรุปสาระสำคัญของประชาคมอาเซียน
- การสอบสัมภาษณ์
- แนวข้อสอบ พรบ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลังการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง
- แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ.2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พรก.ค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ.2550
- การวิเคราะห์งบการเงิน
- หลักการบัญชีเบื้องต้น
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง ฟรี
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ พฤศจิกายน 26, 2015, 09:34:51 pm
แนวข้อสอบ ระเบียบว่าด้วยรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ปีพ.ศ.2552แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2554
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ปัจจุบันใช้ฉบับที่เท่าไร พ.ศ.อะไร
ก. ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2552                                      ข. ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2552
ค. ฉบับที่  1 พ.ศ. 2554                                     ง. ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2554
ตอบ  ข้อ ง.
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดกี่วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ก. 60  วัน                                                              ข. 90 วัน
ค. 120 วัน                                                             ง. 180 วัน
ตอบ  ข้อ ข.
ก่อนจะใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ให้ยกเลิกระเบียบใด
ระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2517
ระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2519
ระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2522
ระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2535
ตอบ ข้อ ก.
มาตราการและการดำเนินการที่กำหนดขึ้นเพื่อพิทักษ์รักษาและคุ้มครองป้องกันสิ่ที่เนความลับของราชการ ตลอดจนหน่วยงานของรัฐเจ้าหน้าที่ของรัฐ และทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน ให้พ้นจากการรั่วไหลของการจารกรรม เป็นความหมายข้อใด
ก. สิ่งที่เป็นความลับของทางราชการ                              ข. การักษาความปลอดภัยแห่งชาติ
ค. ประมวลความลับ                                                           ง. การป้องกันรั่วไหล
ตอบ ข้อ ข.
เหตุผลใดจึงยกเลิกฉบับเก่ามาใช้ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ก. เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการเมืองและเศรษฐกิจในปัจจุบัน
ข. ต้องการให้คนยากจนมีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกันในปัจจุบัน
ค. มีบัญญัติหลายประการไม่เหมาะสมและรายละเอียดกำหนดไว้เกินความจำเป็น
ง.ในปัจจุบันมีเหตุก่อการร้ายมากมาย กฎหมายที่บัญญัติไว้ไม่รัดกุมพอ
ตอบ ข้อ ค.
สิ่งที่เป็นความลับของทางราชการ คือ ข้อใด ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2552
ก. ข้อมูลข่าวสาร  บริภัณฑ์    ยุทธภัณฑ์
ข. ข้อมูลข่าวสาร  บริภัณฑ์    ยุทธภัณฑ์  ที่สงวน
ค. ข้อมูลข่าวสาร  บริภัณฑ์    ยุทธภัณฑ์  ที่สงวน  การรหัส
ง. ข้อมูลข่าวสาร  บริภัณฑ์    ยุทธภัณฑ์  ที่สงวน   การรหัส   ประมวลลับ
ตอบ ข้อ ง.
ข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ เป็นความหมายในข้อใด ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2552
ก. ข้อมูลข่าวสาร                                 ข. ประมวลลับ
ค. ยุทธภัณฑ์                                        4  ที่สงวน
ตอบ  ข้อ ก.
ข้อใดไม่ได้หมายถึง “บริภัณฑ์” ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2552
ก. เครื่องจักร                                        ข. สิ่งอุปกรณ์
ค. วัสดุใช้ไป                                        ง. เครื่องกล
ตอบ ข้อ ค.
ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ข้อใด หมายความว่า สิ่งของทั้งหลายที่ใช้ประจำกาย หรือประจำหน่วยกำลังถืออาวุธของทางราชการ และสิ่งอื่นใดที่ กรช.ประกาศกำหนด
ก. ข้อมูลข่าวสาร                                 ข. ประมวลลับ
ค. ยุทธภัณฑ์                                        4  การรหัส
ตอบ  ข้อ ค.
ข้อใดไม่ได้หมายถึง “ที่สงวน” ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2552
ก. ฐานทัพบก                                       ข.โรงเรียน
ค. ชุมทางรถไฟ                                   ง. โรงช่างแสง
ตอบ ข้อ ข.
.ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ข้อใด หมายความว่า การใช้ประมวลลับ หรือรหัสแทนข้อความ หรือการส่งข่าวสารที่เป็นความลับ
ก. ข้อมูลข่าวสาร                                 ข. ประมวลลับ
ค. ยุทธภัณฑ์                                        4  การรหัส
ตอบ  ข้อ .ง.
ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ข้อใด หมายความว่า การนำตัวอักษร ตัวเลข คำพูด สัญญาณ สัญลักษณ์มาใช้แทนความหมายอันแท้จริงตามที่ตกลงกันไว้ เพื่อรักษาความลับในการส่งข่าวหรือติดต่อสื่อสารระหว่างกัน
ก. ข้อมูลข่าวสาร                                                 ข. ประมวลลับ
ค. ยุทธภัณฑ์                                                        ง. การรหัส
ตอบ  ข้อ ข.
“กรช” หมายความว่าอะไร
ก. คณะกรรมการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ
ข.กรรมการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ
ค. คณะกรรมการนโยบายรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ
ง.ถูกทุกข้อ
ตอบ ข้อ ค.
ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ข้อใด หมายความว่าการกระทำใด ๆ โดยทางลับเพื่อให้ได้ล่วงรู้หรือได้ไปหรือส่งสิ่งที่เป็นความลับของทางราชการให้แก่ผู้ไม่มีอำนาจหน้าที่ โดยมีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นผลร้ายต่อความมั่นคงแห่งชาติ
ก. การก่อวินาศกรรม                                          ข. การจารกรรม
ค. การบ่อนทำลาย                                               ง. การก่อการร้าย
ตอบ ข้อ ข.
ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ข้อใด หมายความว่า การกระทำใด ๆ เพื่อทำลาย ทำความเสียหายต่อทรัพย์สิน วัสดุ ข้อมูลข่าวสาร อาคาร สถานที่ ยุทธปัจจัย ที่สงวน สาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวก หรือรบกวน ซึ่งทำให้เกิดความปั่นป่วน หรือความเสียหายทางการเมือง การทหาร
ก. การก่อวินาศกรรม                                          ข. การจารกรรม
ค. การบ่อนทำลาย                                               ง. การก่อการร้าย
ตอบ ข้อ ก.
“รั่วไหล” หมายความว่าอะไร
ก.สิ่งที่ทางราชการรักษาไว้เพื่อทางการเมืองของประเทศ
ข.สิ่งที่หน่วยงานรัฐไม่ให้ข้อมูลต่างๆของประเทศมีการไหลออกนอกประเทศ
ค.สิ่งที่เป็นความลับของทางราชการได้ทราบโดยบุคคลผู้ไม่มีอำนาจหน้าที่
ง.ไม่มีข้อใดกล่าวถูกต้อง
ตอบ ข้อ ค.
ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ข้อใด หมายความว่า การกระทำสิ่งใดๆ ที่มุ่งก่อให้เกิดความแตกแยก ความปั่นป่วน ความกระด้างกระเดื่อง ซึ่งนำไปสู่การก่อความไม่สงบ หรือความอ่อนแอภายในชาติ ในทางการเมือง การทหาร หรือทำลายความจงรักภักดีของประชาชนต่อสถาบัน
ก. การก่อวินาศกรรม                                          ข. การจารกรรม
ค. การบ่อนทำลาย                                               ง. การก่อการร้าย
ตอบ ข้อ ค.
ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ข้อใด หมายความว่า การกระทำใด ๆ ที่สร้างความปั่นป่วนให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเพื่อขู่เข็ญหรือบีบบังคับรัฐบาล หรือองค์การระหว่างประเทศ ให้กระทำหรือละเว้นกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันก่อให้เกิดความเสียหายต่อชิวิตและทรัพย์สิน
ก. การก่อวินาศกรรม                                          ข. การจารกรรม
ค. การบ่อนทำลาย                                               ง. การก่อการร้าย
ตอบ ข้อ ง.
สำนักข่าวกรองแห่งชาติ หมายถึง ในข้อใด
ก. หน่วยงานราชการ                                         ข. เจ้าหน้าที่ควบคุมการรักษาความปลอดภัย
ค. องค์การรักษาความปลอดภัย                        ง. เจ้าหน้าที่รัฐ
ตอบ ข้อ ค.
ตามข้อ 5 แห่งระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2552 การรักษาความปลอดภัยแห่งชาติในส่งที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสาร นอกจากต้องปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้แล้ว ให้เป็นไปตามระเบียบใดด้วย
ก.ระเบียบรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2517
ข.ระเบียบรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2544
ค.ระเบียบรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2517
ง.ระเบียบรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544
ตอบ ข้อ ง.


แนวข้อสอบ ระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ.2555
1.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการปี  2555 มีผลใช้บังคับเมื่อใด
ก.   23   มกราคม   2555                                            ข.   24    มกราคม   2555
ค.   25   มกราคม  2555                                              ง.   26    มกราคม    2555
ตอบ   ค.   25    มกราคม   2555         
การลาของข้าราชการมีทั้งหมดกี่ประเภท
ก.      11 ประเภท                                                      ข.    10 ประเภท
ข.      9 ประเภท                                                        ง.      5 ประเภท
ตอบ   ก. 11 ประเภท
ประเภทการลา
การลาแบ่งออกเป็น  11  ประเภท  ดังต่อไปนี้
(1) การลาป่วย
(2) การลาคลอดบุตร
(3) การลาไปช่วยเหลือภรรยาที่คลอดบุตร
(4) การลากิจส่วนตัว
(5) การลาพักผ่อน
(6) การลาอุปสมบทหรือการลาไปประกอบพิธีฮัจย์
(7) การลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล
(8) การลาไปศึกษา  ฝึกอบรม  ปฏิบัติการวิจัย  หรือดูงาน
(9) การลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ
(10) การลาติดตามคู่สมรส
(11) การลาไปฟื้นฟู สมรรถภาพด้านอาชีพ
หัวหน้าส่วนราชการหมายความว่าอย่างไร
ก.    ผู้ว่าราชการจังหวัด
ข.    อธิการบดี
ค.     เลขานุการรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาสำนักงานรัฐมนตรี
ง.     ถูกทุกข้อ
ตอบ     ง.     ถูกทุกข้อ
หัวหน้าส่วนราชการ  หมายความว่า อธิบดี หัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมี
ฐานะเป็นกรม หัวหน้าส่วนราชการซึ่งไม่มีฐานะเป็นกรมแต่มีฐานะเป็นอธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด
และให้ หมายความ รวมถึงเลขานุการรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาสำนักงานรัฐมนตรี
เข้ารับการตรวจเลือก หมายความว่าอย่างไร
ก.      การเข้ารับการตรวจเลือกรับราชการทหาร
ข.      การเข้ารับการคัดเลือกให้ทำงานในหน่วยงานราชการ
ค.      การสอบคัดเลือกเข้ารับการอบรม
ง.       การสอบชิงทุนศึกษาต่างประเทศ
ตอบ   ก. การเข้ารับการตรวจเลือกรับราชการทหาร
“เข้ารับการตรวจเลือก” หมายความว่า เข้ารับการตรวจเลือกเพื่อรับราชการเป็นทหารกองประจำการตามกกหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
“เข้ารับการเตรียมพล”หมายความว่าอย่างไร
ก.      การเข้ารับการตรวจเลือกรับราชการทหาร
ข.      การเข้ารับการคัดเลือกให้ทำงานในหน่วยงานราชการ
ค.      เข้ารับการระดมพล เข้ารับการตรวจสอบพล เข้ารับการฝึกวิชาทหาร
ง.       การเข้ารับการตรวจเลือกรับราชการทหาร
ตอบ  ค.   เข้ารับการระดมพล เข้ารับการตรวจสอบพล เข้ารับการฝึกวิชาทหาร
“เข้ารับการเตรียมพล” หมายความว่า เข้ารับการระดมพล เข้ารับการตรวจสอบพล เข้ารับการฝึกวิชาทหาร หรือเข้ารับการทดลองความพรั่งพร้อม ตามกฏหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
ข้าราชการตามข้อใดต่อไปนี้มีสิทธิลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ
ก.      ข้าราชการที่เกษียนอายุราชการแล้ว
ข.      ข้าราชการที่ตกเป็นผู้ทุพพลภาพหรือพิการ
ค.      ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ง.       ข้าราชการทีปฏิบัติหน้าที่ในประเทศที่กำลังพัฒนา
ตอบ  ข.  ข้าราชการที่ตกเป็นผู้ทุพพลภาพหรือพิการ
ข้าราชการผู้ใดได้รับอันตรายหรือการเจ็บป่วยเพราะเหตุปฏิบัติราชการในหน้าที่หรือถูกประทุษร้ายเพราะเหตุกระทำการตามหน้าที่ จนทำให้ตกเป็นผูทุพพลภาพหรือพิการหากข้าราชการผู้นั้นประสงค์จะลาไปเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ แล้วแต่กรณี มีสิทธิลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพครั้งหนึ่งได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหลักสูตรที่ประสงค์ แต่ไม่เกิน 12  เดือน
การลาป่วยตั้งแต่กี่วันขึ้นไปต้องมีใบรับรองแพทย์
ก.       15 วันขึ้นไป                                                               ข.  20 วันขึ้นไป
ข.       30 วันขึ้นไป                                                               ง.  45 วันขึ้นไป
ตอบ    ข. 30 วันขึ้นไป
ข้าราชการที่ได้รับคำสั่งไปช่วยราชการ ณ หน่วยงานอื่นหากประสงค์ลาจะต้องลากับหน่วยงานใด
ก.      ต้นสังกัด                                                                    ข. หน่วยงานที่ไปช่วยราชการ
ค. กระทรวงศึกษาธิการ                                         ง.  สำนักนายกรัฐมนตรี
ตอบ  ข. หน่วยงานที่ไปช่วยราชการ
ข้าราชการผู้ใดได้รับคำสั่งให้ไปช่วยราชการ ณ หน่วยงานอื่นใดของทางราชการหากประสงค์จะลาป่วย ลาคลอดบุตร ลากิจส่วนตัว  ลาพักผ่อน หรือลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพลในระหว่างเวลาที่ไปช่วยราชการ ให้เสนอขออนุญาตลาต่อผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานที่ไปช่วยราชการ แล้วให้หน่วยงานนั้นรายงานจำนวนวันลาให้หน่วยงานต้นสังกัดของผู้นั้นทราบอย่างน้อยปีละครั้ง
ข้าราชการมีสิทธิ์ลาพักผ่อนประจำปีในปีงบประมาณหนึ่งได้กี่วัน
ก.      5 วัน                                                                         ข.  10 วัน
ค. 15 วัน                                                                          ง. 20 วัน
ตอบ    ข.  10 วัน
ข้าราชการมีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีในปีงบประมาณหนึ่งได้   10  วันทําการ  เว้นแต่ข้าราชการ ดังต่อไปนี้ไม่มีสีทธิ ลาพักผ่อนประจำปีที่ได้รับบรรจุเข้ารับราชการยังไม่ถึง 6 เดือน
ผู้ซึ่งได้รับบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครั้งแรก
ผู้ซึ่งลาออกจากราชการเพราะเหตุส่วนตัว แล้วต่อมาได้รับบรรจุเข้ารับราชการอีก
ผู้ซึ่งลาออกจากราชการเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแล้วต่อมา
ได้รับบรรจุเข้ารับราชการอีกหลัง 6 เดือน นับแต่วันออกจากราชการ
ผู้ซึ่งถูกสั่งให้ออกจากราชการในกรรีอื่น นอกจากกรณีไปรับราชการทหารตามกฏหมายว่าด้วยการรับราชการทหารและกรณีไปปฏิบัติงานใดๆ ตามความประสงค์ของทางราชการ แล้วต่อมาได้รับบรรจุเข้ารับราชการอีก
ในกรณีที่ข้าราชการผู้ใดมิได้ลาพักผ่อนประจำปี หรือลาผักผ่อนไม่ครบ10 วันทำการสามรถนำมา
สะสมกับปีต่อๆไปได้ไม่เกินกี่วัน
ก.      ไม่เกิน 12 วันทำการ                                       ข. ไม่เกิน 15 วันทำการ
ค. ไม่เกิน 20 วัน ทำการ                                        ง. ไม่เกิน 25 วันทำการ
ตอบ   ค. ไม่เกิน 20 วันทำการ
ถ้าในปีใดข้าราชการผู้ใดมิได้ลาพักผ่อนประจำปี หรือลาพักผ่อนประจำปีแล้วแต่ไม่ครบ 10 วันทำการ ให้สะสมวันที่ยังมิได้ลาในปีนั้นรวมเข้ากัปีต่อ ๆ ไปได้ แต่วันลาพักผ่อนสะสมรวมกับวันลาพักผ่อนในปีปัจจุบันต้องไม่เกิน 20 วันทำการ
ในการลาคลอดบุตรจำนวนวันที่ลาต้องไม่เกินกี่วัน
ก.   ไม่เกิน 30 วัน                                                                 ข. ไม่เกิน 45 วัน
ค.  ไม่เกิน 60 วัน                                                                               ง.ไม่เกิน 90 วัน
 ตอบ    ง.ไม่เกิน 90 วัน
การลาคลอดบุตรจะลาในวันที่คลอด ก่อน หรือหลังวันที่คลอดบุตรก็ได้ แต่รวมวันลาแล้วต้องไม่เกิน 90 วัน
 ข้าราชการที่ประสงค์จะลาไปช่วยเหลือภรรยาคลอดบุตรมีสิทธิ์ลาครั้งหนึ่งติดต่อกันได้กี่วัน
ก. ไม่เกิน   15 วัน                                                ข.ไม่เกิน 30 วัน
ค.ไม่เกิน  60                                                                                      ง.ไม่เกิน 90 วัน
ตอบ     ก. ไม่เกิน   15 วัน
ข้าราชการซึ่งประสงค์จะลาไปช่วยเหลือภริยาโดยชอบด้วยกฏหมายที่คลอดบุตรให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาติก่อนหรือในวันที่ลาภายใน 90 วันนับแต่วันที่คลอดบุตร และมีสิทธิลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตรครั้งหนึ่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 15 วันทำการ
ข้าราชการที่ลาคลอดบุตรแล้วหากประสงค์จะลากิจเพิ่มเติม เพื่อเลี้ยงดูบุตรสามารถลาต่อเนื่องได้ไม่เกินกี่วัน
ก.ไม่เกิน120 วัน                                           ข. ไม่เกิน 150 วัน
ค. ไม่เกิน 180 วัน                                           ง. ไม่เกิน  190 วัน
ตอบ   ข. ไม่เกิน 150 วัน       
ข้าราชการที่ลาคลอดบุตรแล้ว หากประสงค์จะลากิจส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูบุตรให้มีสิทธิลาต่อเนื่องจากการลาคลอดบุตรได้ไม่เกิน 150 วันทำการ
การลาอุปสมทหรือลาประกอบพิธีฮัจย์ในศาสนาอิสลามต้องยื่นใบลาไม่น้อยกว่ากี่วัน
ก.      ไม่น้อยกว่า  30 วัน
ข.      ไม่น้อยกว่า 45 วัน
ค.      ไม่น้อยกว่า 60 วัน
ง.       ไม่น้อยกว่า 90 วัน
ตอบ   ค.ไม่น้อยกว่า 60 วัน
ข้าราชการซึ่งประสงค์จะลาอุปสมทในพระพุทธศาสนา หรือข้าราชการที่นับถือศาสนาอิสลามซึ่งประสงค์จะลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทสซาอุดีอาระเบีย ให้เสนอหรือจัดส่งลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจพิจารณาหรืออนุญาตก่อนวันอุปสมบทหรือก่อนเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ไม่น้อยกว่า 60 วัน
ในกรณีที่มีอุปสรรรคทำให้ไม่สามารถอุปสมบทหรือประกอบพิธีธีฮัจน์ได้ตามปกติและขอยกเลิกวันลาจะถือว่าเป็นวันลาประเภทใด
ก.      การลากิจส่วนตัว
ข.      การลาพักผ่อน
ค.      การลาอุปสมบทหรือการลาไปประกอบพิธีฮัจย์
ง.       การลาไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัย หรือดูงาน
ตอบ   ก.  การลากิจส่วนตัว
หากปรากฏว่ามีอุปสรรคทำให้ไม่สามรถอุปสมทหรือเข้าประกปบพิธีฮัจย์ตามที่ขอลาไว้เมื่อได้รายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติราชการตามปกติและขอยกเลิกวันลาให้ผู้มีอำนาจพิจารณาหรืออนุญาตให้ยกเลิกวันลาอุปสมบทหรือไปประกอบพิธีฮัจย์โดยให้ถือว่าวันที่ได้หยุดราชการไปแล้วเป็นวันลากิจส่วนตัว
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง ฟรี
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ พฤศจิกายน 26, 2015, 09:36:36 pm
แนวข้อสอบ ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.๒๕๔๔
ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดกี่วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
90 วัน                                                                   ข. 120  วัน
ค.   180  วัน                                                                 ง. 60  วัน
ตอบ  ข. 120  วัน
ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ใครเป็นผู้รักษาการตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม                  ข.  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค.  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม                  ง.  นายกรัฐมนตรี
ตอบ  ง.นายกรัฐมนตรี
“ข้อมูลข่าวสารลับ” หมายความว่า
ข้อมูลข่าวสารลับที่มีคำสั่งไม่ให้เปิดเผย
ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ
ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับเอกชนที่อยู่ในความครอบครองของรัฐ
ถูกเฉพาะข้อ ก และ  ข
ตอบ  ง. ถูกเฉพาะข้อ  ก และ  ข
“ข้อมูลข่าวสารลับ” หมายความว่า ข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๕ ที่มีคำสั่งไม่ให้เปิดเผยและอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐหรือที่เกี่ยวกับเอกชน ซึ่งมีการกำหนดให้มีชั้นความลับเป็น ชั้นลับ ชั้นลับมาก หรือชั้นลับที่สุด ตามระเบียบนี้โดยคำนึงถึงการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและประโยชน์แห่งรัฐประกอบกัน
ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารของลับ
ก.  หน่วยงานของรัฐมีคำสั่งมิให้เปิดเผย
ข.  การเปิดเผยจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อการคลังของประเทศ
ค.  การรายงานของนักวิชาการ
ง.  การรายงานของแพทย์
ตอบ   ค.การรายงานของนักวิชาการ
ประโยชน์แห่งรัฐคือข้อใด
ก. การดำเนินการของรัฐที่เกี่ยวกับประโยชน์ของประชาชน
ข.  การดำเนินการจัดตั้งโรงงานผลิตภัณฑ์รถยนต์ของบริษัทเอกชน
ค.  การดำเนินงานของรัฐที่เกี่ยวกับพลังงาน
ง.  ถูกหมดทุกข้อ ทั้งข้อ ก, ข และ ค
ตอบ   ง.ถูกหมดทุกข้อ ทั้งข้อ ก, ข และ ค
ใครไม่ใช่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม                 ข.  ปลัดกระทรวงกลาโหม
ค.  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด                             ง.  สมุหราชองครักษ์
ตอบ   ก.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
“หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า
(๑) หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล สำหรับส่วนราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหมให้หมายความรวมถึงหัวหน้าส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมกรมราชองครักษ์ กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือและกองทัพอากาศ
(๒) ผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับราชการส่วนภูมิภาค
(๓) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรีประธานสภาตำบล ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล นายกเมืองพัทยา หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน แล้วแต่กรณี สำหรับราชการส่วนท้องถิ่น
(๔) ผู้บริหารกิจการของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ สำหรับงานของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
หัวหน้าหน่วยงานของรัฐข้อใดไม่ถูกต้อง
ปลัดจังหวัด ข. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ค.   นายกเทศมนตรี                                                   ง. ผู้ว่าการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย
ตอบ   ก. ปลัดจังหวัด
ข้อใดไม่ใช่การปรับชั้นความลับ
ก. การลดชั้นความลับ                                    ข.  การเพิ่มชั้นความลับ
ค.  การยกเลิกชั้นความลับ                               ง.  การตั้งชั้นความลับเพิ่มขึ้น
ตอบ   ง.การตั้งชั้นความลับเพิ่มขึ้น
“การปรับชั้นความลับ” หมายความว่า การลดหรือเพิ่มชั้นความลับของข้อมูลข่าวสารลับและให้หมายความรวมถึงการยกเลิกชั้นความลับของข้อมูลข่าวสารลับนั้นด้วย
ทุกๆ กี่ปีเป็นอย่างน้อย นายกรัฐมนตรีต้องจัดให้มีการทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับ  ของทางราชการ พ.ศ. 2544 และพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบนี้ให้เหมาะสม
ก.  3 ปี                                          ข.   4 ปี                                ค.  5 ปี                                  ง.  6 ปี
ตอบ   ค. 5 ปี       
ข้อ ๖ ทุกห้าปีเป็นอย่างน้อย ให้นายกรัฐมนตรีจัดให้มีการทบทวนการปฏิบัติการตามระเบียบนี้และพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบนี้ให้เหมาะสม                  
องค์การรักษาความปลอดภัยแบ่งออกเป็นข้อใหญ่ ๆ ได้กี่ฝ่าย
ก. 2 ฝ่าย                                      ข.  3 ฝ่าย                              ค.  4 ฝ่าย                              ง.  5 ฝ่าย
ตอบ   ก.2 ฝ่าย       
ข้อ ๑๑ องค์การรักษาความปลอดภัยตามระเบียบนี้ ได้แก่
(๑) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นองค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน
(๒) ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการทหารสูงสุด เป็นองค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายทหาร                       
สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติสังกัดหน่วยงานใด
ก. กระทรวงกลาโหม                                       ข.  สำนักนายกรัฐมนตรี
ค.  กระทรวงมหาดไทย                                     ง.  กระทรวงยุติธรรม
ตอบ  ข.สำนักนายกรัฐมนตรี
ศูนย์รักษาความปลอดภัยสังกัดกระทรวงใด
ก. กระทรวงกลาโหม                                         ข.  กระทรวงมหาดไทย
ค.  กระทรวงยุติธรรม                                          ง.  สำนักนายกรัฐมนตรี
ตอบ   ก. กระทรวงกลาโหม
องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนหมายถึงข้อใด
ก.  ศูนย์รักษาความปลอดภัย                                ข.  สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
ค.  สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ                 ง.  กรมสอบสวนคีพิเศษ
ตอบ   ข.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายทหารหมายถึงข้อใด
ก. ศูนย์รักษาความปลอดภัย                                 ข.  กรมสอบสวนคดีพิเศษ
ค.  ศูนย์รักษาความปลอดภัย                                 ง.  สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
ตอบ  ค.ศูนย์รักษาความปลอดภัย                 
ชั้นความลับของข้อมูลข่าวสารแบ่งออกเป็นกี่ชั้น
ก. 6 ชั้น                           ข.  5 ชั้น                               ค.  4 ชั้น                                 ง.  3 ชั้น
ตอบ  ง.3 ชั้น
ชั้นความลับของข้อมูลข่าวสารลับ แบ่งออกเป็น ๓ ชั้น คือ
(๑) ลับที่สุด (TOP SECRET)
(๒) ลับมาก (SECRET)
(๓) ลับ (CONFIDENTIAL)
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง ฟรี
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ ธันวาคม 25, 2015, 08:53:14 am
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนักอุตุนิยมวิทยาปฎิบัติการ‏ ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
-  ความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยาเบื้องต้น
- ความรู้เกี่ยวกับอุตุนิยมวิทยา
- แนวข้อสอบอุตุนิยมวิทยาเบื้องต้น
- แนวข้อสอบฟิสิกส์ (พร้อมเฉลยละเอียด)
- สรุปสูตรวิชาคณิตศาสตร์ 
- แนวข้อสอบการใช้ภาษาอังกฤษ  
- แนวข้อสอบกลศาสตร์ (เฉลยละเอียด)
- แนวข้อสอบคำนวนสถิติ(เฉลยละเอียด)
- เวกเตอร์ (เฉลยละเอียด)
- คณิตศาสตร์เชิงการจัดและความน่าจะเป็นเบื้องต้น
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง ฟรี
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ มีนาคม 04, 2016, 09:35:44 pm
แนวข้อสอบบริษัท ท่าอากาศยานไทย 2559

รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
ประกอบด้วย 
- ความรู้เกี่ยวกับ-บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับบริษัทท่าอากาศยานไทย
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านภาษา
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
- แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
- แบบทดสอบการพัฒนาบุคลิกภาพ  Personality  Test
- แนวข้อสอบความถนัดทางเชาว์ปัญญา _Aptitude Test
- แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
- แนวข้อสอบ พรบ.การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

แนวข้อสอบ ท่าอาศยานไทย แผนกตรวจค้น 
แนวข้อสอบบริษัท ท่าอากาศยานไทย 2559
ประกอบด้วย 
- ความรู้เกี่ยวกับ-บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับบริษัทท่าอากาศยานไทย 
- ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการบิน (Aviation) 
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์ 
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านภาษา 
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านการคิดตัวเลข 
- แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ 
- สรุป+แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.2544 
- แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ปีพ.ศ. 2552 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2554 
- แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน 
- แนวข้อสอบความถนัดทางเชาว์ปัญญา _Aptitude Test 
- แนวข้อสอบ พรบ.การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 
- การรักษาความปลอดภัยด้านการบิน และ ภัยคุกคามก่อการร้าย ที่มีผลต่อการบิน

แนวข้อสอบ การท่าอากาศยานไทย (AOT) 
- ความรู้เกี่ยวกับ-บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับบริษัทท่าอากาศยานไทย
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านภาษา
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
- แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
- แบบทดสอบการพัฒนาบุคลิกภาพ  Personality  Test
- แนวข้อสอบความถนัดทางเชาว์ปัญญา _Aptitude Test
- แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
- แนวข้อสอบ พรบ.การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

วิศวกรโทรคมนาคม การท่าอากาศยานไทย (AOT) 
- ความรู้เกี่ยวกับ-บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับบริษัทท่าอากาศยานไทย
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
- แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
- วิชาสามารถทั่วไป ความสามารถด้านภาษา
- วิชาสามารถทั่วไป ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
- แบบทดสอบการพัฒนาบุคลิกภาพ  Personality  Test
- แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
- แนวข้อสอบ พรบ.การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- ความรู้พื้นฐานด้านระบบสื่อสารและโทรคมนาคม+แนวข้อสอบ
- ความรู้เกี่ยวกับโครงข่ายสายโทรคมนาคม

บริษัทการท่าอากาศยานไทย ทอท. AOT  ฝ่ายตรวจค้น
- ความรู้เกี่ยวกับ-บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับบริษัทท่าอากาศยานไทย
- ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการบิน (Aviation)
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านภาษา
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
- แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
- สรุป+แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.2544
- แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ปีพ.ศ. 2552 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2554
- แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
- แนวข้อสอบความถนัดทางเชาว์ปัญญา _Aptitude Test
- แนวข้อสอบ พรบ.การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- การรักษาความปลอดภัยด้านการบิน และ ภัยคุกคามก่อการร้าย ที่มีผลต่อการบิน

เจ้าหน้าที่การเงิน การท่าอากาศยานไทย (AOT) 
- ความรู้เกี่ยวกับ-บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับบริษัทท่าอากาศยานไทย
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
- แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านภาษา
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
- แบบทดสอบการพัฒนาบุคลิกภาพ  Personality  Test
- แนวข้อสอบ พรบ.การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
- หลักการบัญชีเบื้องต้น
- แนวข้อสอบการเงินและบัญชี
- แนวข้อสอบเรื่องการเงิน

เจ้าหน้าที่ทรัพยากรบุคคล การท่าอากาศยานไทย (AOT) 
- ความรู้เกี่ยวกับ-บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับบริษัทท่าอากาศยานไทย
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
- แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านภาษา
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
- แบบทดสอบการพัฒนาบุคลิกภาพ  Personality  Test
- แนวข้อสอบความถนัดทางเชาว์ปัญญา _Aptitude Test
- แนวข้อสอบ พรบ.การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
- การบริหารทรัพยากรบุคคล
- แนวข้อสอบการบริหารงานบุคคลากร

เจ้าหน้าที่บริการ การท่าอากาศยานไทย (AOT) 
- ความรู้เกี่ยวกับ-บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับบริษัทท่าอากาศยานไทย
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
- แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านภาษา
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
- แบบทดสอบการพัฒนาบุคลิกภาพ  Personality  Test
- แนวข้อสอบ พรบ.การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
- รู้ทั่วไปเกี่ยวกับการให้บริการที่ดี +แนวข้อสอบ
- แนวข้อสอบ เรื่องการบริการ 
- การพัฒนาคุณภาพการให้บริการเพื่อสร้างความพึงพอใจของผู้รับบริการ

นักวิชาการขนส่ง การท่าอากาศยานไทย (AOT) 
- ความรู้เกี่ยวกับ-บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับบริษัทท่าอากาศยานไทย
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
- แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
- แนวข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไป
- แนวข้อสอบ พรบ.การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
- แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544
- แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ปีพ.ศ. 2552 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2554

นิติกร การท่าอากาศยานไทย (AOT) 
- ความรู้เกี่ยวกับ-บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับบริษัทท่าอากาศยานไทย
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
- แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านภาษา
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
- แบบทดสอบการพัฒนาบุคลิกภาพ  Personality  Test
- แนวข้อสอบ พรบ.การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
- แนวข้อสอบกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
- แนวข้อสอบวิธีพิจารณาความแพ่ง
- แนวข้อสอบกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- แนวข้อสอบกฎหมายอาญา
- แนวข้อสอบการจัดทำและบริหารสัญญา
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์  พ.ศ.2543

พนักงานกู้ภัยและดับเพลิง การท่าอากาศยานไทย (AOT) 
- ความรู้เกี่ยวกับ-บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับบริษัทท่าอากาศยานไทย
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านภาษา
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
- แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
- แบบทดสอบการพัฒนาบุคลิกภาพ  Personality  Test
- แนวข้อสอบความถนัดทางเชาว์ปัญญา _Aptitude Test
- แนวข้อสอบ พรบ.การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
- ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอัคคีภัย
- ถาม- ตอบ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบรรเทาสาธารณภัย
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550

วิศวกร การท่าอากาศยานไทย (AOT) 
- ความรู้เกี่ยวกับ-บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับบริษัทท่าอากาศยานไทย
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านภาษา
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
- แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
- แบบทดสอบการพัฒนาบุคลิกภาพ  Personality  Test
- แนวข้อสอบ พรบ.การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
- ความรู้พื้นฐานด้านระบบสื่อสารและโทรคมนาคม+แนวข้อสอบ
- แนวข้อสอบพื้นฐานวิศวกรรมศาสตร์
- ความรู้เกี่ยวกับโครงข่ายสายโทรคมนาคม

วิศวกรเครื่องกล การท่าอากาศยานไทย (AOT) 
แนวข้อสอบบริษัท ท่าอากาศยานไทย 2559
- ความรู้เกี่ยวกับ-บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับบริษัทท่าอากาศยานไทย
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านภาษา
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
- แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
- แบบทดสอบการพัฒนาบุคลิกภาพ  Personality  Test
- แนวข้อสอบ พรบ.การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
- ความรู้พื้นฐานทางวิศวกรรมเครื่องกล
- แนวข้อสอบวิศวเครื่องกล
- การบริหารงานการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักกล

สถาปนิก 3 การท่าอากาศยานไทย (AOT)
แนวข้อสอบบริษัท ท่าอากาศยานไทย 2559
- ความรู้เกี่ยวกับ-บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
- แนวข้อสอบเกี่ยวกับบริษัทท่าอากาศยานไทย
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านภาษา
- วิชาสามารถทั่วไป _ความสามารถด้านการคิดตัวเลข
- แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
- แบบทดสอบการพัฒนาบุคลิกภาพ  Personality  Test
- แนวข้อสอบ พรบ.การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
- แนวข้อสอบการเขียนแบบด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์
- งานระบบภายในอาคาร (ถาม-ตอบ)
- โครงสร้างอาคาร (ถาม-ตอบ)
- การออกแบบสถาปัตยกรรม(ถาม-ตอบ)
- แนวข้อสอบงานเขียนแบบสถาปัตยกรรม
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง ฟรี
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ มีนาคม 24, 2016, 09:45:57 am
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนายทหารประทวน กรมการทหารสื่อสาร ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
1 ความรู้เกี่ยวกับกรมการทหารสื่อสาร
2 แนวข้อสอบเหล่าทหารสื่อสาร
3 วิชาความรู้ทั่วไป (ภูมิศาสตร์, ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และการทหารของไทย)
4 สรุปสาระสำคัญของประชาคมอาเซียน
5 เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
6 แนวข้อสอบนโยบาย คสช.
7 แนวข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์
8 แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
9 แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ


สนใจติดต่อสอบถามโทร 090-246-5449  Line ID 0902465449
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง ฟรี
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ เมษายน 22, 2016, 03:18:36 pm
โปรแกรม Winrar Adobe Reader ใช้สำหรับเปิดแนวข้อสอบ สำหรับ คอมพิวเตอร์

http://www.rarlab.com/

Thai (32 bit)   5.30   1876 KB

http://www.rarlab.com/rar/wrar530th.exe


Thai (64 bit)    5.30   2181 KB   

http://www.rarlab.com/rar/winrar-x64-530th.exe

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Adobe Reader DC (โปรแกรมอ่านไฟล์ PDF เปิดไฟล์ PDF ไฟล์เอกสาร) 15.008.20082
ดาวน์โหลดโปรแกรม Adobe Reader DC เพื่อไว้เปิดไฟล์เอกสาร PDF จาก Adobe และช่วยเสริมสำหรับกับการทำงานของ Browser ให้อ่านไฟล์ PDF ได้ ฟรี

http://software.thaiware.com/download/%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%94-Adobe-Reader
หัวข้อ: Re: ศูนย์รวม แนวข้อสอบ+เฉลย ตัวอย่างข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ ทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง ฟรี
เริ่มหัวข้อโดย: watayakorn ที่ พฤษภาคม 26, 2016, 09:48:08 am
แนวข้อสอบ เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี สำนักงาน สพฐ
1 ความรู้เกี่ยวกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2 นโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา
3 แนวข้อสอบ พรฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
4 แนวข้อสอบ พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547และที่แก้ไขเพิ่มเติม
5 แนวข้อสอบ พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
6 แนวข้อสอบ พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551
7 แนวข้อสอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11
8 แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ.2555
9 หลักการจัดการศึกษาทั่วไป
10 แนวข้อสอบความรู้เหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง เศรษฐกิจและสังคม
11 แนวข้อสอบระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS)
12 แนวข้อสอบระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง พ.ศ.2551
13 แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ.2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
14 แนวข้อสอบ พรบ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
15 แนวข้อสอบเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี


>>>>หนังสืออ่านสอบ แนวข้อสอบที่การันตีความแม่นยำ ใช้ในการสอบข้อเขียนจริง แล้วติดจริง มีครบทุกหัวข้อที่จะสอบ เนื้อหาครอบคลุมทุกตำแหน่งที่ออกข้อสอบในตำแหน่งนั้นๆ Updateข้อสอบใหม่ล่าสุดทุกปี คนที่ไม่มีเวลาในการติวเตรียมตัวสอบก็อ่านเข้าใจได้ง่าย สามารถรู้แนวทางข้อสอบและทำข้อสอบได้แน่นอน<<<<

รายละเอียดสินค้า
จำหน่ายไฟล์ PDF ราคา 399 บาท จัดส่งทาง E-mail
หนังสืออ่านสอบ ราคา 999 บาท จัดส่งทางไปรษณีย์ EMS

รายละเอียดการสั่งซื้อ
โทร 090-2465449 Line ID : 0902465449
ชำระเงินที่ ธ.ไทยพาณิชย์
ชื่อบัญชี วาทยากร หล่อเพชรสวัสดิ์
เลขที่บัญชี 207-203955-8